Your SlideShare is downloading. ×
Physic 2-boonya
Physic 2-boonya
Physic 2-boonya
Physic 2-boonya
Physic 2-boonya
Physic 2-boonya
Physic 2-boonya
Physic 2-boonya
Physic 2-boonya
Physic 2-boonya
Physic 2-boonya
Physic 2-boonya
Physic 2-boonya
Physic 2-boonya
Physic 2-boonya
Physic 2-boonya
Physic 2-boonya
Physic 2-boonya
Physic 2-boonya
Physic 2-boonya
Physic 2-boonya
Physic 2-boonya
Physic 2-boonya
Physic 2-boonya
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

Physic 2-boonya

203

Published on

111

111

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
203
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
1
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. 1เอกสารประกอบการเรียน กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรวิชา ว 40204 ฟสิกส 4 ชั้น มัธยมศึกษาปที่ 6 เรื่อง ไฟฟาและแมเหล็ก 1 เลม 2 กฎของโอหมและความตานทาน นายบุญยะ บุญสนองสุภา โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ ฉะเชิงเทรา สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1
  • 2. 2 คํานํา เอกสารประกอบการเรียนชุดนี้จัดทําขึ้นเพื่อพัฒนาการเรียนรูกลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร วิชา ว 40204 ฟสิกส 4 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 ประกอบดวยเอกสารประกอบการเรียนจํานวน 16 เลม ดังนี้ เลม 1 กระแสไฟฟาในตัวนํา เลม 2 กฎของโอหมและความตานทาน เลม 3 สภาพตานทานไฟฟาและสภาพนําไฟฟา เลม 4 อิทธิพลของอุณหภูมิที่มีตอความตานทาน เลม 5 พลังงานในวงจรไฟฟา เลม 6 การตอตัวตานทาน เลม 7 การตอตัวตานทานและตัวแบงศักย เลม 8 การตอแบตเตอรี่และการวิเคราะหวงจรไฟฟา เลม 9 แอมมิเตอร เลม 10 โวลตมิเตอรและโอหมมิเตอร เลม 11 แมเหล็กและสนามแมเหล็ก เลม 12 การเคลื่อนที่ของอนุภาคที่มีประจุไฟฟาในสนามแมเหล็ก เลม 13 กระแสไฟฟาทําใหเกิดสนามแมเหล็ก เลม 14 แรงกระทําตอลวดตัวนําที่มีกระแสไฟฟาผานและอยูในสนามแมเหล็ก เลม 15 แรงระหวางลวดตัวนําสองเสนที่ขนานกันและมีกระแสไฟฟาผาน เลม 16 แกลแวนอมิเตอร มอเตอรไฟฟากระแสตรง ขอใหนกเรียนตั้งใจศึกษาดวยตนเอง ั บุญยะ บุญสนองสุภา
  • 3. 3 สารบัญ หนาคําชี้แจงในการใชเอกสารประกอบการเรียน 1จุดประสงคการเรียนรู 2กฎของโอหมและความตานทาน 3กิจกรรมทายบทเรียน กิจกรรม 1 9คําถามทายบทเรียน 11บรรณานุกรม 13ภาคผนวก 14 - แบบทดสอบกอนเรียน 15 - แบบทดสอบหลังเรียน 17 - เฉลยแบบทดสอบกอนเรียน-หลังเรียน 19 - แนวการตอบคําถามทายบทเรียน 20
