Mis_hrcc
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Mis_hrcc

on

  • 1,592 views

เอกสารประกอบการสอน รายวิชา วท0206 ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการ

เอกสารประกอบการสอน รายวิชา วท0206 ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการ

Statistics

Views

Total Views
1,592
Views on SlideShare
1,177
Embed Views
415

Actions

Likes
1
Downloads
27
Comments
0

4 Embeds 415

http://krubeeka.wordpress.com 387
http://www.slideshare.net 25
url_unknown 2
https://www.facebook.com 1

Accessibility

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

Mis_hrcc Mis_hrcc Document Transcript

  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 1 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการระบบสารสนเทศ ขอมูล, สารสนเทศ และการจัดการ ขอมูล (Data) หมายถึงคาความจริง ซึ่งแสดงถึงความเปนจริงที่ปรากฏขึ้น เชน ชื่อพนักงานและจํานวนชั่วโมงการทํางานในหนึ่งสัปดาห, จํานวนสินคาที่อยูในคลังสินคา เปนตน ขอมูลมีหลายประเภท เชนขอมูลตัวเลข ขอมูล ตัวอักษร ขอมูลรูปภาพ ขอมูลเสียงและขอมูลภาพเคลื่อนไหว ซึ่งขอมูลชนิดตางๆ เหลานี้ใชในการนําเสนอคาความจริงตางๆ โดยคาความจริงที่ถูกนํามาจัดการและปรับแตงเพื่อใหมีความหมายแลวจะเปลี่ยนเปนสารสนเทศ สารสนเทศ (Information) หมายถึงกลุมขอมูลที่ถูกจัดการตามกฎหรือ ถูกกําหนดความสัมพันธใหเพื่อใหขอมูลเหลานั้นเกิดประโยชนหรือมีความหมายเพิ่มมากขึ้น ประเภทของสารสนเทศขึ้นอยูกับความสัมพันธระหวางขอมูลที่มีอยู ตัวอยางเชน จํานวนยอดขายของตัวแทนจําหนายแตละคนในเดือนมกราคมจัดเปนขอมูล เมื่อนํามาประมวลผลรวมกันทําใหไดยอดขายรายเดือนของเดือนมกราคม ทําใหผูบริหารสามารถนํายอดขายรายเดือนมาพิจารณาวายอดขายเปนไปตามวัตถุประสงคขององคกรหรือไมไดงายขึ้น ยอดขายรายเดือนนี้จึงจัดเปนสารสนเทศ หรือตัวอยาง เชน ตัวเลข 1.1, 1.5, และ 1.6 จัดเปนขอมูลตัวเลข เนื่องจากเปนคาความจริงซึ่งยังไมสามารถแปลความหมายใดๆ ไดแตขอมูลเหลานี้จัดเปนสารสนเทศเมื่ออยูในสภาพแวดลอมที่บงบอกความหมายของขอมูลไดมากขึ้น เชน เมื่อกลาววา ตัวเลขเหลานี้คือยอดขายประจําเดือนมกราคม กุมภาพันธและมีนาคม โดยมีหนวยเปนหลักลาน จะทําใหตัวเลขทั้ง 3 มี ความหมายเกิดขึ้น หรืออาจกลาวไดวายอดขายเฉลี่ยระหวางเดือนมกราคมถึงมีนาคมมีคาเทากับ 1.4 ลาน จัดเปนสารสนเทศที่เกิดขึ้นจากขอมูลตัวเลขทั้ง 3 ขบวนการ (Process) หมายถึงการแปลงขอมูลใหเปลี่ยนเปนสารสนเทศหรือกลาวไดวา ขบวนการคือกลุมของงานที่สัมพันธกัน เพื่อทําใหเกิดผลลัพธตามที่ตองการ รูปที่ 1 แสดงขบวนการแปลงขอมูลเปนสารสนเทศ รูปที่ 1 ขบวนการแปลงขอมูลเปนสารสนเทศ
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 2 การจัดการ (Management) หมายถึงการบริหารอยางมีระบบ ซึ่งประกอบดวยการกําหนดเปาหมายและ ทิศทางขององคกรและการปฏิบัติเพื่อใหบรรลุเปาหมายนั้น ซึ่งจะตองมีการวางแผน การจัดการการกําหนดทิศทางและการควบคุมเพื่อใหเกิดการใชทรัพยากรไดอยางเหมาะสม แนวคิดของระบบและการทําตัวแบบ ระบบ (System) หมายถึงกลุมสวนประกอบหรือระบบยอยตางๆที่มีการทํางานรวมกัน เพื่อใหประสบผลสําเร็จตามวัตถุประสงคที่ตั้งไว โดยสวนประกอบและความสัมพันธระหวางสวนประกอบตางๆ ในระบบ จะเปนตัวกําหนดวาระบบจะสามารถทํางานไดอยางไร เพื่อใหผลลัพธที่ไดเปนไปตามวัตถุประสงคที่ตองการ โดยระบบแตละระบบถูกจํากัดดวยขอบเขต (System Boundary) ซึ่งจะเปนตัวแยกระบบนั้นๆ ออกจากสิ่งแวดลอม ดังแสดงความสัมพันธของสวนตางๆในระบบดังรูปที่ 2 รูปที่ 2 ความสัมพันธของสวนตางๆ ในระบบ ประเภทของระบบ ระบบสามารถแบงเปนประเภทตางๆไดหลายกลุม ดังนี้ 1. ระบบอยางงาย(Simple) และระบบที่ซับซอน (Complex) - ระบบอยางงาย (Simple) หมายถึง ระบบที่มีสวนประกอบนอยและความสัมพันธ หรือการโตตอบระหวางสวนประกอบตางๆ ไมซับซอน ตรงไปตรงมา - ระบบที่ซับซอน (Complex) หมายถึง ระบบที่มีสวนประกอบมากหลายสวน แตละ สวนมีความสัมพันธและมีความเกี่ยวของกันคอนขางมาก
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 3 2. ระบบเปด(Open) และระบบปด (Close) - ระบบเปด (Open) คือ ระบบที่มีการโตตอบกับสิ่งแวดลอม - ระบบปด (Close) คือ ระบบที่ไมมีการโตตอบกับสิ่งแวดลอม 3. ระบบคงที่ (Static) และระบบเคลื่อนไหว (Dynamic) - ระบบคงที่ (Static) คือ ระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงนอยมากเมื่อเวลาผานไป - ระบบเคลื่อนไหว (Dynamic) คือ ระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็วและมีการ เปลี่ยนแปลงอยางคงที่ตลอดเวลา 4. ระบบที่ปรับเปลี่ยนได (Adaptive) และระบบที่ปรับเปลี่ยนไมได (Nonadaptive) - ระบบที่ปรับเปลี่ยนได (Adaptive) คือระบบที่สามารถเปลี่ยนแปลงเพื่อตอบโตกับ สิ่งแวดลอมที่เปลี่ยนไปได - ระบบที่ปรับเปลี่ยนไมได (Nonadaptive) คือระบบที่ไมสามารถเปลี่ยนแปลง เพื่อ ตอบโตกับ สิ่งแวดลอมที่เปลี่ยนแปลงไปได 5. ระบบถาวร (Permanent) และระบบชั่วคราว (Temporary) - ระบบถาวร(Permanent) คือระบบที่มีอยูในชวงระยะเวลายาวนาน - ระบบชั่วคราว(Temporary) คือระบบที่มีอยูเพียงชวงระยะเวลาสั้นๆ ประสิทธิภาพของระบบ ประสิทธิภาพของระบบสามารถวัดไดหลายทาง ไดแก ประสิทธิภาพ (Efficiency) คือการวัดสิ่งที่ถูกผลิตออกมา หารดวยสิ่งที่ถูกใชไป สามารถแบงชวงจาก0 ถึง 100% ตัวอยางเชน ประสิทธิภาพของเครื่องมอเตอรเครื่องหนึ่งคือพลังงานที่ผลิตออกมา (ในรูปของงานที่ทําเสร็จ) หารดวยไดพลังงานที่ใชไป (ในรูปของไฟฟาหรือเชื้อเพลิง) เครื่องมอเตอรบางเครื่องมีประสิทธิภาพ50% หรือนอยกวา เนื่องจากพลังงานสูญเสียไปในการเสียดทาน และกําเนิดความรอนประสิทธิผล (Effectiveness) คือการวัดระดับการประสบผลสําเร็จตามเปาหมายของระบบ สามารถคํานวณไดดวยการ หารสิ่งที่ไดรับจากการประสบผลสําเร็จจริง ดวยเปาหมายรวม เชน บริษัทหนึ่งมีเปาหมายในการลดชิ้นสวนที่เสียหาย 100 หนวย เมื่อนําระบบการควบคุมใหมมาใชอาจจะชวยใหบรรลุเปาหมายนี้ได ถาระบบควบคุมใหมนี้สามารถลดจํานวนชิ้นสวนที่เสียหายไดเพียง 85 หนวย ดังนั้นระดับของประสิทธิผลของระบบควบคุมนี้จะเทากับ 85%
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 4 การทําตัวแบบของระบบ ในโลกแหงความเปนจริงคอนขางซับซอนและมีการเปลี่ยนแปลงอยูตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อตองการทดสอบความสัมพันธแบบตางๆ และสังเกตผลที่เกิดขึ้น จึงจําเปนตองใชตัวแบบของระบบนั้นๆ แทนที่จะทดลองกับระบบจริง ตัวแบบ (Model) คือตัวแทนซึ่งเปนแนวคิดหรือเปนการประมาณเพื่อใชในการแสดงการทํางานของระบบจริง ตัวแบบสามารถชวยสามารถสังเกตและเกิดความเขาใจตอผลลัพธอาจเกิดขึ้นภายใตสถานการณในโลกแหงความเปนจริงได ตัวแบบมีหลายชนิด ไดแก 1. TC = (V)(X)+FC โดยที่ TC = คาใชจายรวม V = คาใชจายผันแปรตอหนวย X = จํานวนหนวยที่ถูกผลิต FC = คาใชจายคงที่ ในการสรางตัวแบบแบบใดๆ จะตองพยายามทําใหตัวแบบนั้นๆสามารถเปนตัวแทนระบบจริงไดมากที่สุดเทาที่จะเปนไปได เพื่อใหไดทางแกปญหาของระบบที่ถูกตองมากที่สุด ความหมายและบทบาทของระบบสารสนเทศ ระบบสารสนเทศ (Information System หรือ IS) คือระบบแบบเฉพาะเจาะจงชนิดหนึ่ง ซึ่งอาจกลาวไดวาเปนกลุมของสวนประกอบพื้นฐานตางๆ ที่ทํางานเกี่ยวของกันในการเก็บ (นําเขา), จัดการ(ประมวลผล) และเผยแพร(แสดงผล) ขอมูลและสารสนเทศและสนับสนุนกลไกลของผลสะทอนกลับ เพื่อใหบรรลุตามวัตถุประสงค
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 5 สวนประกอบของระบบสารสนเทศ ระบบสารสนเทศประกอบดวย สวนหลักดังรูปที่ 3 รูปที่ 3 สวนประกอบของระบบสารสนเทศ 1. สวนที่นําเขา (Inputs) ไดแกการรวบรวมและการจัดเตรียมขอมูลดิบ สวนที่นําเขานี้สามารถมีไดหลายรูปแบบไมวาจะเปนการโทรเขาเพื่อขอขอมูลในระบบสอบถามเบอรโทรศัพท ขอมูลที่ลูกคากรอกในใบสอบถามการใหบริการของรานคาฯลฯ ขึ้นอยูกับสวนแสดงผลที่ตองการ สวนที่นําเขานี้อาจเปนขบวนการที่ทําดวยตัวเองหรือเปนแบบอัตโนมัติก็ได เชนการอานขอมูลรายชื่อสินคาและรายราคาโดยเครื่องอาน บารโคดของหางสรรพสินคา จัดเปนสวนที่นําเขาแบบอัตโนมัติ 2. การประมวลผล (Processing) เกี่ยวของกับการเปลี่ยนและการแปลงขอมูลใหอยูในรูปของสวนแสดงผลที่มีประโยชน ตัวอยางของการประมวลผลไดแกการคํานวณ การเปรียบเทียบ การเลือกทางเลือกในการปฏิบัติงานและการเก็บขอมูลไวใชในอนาคต โดยการประมวลผลสามารถทําไดดวยตนเองหรือสามารถใชคอมพิวเตอรเขามาชวยก็ได ตัวอยางเชน ระบบคิดเงินเดือนพนักงาน สามารถคิดไดจากการนําจํานวน ชั่วโมงการทํางานของพนักงานคูณเขากับอัตราคาจางเพื่อใหไดยอดเงินรวมที่ตองจายรวม ถาชั่วโมงการทํางานรายสัปดาหมากกวา 40 ชั่วโมงอาจมีการคิดเงินลวงเวลาให โดยเพิ่มเขาไปกับเงินรวม จากนั้นอาจจะทําการหักภาษีพนักงาน โดยการนําเงินรวมมาคิดภาษีและนําเงินรวมมาลบดวยภาษีที่คํานวณได จะทําใหไดเงินสุทธิที่ตองจายใหกับพนักงาน 3. สวนที่แสดงผล (Outputs) เกี่ยวของกับการผลิตสารสนเทศที่มีประโยชน มักจะอยูในรูปของเอกสาร หรือรายงานหรืออาจะเปนเช็คที่จายใหกับพนักงาน รายงานที่นําเสนอผูบริหารและสารสนเทศที่ถูกผลิตออกมาใหกับผูถือหุน ธนาคาร หรือกลุมอื่นๆ โดยสวนแสดงผลของระบบหนึ่งอาจใชเปนสวนที่นําเขาเพื่อควบคุมระบบหรืออุปกรณอื่นๆ ก็ได เชนในขบวนการผลิตเฟอรนิเจอร พนักงานขาย ลูกคา และ นักออกแบบเฟอรนิเจอรอาจจะทําการออกแบบเฟอรนิเจอรซ้ําแลวซ้ําเลา เพื่อใหตรงตามความตองการของลูกคา โดยอาจจะใชซอฟตแวรหรือฮารดแวรคอมพิวเตอรเขามาชวยในการออกแบบนี้ดวย จนกระทั่งไดตนแบบที่ตรงความตองการมากที่สุด จึงสงแบบนั้นไปทําการผลิต จะเห็นวาแบบเฟอรนิเจอรที่ไดจากการออกแบบแตละครั้งจะเปนสวนที่ถูกนําไปปรับปรุงการออกแบบในครั้งตอๆ ไป จนกระทั่งไดแบบ สุดทายออกมา อาจอยูในรูปของสิ่งพิมพที่ออกมาจากเครื่องพิมพหรือแสดงอยูบนหนาจอคอมพิวเตอรที่เปนอุปกรณแสดงผลตัวหนึ่งหรืออาจจะอยูในรูปของรายงานและเอกสารที่เขียนดวยมือก็ได
