• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
การขยายพันธุ์พืช
 

การขยายพันธุ์พืช

on

  • 15,410 views

 

Statistics

Views

Total Views
15,410
Views on SlideShare
14,875
Embed Views
535

Actions

Likes
1
Downloads
121
Comments
1

3 Embeds 535

http://krumam3108.wordpress.com 526
http://phusit6.wordpress.com 8
http://webcache.googleusercontent.com 1

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel

11 of 1 previous next

  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
  • มีประโยชน์ดีครับ แต่สีมองไม่ค่อยชัด
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    การขยายพันธุ์พืช การขยายพันธุ์พืช Presentation Transcript

    • การขยายพันธุพืชคืออะไร ์ การขยายพันธุ์พืชหมายถึง การเพิมปริ มาณต้นพืชจากต้น ่แม่เพียงต้นเดียว ให้มีจานวนมากขึ้น โดยต้นพืชที่เกิดขึ้นใหม่ยังคงมีคุณสมบัติ คุณลักษณะเหมือนต้นเดิม การขยายพันธุ์พืชแบ่งออกเป็ น2ลักษณะคือการขยายพันธุ์โดยใช้เพศ และการขยายพันธุ์โดยไม่ใช้เพศ
    • การขยายพันธุโดยใช้เพศ คืออะไร ์ คือการนาเมล็ดของพืชไปเพาะหรื อปลูกเพื่อให้เกิดเป็ นพืชต้นใหม่ หรื อที่เรี ยกว่าการเพาะเมล็ดนันเอง ่ 1. การเพาะเมล็ด การเพาะเมล็ด (Seed) หมายถึง การนาเมล็ดพันธุ์พืชที่ผ่านการคัดคุณภาพมาแล้ว นามาปลูกไว้ในพื้นที่จากัดที่เตรี ยมไว้โดยเฉพาะ เช่น กระบะเฉพาะ แปลงเพาะ หรื อภาชนะต่าง ๆมีการดูแลรักษาเอาใจใส่ เป็ นพิเศษ จนกระทังเมล็ดงอกเป็ นต้น ่กล้า เหมาะกับพืชพวกข้าว ผักต่างๆยกเว้นผักกาดหัว
    • วัตถุประสงค์ของการเพาะเมล็ด1. เพื่อประหยัดหรื อไม่ให้เปลืองเมล็ดพันธุ์2. เมล็ดพันธุ์พืชบางชนิดมีขนาดเล็กเกินไป ไม่ทนทานต่อโรค แมลง และสิ่ งแวดล้อม ต้องดูแลเป็ นพิเศษ3. ได้จานวนต้นพืชในปริ มาณตามที่ตองการ ้4. ได้ตนพืชที่มีอายุและการเจริ ญเติบโตเท่าๆ กัน ้
    • วิธีการเพาะเมล็ดในกระบะเพาะ 1. ถ้าหากภาชนะเพาะมีช่องหรื อรู ขนาดใหญ่อาจจะทาให้ดินเพาะรั่วไหล ออกมา ควรใช้วสดุปิดทับ เช่น ใช้เศษ- ั กระถางแตกเศษอิฐหักอุดรู ถ้าเป็ นภาชนะที่ เป็ นกระบะพลาสติกหรื อลังไม้ ควรใช้ กระดาษหนังสื อพิมพ์ปิดทับกระบะ 2. นาดินเพาะใส่ ลงในภาชนะให้เกือบเต็ม เกลี่ยผิวดินให้ ่เรี ยบสม่าเสมอในระดับเดียวกัน ให้ดินเพาะอยูต่ากว่าขอบภาชนะประมาณ 1-2 นิ้ว การเกลี่ยดินให้เรี ยบ
