องค์ประกอบของดนตรีไทย (ดนตรี – นาฎศิลป์ ม.2)นายอานาจ ศรีทิม ครูชานาญการ โรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ สพม.เขต 41 หน้า 1องค์ประก...
องค์ประกอบของดนตรีไทย (ดนตรี – นาฎศิลป์ ม.2)นายอานาจ ศรีทิม ครูชานาญการ โรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ สพม.เขต 41 หน้า 24. การปร...
องค์ประกอบของดนตรีไทย (ดนตรี – นาฎศิลป์ ม.2)นายอานาจ ศรีทิม ครูชานาญการ โรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ สพม.เขต 41 หน้า 3การตีฉิ่...
องค์ประกอบของดนตรีไทย (ดนตรี – นาฎศิลป์ ม.2)นายอานาจ ศรีทิม ครูชานาญการ โรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ สพม.เขต 41 หน้า 4หน้าทับป...
องค์ประกอบของดนตรีไทย (ดนตรี – นาฎศิลป์ ม.2)นายอานาจ ศรีทิม ครูชานาญการ โรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ สพม.เขต 41 หน้า 5ชั้นเดีย...
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

องค์ประกอบของดนตรีไทย ม.2 56

4,255

Published on

Published in: Technology, News & Politics

Transcript of "องค์ประกอบของดนตรีไทย ม.2 56"

