Your SlideShare is downloading. ×
ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม

59,669
views

Published on


2 Comments
5 Likes
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total Views
59,669
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
769
Comments
2
Likes
5
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. และสิ่งแวดล้อม
  • 2.
    • ระบบนิเวศ ( ecosystem ) หมายถึง ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
    • สิ่งแวดล้อม ( environment ) หมายถึง สิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา ได้แก่ สิ่งแวดล้อมที่มีชีวิต และสิ่งแวดล้อมที่ไม่มีชีวิต
    และสิ่งแวดล้อม
  • 3. โครงสร้างของระบบนิเวศ
    • กลุ่มสิ่งมีชีวิต ( community ) หมายถึง สิ่งมีชีวิตที่มีหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์ อยู่ในบริเวณภายในระบบนิเวศเดียวกัน อาจมีหนึ่งชนิดหรือมากกว่าหนึ่งชนิดขึ้นไปก็ได้
    • แหล่งที่อยู่ ( habitat ) หมายถึง สถานที่ หรือบริเวณที่กลุ่มสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่
    • สิ่งแวดล้อม ( environment ) หมายถึง องค์ประกอบที่มีชีวิต และไม่มีชีวิต ซึ่งมีความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกับระบบนิเวศ เช่น อากาศ แสง น้ำ แร่ธาตุ ดิน หิน ป่าไม้
  • 4. ประเภทของระบบนิเวศ มี 2 ประเภท คือ
    • 1. ระบบนิเวศบนบก - ระบบนิเวศขอนไม้
    • - ระบบนิเวศป่าไม้
    • - ระบบนิเวศป่าชายเลน
    • 2. ระบบนิเวศในน้ำ - สระน้ำ
    • - หนองน้ำ
    • - ลำคลอง
    • หรือแหล่งน้ำต่างๆ
  • 5. องค์ประกอบของระบบนิเวศ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
    • 1. องค์ประกอบทางกายภาพ ได้แก่ แสงแดด อุณหภูมิ บรรยากาศ สภาพดิน สภาพน้ำ
    • 2. องค์ประกอบทางชีวภาพ ได้แก่ คน พืช สัตว์
  • 6. 1. องค์ประกอบทางกายภาพ ได้แก่ แสงแดด อุณหภูมิ บรรยากาศ สภาพดิน สภาพน้ำ
  • 7. 2. องค์ประกอบทางชีวภาพ ได้แก่ คน พืช สัตว์
  • 8. ประชากรในระบบนิเวศ
    •   ประชากร   ( population )   หมายถึง   กลุ่มของสิ่งมีชีวิตที่เป็นชนิดเดียวกัน   อาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกัน ในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งในแต่ละบริเวณ จะมีจำนวนประชากรที่แตกต่างกัน
    •             ขนาดของประชากร
    •            ในแหล่งที่อยู่แต่ละแห่งจะมีจำนวนกลุ่มสิ่งมีชีวิต หรือจำนวนประชากรแตกต่างกันไป การศึกษาขนาด หรือลักษณะ ความหนาแน่นของประชากรใน
    • แหล่งที่อยู่หนึ่งๆ มีปัจจัยดังนี้ ได้แก่ การเกิด การตาย การอพยพเข้า การอพยพออก
  • 9. ปัจจัยที่มีผลต่อขนาดของประชากร
  • 10. ประชากรคงที่
    • อัตราการเกิด + อัตราการอพยพเข้า = อัตราการตาย + อัตราการอพยพออก
    อัตราการเกิด + อัตราการอพยพเข้า > อัตราการตาย + อัตราการอพยพออก อัตราการเกิด + อัตราการอพยพเข้า < อัตราการตาย + อัตราการอพยพออก ประชากรเพิ่มขึ้น ประชากรลดลง
  • 11. ความหนาแน่นของประชากร ความหนาแน่นของประชากร = จำนวนหรือมวลของประชากร พื้นที่หรือปริมาตรที่สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง สูตร ในการคำนวณหาความหนาแน่นของประชากร
  • 12.