    • ดินที่ใช้เพาะควรเป็ นดินที่ร่วนซุยโปร่ ง มีน้ าหนักเบา ระบายน้ าได้ดี มีแร่ธาตุอาหารพืชบ้างพอสมควร โดยทัวไป ่อาจจะใช้ดินร่ วนธรรมดาก็ได้ หรื ออาจจะใช้ดินที่มีส่วนผสมของวัสดุต่าง ๆในอัตราส่ วนที่กาหนด เช่นทรายหยาบ : ขุยมะพร้าวในอัตรา 1:1ทรายหยาบ : ถ่านแกลบในอัตรา 1:1หรื อ ดิน : ปุ๋ ยคอกเก่า : ทรายในอัตรา2:1:2 ก็ได้
    • 3. นาเมล็ดพันธุ์พืชที่ตองการ ้ปลูก หว่านหรื อโรยลงบนผิวหน้าดินให้กระจายกัน อย่างทัวถึง โรยทับด้วย ่ดินเพาะเพียงบาง ๆ พอกลบเมล็ด 4. ปิ ดทับผิวหน้าดินด้วยฟาง แห้งหรื อกระดาษหนังสื อพิมพ์ (เพื่อ รักษาความชื้นภายในดินเพาะให้ สม่าเสมอไม่ให้ระเหยเร็ วเกินไป และยังช่วยให้เมล็ดงอกได้เร็ วขึ้น)
    • การขยายพันธุพืชแบบไม่อาศัยเพศ ์ หมายถึงการนาส่ วนต่างๆของพืช ไปทาให้เกิดราก เกิดยอดแล้วเจริ ญเติบโตเป็ นพืชต้นใหม่สามารถให้ผลผลิตต่อไปได้ การขยายพันธุ์พืชโยไม่ใช้เพศทาได้หลายวิธี เช่น การตัดชา การตอนกิ่ง การทาบกิ่ง การติดตา การต่อกิ่ง และ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยือ เป็ นต้น ่
    • การขยายพันธุพืชโดยการปักชา ์ การปักชา คือ การตัดส่ วนหนึ่งส่ วนใดของพืช เช่น ใบ กิ่งก้าน ลาต้น หรื อราก ออกจากต้นเดิมไปเก็บไว้ในที่ที่มีสภาพสิ่ งแวดล้อมเหมาะสม ส่ วนต่างๆ ของพืชดังกล่าวจะออกรากและแตกยอดเจริ ญเติบโตเป็ นต้นพืชต้นใหม่ต่อไป ขั้นตอนการปักชา 1) ตัดกิ่งให้มีความยาวประมาณ ่ ั6 – 10 นิ้ว (ขึ้นอยูกบชนิดของพืช) ตัดให้เป็ นแผลทามุมเฉี ยง 450 – 600 ด้านล่างของกิ่งต่ากว่าข้อเล็กน้อย
    • 2) การปักชากิง นาส่ วนของโคนกิ่งปั กลงไปในวัตถุปักชา ่ ให้ลึกประมาณ ของความยาวของกิ่ง โดยให้รอยแผลตัดด้าน ปลายของกิ่งเป็ นแนวตั้งตรงเพื่อ ป้ องกันไม่ให้น้ าขังบริ เวณรอยแผล ซึ่ งจะช่วยลดการเน่าของกิ่งได้ การปั กกิ่ง ควรจัดระยะให้ห่างกันพอประมาณอย่า ให้ชิด หรื อแน่นเกินไป จะทาให้กิ่งเน่าได้ การดูแลรักษา ในระยะแรกๆ ที่กิ่งยังไม่ออกรากจาเป็ นต้องรักษาความชื้นในบริ เวณที่ปักชาให้สูงมากๆ เพื่อลดการสู ญเสี ยน้ าจากการคายน้ าของใบให้มากที่สุด โดยการรดน้ าอย่างสม่าเสมอวันละ 2 - 3 ครั้ง