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 6 4. ผลสะทอนกลับ (Feedback) คือสวนแสดงผลที่ใชในการทําใหเกิดการเปลี่ยนแปลงตอสวนที่นําเขาหรือสวนประมวลผล เชน ความผิดพลาดหรือปญหาที่เกิดขึ้น อาจจําเปนตองแกไขขอมูลนําเขาหรือทําการเปลี่ยนแปลงการประมวลผลเพื่อใหไดสวนแสดงผลที่ถูกตอง ตัวอยางเชน ระบบการจายเงินเดือนพนักงานถาทําการปอนชั่วโมงการทํางานรายสัปดาหเปน 400 แทนที่จะเปน 40 ชั่วโมง ถาทําการกําหนดใหระบบตรวจสอบคาชั่วโมงการทํางานใหอยูในชวง 0-100 ชั่วโมง ดังนั้นเมื่อพบขอมูลนี้เปน 400 ชั่วโมง ระบบจะทําการสงผลสะทอนกลับออกมา อาจจะอยูในรูปของรายงานความผิดพลาด ซึ่งสามารถนําไปใชในการตรวจสอบและแกไขจํานวนชั่วโมงการทํางานที่นําเขามาคํานวณใหถูกตองได ตัวอยาง เชน ระบบลางรถอัตโนมัติ ระบบสารสนเทศประกอบดวย สวนหลักดังรูปที่ 3 สวนที่นําเขา คือ รถที่สกปรก น้ํา และน้ํายาตางๆ ที่ใชในการลางรถ เวลาและพลังงานถูกใชในการปฏิบัติการลางรถ ทักษะไดแกความสามารถเฉพาะอยางจะถูกนํามาใชในการฉีดสเปรย ขัดโฟม และเปาแหงความรูถูกนํามาใชในการกําหนดขั้นตอนการทํางานของการลางรถใหทํางานไปตามขั้นตอนที่ถูกตอง การประมวลผล ประกอบดวย ขั้นที่หนึ่ง การเลือกประเภทการลางรถที่ตองการ เชน ลางอยางเดียวลางและขัดเงา ลางและขัดเงาและเปาแหงฯลฯ และขั้นตอไปทําการนํารถเขาไปในเครื่องลางรถ (สังเกตวาในสวนนี้จะเกิดกลไกของผลสะทอนกลับขึ้น ไดแกการประเมินผลของเจาของรถที่มีตอขบวนการลางรถที่กําลังเกิดขึ้น) จากนั้นของฉีดของเหลวจะฉีดน้ํา สบูเหลว หรือครีมขัดเงาไปที่รถ ขึ้นอยูกับตัวเลือกที่เลือกไวในตอนตน สวนที่แสดงผล คือรถที่สะอาดแลวจากตัวอยาง จะเห็นวาสวนประกอบอิสระตางๆ ในระบบลางรถอัตโนมัติ เชนเครื่องฉีดของเหลว แปลงสําหรับทางโฟม และเครื่องเปาแหง ทํางานโตตอบกัน เพื่อใหรถสะอาดนั่นเอง ระบบสารสนเทศที่ใชคอมพิวเตอร (Computer-Based Information Systems : CBIS) ระบบสารสนเทศที่ใชคอมพิวเตอรประกอบดวย ฮารดแวร (Hardware), ซอฟตแวร (Software),ขอมูล(Data), บุคคล (People), ขบวนการ (Procedure) และการสื่อสารขอมูล (Telecommunication) ซึ่งถูกกําหนดขึ้นเพื่อทําการรวบรวม, จัดการ จัดเก็บและประมวลผลขอมูลใหเปนสารสนเทศ รูปที่ 4 แสดงสวนประกอบของระบบ สารสนเทศที่ใชคอมพิวเตอร
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 7 รูปที่ 4 สวนประกอบของสารสนเทศที่ใชคอมพิวเตอร 1. ฮารดแวร คืออุปกรณทางกายภาพ ที่ใชในการรวบรวม การนําเขา และการจัดเก็บ ขอมูล,ประมวลผล ขอมูลใหเปนสารสนเทศ และแสดงสารสนเทศที่เปนผลลัพธ ออกมา 2. ซอฟตแวร ประกอบดวยกลุมของโปรแกรมที่ใชในการปฏิบัติงานรวมกับฮารดแวร และใชในการประมวลผลขอมูลเปนสารสนเทศ 3. ขอมูล ในสวนนี้หมายถึงขอมูลและสารสนเทศที่ถูกเก็บอยูในฐานขอมูล โดย ฐานขอมูล(Database) หมายถึงกลุมของคาความจริงและสารสนเทศที่มีความ เกี่ยวของกันนั่นเอง 4. บุคคล หมายถึงบุคคลที่ใชงานและปฏิบัติงานรวมกับระบบสารสนเทศ 5. ขบวนการ หมายถึงกลุมของคําสั่งหรือกฎ ที่แนะนําวิธีการปฏิบัติงานกับ คอมพิวเตอรในระบบสารสนเทศ ซึ่งอาจไดแกการแนะนําการควบคุมการเขาใชงาน คอมพิวเตอร, วิธีการสํารองสารสนเทศในระบบและวิธีจัดการกับปญหาที่อาจเกิดขึ้น ได 6. การสื่อสารขอมูล หมายถึงการสงสัญญาณอิเล็กทรอนิกสเพื่อติดตอสื่อสาร และ ชวยใหองคกรสามารถเชื่อมระบบคอมพิวเตอรเขากับระบบเครือขาย (Network) ที่มี ประสิทธิภาพได โดยเครือขายใชในการเชื่อมตอคอมพิวเตอรและอุปกรณ คอมพิวเตอรไวดวยกัน อาจจะเปนภายในอาคารเดียวกัน ในประเทศเดียวกัน หรือทั่ว โลก เพื่อใหสามารถสื่อสารขอมูลอิเล็กทรอนิกสได
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 8ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหาร ระบบสารสนเทศที่มีการจัดการกับสารสนเทศและสนับสนุนการตัดสินใจของผูบริหารใหเกิดประสิทธิผล เรียกวาระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหาร โดยเนนเรื่องการสนับสนุนการตัดสินใจในระดับการจัดการระดับตางๆ ไมเนนที่การประมวลขอมูลที่ไดจากการดําเนินการทางธุรกิจและเนนที่โครงรางของระบบควรจะถูกใชในการ จัดการการใชงานระบบสารสนเทศ รูปที่ 5 แสดงความสัมพันธระหวางระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารและระดับของการจัดการ รูปที่ 5 ความสัมพันธระหวางระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหาร และระดับของการจัดการ บทบาทของการจัดการในองคกร ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ สนับสนุนบทบาทในการจัดการของผูบริหาร ดังนี้ 1.การวางแผน (Plan) หมายถึง การกําหนดเปาหมาย และกลยุทธในการบริหารองคกร 2. การจัดการ (Organize) หมายถึง การจัดสรรทรัพยากรที่ตองการนํามาใชในองคกร 3. การเปนผูนํา (Lead) หมายถึง การกระตุนพนักงาน เพื่อใหปฏิบัติการใหบรรลุเปาหมาย 4. การควบคุม (Control) หมายถึง การควบคุมดูแล เพื่อใหเกิดความกาวหนาไปยังเปาหมายที่วางไว จากบทบาทในการจัดการตางๆ ที่ไดกลาวมาแลวขางตน สารสนเทศจึงเปนสวนที่สําคัญมากในการที่ผูบริหารจะดําเนินงานเหลานี้ใหสําเร็จ เชน สารสนเทศเกี่ยวกับการขาย, การผลิตและการเงิน เพื่อที่จะนําขอมูลเหลานี้มาใช ควบคุมการปฏิบัติงานรายวันขององคกร การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการจะตองเปนไปตามการจัดองคกรและกลยุทธขององคกรนั้นๆ
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 9 ผูจัดการตองเปนผูกระทําและจัดการพฤติกรรมขององคกรเพื่อใหบรรลุเปาหมาย เชนการควบคุมองคกรใหดีขึ้น ไมวาจะเปนการนําระบบคอมพิวเตอรเขามาชวยในการทํางานหรือจะเปนการตวรจสอบวาบุคคลที่ไดรับมอบหมายงานไปนั้นสามารถปฏิบัติงานตามที่ตองการไดหรือไม โดยอาจกําหนดใหมีการฝกอบรมพนักงานกอนเริ่มปฏิบัติงานนั้นๆ ผูจัดการตางๆ ตองการสารสนเทศที่แตกตางกัน เพื่อที่จะนําไปใชในการทํางานของตน ดังนั้นในสวนตอไปจะอธิบายถึงความตองการของสารสนเทศของการจัดการในระดับตางๆ
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 10ระดับของการจัดการและการดําเนินการ ระดับของการจัดการ (Levels of Management) การทําความเขาใจระบบสารสนเทศแบบตางๆ ภายในองคกร และทราบวาระบบตางๆ สามารถรองรับความตองการของการบริหารไดอยางไร จําเปนตองทําความเขาใจกับระดับของการจัดการระดับตางๆขององคกรกอน ซึ่งระดับของการจัดการแบงออกเปนระดับกลยุทธ (Strategic), ระดับยุทธวิธี (Tactical),และระดับปฏิบัติการ(Operation) ดังแสดงในรูปที่ 6 รูปที่ 6 ระดับของการจัดการ การปฏิบัติงานในระดับปฏิบัติการ (Operational) ไดแกการปฏิบัติงานในระดับที่ต่ําที่สุด ผูควบคุมการทํางานในระดับนี้ ตองการรายละเอียดสารสนเทศที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน ตามขบวนการผลิตของบริษัทในแตละวัน การควบคุมการปฏิบัติการในระดับนี้จะตองพิจารณาหาวิธีที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยขบวนการตัดสินใจในระดับนี้ตองการสารสนเทศเกี่ยวกับ งานที่จะตองปฏิบัติ, ทรัพยากรที่มีอยู ความรวมมือที่ตองการจากสวนปฏิบัติงานอื่นๆ ภายในองคกร,มาตรฐานและงบประมาณที่สามารถใชได, และผลสะทอนกลับที่ใชในการประเมินผลลัพธ หนาที่ของผูจัดการในระดับปฏิบัติการ ไดแก ทําการตัดสินใจจากขอมูลที่ถูกเก็บไว, กําหนดหนาที่ในการทํางาน, และตรวจสอบการขนสงใหเปนไปตามนโยบายหรือกฎที่ผูจัดการระดับยุทธวิธีกําหนดไว โดยสารสนเทศที่ใชในการจัดการระดับนี้จะตองมีรายละเอียดมาก, มีความแมนยําสูงและเกิดขึ้นมาจากการทํางานที่เกิดขึ้นเปนประจําและประกอบดวยรายการขอมูลรายวันที่แสดงถึงการผลิต, การขายและการเงินในแตละวัน การปฏิบัติงานในระดับยุทธวิธี (Tactical) การควบคุมการจัดการในระดับยุทธวิธีจะเกี่ยวกับการจัดหาและการใชทรัพยากรที่มีอยูอยางมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคของการจัดการระดับสูง ผูจัดการในระดับนี้ทําหนาที่
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 11ในการวางแผนงานสําหรับหนวยปฏิบัติงานระดับลาง เชน ศูนยกลางการขายและการผลิต เพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคขององคกร ผูจัดการระดับกลางนี้ตองการรายงานสรุปจากการปฏิบัติงานของบริษัท เพื่อใชในการตัดสินใจเชิงยุทธวิธี เพื่อที่จะปฏิบัติตามนโยบายการตัดสินใจที่ถูกกําหนดมาจากระดับบนหรือระดับกลยุทธของบริษัท สิ่งสําคัญที่ผูจัดการในระดับปฏิบัติการและระดับยุทธวิธีตองการใชในการตัดสินใจไดแก รายงานสรุปที่ เหมาะสมกับความตองการ โดยสารสนเทศในระดับนี้จะเปนสารสนเทศที่เกิดขึ้นในระยะยาวมากขึ้น เชนสารสนเทศเกี่ยวกับสถานภาพทางการเงินของบริษัท สามารถนํามาใชในการทํานายสถานการณที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไดแมนยํามากขึ้น การปฏิบัติงานในระดับกลยุทธ (Strategic) การจัดการเชิงกลยุทธเกี่ยวของกับการกําหนดวัตถุประสงคขององคกร โดยหนวยงานตางๆ จะตองปฏิบัติตามกลยุทธที่กําหนด เพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคขององคกร ผูจัดการระดับกลยุทธจะทําการกําหนดนโยบายและตัดสินใจดานการเงิน, ดานบุคลากร, ดานสารสนเทศและดานแหลงเงินทุนที่ตองการ เพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคขององคกร การตัดสินใจที่เกิดขึ้นจะเกี่ยวกับการกําหนดทิศทางขององคกร รวมทั้งการผลิตสินคาใหม, ลงทุนในตลาดใหมและการใชเทคโนโลยีในการผลิตใหมๆ จากรูปที่ 5 แสดงสัดสวนระหวางจํานวนบุคคลภายในองคกร ที่ทําการตัดสินใจในระดับการจัดการระดับตางๆ และแสดงความสัมพันธระหวางการตัดสินใจในทั้ง 3 ระดับ จากรูปสรุปไดวาในองคกรจะมีผูที่ทํางานในระดับปฏิบัติการ(ทํางานในระดับลาง) จํานวนมากและที่ระดับสูงขึ้น (ระดับยุทธวิธี) มีจํานวนผูทํางานนอยลงและที่ระดับกลยุทธจะมีจํานวนนอยที่สุด การตัดสินใจจะเกิดขึ้นจากระดับบนลงมาระดับลาง การตัดสินใจของระดับลางจะขึ้นอยูกับการตัดสินใจของระดับที่สูงกวา ในขณะที่สานสนเทศที่ใชในการตัดสินใจจะเกิดขึ้นจากระดับลางขึ้นไปสูระดับบน โดยสาสนเทศระดับบนเกิดจากการสรุปขอมูลที่ไดจากระดับที่อยูต่ํากวา ระบบประมวลผลรายการ (Transaction Processing Systems) ระบบประมวลผลรายการ หมายถึง ระบบสารสนเทศที่ใชในการเปลี่ยนขอมูลดิบจากการปฏิบัติงานใหอยูในรูปแบบที่เครื่องจักรสามารถอานได, เก็บรายละเอียดรายการ, ประมวลผลรายการและสั่งพิมพรายละเอียดรายการ ออกมาได รายการ (Transaction) คือ การกระทําพื้นฐานที่เกิดขึ้นระหวางการดําเนินการทางธุรกิจ เชน การขายสินคา การจองตั๋วเครื่องบิน การซื้อสินคาผานเครดิตการดและการสอบถามขอมูลเกี่ยวกับสินคาคงคลัง จัดเปนรายการทั้งสิ้น ระบบประมวลผลรายการนิยมใชในการประมวลผลบัญชี,การขาย, หรือประมวลผลขอมูลสินคาคงคลัง เนื่องจากขอมูลเหลานี้เปนที่ตองการของระบบสารสนเทศอื่นๆในองคกร รูปที่ 7 แสดงแนวคิดของระบบประมวลผลรายการ
