มาตรฐานตัวชี้วัดสังคมศึกษา

36,493 views

Published on

มาตรฐานตัวชี้วัดสังคมศึกษา

  1. 1. กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมทาไมต้ องเรียนสั งคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สังคมโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ วตลอดเวลา กลุ่มสาระการเรี ยนรู ้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช่วยให้ผเู ้ รี ยนมีความรู ้ ความเข้าใจ ว่ามนุษย์ดารงชีวตอย่างไร ทั้งในฐานะปัจเจกบุคคล และการ ิอยูร่วมกันในสังคม การปรับตัวตามสภาพแวดล้อม การจัดการทรัพยากรที่มีอยูอย่างจากัด นอกจากนี้ ยังช่วย ่ ่ให้ผเู ้ รี ยนเข้าใจถึงการพัฒนา เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย กาลเวลา ตามเหตุปัจจัยต่างๆ ทาให้เกิดความเข้าใจในตนเอง และผูอื่น มีความอดทน อดกลั้น ยอมรับในความแตกต่าง และมีคุณธรรม สามารถนาความรู้ไปปรับ ้ใช้ในการดาเนินชีวิต เป็ นพลเมืองดีของประเทศชาติ และสังคมโลกเรียนรู้ อะไรในสั งคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม กลุ่มสาระการเรี ยนรู ้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมว่าด้วยการอยู่ร่วมกันในสังคม ที่มีความเชื่ อ มสั ม พัน ธ์ ก ัน และมี ค วามแตกต่ า งกัน อย่า งหลากหลาย เพื่ อ ช่ ว ยให้ ส ามารถปรั บ ตนเองกับ บริ บ ทสภาพแวดล้อม เป็ นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ มีความรู ้ ทักษะ คุณธรรม และค่านิ ยมที่เหมาะสม โดยได้กาหนดสาระต่างๆไว้ ดังนี้  ศาสนา ศีลธรรมและจริยธรรม แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับศาสนา ศีลธรรม จริ ยธรรม หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรื อศาสนาที่ตนนับถือ การนาหลักธรรมคาสอนไปปฏิบติในการพัฒนาตนเอง และการ ัอยู่ร่ ว มกัน อย่า งสั น ติ สุ ข เป็ นผูก ระท าความดี มี ค่ า นิ ย มที่ ดี ง าม พัฒ นาตนเองอยู่เ สมอ รวมทั้ง บ าเพ็ ญ ้ประโยชน์ต่อสังคมและส่ วนรวม  หน้ าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดาเนินชี วิต ระบบการเมืองการปกครองในสังคมปั จจุบน ัการปกครองระบอบประชาธิ ปไตยอันมีพระมหากษัตริ ย ์ทรงเป็ นประมุข ลักษณะและความสาคัญ การเป็ นพลเมื อ งดี ความแตกต่ า งและความหลากหลายทางวัฒ นธรรม ค่ า นิ ย ม ความเชื่ อ ปลู ก ฝั ง ค่ า นิ ย มด้า นประชาธิ ปไตยอันมีพระมหากษัตริ ย ์ทรงเป็ นประมุข สิ ทธิ หน้าที่ เสรี ภาพการดาเนิ นชี วิตอย่างสันติสุขในสังคมไทยและสังคมโลก  เศรษฐศาสตร์ การผลิ ต การแจกจ่าย และการบริ โภคสิ นค้าและบริ การ การบริ หารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจากัดอย่างมีประสิ ทธิ ภาพ การดารงชี วิตอย่างมี ดุลยภาพ และการนาหลักเศรษฐกิ จพอเพียงไปใช้ในชีวตประจาวัน ิ
  2. 2. ๒  ประวัติศาสตร์ เวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ วิธีการทางประวัติศาสตร์ พัฒนาการของมนุ ษยชาติ จากอดี ตถึ งปั จจุ บน ความสัม พันธ์ และเปลี่ ย นแปลงของเหตุ การณ์ ต่า งๆ ผลกระทบที่ เกิ ดจาก ัเหตุการณ์สาคัญในอดีต บุคคลสาคัญที่มีอิทธิ พลต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆในอดีต ความเป็ นมาของชาติไทยวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย แหล่งอารยธรรมที่สาคัญของโลก  ภูมิศาสตร์ ลักษณะของโลกทางกายภาพ ลักษณะทางกายภาพ แหล่งทรัพยากร และภูมิอากาศของประเทศไทย และภูมิภาคต่างๆ ของโลก การใช้แผนที่และเครื่ องมือทางภูมิศาสตร์ ความสัมพันธ์กนของ ั ัสิ่ งต่างๆ ในระบบธรรมชาติ ความสัมพันธ์ของมนุ ษย์กบสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และสิ่ งที่มนุ ษย์สร้างขึ้น การนาเสนอข้อมูลภูมิสารสนเทศ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยงยืน ั่สาระและมาตรฐานการเรียนรู้สาระที่ ๑ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรมมาตรฐาน ส ๑.