อาณาจักรมอเนอรา (Kingdom Monera)ลักษณะสาคัญของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรมอเนอรา - เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่มี โครงสร๎างเซลล์...
สิ่งมีชีวิตในอาณาจักรมอเนอรา แบ่งเป็น 2 อาณาจักรย่อย (subkingdom) คือ       1. subkingdom Archaebacteria อาร์เคียแบคทีเรีย...
2. อาณาจักรย่อยยูแบคทีเรีย (Subkingdom Eubacteria)       1.กลุ่มโพรทีโอแบคทีเรีย (Proteobacteria)           2. กลุ่มคลาไมเ...
กลุ่มแบคทีเรียแกรมบวก (Gram-Positive Bacteria)    -เป็นพวกผลิตกรดแลกติกได๎จึงนามาใช๎ในอุตสาหกรรมอาหาร ได๎แกํ การทาเนย ผักด...
อาณาจักรโปรติสตา (Kingdom Protista)ลักษณะสาคัญของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักร มีลักษณะสาคัญคือสํวนใหญํเป็นพวกที่มีเซลล์เดียวหรือห...
2.ยูกลีโนซัว(Euglenozoa) เป็นโพรทิสต์กลุํมที่เคลื่อนที่โดยใช๎แฟลเจลลาและขณะเคลื่อนที่รูปรํางจะไมํคงที่ มีเซลล์เดียว ไมํมีผ...
4.เอพิคอมเพลซา (Apicomplexa) เป็นโพรทิสต์ที่มีขนาดเล็กสํวนใหญํดารงชีวิตเป็นปรสิต มีโครงสร๎างสาหรับแทงผํานเซลล์โฮสต์ไมํมีโค...
5. Ciliate เป็นโพรทิสต์ที่ใช๎ซิเลียในการเคลื่อนที่อาศัยอยูํในสภาพแวดล๎อมที่มน้าหรือมีความชื้นสูง                          ...
ไดอะตอม (Diatom) เป็นสาหรํายที่พบมากที่สุดในกลุํมนี้ที่สารวจพบแล๎วมี 5,000 ชนิด   มีลักษณะสาคัญดังนี้ คือ          1. เซลล...
2. รงควัตถุที่พบจะเป็นเชํนเดียวกับที่พบในพืชชั้นสูง คือ มีคลอโรฟิลล์ เอ, คลอโรฟิลล์ บี, คาโรทีนและแซนโทฟิลล์3. โครงสร๎างขอ...
ความรู้เพิ่มเติม         สาหรับพวกไรโซโพดา (Rhizopoda) ซึ่งเป็นโพรทิสต์ที่เคลื่อนที่และกินอาหารโดย   การสร๎างเท๎าเทียม (ps...
อาณาจักรฟังไจ (Kingdom Fungi)สิ่งมีชีวิตที่อยูํในอาณาจักรฟังไจ ประกอบด๎วย รา เห็ด และยีสต์ลักษณะของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรฟั...
ไฟลัมไซโกไมโคตา ( Phylum Zygomycota) ราที่มีวิวัฒนาการต่าเป็นพวกราดา (RhiZopus) และราขนมปังลักษณะ1. เส๎นใยชนิดไมํมีผนังกั้...
ไฟลัมแอสโคไมโคตา ( Phylum Ascomycota)ตัวอย่าง ราแดง โมเรล ทรัฟเฟิล ยีสต์ลักษณะ1. เป็นพวกมีเส๎นใยมีผนังกั้นและเป็นราคล๎ายถ๎...
