7 E

5,396 views
5,224 views

Published on

วิจัย 7E

Published in: Education
1 Comment
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
5,396
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
159
Actions
Shares
0
Downloads
69
Comments
1
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

7 E

  1. 1. โดย นางสาวณัฐมน เดชมา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ การศึกษาการจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน (7E) ร่วมกับการใช้แผนผังมโนทัศน์ที่มีผลต่อความคงทนในการเรียนรู้ เจตคติต่อวิชาวิทยาศาสตร์ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สารละลายกรด - เบส ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
  2. 2. ความสำคัญของปัญหา <ul><li>สภาพการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันยัง </li></ul><ul><li>เน้นการจดจำ บีบบังคับให้คล้อยตาม หรือเลียนแบบ </li></ul>ผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) นักเรียนโรงเรียน อยุธยาวิทยาลัย ได้คะแนนวิชาวิทยาศาสตร์ได้คะแนนเฉลี่ย 29.16 นักเรียนไม่สามารถนำความรู้ต่างๆ ที่เคยเรียนมาแล้ว มาเชื่อมโยงกับความรู้ใหม่ที่จะสอนได้ และนักเรียนส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบวิชาวิทยาศาสตร์
  3. 3. ความสำคัญของปัญหา <ul><li>การจัดการเรียนรู้แบบวัฎจักรการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน (7E) ร่วมกับการใช้ </li></ul><ul><li>แผนผังมโนทัศน์ </li></ul>แผนผังมโนทัศน์ การจัดการเรียนรู้แบบ สืบเสาะหาความรู้
  4. 4. ความสำคัญของปัญหา <ul><li>การจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน (7E) ร่วมกับการใช้แผนผังมโนทัศน์ </li></ul>ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความคงทนในการเรียนรู้ เจตคติต่อวิทยาศาสตร์
  5. 5. คำถามการวิจัย 1. การจัดการเรียนรู้ แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน (7E) ร่วมกับการใช้แผนผังมโนทัศน์มีลักษณะอย่างไรที่จะพัฒนาความคงทนในการเรียนรู้ เจตคติต่อวิทยาศาสตร์ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สารละลายกรด - เบส 2. นักเรียนมีความคงทนในการเรียนรู้ เจตคติต่อวิทยาศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สารละลายกรด - เบส อย่างไร เมื่อเรียนรู้จากการจัดการเรียนรู้ด้วย วัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน ( 7E) ร่วมกับการใช้แผนผังมโนทัศน์
  6. 6. วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อศึกษาแนวทางการจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน (7E) ร่วมกับการใช้แผนผังมโนทัศน์ที่มีผลต่อความคงทนในการเรียนรู้ เจตคติต่อวิทยาศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สารละลายกรด - เบส ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
  7. 7. ขอบเขตของการวิจัย ขอบเขตของแนวคิดในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอน ขอบเขตด้านแนวคิดการจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน (7E) ร่วมกับการใช้แผนผังมโนทัศน์ที่มีผลต่อความคงทนในการเรียนรู้ เจตคติต่อวิทยาศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สารละลายกรด - เบส ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งหมายถึง การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ 7 ขั้นตอน ที่เน้นกระบวนการสืบสอบ และนำแผนผังมโนทัศน์ใช้ในขั้นตอนที่ 4 ของการสอน
  8. 8. ขอบเขตของการวิจัย - ใช้เนื้อหาในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เรื่อง สารละลายกรด - เบส - ใช้เวลาในการจัดการเรียนรู้ 12 คาบคาบละ 50 นาที ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 - ใช้กลุ่มที่ศึกษาเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สังกัดสำนักงานเขตมัธยมศึกษา เขต 3 ขอบเขตด้านเวลา เนื้อหา และกลุ่มที่ศึกษา
  9. 9. ขอบเขตของการวิจัย ได้แก่ 1. แนวทางการจัดการเรียนรู้ด้วยวัฎจักรการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน (7E) ร่วมกับการใช้แผนผังมโนทัศน์ 2. ความคงทนในการเรียนรู้ 3. เจตคติต่อวิทยาศาสตร์ 4. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ขอบเขตด้านตัวแปรที่ศึกษา
  10. 10. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย 1. ผลการวิจัยครั้งนี้ทำให้ได้แนวทางในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในเนื้อหา และระดับชั้นอื่นๆ โดยใช้วัฎจักรการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน (7E) ร่วมกับการใช้แผนผังมโนทัศน์ 2. ผลการวิจัยสามารถใช้เป็นแนวทางให้ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ที่มีความสนใจจะพัฒนาทักษะด้านวิทยาศาสตร์ของนักเรียนได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด