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 12 รูปที่ 7 แนวคิดของระบบประมวลผลรายการ ในการดําเนินการของระบบประมวลผลรายการ ขอมูลถูกนําเขาไปยังคอมพิวเตอรของระบบสารสนเทศ โดยใชแปนพิมพหรืออุปกรณอื่นๆ ขอมูลจะถูกเก็บอยูในคอมพิวเตอรจนกระทั่งพรอมที่จะถูกประมวลผล หลังจากที่ขอมูลถูกปอนเขาไปแลว จะเกิดการประมวลผลเพื่อเปลี่ยนขอมูลเปนสารสนเทศที่มีประโยชนในการจัดการ โดยระบบประมวลผลรายการจะทําการบันทึกรายการลงในฐานขอมูลและผลิตเอกสารที่เกี่ยวของกับรายการนั้นออกมา อาจอยูในรูปแบบของรายงาน, ตาราง, กราฟ,ภาพเคลื่อนไหว และเสียงฯลฯขึ้นอยูกับความตองการของผูใชสารสนเทศนั้นๆ ระบบประมวลผลรายการสามารถแบงตามวิธีการประมวลผลขอมูล ไดแก 1. ระบบการประมวลผลแบบกลุม (Batch Processing System) ขอมูลจากหลายๆรายการ จากผูใชหลายๆ คน หรือจากชวงเวลาหลายๆ ชวง ถูกรวมเขาดวยกัน, นําเขา และประมวลผลเหมือนเปนกลุมเดียวตัวอยางเชน ยอดขายรายวันซึ่งถูกประมวลผลเพียงวันละหนึ่งครั้ง จะใชระบบการประมวลผลแบบกลุมนี้เมื่อขอมูลไมจําเปนตองปรับปรุงทันที และเมื่อมีขอมูลจํานวนมากที่คลายกัน ตองถูกประมวลผลในครั้งเดียวกัน 2. ระบบการประมวลผลแบบออนไลน (Online Processing System) รายการถูกประมวลผลเมื่อเกิดรายการนั้นขึ้น แบงออกเปน 2 ประเภทคือ 2.1 การประมวลผลเชิงรายการ (Transactional Processing) ขอมูลถูกประมวลผล เมื่อปอนขอมูลเขาโดยไมตองเก็บไวประมวลผลในภายหลัง เชน ระบบเช็ครายการ สินคาออกของรานขายของชําโดยระบบจะทําการออกใบเสร็จรับเงินที่แสดงรายการ สินคาทันทีหลังจากรายการสินคาตางๆ ที่ซื้อ ถูกประมวลผล 2.2 การประมวลผลแบบทันที (Real-time Processing) ใชในระบบควบคุม หรือ ระบบที่ตองการใหเกิดผลสะทอนกลับ เชนขบวนการควบคุมอุณหภูมิของหางสรรพ สิน การทํางานของการประมวลผลแบบทันที สามารถไปมีผลกระทบกับตัวรายการ นั้นๆ เอง ถาผูใชหลายรายแขงขันกันเพื่อใชทรัพยากรเดียวกัน เชนที่นั่งบนเครื่องบิน หรือในชั้นเรียนพิเศษ
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 13 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ในการใชการประมวลผลรายการทําใหการประมวลผลการดําเนินการดานธุรกิจทําไดรวดเร็วขึ้นและลด คาใชจายในการควบคุมงานลงได แตจะเห็นไดชัดวาขอมูลที่เก็บไดจากการประมวลผลรายการ สามารถชวยใหผูบริหารนํามาใชในการตัดสินใจในการดําเนินงานไดดีขึ้น จึงจําเปนตองพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อชวยสนับสนุนการทํางานดานการจัดการของผูบริหารขึ้นเรียกวาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการหมายถึงกลุมของบุคคล, ขบวนการ,ซอฟตแวร, ฐานขอมูล และอุปกรณตางๆ ที่ถูกจัดการเพื่อใชในการจัดการสารสนเทศที่เกิดขึ้นเปนประจําใหแกผูบริหารหรือผูทําการตัดสินใจ จุดประสงคหลักของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ อยูที่การดําเนินการอยางมีประสิทธิภาพในดานการตลาด, การผลิต, การเงิน และสวนงานอื่นๆ โดยใชและจัดเก็บขอมูลลงในฐานขอมูล ดังรูปที่ 8 รูปที่ 8 การใชขอมูลจากระบบการประมวลผลรายการของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานตางๆ ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการเปนระบบสารสนเทศที่ใชในการผลิตรายงานดานการจัดการ ซึ่งจะใชในการสนับสนุนการตัดสินใจในระดับปฏิบัติงาน, ระดับยุทธวิธี และระดับกลยุทธ โดยรายงานที่เกิดขึ้นมีหลายรูปแบบขึ้นอยูกับระดับของการจัดการในองคกร แบงออกเปน 3 ประเภทหลัก คือรายงานตามตารางเวลา(Scheduled Report), รายงานกรณียกเวน (Exception Report) และรายงานตามคําขอ (DemandReport) 1. รายงานตามตารางเวลา แสดงขอมูลการดําเนินงานขององคกรที่เกิดขึ้นตาม ชวงเวลา อาจจะเปนชวงรายวัน, รายสัปดาห รายเดือน หรือรายป มีลักษณะคลายกับ ขอมูลตนฉบับที่ผานการประมวลผลมาจากหนวยงานตางๆ แตเพิ่มการจัดกลุมขอมูล และการสรุปขอมูลลงไป เพื่อชวยใหผูจัดการในระดับลางสามารถตัดสินใจในการ ดําเนินงานใหบรรลุวัตถุประสงคของผูจัดการระดับสูงกวาได ตัวอยางเชน ผูจัดการ ดานการผลิตตองการรายงานรายวันของสินคาที่มีตําหนิจากฝายการผลิตและรายงาน รายสัปดาหของจํานวนชั่วโมงการทํางานลวงเวลาที่เกิดขึ้นในสัปดาหนั้น 2. รายงานกรณียกเวน เปนรายงานที่เกิดขึ้นตามเงื่อนไขบางอยาง ซึ่งมักจะไมปกติ จึงจําเปนจะตองมี รายงานออกมา โดยในรายงานจะมีขอมูลที่จําเปนตอผูจัดการใน การตรวจสอบหาสาเหตุของ
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 14ขอผิดพลาดที่เกิดขึ้นเทานั้น เชน ระบบสารสนเทศเพื่อ การจัดการทําการผลิตรายงานกรณียกเวนเมื่อมีการทํางานลวงเวลามากกวา 10% ของเวลาการทํางานรวมทั้งหมด เมื่อผูจัดการฝายผลิตไดรับรายงาน จะทําการหา สาเหตุที่มีการทํางานลวงเวลาเกินกวาที่กําหนด ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากมีงานการ ผลิตมากหรือเกิดจากการวางแผนงานไมดี ถาเกิดขึ้นจากการวางแผนไมดีแลวจะได ทําการปรับปรุงแกไขแผนงานตอไป 3. รายงานตามคําขอ เกิดขึ้นตามคําขอของผูจัดการในหัวขอที่ตองการ ซึ่งรายงาน อาจจะถูกกําหนดมากอนแลว แตไมทําการผลิตออกมาหรืออาจเปนรายงานที่มีผลมา จากเหตุการณที่ไมเคยคาดคิดมากอนใน รายงานอื่น หรือจากขอมูลภายนอก เชน ถาผูจัดการฝายผลิตเห็นการทํางานลวงเวลามากเกินกําหนดจากรายงานกรณียกเวน อาจจะทําการรองขอรายงานที่แสดงถึงสาเหตุที่เปนไปไดในการทําใหเกิดการ ทํางานลวงเวลาเกินกําหนด อาจจะไดแกรายงานที่แสดงงานในดานการผลิตทั้งหมด , จํานวนชั่วโมงที่ตองการในการทํางานแตละงาน, และจํานวนการทํางานลวงเวลา ของแตละงาน จะเห็นวารายงานนี้จะตองใชขอมูลที่รวบรวมอยูในฐานขอมูล เพื่อ นําเสนอขอมูลที่จําเปนตอผูจัดการตอไป ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ในความเปนจริงแลวรายงานชนิดตางๆ ยังไมสามารถตอบคําถามที่เกิดขึ้นในขบวนการตัดสินใจไดอยางสมบูรณ เนื่องจากรายงานเหลานั้นยังไมสามาถนํามาใชไดทันตอเหตุการณและยังไมสามารถนํามาทดสอบเพื่อดูผลของการตัดสินใจไดอยางรวดเร็ว จึงจําเปนตองพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจขึ้นเพื่อชวยใหผูจัดการสามารถหาคําตอบของคําถามตางๆ เพื่อทําการตัดสินใจดวยการใชตัวแบบทางคณิตศาสตรหรือแผนภาพไดดีขึ้น ความหมายของระบบสนับสนุนการตัดสินใจคือ ระบบที่ใชคอมพิวเตอรเพื่อชวยผูตัดสินใจที่ตองเผชิญกับปญหาที่มีโครงสรางระดับตางๆ โดยสามารถทดสอบผลการตัดสินใจในการแกปญหาดวยตัวแบบขอมูลและทําการวิเคราะหผลที่เกิดขึ้นไดอยางรวดเร็ว ระบบสนับสนุนการตัดสินใจชวยในการตัดสินใจปญหาไดหลากหลายรูปแบบ สามารถชวยในการแกปญหาที่ซับซอน เชน ผูผลิตตองการหาพื้นที่ที่เหมาะสมในการสรางโรงงานผลิตแหงใหมหรือโรงงานน้ํามันตองการเลือกสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดในการขุดเจาะหาน้ํามัน ซึ่งจะเห็นวาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการทั่วไปไมสามารถแกปญหาเหลานี้ได แตระบบสนับสนุนการตัดสินใจสามารถชวยแนะนําทางเลือกในการปฏิบัติและชวยในการตัดสินใจเพื่อหาคําตอบของปญหาเหลานี้ได นอกจากนี้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจยังเกี่ยวของกับการตัดสินใจการบริหารรูปแบบตางๆ ดังนั้นจึง จําเปนตองสามารถรองรับรูปแบบการตัดสินใจของผูใชที่หลากหลายดวย
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 15 รูปที่ 9 สวนประกอบของระบบสนับสนุนการตัดสินใจ รูปที่ 9 แสดงสวนประกอบที่จําเปนของระบบสนับสนุนการตัดสินใจไดแก กลุมของตัวแบบที่ใชสนับสนุน ผูตัดสินใจหรือผูใช (Model base), กลุมของคาความจริงและสารสนเทศที่ชวยในการตัดสินใจ(Database), และระบบและขบวนการที่ชวยใหผูตัดสินใจและผูใชอื่นๆ สามารถตอบโตกับระบบสนับสนุนการตัดสินใจได (User Interface) จากรูปจะเห็นวาผูใชไมไดทําการใชตัวแบบโดยตรง แตจะใชงานผานซอฟตแวรจัดการตัวแบบ (Model Management Software : MSS) และใชฐานขอมูลผานระบบจัดการฐานขอมูล(Database Mangement System :DBMS) ระบบสารสนเทศเพื่อผูบริหาร ระบบสนับสนุนการตัดสินใจมีจุดประสงคเพื่อแกปญหาและตอบคําถามลักษณะ "อะไรจะเกิดขึ้นถา…"หรือลักษณะตองทําอยางไรเพื่อใหบรรลุเปาหมายที่ตองการและคําถามในลักษณะมีความเสี่ยงเขามาเกี่ยวของซึ่งผูที่ ตัดสินใจและตองการใชระบบนี้สวนมากมักจะเปนผูบริหารระดับกลางซึ่งจะตองเกี่ยวของับปญหาและการทํางานหลัก แตสารสนเทศที่ไดจากระบบสนับสนุนการตัดสินใจมักจะไมสามารถตอบสนองความตองการของผูบริหารระดับสูงได เนื่องจากผูบริหารระดับสูงตองมองในระดับกวางขององคกรและผูบริหารมีเวลานอย ระบบสารสนเทศเพื่อ ผูบริหารจึงจําเปนตองใชงานงายและสารสนเทศที่ไดจากระบบจะตองอยูในรูปแบบที่เขาใจงายแหลงขอมูลที่ใชอาจจะมาจากแหลงขอมูลภายนอกและแหลงขอมูลภายในเชนระบบประมวลผลรายการหรือระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ทําใหผูบริหารระดับสูงสามารถหาสาเหตุที่ทําใหเกิดผลลัพธตางๆได ระบบสารสนเทศเพื่อผูบริหารมีประสิทธิภาพและความสามารถในการจัดเก็บขอมูลสูงดวยการใช
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 16เครื่อง เมนเฟรม ใชงานงายและมีความสามารถในการแสดงผลดวยรูปภาพไดดวยการใชเครื่องคอมพิวเตอรสวนบุคคล โดยสารสนเทศถูกถายโอนจากเครื่องเมนเฟรมหรือฐานขอมูลขอมูลภายนอกเขามายังเครื่องคอมพิวเตอรสวนบุคคล และผูบริหารสามารถใชอุปกรณชี้ตําแหนงเชน เมาส เพื่อเลือกจากรายการของผลลัพธและรูปแบบการแสดงผลได เนื่องจากผูบริหารมักจะทําการคนหาขอมูลและตอบคําถามที่ตองการมากกวาการปอนขอมูล ในระบบสารสนเทศเพื่อ ผูบริหารนี้จึงไมนิยมใชแปนพิมพ ผลลัพธที่ไดมักจะอยูในรูปแบบของแผนภาพหรือแผนภาพและตาราง ทําใหผูบริหารสามารถเขาใจแนวโนมและนําขอมูลที่ไดไปใชตัดสินปญหาไดตรงตามความตองการ ระบบผูเชี่ยวชาญ ระบบผูเชี่ยวชาญไดรับความสําเร็จไดดวยการนําคุณสมบัติทางดานปญญาประดิษฐ (ArtificialIntelligence : AI) ซึ่งเปนระบบคอมพิวเตอรที่มีคุณลักษณะความฉลาดเหมือนกับมนุษย เขามาใชรวมดวยระบบผูเชี่ยวชาญชวยในการตัดสินใจไดโดยขบวนการทางคอมพิวเตอรที่ทําการรวบรวมเหตุผลทางตรรกะเขาดวยกัน ซึ่งระบบผูเชี่ยวชาญเรียกใชความรูเฉพาะดานหนึ่งๆ ไดจากฐานความรู (Knowledge Base) ขึ้นอยูกับคาความจริงของเหตุการณใดๆ ที่ตองการตัดสินใจ ผานกลไกในการสรุปขอมูลและใหเหตุผล เพื่อใหคําแนะนําพรอมทั้งมีคําอธิบายของคําแนะนําแกผูใชดวย โครงสรางของระบบผูเชี่ยวชาญแสดงดังรูปที่ 10 รูปที่ 10 โครงสรางของระบบผูเชี่ยวชาญ สวนประกอบที่จําเปนของฐานความรูคือ ฮิวริสติก (Heuristic) ซึ่งหมายถึงสวนของความรูภายในขอบเขตของระบบผูเชี่ยวชาญในดานการตัดสินใจ ซึ่งไมมีรูปแบบตายตัว เชนการสํารวจน้ํามันหรือการประเมินราคาหุน โดยฐานความรูจะถูกพัฒนาขึ้นโดยการนําความรูและความเชี่ยวชาญมาจากกลุมผูเชี่ยวชาญเฉพาะดานที่ตองการ ระบบผูเชี่ยวชาญสามารถนําไปใชรวมกับระบบสารสนเทศในองคกรทุกประเภทไมวาจะเปนระบบการประมวลผลรายการ, ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการหรือในระบบสนับสนุนการตัดสินใจหรือจะใชเปน