ภาพแสดงวงชีวิตของ Basidiomycetes
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

อาณาจักรมอเนอรา โปรติสตา ฟังไจ

24,737

Published on

0 Comments
8 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
24,737
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
536
Comments
0
Likes
8
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Transcript of "อาณาจักรมอเนอรา โปรติสตา ฟังไจ"

  1. 1. อาณาจักรมอเนอรา (Kingdom Monera)ลักษณะสาคัญของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรมอเนอรา - เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่มี โครงสร๎างเซลล์แบบโพรคาริโอต (prokaryotic cell) คือ ไมํมีเยื่อหุ๎มนิวเคลียส สารพันธุกรรมลอยอยูํในไซโตพลาสซึม แบคทีเรียมีสารพันธุกรรมเป็น DNA สายคูํที่ไมํมีโปรตีนฮิสโทนเกาะ เป็น DNA เปลือย (Naked DNA) และมีลักษณะเป็นรูปวงแหวน(Circular DNA) (สิ่งมีชีวิตอื่นๆทุกอาณาจักรมีโครงสร๎างเซลล์แบบยูคารีโอต =eukaryotic cell) - ไมํมีออร์แกเนลล์ชนิดมีเยื่อหุ๎มเชํน รํางแหเอนโดพลาสซึม กอลจิคอมเพลกซ์ ไลโซโซมคลอโรพลาสต์ ไมโตคอนเดรีย มีเฉพาะออร์แกเนลล์ที่ไมํมีเยื่อหุ๎มคือไรโบโซม - มีผนังเซลล์ที่มี เปปติโดไกลแคน เป็นสํวนประกอบ ดารงชีวิตเป็นผู๎ยํอยสลาย - มีรูปรําง 3 แบบ คือ กลม แทํง เกลียว
  2. 2. สิ่งมีชีวิตในอาณาจักรมอเนอรา แบ่งเป็น 2 อาณาจักรย่อย (subkingdom) คือ 1. subkingdom Archaebacteria อาร์เคียแบคทีเรีย เป็นแบคทีเรียที่สามารถดารงชีวิตอยูํในสภาพแวดล๎อมที่สิ่งมีชีวิตอื่นอยูํไมํได๎ 2. subkingdom Eubacteria ยูแบคทีเรีย เป็นแบคทีเรียที่แท๎จริงพบทั่วๆไป1.อาณาจักรย่อย อาร์เคียแบคทีเรีย(Archaebacteria) ผนังเซลล์ไมํมีเพปทิโดไกลแคน ดารงชีวิตในแหลํงน้าพุร๎อน ทะเลที่มีน้าเค็มจัด บริเวณที่มีความเป็นกรดสูง และบริเวณทะเลลึก แบํงออกเป็น 2 กลุํม คือ 1.1 กลุ่มยูริอาร์เคียโอตา (Euryarchaeota) ซึ่งสร๎างมีเทนและชอบความเค็มจัด เชํน Red aerobic halophilic archaebacteria 1.2 กลุ่มครีนาร์เคียโอตา (Crenarchaeota) ซึ่งชอบอุณหภูมิสูงและกรดจัด Pyrodictium Pyrolobus
  3. 3. 2. อาณาจักรย่อยยูแบคทีเรีย (Subkingdom Eubacteria) 1.กลุ่มโพรทีโอแบคทีเรีย (Proteobacteria) 2. กลุ่มคลาไมเดีย (Chlamydias) 3. กลุ่มสไปโรคีท (Spirochetes) 4. กลุ่มแบคทีเรียแกรมบวก (Gram-Positive Bacteria) 5. กลุ่มไซยาโนแบคทีเรีย (Cyanobacteria)กลุ่มโพรทีโอแบคทีเรีย (Proteobacteria) -พวกสังเคราะห์แสงได๎ เชํน เพอเพิลซัลเฟอร์แบคทีเรีย (purple-sulfur bacteria) -พวกชํวยตรึงแก๏สไนโตรเจนในอากาศ มาสร๎างเป็นสารประกอบไนโตรเจนในดิน เชํน ไรโซเบียม(Rhizobium sp.) ในปมรากของพืชตระกูลถั่วกลุ่มคลาไมเดีย (Chlamydias) -เป็นปรสิตในเซลล์สัตว์ทาให๎เกิดโรคติดตํอทางเพศสัมพันธ์ เชํน โรคโกโนเรีย หรือหนองใน เป็นต๎นกลุ่มสไปโรคีท (Spirochetes) -มีรูปทรงเกลียว ดารงชีวิตแบบอิสระแตํบางสปีชีส์เป็นสาเหตุของโรคซิฟิลิส หรือโรคฉี่หนู