  11. 11. นิยามศัพท์ 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ หมายถึง ลักษณะคำตอบของนักเรียนที่แสดงถึงความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนในวิชาวิทยาศาสตร์ วัดได้จากแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องสารละลายกรด - เบส ที่เป็นแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ มี 4 ตัวเลือก ที่วัดด้านความเข้าใจ การคิดวิเคราะห์ และการนำไปใช้ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น แบบบันทึกการเรียนรู้ และใบกิจกรรมแผนผังมโนทัศน์ของนักเรียน 2. เจตคติต่อวิทยาศาสตร์ หมายถึง ความรู้สึกหรือความคิดเห็นของนักเรียน ใน 2 ส่วน คือความรู้สึกหรือความคิดเห็นที่มีต่อครูวิทยาศาสตร์ และความรู้สึกหรือความคิดเห็นที่มีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ โดยในการวิจัยครั้งนี้ทำการวัดเจตคติต่อวิทยาศาสตร์ของผู้เรียนใน 5 ด้าน ซึ่งประกอบด้วย 1) ความรู้สึกต่อวิทยาศาสตร์โดยทั่วไป 2) ความรู้สึกถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ 3) ความนิยมชมชอบวิทยาศาสตร์ 4) ความสนใจต่อวิทยาศาสตร์ และ 5) การแสดงออกหรือการมีส่วนร่วมในกิจกรรมวิทยาศาสตร์
  12. 12. นิยามศัพท์ 3. ความคงทนในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หมายถึง ความสามารถในการคงไว้ซึ่งความรู้ความเข้าใจในการเรียนวิทยาศาสตร์ เรื่อง สารละลายกรด - เบส ในระยะเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งวัดจากการเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ความเข้าใจในการเรียนวิทยาศาสตร์ ระหว่างการทดสอบและหลังเรียนทันที และทดสอบหลังเรียน 2 สัปดาห์ โดยใช้แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ซึ่งหากค่าเฉลี่ยของคะแนนจากการทดสอบ 2 ครั้ง ไม่แตกต่างกัน แสดงว่า ผู้เรียนมีความคงทนในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
  13. 13. นิยามศัพท์ 4. การจัดการเรียนรู้แบบวัฎจักรการเรียนรู้ 7E ร่วมกับการใช้แผนผังมโนทัศน์ หมายถึง รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะแบบหนึ่งที่เน้นให้ผู้เรียนสามารถใช้วิธีการสืบเสาะหาความรู้เชิงวิทยาศาสตร์ (Inquiry approach) ที่ต้องอาศัยทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการค้นพบความรู้หรือประสบการณ์การเรียนรู้อย่างมีความหมายด้วยตนเอง แบ่งการสอนออกเป็น 7 ขั้นตอน และนำแผนผังมโนทัศน์มาใช้ขั้นที่ 4 ของการสอน ดังนี้ 1. ขั้นตรวจสอบความรู้เดิม 2. ขั้นเร้าความสนใจ 3. ขั้นสำรวจและค้นหา 4. ขั้นอธิบาย หมายถึง ขั้นที่นักเรียนนำข้อมูล ข้อสนเทศที่ได้มาวิเคราะห์ แปลผล สรุปผล และนำเสนอผลที่ได้ในรูปแบบของแผนผังมโนทัศน์ 5. ขั้นขยายความคิด 6. ขั้นประเมินผล 7. ขั้นนำความรู้ไปใช้
  14. 14. ทบทวนวรรณกรรม 1. แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวกับการ จัดการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ 1.1 ความหมายของการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีสืบเสาะหาความรู้ 1.2 ประเภทของการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีสืบเสาะหาความรู้ 1.3 ความหมายของวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน (7E) 1.4 ความเป็นมาและแนวคิดสำคัญของวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน (7E) 1.5 ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน (7E) ร่วมกับการใช้ แผนผังมโนทัศน์ 1.6 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน (7E) 2. แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับแผนผังมโนทัศน์ 3. แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องการความคงทนในการเรียนรู้ 4. แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ 5. แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวกับเจคติต่อวิทยาศาสตร์
  15. 15. วิธีดำเนินการวิจัย <ul><li>1. การกำหนดกลุ่มที่ศึกษา </li></ul><ul><li>กลุ่มที่ศึกษาในงานวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 </li></ul><ul><li>ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สังกัด </li></ul><ul><li>สำนักงานเขตมัธยมศึกษา เขต 3 ที่เรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา </li></ul><ul><li>2554 จำนวน 53 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง </li></ul><ul><li>( purposive sampling ) </li></ul>