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 17เครื่องมือในการให คําแนะนําเดี่ยวๆ เลยก็ได ตัวอยางเชน การนําระบบผูเชี่ยวชาญมาใชรวมกับระบบประมวลผลรายการสําหรับการสั่งซื้อสินคา ระบบผูเชี่ยวชาญอาจกําหนดราคาสั่งซื้อโดยการพิจารณาจากกลุมลูกคา, ปริมาณการสั่งซื้อและรายการสงเสริมการขายที่มีอยูทั้งหมดของสินคาที่ถูกสั่งซื้อนั้น เนื่องจากบริษัทตางๆมีรายการสงเสริมการขายที่แตกตางกัน มีทั้งแบบในระยะเวลาสั้นๆ, แบบที่ใหเฉพาะบางพื้นที่ฯลฯ ซึ่งเปนปญหาที่ไมงายนักสําหรับพนักงานรับสั่งสินคาที่จะสามารถจัดการแจงใหลูกคาทราบไดทันทีทางโทรศัพทความยุงยากของงานเหลานี้มีมากมายจึงมีการนําระบบผูเชี่ยวชาญเขามาชวย จัดการ แตในความเปนจริงแลวระบบผูเชี่ยวชาญมิไดเขามาแทนที่ผูเชี่ยวชาญระบบตัวจริง เพียงแตชวยใหผูตัดสินใจ ทําการตัดสินใจไดงายขึ้นเทานั้นระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ระบบที่นําเสนอขอมูลในรูปแบบที่ผูบริหารสามารถวิเคราะหขอมูลไดอยางมีประสิทธิภาพ เรียกวาระบบ สารสนเทศเพื่อการจัดการ ซึ่งขอมูลสวนที่นําเขาสวนมาก ไดแกขอมูลจากระบบประมวลผลรายการ ซึ่งถูกนําเขาไปยังระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการขององคกรเพื่อผลิตรายงานตางๆ ออกมา ทําใหผูจัดการตัดสินใจไดอยางมีประสิทธิผลมากขึ้น แนวคิดของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ จุดประสงคหลักของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการคือ ชวยใหองคกรบรรลุวัตถุประสงคไดโดยชวยให ผูบริหารสามารถเห็นการดําเนินงานที่เกิดขึ้นในองคกร เพื่อที่จะควบคุม, จัดการและวางแผนไดอยางมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลหรือกลาวไดวา ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ชวยนําเสนอขอมูลของผูบริหารเพื่อใชในการตัดสินใจไดอยางมีประสิทธิภาพและชวยจัดการผลสะทอนกลับที่เกิดขึ้นในการดําเนินงานรายวันได ตัวอยางเชนระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการผลิต คือกลุมของระบบที่รวมกันเพื่อชวยใหผูบริหารสามารถตรวจสอบขบวนการผลิต เพื่อใหเกิดการใชวัตถุดิบในการผลิตที่มีอยูไดอยางคุมคามากที่สุด โดยการตรวจสอบนี้ทําไดโดยดูจากรายงานสรุปที่ไดจากระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ รายงานเหลานี้สามารถไดมาจากการกรองและการวิเคราะหรายละเอียดขอมูลที่อยูในฐานขอมูลการประมวลผลรายการและแสดงผลขอมูลที่ไดในรูปแบบที่มีความหมายหรือรูปแบบที่เขาใจไดงายตอ ผูบริหาร เพื่อใชในการตัดสินใจ รูปที่ 11 แสดงบทบาทของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ที่มีตอการไหลของ สารสนเทศภายในองคกร สังเกตวารายการทางธุรกิจสามารถเขามาในองคกรผานวิธีการทั่วไป, ผานทางอินเทอรเน็ต หรือผานทางเอ็กทราเน็ตที่ติดตอลูกคาและแหลงผลิตเขากับระบบประมวลผลรายการของบริษัทก็ได
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 18 รูปที่ 11 แหลงสารสนเทศที่ใชในการจัดการ จากรูปที่ 11 แสดงใหเห็นวารายงานสรุปจากระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ เปนหนึ่งในแหลงขอมูลสําหรับ ผูบริหาร ซึ่งจะเห็นวาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการสามารถใชไดในทุกๆ ระดับของการจัดการ ไมวาจะเปนในระดับพนักงานไปจนกระทั่งถึงระดับองคกรก็ตาม ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการแตละระบบจะประกอบดวยกลุมของระบบยอย ซึ่งทําหนาที่ในการดําเนินงานเฉพาะอยางภายในองคกร ดังนั้นระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการเงินจะมีระบบยอยที่ทําการออกรายงานดานการเงิน, ระบบยอยที่ทําการวิเคราะหผลกําไรและขาดทุน, วิเคราะหคาใชจายและระบบยอยที่ทําการใชและบริหารเงินทุน ระยอยตางๆ สามารถใชทรัพยากรดานฮารดแวร, ขอมูล และบุคคลรวมกันได ถึงแมการใชระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการจะเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจใหกับผูบริหารได แตบทบาทสําคัญที่ทําใหระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการสามารถเพิ่มประสิทธิผลใหกับองคกรไดก็คือ ชวยในการจัดการขอมูลที่ ถูกตองใหกับบุคคลที่ถูกตอง ในรูปแบบและเวลาที่เหมาะสม สวนที่นําเขาไปในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ขอมูลที่เขาไปยังระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการมาจากแหลงขอมูลภายในและภายนอก แหลงขอมูลภายในที่สําคัญมาจากระบบการประมวลผลรายการ ซึ่งการทํางานหลักของระบบประมวลผลรายการไดแกการจัดเก็บขอมูล ผลลัพธที่ไดจากการดําเนินรายการทางธุรกิจ ซึ่งเมื่อเกิดรายการทางธุรกิจใดๆ ขึ้นระบบประมวลผลรายการจะตอง ปรับปรุงขอมูลที่อยูในฐานขอมูลดวยเสมอ ตัวอยางเชน โปรแกรมการออกบิลชวยเก็บฐานขอมูลของบัญชีรายรับ ซึ่งจะตองมีการปรับปรุงเพื่อใหบริหารทราบวาลูกคารายใดบางที่เปนหนี้บริษัท
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 19ฐานขอมูลที่ปรับปรุงแลวเหลานี้เปนแหลงกําเนิดขอมูลภายในพื้นฐาน เพื่อใชในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ชุดโปรแกรมทางดานพาณิชยอิเล็กทรอนิกสหรือขอมูลภายในจากสวนงานเฉพาะดานอื่นๆ ของบริษัทก็สามารถนําเขาขอมูลที่สําคัญมาสูระบบไดเชนกัน แหลงขอมูล ภายนอกไดแก ลูกคา, แหลงผลิต, คูแขงและผูถือหุนซึ่งเปนเจาของขอมูลที่ยังไมผานการประมวลผลรายการ และแหลงขอมูลอื่นๆ หลายๆ บริษัทพยายามที่จะนําเอ็กทราเน็ตเขามาใชเชื่อมโยงแหลงขอมูลภายนอกตางๆ เขาดวยกัน เพื่อสะดวกในการแลกเปลี่ยนขอมูลและสารสนเทศ ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการใชขอมูลที่ไดมาจากแหลงกําเนิดเหลานี้และประมวลผลใหกลายเปนสารสนเทศที่ผูบริหารสามารถนําไปใชได ซึ่งมักจะอยูในรูปแบบของรายงานนั่นเอง ผลลัพธของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ผลลัพธที่ไดจากระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการคือกลุมของรายงานซึ่งจะถูกสงไปใหกับผูบริหารรายงาน เหลานี้ไดแก 1. รายงานตามตารางเวลา (Schedules Reports) เปนรายงานที่เกิดขึ้นตาม ชวงเวลา หรือตามตารางเวลา เชนรายวัน รายสัปดาหหรือรายเดือน ตัวอยางเชนผูจัดการฝายผลิตตองการใชรายงานรายสัปดาหเพื่อแสดงรายการคาใชจายดานคาแรงรวม เพื่อตรวจสอบและควบคุมคาใชจายของงานและแรงงาน รายงานตามตารางเวลาสามารถชวยให ผูบริหารควบคุมเครดิตของลูกคา, ประสิทธิภาพของตัวแทนจําหนาย, ระดับสินคาคงคลังได 2. รายงานแสดงสวนประกอบสําคัญ (Key Indicator Reports) สรุปการปฏิบัติงานที่วิกฤติของวันกอนหนาและยังคงมีอยูในตอนตนของแตละวันทํางาน รายงานเหลานี้ สามารถสรุประดับของสินคาคงคลัง,งานในการผลิต, ปริมาณการขายฯลฯ ใชสําหรับผูจัดการและผูบริหารระดับสูงที่ตองการความรวดเร็ว ในการดําเนินธุรกิจไดอยางถูกตอง 3. รายงานตามคําขอ (Demand Reports) ใหขอมูลตามที่ผูจัดการรองขอ ตัวอยาง เชน เมื่อผูบริหารระดับสูงตองการทราบการผลิตของสินคารายการหนึ่ง ก็จะทําการสรางรายงานตามความตองการนี้ออกมา 4. รายงานกรณียกเวน (Exception Reports) เปนรายงานที่ถูกผลิตออกมาอยางอัตโนมัติ เมื่อมีเหตุการณที่ไมปกติเกิดขึ้นหรือเมื่อตองการใชในการดําเนินการบริหาร 5. รายงานแบบเจาะลึกรายละเอียด (Drill Down Report) ใหรายละเอียดขอมูลที่เกี่ยวกับสถานการณหนึ่งๆ
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 20รูปที่ 12 รายงานที่เกิดจากระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 21 คุณลักษณะของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ รายงานแบบตางๆ ที่กลาวมาแลวขางตนชวยผูจัดการและผูบริหารระดับสูงในการตัดสินใจไดดีขึ้นและทันเวลามากขึ้น โดยทั่วไประบบสารสนเทศเพื่อการจัดการมีหนาที่และคุณลักษณะ ดังนี้ 1. ผลิตรายงานในรูปแบบที่กําหนดและรูปแบบมาตรฐาน เชน รายงานตามตารางเวลาสําหรับควบคุมสินคาคงคลัง อาจจะประกอบดวยสารสนเทศชนิดเดียวกัน อยูในตําแหนงเดียวกันในรายงาน เนื่องจากผูจัดการคนละคน อาจใชรายงาน เดียวกันเพื่อจุดประสงคที่แตกตางกันได 2. ผลิตรายงานในรูปแบบของเอกสารหรือไฟลอิเล็กทรอนิกส รายงานบางรายงานสามารถถูกพิมพลงบนกระดาษ เรียกวาเปนรายงานฉบับตัวจริง (Hard-copy) สวนรายงานที่อยูในรูปเสมือนจริง (Soft-copy)มักจะแสดงผลผานทางหนาจอคอมพิวเตอร โดยผูจัดการสามารถเรียกรายงานที่ตองการขึ้นมาแสดงบนหนาจอ โดยตรงได แตรายงานนั้นยังคงปรากฏในรูปแบบมาตรฐานเหมือนรายงานที่พิมพออกมาจริงๆ 3. ใชขอมูลภายในที่เก็บอยูในระบบคอมพิวเตอร รายงานในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ใชแหลงขอมูลภายในที่อยูในฐานขอมูลคอมพิวเตอรและบางระบบใชแหลงขอมูลภายนอกเกี่ยวกับคูแขง, โลกธุรกิจฯลฯ แหลงขอมูล ภายนอกที่นิยมใช ไดแก แหลงขอมูลในอินเทอรเน็ตนั่นเอง 4. ชวยใหผูใชสามารถสรางรายงานในรูปแบบที่ตองการได ในขณะที่นักวิเคราะหและนักเขียนโปรแกรมทําการพัฒนาและการใชรายงานที่ซับซอนซึ่งตองการใชขอมูลจากหลายๆ แหลงได ผูใชทั่วไปก็สามารถพัฒนาโปรแกรมอยางงายในการคนหาขอมูลที่ตองการและผลิตออกมาเปนรายงานไดดวยตนเองเชนกัน 5. ตองการการรองขออยางเปนทางการจากผูใช เมื่อฝายสารสนเทศสวนบุคคล ตองการพัฒนาและนํารายงานไปใชจริง จําเปนจะตองมีการรองขออยางเปนทางการไปยังแผนกระบบสารสนเทศกอน สวนรายงานที่ผูใชทั่วไปพัฒนาขึ้นเองไม จําเปนตองมีการรองขออยางเปนทางการ สวนประกอบของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ สวนประกอบของระบบสารสนเทศมี 5 สวนหลักดังที่ไดกลาวมาแลวขางตนคือ ฮารดแวร, ซอฟตแวร,ขอมูล, ขบวนการ และบุคลากร โดยแตละสวนมีความสัมพันธกัน ในการนําระบบสารสนเทศเขามาใชเพื่อการจัดการมักจะแบงสวนตามการทํางานหลัก ซึ่งอาจจะเห็นไดจากแผนผังองคกร ทําใหทราบไดวาองคกรนั้นๆแบงสวนการทํางานอยางไร สวนการทํางานหลักที่มักจะปรากฏใหเห็นในองคกรทั่วไปไดแก ฝายบัญชี, การเงิน, การตลาด, บุคคล ฝายพัฒนาและวิจัย, ฝายกฎหมาย , ฝายระบบสารสนเทศ เปนตน ในแตละฝายก็จะมีระดับการจัดการตางๆ (กลยุทธ, ยุทธวิธี, และการดําเนินงาน) จึงเรียกการแบงการจัดการตามสวนการทํางานวาการแบงตามแนวตั้ง สวนการแบงตามระดับการจัดการเรียกวาการแบงตามแนวนอน แตละสวนการทํางานจะมีระบบยอยที่ทํางานเฉพาะดานของตนเอง แตอาจมีการใชขอมูลรวมกันไดรูปที่ 13 แสดงระบบ สารสนเทศที่รวมสวนการทํางานตางๆ ไวดวยกัน โดยแตละสวนสนับสนุนการทํางานที่