    • ตัวอย่าง จากการสำรวจ ในป่าแห่งหนึ่งมีประชากรนก 1, 000 ตัว พบว่าประชากรนกอยู่กันเป็นกลุ่ม ในพื้นที่เพียง 5 ตารางกิโลเมตร จงหาความหนาแน่นของประชากรนก
    • ความหนาแน่นของประชากร = จำนวนหรือมวลของประชากร
    • พื้นที่หรือปริมาตรที่สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง
    • = 1,000 / 5
    • = 200 ตัว / ตารางกิโลเมตร
  • 13. บทบาทของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ
    • 1. ผู้ผลิต ( producer ) หมายถึง สิ่งมีชีวิตที่สามารถสร้างอาหารเองได้ ได้แก่ พืช
    • 2. ผู้บริโภค ( consumer ) หมายถึง สิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสร้างอาหารเองได้ แบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ผู้บริโภคพืช ผู้บริโภคสัตว์ ผู้บริโภคทั้งพืชและสัตว์ และผู้บริโภคซากสิ่งมีชีวิต
    • 3. ผู้ย่อยสลาย ( decomposer ) หมายถึง กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสร้างอาหารเองได้ และดำรงชีวิตอยู่ได้โดยการย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิตต่างๆ ให้กลายเป็นสารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น จุลินทรีย์ เห็ด รา
  • 14.  
  • 15. ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต
    • ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต 3 ลักษณะ คือ
    • 1. ความสัมพันธ์แบบได้รับประโยชน์ (+)
    • 2. ความสัมพันธ์แบบเสียประโยชน์ (-)
    • 3. ความสัมพันธ์แบบไม่ได้และไม่เสียประโยชน์ ( 0 )  
  • 16.
    • 1 .   ภาวะการได้รับประโยชน์ร่วมกัน ( protocooperation; +/+)           เป็นความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ร่วมกัน โดยสิ่งมีชีวิตทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์ทั้งคู่ เป็นการอยู่ร่วมกันหรือแยกกันอยู่ ก็ยังสามารถดำรงชีพได้ตามปกติ เช่น นกเอี้ยงบนหลังควาย ปลาการ์ตูนกับดอกไม้ทะเล มดกับเพลี้ย จระเข้กับนก
  • 17.  
  • 18.
    • 2 .   ภาวะพึ่งพากัน ( mutualism; +/+)           เป็นความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตโดยที่สิ่งมีชีวิตทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์ทั้งคู่ แต่การอยู่ร่วมกันลักษณะนี้ ต้องอยู่ร่วมกันตลอดไป ไม่สามารถแยกจากกันได้ เช่น ไลเคน ( lichen ) อาศัยระหว่างรากับสาหร่าย พบได้ตามบริเวณก้อนหินหรือเปลือกไม้ที่มีความชื้น ( โดยสาหร่ายจะอาศัยเส้นใยของราช่วยยึดเกาะพรางแสง และอุ้มน้ำให้เกิดความชื้น ในขณะที่ราจะอาศัยอาหารที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสงของสาหร่ายเพื่อการดำรงชีวิต ) แบคทีเรียในปมรากถั่ว ( ไรโซเบียม ) แบคทีเรียในลำไส้คน ( พวก E.coli) โปรโตซัวในลำไส้ปลวก ( ไตรโคนิมฟา )
  • 19. มีแบคทีเรีย E.coli ในลำไส้ใหญ่ ปมรากพืชตระกูลถั่ว โปรโตซัวในลำไส้ปลวก ( ไตรโคนิมฟา ) ไลเคน ( รากับสาหร่าย )
  • 20.
    •    3 .   ภาวะอิงอาศัย ( commensalism; +/ 0 )           เป็นความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ร่วมกันโดยมีฝ่ายหนึ่งได้รับประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว ส่วนอีกฝ่ายจะไม่ได้และไม่เสียประโยชน์เช่น ปลาฉลามกับเหาฉลาม กล้วยไม้กับต้นไม้ใหญ่
  • 21.
    • 4 .   ภาวะการล่าเหยื่อ ( predation; +/-)           เป็นความสัมพันธ์ที่มีฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ได้รับประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว เรียกสิ่งมีชีวิตที่เป็นผู้ได้รับประโยชน์ว่า ผู้ล่า ( predator ) และเรียกสิ่งมีชีวิตอีกชนิดที่เป็นผู้เสียประโยชน์ว่า ผู้ถูกล่า หรือ เหยื่อ ( prey ) โดยความสัมพันธ์แบบล่าเหยื่อนี้ ส่วนใหญ่ผู้ล่าจะกินผู้ถูกล่าเป็นอาหารเพื่อใช้ในการดำรงชีวิต เช่น นกกินแมลง ปลาฉลามกินแมวน้ำ และเสือกินกวาง
  • 22.
