• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
บทความคณิตศาสตร์
 

บทความคณิตศาสตร์

on

  • 894 views

 

Statistics

Views

Total Views
894
Views on SlideShare
798
Embed Views
96

Actions

Likes
0
Downloads
0
Comments
0

1 Embed 96

http://math-p3.blogspot.com 96

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    บทความคณิตศาสตร์ บทความคณิตศาสตร์ Document Transcript

    • คุณเป็นครูคณิตศาสตร์ที่ไร้อารมณ์ขันหรือไม่? ภาพของครูคณิตศาสตร์ส่วนใหญ่มักถูกมองว่าเคร่งเครียด เอาจริงเอาจัง น่ากลัว ดุ ผู้เขียนเคยสา รวจความต้องการครูคณิตศาสตร์ของเด็กประถมศึกษาระดับ ป. 3 และ ป.6 พบว่านักเรียนร้อยละ 80 % ต้องการครูคณิตศาสตร์ที่สอนเข้าใจง่ายและสอนสนุกการสารวจเด็กเก่งที่สอบชิงทุนคณิตศาสตร์โอลิมปิกจาก 73 จังหวัดและสารวจเด็กเก่งที่สอบแข่งขันของสมาคมคณิตศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระราชนูปถัมภ์พบว่า 75 % ชอบครูคณิตสาสตร์ที่สอนสนุกและจากการสารวจของดุสิตโพลเกี่ยวกับครูในดวงใจศิษย์ปี 2543 พบว่าเด็กชอบครูที่สอนสนุกเป็นอันดับ 3 จากการสัมภาษณ์ผู้บริหารโรงเรียนพบว่า 9 ใน 10 คนเห็นว่าครูคณิตศาสตร์ดุ เคร่งเครียด ครูหลายคนพยายามนา เกม นา เพลงมาประกอบการสอนให้สนุก บางคนเป็นนักเล่านิทาน ครูคณิตศาสตร์อาจลืมสิ่งหนึ่งที่อาจมีหรือสร้ างขึ้นได้ในตัวครูได้ ก็คือ อารมณ์ขันหลายคนที่เห็นความสาคัญของอารมณ์ขันเชื่อว่า “อารมณ์จะช่วยขยายขีดความสามารถทั้งด้านการสอนของครูและด้านการเรียนของนักเรียนให้เรียนรู้แจ้งยิ่งขึ้นกว่าปกติ” จากการศึกษาเรื่องการปรุงรสด้วยอารมณ์ขัน ซึ่งเรียบเรียงโดย รศ.ดร.หทัย ตันหยงพบว่าปลายศตวรรษที่ 20 มีความเคลื่อนไหวในการศึกษาด้านอารมณ์ขันกับการสอนได้มี การประชุมสัมมนาอาจารย์ในสหรัฐที่ West La Fayett Indiana ถึง 3 ครั้ง มีการสรุปแนวคิดเกี่ยวกับอารมณ์ขันเป็นโลกทรรศน์ไว้ดังนี้ โลกทรรศน์ที่ 1 อารมณ์ขันทา ให้ชีวิตในห้องเรียนมีสุข ยิ้มย่องผ่องใส ทาให้การสอนเป็นไปอย่างราบรื่น และเกิดภาวะการเรียนรู้แจ้งได้โดยง่าย โลกทรรศน์ที่ 2 อารมณ์ทา ให้ประตูใจของผู้สอนและผู้เรียนเปิดกว้างเชื่อมโยงประสานสัมพันธ์กันโดยไม่มีสิ่งกีดขวาง โลกทรรศน์ที่ 3 อารมณ์ขันปลุกจิตสา นึกของทุกคนในห้องเรียนให้เห็นคุณค่าของการทา งานร่วมกันอย่างมีความสุข โลกทรรศน์ที่ 4 อารมณ์ขันเป็นนิมิตรหมายของความจริงใจที่จะมองเห็นความเสมอกันของเพื่อนมนุษย์ในห้องเรียน โดยปราศจากความเหลื่อมล้า