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 22ตางกันออกไป จากรูปแสดงใหเห็นวาแตละระบบสารสนเทศภายในองคกรตางก็ทํางานเฉพาะดานของตนเองรายงานแตละประเภทที่ไดจากระบบสารสนเทศฝายตางๆ เชน ฝายบัญชี การเงินหรือการตลาด ก็จะเหมาะกับระดับการจัดการที่แตกตางกันออกไป รูปที่ 13 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการตางๆภายในองคกร จะเห็นวาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการของฝายตางๆ จะถูกเชื่อมโยงเขาดวยกันกลายเปนระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการขององคกร ดังแสดงในรูปที่ 13 อยางไรก็ตามขอมูลจากฝายการทํางานตางๆ จะถูกรวบรวมเขาไวในฐานขอมูลกลางดังรูปที่ 14 ซึ่งฐานขอมูลนี้นอกจากจะชวยทําใหเกิดการรวมกันของระบบสารสนเทศตางๆ แลว ยังชวยใหเกิดการรวมกันของระบบประมวลผลรายการขององคกรดวย ซึ่งขอดีของการรวมระบบงานตางๆ เขาดวยกันก็คือ สามารถใชขอมูลรวมกันไดงาย ซึ่งจะทําใหลดคาใชจาย, ไดรายงานที่มีความแมนยํามากขึ้น, มีความปลอดภัยของ ขอมูลมากขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพขององคกรอีกดวย
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 23 รูปที่ 14 การรวมระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการตางๆ เขาไปยังฐานขอมูลระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการและขบวนการทางธุรกิจ ระบบสารสนเทศสามารถนําเขามาใชในการดําเนินงานทางธุรกิจดานตางๆ ดังนั้นในสวนตอไปจะเปนการอธิบายถึงการนําระบบสารสนเทศเขามาใชในเพื่อการจัดการดานการเงิน, การผลิต, การตลาด, ดานทรัพยากรมนุษย และดานบัญชี ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการเงิน ทําหนาที่ในการจัดการสารสนเทศดานการเงินใหแกผูบริหารและกลุมบุคคลซึ่งตองการทําการตัดสินใจไดดีขึ้นและชวยในการหาโอกาสและปญหาที่เกิดขึ้นไดอยางรวดเร็ว โดยระบบ สารสนเทศดานการเงินนิยมใชรวมเขากับซอฟตแวรในการวางแผนทรัพยากรขององคกร (Enterprise Resource Planning : ERP)ซึ่งเปนกลุมของโปรแกรมที่จัดการ วิเคราะหและติดตามการดําเนินธุรกิจของแหลงผลิตหรือสาขาตางๆ ขององคกร เพื่อใหแนใจวาสารสนเทศดานการเงินในการปฏิบัติงาน สามารถนําไปใชสนับสนุนความสามารถในการ
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 24ตัดสินใจใหแกบุคคลที่ตองการไดทันเวลา ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการเงินมีความสามารถการทํางานดังตอไปนี้ 1. รวบรวมสารสนเทศดานการเงินและการดําเนินงานจากแหลงตางๆ รวมทั้งจากเครือขายอินเทอรเน็ตเขาไวในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการเพียงระบบเดียว 2. สนับสนุนผูใชที่ทํางานเกี่ยวของกับดานการเงินและผูใชอื่นๆ ของบริษัท ให สามารถเรียกใชขอมูลและ สารสนเทศทางดานการเงินผานทางเครือขายในองคกร ไดงาย 3. เตรียมขอมูลดานการเงินที่มีอยูใหพรอมตอการใชงาน เพื่อใหสามารถนําไปใชในการวิเคราะหขอมูลไดอยางรวดเร็ว 4. สามารถวิเคราะหขอมูลดานการเงินไดหลายมิติ เชน วิเคราะหตามชวงเวลา, ภูมิประเทศ,ผลิตภัณฑ, โรงงานผลิต หรือลูกคาได 5. วิเคราะหการดําเนินงานดานการเงินที่ผานมาและที่เปนอยูในปจจุบันได 6. ติดตามและควบคุมการใชเงินทุนไดตลอดเวลา รูปที่ 15 แสดงสวนนําเขา, ระบบยอยภายใน และผลลัพธของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการเงิน สวนที่นําเขาไปยังระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการเงิน สวนที่นําเขาไปในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการเงิน ไดแก 1. แผนเชิงกลยุทธและนโยบายของบริษัท ในแผนกลยุทธจะประกอบดวย วัตถุประสงคดานการเงินของบริษัท เชน เปาหมายของผลกําไรที่ตองการ, อัตราสวนของหนี้สินและเงินกู, คาคาดหวังของผลตอบแทนที่ตองการ เปนตน 2. ระบบประมวลผลรายการ สารสนเทศดานการเงินที่สําคัญจะมาจากโปรแกรมการประมวลผลรายการตางๆ ไมวาจะเปนโปรแกรมเงินเดือน, โปรแกรมควบคุมสินคาคงคลัง, โปรแกรมสั่งซื้อสินคา, โปรแกรมบัญชีรายรับ-รายจาย,และโปรแกรมใบสั่งซื้อ ทั่วไป โดยขอมูลที่ไดจากโปรแกรมเหลานี้ ไดแก คาใชจายดานเงินเดือนรวม, เงินลงทุนในคลังสินคา, ยอดขายรวม, ปริมาณเงินที่จายใหกับแหลงผลิตสินคา, ปริมาณหนี้รวมของลูกคาที่มี ตอบริษัทและรายละเอียดขอมูลบัญชีตางๆ โดยขอมูลเหลานี้จะถูกนําไปสรางเปน รายงายดานการเงิน เพื่อใชในการตัดสินใจตอไป 3. แหลงขอมูลภายนอก ไดแก สารสนเทศเกี่ยวกับคูแขงขัน อาจไดมาจากรายงานประจําปของบริษัทคูแขง, หนังสือพิมพ, สื่อ
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 25ตางๆ เชนเครือขายอินเทอรเน็ต เปนตน นอกจากนี้ยังรวมถึง สารสนเทศเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศหรือของโลก เชน สภาวะเงินเฟอ, อัตราภาษี เหลานี้เปนตน ระบบยอยและผลที่ไดจากระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการเงิน ระบบยอยในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการเงิน ขึ้นอยูกับองคกรและความตองการขององคกรนั้น โดยอาจประกอบดวยระบบภายในและระบบภายนอกที่ชวยในการเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลทางธุรกิจของบริษัท เชน ระบบการจัดหา, การใช, และการควบคุมเงินสด, ระบบเงินทุนและแหลงการเงินอื่นๆ และอาจจะประกอบดวย ระบบยอยในการหากําไร/ขาดทุน, ระบบบัญชีคาใชจายและระบบการตรวจสอบ โดยระบบตางๆ เหลานี้จะทํางานประสานกับระบบประมวลผลรายการ เพื่อใหไดสารสนเทศที่ผูจัดการดานการเงินสามารถนําไปใชตัดสินใจไดดีขึ้น ดังนั้นผลลัพธที่ไดจากระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการเงิน ไดแก รายงานดานการเงินตางๆ เชน รายงานกําไร/ขาดทุน, รายงานระบบคาใชจาย, รายงานการตรวจสอบภายในและภายนอกและรายงานการใชและการจัดการเงินทุน เปนตน ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการผลิต ขบวนการในการผลิตประกอบดวยงานที่ขึ้นตอกันมากมาย โดยการนําระบบการวางแผนทรัพยากรของ องคกรมาใชรวมในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการผลิตจะชวยใหการทํางานมีความยืดหยุนและมีการจัดหาทรัพยากรที่ตองการใชไดทันตอความตองการ โดยจุดประสงคของขบวนการผลิตก็คือการผลิตไดตรงตามความพอใจหรือความตองการของลูกคานั่นเอง ในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการผลิต ภาระของผูบริหารในการดูแลควบคุมงานจะถูกลดลงไป, งานดานเอกสารตางๆ จะถูกปรับใหอยูในรูปของขบวนการออนไลนและการติดตอสื่อสารขอมูลจะใชงานผานระบบการ แลกเปลี่ยนขอมูลอิเล็กทรอนิกส (EDI) และเครือขายอินเทอรเน็ตแทน อีกทั้งในการวางแผนการใชทรัพยากรของ องคกรเพื่อการผลิตจะใชเครือขายอินเทอรเน็ตและเครือขายอินทราเน็ตในองคกรเพื่อติดตอกับหนวยงานธุรกิจทั้งในและตางประเทศ เพื่อปฏิบัติงานและงานควบคุมงานตางๆ ทั้งแบบศูนยกลางและแบบกระจายได รูปที่ 16 แสดงภาพรวมของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการผลิต
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 26 รูปที่ 16 ภาพรวมของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการผลิต สวนที่นําเขาไปยังระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการผลิต สวนที่นําเขาจะไดจากกการปฏิบัติงานซึ่งเกี่ยวกับการไหลเวียนและการแปลงวัตถุดิบภายในองคกรแหลง สารสนเทศที่สําคัญอาจมาจากภายนอกองคกรก็ได แตสวนใหญมักจะมาจากภายใน เชน 1. แผนเชิงกลยุทธและนโยบายของบริษัท ซึ่งจะเปนสวนที่กําหนดทิศทางของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการผลิตเชนเอกสารเกี่ยวกับการวางแผนระยะยาวที่กลาวถึงเรื่องคุณภาพ, การผลิต, และ เปาหมายและขอจํากัดในการใหบริการ รวมถึงนโยบายในการเปดโรงงานใหมหรือ การปดโรงงานเกาลงและเรื่องของความสามารถในการผลิตที่เพิ่มขึ้นได,ขอจํากัด ของจํานวนพนักงานที่มี, การเปลี่ยนนโยบายการเก็บสินคาคงคลัง และโปรแกรมการ ควบคุมคุณภาพใหมที่ตองการใช เหลานี้จัดเปนสารสนเทศที่นําเขาสูระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการผลิต 2. ระบบประมวลผลรายการ ไดแกขอมูลที่ไดจากระบบประมวลผลรายการดานตางๆที่เกี่ยวขอในการผลิต ไดแก การประมวลผลการสั่งซื้อ, ขอมูลสินคาคงคลัง, ขอมูลการรับและการตรวจสอบวัตถุดิบที่เขามาในขบวนการผลิต, ขอมูลบุคลากร, และขอมูลขบวนการผลิต
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 27 3. แหลงขอมูลภายนอก ไดแก ขอมูลขบวนการในการผลิตใหมๆ ซึ่งอาจมาจากบริษัท, วารสาร และสิ่งพิมพอื่นๆ หรือไดจากเครือขายอินเทอรเน็ตหรือขอมูลเกี่ยวกับสภาพวะเศรษฐกิจใน ปจจุบัน ทําใหสามารถคาดเดาในเรื่องของแรงงาน และคาใชจายเกี่ยวกับวัตถุดิบไดนอกเหนือจากนี้ยังมีแหลงขอมูลภายนอกอื่นๆ อีก เชน องคกรผูเชี่ยวชาญตางๆ, สมาคมทางธุรกิจ ซึ่งสามารถใหขอมูลเกี่ยวกับคูแขงขัน ทั้งในดานขบวนการผลิตและกลุมลูกคาใหมๆที่นาสนใจได ระบบยอยและผลที่ไดจากระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการผลิต ระบบยอยและผลลัพธที่ไดจากระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการผลิต ไดแก การตรวจสอบและควบคุมการไหลเวียนของวัตถุดิบ, สินคา และบริการตางๆภายในองคกร โดยมีวัตถุประสงคเพื่อผลิตสินคาไดตรงตามความตองการของลูกคา ตั้งแตเริ่มขบวนการนําวัตถุดิบมาผานขั้นตอนการผลิตจนกระทั่งเสร็จเปนสินคาและบริการที่จะสงไปยังลูกคา โดยที่เสียคาใชจายนอยที่สุดเทาที่จะเปนไปได ระบบยอยและผลลัพธที่ไดจากระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการผลิต ไดแก 1. การออกแบบและการปฏิบัติเชิงวิศวกรรม (Design and Engineering) ไดแกการพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ โดยสามารถใชระบบการออกแบบโดยใชคอมพิวเตอรชวย(Computer-Aided Design : CAD) ซึ่งเปนการใชคอมพิวเตอรชวยในการออกแบบ โดยผูใชสามารถออกแบบและแกไข ตัวแบบไดเองบนจอภาพ 2. การจัดตารางการผลิต (Production Planning) เพื่อจัดการรายละเอียดแผนงานการผลิตทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยใชซอฟตแวรที่ทํางานในดานนี้เขามาชวย ซึ่งในซอฟตแวรนี้อาจมีคุณสมบัติในการ ทํานายและพิจารณาหาความตองการของสินคาและบริการที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไดทําใหสามารถวางแผนเพื่อกําหนดการผลิตใหไดตรงตามความตองการ 3. การควบคุมสินคาคงคลัง (Inventory Control) ไดแกการใชซอฟตแวรที่ชวยในการสั่งซื้อ, การทํานาย, การผลิตเอกสารและรายงานรานคา, การพิจารณาหาคาใชจายในการผลิต, การวิเคราะหงบประมาณคาใชจายที่ วางไวเปรียบเทียบกับคาใชจายจริง,และการพัฒนาตารางการผลิต, บอกความ ตองการทรัพยากรในการผลิตและวางแผนการผลิตไดอยางอัตโนมัติ โดยปกติแลวซอฟตแวรตางๆเหลานี้จะมีสูตรในการคํานวณเพื่อหาจํานวนวัตถุดิบและชวงเวลาที่ จะตองสั่งซื้อได วิธีการหาวาตองสั่งสินคามาไวในคลังปริมาณเทาใดเรียกวาวิธีการกาปริมาณหารสั่งซื้อมางเศรษฐกิจ (Economic Order Quantity : EOQ) โดย ปริมาณที่หาไดนี้จะตองทําใหเกิดคาใชจายที่ต่ําที่สุดดวย สวนการหาวาตองสั่งสินคามาไวในคลังเมื่อใดจะใชวิธีการหาจุดสั่งซื้อเพิ่ม Reorder Point : ROP)ซึ่งแสดงถึงคาระดับปริมาณสินคาคงคลังที่วิกฤติ 4. การวางแผนการใชทรัพยากรการผลิต(Manufacturing Resource Planning : MRPII) ไดแกระบบที่ใชการวางแผนเครือขายเพื่อใหบุคคลตางๆ สามารถดําเนินธุรกิจเพื่อใหบริการและ