  • 4. 4 คําชี้แจง ในการใชเอกสารประกอบการเรียน เอกสารประกอบการเรียนเลมนี้ สรางขึ้นเพื่อใหนักเรียนไดศึกษาดวยตนเองโดยนักเรียนจะไดประโยชนจากเอกสารประกอบการเรียนตามจุดประสงคที่ตั้งไว ดวยการปฏิบัติตามคําแนะนําตอไปนี้อยางเครงครัด 1. นักเรียนอานจุดประสงคการเรียนรูกอนลงมือศึกษาเอกสารประกอบการเรียน 2. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนการศึกษาบทเรียนแลวตรวจคําตอบจากเฉลย แลวจึงศึกษาบทเรียนตอไปจนจบ 3. นักเรียนจะตองอานเนื้อเรื่องไปตามลําดับ โดยไมเวนหนา หามเปดขาม เพราะจะทําใหการเรียนในบทเรียนไมตอเนื่องกัน 4. ถามีคําสั่ง หรือคําถามอยางไร ตองปฏิบัติตามทุกอยาง 5. การทําแบบทดสอบกอนและหลังการศึกษาบทเรียน หรือตอบคําถามใน หนวยการเรียน ใหใชกระดาษคําตอบที่จัดเตรียมไวให และอยาขีดเขียนสิ่ง ตาง ๆ ลงในบทเรียน 6. บทเรียนนี้จะเสนอเนื้อหาเปนหนวยการเรียน แตละหนวยจะมีคําถามให นักเรียนตอบ เมื่อตอบแลวจึงตรวจสอบจากเฉลย 7. อยาเปดเฉลยกอนที่จะใชความสามารถตอบคําถามดวยตนเอง เพราะถาทํา เชนนั้นจะไมชวยใหนักเรียนมีความรูขึ้นมาไดเลย 8. เมื่อศึกษาดวยตนเอง จนครบทุกหนวยการเรียนแลว ใหนักเรียนทํา แบบทดสอบหลังการศึกษาบทเรียน แลวจึงตรวจสอบจากเฉลย 9. ถานักเรียนสงสัยหรือไมเขาใจในเนื้อหาใหทบทวนใหม ถายังไมเขาใจให สอบถามจากผูสอน 10. สงคืนเอกสารประกอบการเรียนนี้ตามกําหนดเวลาและตองรักษาใหอยูใน สภาพดีและไมสูญหาย
  • 5. 5 จุดประสงคการเรียนรูจุดประสงคปลายทาง ทําการทดลองและสรุปกฎของโอหมไดวา เมื่ออุณหภูมคงตัวกระแสไฟฟาในตัวนําโลหะ ิแปรผันตรงกับความตางศักยระหวางจุด 2 จุดในตัวนําโลหะจุดประสงคนําทาง 1. ทําการทดลองหาความสัมพันธระหวางกระแสไฟฟาและความตางศักยในตัวนําโลหะ และบอกไดวาความสัมพันธเปนไปตามกฎของโอหม 2. อธิบายความหมายของความตานทานได 3. อานคาความตานทานจากแถบสีบนตัวตานทานได 4. บอกสมบัติเกียวกับความตานทานของไดโอดที่ทําจากสารกึ่งตัวนําได ่
  • 6. 6 กฎของโอหมและความตานทานกฎของโอหมและความตานทาน เมื่อทําใหปลายทั้งสองของลวดโลหะมีความตางศักยไฟฟา จะมีกระแสไฟฟาผานลวดโลหะนี้ ซึ่งจากการทดลองจะไดความสัมพันธของกระแสไฟฟาและความตางศักยไฟฟา ดังรูป 2.1 I V รูป 2.1 กราฟระหวางกระแสไฟฟาและความตางศักยของลวดโลหะ จากกราฟ รูป 2.1 จะไดวากระแสไฟฟาที่ผานลวดโลหะมีคาแปรผันตรงกับความตางศักยไฟฟาระหวางปลายทั้งสองของลวดโลหะ จึงเขียนความสัมพันธไดวา I ∝ V ดังนั้น I = kV เมื่อ k เปนคาคงตัวของการแปรผัน หรือ V = 1 I k ถาให 1 = R k จะได V = R .... (2.1) I