    • 5 .   ภาวะการแข่งขัน ( coompetition; -/-)           เป็นความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ร่วมกันในพื้นที่เดียวกัน อาจเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันหรือต่างชนิดกันโดยสิ่งมีชีวิต ทั้งสองมีความต้องการใช้ปัจจัยในการดำรงชีวิตที่เหมือนกัน
    • ดังนั้นหากระบบนิเวศอยู่ในสภาวะที่ขาดแคลนปัจจัยในการดำรงชีวิตนั้น สิ่งมีชีวิตทั้งสองชนิดก็ต้องแก่งแย่งหรือแข่งขันกัน ซึ่งในการแข่งขันก็จะทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งคู่เสียประโยชน์จากการแข่งขัน และหากเป็นการแข่งขันของสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน ก็จะก่อให้เกิดผลเสียจากการแข่งขันมากกว่าการแข่งขันระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างชนิดกัน เช่น การแย่งตำแหน่งจ่าฝูงของหมาป่า การแย่งกันล่าเหยื่อของสุนัขจิ้งจอกกับเสือ
  • 23. ภาวะการแข่งขัน
  • 24.
    • 6 .   ภาวะปรสิต ( paratism; +/-)             เป็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตสองชนิดที่มีขนาดแตกต่างกัน โดยสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่กว่า เรียกว่า ผู้ถูกอาศัยหรือเจ้าบ้าน ( host ) จะเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตอีกชนิดที่ขนาดเล็กกว่า เรียกว่า ผู้อาศัย หรือ ปรสิต ( parasite ) โดยฝ่ายเจ้าบ้านจะเป็นฝ่ายเสียประโยชน์จากการถูกแย่งอาหาร หรือถูกใช้ส่วนหนึ่งของร่างกายเป็นอาหารของปรสิต ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการเจ็บป่วยในเจ้าบ้านได้
    •             ภาวะปรสิต สามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือ
    • ภาวะปรสิตภายใน ( endo - parasite ) ปรสิตอาศัยอยู่ใน ตัวเจ้าบ้านได้แก่ พยาธิชนิดต่าง ๆ ในร่างกายของสัตว์
    • ภาวะปรสิตภายนอก ( ecto - parasite ) ปรสิตอาศัยอยู่ภายนอกตัวเจ้าบ้าน ได้แก่ เห็บ เหา หมัด
  • 25. ต้นฝอยทองกับต้นไม้ใหญ่ กาฝากกับต้นมะม่วง
  • 26. ห่วงโซ่อาหารและสายใยอาหาร
    • ห่วงโซ่อาหาร ( Food Chain ) เป็นความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ ในระบบนิเวศที่มีการกินต่อกันเป็นทอด ๆ มักเริ่มต้นด้วยผู้ผลิตเสมอ
  • 27.  
  • 28.
    • สายใยอาหาร ( Food Web ) เป็นความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในระบบนิเวศที่ประกอบด้วย ห่วงโซ่อาหารหลาย ๆ ห่วงโซ่ แต่ละห่วงโซ่มีความสัมพันธ์กัน หรือเป็นความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศหนึ่ง ๆ ที่มีการถ่ายทอดพลังงานประกอบด้วยหลาย ๆ ห่วงโซ่อาหาร
  • 29.  
  • 30. พลังงานในสิ่งมีชีวิต พีระมิดจำนวน พีระมิดมวล พีระมิดพลังงาน
  • 31. วัฏจักรของสาร ( วัฏจักรของน้ำ )
  • 32. วัฏจักรของสาร ( วัฏจักรของคาร์บอน )
  • 33. วัฏจักรของสาร ( วัฏจักรของไนโตรเจน )
  • 34. วัฏจักรของสาร ( วัฏจักรของไนโตรเจน )
  • 35.
    • 1. การตรึงไนโตรเจน ( Nitrogen Fixation ) เป็นการตรึงไนโตรเจนอิสระในบรรยากาศ
    • โดยอาศัยแบคทีเรียและสาหร่ายบางชนิด เช่น แบคทีเรียไรโซเบียมที่ปมรากพืชตระกูลถั่ว
    • หรือเกิดจากปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ เช่น ฟ้าแลบ แล้วเปลี่ยนเป็นกรดอะมิโน
    • 2. การสร้างแอมโมเนีย ( Ammonification ) เป็นการเปลี่ยนรูปโปรตีนของพืชและ
    • สัตว์ ตลอดจนสารประกอบไนโตรเจนที่เป็น สิ่งขับถ่ายให้กลายเป็นก๊าซแอมโมเนีย โดย
    • อาศัยจุลินทรีย์ที่เรียกว่า แอมโมนิไฟอิงแบคทีเรีย ( Ammonifying Bacteria )
    • 3. การสร้างไนโตรเจน ( Nitrification ) เป็นการเปลี่ยนแปลงแอมโมเนียให้กลายเป็นไนไตรต์
    • และไนเตรต โดยอาศัยแบคทีเรียบางชนิดที่เรียกว่า ไนตริไฟอิงแบคทีเรีย ( Nitrifying