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 28ผลผลิตแกลูกคาไดเปนจํานวนมาก ในขณะที่เสียคาใชจายและมีสินคา หรือวัตถุดิบในคลังสินคาในปริมาณต่ําโดยมีการทํานายความตองการของลูกคา, การควบคุมสินคาคงคลัง, การวางแผนการผลิต, การแสดงรายการวัตถุดิบที่ตองใช, การวางแผนการสรรหาแหลงวัตถุดิบที่ตองใช เพื่อใหแนใจวาผลิตภัณฑที่ผลิตได จะ ถูกสงไปใหแกลูกคาไดในเวลาที่ตองการ 5. การควบคุมสินคาและการผลิตที่ทันเวลา (Just-in-Time Inventory and Manufacturing) การเก็บสินคาและวัตถุดิบในคลังสินคาเปนจํานวนมากทําใหเกิดคาใชจายสูง และ อาจเกิดการเสียหายได ดังนั้นวัตถุประสงคหนึ่งของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการผลิตก็คือ การควบคุมสินคาคงคลังใหอยูในระดับที่ต่ําที่สุด โดยไมกระทบกับความตองการในการนําสินคาหรือวัตถุดิบนั้นไปใชในการผลิต วิธีที่นิยมใชไดแกวิธีการควบคุมคลังสินคาแบบทันเวลา (Just-in-Time : JIT Inventory Approach) ซึ่งสินคาและวัตถุดิบจะถูกสงไปใหในชวงเวลากอนที่จะสินคาหรือวัตถุดิบนั้นไปใชใน การผลิต ทําใหไมตองเก็บไวในคลังสินคาเปนชวงเวลานานๆ 6. การควบคุมขบวนการผลิต ในการควบคุมการผลิตมีเทคโนโลยีที่สนับสนุนมากมาย เชน การผลิตโดยใช คอมพิวเตอรชวย(Computer-Aided Manufacturing : CAM) เปนการใช คอมพิวเตอรชวยการดานการผลิต เชน การตรวจสอบและติดตาม ไดแกการควบคุม การทํางานของอุปกรณในการผลิตตางๆ การตรวจสอบคาและขอกําหนดในการผลิต ตางๆ เชน อุณหภูมิที่ใช คาความดันอากาศฯลฯ หรือใชคอมพิวเตอรชวยในการ กําหนดรหัสสินคา การจัดลําดับในขบวนการผลิต เปนตน 7. การนําคอมพิวเตอรเขาไปชวยในการผลิต (Computer-Integrated Manufacturing : CIM) ไดแกการใชคอมพิวเตอรเพื่อเชื่อมโยงองคประกอบตางๆในขบวนการผลิตเขา ดวยกันเปนระบบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีจุดมุงหมายเพื่อรวมขั้นตอนการผลิตทั้งหมด เชน การประมวลผลการสั่งซื้อ, การออกแบบผลิตภัณฑ, การผลิต การควบคุมและการตรวจสอบคุณภาพ และการขนสงเขาดวยกัน เพื่อเพิ่มประสิทธภาพ ในดานการทํางานสวนตางๆ ที่ตองเกี่ยวของสัมพันธกัน โดยอาจนําระบบการผลิต แบบคลองตัว (Flexible Manufacturing System : FMS) เขามาใชรวมดวย ทําใหสามารถเปลี่ยนการผลิตสินคาอยางหนึ่งเปนอีกอยางหนึ่งเปนไปไดอยางรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ 8. การควบคุมและการตรวจสอบคุณภาพ (Quality Control and Testing) ไดแกขบวนการในการในการควบคุมเพื่อใหแนใจวาสินคาที่ผลิตออกมาตรงตามที่ลูกคาตองการ โดยใชซอฟตแวรในการควบคุมคุณภาพ ตางๆ ผลลัพธที่ไดจากระบบการควบคุมคุณภาพ ไดแกรายงาน คาใชจายที่ลดลงและยอดขายที่เพิ่มขึ้น โดย สารสนเทศที่ไดจากระบบนี้จะชวยใหผูปฏิบัติงานทราบถึงปญหาเกี่ยวกับอุปกรณการผลิตและรายงานควบคุมคุณภาพยังใชในการออกแบบผลิตภัณฑไดดีขึ้นอีกดวย
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 29 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการตลาด ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการตลาด จะสนับสนุนการทํางานดานการบริหารการพัฒนาผลิตภัณฑ, การกระจายผลิตภัณฑ, การตัดสินใจเรื่องราคา, การโฆษณาผลิตภัณฑอยางมีประสิทธิผลและการทํานายยอดขาย โดยรูปที่ 17 แสดงภาพรวมของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการตลาด รูปที่ 17 ภาพรวมของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการตลาด สวนที่นําเขาไปยังระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการตลาด สวนที่นําเขาไปในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการตลาด มักจะไดมาจากแหลงขอมูลภายนอกไดแก อินเทอรเน็ต, บริษัทคูแขงขัน, ลูกคา, วารสาร และนิตยสาร และสิ่งพิมพอื่นๆ แตขอมูลจากแหลงขอมูลภายในก็ยังคงมีความสําคัญอยู ไดแก 1. แผนเชิงกลยุทธ และนโยบายของบริษัท ไดแกแผนเชิงกลยุทธในเรื่องเปาหมายและทิศทางของยอดขายที่ตองการ การ กําหนดราคาสินคาและบริการ, ชองทางการกระจายสินคา, รายการสนับสนุนการขาย, คุณลักษณะของสินคาใหมและในแผนเชิงกลยุทธยังอาจมีการกําหนดแนวทางใน การวิเคราะหสารสนเทศทางดานการตลาด และการตัดสินใจดานการตลาดดวย
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 30 2. ระบบประมวลผลรายการ ในระบบประมวลผลรายการจะประกอบดวยขอมูลดานการขายและดานการตลาด มากมาย เชนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ, ลูกคา, และการขาย เปนตน นอกจากขอมูลที่ได จากระบบประมวลผลรายการแลว ยังอาจไดจากระบบการพาณิชยอิเล็กทรอนิกส (E-Commerce) ดวย 3. แหลงขอมูลภายนอก ขอมูลจากแหลงขอมูลภายนอก ไดแก - ขอมูลเกี่ยวกับคูแขงขัน เชนขอมูลเกี่ยวกับสินคาและบริการใหมๆ, กลยุทธในการกําหนดราคา, จุดแข็งและจุดออนของประเภทผลิตภัณฑที่มีอยู, การจัดหีบหอ, การตลาด และการกระจายสินคาไปยังลูกคาของบริษัทคูแขงที่มีอยูในตลาด ซึ่งขอมูลเหลานี้สามารถหาไดจากวัตถุดิบทางการตลาดเชน แผนพับ, แผนการขายที่ไดจากบริษัทคูแขง, จากเครือขายอินเทอรเน็ตฯลฯ - ขอมูลเกี่ยวกับตลาด ซึ่งมักจะไดมาจากการสังเกตพฤติกรรมผูบริโภค โดยหนวยงานที่ทําหนาที่ในดานวิจัยตลาด เปนตน ระบบยอยและผลที่ไดจากระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการตลาด ระบบยอยในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการตลาด ไดแก การวิจัยตลาด, การพัฒนาผลิตภัณฑ, การโฆษณาและรายการสนับสนุนการขาย, และการกําหนดราคาสินคา โดยผลลัพธของระบบยอยเหลานี้จะชวยใหผูจัดการดานการตลาดและ ผูบริหารสามารถเพิ่มยอดขาย, ลดคาใชจายในการตลาดและพัฒนาแผนในการใหบริการและการผลิตสินคาลวงหนาเพื่อตอบสนองความตองการของลูกคาได  ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานทรัพยากรมนุษย ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานทรัพยากรมนุษย หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งวาระบบสารสนเทศดานบุคลากร ไดแกระบบงานที่เกี่ยวของกับพนักงานขององคกร เนื่องจากการทํางานของทรัพยากรมนุษยจะเกี่ยวของกับทุกสวนงานขององคกร ดังนั้นระบบสารสนเทศดานบุคลากรจึงมีบทบาทที่มีผลตอความสําเร็จขององคกร โดยระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานทรัพยากรมนุษยควรจะมีคุณสมบัติในการวิเคราะหและวางแผนภาระงาน, การจางบุคลากร, การฝก อบรมพนักงาน การกําหนดงานใหกับพนักงานและงานอื่นๆ ที่เกี่ยวของกับบุคลากร โดยระบบที่มีประสิทธิภาพควรจะสามารถจัดการเรื่องคาใชจายดานบุคลากรใหนอยที่สุดในขณะที่ยังคงสามารถสนองตอบความตองการบุคลากรในการดําเนินงานตางๆ เพื่อดําเนินงานใหบรรลุวัตถุประสงคขององคกรได รูปที่ 18 แสดงภาพรวมของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานทรัพยากรมนุษย
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 31 รูปที่ 18 ภาพรวมของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานทรัพยากรมนุษย สวนที่นําเขาไปยังระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานทรัพยากรมนุษย 1. แผนเชิงกลยุทธและนโยบายของบริษัท ไดแกขอมูลดานวัตถุประสงคและนโยบายในดานบุคลากร เชนนโยบายในการ ควบคุมคุณภาพ โดยมีการฝกอบรมพนักงาน, มีการกระตุนใหมีสวนรวมในการทํางาน, มีการสลับหนาที่การทํางานและการกําหนดบทบาทหนาที่ในการทํางานของบุคลากรในองคกร เปนตน 2. ระบบประมวลผลรายการ ไดแกขอมูลเงินเดือน, ขอมูลการประมวลผลการสั่งซื้อ, ขอมูลบุคลากร ขอมูลที่ไดจากระบบประมวลผลรายการ ไดแก - ขอมูลเงินเดือน คาใชจายที่เปนคาจาง, คาประกันสุขภาพ และเงินสวัสดิการตางๆของบุคลากรในองคกร โดยขอมูลที่ระบบประมวลผลรายการไดรับอาจไดแกชั่วโมงการทํางาน อัตราคาจางของพนักงาน และทําการคํานวณเงินเดือนคาจางออกมาให - ขอมูลการสั่งซื้อของพนักงานขายสามารถนํามาใชในการวางแผนงานการกําหนดบุคลากรได โดยพิจารณาจํานวนพนักงานขายที่ตองการ ในการใหบริการหรือขายสินคาขององคกรที่จะมีการขยายตัวตอไปในอนาคต - ขอมูลบุคลากร ใชในการแบงระดับทักษะในการทํางาน โดยพิจารณาจากประสบการณการทํางาน,การประเมินประสิทธิภาพในการทํางาน, และสารสนเทศอื่นๆ ชวยในการวางแผนงานการกําหนดงานใหกับพนักงานในดานตางๆ 3. แหลงขอมูลภายนอก
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 32 ไดแกขอมูลเงินเดือนขององคกรอื่น, ขอมูลสถิติการวาจาง ซึ่งขอมูลเหลานี้สามารถนํามาใชในการกําหนดอัตรา คาจางหรอเงินเดือนใหกับพนักงานในองคกรได ขอมูลเหลานี้อาจไดจากบริษัทที่ทําการวิจัยและพัฒนาในดานเงินรายไดหรืออาจไดจากอินเทอรเน็ตที่มีการสรุปขอมูลของบริษัทที่ทําการวิจัยและพัฒนาทางดานเงินเดือนก็ได นอกจากนี้ยังสามารถศึกษาไดจากขอกําหนดทางดานกฎหมายเรื่องคาจาง แรงงานขั้นต่ํา โดยพิจารณาตามแหลง ขอมูลทองถิ่น, สมาคมดานแรงงานตางๆ เปนตน ระบบยอยและผลที่ไดจากระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานทรัพยากรมนุษย ระบบยอยในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานทรัพยากรมนุษย ไดแก ระบบในการวางแผนทรัพยากรมนุษย, การวาจาง, การฝกอบรมและการเสริมทักษะและการบริหารเงินเดือนและคาจาง โดยผลลัพธที่ไดจากระบบไดแกรายงานการวางแผนทรัพยากรมนุษย, ประวัติการทํางาน, รายงานการเสริมทักษะบุคลากร, การสํารวจเงินเดือน โดยรายงานเหลานี้จะชวยใหผูบริหารกําหนดงานใหกับพนักงาน เพื่อใหบริการแกลูกคาไดอยางมีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล, และชวยในการจัดตารางการทํางาน เพื่อใหไดงานตามที่ตองการได ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการบัญชี ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานการบัญชี จะสนับสนุนการทําบัญชีใหกับองคกร โดยในระบบนี้ประกอบดวยการทํางานที่สําคัญมากมาย เชน ทําการรวมกลุมสารสนเทศในบัญชีรายจาย, บัญชีรายรับ , บัญชีเงินเดือน ฯลฯ โดยการใชขอมูลที่ไดจากระบบประมวลผลรายการขององคกรระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการระดับกลุมงาน กลุมงาน หมายถึง ระบบที่ถูกจัดการของบุคคลตั้งแต 2 คนขึ้นไปซึ่งทํางานเกี่ยวของกัน เพื่อใหระบบนั้นปฏิบัติงานบางอยาง โดยมีกลุมบทบาทมาตรฐานของความสัมพันธของสมาชิกในกลุมและมีกลุมของคามาตรฐานซึ่งกําหนดการปฏิบัติงานของกลุมนั้นและสมาชิกแตละคนในกลุม แนวคิดของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการระดับกลุมงาน กลุมงานที่ประกอบดวยสวนที่เหมือนกัน (Homogeneous Workgroups)หมายถึงกลุมงานที่สมาชิกทุกคนในกลุมมีบทบาทและงานที่ทําเหมือนกัน (ยกเวนผูบริหาร) เชน กลุมการ สงสินคาจากคลังสินคา ซึ่งอาจมีหัวหนาหนึ่งคน การทํางานแบงออกเปน 2 รอบ แตละรอบมีผูดูแลรอบละหนึ่งคน พนักงานที่เหลือจะทํางานอยูในกลุมรอบที่หนึ่งหรือรอบที่สอง การทํางานของพนักงานเหลานี้จะเหมือนกันดังนั้นเมื่อเพิ่มพนักงานขึ้นอีกหนึ่งคนเขาไปในกลุม จะทําใหไดงานเพิ่มขึ้นจํานวนหนึ่ง ถาเพิ่มพนักงานคนที่สอง, สาม,สี่ และมากขึ้น เขาไปในกลุมจะไดงานเพิ่มเทาๆ กันสําหรับพนักงานแตละคน