๑ รู้ และเข้าใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรื อศาสนา ที่ตนนับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมัน และปฏิบติตามหลักธรรม เพื่อ ่ ั อยูร่วมกันอย่างสันติสุข ่มาตรฐาน ส ๑.๒ เข้าใจ ตระหนักและปฏิบติตนเป็ นศาสนิกชนที่ดี และธารงรักษาพระพุทธศาสนา ั หรื อศาสนาที่ตนนับถือสาระที่ ๒ หน้ าทีพลเมือง วัฒนธรรม และการดาเนินชีวตในสั งคม ่ ิมาตรฐาน ส ๒.๑ เข้าใจและปฏิบติตนตามหน้าที่ของการเป็ นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม และ ั ธารงรั กษาประเพณี และวัฒนธรรมไทย ดารงชี วิตอยู่ร่วมกันในสั งคมไทย และ สังคมโลกอย่างสันติสุขมาตรฐาน ส ๒.๒ เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปั จจุบน ยึดมัน ศรัทธา และธารงรักษา ั ่ ไว้ซ่ ึงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริ ยทรงเป็ นประมุข ์สาระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์มาตรฐาน ส.๓.๑ เข้าใจและสามารถบริ หารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริ โภคการใช้ ่ ทรัพยากรที่มีอยูจากัดได้อย่างมีประสิ ทธิ ภาพและคุมค่า รวมทั้งเข้าใจ ้ หลักการของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการดารงชีวตอย่างมีดุลยภาพ ิมาตรฐาน ส.๓.๒ เข้าใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และความจาเป็ นของการร่ วมมือกันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก
  3. 3. ๓สาระที่ ๔ ประวัติศาสตร์มาตรฐาน ส ๔.๑ เข้าใจความหมาย ความสาคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้ วิธีการทางประวัติศาสตร์ มาวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ อย่างเป็ นระบบมาตรฐาน ส ๔.๒ เข้าใจพัฒนาการของมนุ ษยชาติจากอดีตจนถึงปั จจุบน ในด้านความสัมพันธ์และ ั การเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ อย่างต่อเนื่ อง ตระหนักถึงความสาคัญและสามารถ วิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้นมาตรฐาน ส ๔.๓ เข้ า ใจความเป็ นมาของชาติ ไ ทย วัฒ นธรรม ภู มิ ปั ญ ญาไทย มี ค วามรั ก ความภูมิใจและธารงความเป็ นไทยสาระที่ ๕ ภูมิศาสตร์มาตรฐาน ส ๕.๑ เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของสรรพสิ่ งซึ่ งมีผล ต่อกัน และกันในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนที่ และเครื่ องมื อทางภู มิ ศาสตร์ ในการ ค้นหาวิเคราะห์ สรุ ป และใช้ ขอมูลภูมิสารสนเทศอย่างมีประสิ ทธิ ภาพ ้มาตรฐาน ส ๕.๒ เข้าใจปฏิสมพันธ์ระหว่างมนุ ษย์กบสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิด ั ั การสร้างสรรค์วฒนธรรม มีจิตสานึก และมีส่วนร่ วมในการอนุ รักษ์ ทรัพยากร ั และสิ่ งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่ยงยืน ่ัคุณภาพผู้เรียน จบชั้นประถมศึกษาปี ที่ ๓  ได้เรี ยนรู ้เรื่ องเกี่ยวกับตนเองและผูที่อยูรอบข้าง ตลอดจนสภาพแวดล้อมในท้องถิ่น ที่อยูอาศัย ้ ่ ่และเชื่องโยงประสบการณ์ไปสู่ โลกกว้าง  ผูเ้ รี ย นได้รับการพัฒนาให้มี ทก ษะกระบวนการ และมี ขอมู ลที่ จาเป็ นต่ อการพัฒนาให้เป็ น ั ้ผูมีคุณธรรม จริ ยธรรม ประพฤติปฏิบติตามหลักคาสอนของศาสนาที่ตนนับถือ มีความเป็ นพลเมืองดี มี ้ ัความรับผิดชอบ การอยูร่วมกันและการทางานกับผูอื่น มีส่วนร่ วมในกิจกรรมของห้องเรี ยน และได้ฝึกหัด ่ ้ในการตัดสิ นใจ  ได้ศึ กษาเรื่ องราวเกี่ ยวกับตนเอง ครอบครั ว โรงเรี ยน และชุ มชนในลักษณะการบู รณาการผูเ้ รี ยนได้เข้าใจแนวคิดเกี่ ยวกับปั จจุบนและอดี ต มีความรู ้ พ้ืนฐานทางเศรษฐกิ จได้ขอคิดเกี่ ยวกับรายรับ- ั ้รายจ่ายของครอบครัว เข้าใจถึงการเป็ นผูผลิต ผูบริ โภค รู ้จกการออมขั้นต้นและวิธีการเศรษฐกิจพอเพียง ้ ้ ั  ได้ รั บ การพัฒ นาแนวคิ ด พื้ น ฐานเกี่ ย วกั บ ศาสนา ศี ล ธรรม จริ ยธรรม หน้ า ที่ พ ลเมื อ งเศรษฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และภูมิปัญญา เพื่อเป็ นพื้นฐานในการทาความเข้าใจในขั้นที่สูงต่อไป