  4. 4. กลุ่มแบคทีเรียแกรมบวก (Gram-Positive Bacteria) -เป็นพวกผลิตกรดแลกติกได๎จึงนามาใช๎ในอุตสาหกรรมอาหาร ได๎แกํ การทาเนย ผักดองและโยเกิร์ต; Steptomyces sp.ใช๎ทายาปฏิชีวนะ เชํน ยาสเตร็บโตมัยซิน ยาเตตราไซคลิน ; Bacillus sp -สามารถสร๎างเอนโดสปอร์(endospore) ทาให๎ทนทานตํอสภาพแวดล๎อมที่ไมํเหมาะสมได๎ดี บางชนิดเป็นสาเหตุทาให๎เกิดโรคแอนแทรกซ์กลุ่มไซยาโนแบคทีเรีย (Cyanobacteria) -เป็นยูแบคทีเรียที่สามารถสังเคราะห์ด๎วยแสงได๎ มีรงควัตถุพวกคลอโรฟิลล์เอ แคโรทีนอยด์ และไฟโคบิลินอยูํภายในถุงแบน ๆ ที่เยื่อหุ๎มเซลล์ จึงเป็นผู๎ผลิตที่สาคัญในระบบนิเวศ พบแพรํกระจายในสภาพแวดล๎อมที่หลากหลายทั้งในแหลํงน้าจืด น้าเค็ม และภายในน้าแข็งของมหาสมุทร เป็นต๎น -จากหลักฐานซากดึกดาบรรพ์ ทาให๎นักวิทยาศาสตร์คาดคะเนได๎วําไซยาโนแบคทีเรียทาให๎ก๏าซออกซิเจนในบรรยากาศเพิ่มมากขึ้นในโลกยุคนั้นและกํอให๎เกิดวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตที่หายใจโดยใช๎ออกซิเจนในปัจจุบัน -ตัวอย่าง เชํน แอนาบีนา (Anabaena) นอสตอก (Nostoc) และ ออสิลลาทอเรีย (Oscillatoria)สามารถตรึงแก๏สไนโตเจนในอากาศ ให๎เป็นสารประกอบไนเตรต แอนาบีนา นอสตอกไมโคพลาสมา(Mycoplasma) เป็นแบคทีเรียแกรมบวกเซลล์ที่ไมํมีผนังเซลล์ มีเพียงเยื่อหุ๎มเซลล์ที่ประกอบด๎วยชั้นของไขมัน สํวนใหญํไมํกํอให๎เกิดอันตรายตํอสิ่งมีชีวิตอื่น แตํมีบางพวกทาให๎เกิดโรคปอดบวมนคนและวัว ประโยชน์ของแบคทีเรีย1. เนื่องจากดารงชีวิตแบบภาวะยํอยสลายจึงทาให๎เกิดการหมุนเวียนสารในระบบนิเวศ มีการนามาใช๎กาจัดขยะที่มีมากในเมืองใหญํ2. ใช๎สลายคราบน้ามันบริเวณชายฝั่งและในทะเล3. ใช๎กาจัดสารเคมีตกค๎างจากการเกษตร4. แบคทีเรียที่สามารถตรึงไนโตรเจน ชํวยเพิ่มไนโตรเจนในดิน5. ใช๎ผลิตสารเคมีเชํน แอซีโตน กรดแลกติก6. ใช๎ผลิตยาปฏิชีวนะและผลิตภัณฑ์อาหาร น้าส๎มสายชู ปลาร๎า ผักดอง ปลาส๎ม นมเปรี้ยว และเนยแข็งโทษของแบคทีเรียเป็นสาเหตุทาให๎เกิดโรคหลายชนิด ไมโคพลาสมา
  5. 5. อาณาจักรโปรติสตา (Kingdom Protista)ลักษณะสาคัญของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักร มีลักษณะสาคัญคือสํวนใหญํเป็นพวกที่มีเซลล์เดียวหรือหลายเซลล์ แตํเซลล์ยังไมํมีการจัดตัวกันเป็นเนื้อเยื่อดังเชํนพืชและสัตว์ สิ่งมีชีวิตบางชนิดในกลุํมนี้ ยังมีลักษณะของทั้งพืชและสัตว์รํวมกัน กลําวคือในเซลล์มีคลอโรฟิลล์เชํนเดียวกับพืช แตํมีโครงสร๎างที่ใช๎ในการเคลื่อนที่ได๎เชํนเดียวกับสัตว์ ดังนั้น นักชีววิทยาจึงจัดสิ่งมีชีวิตพวกนี้ไว๎เป็นอาณาจักรที่แยกออกจากกลุํมสัตว์และพืชโครงสร๎างของเซลล์เป็นแบบยูคาริโอติก (Eucaryotic) และ ไมํมีระยะตัวอํอน (Embryo)1.