  • 7. 7 คา R นี้เรียกวา ความตานทาน (resistance) ของลวด มีหนวยโวลตตอแอมแปร หรือเรียกวา โอหม (ohm) แทนดวยสัญลักษณ Ω โดยกฎของโอหมมีใจความวา ถาอุณหภูมิคงตัว กระแสไฟฟาที่ผานตัวนําจะแปรผันตรง กับความตางศักยระหวางปลายของตัวนํานัน ้ เมื่อศึกษาความสัมพันธระหวางกระแสไฟฟาและความตางศักยในตัวนําไฟฟาชนิดอื่น ๆไดแก โลหะ หลอดไดโอด อิเล็กโทรไลต และสารกึ่งตัวนําที่อุณหภูมิคงตัว จะไดดังรูป 2.2 จะเห็นวา ตัวนําไฟฟาที่เปนโลหะจะมีความตานทานคงตัว และเปนไปตามกฎของโอหม ตัวนําไฟฟาอื่นไมเปนไปตามกฎของโอหมI I I I V V V V ก. โลหะ ข. หลอดไดโอด ค. อิเล็กโทรไลต ง. สารกึ่งตัวนํา รูป 2.2 กราฟระหวางกระแสไฟฟาและความตางศักยของตัวนําไฟฟาชนิดตาง ๆ 1. ตัวตานทาน ตัวตานทาน เปนอุปกรณทชวยปรับความตานทานใหกบวงจร เพื่อชวยปรับ ี่ ั ใหกระแสไฟฟา หรือ ความตางศักยไฟฟาพอเหมาะกับวงจรนั้น ๆ ชนิดของตัวตานทานแบงไดเปน 2 แบบ คือ 1.1 ตัวตานทานคาคงตัว (fixed resistor) เขียนแทนดวยสัญลักษณ และ ใชแถบสีบอกความตานทาน ดังรูป 2.3การอานความตานทานจากแถบสีบนตัวตานทาน รูป 2.3 ตัวตานทานคาคงตัว และสัญลักษณ
  • 8. 8 แถบสีที่คาดไวบนตัวตานทาน มีความหมายดังนี้ - แถบสีที่ 1 บอกเลขตัวแรก - แถบสีที่ 2 บอกตัวเลขตัวที่ 2 - แถบสีที่ 3 บอกเลขยกกําลังของสิบที่ตองนําไปคูณกับเลขสองตัวแรก - แถบสีที่ 4 บอกเลขความคลาดเคลื่อนเปนรอยละ สีตาง ๆ ที่ใชบอกคาความตานทานแสดงในตาราง 2.1 แถบที่ 1 แถบที่ 2 แถบที่ 3 แถบที่ 4แถบสี แทนเลข แทนเลข คูณดวย ความคลาดเคลื่อนดํา 0 0 1 น้ําตาล = ±1 %น้ําตาล 1 1 101 แดง = ±2 %แดง 2 2 102 ทอง = ±5 %สม 3 3 103 เงิน = ±10 %เหลือง 4 4 104 ไมมีสี = ±20 %เขียว 5 5 105น้ําเงิน 6 6 106มวง 7 7 107เทา 8 8 108ขาว 9 9 109ทอง - - 10-1เงิน - - 10-2
  • 9. 9 1.2 ตัวตานทานแปรคาได (variable resistor) เปนตัวตานทานที่สามารถปรับคาความตานทานมาก นอยได เพื่อประโยชนในการควบคุมปริมาณกระแสในวงจรไฟฟา สัญลักษณ และวงจร ดังรูป2.4. 1 3 1 3 A 2 2 ก. ตัวตานทานแปรคา ข. สัญลักษณ ค. วงจร เมื่อเลื่อนหนาสัมผัสของตัวตานทานแปรคาในวงจรดังรูป 2.4 ค ในทิศ รูป 2.4 ตัวตานทานแปรคา ตามเข็มนาฬิกา ความตานทานจะเพิ่มขึ้น ดังนั้นกระแสในวงจรจะลดลง ถา เลื่อนหนาสัมผัสในทิศตรงขาม ทําใหความตานทานลดลง และกระแสไฟฟา สูงขึ้น ตัวตานทานแปรคาทีทําหนาที่ควบคุมกระแสไฟฟาในวงจร เรียกวา ่ ตัวควบคุมกระแส 2. แอลดีอาร (light dependent resistor, LDR) แอลดีอาร เปนตัวตานทานทีมีความตานทานขึ้นกับความสวางของแสงที่ตก ่ กระทบแอลดีอาร มีความตานทานสูงในทีมืด แตมีความตานทานต่ําในที่สวาง จึงเปน ่ ตัวรับรูความสวาง (light sensor) ในวงจรอิเล็กทรอนิกสสําหรับควบคุมการเปด - ปด สวิตซดวยแสง I สวาง มืด V แอลดีอารและสัญลักษณ กราฟ V และ I ของแอลดีอารในที่มืดและสวาง รูป 2.5 แอลดีอาร