ความมีปมด้อยความได้เปรียบเสียเปรียบกันและกัน โลกทรรศน์ที่ 5 อารมณ์ขันสร้างสรรค์บรรยากาศของความอบอุ่น ความรักความเมตตาซึ่งกันและกันที่จะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เกื้อกูลซึ่งกันและกัน โลกทรรศน์ที่ 6 อารมณ์ขันช่วยพัฒนาบุคลิกภาพทั้งด้านผู้สอนและผู้เรียนให้เกิดความเชื่อมั่นโดยปราศจากความกลัว ความขัดแย้ง และความเคอะเขิน โลกทรรศน์ที่ 7 อารมณ์ขันช่วยเพิ่มขีดความสนใจความตั้งใจ กระตุ้นให้กระตือรือร้นในการสอน และอารมณ์ขันก็เป็นตัวยาทา ลายเชื้อโรคความเหนื่อยหน่ายขจัดอุปสรรคในการทา งานให้เบาบางหมดสิ้นไป
    • โลกทรรศน์ที่ 8 อารมณ์ขันช่วยสร้างสภาพการประจักษ์ตน (Self – actualization)ให้แก่ผู้เรียนซึ่งเป็นหนทางให้ผู้เรียนเป็นตัวของตัวเอง พึ่งตนเองทา ด้วยตนเอง แก้ปัญหาของตนเองได้ โลกทรรศน์ที่ 9 อารมณ์ขันช่วยสร้างแรงกระตุ้นที่ทา ให้จิตสา นึกของผู้เรียนตื่นตัวขจัดนิวรณ์ความง่วงเหงาหาวนอนให้หมดไป สามารถควบคุมตัวเองให้มีสมาธิตั้งจิตมั่ นในการทา งานทุกประเภท โลกทรรศน์ที่ 10 อารมณ์ขันเป็นนิมิตรหมายของเสรีภาพ สรรสร้างความรู้สึกของผู้เรียนปลอดโปร่งโล่งใจ ผ่อนคลายเสมือนได้ปลดปล่อยตนเองจากเครื่องพันธนาการไปสู่ความมีอิสระเสรี โลกทรรศน์ที่ 11 อารมณ์ขันช่วยคลี่คลายสถานการณ์ทุกกาลเทศะ เพื่อให้ผู้สอนและผู้เรียนตั้งสติคุมสติพิจารณาตนเอง ไตร่ตรองเหตุผล ปรับปรุงตนเองให้เข้ากับสถานการณ์แวดล้อมได้อย่างเหมาะสม โลกทรรศน์ที่ 12 อารมณ์ขันเป็นเหมือนโอสถวิเศษที่นายแพทย์เยียวยาอาการทรุดโทรมทั้งทางร่างกายและจิตใจให้ผู้สอนและผู้เรียนกลับฟื้นคืนสู่สภาพปกติโดยปราศจากอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ โลกทรรศน์ที่ 13 อารมณ์ขันสร้างความรู้สึกร่วมสมัยผสมผสานกลมกลืน อดีต –ปัจจุบันอนาคต ขจัดช่องว่างระหว่างบุคคลได้เป็นอย่างดี ทา ให้มนุษย์ยังอยากอยู่ร่วมกัน โลกทรรศน์ต่าง ๆ ดังกล่าวมานี้จะช่วยปลุกจิตสา นึกให้ครูผู้สอนเกิดแนวคิดใหม่ ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุดและคิดได้อย่างสนุกสนาน ทาให้เกิดคุณค่าของอารมณ์ขันในตัวครู 13 ประการว่า 1. ครูอารมณ์ขันจะมีนิสัยชอบฝึกตนเองให้ใฝ่อารมณ์ขันเป็นนิจและจะกระตุ้นตนเองให้มีจุดยืนอยู่ในบุคลิกภาพอารมณ์ขันด้วยศรัทธาเป็นชีวิตจิตใจ 2. ครูอารมณ์ขันจะใช้อารมณ์ขันเป็นเครื่องปรับอากาศให้ห้องเรียนเย็นฉ่าคลายร้อน เพื่อให้ผู้เรียนสร้างสรรค์อย่างสุขเสรีอยู่ตลอดเวลาไม่ส่างซา 