ดิโพลโมนาดิดา(Diplomonadida)และ พาราบาซาลา(Parabasala) เป็นกลุํมของโพรทิสต์ที่เป็นเซลล์ยูคาริโอตที่ยังไมํมีออร์แกเนลล์ คือ ไมํมีไมโทคอนเดรียรํางแหเอนโดพลาสมิกเรติคูลัม กอลจิคอมเพลกซ์และเซนทริโอล-ดิโพลโมแนด (Diplomonads) เป็นโพรทิสต์ที่มีแฟลเจลลาหลายเส๎น มีนิวเคลียส 2อัน เชํน Giardia lamblia เป็นปรสิตในลาไส๎ของคน-พาราบาซาลิด (Parabasalid) เป็นโพรทิสต์ที่มีแฟลเจลลาเป็นคูํและผิวเยื่อหุ๎มเซลล์มีลักษณะเป็นรอยหยักคล๎ายคลื่น เชํน ไตรโคนิมฟา (trichonympha) ที่อาศัยอยูํในลาไส๎ปลวก จะดารงชีวิตแบบภาวะพึ่งพา โดยสร๎างเอนไซม์ยํอยเซลลูโลสในไม๎ให๎กับปลวกและ ไตรโคโมแนส (trichomonas) เป็นโพรทิสต์ที่ทาให๎เกิดอาการติดเชื้อในชํองคลอด
  6. 6. 2.ยูกลีโนซัว(Euglenozoa) เป็นโพรทิสต์กลุํมที่เคลื่อนที่โดยใช๎แฟลเจลลาและขณะเคลื่อนที่รูปรํางจะไมํคงที่ มีเซลล์เดียว ไมํมีผนังเซลล์ บางชนิดมีรงควัตถุพวกคลอโรฟิลล์จึงสามารถสร๎างอาหารเองได๎โดยกระบวนการสังเคราะห์ด๎วยแสง พบดารงชีวิตในแหลํงน้าจืดเป็นสํวนใหญํโดยเฉพาะบริเวณที่มีอินทรียสารมาก จึงเป็นสาเหตุทาให๎เกิด water bloom เชํนเดียวกับพวกสาหรํายสีเขียว มีการสืบพันธุ์แบบไมํอาศัยเพศ สิ่งมีชีวิตกลุํมนี้ได๎แกํ ยูกลีนา และ ทริปพาโนโซมที่ทาให๎เกิด โรคเหงาหลับ(African sleeping sickness) ยูกลีนา ทริปพาโนโซม3. แอลวีโอลาตา (Alveolata) เป็นโพรทิสต์เซลล์เดียวที่มีลักษณะรํวมกันคือ มีชํองวํางเล็กๆใต๎เยื้อหุ๎มเซลล์ที่เรียกวํา แอลวีโอไล (alveoli) ซึ่งยังไมํทราบหน๎าที่ที่ชัดเจน โพรทิสต์ในกลุํมนี้ประกอบด๎วยไดโนแฟลเจลเลต เป็นโพรทิสต์เซลล์เดียวที่มีสารสีแคโรทีนและคลอโรฟิลล์ในพลาสติก มีบทบาทเป็นผู๎ผลิตที่สาคัญในระบบนิเวศเคลื่อนที่โดยใช๎แฟลเจลลา 2 เส๎น ในแนวขวางและแนวดิ่ง พบเป็นจานวนมากบริเวณใกล๎ผิวน้า บางชนิดมีแผํนเซลลูโลสหลายๆแผํนประกอบกันคล๎ายเกราะ มีลวดลายสวยงามโพรทิสต์กลุํมนี้บางชนิดมีการสะสมสารพิษในตัวเมื่อในน้าทะเลมีสารอินทรีย์จากมลภาวะซึ่งเป็นแหลํงอาหารของไดโนแฟลเจลเลต ไดโนแฟลเจลเลตจึงมีการเพิ่มจานวนอยํางรวดเร็ว ทาให๎ทะเลมีสีแดงเกิด ปรากฏการณ์ขปลาวาฬ (red tide) ขึ้น ทาให๎ ี้เพิ่มปริมาณสารพิษของโซํอาหารในทะเล เป็นอันตรายตํอสัตว์น้าเป็นจานวนมาก
  7. 7. 4.เอพิคอมเพลซา (Apicomplexa) เป็นโพรทิสต์ที่มีขนาดเล็กสํวนใหญํดารงชีวิตเป็นปรสิต มีโครงสร๎างสาหรับแทงผํานเซลล์โฮสต์ไมํมีโครงสร๎างในการเคลื่อนที่ ยกเว๎นในเซลล์สืบพันธุ์เพศผู๎ตัวอยํางของโพรทิสต์กลุํมนี้ได๎แกํ พลาสโมเดียม (Plasmodium) ทาให๎เกิดโรคมาลาเลียในคนและสัตว์อื่นๆโดยมียุงก๎นปลํองเป็นพาหะ