  4. 4. ๔ จบชั้นประถมศึกษาปี ที่ ๖  ได้เรี ย นรู ้ เรื่ อ งของจัง หวัด ภาค และประทศของตนเอง ทั้ง เชิ ง ประวัติศ าสตร์ ลัก ษณะทางกายภาพ สังคม ประเพณี และวัฒนธรรม รวมทั้งการเมืองการปกครอง สภาพเศรษฐกิ จโดยเน้นความเป็ นประเทศไทย  ได้รับการพัฒนาความรู้และความเข้าใจ ในเรื่ องศาสนา ศีลธรรม จริ ยธรรม ปฏิบติตนตามหลัก ัคาสอนของศาสนาที่ตนนับถือ รวมทั้งมีส่วนร่ วมศาสนพิธี และพิธีกรรมทางศาสนามากยิงขึ้น ่  ได้ศึ ก ษาและปฏิ บ ัติตนตามสถานภาพ บทบาท สิ ท ธิ ห น้า ที่ ใ นฐานะพลเมื องดี ข องท้องถิ่ นจังหวัด ภาค และประเทศ รวมทั้งได้มีส่วนร่ วมในกิ จกรรมตามขนบธรรมเนี ยมประเพณี วัฒนธรรม ของท้องถิ่นตนเองมากยิงขึ้น ่  ได้ศึกษาเปรี ยบเทียบเรื่ องราวของจังหวัดและภาคต่างๆของประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านได้รับการพัฒนาแนวคิดทางสังคมศาสตร์ เกี่ยวกับศาสนา ศีลธรรม จริ ยธรรม หน้าที่พลเมือง เศรษฐศาสตร์ประวัติศาสตร์ และภูมิศาสตร์ เพื่อขยายประสบการณ์ไปสู่ การทาความเข้าใจ ในภูมิภาค ซี กโลกตะวันออกและตะวันตกเกี่ยวกับศาสนา คุณธรรม จริ ยธรรม ค่านิยมความเชื่อ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม การดาเนินชีวต การจัดระเบียบทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมจากอดีตสู่ ปัจจุบน ิ ั จบชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ ๓  ได้เรี ย นรู ้ แ ละศึ ก ษาเกี่ ย วกับ ความเป็ นไปของโลก โดยการศึ ก ษาประเทศไทยเปรี ย บเที ย บกับประเทศในภูมิภาคต่างๆในโลก เพื่อพัฒนาแนวคิด เรื่ องการอยูร่วมกันอย่างสันติสุข ่  ได้เรี ยนรู ้ และพัฒนาให้มีทกษะที่จาเป็ นต่อการเป็ นนักคิดอย่างมีวิจารณญาณได้รับการพัฒนา ัแนวคิด และขยายประสบการณ์ เปรี ยบเทียบระหว่างประเทศไทยกับประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ ในโลก ได้แก่เอเชีย โอเชียเนีย แอฟริ กา ยุโรป อเมริ กาเหนื อ อเมริ กาใต้ ในด้านศาสนา คุณธรรม จริ ยธรรม ค่านิ ยม ความเชื่ อ ขนบธรรมเนี ยม ประเพณี วัฒนธรรม การเมืองการปกครอง ประวัติศาสตร์ และภูมิศาสตร์ ด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์ และสังคมศาสตร์  ได้รับการพัฒนาแนวคิดและวิเคราะห์ เหตุก ารณ์ ในอนาคต สามารถนามาใช้เป็ นประโยชน์ในการดาเนินชีวตและวางแผนการดาเนินงานได้อย่างเหมาะสม ิ จบชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ ๖  ได้เรี ยนรู้และศึกษาความเป็ นไปของโลกอย่างกว้างขวางและลึกซึ้ งยิงขึ้น ่  ได้รับการส่ งเสริ มสนับสนุ นให้พฒนาตนเองเป็ นพลเมืองที่ดี มีคุณธรรม จริ ยธรรม ปฏิบติตาม ั ัหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถื อ รวมทั้งมีค่านิ ยมอันพึงประสงค์ สามารถอยู่ร่วมกับผูอื่นและอยูในสังคม ้ ่ได้อย่างมีความสุ ข รวมทั้งมีศกยภาพเพื่อการศึกษาต่อในชั้นสู งตามความประสงค์ได้ ั
  5. 5. ๕  ได้เ รี ย นรู้ เ รื่ องภู มิ ปั ญ ญาไทย ความภู มิ ใ จในความเป็ นไทย ประวัติ ศ าสตร์ ข องชาติ ไ ทยยึดมันในวิถีชีวต และการปกครองระบอบประชาธิ ปไตยอันมีพระมหากษัตริ ยทรงเป็ นประมุข ่ ิ ์  ได้รับ การส่ งเสริ มให้มี นิสั ยที่ ดีใ นการบริ โภค เลื อกและตัดสิ นใจบริ โภคได้อย่างเหมาะสมมีจิตสานึ ก และมีส่วนร่ วมในการอนุ รักษ์ ประเพณี วฒนธรรมไทย และสิ่ งแวดล้อม มีความรักท้องถิ่ นและ ัประเทศชาติ มุ่งทาประโยชน์ และสร้างสิ่ งที่ดีงามให้กบสังคม ั  เป็ นผูมีความรู้ความสามารถในการจัดการเรี ยนรู้ของตนเอง ชี้นาตนเองได้ และสามารถแสวงหา ้ความรู ้จากแหล่งการเรี ยนรู ้ต่างๆในสังคมได้ตลอดชีวต ิ