  1. 1. องค์ประกอบของดนตรีไทย (ดนตรี – นาฎศิลป์ ม.2)นายอานาจ ศรีทิม ครูชานาญการ โรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ สพม.เขต 41 หน้า 1องค์ประกอบของดนตรีไทย1. เสียงของดนตรีไทย ประกอบด้วยระดับเสียง7 เสียง แต่ละเสียงมีช่วงห่างเท่ากันทุกเสียง เสียงดนตรีไทยแต่ละเสียงเรียกชื่อแตกต่างกันไปในดนตรีไทยเรียกระดับเสียงว่า“ทาง”2. จังหวะของดนตรีไทย “จังหวะ” มีความหมายถึงมาตราส่วนของระบบดนตรีที่ดาเนินไปในช่วงของการบรรเลงเพลงอย่างสม่าเสมอ เป็นตัวกาหนดให้ผู้บรรเลงจะต้องใช้เป็นหลักในการบรรเลงเพลง จังหวะของดนตรีไทยจาแนกได้ 3 ประเภท คือ2.1. จังหวะสามัญ หมายถึงจังหวะทั่วไปที่นักดนตรียึดเป็นหลักสาคัญในการบรรเลงและขับร้องโดยปกติจังหวะสามัญที่ใช้กัน ในวงดนตรีจะมี 3 ระดับ คือจังหวะช้า ใช้กับเพลงที่มีอัตราจังหวะ สามชั้นจังหวะปานกลาง ใช้กับเพลงที่มีอัตราจังหวะ สองชั้นจังหวะเร็ว ใช้กับเพลงที่มีอัตราจังหวะ ชั้นเดียว2.2 จังหวะฉิ่ง หมายถึง จังหวะที่ใช้ฉิ่งเป็นหลักในการตี โดยปกติจังหวะฉิ่งจะตี“ฉิ่ง…ฉับ”สลับกันไป ตลอดทั้งเพลง แต่จะมีเพลงบางประเภทตีเฉพาะ “ฉิ่ง” ตลอดเพลง บางเพลงตี “ฉิ่ง ฉิ่ง ฉับ” ตลอดทั้งเพลง หรืออาจจะตีแบบอื่นๆ ก็ได้จังหวะฉิ่งนี้นักฟังเพลงจะใช้เป็นแนวในการพิจารณาว่าช่วงใดเป็นอัตราจังหวะสามชั้น สองชั้น หรือ ชั้นเดียวก็ได้เพราะฉิ่งจะตีเพลงสามชั้นให้มีช่วงห่างตามอัตราจังหวะของเพลง หรือ ตีเร็วกระชั้นจังหวะ ในเพลงชั้นเดียว2.3 จังหวะหน้าทับ หมายถึงเกณฑ์การนับจังหวะที่ใช้เครื่องดนตรี ประเภทเครื่องตีประเภทหนังซึ่งเลียนเสียงการตีมาจาก“ทับ” เป็นเครื่องกาหนดจังหวะเครื่องดนตรีเหล่านี้ ได้แก่ ตะโพน กลองแขก สองหน้าโทน - รามะนา หน้าทับ3. ทานองดนตรีไทย คือลักษณะทานองเพลงที่มีเสียงสูงๆ ต่าๆ สั้นๆ ยาวๆ สลับ คละเคล้ากันไป ตามจินตนาการของคีตกวีที่ประพันธ์บทเพลงซึ่งลักษณะดังกล่าวนี้ เหมือนกันทุกชาติภาษาจะมีความแตกต่างกันตรงลักษณะประจาชาติที่มีพื้นฐานทางสังคม วัฒนธรรมไม่เหมือนกัน เช่น เพลงของอเมริกัน อินโดนีเซีย อินเดีย จีนไทย ย่อมมีโครงสร้างของทานองที่แตกต่างกันทานองของดนตรีไทยประกอบด้วยระบบของเสียง การเคลื่อนที่ของเสียง ความยาว ความกว้างของเสียง และระบบหลักเสียงเช่นเดียวกับทานองเพลงทั่วโลก3.1 ทานองทางร้อง เป็นทานองที่ประดิษฐ์เอื้อนไปตามทานองบรรเลงของเครื่องดนตรี และมีบทร้องซึ่งเป็นบทร้อยกรอง ทานองทางร้องคลอเคล้าไปกับทานองทางรับหรือร้องอิสระได้การร้องนี้ต้องถือทานองเป็นสาคัญ3.2 ทานองการบรรเลง หรือทางรับ เป็นการบรรเลงของเครื่องดนตรีในวงดนตรี ซึ่งคีตกวีแต่งทานองไว้สาหรับบรรเลง ทานองหลักเรียกลูกฆ้อง “Basic Melody” เดิม นิยมแต่งจากลูกฆ้องของฆ้องวงใหญ่ และแปรทางเป็นทางของเครื่องดนตรีชนิดต่างๆดนตรีไทยนิยมบรรเลงเพลงในแต่ละท่อน 2 ครั้งซ้ากันภายหลังได้มีการแต่งทานองเพิ่มใช้บรรเลงในเที่ยวที่สองแตกต่างไปจากเที่ยวแรกเรียกว่า “ทางเปลี่ยน”
