Computer network

766 views

Published on

Published in: Technology
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
766
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
11
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Computer network

  1. 1. 04/11/53 1 Nittaya Wongyai  รูปแบบการเชือมต่อเครือข่าย (Topologies)  Bus Topology  Star Topology  Ring Topology  Mesh Topology  Bus Topology  ส่งสัญญาณในรปของสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์  อุปกรณ์ทุกชินหรือโหนดทุกโหนด ในเครือข่าย จะต ้องเชือมโยงเข ้ากับสายสัญญาณหนึงเส ้นทีใช ้ เป็นสายแกนหลัก (Backbone)  ใช ้Tap หรือ Connector เป็นตัวเชือมต่อ  ปลายสายสัญญาณของทังสองฝังต ้องมีอุปกรณ์ Terminator ปิดท ้ายเพือทําหน้าทีดูดซับสัญญาณ Bus Topology Tap / T-Connector
  2. 2. 04/11/53 2 Terminator  ข ้อดี  ติดตังง่าย ไม่ซับซ ้อน  เพิมจํานวนโหนดง่าย  ประหยัดสายสือสาร  ข ้อเสีย  หากสายสัญญาณทีเป็ นแกนหลักชํารุด เครือข่ายจะชะงักทันที  ค ้นหาจุดผิดพลาดในเครือข่ายค่อนข ้างยาก  ระยะห่างของโหนดมีข ้อกําหนดทีแน่นอนไม่ยืดหยุ่น  STAR Topology  เป็นการเชือมโยงการติดต่อสือสารทีมีลักษณะคล ้าย รูปดาว หลายแฉก  มีศูนย์กลางรับส่งข ้อมูล หรือฮับ(Hub) เป็นจุดผ่าน การติดต่อกันระหว่างทุกโหนดในเครือข่าย ศูนย์กลางรับส่งข ้อมูล หรือฮับ จึงมีหน้าทีเป็นศูนย์ ควบคุมเส ้นทางการสือสาร ทังหมด  เป็นโทโปโลยีทีเป็นทีนิยมใช ้กันในปัจจุบัน STAR Topology STAR Topology Switch/Hub
  3. 3. 04/11/53 3  ข ้อดี  มีความคงทนสูง หากสายสัญญาณบางโหนดชํารุดจะส่งผล ต่อโหนดนันๆ โหนดเดียวไม่ส่งผลกระทบต่อระบบโดยรวม  จัดการข ้อมูลได ้ง่ายเนืองจากมีจุดศูนย์กลางการควบคุม  ข ้อเสีย  ใช ้สายสัญญาณจํานวนเท่ากับจํานวนโหนดทีจะเชือมต่อ  ข ้อจํากัดของจํานวนพอร์ตศูนย์กลางควบคุมทีเชือมต่อ  หากศูนย์กลางควบคุมเสียหาย ระบบทังหมดจะไม่สามารถ ทํางานได ้  Ring Topology  เชือมต่อกันด ้วยสายสัญญาณจากโหนดหนึงไปยัง โหนดหนึงต่อกันไปเรือยๆ ตังแต่โหนดแรกไปจนถึง โหนดสุดท ้ายให ้เชือมโยงกัน  ลักษณะการเชือมโยงเป็นรูปวงกลมหรือวงแหวนใน ทิศทางเดียวกัน  เรียกว่าวิวธีการส่งต่อแบบโทเคน (Token Passing) Ring Topology  ข ้อดี  ใช ้สายสัญญาณตามจํานวนโหนดทีเชือมต่อ  ติดตังหรือลดจํานวนโหนดได ้ง่าย  การส่งข ้อมูลได ้เท่าเทียมกัน  ข ้อเสีย  หากสายสัญญาณเกิดการเสียหาย จะส่งผลกระทบต่อ ระบบทังหมด  ตรวจสอบความเสียหายได ้ยาก เมือเกิดการขัดข ้องของ ระบบ  Mesh Topology  เป็นการเชือมต่อแบบจุดต่อจุดถึงกันหมด  แต่ละโหนดสามารถสือสารข ้อมูลระหว่างกันได ้เอง  ข ้อดี  มีความปลอดภัยในข ้อมูลทีสือสารระหว่างโหนด  แบนด์วิดธ์บนสายสือสารสามารถนํามาใช ้ได ้อย่างเต็มที ไม่ต ้องแชร์ร่วมกับโหนดอืนในการใช ้งาน  มีความคงทนต่อความผิดพลาด หากสายสัญญาณส่วน ใดเสียหาย สามารถเลียงไปใช ้งานสายสัญญาณเส ้นอืน ได ้  ข ้อเสีย  เป็ นรูปแบบการเชือมต่อทีเปลืองสายสัญญาณมากทีสุด
  4. 4. 04/11/53 4  Hybrid Topology  เป็นการเชือมต่อเครือข่ายทีใช ้Topology หลาย รูปแบบมาเชือมต่อร่วมกัน  โครงสร ้างแบบ Client/Server network  เป็นโครงสร ้างทีเครืองลูกข่ายจะต ้องติดต่อสือสารกันโดยผ่านอุปกรณ์ ศูนย์กลาง (Access Point)  เป็นโครงสร ้างทีนิยมในในองค์กรทีมีการเชือมต่อเครือข่ายขนาดใหญ่ มีประสิทธิภายในการทํางานสูงและสามารถเชือมต่อเครืองลูกข่ายได ้ จํานวนมาก  สํารองข ้อมูลได ้ง่าย แต่ต ้องอาศัยผู้ดูแลระบบทีมีความเชียวชาญสูง  จะมีเครืองศูนย์บริการ ทีเรียกว่า เครืองเซิร์ฟเวอร์ และมีเครืองลูกข่าย เชือมต่อ โดยเครือข่ายหนึงๆ อาจมีเครืองเซิร์ฟเวอร์มากกว่าหนึงตัว ภายในวงแลนเดียวกัน เช่น  File Server  Print Server  Database Server  Web Server  Mail Server  เป็ นการเชือมต่อทีบางครังไม่จําเป็นต ้องมี Access Point  มักเป็ นการเชือมต่อแบบชัวคราว  ใช ้จํานวนเครืองในการเชือมต่อกันไม่มาก  เป็ นการทํางานทีเน ้นการใช ้งานภายในเครือข่ายเป็ นหลัก โดยไม่จําเป็ นต ้องมี Client/ Server  ไม่จําเป็ นต ้องใช ้ระบบปฏิบัติการเครือข่าย  มีความปลอดภัยตํา  สํารองข ้อมูลได ้ยาก

×