    • การตอนกิ่ง คือ การทาให้ก่ิงหรื อต้นพืชเกิดรากขณะติดอยูกบต้นแม่ จะ ่ ั ทาให้ได้ตนพืชใหม่ ที่มีลกษณะทางสายพันธุ์ เหมือนกับต้นแม่ ้ ั ทุกประการ โดยมีข้ นตอนการปฏิบติ ดังนี้ ั ัข้ อดีของการตอนกิง ่ 1. คงสภาพลักษณะพันธุ์เดิมทุกประการ 2. การตอนจะแตกรากในปริ มาณมากกว่าการปั กชา 3. เมื่อนาไปปลูกอัตราการรอดตายมากกว่าการปั กชา 4. ทรงพุมเตี้ย สะดวกต่อการเก็บเกี่ยว และการดูแลรักษา ่ 5. ขนาดของกิ่งตอนใหญ่กว่ากิ่งปั กชา ให้ผลผลิตที่เร็ วกว่า
    • ข้ อเสี ยของการตอนกิง ่ 1. ไม่มีระบบรากแก้ว จึงทาให้กิ่งตอนโค่นล้มได้ง่าย 2. กิ่งตอนมีขนาดใหญ่ การเคลื่อนย้ายไปปลูกทาได้ลาบาก 3. จานวนกิ่งพันธุ์ที่ได้ต่อต้นน้อยกว่าการปั กชา ุ่ 4. การตอนกิ่งมีวธีการที่ยงยากกว่าการปั กชา ิ 5. ต้องใช้แรงงานมากและการดูแลมากยิงขึ้น ่ เครื่องมือและอุปกรณ์ ในการตอนกิง ่ 1) มีดตอนกิง มีดตอนกิ่งจะต้องมี ่ ขนาดพอเหมาะเพื่อความสะดวกในการปฏิบติงาน ที่นิยมใช้กน ั ั มากได้แก่ มีดขยายพันธุ์พืช มีพบ และ คัทเตอร์ เป็ นต้น ั
    • 2) วัสดุทใช้ ในการตอนหรือวัตถุห้ ุมกิง ี่ ่เพื่อให้กิ่งตอนได้รับความชื้นที่สูงพอเหมาะสม่าเสมอตลอดจนป้ องกันแสงสว่าง วัสดุที่ใช้ในการหุ มกิ่งตอนจะต้องมีคุณสมบัติ อุม ้ ้ความชื้นได้ดี สะอาด ไม่เป็ นพิษแก่พืช เช่นดินร่ วน กาบมะพร้าว ขุยมะพร้าว3) ฮอร์ โมนหรือสารเคมีทช่วยกระตุ้นการออกรากของกิง กิ่ง ี่ ่พืชบางชนิดออกรากได้ยากและใช้เวลานาน การใช้ฮอร์โมนหรื อสารเคมีบางชนิดทาบริ เวณเหนือรอยแผลหรื อรอยควัน ่จะช่วยกระตุนให้กิ่งออกรากได้เร็ วขึ้น ้
    • ขั้นตอนในการตอนกิง ่ 1) การเลือกกิงตอน ควรเลือกกิ่งที่มีอายุไม่ ่มากหรื อไม่แก่จนเกินไป เพราะจะทาให้ออกรากได้เร็ วขึ้น ซึ่ งสังเกตได้โดยกิ่งจะมีสีเขียวปนน้ าตาล2) การทาแผลหรือการควันกิง ่ ่ การควันกิ่ง เป็ นวิธีที่นิยมปฏิบติ ่ ัมากที่สุดและเหมาะสมกับพืชทุกชนิดโดยเฉพาะพืชที่ออกรากได้ยาก การควันกิ่งแล้วลอกเปลือกออก เป็ นการ ่ตัดท่อลาเลียงอาหารของพืช
    • 3) การใช้ฮอร์โมนหรื อสารเร่ งการออกรากทากิ่งตอน เพื่อกระตุนให้กิ่งออกรากได้เร็ วและมากขึ้น ้ควรจะต้องใช้ฮอร์โมนหรื อสารเร่ งรากทารอบๆเหนือบริ เวณรอยควันด้านบนและหลังจาก ่ฮอร์โมนที่ทาแห้งดีแล้ว จึงค่อยหุ มกิ่งตอน ้ 4) นาตุมตอน (ขุยมะพร้าวที่แช่น้ า แล้ว ้ บีบหมาด ๆ อัดลงในถุงพลาสติก ผูกปาก ถุงให้แน่น) มาผ่าตามความยาวแล้ว นาไปหุ มบนรอยแผลของกิ่งตอน มัดด้วย ้ เชือกทั้งบนและล่างรอยแผล
