ข้อสอบปลายภาค  คณิต ม.1 เทอม 1 ชุดที่ 2 หน่วยที่ 4
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

ข้อสอบปลายภาค คณิต ม.1 เทอม 1 ชุดที่ 2 หน่วยที่ 4

on

  • 9,230 views

 

Statistics

Views

Total Views
9,230
Views on SlideShare
9,230
Embed Views
0

Actions

Likes
4
Downloads
545
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    ข้อสอบปลายภาค  คณิต ม.1 เทอม 1 ชุดที่ 2 หน่วยที่ 4 ข้อสอบปลายภาค คณิต ม.1 เทอม 1 ชุดที่ 2 หน่วยที่ 4 Document Transcript

    • ขอสอบปลายภาค คณิตศาสตร ม.1 ภาคเรียนที่ 1 ฉบับที่ 2คําชี้แจง จงเลือกคําตอบที่ถูกตองเพียงขอเดียว1. ผลบวกของตัวประกอบเฉพาะทั้งหมดของ 12 คือขอใด 1 5 2 6 3 12 4 382. ขอใดแยกตัวประกอบถูกตอง 1 16 = 2 × 2 × 4 2 27 = 3 × 9 3 36 = 2 × 2 ×3 ×3 4 40 = 5 ด2 ด43. จํานวนนับที่นอยที่สุดในขอใดเมื่อหารดวย 32, 40 และ 80 แลวจะเหลือเศษ 5 เทากัน  1 80 2 85 3 160 4 1654. ค.ร.น. ของ 38 และ 95 ตรงกับขอใด 1 175 2 190 3 221 4 3425. จํานวน 72 และ 120 มี ค.ร.น. เปนกี่เทาของ ห.ร.ม. 1 5 เทา 2 8 เทา 3 10 เทา 4 15 เทา6. จํานวนนับที่มากที่สุดที่หาร 9 และ 12 ลงตัวคือจํานวนใด 1 2 2 3 3 4 4 9
    • 7. จํานวนที่นอยที่สุดเมื่อหารดวย 18, 24 และ 30 แลวเหลือเศษ 1 เทากัน คือจํานวนขอใด 1 291 2 341 3 361 4 4018. มีมะมวงอยูสามชนิด แตละชนิดมีจํานวน 165, 195 และ 210 ผล ตามลําดับ ตองการแบง เปนกอง กองละเทา ๆ กัน โดยใหแตละกองมีจํานวนมากที่สุด และเปนมะมวงชนิดเดียวกัน จะแบงไดกองละกี่ผล 1 5 ผล 2 15 ผล 3 25 ผล 4 35 ผล9. ถา x = – 5 แลวประโยคใดเปนเท็จ 1 x+1=–4 2 x–1=–6 3 1–x=6 4 1+x=410. คาสัมบูรณของ – 6 + 1 คือขอใด 1 7 2 5 3 –7 4 –511. ขอใดไมถูกตอง 1 21 × a = (25 × a) + ( 4 × a) 2 21 × a = (20 ×a) + ( 1 × a) 3 21 × a = (24 × a) – ( 3 × a) 4 21 × a = (20 × a) + a12. – 15 + 10 – (– 13) มีคาตรงกับขอใด 1 8 2 12 3 – 18 4 18
    • 13. คาของ – 2 – 5 + (– 9) ตรงกับขอใด 1 –2 2 2 3 – 16 4 1614. ถา x = – 7, y = – 1 และ z = – 2 แลวคาของ 2x – y – 3z มีคาตรงกับขอใด  1 –5 2 –6 3 –7 4 –815. ถา [ 0 – (– 9)] + d = 9 แลว d มีคาตรงกับขอใด 1 0 2 –9 3 9 4 1816. ขอใดแทนที่ a = – 2 เปนจริง 1 2– a=0 2 a–2=0 3 2+a=0 4 –a+2=017. สมบัติการเปลี่ยนกลุมของการบวกของ 3 + (x + y) มีคาตรงกับขอใด 1 3x + 3y 2 (3 + x) + y 3 (x + y) + 3 4 3 + (y + x)18. ถา a = 3, b = – 5 และ c = – 1 จะได (a – b) ÷c มีคาตรงกับขอใด 1 2 2 –2 3 8 4 –8