  • 10. 103. เทอรมีสเตอร (thermistor) เทอรมีสเตอรเปนตัวตานทานที่ความตานทานขึ้นกับอุณหภูมิของ สภาพแวดลอม เทอรมีสเตอรแบบ NTC (negative temperature coefficient) มี ความตานทานสูง เมื่ออุณหภูมิต่ํา แตมีความตานทานต่ําเมื่ออุณหภูมิสูง เทอรมีสเตอร จึงเปนตัวรับรูอุณหภูมิ (temperature sensor) ในเทอรมอมิเตอรบางชนิด I อุณหภูมิสูง อุณหภูมิต่ํา V T กราฟV และ I ของเทอรมีสเตอรในที่เทอรมีสเตอรและสัญลักษณ อุณหภูมิตางกัน รูป 2.6 เทอรมีสเตอร4. ไดโอด (diode) ไดโอดทําจากสารกึ่งตัวนํา มีลักษณะและสัญลักษณ ดังรูป 2.7 ไดโอดมี ขั้วไฟฟาบวกและขั้วไฟฟาลบ เมื่อนําไดโอด แบตเตอรี่ และแอมมิเตอร มาตอเปน วงจรโดยตอขั้วบวกและขัวลบของแบตเตอรี่กับขั้วไฟฟาบวกและขั้วไฟฟาลบของ ้ ไดโอด ตามลําดับ ดังรูป 2.8 ก จะพบวามีกระแสไฟฟาในวงจร การตอลักษณะนี้ เรียกวา ไบแอสตรง เมื่อสลับขั้วของไดโอด จะพบวาไมมีกระแสไฟฟาในวงจร การตอ ลักษณะนี้เรียกวา ไบแอสกลับ ดังรูป 2.8 ข รูป 2.7 ไดโอดและสัญลักษณ
  • 11. 11 + - - +I A I=0 A ก. ไบแอสตรง ข. ไบแอสกลับ รูป 2.8 การตอไดโอดในวงจรไฟฟา จะเห็นวา ขณะไบแอสตรง มีกระแสไฟฟาในวงจร แสดงวาไดโอดมี ความตานทานนอย แตขณะไบแอสกลับ ไมมีกระแสไฟฟาในวงจรแสดงวาไดโอดมี ความตานทานสูงมาก ดังนั้นจึงกลาวไดวา ไดโอดยอมใหกระแสไฟฟาผานไดทิศเดียว จากสมบัตินี้จงใชไดโอดแปลงไฟฟากระแสสลับเปนกระแสตรง ึ
  • 12. 12 กิจกรรมทายบทเรียนกิจกรรม 1 ความสัมพันธระหวางกระแสไฟฟาและความตางศักยจุดประสงค เพื่อศึกษาความสัมพันธระหวางกระแสไฟฟาและความตางศักยระหวางปลายของ ลวดโลหะวิธีทดลอง1. ตอวงจรไฟฟาประกอบดวยลวดนิโครมและแบตเตอรี่ 1 กอน ดังรูป 2.9 ก2. ตอแอมมิเตอร เพื่อวัดกระแสไฟฟาในวงจร ดังรูป 2.9 ข3. จากนั้นตอโวลตมิเตอรเพื่อวัดความตางศักยระหวางปลายของลวดนิโครม ดังรูป 2.9 ค4. อานและบันทึกกระแสไฟฟาและความตางศักย ทดลองซ้ําโดยเพิ่มแบตเตอรี่เปน 2, 3 และ 4 กอน นําขอมูลที่ไดไปเขียนกราฟ โดยใหกระแสไฟฟาเปนแอมแปร อยูบนแกนยืน และความ ตางศักยเปนโวลต อยูบนแกนนอน 0-15 V + - ลวดนิโครม 0-500 mA V + - A ก. ข. ค. รูป 2.9 วงจรไฟฟาเพือศึกษาความสัมพันธระหวางกระแสไฟฟาและความตางศักย ่
  • 13. 13บันทึกผลกิจกรรม จํานวนถานไฟฉาย ความตางศักยไฟฟา กระแสไฟฟา (V) (A) 1 กอน 2 กอน 3 กอน 4 กอน เมื่อนําผลที่ไดจากการทํากิจกรรมไปเขียนกราฟระหวางกระแสไฟฟา และความตางศักยไฟฟาจะไดกราฟ ดังรูป กระแสไฟฟา (A) ความตางศักยไฟฟา (V) รูป 2.10 กราฟระหวางกระแสไฟฟา และความตางศักยจากผลของกิจกรรม 1อภิปรายหลังทํากิจกรรม………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………คําถามหลังกิจกรรม1. กราฟระหวางกระแสไฟฟากับความตางศักยมีลักษณะอยางไร ………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………2. จากกราฟทีได กระแสไฟฟาและความตางศักยมีความสัมพันธกันอยางไร ่ ………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………