    • 5.) วิธีการหุ มกิ่ง นาตุมตอนไปหุม ้ ้ ้บริ เวณรอยควันโดยเฉพาะให้เหนือบริ เวณ ่รอยควันด้านบน พยายามดันกิ่งตอนให้เข้า ่ ่ไปอยูกลางถุงให้มากที่สุด ดึงชาย ่ ้ถุงพลาสติกที่ผาให้ซอนทับกัน มัดให้แน่นด้วยเชือกฟาง 4.) เมื่อกิ่งตอนมีรากงอกแทงผ่าน วัสดุ และเริ่ มแก่เป็ นสี เหลือง สี น้ าตาล ปลายรากมีสีขาว และมี จานวนมากพอจึงตัดกิ่งตอนได้ .
    • การทาบกิง ่ คือ การทาบกิง คือ การนาต้นพืชสองต้น ซึ่ง ่มีระบบรากและส่ วนยอดมาเชื่อมให้เป็ นต้นเดียวโดยมีเซลล์เนื้อเยือเป็ นตัวเชื่อมประสาน ่ประโยชน์ ของการทาบกิง ่ 1. ช่วยเปลี่ยนพันธุ์ท่ีมีลกษณะไม่ดีให้เป็ นพันธุ์ที่ดี ั 2. ได้พนธุ์พืชที่มีคุณภาพดีไปปลูก ั ั 3. ใช้กบพืชที่ขยายพันธุ์โดยวิธีอื่นๆ ไม่ได้ผล 4. สามารถได้ตนตอที่มีระบบรากแข็งแรง หาอาหารเก่ง ้ และทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี
    • ขั้นตอนการทาบกิ่ง1. การเตรี ยมต้ นตอ 1.1 เลือกต้นตออายุประมาณ1ปี ตัดให้สูงจากโคนประมาณ6นิ้วแล้วเฉื อนต้นตอเป็ นปากฉลามยาวประมาณ 2 นิ้ว 1.2 เฉื อนปลายต้นตอให้เป็ นรู ปลิ่ม
    • 2. การเตรี ยมกิงพันธ์ ุดี ่ 2.1 เลือกกิ่งพันธุ์ดีที่สมบูรณ์ แข็งแรง 2.2 เฉื อนกิ่งพันธุ์ดีให้เข้าเนื้อไม้ เฉี ยงขึ้นยาวประมาณ 2 นิ้ว ตัดส่ วนเปลือกที่เฉื อนไว้ให้เหลือลิ้นที่ปลายเล็กน้อย
    • 3. การประกบกิงพันธ์ ุดเี ข้ ากับต้ นตอ ่ 3.1 สอดปลายกิ่งต้นตอที่เฉื อนเตรี ยมไว้ให้เนื้อเยือเจริ ญตรง ่กับกิ่งพันธุ์ดี 3.2 พันด้วยแผ่นพลาสติกให้แน่น 3.3 ใช้เชือกผูกปากถุงตรึ งกับโคนกิ่งพันธุ์ให้แน่น
    • 4. ประมาณ 6 - 7 สัปดาห์ แผลจะติดกันดี รากตุมต้นตอจะงอกแทงผ่านวัสดุ ้และเริ่ มมีสีน้ าตาล ปลายรากมีสีขาวและมีจานวนมากพอ จึงจะตัดได้5. นาลงถุงเพาะชา พร้อมปักหลักค้ ายันต้น เพื่อป้ องกันต้นล้ม
    • การติด ตา ื การติดตา คือการขยายพันธุ์พชที่นาแผ่นตาเพียงตาเดียวจากกิ่งพันธุ์ดี ไปติดกับต้นตอในพืชประเภทเดียวกัน เพื่อให้ตานั้นเจริ ญเติบโตเป็ นยอดอ่อน และกิ่งพันธุ์ดีต่อไป ซึ่ งวิธีการนี้ มีลกษณะคล้ายกับวิธีการต่อกิ่ง แต่มีขอดีกว่า ั ้คือ ทาได้ง่ายกว่า ได้ตนพันธุ์ดีมากกว่า และมีความเสี่ ยงต่า ้ อุปกรณ์ติดตา มีดติดตา แถบพลาสติก
    • ประเภทของการติดตา การติดตาแบ่งออกเป็ น 4 ประเภทคือ1. การติดตาแบบตัวที ( T budding) ั การติดตาแบบตัวที (T) เป็ นวิธีที่นิยมใช้กบพวกไม้ดอกได้แก่ กุหลาบ และไม้ผลบางชนิด เช่น ส้ม พุทรา2. การติดตาแบบเพลต (Plate budding) ั การติดตาแบบเพลตใช้ขยายพันธุ์กบพืชที่มีเปลือกหนาและ ั ัเหนียว หรื อวิธีน้ ีมกใช้กบพืชที่มีน้ ายางมาก เช่น ยางพารา มะม่วงขนุน หรื อพืชที่เกิดการเชื่อมต่อช้ากว่าปกติ เช่นมะขาม