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 33ระบบสารสนเทศสําหรับกลุมงานลักษณะนี้สามารถสรางไดงาย เนื่องจากสมาชิกทุกคนทํางานเหมือนกัน เมื่อระบบสารสนเทศที่พัฒนาขึ้นสามารถสนับสนุนการทํางานของพนักงานไดหนึ่งคน ก็เทากับสามารถสนับสนุนการทํางานของสมาชิกรายอื่นๆ ในกลุมไดเชนเดียวกัน กลุมงานที่ประกอบดวยสวนที่ไมเหมือนกัน (Heterogeneous Workgroups)หมายถึงกลุมงานที่สมาชิกทุกคนในกลุมมีบทบาทและงานที่ทําแตกตางกัน เชน กลุมใหการชวยเหลือลูกคา ในกลุมมีบุคคลที่มีความรูความชํานาญเฉพาะดานใดดานหนึ่งแตกตางกัน ในกลุมใหความชวยเหลือลูกคาอาจแบงออกเปนกลุมๆ เชน กลุมที่ใหความชวยเหลือดานสินคาประเภทโปรแกรมประมวลผลคํา กลุมที่ใหความชวยเหลือเกี่ยวกับสินคาประเภทระบบจัดการฐานขอมูล กลุมที่ใหความชวยเหลือเกี่ยวกับสินคาประเภทแผนงาน หรือกลุมที่ทําการฝกอบรมพนักงานในกลุมเพื่อใหความชวยเหลือแกลูกคา การพัฒนาระบบสารสนเทศสําหรับกลุมงานลักษณะนี้ทําไดคอนขางยากและเสียคาใชจายสูงเนื่องจากระบบจะตองพยายามที่จะรองรับการทํางานของสมาชิกแตละคน ซึ่งมีงานที่ตองทําแตกตางกัน ประเภทของกลุมงาน กลุมงาน แบงออกเปน 2 ประเภท คือ 1. กลุมงานถาวร (Permanent Workgroups) ไดแกแผนกหรือการทํางานที่จัดตั้งขึ้นอยางเปนทางการในองคกร เชนกลุมงานเพื่อใหความชวยเหลือแกลูกคา 2. กลุมงานชั่วคราว (Temporary Workgroups) ไดแกกลุมงานที่ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อแกปญหาบางอยางหรือเมื่อมีโอกาสพิเศษเกิดขึ้น เชน กลุมงานเพื่อพัฒนาสินคาออกใหม กลุมงานสวนมากมักจะอยูที่เดียวกัน (Single-Site) แตในปจจุบันกลุมงานสามารถกระจายอยูในที่ตางๆ ได(Distributed) เชน กลุมพนักงานที่ทํางานในสาขาตางๆ ทั่วโลก โดยระบบสื่อสารขอมูลสามารถเขามาชวยสนับสนุนการทํางานของกลุมงานที่กระจายอยูตางที่กันได สวนประกอบของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการระดับกลุมงาน คุณลักษณะของระบบสารสนเทศเชิงกลุม ไดแกการที่ผูใชตั้งแต 2 คนขึ้นไป หรือเรียกวาสมาชิกกลุมซึ่งทํางานโดยมีมุมมองบางอยางและจุดประสงครวมกัน รูปที่ 19 แสดงระบบสารสนเทศเชิงกลุม เปนการจัดฮารดแวรตางๆ และเครื่องคอมพิวเตอรเชื่อมตอเขาดวยกันผานเครื่องขายระยะใกล (Local Area Network :LAN) โดยผูใชปฏิบัติตามขบวนการ เพื่อรวบรวม พิมพและใชขอมูลรวมกัน โดยการใชฮารดแวรที่เชื่อมถึงกันโดยฮารดแวรนั้นไมเพียงแตประมวลผลขอมูลเทานั้น แตยังจัดการติดตอสื่อสารระหวางเครื่องคอมพิวเตอรเครื่องตางๆ ดวย
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 34 รูปที่ 19 สวนประกอบของระบบสารสนเทศเชิงกลุม จุดประสงคของระบบสารสนเทศระดับกลุมงาน คือเพื่อสนับสนุนการทํางานในระดับกลุมงานใหเกิดประสิทธิผล โดยประสิทธิผลของกลุมงานสามารถพิจารณาไดจาก 1. ระบบสามารถใหผลลัพธไดตามที่คาดหวังไวหรือมากกวา 2. สามารถทําใหเกิดความพอใจของสมาชิกในกลุมได 3. มีความสามารถในการสนับสนุนการทํางานของกลุม ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได คุณสมบัติของระบบสารสนเทศระดับกลุมงาน ความแตกตางระหวางระบบสารสนเทศระดับบุคคลและระดับกลุมงาน คือ ระบบสารสนเทศระดับกลุมงานตองสนับสนุนการควบคุมการใชขอมูล, สารสนเทศ, ความรู และทรัพยากรอื่นๆรวมกันได เพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคของกลุมงานในการเพิ่มผลของงาน ทําไดโดยการเพิ่มความพยายามและความรูและปรับปรุงกลยุทธในการทํางานใหดีขึ้นและสมาชิกในกลุมจะตองไดรับอนุญาตใหเขาใชทรัพยากรของสมาชิกอื่น หรือกลุมงานอื่นได การควบคุมการใชงานรวมกัน การควบคุมการใชงานรวมกันทําใหสมาชิกของกลุมงานสามารถเขาใชทรัพยากรเดียวกันได แตจะตองไม รบกวนการทํางานของสมาชิกหรือกลุมงานอื่นและสมาชิกทุกคนในกลุมไมจําเปนตองสามารถเขาใชทรัพยากรของกลุมไดทั้งหมด ดังนั้นระบบสารสนเทศระดับกลุมงานจะตองมีสวนของการรักษาความปลอดภัยเชน มีการใชรหัสผาน, การใชบัญชีรายชื่อผูใชหรือรูปแบบอื่นๆที่จํากัดสิทธิ์ในการเขาใชงานทรัพยากรตางๆ ในกลุมได การใชงานรวมกัน แบงออกเปน 2 กลุมคือ
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 35 1. การใชฮารดแวรรวมกันไดแกการอนุญาตใหสมาชิกของกลุมงานสามารถ เขาใชอุปกรณคอมพิวเตอรราคาแพง ซึ่งสมาชิกไมสามารถทํางานของตนไดหากปราศจากความสามารถของอุปกรณนั้น เชน เมื่อสมาชิกในระบบสารสนเทศบุคลากรตองการใชเครื่องพิมพเลเซอร ซึ่งไมมีทุนพอที่จะซื้อเปนของตนเอง สามารถที่จะใชเครื่องพิมพที่มีอยูในกลุมงานอื่นได นอกจากการใชเครื่องพิมพรวมกันแลว อุปกรณที่สามารถใชรวมกัน ไดแก กลองถายรูป พล็อตเตอรและอุปกรณแสดงผลอื่นๆ หรือหนวยความจําสํารองที่มีความจุและความเร็วสูง สามารถนํามาแบงเปนสวนและใหผูใชสามารถเขาใชงานสวนนั้นไดอยางเต็มที่ รูปที่ 20 แสดงการใชงานฮารดแวรรวมกัน โดยผูใชสําเนาขอมูลลงในแผนดิสก และนําไปยังอีกเครื่องหนึ่งเพื่อจัดเก็บหรือพิมพ และรูปที่ 21 แสดงการใชงานฮารดแวรรวมกัน โดยเชื่อมคอมพิวเตอรตางๆ ผานเครือขายระยะใกล (Local Area Network : LAN) ซึ่งอนุญาตใหคอมพิวเตอรเครื่องหนึ่งสื่อสารกับอีกเครื่องหนึ่ง และสามารถใชอุปกรณตางๆ รวมกันได รูปที่ 20 การใชงานฮารดแวรรวมกันโดยไมใชการสื่อสารขอมูล รูปที่ 21 การใชงานฮารดแวรรวมกันโดยไมใชการสื่อสารขอมูล
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 36 2. การใชขอมูลรวมกันการใชขอมูลรวมกันของระบบสารสนเทศที่นํามาใชในกลุมงาน แบงออกเปน 3 กลุมคือ- เพื่อปรับปรุงผลงานแตละสวนไดดีขึ้น ไดแกการใชขอมูลรวมกันเพื่อใหเกิดผลงานของแตละสวนเพิ่มมากขึ้น- เพื่อใหเกิดการรวมมือกันของการปฏิบัติงานของกลุม ไดแกการนําขอมูลที่ไดจากการทํางานรายวันของกลุมอาจไดจากระบบประมวลผลรายการ หรือระบบอื่นๆมาใชรวมกัน- เพื่อแกปญหาและทําการตัดสินใจระดับกลุม ไดแก การใชขอมูลรวมกันในการแกปญหาหรือ ตัดสินใจ ในการตัดสินใจแตละครั้งผูรวมตัดสินใจมีเวลาในการออกความเห็นในที่ประชุมไมมากทําใหแสดงความคิดเห็นไดไมเต็มที่ ระบบสารสนเทศระดับกลุมสามารถชวยใหผูเขารวมตัดสินใจแสดงความคิดเห็นไดมากขึ้นผานทางแปนพิมพ อีกทั้งยังชวยใหผูมีสวนในการตัดสินใจทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นไดโดยไมตองกลัววาจะกระทบตอตําแหนงงานของตน
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 37 ซอฟตแวรที่สนับสนุนการทํางานเชิงกลุม ซอฟตแวรเชิงกลุม หมายถึง ซอฟตแวรที่สนับสนุนการทํางานของสมาชิกในกลุมธุรกิจที่มีการทํางานรวมกัน โดยสนับสนุนดานการสื่อสารและการทํางานรวมกันระหวางสมาชิกในกลุม ซอฟตแวรเชิงกลุมใชในคอมพิวเตอรเพื่อชวยใหการทํางานโตตอบกันของมนุษยทําไดสะดวกขึ้น โดยปกติแลวจะทํางานบนเครื่องคอมพิวเตอรสวนบุคคลซึ่งมีการเชื่อมตอเขากับเครื่องคอมพิวเตอรของสมาชิกอื่นๆ ในกลุมและคอมพิวเตอรอื่นๆ บนโลก ในปจจุบันการทํางานของซอฟตแวรเชิงกลุมอาจนําไปใชรวมกับเครือขายอินทราเน็ต ซึ่งเปนเครือขายภายในองคกร โดยการทํางานหลักของซอฟตแวรเชิงกลุมไดแก 1. การใชสารสนเทศรวมกัน (Information Sharing)สมาชิกในกลุมตองสามารถใชสารสนเทศและความรูรวมกันเพื่อใหสามารถทํางานบนเครื่องคอมพิวเตอรสวนตัว และคอมพิวเตอรสวนรวมได เชนการนําชุดซอฟตแวรเชิงกลุม เชน โลตัสโนต(Lotus Notes) ของบริษัทไอบีเอ็ม สามารถใชสารสนเทศซึ่งประกอบดวยเอกสารสื่อผสม (Document Multimedia) ไดแกขอความ รูปภาพ เสียง และภาพเคลื่อนไหว รวมกันไดระหวางสมาชิกในกลุม โดยสมาชิกสามารถบันทึกสารสนเทศใหม, ใชแบบฟอรม และการเรียกใชสารสนเทศโดยใชคําสําคัญได โดยโลตัสโนตมี คุณสมบติในการสําเนาชุดขอมูล (Replication) การ ปรับปรุงสารสนเทศในเครื่องที่อยูระยะไกลเมื่อมีการปอนสารสนเทศใหมเขาไปในระบบไดอยางอัตโนมัติ การใชซอฟตแวรเชิงกลุมทําใหสมาชิกในกลุมสามารถรวบรวมสารสนเทศตามหัวขอที่ตองการได, วิจารณงานของสมาชิกอื่นและรวบรวมสารสนเทศของกลุมได 2. การเขียนเอกสาร (Document Authoring)ในกลุมงานจําเปนตองมีการผลิตเอกสารทางในการดําเนินการ, รายงาน หรือขอเสนอทางธุรกิจ ดังนั้นซอฟตแวรที่ใชในกลุมจึงตองสามารถผลิตเอกสารสื่อผสมตางๆ ไดแกเอกสารที่ประกอบดวยขอความ,แผนภาพและรูปภาพได โดยสมาชิกสามารถแทรกขอความเพิ่มเติมและเสียงวิจารณตอทายเอกสารนั้นๆ ได หรืออาจมีคุณสมบัติในดานการนําเสนอผานหนาจอคอมพิวเตอรหรือสนับสนุนการใชเทคโนโลยีของไฮเปอรเท็กซ(Hypertext) และไฮเปอรมีเดีย(Hypermedia) เพื่อใหสามารถเชื่อมโยงไปยังเอกสารหรือสื่อผสมอื่นๆ ที่เกี่ยวของกับเอกสารที่กําลังอานอยูดวยก็ได 3. ระบบการรับ-สงขอความ (Messaging Systems)ไดแกระบบที่สนับสนุนการทํางานของการใชบริการจดหมายอิเล็กทรอนิกส (Electronics Mail: E-Mail) ไมวาจะเปนการรับสงขอความระหวางภายในหรือภายนอกกลุมงานก็ตาม เพื่อใหเกิดการสื่อสารระหวางการประชุมได โดยระบบการรับ-สงขอความที่ใชจะตองสามารถจัดการในเรื่องของรายชื่อของผูที่จะไดรับขอความได, มีการเตือนเมื่อมีขอความเขามาใหม, มีการยืนยันกลับเมื่อไดรับขอความแลวและอาจมีความสามารถในการติดตามการรับ-สง ขอความที่ผานมาแลวได ในบางระบบสามารถใหผูใชกําหนดโครงสรางของการสื่อสารดวยขอความได เชน กําหนดใหมีการเตือนสมาชิกในกลุมเมื่อถึงกําหนดสงงานได 4. การอภิปรายทางคอมพิวเตอร (Computer Conference)