  • 14. 14 คําถามทายบทเรียนวิชา ว 40204 ฟสิกส 4 เรื่อง กฎของโอหมและความตานทานชื่อ …………………………………………………… ชั้น ม. 6/ …… เลขที่ ………คําชี้แจง ใหนกเรียนตอบคําถามหรือแสดงวิธีการคํานวณใหถกตอง (รวม 8 คะแนน) ั ู1. ตัวนําใดบางทีมีความสัมพันธระหวางกระแสไฟฟาและความตางศักยไฟฟาบนตัวนํานั้นเปนไป ่ ตามกฎของโอหม (เขียนกราฟประกอบดวย) ………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………2. ตัวตานทานคาคงตัวในวงจรมีอิทธิพลอยางไรตอกระแสไฟฟาในวงจร R A ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ………………………………………………………3. ตัวตานทาน R1 , R2 และ R3 ซึ่งมีแถบสีตาง ๆ แสดงไวในตาราง มีความตานทานเทาไร แถบสีที่ ตัวตานทาน ความตานทาน (โอหม) 1 2 3 4 R1 แดง ดํา สม ทอง R2 น้ําตาล เทา เขียว เงิน R3 เขียว น้ําเงิน เหลือง -4. ตัวตานทาน (resistor) มีกี่ชนิด และทําหนาที่อะไร ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................
  • 15. 155. แอลดีอาร (light dependent resistor : L D R ) คือ ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................6. เทอรมีสเตอร (thermistor) คือ ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................7. ไดโอด (diode) คือ ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................8. ความตานทานของไดโอดกรณีไบแอสตรงและไบแอสกลับ มีคาเทากันหรือไม อยางไร ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................
  • 16. 16 บรรณานุกรมกฤตนัย จันทรจตุรงค. (2546). ฟสิกส O-NET & A-NET ชวงชั้นที่ 4 (ม.4-5-6) สอบเขา มหาวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: SCIENCE CENTER.กองกัญจน ภัทรากาญจน และธนกาญจน ภัทรากาญจน. (2530). ฟสิกสมหาวิทยาลัย เลม 2. กรุงเทพฯ: สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลาพระนครเหนือ.นิรันดร สุวรัตน. (2548). ฟสิกส ม. 6 เทอม 1. กรุงเทพฯ: โรงพิมพเพิ่มทรัพยการพิมพ.สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี. (2535). คูมือครูวิชาฟสิกส เลม 4 ว 023 ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพคุรุสภาลาดพราว._______. (2548). คูมือสาระการเรียนรูพนฐาน และเพิมเติม ฟสิกส เลม 3 กลุมสาระการเรียนรู ื้ ่ วิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6. กรุงเทพฯ: โรงพิมพคุรุสภาลาดพราว._______. (2543). หนังสือเรียนวิชาฟสิกส เลม 4 ว 023 ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. พิมพครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ: โรงพิมพคุรุสภาลาดพราว._______. (2548). หนังสือเรียนสาระการเรียนรูพื้นฐาน และเพิ่มเติม ฟสิกส เลม 3 กลุมสาระ การเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6. กรุงเทพฯ: หางหุนสวนจํากัดอุดมศึกษา. 