    • 3. การติดตาแบบแพตช์ (Patch budding) การติดตาแบบแพตช์ คือ วิธีการติดตาที่ทาการแกะเปลือกต้นตอออกเป็ นรู ปสี่ เหลี่ยมผืนผ้า แล้วใช้เปลือกตาของกิ่งพันธุ์ดีที่มีขนาดเท่ากันมาประกบแทนที่เปลือกของต้นตอ ั การติดตาแบบวิธีน้ ีมกจะใช้กบพืชที่เปลือกหนา เช่นมะม่วง ัยางพารา เป็ นต้น4. การติดตาแบบชิป (Chip budding) การติดตาแบบวิธีน้ ีมกทากับพันธุ์ไม้ที่ลอกเปลือกออกได้ ัยาก และใช้ได้ผลดี กับไม้ผลบางชนิด เช่น องุ่น เงาะ เป็ นต้น
    • ขั้นตอนการติดตาแบบตัวทีมดงนี้ ี ั1. การเตรียมต้ นตอ วิธีการกรี ดต้นตอควรกรี ดตามความยาวของ ต้นตอก่อน แล้วจึงกรี ดตามขวางเป็ นรู ปตัวที (T) พร้อมกับพลิกใบมีดเล็กน้อยเพื่อเผยอเปลือกออกจากเนื้อไม้2. การเตรียมแผ่ นตา แผ่นตา คือ ส่ วนของแผ่นเปลือกซึ่ งมีตาพันธุ์ดีเพียง 1 ตา การเฉื อนควรเฉื อนแผ่นตาจากปลายแผ่นตาไปหาโคนแผ่นตาให้มีความยาว 3-4 เซนติเมตร
    • 3. การประกบแผ่ นตา ่ ให้สอดแผ่นตาอยูใต้เปลือกของต้นตอโดยให้ตาอยูตรงกึ่งกลางของรอยแผล ่ 4. การพันแผ่ นตา วัสดุที่ใช้ คือ แผ่นพลาสติกใส การ พันจะต้องพันจากล่างขึ้นบนให้กระชับ ติดกับต้นตอ คือพันไม่ให้แน่นหรื อหลวม เกิดไป จนกว่าเนื้อเยือเจริ ญของตาพันธุ์ ่ กับตอจะเชื่อมติดกันดี แล้วค่อยแกะแผ่น พลาสติกออก
    • การต่อกิ่ง Grafting การต่อกิ่ง คือการนากิ่งพันธุ์ดีไปต่อบนต้นตอของพืชอีกต้นหนึ่ง เพื่อให้เกิดเป็ นยอดและกิ่งพันธุ์ดีต่อไป ขั้นตอนการต่อกิ่ง 1. ก่อนต่อกิ่งต้องตัดแต่งกิ่งต้น ตอให้โปร่ งเพื่อความสะดวกในการ ทางาน
    • 2. การตัดกิ่งพันธุ์ดี ตัดกิ่งพันธุ์ดีที่สมบุรณ์ให้มีตาติดไปด้วย 3-4 ตา 3. การเตรี ยมต้นตอ กรี ดเปลือกต้นตอให้ขนานกันตามแนวยาวของกิ่ง ให้ยาว ประมาณ2-3นิ้วแล้วใช้มีกรี ดตัดด้านบน การกรี ดต้นตอ ตัดขวางรอยกรี ด ลอกเปลือกออก
    • การเตรี ยมกิ่งพันธุ์ดี1. เฉื อนกิ่งพันธุ์ดีให้เป็ นรู ปลิ่ม เฉื อนด้านหน้า เฉื อนด้านหลัง รอยเฉื อนด้านหลัง
    • การประกบกิ่งพันธุ์ดี นากิ่งพันธุ์ดีประกบลงบนแผลของต้นตอ โดยให้เปลือกชิดด้านใดด้านหนึ่ง แล้วพันด้วยพลาสติกให้แน่น โดยควรพันจากด้านล่างขึ้นด้านบน เพื่อป้ องกันน้ าซึ มเข้าการประกบรอยแผล การพันด้วยแถบพลาสติก
    • ยอดที่เกิดใหม่จากการต่อกิ่ง