    • 19. ขอใดไมถกตอง ู 2 2 2 2 1 3 = 3 3 2 2 2× 2 2 = 3 3 2 2 3 2 = 3× 3 3 2 2 2 2 4 – = (– 3 )(– 3 ) 320. ขอใดถูกตอง 1 22 + 22 +24 2 32 + 32 + 32 = 33 3 22 × 32 = 55 4 23 ÷ 32 = 1521. ขอความใดถูกตอง 1 (– 2)3 มี 3 เปนฐาน 2 (– 4)7 มี – 4 เปนเลขชี้กําลัง 3 (– 3)4 มี 4 เปนเลขชี้กําลัง 4 2 -4 มี 2 เปนเลขชี้กําลัง 3 222. อานไดตรงกับขอใด 1 เศษสองกําลังสามสวนหา 5 2 เศษสองสวนหากําลังสาม 3 เศษสองสวนหาทั้งหมดกําลังสาม 4 เศษสองสวนหาทั้งหมดยกกําลังสาม23. ขอใดถูกตอง 1 2x = 8 จะได x = 4 2 3x = 9 จะได x = 3 3 4x = 16 จะได x = 4 4 5x = 25 จะได x = 2
    • 24. ขอใดไมถกตอง ู 1 5 = (– 5)2 2 2 – 23 = (– 2)3 3 1.32 = 1 + 0.32 4 (– 7)x = – 7 x เมื่อ x เปนจํานวนคี่25. ถากําหนด 2 x = 8 จะได x มีคาตรงกับขอใด 1 4 2 3 3 2 4 126. 8 × 23 มีคาตรงกับขอใด 1 26 2 29 3 36 4 4827. 3125 ÷ 25 มีคาตรงกับขอใด 1 52 2 53 3 54 4 55 5 3 2 128. 3 2 33 มีคาตรงกับขอใด 1 1 2 22 2 2 3 3 2 2 4 3
    • 12529. 3 มีคาตรงกับขอใด 5 1 0 2 5 3 51 4 50 4 4 −5 3 ×2 230. 6 4 . 3− 2 มีคาตรงกับขอใด 2 3 1 2 5 2 2 3 3 2 3 35 2 3 4 25 4 7 6 × −631. มีคาตรงกับขอใด − 6 1 -610 2 610 3 2(3)10 4 3(2)10 3 2 a b −32. ab 2 มีคาตรงกับขอใด 1 a2 b0 2 a2 b-4 3 a4 b2 4 a4 b0
    • 33. 2 (2- 3) มีคาตรงกับขอใด 1 22 2 2- 2 3 2- 3 4 2134. (2× 55) + (2 × 102 ) มีคาตรงกับขอใด 1 2(5)3 2 5(2)3 3 103 4 (22)(5)235. (72) (-7)3 1 75 2 (-7)5 3 145 4 7(-7)436. ขอใดตอไปนีถูกตอง ้ 3 2 1 2 –3 =1 2 23 – 32 = 10 3 32 – 23 = – 1 4 32 – 23 = (– 1)037. 53 ÷ 35 มีคาตรงกับขอใด 25 1 3 25 2 9 2 1 5 3 3 3 3 3 1 5 2 3 3 4
    • 38. ขอใดตอไปนีมีผลลัพธไมเทากับ 1 ้ 1 [5 (6 – 103)] 0 6 2 2 – (23 – 32) 3 [75 + ( – 57)] 0 4 [( – 2)4 + 42] 039. ถา (x – 2y) 0 = 1 แลวขอใดสรุปไดถูกตอง 1 x – 2y เปนจํานวนนับ 2 x – 2y เปนจํานวนเต็ม 3 x – 2y เปนจํานวนใด ๆ 4 x ≠ 2y40. ถากําหนด a2 = 6 จะได 2a2 – 8a2 มีคาตรงกับขอใด 1 a4 2 – a4 3 2a4 4 – 2a441. กําหนด a เปนจํานวนใด ๆ และ n เปนจํานวนเต็ม แลวขอใดถูกตอง 1 ถา a > 0 แลว an > 0 2 ถา a < 0 แลว an < 0 3 ถา a d 0 แลว an หาคาไดเสมอ 4 ถา a c 0 แลว an หาคาไดเสมอ42. ขอใดถูกตอง 3 2 6 3 1 = 9 2 5 10 6 2 = 36 2 15 225 2 3 = 9 3 1 7 8 − 8 4 = 7