  6. 6. ๖ตัวชี้วดและสาระการเรียนรู้ แกนกลาง ัสาระที่ ๑ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรมมาตรฐาน ส ๑.๑ รู้ และเข้าใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรื อศาสนา ที่ตนนับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมันและปฏิบติตามหลักธรรม ่ ั เพื่ออยูร่วมกันอย่างสันติสุข ่ ชั้น ตัวชี้วด ั สาระการเรี ยนรู้ แกนกลาง ป.๑ ๑. บอกพุทธประวัติ หรื อประวัติของ  พุทธประวัติ ศาสดาที่ตนนับถือโดยสังเขป  ประสู ติ  ตรัสรู้  ปริ นิพพาน ๒. ชื่นชมและบอกแบบอย่างการดาเนิ น  สามเณรบัณฑิต ชีวตและข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก/ ิ  วัณณุปถชาดก เรื่ องเล่าและศาสนิกชนตัวอย่างตามที่  สุ วณณสามชาดก ั กาหนด  พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยูหว ่ ั ภูมิพลอดุลยเดช  เจ้าพระยาสุ ธรรมมนตรี (หนูพร้อม) ๓. บอกความหมาย ความสาคัญ และ  พระรัตนตรัย เคารพพระรัตนตรัย ปฏิบติตามหลักธรรม ั  ศรัทธา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โอวาท ๓ในพระพุทธศาสนา หรื อ  โอวาท ๓ หลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือตามที่  ไม่ทาชัว ่ กาหนด o เบญจศีล  ทาความดี ° เบญจธรรม ° สังคหวัตถุ ๔ ° กตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่ และ ครอบครัว ° มงคล ๓๘ - ทาตัวดี - ว่าง่าย ่ - รับใช้พอแม่
  7. 7. ๗ชั้น ตัวชี้วด ั สาระการเรี ยนรู้ แกนกลาง  ทาจิตให้บริ สุทธิ์ (บริ หารจิตและเจริ ญ ปัญญา)  พุทธศาสนสุ ภาษิต  อตฺ ตา หิ อตฺ ตโน นาโถ ตนแลเป็ นที่พ่ ึงของตน  มาตา มิตฺต สเก ฆเร มารดาเป็ นมิตรในเรื อนของตน ๔. เห็นคุณค่าและสวดมนต์ แผ่เมตตา  ฝึ กสวดมนต์ และแผ่ เมตตา มีสติที่เป็ นพื้นฐานของสมาธิ ใน  รู้ความหมายและประโยชน์ของสติ พระพุทธศาสนา หรื อการพัฒนาจิตตาม  ฟังเพลงและร้องเพลงอย่างมีสติ แนวทางของศาสนาที่ตนนับถือ  เล่นและทางานอย่างมีสติ ตามที่กาหนด  ฝึ กให้มีสติในการฟัง การอ่าน การคิด การถามและการเขียนป.๒ ๑. บอกความสาคัญของพระพุทธศาสนา  พระพุทธศาสนาเป็ นเอกลักษณ์ของ หรื อศาสนาที่ตนนับถือ ชาติไทย ๒. สรุ ปพุทธประวัติต้ งแต่ประสู ติจนถึง ั  สรุ ปพุทธประวัติ การออกผนวชหรื อประวัติศาสดาที่ตนนับ  ประสู ติ ถือตามที่กาหนด o เหตุการณ์หลังประสู ติ o แรกนาขวัญ o การศึกษา o การอภิเษกสมรส o เทวทูต ๔ o การออกผนวช ๓. ชื่นชมและบอกแบบอย่างการดาเนิ น  สามเณรราหุล ชีวตและข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก/ ิ  วรุ ณชาดก เรื่ องเล่าและศาสนิกชนตัวอย่างตามที่  วานริ นทชาดก กาหนด  สมเด็จพระญาณสังวร (ศุข ไก่เถื่อน)  สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริ ญ สุ วฑฺฒโน) ๔. บอกความหมาย ความสาคัญ และ  พระรั ตนตรั ย เคารพพระรัตนตรัย ปฏิบติตาม ั  ศรัทธา
  8. 8. ๘ชั้น ตัวชี้วด ั สาระการเรี ยนรู้ แกนกลาง หลักธรรมโอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนา  โอวาท ๓ หรื อหลักธรรมของศาสนาที่ตน  ไม่ทาชัว ่ นับถือตามที่กาหนด ° เบญจศีล  ทาความดี ° เบญจธรรม ° หิริ-โอตตัปปะ ° สังคหวัตถุ ๔ ° ฆราวาสธรรม ๔ ° กตัญญูกตเวทีต่อครู อาจารย์ และ โรงเรี ยน ° มงคล ๓๘ - กตัญญู - สงเคราะห์ญาติพี่นอง ้  ทาจิตให้บริ สุทธิ์ (บริ หารจิตและ เจริ ญปั ญญา)  พุทธศาสนสุ ภาษิต  นิมิตฺต สาธุรูปาน กตญฺ ญ กตเวทิตา ความกตัญญ กตเวทีเป็ นเครื่ องหมาย ของคนดี  พฺรหฺ มาติ มาตาปิ ตโร มารดาบิดาเป็ นพรหมของบุตร ๕. ชื่นชมการทาความดีของตนเอง บุคคล  ตัวอย่างการกระทาความดีของตนเอง ในครอบครัวและในโรงเรี ยน ตามหลัก และบุคคลในครอบครัว และใน ศาสนา โรงเรี ยน (ตามสาระในข้อ ๔) ๖. เห็นคุณค่าและสวดมนต์ แผ่เมตตา  ฝึ กสวดมนต์ไหว้พระและแผ่เมตตา มีสติที่เป็ นพื้นฐานของสมาธิ ในพระพุทธ-  รู้ความหมายและประโยชน์ของสติและ ศาสนา หรื อการพัฒนาจิตตามแนวทาง สมาธิ ของศาสนาที่ตนนับถือ ตามที่กาหนด  ฝึ กสมาธิ เบื้องต้น  ฝึ กสติเบื้องต้นด้วยกิจกรรมการ เคลื่อนไหวอย่างมีสติ  ฝึ กให้มีสมาธิ ในการฟัง การอ่าน การคิด การถาม และการเขียน