  8. 8. 5. Ciliate เป็นโพรทิสต์ที่ใช๎ซิเลียในการเคลื่อนที่อาศัยอยูํในสภาพแวดล๎อมที่มน้าหรือมีความชื้นสูง ีโพรทิสต์กลุํมนี้มีความหลากหลายทางสปีชีส์มากที่สุด ตัวอยํางสัตว์ในกลุํมนี้เชํน พารามีเซียม,วอร์ติเซลลา เป็น4.สตรามีโนพิลา เป็นโพรทิสต์ที่สํวนใหญํสร๎างอาหารโดยกระบวนการสังเคราะห์ด๎วยแสง เรียกกันทั่วไปวํา สาหร่ายหรือแอลจี (Algae)ลักษณะร่วมกันของโพรทิสต์กลุ่มนี้ คือ 1. เซลล์สืบพันธุ์มีแฟลเจลลาที่มีขนและไมํมีขน 2. มีรงควัตถุพวกฟิวโคแซนทินทาให๎มีสีน้าตาล 3. พบได๎ทั้งในแหลํงน้าจืดและแหลํงน้าเค็ม ตัวอย่างของสิ่งมีชีวิตในกลุ่มนี้ ได๎แกํ สาหร่ายสีน้าตาล ไดอะตอมสาหร่ายสีน้าตาล (brown algae) ได๎แกํ สาหรํายเคลป์ (kelp) สาหรํายทุํน หรือ ซากัสซัม (Sargassum sp.) ลามินาเรีย (Laminaria sp.) พาไดนา (Padina sp.) และฟิวกัส(Fucus sp.) มีลักษณะสาคัญดังนี้ คือ 1. มีรงควัตถุสีน้าตาลที่เรียกวําฟิวโคแซนทินมากกวําแคโรทีนและคลอโรฟิลล์ 2. เป็นสาหรํายที่มีขนาดใหญํ มีโครงสร๎างซับซ๎อนมากที่สุด 3. อาศัยอยูํในทะเลมักอยูํในกระแสน้าเย็น 4. มีความสาคัญตํอสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยูํในน้าโดยเป็นแหลํงอาหาร ที่อยูํอาศัยและใช๎ใน การหลบภัย 5. มีคุณคําทางเศรษฐกิจ เชํน สาหรํายทุํนหรือซากัสซัมเป็นสาหรํายที่มีไอโอดีนสูง สาหรํายลามินาเรีย พาไดนาและฟิวกัส นามาใช๎ในการผลิตปุ๋ยโพแทสเซียม
  9. 9. ไดอะตอม (Diatom) เป็นสาหรํายที่พบมากที่สุดในกลุํมนี้ที่สารวจพบแล๎วมี 5,000 ชนิด มีลักษณะสาคัญดังนี้ คือ 1. เซลล์ประกอบด๎วยฝา 2 ฝาครอบกันสนิท ผนังเซลล์ประกอบด๎วยซิลิกาแข็งแรงและ คงรูป ไมํสลายตัวได๎งําย 2. มีสีเหลืองหรือน้าตาลแกมเหลือง 3. มีปริมาณมากทั้งในแหลํงน้าจืดและแหลํงน้าเค็ม 4. เป็นแหลํงอาหารที่สาคัญของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ มีการสะสมอาหารในรูปของน้ามัน 5. ซากของไดอะตอมที่ตายทับถมกันนาน ๆ จะกลายเป็นสํวนของพื้นดินใต๎แหลํงน้า ที่เรียกวํา ไดอะตอมเอเชียเอิร์ท (diatomaceous earth) 6. เป็นแหลํงรวมของแรํธาตุและน้ามันซึ่งนามาใช๎ประโยชน์ในการทาไส๎กรองและยาขัด เครื่องเงิน ยาสีฟัน การฟอกสี5.โรโดไฟตา (Rhodophyta) ได๎แกํพวก สาหรํายสีแดงสาหรํายสีแดง (red algae รงควัตถุภายในพลาสติดที่มีปริมาณมากนั้นมีสีแดง ไฟโคอิริทริท(Phycoerythrin) ไฟโคไซยานิน (Phycocyanin) รวมอยูํในพลาสติดด๎วย คลอโรฟิลด์ เอ ซึ่งเป็นรงควัตถุหลักในการสังเคราะห์แสงตัวอยํางของสาหรํายในไฟลัมนี้ ได๎แกํ - พอร์ไฟรา (Porphyra) เมื่อตากแห๎งแล๎วใช๎ใสํแกงจืดที่เรียกกันวํา จีฉําย กราซิลาเรีย (Gracilaria)นามาสกัดสารคาร์แรกจิแนน (carrageenan) ใช๎ในการทาวุ๎น (agar) ซึ่งมีความสาคัญในการทาอาหารเลี้ยงจุลินทรีย์ ทาเครื่องสาอาง ทายาขัดรองเท๎า ครีมโกนหนวด เคลือบเส๎นใย ใช๎ทาแคปซูลยา