  2. 2. องค์ประกอบของดนตรีไทย (ดนตรี – นาฎศิลป์ ม.2)นายอานาจ ศรีทิม ครูชานาญการ โรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ สพม.เขต 41 หน้า 24. การประสานเสียง หมายถึง การทาเสียงดนตรีพร้อมกัน2 เสียง พร้อมกันเป็นคู่ขนานหรือเหลื่อมล้ากันตามลีลาเพลงก็ได้4.1 การประสานเสียงในเครื่องดนตรีเดียวกันเครื่องดนตรีบางชนิดสามารถบรรเลงสอดเสียง พร้อมกันได้ โดยเฉพาะทาเสียงขั้นคู่ (คู่2 คู่3 คู่4 คู่5 คู่6 และ คู่7)4.2 การประสานเสียงระหว่างเครื่องดนตรี คือ การบรรเลงดนตรีด้วยเครื่องดนตรีต่างชนิดกันสุ้มเสียง และความรู้สึกของเครื่องดนตรีเหล่านั้นก็ออกมาไม่เหมือนกันแม้ว่าจะบรรเลงเหมือนกันก็ตาม4.3 การประสานเสียงโดยการทาทาง การแปรทานองหลักคือ ลูกฆ้อง “Basic Melody” ให้เป็นทานองของเครื่องดนตรีแต่ละชนิดเรียกว่า“การทาทาง” ทางของเครื่องดนตรี (ทานอง)แต่ละชนิดไม่เหมือนกันดังนั้นเมื่อบรรเลงเป็นวงเครื่องดนตรีต่างเครื่องก็จะบรรเลงตามทางหรือทานองของตนโดยถือทานองหลักเป็นสาคัญของ การบรรเลงจังหวะในดนตรีไทย“จังหวะ” มีความหมายถึงมาตราส่วนของระบบดนตรีที่ดาเนินไปในช่วงของการบรรเลงเพลงอย่างสม่าเสมอ เป็นตัวกาหนดให้ผู้บรรเลงจะต้องใช้เป็นหลักในการบรรเลงเพลง จังหวะของดนตรีไทยจาแนกได้3 ประเภทคือ1. จังหวะสามัญ หมายถึงจังหวะทั่วไปที่นักดนตรียึดเป็นหลักสาคัญในการบรรเลงและขับร้องโดยปกติจังหวะสามัญที่ใช้กัน ในวงดนตรีจะมี 3 ระดับ คือจังหวะช้า ใช้กับเพลงที่มีอัตราจังหวะ สามชั้นจังหวะปานกลาง ใช้กับเพลงที่มีอัตราจังหวะ สองชั้นจังหวะเร็ว ใช้กับเพลงที่มีอัตราจังหวะ ชั้นเดียว2. จังหวะฉิ่งหมายถึง จังหวะที่ใช้ฉิ่ง เป็นหลักในการตี โดยปกติจังหวะฉิ่งจะตี“ฉิ่ง…ฉับ” สลับกันไปตลอดทั้งเพลง แต่จะมีเพลงบางประเภทตีเฉพาะ “ฉิ่ง” ตลอดเพลง บางเพลงตี “ฉิ่ง ฉิ่ง ฉับ” ตลอดทั้งเพลง หรืออาจจะตีแบบอื่นๆ ก็ได้จังหวะฉิ่งนี้นักฟังเพลงจะใช้เป็นแนวในการพิจารณาว่าช่วงใดเป็นอัตราจังหวะสามชั้น สองชั้น หรือ ชั้นเดียวก็ได้เพราะฉิ่งจะตีเพลงสามชั้นให้มีช่วงห่างตามอัตราจังหวะของเพลง หรือ ตีเร็วกระชั้นจังหวะในเพลงชั้นเดียว
  3. 3. องค์ประกอบของดนตรีไทย (ดนตรี – นาฎศิลป์ ม.2)นายอานาจ ศรีทิม ครูชานาญการ โรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ สพม.เขต 41 หน้า 3การตีฉิ่งแบบธรรมดาอัตราจังหวะ 3 ชั้น- - - - - - - ฉิ่ง - - - - - - - ฉับ - - - - - - - ฉิ่ง - - - - - - - ฉับอัตราจังหวะ 2 ชั้น- - - ฉิ่ง - - - ฉับ - - - ฉิ่ง - - - ฉับ - - - ฉิ่ง - - - ฉับ - - - ฉิ่ง - - - ฉับอัตราจังหวะชั้นเดียว- ฉิ่ง - ฉับ - ฉิ่ง - ฉับ - ฉิ่ง - ฉับ - ฉิ่ง - ฉับ - ฉิ่ง - ฉับ - ฉิ่ง - ฉับ - ฉิ่ง - ฉับ -ฉิ่ง - ฉับการตีฉิ่งแบบพิเศษการตีฉิ่งแบบฉิ่งตัดเช่น ในเพลงชมตลาด- - - - - - - ฉิ่ง - - - - - - - ฉับ - - - - - - - ฉิ่ง - - - ฉับการตีฉิ่งในเพลงสาเนียงจีน- - - - - - - ฉิ่ง - - - ฉิ่ง - - - ฉับ - - - - - - - ฉิ่ง - - - ฉิ่ง - - - ฉับการตีฉิ่งแบบ“ฉิ่ง” อย่างเดียว เช่น เพลงสาธุการ เพลงเชิด เพลงกราวใน เป็นต้น- - - ฉิ่ง - - - ฉิ่ง - - - ฉิ่ง - - - ฉิ่ง - - - ฉิ่ง - - - ฉิ่ง - - - ฉิ่ง - - - ฉิ่งการตีฉิ่งแบบ“ฉับ” อย่างเดียว เช่น เพลงเชิดจีน เป็นต้น- - - ฉับ - - - ฉับ - - - ฉับ - - - ฉับ - - - ฉับ - - - ฉับ - - - ฉับ - - - ฉับ3. จังหวะหน้าทับ หมายถึงเกณฑ์การนับจังหวะที่ใช้เครื่องดนตรี ประเภทเครื่องตีประเภทหนังซึ่งเลียนเสียงการตีมาจาก“ทับ” เป็นเครื่องกาหนดจังหวะ เครื่องดนตรีเหล่านี้ ได้แก่ ตะโพน กลองแขกสองหน้า โทน - รามะนาหน้าทับ
  4. 4. องค์ประกอบของดนตรีไทย (ดนตรี – นาฎศิลป์ ม.2)นายอานาจ ศรีทิม ครูชานาญการ โรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ สพม.เขต 41 หน้า 4หน้าทับปรบไก่3 ชั้น- - ทั่ง ติง ทั่งติงโจ๊ะจ๊ะ - - โจ๊ะ จ๊ะ - - โจ๊ะ จ๊ะ - - - - - - โจ๊ะ จ๊ะ - - โจ๊ะ จ๊ะ - - โจ๊ะ จ๊ะ- ติง - ติง - ทั่งติงทั่ง ติงทั่ง - ติง - โจ๊ะ - จ๊ะ - ติง - ทั่ง - ติง - ติง - ทั่ง - ติง - ติง - ทั่ง2 ชั้น- - ทั่ง ติง ทั่งติงโจ๊ะจ๊ะ - - โจ๊ะ จ๊ะ - - โจ๊ะ จ๊ะ - ติง - ทั่ง - ติง - ติง - ทั่ง - ติง - ติง - ทั่งชั้นเดียว- - ติง ทั่ง - ติง - - ติง ทั่ง - ติง - ทั่ง ติง ทั่งหน้าทับสองไม้3 ชั้น- - ทั่ง ติง ทั่งติงโจ๊ะจ๊ะ - - โจ๊ะ จ๊ะ - - โจ๊ะ จ๊ะ - ติง– ติง - ทั่ง ติง ทั่ง - ติง– ติง - ทั่ง ติง ทั่ง2 ชั้น(ติ้ง)- -โจ๊ะจ๊ะ ติงติง-ติง - - โจ๊ะ จ๊ะ ติงติง-ทั่งชั้นเดียว(ติ้ง)- -โจ๊ะจ๊ะ ติงติง-ทั่งหน้าทับเขมร3 ชั้น- - - - - โจ๊ะ - จ๊ะ - โจ๊ะ - จ๊ะ - โจ๊ะ - จ๊ะ - - - - - โจ๊ะ - จ๊ะ - โจ๊ะ - จ๊ะ - ติง - ทั่ง- - - - - โจ๊ะ - จ๊ะ - โจ๊ะ - จ๊ะ - ติง - ทั่ง - โจ๊ะ - จ๊ะ - ติง - ทั่ง - ติง - ทั่ง - โจ๊ะ - จ๊ะ2 ชั้น- - - - - โจ๊ะ - จ๊ะ - โจ๊ะ - จ๊ะ - ติง - ทั่ง - โจ๊ะ - จ๊ะ - ติง - ทั่ง - ติง - ทั่ง - โจ๊ะ - จ๊ะ
  5. 5. องค์ประกอบของดนตรีไทย (ดนตรี – นาฎศิลป์ ม.2)นายอานาจ ศรีทิม ครูชานาญการ โรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ สพม.เขต 41 หน้า 5ชั้นเดียว- โจ๊ะ - จ๊ะ - ติง - ทั่ง - ติง - ทั่ง - โจ๊ะ - จ๊ะหน้าทับแขก3 ชั้น- - ทั่ง ติง ทั่งติงโจ๊ะจ๊ะ - - โจ๊ะ จ๊ะ - - โจ๊ะ จ๊ะ - - - - - - โจ๊ะ จ๊ะ - - โจ๊ะ จ๊ะ - - โจ๊ะ จ๊ะ- - ติง ติง - - ทั่ง ทั่ง - - ทั่ง ทั่ง - - ติง ติง - - ติง ติง - ติง - ทั่ง - ติง - ทั่ง ติง ทั่ง - ติง2 ชั้น- - ทั่ง ติง ทั่งติงโจ๊ะจ๊ะ - - โจ๊ะ จ๊ะ - - โจ๊ะ จ๊ะ - ติง - ทั่ง ติง ทั่ง - ติง - ติง - ทั่ง ติง ทั่ง - ติงชั้นเดียว- - โจ๊ะ จ๊ะ - โจ๊ะ - จ๊ะ - ติง - ทั่ง ติง ทั่ง - ติงหน้าทับลาว (2ชั้น)- ติง - โจ๊ะ - ติง - ติง - - ติง ทั่ง - ติง - ทั่งหน้าทับมอญ (2ชั้น)- - - - - โจ๊ะ - จ๊ะ - - ทั่ง ติง - - ทั่ง ติงหน้าทับญวน (2ชั้น)- - - - - ติง - ทั่ง - ติง - ทั่ง - ติง - ติง

×