  9. 9. ๙ชั้น ตัวชี้วด ั สาระการเรี ยนรู้ แกนกลาง ๗. บอกชื่อศาสนา ศาสดา และ  ชื่อศาสนา ศาสดา และคัมภีร์ของศาสนา ความสาคัญของคัมภีร์ของศาสนาที่ตน ต่ าง ๆ นับถือและศาสนาอื่นๆ  พระพุทธศาสนา o ศาสดา : พระพุทธเจ้า o คัมภีร์ : พระไตรปิ ฎก  ศาสนาอิสลาม o ศาสดา : มุฮมมัด ั o คัมภีร์ : อัลกุรอาน  คริ สต์ศาสนา o ศาสดา : พระเยซู o คัมภีร์ : ไบเบิล  ศาสนาฮินดู o ศาสดา : ไม่มีศาสดา o คัมภีร์ : พระเวท พราหมณะ อุปนิษท อารัณยกะ ัป.๓ ๑. อธิ บายความสาคัญของพระพุทธศาสนา  ความสัมพันธ์ของพระพุทธศาสนากับ หรื อศาสนาที่ตนนับถือ ในฐานะที่เป็ น การดาเนิ นชีวตประจาวัน เช่น ิ รากฐานสาคัญของวัฒนธรรมไทย การสวดมนต์ การทาบุญ ใส่ บาตร การแสดงความเคารพ การใช้ภาษา  พระพุทธศาสนามีอิทธิ พลต่อการ สร้างสรรค์ผลงานทางวัฒนธรรมไทย อันเกิดจากความศรัทธา เช่น วัด ภาพวาด พระพุทธรู ป วรรณคดี สถาปัตยกรรมไทย ๒. สรุ ปพุทธประวัติต้ งแต่การบาเพ็ญ ั  สรุ ปพุทธประวัติ (ทบทวน) เพียรจนถึงปริ นิพพาน หรื อประวัติของ  การบาเพ็ญเพียร ศาสดาที่ตนนับถือตามที่กาหนด  ผจญมาร  ตรัสรู้  ปฐมเทศนา  ปริ นิพพาน
  10. 10. ๑๐ชั้น ตัวชี้วด ั สาระการเรี ยนรู้ แกนกลาง ๓. ชื่นชมและบอกแบบอย่างการดาเนิ น  สามเณรสังกิจจะ ชีวตและข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก/ ิ  อารามทูสกชาดก เรื่ องเล่าและศาสนิกชนตัวอย่าง ตามที่  มหาวาณิ ชชาดก กาหนด  สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺ มรสี )  สมเด็จพระเจ้าตากสิ นมหาราช ๔. บอกความหมาย ความสาคัญของ  ความสาคัญของพระไตรปิ ฎก เช่น พระไตรปิ ฎก หรื อคัมภีร์ของศาสนาที่ตน เป็ นแหล่งอ้างอิง ของหลักธรรมคาสอน นับถือ ๕. แสดงความเคารพพระรัตนตรัย และ  พระรัตนตรัย ปฏิบติตามหลักธรรมโอวาท ๓ ใน ั  ศรัทธา พระพุทธศาสนา หรื อหลักธรรมของ  โอวาท ๓ ศาสนาที่ตนนับถือตามที่กาหนด  ไม่ทาชัว ่ ° เบญจศีล  ทาความดี ° เบญจธรรม ° สติ-สัมปชัญญะ ° สังคหวัตถุ ๔ ° ฆราวาสธรรม ๔ ° อัตถะ ๓ (อัตตัตถะ, ปรัตถะ, อุภยัตถะ) ° กตัญญูกตเวทีต่อชุมชน, สิ่ งแวดล้อม ° มงคล ๓๘ - รู้จกให้ ั - พูดไพเราะ ่ - อยูในสิ่ งแวดล้อมที่ดี  ทาจิตให้บริ สุทธิ์ (บริ หารจิตและเจริ ญ ปัญญา)  พุทธศาสนสุ ภาษิต  ททมาโน ปิ โย โหติ ้ ่ ผูให้ยอมเป็ นที่รัก  โมกฺโข กลฺ ยาณิ ยา สาธุ เปล่งวาจาไพเราะให้สาเร็ จประโยชน์
  11. 11. ๑๑ชั้น ตัวชี้วด ั สาระการเรี ยนรู้ แกนกลาง ๖. เห็นคุณค่าและสวดมนต์ แผ่เมตตา  ฝึ กสวดมนต์ ไหว้พระ สรรเสริ ญคุ ณ มีสติที่เป็ นพื้นฐานของสมาธิ ใน พระรัตนตรัยและแผ่เมตตา พระพุทธศาสนา หรื อการพัฒนาจิต  รู้ความหมายและประโยชน์ของสติและ ตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือ สมาธิ ตามที่กาหนด  รู้ประโยชน์ของการฝึ กสติ  ฝึ กสมาธิ เบื้องต้นด้วยการนับลมหายใจ  ฝึ กการยืน การเดิน การนัง และ ่ การนอน อย่างมีสติ  ฝึ กให้มีสมาธิ ในการฟั ง การอ่าน การคิด การถาม และการเขียน ๗. บอกชื่อ ความสาคัญและปฏิบติตน ั  ชื่ อและความสาคัญของศาสนวัตถุ ได้อย่างเหมาะสมต่อศาสนวัตถุ ศาสนสถานและ ศาสนบุคคล ศาสนสถาน และศาสนบุคคลของศาสนา ในพระพุทธศาสนา ศาสนาอิสลาม อื่นๆ คริ สต์ศาสนา ศาสนาฮินดู  การปฏิบติตนที่เหมาะสมต่อศาสนวัตถุ ั ศาสนสถานและศาสนบุคคลในศาสนา อื่น ๆป.๔ ๑. อธิ บายความสาคัญของพระพุทธศาสนา  พระพุทธศาสนา ในฐานะที่เป็ น หรื อศาสนาที่ตนนับถือ ในฐานะเป็ นศูนย์ เครื่ องยึดเหนี่ยวจิตใจ รวมจิตใจของศาสนิกชน  เป็ นศูนย์รวมการทาความดี และพัฒนา จิตใจ เช่น ฝึ กสมาธิ สวดมนต์ ศึกษาหลักธรรม  เป็ นที่ประกอบศาสนพิธี (การทอดกฐิน การทอดผ้าป่ า การเวียนเทียน การทาบุญ)  เป็ นแหล่งทากิจกรรมทางสังคม เช่น การจัดประเพณี ทองถิ่น การเผยแพร่ ้ ข้อมูลข่าวสารชุมชน และ การส่ งเสริ มพัฒนาชุมชน
  12. 12. ๑๒ชั้น ตัวชี้วด ั สาระการเรี ยนรู้ แกนกลาง ๒. สรุ ปพุทธประวัติต้ งแต่บรรลุธรรม ั  สรุ ปพุทธประวัติ (ทบทวน) จนถึงประกาศธรรม หรื อประวัติศาสดาที่  ตรัสรู ้ ตนนับถือตามที่กาหนด  ประกาศธรรม ได้แก่ ° โปรดชฎิล ° โปรดพระเจ้าพิมพิสาร ° พระอัครสาวก ° แสดงโอวาทปาฏิโมกข์ ๓. เห็นคุณค่า และปฏิบติตนตาม ั  พระอุรุเวลกัสสปะ แบบอย่างการดาเนินชี วตและข้อคิดจาก ิ  กุฏิทูสกชาดก ประวัติสาวก ชาดก/เรื่ องเล่าและ  มหาอุกกุสชาดก ศาสนิกชนตัวอย่าง ตามที่กาหนด  สมเด็จพระมหิ ตลาธิเบศร อดุลยเดช วิกรม พระบรมราชชนก  สมเด็จพระศรี นคริ นทราบรมราชชนนี ๔. แสดงความเคารพ พระรัตนตรัย  พระรัตนตรัย ปฏิบติตามไตรสิ กขาและหลักธรรม ั o ศรัทธา ๔ โอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนา หรื อ  พระพุทธ หลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือตามที่ ° พุทธคุณ ๓ กาหนด  พระธรรม ° หลักกรรม  พระสงฆ์  ไตรสิ กขา  ศีล สมาธิ ปัญญา  โอวาท ๓  ไม่ทาชัว ่ o เบญจศีล o ทุจริ ต ๓  ทาความดี o เบญจธรรม o สุ จริ ต ๓ o พรหมวิหาร ๔ o กตัญญูกตเวทีต่อประเทศชาติ o มงคล ๓๘ - เคารพ - ถ่อมคน - ทาความดีให้พร้อมไว้ก่อน