ทายาและใช๎เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เห็ดรา และราเมือก - กราซิลาเรีย (Gracilaria) นาสารสกัดสารคาร์แรกจิแนน (Carrageenan) ใช๎ในการทาวุ๎น (agar)ซึ่งมีความสาคัญในการทาอาหารเลี้ยงจุลินทรีย์ ทาเครื่องสาอาง ทายาขัดรองเท๎า ครีมโกนหนวดเคลือบเส๎นใย ใช๎ทาแคปซูลยา ทายา และใช๎เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อความสาคัญ1. Porphyra (จีฉําย)ใสํแกงจืด2.Gracilaria ต๎นเครามังกร หรือสาหรํายวุ๎น สกัดได๎วุ๎น6.คลอโรไฟตา (Chlorophyta) ได๎แกํสาหรํายสีเขียว ( green algae) (มีมากเกิดปรากฎการณ์เรียกวํา วอเตอร์บลูมลักษณะ1. จานวนเซลล์มีทั้งพวกเซลล์เดี่ยวหรือหลายเซลล์ตํอกันเป็นสายยาว หรือรวมกันเป็นกลุํม มีทั้งเคลื่อนที่ได๎ และเคลื่อนที่ไมํได๎ - พวกหลายเซลล์ตํอกันเป็นสายยาว เชํน ยูโลทริกซ์ (Ulothrix) อีโดโกเนียม (Oedogonium) สไปโรไจรา หรือเทาน้า (Spirogyra) - พวกหลายเซลล์เป็นกลุํม (Clolnial forms) เชํน วอลวอกซ์ (Volvox) เพดิแอสดรัม (Pediastrum)ซีนเตสมัน (Scenedesmus)
  10. 10. 2. รงควัตถุที่พบจะเป็นเชํนเดียวกับที่พบในพืชชั้นสูง คือ มีคลอโรฟิลล์ เอ, คลอโรฟิลล์ บี, คาโรทีนและแซนโทฟิลล์3. โครงสร๎างของผนังเซลล์ ประกอบด๎วย เซลลูโลส (Cellulose) บางชนิดมีเพกติน (Pectin) เคลือบอยูํภายนอกบาง ๆ บางชนิดมีแคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium Carbonate)4. อาหารที่เก็บไว๎ก็คือ ไพรีนอยด์ (Pyrenoids) อยูํในเม็ดคลอโรพลาสต์ เข๎าใจวําไพรีนอยด์เป็นโครงสร๎างที่มีโปรตีนเป็นแกนกลาง และมีแผํนแป้งหุ๎มล๎อมรอบอยูํความสาคัญ เป็นสารอาหาร เชํน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และวิตามิน สูงPlastid สีเขียวในสาหรํายจะมีโครงสร๎างคล๎ายคลึงกับ chloroplast ของพืช ซึ่งสันนิษฐานวําเกิดจากendosymbiosis ของสิ่งมีชีวิตโบราณสาหร่ายไฟ หรือสโตนเวิร์ตส์ เป็นสาหรํายน้าจืดมีขนาดใหญํ แตกกิ่งแขนงคล๎ายพืชชั้นสูง แตกกิ่งเป็นวง ( Whoried) มีไรซอยด์ยึดเกาะพื้นดินทาหน๎าที่คล๎ายราก และไรซอยด์ยังชํวยขยายพันธุ์แบบไมํอาศัยเพศได๎อีกด๎วย ทัสลัส มีลักษณะเป็นข๎อ ( node) และปล๎อง ( intornode) เหมือนพืชชั้นสูง การแตกกิ่งจะแตกออกบริเวณข๎อและที่ข๎อจะมีเซลล์ที่เจริญเติบโตจากัดเป็นเกล็ดเล็ก ๆ อยูํรอบข๎อมักจะเรียกกันวํา ใบ โครงสร๎างที่สร๎างเซลล์สืบพันธุ์มีลักษณะคล๎ายพืชพวกมอส แทนที่จะเป็นเซลล์เดียวอยํางของสาหรํายสีเขียว ความเห็นบางทํานจึงเชื่อวําสาหรํายไฟในไคาโรไฟต์มีวิวัฒนาการสูงสุดในบรรดาสาหรํายด๎วยกัน7.