  • 17. 17 ภาคผนวก- แบบทดสอบกอนเรียน เรื่อง กฎของโอหมและความตานทาน จํานวน 5 ขอ- แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง กฎของโอหมและความตานทาน จํานวน 5 ขอ- เฉลยแบบทดสอบกอนเรียน – หลังเรียน- แนวการตอบคําถามทายบทเรียน
  • 18. 18 แบบทดสอบกอนเรียนเรื่อง กฎของโอหมและความตานทาน จํานวน 5 ขอ ใชเวลา 10 นาทีคําชี้แจง ใหนกเรียนพิจารณาวาคําตอบขอใดเปนคําตอบที่ถูกตองที่สุด แลวกากบาท (x) ลงใน ั กระดาษคําตอบที่แจกใหตรงกับขอนั้น ๆ1. กราฟในขอใดที่แสดงความสัมพันธระหวางความตางศักยไฟฟากับกระแสไฟฟาในวงจรของ โลหะตัวนํา I I ก. V ข. V I I ค. V ง. V2. ความตานทานตัวหนึ่งแสดงไวดวยแถบสีบนตัวตานทาน  ดํา เขียว แดง เงิน ความตานทานตัวนี้มีคากี่โอหม ก. 25 โอหม ±10 % 5 ข. 2 x 10 โอหม ±10 % ค. 52 โอหม ±10 % ง. 25 โอหม ± 5 %3. รูปสัญลักษณในวงจรของไดโอดคือขอใด ก. ข. T
  • 19. 19 ค. ง.4. การตอไดโอดในวงจรไฟฟาเพื่ออะไร ก. ปรับแรงเคลื่อนไฟฟาในวงจร ข. ควบคุมอุณหภูมิในวงจร ค. ปรับปริมาณกระแสไฟฟาไหลในวงจร ง. บังคับทิศทางการไหลของกระแสไฟฟาในวงจร5. จากกฎของโอหม ความสัมพันธระหวางความตางศักยไฟฟา (V) กระแสไฟฟา (I) และความ ตานทาน (R) เปนไปตามขอใด ก. V = IR ข. I = VR ค. R = IV ง. V = R I
  • 20. 20 แบบทดสอบหลังเรียนเรื่อง กฎของโอหมและความตานทาน จํานวน 5 ขอ ใชเวลา 10 นาทีคําชี้แจง ใหนกเรียนพิจารณาวาคําตอบขอใดเปนคําตอบที่ถูกตองที่สุด แลวกากบาท (x) ลงใน ั กระดาษคําตอบที่แจกใหตรงกับขอนั้น ๆ1. ความตานทานตัวหนึ่งแสดงไวดวยแถบสีบนตัวตานทาน  ดํา เขียว แดง เงิน ความตานทานตัวนี้มีคากี่โอหม ก. 25 โอหม ±10 % ข. 2 x 105 โอหม ±10 % ค. 52 โอหม ±10 % ง. 25 โอหม ± 5 %2. กราฟในขอใดที่แสดงความสัมพันธระหวางความตางศักยไฟฟากับกระแสไฟฟาในวงจรของ โลหะตัวนํา I I ก. V ข. V I I ค. V3. การตอไดโอดในวงจรไฟฟาเพื่ออะไร ง. V ก. ปรับแรงเคลื่อนไฟฟาในวงจร ข. ควบคุมอุณหภูมิในวงจร
  • 21. 21 ค. ปรับปริมาณกระแสไฟฟาไหลในวงจร ง. บังคับทิศทางการไหลของกระแสไฟฟาในวงจร4. จากกฎของโอหม ความสัมพันธระหวางความตางศักยไฟฟา (V) กระแสไฟฟา (I) และความ ตานทาน (R) เปนไปตามขอใด ก. V = IR ข. I = VR ค. R = IV ง. V = R I5. รูปสัญลักษณในวงจรของไดโอดคือขอใด ก. ข. T ค. ง.