3. ครูอารมณ์ขันจะใช้อารมณ์ขันผูกพันสมานมิตรให้ผู้เรียนรักใคร่ปรองดองสนิทสนมกลมเกลียวเกิดเอกภาพในห้องเรียนโดยไม่มีบรรยากาศขุ่นเครียดแม้แต่น้อย 4. ครูอารมณ์ขันจะร่ารวยอารมณ์ขันและรู้จักแสวงหาอารมณ์ขันมาเสริมบทเรียนโดยไม่หมดสิ้นอารมณ์ขันของเขาเหมือนพืชผักงอกงามขึ้นใหม่เสมอ (เพราะถ้าใช้มุขขันซ้าจะไม่ขา ) 5. ครูอารมณ์ขันดูจะฉลาดกว่าใคร ๆ ในการแก้ปัญหาอันเป็นอุปสรรคกีดขวางการทา งานร่วมกัน 6. ครูอารมณ์ขันเฉลียวฉลาดกว่าที่คิดเพราะเขาสามารถใช้ทรัพยากรทางวัฒนธรรมพื้นฐานของผู้เรียนมาสร้างโดยไม่หมดมุขขัน 7. ครูอารมณ์ขันมักจะเป็นคนสุขภาพดี อารมณ์ดีไม่ค่อยป่วยไข้อย่างคนอื่นอารมณ์ขันจะช่วยให้ร่างกายของเขาสดชื่น ผ่องใส ดูมีสง่าราศีกว่าพวกอารมณ์เครียดซึ่งใบหน้ามักจะหมองคล้า 8. ครูอารมณ์ขันมักจะสร้างสรรค์ให้ทุกแห่งน่าอยู่ ชักจูงให้ทุกคนมองโลกในแง่บวกไม่ว่าเจตคติหรือมโนภาพของเขาที่แสดงออกล้วนแต่เป็นสิ่งที่ควรอภิรมณ์ยินดีทั้งสิ้น
    • 9. ครูอารมณ์ขันมีความเชี่ยวชาญในการสร้างแรงจูงใจ และเสริมแรงในการเรียน(Learning Motivationand Reinforcement) ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 10. ครูอารมณ์ขันจะถือว่าอารมณ์ขันเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาการเรียนการสอนในห้องเรียน 11. ครูอารมณ์ขันเป็นคนมีนิสัยรักการอ่าน เพราะการอ่านจะช่วยให้เกิดอารมณ์สร้างสรรค์แปลก ๆใหม่ ๆ โดยไม่หมดมุขขัน 12. ครูอารมณ์ขันมีความประจักษ์ตนว่า อารมณ์ขันเป็นบุคลิกภาพที่ดีของครูพึงรักให้คงอยู่ตลอดไป 13. ครูอารมณ์ขันย่อมประจักษ์ในคุณค่าของภาวะสุขารมณ์ว่าเป็นหัวใจของการดารงชีวิตที่ควรจะอนุรักษ์ไว้ให้คงอยู่อย่างถาวรสม่าเสมอ ในทางแพทย์เชื่อว่าขณะมีอารมณ์ดี หรือมีปิติ หรือมีสมาธิ หรือออกกา ลังกายจะทาให้ต่อมใต้สมองหลั่งสารเอนเดอร์ฟิน ทา ให้ร่างกายสดชื่น สบาย คลายเครียด ไม่แก่และอายุยืนตรงกันข้าม ถ้ามีการเครียด ความโกรธจะทา ให้ต่อมหมวกไตปล่อยสารอดรีนารีน ทาให้หัวใจเต้นแรงทา งานหนักเกิดการเผาผลาญพลังงานความดันโลหิตสูง เป็นบ่อเกิดของโรคหัวใจและนอกจากนี้ยังหลั่งสารสเตอรอยด์มีผลทา ให้กระเพาะเป็นกรดเป็นบ่อเกิดของโรคกระเพาะได้อารมณ์ขันนั้นมีคุณค่าเกินคุ้มกับการที่ครูคณิตศาสตร์จะใส่ใจและฝึกฝนตนให้เป็นคนมีอารมณ์ขันบ้าง ทา ให้ลูกศิษย์ยิ้ม หัวเราะบ้าง แม้จะทา ได้เพียงน้อยนิดก็ยังดี ไม่ใช่จะพบแต่เรื่อองเคร่งเครียดทั้งวัน จะเกิดประโยชน์ต่อตนและต่อลูกศิษย์ ภาพอันน่ากลัวน่าเบื่อของครูคณิตศาสตร์จะได้หายไป