ไมซีโทซัว โพรทิสต์กลุํมนี้เรียกทั่วไปวํา ราเมือก (slime mold) -เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีชํวงชีวิตคล๎ายสัตว์และพืชปนกัน มี 2 กลุํม คือ ราเมือกชนิด พลาสโมเดียม (plasmodial slime mold) ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีหลายนิวเคลียส ราเมือกชนิดเซลลูลาร์ (cellular slime mold) ซึ่งเป็นเซลล์ที่มี 1 นิวเคลียสและอยูํได๎อิสระตัวอย่างโพรทิสต์กลุ่มไมซีโทซัว ได๎แกํ สเตโมนิทิส (Stemonitis sp.) ไฟซาลัม (Physalum sp.)ลักษณะสาคัญของราเมือกมีดังนี้ คือ 1. มีลักษณะคล๎ายเมือกสีขาว สีส๎ม สีเหลือง สีแดง หรือ สีมํวง 2. พบในบริเวณที่ชื้นแฉะและตามขอนไม๎ หรือใบไม๎เนําเปื่อย 3. ดารงชีวิตแบบภาวะมีการยํอยสลาย (saprophytism) แตํมีบางชนิดดารงชีวิตแบบปรสิต 4. เป็นเซลล์ยูคาริโอต ไมํมีผนังเซลล์ ไมํมีคลอโรฟิลล์ ประกอบด๎วยกลุํมของโพรโทพลาซึม ที่แผํกระจายมีลักษณะเป็นเมือก 5. การสืบพันธุ์คล๎ายสัตว์กับพืชในภาวะปกติจะมองดูคล๎ายรํางแห เรียกวํา พลาสโมเดียม (plasmodium) เคลื่อนที่และกินอาหารแบบอะมีบา พอระยะสืบพันธุ์ราเมือกจะสร๎างอับสปอร์ ภายในสปอร์มีผนังเซลล์ เป็นสารเซลลูโลสเชํนเดียวกับพืช
  11. 11. ความรู้เพิ่มเติม สาหรับพวกไรโซโพดา (Rhizopoda) ซึ่งเป็นโพรทิสต์ที่เคลื่อนที่และกินอาหารโดย การสร๎างเท๎าเทียม (pseudopodium) นั้นนักอนุกรมวิธานยังไมํสามารถจัดให๎อยูํในสาย วิวัฒนาการกลุํมใดได๎ เพราะมีการศึกษาเกี่ยวกับวิวัฒนาการของโพรทิสต์กลุํมนี้น๎อยมาก เชํน อะมีบา (Amoeba) อาศัยอยูํได๎ทั้งในดิน แหลํงน้าจืดและแหลํงน้าเค็ม สํวนใหญํ ดารงชีวิตแบบอิสระ แตํบางสปีชีส์เป็นปรสิต ที่สาคัญเชํน Entamoeba histolytica เป็นสาเหตุของโรคบิดในคน เป็นต๎น
  12. 12. อาณาจักรฟังไจ (Kingdom Fungi)สิ่งมีชีวิตที่อยูํในอาณาจักรฟังไจ ประกอบด๎วย รา เห็ด และยีสต์ลักษณะของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรฟังไจ1. เซลล์เป็นแบบ Eucaryotic cell มีเยื่อหุ๎มนิวเคลียส2. ผนังเซลล์เป็นสารไคตินกับเซลลูโลส3.ไมํมีคลอโรฟิลล์ ดารงชีวิตเป็นผู๎ยํอยสลายสารอินทรีย์ที่เนําเปื่อย4. มีทั้งเซลล์เดียวและเป็นเส๎นใยเล็ก เรียกวําไฮฟา (Hypha) รวมกลุํม เรียกวําขยุ๎มรา(mycelium) ลักษณะของเส๎นใยแบํงออกเป็น 2 ชนิด 4.1 เส๎นใยมีผนังกั้น (Septate hypha) 4.2 เส๎นใยที่ไมํมีผนังกั้น (Nonseptate hypha or coencytic hypha)-สํวนยีสต์ เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว แตํอาจมีการตํอกันเป็นสาย-เส๎นใยของฟังไจอาจเปลี่ยนแปลงแปลงรูปรํางเพื่อทาหน๎าที่พิเศษ ได๎แกํ -Haustorium เป็นเส๎นใยที่ยื่นเข๎าเซลล์โฮสต์ เพื่อดูดอาหารจากโฮสต์ พบในราที่เป็นปรสิต -Rhizoid มีลักษณะคล๎ายรากพืชยื่นออกจากไมซีเลียม เพื่อยึดให๎ติดกับผิวอาหารและชํวยดูด ซึมอาหารด๎วย เชํนราขนมปังสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรนี้แบํงเป็น 4 ไฟลัม คือ 1. ไฟลัมไซโกไมโคตา ( Phylum Zygomycota) 2. ไฟลัมแอสโคไมโคตา ( Phylum Ascomycota) 3. ไฟลัมเบสิดิโอไมโคตา ( Phylum Basidiomycota) 4. ไฟลัมดิวเทดโรไมโคตา ( Phylum Deuteromycota)ไฟลัมไคทริดิโอไมโคตา ( Phylum Chytridiomycota)เรียกทั่วไปวํา “ไคทริด(Chytrid)ลักษณะสาคัญ1.