  13. 13. ๑๓ชั้น ตัวชี้วด ั สาระการเรี ยนรู้ แกนกลาง  ทาจิตให้บริ สุทธิ์ (บริ หารจิตและเจริ ญปัญญา)  พุทธศาสนสุ ภาษิต  สุ ขา สงฺ ฆสฺ ส สามคฺ คี ความพร้อมเพรี ยงของหมู่ให้เกิดสุ ข  โลโกปตฺ ถมฺ ภิกา เมตฺ ตา เมตตาธรรม ค้ าจุนโลก ๕. ชื่นชมการทาความดีของตนเอง บุคคล  ตัวอย่างการกระทาความดีของตนเอง ในครอบครัว โรงเรี ยนและชุมชนตาม และบุคคลในครอบครัว ในโรงเรี ยน และ หลักศาสนา พร้อมทั้งบอกแนวปฏิบติใน ั ในชุมชน การดาเนินชีวต ิ ๖. เห็นคุณค่าและสวดมนต์ แผ่เมตตา  สวดมนต์ไหว้พระ สรรเสริ ญ มีสติที่เป็ นพื้นฐานของสมาธิ ใน คุณพระรัตนตรัยและแผ่เมตตา พระพุทธศาสนา หรื อการพัฒนาจิต  รู ้ความหมายของสติสัมปชัญญะ สมาธิ ตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือ และปัญญา ตามที่กาหนด  รู ้วธีปฏิบติของการบริ หารจิตและเจริ ญ ิ ั ปัญญา  ฝึ กการยืน การเดิน การนัง และการนอน ่ อย่างมีสติ  ฝึ กการกาหนดรู ้ความรู ้สึก เมื่อตาเห็นรู ป หูฟังเสี ยง จมูกดมกลิ่น ลิ้นลิ้มรส กาย สัมผัสสิ่ งที่มากระทบ ใจรับรู้ธรรมารมณ์  ฝึ กให้มีสมาธิ ในการฟั ง การอ่าน การคิด การถาม และการเขียน ๗. ปฏิบติตนตามหลักธรรมของศาสนาที่  หลักธรรมเพื่อการอยูร่วมกันอย่าง ั ่ ตนนับถือ เพื่อการอยูร่วมกันเป็ นชาติได้ ่ สมานฉันท์ อย่างสมานฉันท์ o เบญจศีล – เบญจธรรม o ทุจริ ต ๓ – สุ จริ ต ๓ o พรหมวิหาร ๔ o มงคล ๓๘
  14. 14. ๑๔ชั้น ตัวชี้วด ั สาระการเรี ยนรู้ แกนกลาง - เคารพ - ถ่อมตน - ทาความดีให้พร้อมไว้ก่อน o พุทธศาสนสุ ภาษิต : ความพร้ อม เพรี ยงของหมู่ให้เกิดสุ ข เมตตาธรรม ค้ าจุนโลก  กตัญญูกตเวทีต่อประเทศชาติ ๘. อธิบายประวัติศาสดาของศาสนาอื่นๆ  ประวัติศาสดา โดยสังเขป o พระพุทธเจ้า o มุฮมมัด ั o พระเยซูป.๕ ๑. วิเคราะห์ความสาคัญของ  มรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับจาก พระพุทธศาสนาหรื อศาสนาที่ตนนับถือ พระพุทธศาสนา ในฐานะที่เป็ นมรดกทางวัฒนธรรมและ o มรดกทางด้านรู ปธรรม เช่น หลักในการพัฒนาชาติไทย ศาสนสถาน โบราณวัตถุ สถาปัตยกรรม o มรดกทางด้านจิตใจ เช่น หลักธรรม คาสั่งสอน ความเชื่อ และคุณธรรม ต่าง ๆ  การนาพระพุทธศาสนาไปใช้เป็ น แนวทางในการพัฒนาชาติไทย o พัฒนาด้านกายภาพ และสิ่ งแวดล้อม เช่น ภาวนา ๔ (กาย ศีล จิต ปัญญา) ไตรสิ กขา (ศีล สมาธิ ปัญญา) และอริ ยสัจสี่ o พัฒนาจิตใจ เช่น หลักโอวาท ๓ (ละความชัว ทาดี ทาจิตใจให้ ่ บริ สุทธิ์ ) และการบริ หารจิตและเจริ ญ ปัญญา
  15. 15. ๑๕ชั้น ตัวชี้วดั สาระการเรี ยนรู้ แกนกลาง ๒. สรุ ปพุทธประวัติต้ งแต่เสด็จ ั  สรุ ปพุทธประวัติ (ทบทวน) กรุ งกบิลพัสดุจนถึงพุทธกิจสาคัญ ์  โปรดพระพุทธบิดา (เสด็จกรุ ง หรื อประวัติศาสดาที่ตนนับถือตามที่ กบิลพัสดุ) ์ กาหนด  พุทธกิจสาคัญ ได้แก่ โลกัตถจริ ยา ญาตัตถจริ ยา และพุทธัตถจริ ยา ๓. เห็นคุณค่า และประพฤติตนตาม  พระโสณโกฬิวสะ ิ แบบอย่างการดาเนินชี วตและข้อคิดจาก ิ  จูฬเสฏฐิชาดก ประวัติสาวก ชาดก/เรื่ องเล่าและ  วัณณาโรหชาดก ศาสนิกชนตัวอย่าง ตามที่กาหนด  สมเด็จพระสังฆราช (สา)  อาจารย์เสถียร โพธินนทะ ั ๔. อธิบายองค์ประกอบ และความสาคัญ  องค์ประกอบของพระไตรปิ ฎก ของพระไตรปิ ฎก หรื อคัมภีร์ของศาสนา  พระสุ ตตันตปิ ฎก ที่ตนนับถือ  พระวินยปิ ฎก ั  พระอภิธรรมปิ ฎก  ความสาคัญของพระไตรปิ ฎก ๕. แสดงความเคารพพระรัตนตรัย  พระรั ตนตรั ย และปฏิบติตามไตรสิ กขาและหลักธรรม ั o ศรัทธา ๔ โอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนาหรื อ  พระพุทธ หลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ o พุทธจริ ยา ๓ ตามที่กาหนด  พระธรรม o อริ ยสัจ ๔ o หลักกรรม  พระสงฆ์  ไตรสิ กขา  ศีล สมาธิ ปัญญา  โอวาท ๓  ไม่ทาชัว ่ o เบญจศีล o อบายมุข ๔