  • 22. 22 เฉลยแบบทดสอบกอนเรียน – หลังเรียน เรื่อง กฎของโอหมและความตานทานกอนเรียน หลังเรียน 1. ค 1. ข 2. ข 2. ค 3. ค 3. ง 4. ง 4. ก 5. ก 5. ค
  • 23. 23 แนวการตอบคําถามทายบทเรียน เรื่อง กฎของโอหมและความตานทาน1. ตัวนําไฟฟาที่เปนโลหะจะมีความตานทานคงตัว และเปนไปตามกฎของโอหม มีกราฟดังรูป I V2. พิจารณาวงจรที่ประกอบดวยความตานทานที่ทราบคากับแบตเตอรี่ และวัดกระแสไฟฟาใน วงจร เปลี่ยนตัวตานทานเปนคาอื่น บันทึกไฟฟาทุกครั้ง จะพบวาเมื่อตัวตานทานมีคาเพิ่มขึ้น กระแสไฟฟาที่วัดไดมีคาลดลง จากความสัมพันธ R = V เมื่อ V คงตัว I อาจกลาวไดวา ตัวตานทานทําหนาที่จากัดคาของกระแสไฟฟาในวงจร  ํ3. R1 = 20 KΩ ± 5 % R2 = 1.8 MΩ ± 10 % R3 = 560 KΩ ± 20 %4. ตัวตานทานมี 2 ชนิด คือ 4.1 ตัวตานทานคงตัว (fixed resistor) เขียนแทนดวยสัญลักษณ 4.2 ตัวตานทานแปรคา (variable resistor) เขียนแทนดวยสัญลักษณ หรือ5. แอลดีอาร เปนตัวตานทานทีความตานทานขึ้นกับความสวางของแสงทีตกกระทบ แอลดีอารมี ่ ่ ความตานทานสูงในที่มืด แตมีความตานทานต่ําในที่สวาง จึงเปนตัวรับรูความสวาง (light sensor) ในวงจรอิเล็กทรอนิกส สําหรับควบคุมการปด – เปดสวิตซดวยแสง 6. เทอรมีสเตอร เปนตัวตานทานที่มีความตานทานขึ้นอยูกบอุณหภูมิของสภาพแวดลอม เทอรมี ั สเตอรแบบ NTC (negative temperature coefficient) มีความตานทานสูง เมื่ออุณหภูมิตา แตมี ่ํ ความตานทานต่ําเมื่ออุณหภูมิสูง เทอรมีสเตอรจึงเปนตัวรับรูอุณหภูมิ (temperature sensor) ใน เทอรมอมิเตอรบางชนิด
  • 24. 247. ไดโอด (diode) ทําจากสารกึงตัวนํา เชน ซิลิกอน เจอรเมเนียม แกรไฟต ไดโอดมีขั้วไฟฟาบวก ่ และขั้วไฟฟาลบ ไดโอดยอมใหกระแสไฟฟาผานไดทิศเดียว จากสมบัตินี้จึงใชไดโอดแปลง ไฟฟากระแสสลับเปนกระแสตรง8. เมื่อนําไดโอด แบตเตอรี่ และแอมมิเตอร มาตอเปนวงจรโดยตอขั้วบวกและขั้วลบของแบตเตอรี่ เขากับขั้วไฟฟาบวกและขั้วไฟฟาลบของไดโอด ตามลําดับ จะพบวามีกระแสไฟฟาในวงจร การตอลักษณะนี้เรียกวา ไบแอสตรง เมื่อสลับขั้วของไดโอด จะพบวาไมมีกระแสในวงจร การ ตอลักษณะนี้เรียกวา ไบแอสกลับ

×