    • Bacteria ) สารประกอบไนเตรตเป็นสารที่ละลายน้ำได้ดีมาก พืชจึงดูดซึมเอาไปใช้ประโยชน์
    • ได้ทันที ส่วนไนตริไฟอิงแบคทีเรียเป็นแบคทีเรียที่ ต้องการออกซิเจน หากเกษตรกรทำการ
    • ไถพรวนดินจะทำให้แบคทีเรียเจริญดีขึ้น
    • 4. การสร้างไนโตรเจนกลับสู่บรรยากาศ ( Denitrification ) เป็นการละลายไนเตรตเป็นไนไตรต์
    • และก๊าซไนโตรเจนอิสระสู่บรรยากาศโดยแบคทีเรียที่ ไม่ใช้ออกซิเจน ที่เรียกว่า ดีไนตริไฟอิง
    • แบคทีเรีย ( Denitrifying Bacteria )
  • 36. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ ( Natural resources ) หมายถึง สิ่งที่ปรากฏอยู่ตามธรรมชาติหรือสิ่งที่ขึ้นเอง อำนวยประโยชน์แก่มนุษย์และธรรมชาติด้วยกันเอง สิ่งแวดล้อม หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเรา ทั้งสิ่งที่มีชีวิต สิ่งไม่มีชีวิต เห็นได้ด้วยตาเปล่า และไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า รวมทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้น หรืออาจจะกล่าวได้ว่า สิ่งแวดล้อมจะประกอบด้วยทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรที่มนุษย์สร้างขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งเพื่อสนองความ ต้องการของมนุษย์นั่นเอง           - สิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ได้แก่บรรยากาศ น้ำ ดิน แร่ธาตุ และสิ่งมีชีวิตที่ อาศัยอยู่บนโลก ( พืช และสัตว์ ) ฯลฯ           - สิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น ได้แก่ สาธารณูปการต่าง ๆ เช่น ถนน เขื่อนกั้นน้ำ หรือระบบของสถาบันสังคมมนุษย์ที่ดำเนินชีวิตอยู่
  • 37. ประเภทของทรัพยากรธรรมชาติ
    • ทรัพยากรน้ำ
    • ทรัพยากรดิน
    • ทรัพยากรป่าไม้
    • ทรัพยากรแร่ธาตุ
    • ทรัพยากรสัตว์ป่า
  • 38. ประเภทของสัตว์ป่า
    • เพื่อเป็นการปกป้องรักษาสัตว์ป่าให้มีชีวิตสืบต่อไปถึงอนุชนรุ่นหลังจึงมีการออกพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ . ศ . 2535 ภูมิพลอดุลเดช ป . ร . ให้ไว้ ณ วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2535 เป็นปีที่ 47 ในรัชกาลปัจจุบัน แบ่งสัตว์ป่าออกเป็น 2 ประเภท คือ
    • 1. สัตว์ป่าสงวน เป็นสัตว์ป่าที่หายากและปัจจุบันมีจำนวนน้อยมากบางชนิดสูญพันธุ์ไปแล้วมีอยู่ 15 ชนิด คือ นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร แรด กระซู่ กูปรีหรือโคไพร ควายป่า ละองหรือละมั่ง สมันหรือ เนื้อสมัน เลียงผา นกแต้วแล้วท้องดำ นกกระเรียน แมวลายหินอ่อน
    • สมเสร็จ เก้งหม้อ และพะยูนหรือหมูน้ำ
    • 2. สัตว์ป่าคุ้มครอง เป็นสัตว์ทั้งที่ปกติไม่นิยมใช้เป็นอาหารและใช้เป็นอาหารทั้งที่ไม่ใช่ล่าเพื่อการกีฬาและล่าเพื่อการกีฬา ตามที่กฎกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดไว้ มากกว่า 200 ชนิด เช่น ค่าง ชะนี อีเห็น ไก่ฟ้า เหยี่ยว ช้างป่า แร้ง กระทิง กวาง หมีควาย อีเก้ง นกเป็ดน้ำ เป็นต้น
    • บทลงโทษ ทั้งสัตว์ป่าสงวนสัตว์ป่าคุ้มครองและซากของสัตว์ป่าสงวนหรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง ห้ามมิให้ผู้ใดทำการล่ามีไว้ในครอบครอง ค้าขายและนำเข้าหรือส่งออก หากผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสี่ปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
  • 39. มลพิษในสิ่งแวดล้อม
    • มลพิษทางน้ำ
    • มลพิษทางดิน
    • มลพิษทางอากาศ
  • 40. การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
    • เสนอแนวคิดในการอนุรักษ์ในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
  • 41. สารเคมีกับสิ่งแวดล้อม
  • 42.  
  • 43.  
  • 44.  
  • 45.  
  • 46.  
  • 47.  
  • 48.  
  • 49.  
  • 50.  

×