  16. 16. ๑๖ชั้น ตัวชี้วด ั สาระการเรี ยนรู้ แกนกลาง  ทาความดี o เบญจธรรม o บุญกิริยาวัตถุ ๓ o อคติ ๔ o อิทธิ บาท ๔ o กตัญญูกตเวทีต่อพระพุทธศาสนา o มงคล ๓๘ - ใฝ่ รู้ ใฝ่ เรี ยน - การงานไม่อากูล - อดทน  ทาจิตให้บริ สุทธิ์ (บริ หารจิตและเจริ ญ ปัญญา)  พุทธศาสนสุ ภาษิต  วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ คนจะล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร  ปญฺ ญา โลกสฺ มิ ปชฺ โชโต ปั ญญา คือ แสงสว่างในโลก ๖. เห็นคุณค่าและสวดมนต์แผ่เมตตา  สวดมนต์ไหว้พระ สรรเสริ ญ มีสติที่เป็ นพื้นฐานของสมาธิ ใน คุณพระรัตนตรัยและแผ่เมตตา พระพุทธศาสนา หรื อการพัฒนาจิตตาม  รู้ความหมายของสติสัมปชัญญะ แนวทางของศาสนาที่ตนนับถือตามที่ สมาธิและปัญญา กาหนด  รู้วธีปฏิบติและประโยชน์ของ ิ ั การบริ หารจิตและเจริ ญปั ญญา  ฝึ กการยืน การเดิน การนัง และ ่ การนอน อย่างมีสติ  ฝึ กการกาหนดรู ้ความรู ้สึก เมื่อตา เห็นรู ป หูฟังเสี ยง จมูกดมกลิ่น ลิ้น ลิ้มรส กายสัมผัสสิ่ งที่มากระทบใจ รับรู้ธรรมารมณ์  ฝึ กให้มีสมาธิ ในการฟัง การอ่าน การคิด การถามและการเขียน
  17. 17. ๑๗ชั้น ตัวชี้วด ั สาระการเรี ยนรู้ แกนกลาง ๗. ปฏิบติตนตามหลักธรรมของศาสนาที่ ั  โอวาท ๓ (ตามสาระการเรี ยนรู้ขอ ๕) ้ ตนนับถือ เพื่อการพัฒนาตนเองและ สิ่ งแวดล้อมป.๖ ๑. วิเคราะห์ความสาคัญของพระพุทธ-  พระพุทธศาสนาในฐานะเป็ นศาสนา ศาสนาในฐานะเป็ นศาสนาประจาชาติ ประจาชาติ เช่น เป็ นเอกลักษณ์ของ หรื อความสาคัญของศาสนาที่ตนนับถือ ชาติไทย เป็ นรากฐานทางวัฒนธรรม ไทย เป็ นศูนย์รวมจิตใจ เป็ นมรดก ทางวัฒนธรรมไทย และเป็ นหลัก ในการพัฒนาชาติไทย ๒. สรุ ปพุทธประวัติต้ งแต่ปลงอายุสังขาร ั  สรุ ปพุทธประวัติ (ทบทวน) จนถึงสังเวชนียสถาน หรื อประวัติศาสดา  ปลงอายุสังขาร ที่ตนนับถือตามที่กาหนด  ปัจฉิมสาวก  ปริ นิพพาน  การถวายพระเพลิง  แจกพระบรมสารี ริกธาตุ  สังเวชนียสถาน ๔ ๓. เห็นคุณค่าและประพฤติตนตาม  พระราธะ แบบอย่างการดาเนินชี วตและข้อคิดจาก ิ  ทีฆีติโกสลชาดก ประวัติสาวก ชาดก/เรื่ องเล่า และ  สัพพทาฐิชาดก ศาสนิกชนตัวอย่างตามที่กาหนด  พ่อขุนรามคาแหงมหาราช  สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรม- พระปรมานุชิตชิโนรส ๔. วิเคราะห์ความสาคัญและเคารพ  พระรัตนตรัย o ศรัทธา ๔ พระรัตนตรัย ปฏิบติตามไตรสิ กขาและ ั  พระพุทธ o พุทธกิจ ๕ หลักธรรมโอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนา  พระธรรม หรื อหลักธรรมของศาสนาที่ตน o อริ ยสัจ ๔ o หลักกรรม นับถือตามที่กาหนด  พระสงฆ์  ไตรสิ กขา  ศีล สมาธิ ปัญญา  โอวาท ๓  ไม่ทาชัว่ o เบญจศีล o อบายมุข ๖ o อกุศลมูล ๓
  18. 18. ๑๘ชั้น ตัวชี้วด ั สาระการเรี ยนรู้ แกนกลาง  ทาความดี o เบญจธรรม o กุศลมูล ๓ o พละ ๔ o คารวะ ๖ o กตัญญูกตเวทีต่อพระมหากษัตริ ย ์ o มงคล ๓๘ - มีวนย ิ ั - การงานไม่มีโทษ - ไม่ประมาทในธรรม  ทาจิตให้บริ สุทธิ์ (บริ หารจิตและเจริ ญ ปัญญา)  พุทธศาสนสุ ภาษิต  สจฺเจน กิตฺตึ ปปฺโปติ คนจะได้เกียรติดวยสัจจะ ้  ยถาวาที ตถาการี พูดเช่นไร ทาเช่นนั้น ๕. ชื่นชมการทาความดีของบุคคลใน  ตัวอย่างการกระทาความดีของบุคคล ประเทศตามหลักศาสนา พร้อมทั้งบอก ในประเทศ แนวปฏิบติในการดาเนินชีวต ั ิ ๖. เห็นคุณค่าและสวดมนต์แผ่เมตตา และ  สวดมนต์ไหว้พระ สรรเสริ ญ บริ หารจิตเจริ ญปั ญญา มีสติท่ีเป็ นพื้นฐาน คุณพระรัตนตรัยและแผ่เมตตา ของสมาธิในพระพุทธศาสนา หรื อการ  รู้ความหมายของสติสัมปชัญญะ พัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนา สมาธิและปัญญา ที่ตนนับถือ ตามที่กาหนด  รู้วธีปฏิบติและประโยชน์ของ ิ ั การบริ หารจิตและเจริ ญปั ญญา  ฝึ กการยืน การเดิน การนัง และ ่ การนอนอย่างมีสติ  ฝึ กการกาหนดรู ้ความรู ้สึกเมื่อตาเห็น รู ป หูฟังเสี ยง จมูกดมกลิ่น ลิ้นลิ้มรส กายสัมผัสสิ่ งที่มากระทบ ใจรับรู ้ ธรรมารมณ์