    • 43. 3 + 3 + 3 มีคาตรงกับขอใด 1 33 2 32 3 3 4 3044. ถา a5 = 11 จะได a10 ตรงกับขอใด 1 1110 2 112 3 211 4 1011 2 3 345. 3 มีคาตรงกับขอใด 1 32 2 3 3 22 4 146. (22)3 มีคาตรงกับขอใด 1 25 2 26 3 28 4 2 1− n n− 1 5 × 547. 2 3 มีคาตรงกับขอใด 1 5 2 1 1 3 5 4 0
    • 48. ขอใดตอไปนี้ ไมถูกตอง 1 ( – 3)2 = 32 2 ( – 9)3 = – 93 3 ( – 8)4 = – 84 4 100 = 100049. ขอใดเปนสัญลักษณของรูปสัญกรณวิทยาศาสตรที่ถูกตอง 1 36 × 102 2 74 ×10-5 3 6.2 ×10 4 31.1 × 10450. ขอใดเปนสัญกรณวิทยาศาสตรของ 0.000421 1 4.21 × 10-6 2 4.21× 10-5 3 4.21 × 10-4 4 4.21 × 10-351. ถา 2.36 ×10n = 0.0236× 102 จะได n มีคาตรงกับขอใด 1 –2 2 –1 3 0 4 152. (4.26 ×103 ) – (11.4 ×10) มีคาตรงกับขอใด 1 3.12 × 103 2 3.12 ×102 3 4.146 × 103 4 4.146 × 10253. ขอใดเรียงลําดับไดถูกตอง 1 4 × 100 , 7.6 ×102, 9.8 × 10- 1 2 2.13 ×102 , 4.8× 10, 9.8 ×10- 1 3 1.1 ×104 , 4.3 × 109, 8.1 × 10 4 1 ×100 , 5 ×10-1, 9 × 10
    • 54. 3.6× 10- 4 คิดเปนกี่เทาของ 9 × 10- 5 1 4 เทา 1 2 4 เทา 3 0.4 เทา 4 0.04 เทา55. พื้นที่สนามหญา 2.4 × 102 ตารางเมตร ซึ่งคิดเปน 1.2 × 10- 5 เทาของพื้นที่สวนสาธารณะ ทั้งหมด จงหาวาสวนสาธารณะแหงนี้มีพื้นที่เทาไร 1 2 × 107 ตารางเมตร 2 2 × 105 ตารางเมตร 3 2 × 104 ตารางเมตร 4 2 × 103 ตารางเมตร56. จากรูป รังสีใดเปนรังสีเดียวกับ BC 1 BA 2 CA 3 BD 4 DA57. รังสีในขอใดเปนแขนของ AOC 1 OA, OC 2 OB, OD 3 OA, OD 4 DC, OB58. ขอใดตอไปนี้เปนการสรางรูปเรขาคณิตพืนฐาน ้ 1 จาก AB ยาวเทากับ 3 เซนติเมตร 2 วัดขนาดของ ABC = 65 องศา 3 ลากเสนตรงสองเสนใหตดกันที่จุดจุดหนึ่ง ั 4 แบงครึ่ง AB ที่จุด 0
    • 59. ถากําหนด AB = m หนวย แลวแบงครึ่ง AB จะไดขอใดเปนขั้นตอนแรกของการแบง แบงครึ่ง AB 1 จุดA เปนจุดศูนยกลาง กางรัศมี m หนวย เขียนสวนโคงตัดที่จุด B 2 จุดB เปนจุดศูนยกลาง กางรัศมี m หนวย เขียนสวนโคงตัดที่จด A ุ 3 จุดA และ B เปนจุดศูนยกลาง กางรัศมียาวเทากัน เขียนสวนโคงใหตัดกันทั้งดานบน และดานลางของ AB 4 จุดA และ B เปนจุดศูนยกลาง กางรัศมียาว m และ n หนวย ตามลําดับ เขียนสวนโคง ใหตัดกันทั้งดานบน และดานลางของ AB60. จากรูป รูปสี่เหลี่ยมสองรูปนี้ตัดกันกี่จุด 1 6 2 7 3 8 4 961. จากรูป ขอใดถูกตอง 1 AB = CD 2 AB // CD 3 AND = DMC 4 CMA = BND62. BE แบงครึ่ง ABC BD แบงครึ่ง ABE และBF แบงครึ่ง EBC ABC เปนกี่เทาของ FCB 1 2 2 3 3 4 4 5