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 38ขึ้นอยูกับลักษณะของงานของกลุม โดยโปรแกรมที่สนับสนุนการอภิปรายกลุมอาจมีคุณสมบัติในการแลกเปลี่ยนรายงานความกาวหนา และการอภิปรายถึงปญหาที่เกิดขึ้นโดยการแลกเปลี่ยนขอความระหวางสมาชิกในกลุมได โดยขอความในการอภิปรายจะถูกบันทึกไวและสมาชิกอื่นๆ ในกลุมสามารถคนหาและอานขออภิปรายที่เกิดขึ้นได และผูที่เกี่ยวของหรือผูที่มีสารสนเทศที่มีประโยชนเกี่ยวกับ ขออภิปรายนั้นสามารถทําการใหขอมูลเพิ่มเติม เพื่อใหความกระจางตอขออภิปรายนั้นได 5. การทําปฏิทินกลุม (Group Calendaring)ไดแกคุณสมบัติในการติดตามตารางนัดหมายของสมาชิกแตละคน เพื่อใหงายตอการจัดตารางการนัดพบกันตัวอยางเชน เมื่อตองการนัดพบกลุมการผลิต สามารถปอนรายชื่อของผูที่ตองการนัดพบใหกับระบบ ระบบจะทําการตรวจสอบตารางนัดหมายของบุคคลเหลานั้นวาวางชวงใด เมื่อตรวจสอบพบจะทําการกําหนดการนัดหมายลงในชวงเวลานั้นใหโดยอัตโนมัติและรองขอการยืนยันกลับจากสวนอื่นๆ ที่เกี่ยวของ 6. การจัดการโครงงาน (Project Management)ไดแกคุณสมบัติในการติดตามความกาวหนาของโครงงาน โดยเครื่องมือที่ใชในการจัดการโครงงานไดแก แกนตชารต (Gantt Chart) ซึ่งแสดงลําดับการทํางานตางๆ ของโครงงาน ที่เกิดขึ้นในชวงเวลาตางๆ ดวยกราฟแทงแนวนอนและแสดงสถานะของโครงงานในขณะนั้นวาเสร็จสิ้นแลว, กําลังดําเนินการอยูหรือเกินกําหนดไปแลวได ทําใหสามารถคํานวณคาใชจายที่เกี่ยวของไดงายขึ้น 7. การสนับสนุนการสรางกลุมงาน (Support for Team Building)ไดแกเครื่องมือที่ชวยกําหนดนโยบายรวมของกลุม โดยบริหารเรื่องการสอบถามความตองการของสมาชิกกลุมเพื่อกําหนดรูปแบบการสื่อสารระหวางกัน, การกําหนดขอบังคับในการทํางานกลุมและการหาผูนํากลุม โดยใหเลือกชื่อ ผูนํากลุมที่ตองการ เปนตน
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 39การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ การเขาใจขั้นตอนในการพัฒนาระบบเปนเรื่องสําคัญไมเฉพาะกับผูที่เกี่ยวของกับระบบสารสนเทศเทานั้น ในระบบธุรกิจปจจุบันไมวาจะเปนผูจัดการ หรือพนักงานทั่วไปตางก็ปฏิบัติหนาที่ของตนโดยใชระบบสารสนเทศทางธุรกิจทั้งสิ้น ระบบสารสนเทศที่ประสบผลสําเร็จจะตองไดรับความรวมมือตางๆ จากผูที่เกี่ยวของ ไมวาจะเปนผูใชระดับสูงหรือผูใชระดับลางก็ตาม วงจรการพัฒนาระบบ การเขาใจขั้นตอนในการพัฒนาระบบเปนเรื่องสําคัญไมเฉพาะกับผูที่เกี่ยวของกับระบบสารสนเทศเทานั้น ในระบบธุรกิจปจจุบันไมวาจะเปนผูจัดการ หรือพนักงานทั่วไปตางก็ปฏิบัติหนาที่ของตนโดยใชระบบสารสนเทศทางธุรกิจทั้งสิ้น ระบบสารสนเทศที่ประสบผลสําเร็จจะตองไดรับความรวมมือตางๆ จากผูที่เกี่ยวของ ไมวาจะเปนผูใชระดับสูงหรือผูใชระดับลางก็ตาม วงจรการพัฒนาระบบ ขบวนการในการพัฒนาระบบเรียกวาวงจรชีวิตในการพัฒนาระบบ (System Development LifeCycle : SDLC) โดยแตละระบบที่กําลังจะถูกสรางขึ้นจะเริ่มขบวนการในการสรางไปจนกระทั่งถึงกําหนดที่วางไวและขั้นตอน สุดทายคือการติดตั้งระบบและเกิดการยอมรับระบบ ชีวิตของระบบยังรวมไปถึงขั้นตอนในการดูแลรักษาและการทดลองใชดวย ถาระบบจําเปนตองไดรับการปรับปรุงภายใตขอกําหนดของการดูแลรักษาถาระบบเกาจําเปนตองถูกแทนที่เนื่องจากมีเทคโนโลยีใหมๆ เกิดขึ้น หรือถาองคกรมีความจําเปนตองเปลี่ยนระบบ โครงงานใหมและวงจรชีวิตของระบบก็จะเริ่มตนขึ้น วงจรชีวิตของการพัฒนาระบบมักจะแบงออกเปน 5 ระยะไดแก การศึกษาระบบ, การวิเคราะหระบบ,การ ออกแบบระบบ, การนําระบบไปใชงาน และการดูแลรักษาระบบ ดังรูปที่ 22 ซึ่งแสดงวงจรชีวิตของการพัฒนาระบบที่เริ่มจากระยะที่หนึ่ง ไปจนกระทั่งถึงระยะสุดทาย โดยในแตละระยะสามารถกลับมาเริ่มตนทําระยะกอนหนาไดเสมอหากมีสวนที่ตองการแกไขเพิ่มเติม หรือปรับปรุง
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 40 รูปที่ 22 วงจรชีวิตในการพัฒนาระบบ การศึกษาระบบ ไดแกการหาวาปญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร คุมคาแกการแกไขหรือไม ผลที่ไดจากขั้นตอนนี้คือโครงงานระบบ สารสนเทศจะถูกกําหนดขึ้นเพื่อแกปญหาหรือเพื่อสรางโอกาสทางธุรกิจ ภายใตขอจํากัดทางดานทรัพยากรที่องคกรมีอยู การวิเคราะหความเปนไปได เปนการประเมินระบบในดานเทคนิค, ดานการปฏิบัติการ, ดานการจัดตาราง, และความเปนไปไดทางเศรษฐกิจ ไดแก - ดานเทคนิค เปนการพิจารณาวาในการพัฒนาระบบนี้ จะตองมีการจัดเตรียม ฮารดแวร, ซอฟตแวรและ องคประกอบอื่นๆอะไรอีกบาง - ดานปฏิบัติการ เปนการพิจารณาวาโครงการสามารถนําไปปฏิบัติไดหรือไม เนื่องจากระบบใหมที่จะนํา เขามาใชนั้น จะตองพิจารณาในแงของการยอมรับของบุคลากรที่ทํางานอยูเดิมดวย หากเกิดการตอตานอาจทําใหงานไมประสบผลตามที่ คาดหวังไวได - ดานการจัดตาราง พิจารณาในแงของระยะเวลาที่ใชในการพัฒนาโครงการ วามีการ ใชเวลาและทรัพยากรในระดับที่ยอมรับไดหรือไม
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 41 - ดานเศรษฐกิจ พิจารณาวาโครงการที่จะพัฒนานี้ตองใชคาใชจายมากนอยเพียงใด คุมคากับผลกําไรที่จะไดรับหรือไม ผลลัพธที่ไดจากขั้นตอนการศึกษาระบบ จะเปนรายงานที่สรุปผลของการศึกษาระบบและขบวนการของการวิเคราะหความเปนไปได และขอแนะนําในการปฏิบัติ เชน ควรจะทําการพัฒนาระบบตอไปในขั้นตอนการวิเคราะหระบบหรือไม หรือควรจะแกไขการทํางานในสวนใด หรือควรยกเลิกการทํางานในสวนใด โดยรายงานที่ไดอาจประกอบไปดวยขอมูลตางๆ เชน วัตถุประสงคและเปาหมายขององคกร, ปญหาและโอกาสที่เกิดขึ้นในระบบ, ความเปนไปไดของ โครงการ, คาใชจายของโครงการ, ขอดีของโครงการ และขอเสนอแนะเกี่ยวกับโครงการ เปนตนเทคโนโลยีที่นาสนใจในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ การแลกเปลี่ยนขอมูลอิเล็กทรอนิกส การแลกเปลี่ยนขอมูลอิเล็กทรอนิกส ไดแกการสื่อสารขอมูลในรูปแบบมาตรฐานหรือรูปแบบที่ผูรับอนุญาตเพื่อที่จะสามารถนําไปดําเนินรายการทางดานธุรกิจตามมาตรฐาน ระหวางบริษัทหรือระหวางชุดโปรแกรมกับชุดโปรแกรมของบริษัทได การแลกเปลี่ยนขอมูลอิเล็กทรอนิกส ใชระบบเครือขายที่เชื่อมโยงเครื่องคอมพิวเตอรในองคกรตางๆและดําเนินตามมาตรฐานและขบวนการซึ่งอนุญาตใหผลลัพธจากระบบหนึ่ง ถูกประมวลผลโดยตรงเพื่อเปนขอมูลนําเขาไปยังระบบอื่นๆได โดยไมตองใหมนุษยเปนผูดําเนินการระหวางขบวนการเหลานี้เลย รูปที่ 23 การเชื่อมโยงเพื่อแลกเปลี่ยนขอมูลอิเล็กทรอนิกส ดวยการแลกเปลี่ยนขอมูลอิเล็กทรอนิกส คอมพิวเตอรของลูกคา, ผูผลิต และแหลงผลิต สามารถถูกเชื่อมโยงเขาดวยกัน ดังรูปที่23 ทําใหสามารถลดจํานวนการใชเอกสารที่เปนกระดาษและลดคาใชจายเรื่องคาใชจายในการ ดําเนินงานผิดพลาดลงได การสั่งซื้อหรือคํารองขอของลูกคาจะถูกสงจากเครื่องคอมพิวเตอรของลูกคาไปยังเครื่องคอมพิวเตอรของผูผลิตและเครื่องคอมพิวเตอรของผูผลิตเมื่อไดรับคําสั่งซื้อนั้น สามารถพิจารณาไดวามีสินคาพอหรือไม ถาตองผลิตเพิ่มจะทําการสงคําสั่งซื้อไปยังเครื่องคอมพิวเตอรของแหลงผลิตอยางอัตโนมัติ
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 42 การพาณิชยอิเล็กทรอนิกส พาณิชยอิเล็กทรอนิกส ไดแกการดําเนินรายการ (Transaction)ทางดานธุรกิจผานสื่อทางอิเล็กทรอนิกส ระหวางฝายตางๆ เชน ระหวางบริษัท (ธุรกิจกับธุรกิจ) ระหวางบริษัทกับลูกคา (ธุรกิจกับผูบริโภค) ระหวางธุรกิจกับสวนงานสาธารณะหรือระหวางลูกคากับสวนสาธารณะ คนโดยทั่วไปมักคิดวาพาณิชยอิเล็กทรอนิกสหมายถึงการที่ ผูบริโภคเขาไปยังเว็บไซทใดๆ เพื่อทําการซื้อสินคาแบบออนไลน แตในความเปนจริงแลวการซื้อขายสินคาผานเว็บไซทเปนเพียงสวนเล็กๆ สวนหนึ่งของพาณิชยอิเล็กทรอนิกสเทานั้นการใชพาณิชยอิเล็กทรอนิกสสามารถชวยใหการ ดําเนินงานในการซื้อ-ขายของบริษัทใหญๆ ทําไดงายขึ้นหรือแมกระทั่งกับบริษัทเล็กๆ เองก็มีโอกาสที่จะขายสินคาในราคาต่ํา ในกลุมตลาดตางๆ ทั่วโลก ขอดีของพาณิชยอิเล็กทรอนิกสสําหรับผูบริโภค ไดแกการซื้อสินคาไดโดยไมตองเบียดเสียดกับฝูงคนมากมายในหางสรรพสินคา,สามารถชื้อสินคาไดตลอดเวลาที่ตองการเมื่ออยูที่บานหรือที่ทํางาน และไดรับสินคาโดยตรงถึงบานไมตองขนสงเอง รูปที่ 24 การใชพาณิชยอิเล็กทรอนิกสในการสั่งซื้อสินคา
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 43 รูปที่24 แสดงตัวอยางการใชพาณิชยอิเล็กทรอนิกสในขบวนการสั่งซื้อเฟอรนิเจอรใหมจากบริษัทผูผลิตเฟอรนิเจอร ซึ่งในการสั่งซื้อโดยทั่วไปแลวจะเริ่มตั้งแตพนักงานเขียนคํารองขอเพื่อสั่งซื้อสินคาและนําไปผานการขออนุมัติการสั่งซื้อ เมื่อผานการอนุมัติแลวจึงนําใบรองขอนั้นไปทําเปนแบบสั่งซื้ออยางเปนทางการและสงไปยังผูขายสินคาที่ตองการ ขบวนการเหลานี้สามารถสําเร็จไดโดยงายเมื่อใชพาณิชยอิเล็กทอรนิกส โดยพนักงานสามารถไปยังเว็บไซทของผูขายเฟอรนิเจอร และเลือกสินคาที่ตองการจากรายการสินคาในเว็บไซทนั้นๆ และทําการสั่งซื้อสินคาตามราคาที่ ตกลงไวกอนหนานั้นแลว ถาการสั่งซื้อตองผานการอนุมัติกอนผูอนุมัติจะไดรับการแจงใหทราบถึงการสั่งซื้อนี้ จากความสะดวกสบายตางๆ ทั้งในดานของผูดําเนินธุรกิจและในดานของผูบริโภค ในปจจุบัน พาณิชยอิเล็กทรอนิกสจึงมีการเจริญเติบโตอยางรวดเร็ว สรุป ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการเปนการรวมกลุมของฮารดแวร, ซอฟตแวร, คน, ขบวนการ,ฐานขอมูล และอุปกรณตางๆ เพื่อการจัดการกับขอมูลและสารสนเทศชวยใหองคกรบรรลุเปาหมายได โดยระบบสารสนเทศเพื่อการ จัดการจะชวยใหผูจัดการมองเห็นภาพรวมของการปฏิบัติงานขององคกร ทําใหสามารถควบคุม, จัดการและวางแผน การปฏิบัติงานไดอยางมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ระบบสารสนเทศขององคกร อาจประกอบดวยระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการดานตางๆ ในองคกรเชน ดานการเงิน, การตลาด, การผลิตฯลฯ โดยแตละระบบตองการขอมูลเขาที่แตกตางกัน, ประกอบดวยระบบยอยๆ ที่สนับสนุนการทํางานดานนั้นๆ ที่แตกตางกันและยังใหผลลัพธของระบบที่แตกตางกันอีกดวย สวนขั้นตอนของการพัฒนาระบบสารสนเทศ แตละระบบจะเปนไปตามวงจรชีวิตของการพัฒนาระบบโดยจะเริ่มที่การศึกษาระบบเพื่อคนหาปญหาที่เกิดขึ้น, การวิเคราะหระบบ เพื่อเก็บและวิเคราะหขอมูลที่เกี่ยวของและสิ่งที่ตองพัฒนา, การออกแบบระบบ ซึ่งแบงออกเปนการออกแบบเชิงตรรกะและการออกแบบทางกายภาพ เพื่อกําหนดวิธีการในการพัฒนาระบบ, การนําไปใช ไดแกการพัฒนาระบบตามที่ไดออกแบบไวและนําระบบที่พัฒนาขึ้นไปใชและขั้นสุดทายเปนการดูแลรักษา เพื่อตรวจสอบและแกไขระบบ เมื่อมีขอผิดพลาดหรือมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น
  • เอกสารประกอบการเรียน วิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 44 เอกสารประกอบการเรียน รายวิชา วท0206 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ โดย นางสาววณิชชา แมนยํา ........ชื่อ- สกุล .................................................................................. รหัส ........................................................ ชั้นป ............. วิทยาลัยชุมชนแพร สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