  16. 16. วิธีดำเนินการวิจัย <ul><li>2. กำหนดรูปแบบการวิจัย </li></ul><ul><li>การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ( Action research) เพื่อหาแนวทางการจัดการเรียนรู้ ที่จะแก้ปัญหานักเรียนที่ไม่มีความคงทนในการเรียนรู้ เจตคติต่อวิทยาศาสตร์ รวมทั้งความสามารถในการสร้างความเข้าใจ การคิดวิเคราะห์และการนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับเรื่อง สารละลายกรด - เบส ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 </li></ul>
  17. 17. 3. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย <ul><li>3.1 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใช้ในงานวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ </li></ul><ul><li>แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน (7E) ร่วมกับการใช้แผนผังมโนทัศน์ เรื่อง </li></ul><ul><li>สารละลายกรด - เบส จำนวน 12 คาบเรียน </li></ul><ul><li>3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัย ได้แก่ </li></ul><ul><li>3.2.1 แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง สารละลายกรด - เบส </li></ul><ul><li>3.2.2 แบบบันทึกการเรียนรู้ของนักเรียน </li></ul><ul><li>3.2.3 แบบบันทึกหลังการสอนของครู </li></ul><ul><li>3.2.4 ใบกิจกรรมแผนผังมโนทัศน์ </li></ul><ul><li>3.2.5 แบบวัดเจตคติต่อวิทยาศาสตร์ </li></ul>
  18. 18. 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล <ul><li>4.1 นักเรียนฝึกเขียนบันทึกการเรียนรู้และแผนผังมโนทัศน์ </li></ul><ul><li>4.2 ผู้วิจัยดำเนินการสอนนักเรียนตามแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักร </li></ul><ul><li>การเรียนรู้ 7 ขั้นตอน (7E) ร่วมกับการใช้แผนผังมโนทัศน์ เรื่อง </li></ul><ul><li>สารละลายกรด - เบส บันทึกหลังการสอนด้วยตนเองหลังจากเสร็จสิ้น </li></ul><ul><li>การสอนทุกแผน </li></ul><ul><li>4.3 ผู้วิจัยให้นักเรียนทำใบกิจกรรมแผนผังมโนทัศน์หลังจากเรียนใน </li></ul><ul><li>ทุกแผนการจัดการเรียนรู้ </li></ul><ul><li>4.4 ให้นักเรียนเขียนบันทึกการเรียนรู้ของตนเองหลังจากเสร็จสิ้นการ </li></ul><ul><li>เรียนรู้ ทุกสัปดาห์ </li></ul>
  19. 19. 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล <ul><li>4.5 ทำการทดสอบหลังเรียน (Posttest) กับนักเรียนกลุ่มเดิม ด้วย </li></ul><ul><li>แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ และให้นักเรียนทำ </li></ul><ul><li>แบบทดสอบวัดเจตคติต่อวิชาวิทยาศาสตร์ </li></ul><ul><li>4.6 หลังจากการทดสอบหลังเรียนแล้วเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ผู้วิจัยทำการ </li></ul><ul><li>ทดสอบเพื่อวัดความคงทนในการเรียนรู้โดยใช้แบบทดสอบวัดผล </li></ul><ul><li>สัมฤทธิ์ทางการเรียนฉบับเดิม โดยการสลับข้อคำถามใหม่ </li></ul><ul><li>4.7 นำผลคะแนนจากการตรวจแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน </li></ul><ul><li>วิทยาศาสตร์ แบบวัดเจตคติต่อวิชาวิทยาศาสตร์ ใบกิจกรรมแผนผัง </li></ul><ul><li>มโนทัศน์ แบบบันทึกการเรียนรู้ของนักเรียน มาวิเคราะห์ข้อมูล </li></ul>
  20. 20. 5. การวิเคราะห์ข้อมูล <ul><li>1. วิเคราะห์แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ โดยใช้ค่าร้อยละ </li></ul><ul><li>(%) ค่าเฉลี่ย </li></ul><ul><li>2. วิเคราะห์แบบบันทึกการเรียนรู้ของนักเรียนโดยการวิเคราะห์เนื้อหาจากบันทึก </li></ul><ul><li>การเรียนรู้ว่านักเรียนเรียนรู้อะไรและเรียนรู้อย่างไร ชอบหรือไม่ชอบอย่างไร </li></ul><ul><li>นักเรียนมีเจตคติต่อวิชาวิทยาศาสตร์อย่างไรตามตัวบ่งชี้เจตคติต่อวิชาวิทยาศาสตร์ </li></ul><ul><li>อย่างไร จากนั้นจึงคัดลอกข้อความที่นักเรียนเขียนออกมาสะท้อนให้เห็น </li></ul><ul><li>ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง สารละลายกรด - เบส วิธีการเรียนรู้และเจตคติต่อวิชา </li></ul><ul><li>วิทยาศาสตร์ </li></ul><ul><li>3. วิเคราะห์ใบกิจกรรมแผนผังมโนทัศน์ โดยการวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ยและวิเคราะห์ </li></ul><ul><li>เชิงเนื้อหา (Content Analysis) </li></ul>
  21. 21. 5. การวิเคราะห์ข้อมูล <ul><li>4. วิเคราะห์แบบบันทึกหลังการสอนของครู โดยใช้หลักการวิเคราะห์แบบอุปนัย ซึ่งเป็นการนำข้อมูลที่เป็นรูปธรรมหรือปรากฏการณ์ที่มองเห็นได้มาตีความและสร้างข้อสรุปเชิงนามธรรม </li></ul><ul><li>5. วิเคราะห์ความคงทนในการเรียนวิทยาศาสตร์ โดยวิเคราะห์ความแตกต่างค่าเฉลี่ยของคะแนนจากแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์หลังเรียนทันทีและหลังเรียน 2 สัปดาห์ </li></ul><ul><li>6. วิเคราะห์เจตคติต่อวิทยาศาสตร์ โดยใช้ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการวิเคราะห์แบบพรรณนา ใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis) </li></ul>

×