    • 63. ขอใดเปนการสรางแบงครึ่งมุมที่ถูกตอง 1 2 3 464. ขอใดทําให PQ AB เมื่อกําหนด AB และ P เปนจุด จุดหนึ่งซึ่งอยูภายนอก AB 1 จุดQ เปนจุดกึงกลางของ AB ่ 2 PQ เปนสวนสูงของ ΔPAB 3 PQ เปนมัธยฐานของ ΔPAB 4 จุดP เปนจุดยอดมุมของ ΔPAB65. ขอใดตอไปนีถูกตอง ้ 1 1 AO = 2 AB จะได จุดO เปนจุดกึ่งกลางของ AB 2 AB และ CD ตัดกันที่ O จะไดจุด O เปนจุดกึ่งกลางของ AB 3 AB และ CD ตัดกัน และแบงครึ่งซึ่งกันและกันทีจุด O จะได AO = CO ่ 4 AB และ CD ตัดกันและแบงครึ่งซึ่งกันและกันทีจุด O จะได AO = BO ่
    • 66. ขอใดเปนการสรางเสนตั้งฉากจากจุดภายนอก 1 2 3 467. ขอใดเปนการสรางมุม 60 องศา 1 สรางเสนตั้งฉาก 2 แบงครึ่งมุมที่กําหนดให 3 สรางรูปสามเหลี่ยมดานเทา 4 แบงครึ่งสวนของเสนตรงที่กําหนดให68. การสรางรูปสามเหลี่ยม 2 รูป บนฐานเดียวกันและมีพนที่เทากัน ใชพนฐานทางเรขาคณิตขอ ื้ ื้ ใด 1 สรางจุดยอดมุมของรูปสามเหลี่ยมทั้งสองรูปบนเสนคูขนานกับฐาน 2 สรางมุมที่ฐานใหมีขนาดมุม 45 องศา เทากัน 3 สรางมุมแยงใหมีขนาดเทากัน 4 สรางรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากเพื่อเปรียบเทียบ
    • 69. ขอใดเปนการสรางรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก 1 2 3 470. การสราง ABC = 90 องศา ตรงกับขอใด 1 การสรางเสนตรงจากจุดภายนอก C มาตั้งฉากกับ AB 2 การสรางเสนตั้งฉาก CA ที่จุด A บน AB 3 การสรางเสนตั้งฉากที่จุด A บน AB 4 การสรางเสนตั้งฉากจากจุดภายนอก A มาตั้งฉากกับ ABคําชี้แจง จงเขียนขันตอนการสรางรูปเรขาคณิตใหสมบูรณ ้จงสรางรูปสามเหลี่ยม ABC ให AB = m หนวย, ABC = 30 ° และ BAC = 2x°ขั้นตอนการสราง1) กําหนดจุด A เปนจุดศูนยกลาง กางรัศมียาว m หนวย เขียนสวนโคงตัดที่จุด B และ ลาก AB2) ที่จุด B สรางรูปสามเหลี่ยมดานเทา BDE จะได EBD = 60 ° ที่ จุดB สราง ABC = 30 ° โดยวิธี....................................................................(ขอ 71)3) จุดB เปนจุดศูนยกลาง กางรัศมีใหยาวพอเขียนสวนโคงตัดแขนทั้งสองขางของมุมที่จุด P และ Q4) จุดP และ Q เปนจุดศูนยกลาง กางรัศมียาว..................(ขอ 72 )เขียนสวนโคงตัดกันที่ จุดR5) ลาก BR ที่จุด A จะสราง BAC = 2 x°