  19. 19. ๑๙ชั้น ตัวชี้วด ั สาระการเรี ยนรู้ แกนกลาง  ฝึ กให้มีสมาธิ ในการฟั ง การอ่าน การคิด การถาม และการเขียน ๗. ปฏิบติตนตามหลักธรรมของศาสนา ั  หลักธรรม : อริ ยสัจ ๔ หลักกรรม ที่ตนนับถือ เพื่อแก้ปัญหาอบายมุขและ  โอวาท ๓ : เบญจศีล – เบญจธรรม สิ่ งเสพติด อบายมุข ๖ อกุศลมูล ๓ กุศลมูล ๓ ๘. อธิบายหลักธรรมสาคัญของศาสนา  หลักธรรมสาคัญของศาสนาต่ าง ๆ อื่นๆ โดยสังเขป  พระพุทธศาสนา : อริ ยสัจ ๔ โอวาท ๓ ฯลฯ  ศาสนาอิสลาม : หลักศรัทธา หลักปฏิบติ หลักจริ ยธรรม ั  คริ สต์ศาสนา : บัญญัติ ๑๐ ประการ ๙. อธิบายลักษณะสาคัญของศาสนพิธี  ศาสนพิธีของศาสนาต่ าง ๆ พิธีกรรมของศาสนาอื่นๆ และปฏิบติตน ั  พระพุทธศาสนา ได้อย่างเหมาะสมเมื่อต้องเข้าร่ วมพิธี o ศาสนพิธีที่เป็ นพุทธบัญญัติ เช่น บรรพชา อุปสมบท o ศาสนพิธีที่เกี่ยวเนื่ องกับ พระพุทธศาสนา เช่น ทาบุญพิธีเนื่อง ในวันสาคัญทางศาสนา o ศาสนาอิสลาม เช่น การละหมาด การถือศีลอด การบาเพ็ญฮัจญ์ ฯลฯ o คริ สต์ศาสนา เช่ น ศีลล้างบาป ศีลอภัยบาป ศีลกาลัง ศีลมหาสนิท ฯลฯ o ศาสนาฮินดู เช่น พิธีศราทธ์ พิธีบูชา เทวดาม.๑ ๑. อธิ บายการเผยแผ่พระพุทธศาสนา  การสังคายนา หรื อศาสนาที่ตนนับถือสู่ ประเทศไทย  การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ ประเทศไทย
  20. 20. ๒๐ชั้น ตัวชี้วด ั สาระการเรี ยนรู้ แกนกลาง ๒. วิเคราะห์ความสาคัญของ  ความสาคัญของพระพุทธศาสนาต่ อ พระพุทธศาสนา หรื อศาสนาที่ตนนับถือ สั งคมไทยในฐานะเป็ น ที่มีต่อสภาพแวดล้อมในสังคมไทย  ศาสนาประจาชาติ รวมทั้งการพัฒนาตนและครอบครัว  สถาบันหลักของสังคมไทย  สภาพแวดล้อมที่กว้างขวาง และ ครอบคลุมสังคมไทย  การพัฒนาตนและครอบครัว ๓. วิเคราะห์พทธประวัติต้ งแต่ประสู ติ ุ ั  สรุ ปและวิเคราะห์ พุทธประวัติ  ประสู ติ จนถึงบาเพ็ญทุกรกิริยา หรื อประวัติ  เทวทูต ๔ ศาสดาที่ตนนับถือตามที่กาหนด  การแสวงหาความรู ้  การบาเพ็ญทุกรกิริยา ๔. วิเคราะห์และประพฤติตนตาม  พุทธสาวก พุทธสาวิกา แบบอย่างการดาเนินชี วตและข้อคิดจาก ิ  พระมหากัสสปะ ประวัติสาวก ชาดก/เรื่ องเล่า และศาสนิก  พระอุบาลี ชนตัวอย่างตามที่กาหนด  อนาถบิณฑิกะ  นางวิสาขา  ชาดก  อัมพชาดก  ติตติรชาดก ๕. อธิบายพุทธคุณ และข้อธรรมสาคัญ  พระรัตนตรัย ในกรอบอริ ยสัจ ๔ หรื อหลักธรรมของ  พุทธคุณ ๙  อริยสั จ ๔ ศาสนาที่ตนนับถือ ตามที่กาหนด เห็น  ทุกข์ (ธรรมที่ควรรู้) คุณค่าและนาไปพัฒนาแก้ปัญหาของ o ขันธ์ ๕ - ธาตุ ๔ ตนเองและครอบครัว  สมุทย (ธรรมที่ควรละ) ั o หลักกรรม - ความหมายและคุณค่า o อบายมุข ๖  นิโรธ (ธรรมที่ควรบรรลุ) o สุ ข ๒ (กายิก, เจตสิ ก) o คิหิสุข
  21. 21. ๒๑ชั้น ตัวชี้วด ั สาระการเรี ยนรู้ แกนกลาง  มรรค (ธรรมที่ควรเจริ ญ) o ไตรสิ กขา o กรรมฐาน ๒ o ปธาน ๔ o โกศล ๓ o มงคล ๓๘ -ไม่คบคนพาล - คบบัณฑิต - บูชาผูควรบูชา ้  พุทธศาสนสุ ภาษิต  ย เว เสวติ ตาทิโส คบคนเช่นใดเป็ นคนเช่นนั้น  อตฺ ตนา โจทยตฺ ตาน จงเตือนตน ด้วยตน  นิสมฺ ม กรณ เสยฺโย ใคร่ ครวญก่อนทาจึงดี  ทุราวาสา ฆรา ทุกฺขา เรื อนที่ครองไม่ดีนาทุกข์มาให้ ๖. เห็นคุณค่าของการพัฒนาจิต เพื่อการ  โยนิโสมนสิ การ เรี ยนรู้และการดาเนินชีวิต ด้วยวิธีคิดแบบ  วิธีคิดแบบคุณค่าแท้ – คุณค่าเทียม โยนิโสมนสิ การคือวิธีคิดแบบคุณค่าแท้ –  วิธีคิดแบบคุณ - โทษและทางออก คุณค่าเทียม และวิธีคิดแบบคุณ – โทษ และทางออก หรื อการพัฒนาจิตตาม แนวทางของศาสนาที่ตนนับถือ ๗. สวดมนต์ แผ่เมตตา บริ หารจิตและ  สวดมนต์แปล และแผ่เมตตา เจริ ญปั ญญาด้วยอานาปานสติ หรื อตาม  วิธีปฏิบติและประโยชน์ของการบริ หารจิต ั แนวทางของศาสนาที่ตนับถือตามที่ และเจริ ญปัญญา การฝึ กบริ หารจิตและ กาหนด เจริ ญปั ญญาตามหลักสติปัฎฐานเน้น อานาปานสติ  นาวิธีการบริ หารจิตและเจริ ญปัญญาไปใช้ ในชีวตประจาวัน ิ

×