มีไฮฟาแบบไมํมีผนังกั้น2.ผนังเซลล์ประกอบด๎วยไคตินและกลูโคส3.สปอร์มีแฟลกเจลลาเส๎นเดียว(zoospore)4.มีการสืบพัน์แบบไมํอาศัยเพศโดยการผลิตสปอร์ที่มีแฟลกเจลลา (flagellated zoospore) และการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ โดยการปฏิสนธิระหวํางเสปิร์มกับไขํ5.เป็นกลุํมเชื้อราโบราณ(primitive)กวําราในกลุํมอื่นๆ6.สํวนใหญํอาศัยอยูํในแหลํงน้า7.เป็นปรสิตในโพรทิสต์ พืช และสัตว์น้า กบ
  13. 13. ไฟลัมไซโกไมโคตา ( Phylum Zygomycota) ราที่มีวิวัฒนาการต่าเป็นพวกราดา (RhiZopus) และราขนมปังลักษณะ1. เส๎นใยชนิดไมํมีผนังกั้น4. ดารงชีวิตแบบปรสิต(Parasite) และผู๎ยํอยสลาย (saprophyte) ต๎องการความชื้น5. การสืบพันธุ์- แบบไมํอาศัยเพศ สร๎างสปอร์ เรียกวํา sporangiospore- แบบอาศัยเพศ ในสภาพแวดล๎อมไมํเหมาะสม สร๎างสปอร์ เรียกวํา zygosporeโดย gametangium สร๎างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู๎และเพศเมียอยูํตํางไมซีเลียมกัน สปอร์ที่ได๎จากการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศมีขนาดเล็กและจานวนน๎อยกวําแบบไมํอาศัยเพศ ประโยชน์1. Rhizopus oryzae ผลิตแอลกอฮอล์ 2. R. nigricans ผลิตกรดฟูตริกโทษ ทาให๎เกิดโรคในพืชและสัตว์
  14. 14. ไฟลัมแอสโคไมโคตา ( Phylum Ascomycota)ตัวอย่าง ราแดง โมเรล ทรัฟเฟิล ยีสต์ลักษณะ1. เป็นพวกมีเส๎นใยมีผนังกั้นและเป็นราคล๎ายถ๎วย (cup fungi) และเซลล์เดียว ได๎แกํ ยีสต์2. ดารงชีวิตบนบก3. การสืบพันธุ์- แบบไมํอาศัยเพศ สร๎างสปอร์เรียกวํา conidia ที่ปลายไฮฟา สํวนยีสต์จะแตกหนํอ- แบบอาศัยเพศ สร๎างสปอร์ ที่มีชื่อวํา ascospore อยูํในถุงเรียกวํา ascusประโยชน์1. Saccharomyces cerevisiae ใช๎ผลิตแอลกอฮอล์ และมีโปรตีนสูง2. Monascus sp. ใช๎ผลิตข๎าวแดงและเต๎าหู๎ยี้โทษ เกิดโรคกับคนและสัตว์ Ascomycetesไฟลัมเบสิดิโอไมโคตา ( Phylum Basidiomycota)ลักษณะ1. เส๎นใยมีผนังกั้นและรวมตัวอัดแนํนเป็นแทํงคล๎ายลาต๎น เชํน ดอกเห็ด2. การสืบพันธุ์- แบบไมํอาศัยเพศ สร๎างสปอร์เรียกวํา codiospore ใน conidia- แบบอาศัยเพศ สร๎างสปอร์ที่สร๎างโดยอาศัยเพศสร๎างบนอวัยวะคล๎ายกระบองหรือเบสิเดียม(basidium) เรียกวํา แบสิดิโอสปอร์ (basidiospore)ประโยชน์ ใช๎เป็นแหลํงอาหารโทษ1. ทาให๎เกิดโรคในพืช เชํน ราสนิม ราเขมํา2. เห็ดรา มีสารพิษเข๎าทาลายระบบประสาท ทางเดินอาหาร ตับ หัวใจโทษ1. ทาให๎เกิดโรคในพืช 2. สร๎างสารพิษ ทาให๎เกิดโรค3. ทาให๎เกิดโรคในคน เชํน กลาก เกลื้อน โรคเท๎าเปื่อยหรือฮํองกงฟุต
  15. 15. ภาพแสดงวงชีวิตของ Basidiomycetes

×