    • 6) จุดU เปนจุดศูนยกลางรัศมีเพียงพอใหเขียนสวนโคงตัดแขนทั้งสองขางของมุมที่จุด T และ S7) จุดT เปนจุดศูนยกลาง กางรัศมี...........................................(ขอ 73) เขียนสวนโคงตัด สวนโคงในขอ 6 ที่จุด W ลาก UW จะได WUS = 2 x°8) จุดA เปนจุดศูนยกลาง กางรัศมี...........................................(ขอ 74 )เขียนสวนโคงตัด AB ที่จุด F9) F เปนจุดศูนยกลาง กางรัศมี.......................................(ขอ 75) เขียนสวนโคงตัดสวนโคง ขอ 8 ที่จุด H10) ลาก AH ตัดกับ.........................................(ขอ 76) ที่จุด..................................(ขอ 77) จะไดรูปสามเหลี่ยม ABC ตามที่กําหนด78. ขอใดเปนเหตุการณที่เกิดขึ้นไดอยางแนนอน 1 ฝนตกจะมีพายุ 2 โลกมีดวงจันทรเปนบริวาร 1 ดวง 3 คนทุกคนสามารถกลั้นลมหายใจได 1 ชั่วโมง 4 นักเรียนที่สอบไดคะแนนสูงสุดในวิชาภาษาไทยเปนนักเรียนหญิง79. หยิบลูกแกวจากโหลที่มีลูกแกวสีฟา 9 ลูก สีแดง 2 ลูก ความนาจะเปนที่หยิบลูกแกวลูกหนึ่ง โดยไมมอง แลวไดลกแกวสีฟา ตรงกับขอใด ู 1 2 ใน 9 วิธี 2 2 ใน 11 วิธี 3 9 ใน 11 วิธี 4 2 ใน 9 วิธี80. โยนเหรียญ 2 อัน พรอมกัน ความนาจะเปนที่เหรียญหงายหนาเปนหัวทั้งสามเหรียญ ตรง กับขอใด 1 1 ใน 2 วิธี 2 2 ใน 3 วิธี 3 2 ใน 4 วิธี 4 1 ใน 4 วิธี
    • ตอนที่ 2จงแสดงวิธีทํา1.จงหาผลลัพธในรูปสัญกรณวิทยาศาสตร ของ (2.3 Ó 104) + (7.9 Ó 105)________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________2.จงสรางรูปสามเหลี่ยมมุมปาน ABC โดย ABC = 120 องศา และ AB = BC = 3 เซนติเมตร(โดยใชวงเวียนและเสนตรงไมตองเขียนวิธีสราง)________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________
    • เฉลยตอนที่ 11. 1 2. 3 3. 4 4. 2 5. 46. 1 7. 3 8. 2 9. 4 10. 211. 1 12. 1 13. 3 14 . 3 15. 116. 3 17. 2 18. 4 19 . 4 20. 221. 3 22. 1 23. 4 24 . 3 25. 226. 1 27. 2 28. 4 29 . 4 30. 431. 2 32. 2 33. 2 34 . 1 35. 236. 4 37. 4 38. 4 39 . 4 40. 441. 1 42. 4 43. 2 44 . 2 45. 346. 2 47. 3 48. 2 49 . 3 50. 351. 3 52. 3 53. 2 54 . 1 55. 156. 2 57. 1 58. 4 59 . 3 60. 261. 2 62. 3 63. 3 64 . 2 65. 466. 3 67. 3 68. 1 69 . 3 70. 471.แบงครึ่งมุม EBD 72. เทากัน 73. ST 74 . US 75. SW76. BR 77. C 78. 2 79 . 3 80. 4ตอนที่ 21. วิธีทํา (2.3 × 104) + (7.9 × 105) = (0.23×105 ) + (7.9×105) = (0.23 + 7.9) × 105 = 8.13 × 1052.