Ch4 communication and network

  • 641 views
Uploaded on

 

More in: Technology
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
    Be the first to like this
No Downloads

Views

Total Views
641
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0

Actions

Shares
Downloads
17
Comments
0
Likes
0

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide
  • wireless fidelity

Transcript

  • 1. INFORMATION TECHNOLOGY TELECOMMUNICATION AND NETWORK
  • 2.
    • การสื่อสารข้อมูล (Data Communication) คือ กระบวนการถ่ายโอนหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลและสารสนเทศระหว่างผู้ส่งและผู้รับ โดยผ่านทางช่องสื่อสาร เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์เป็นตัวกลางในการส่งข้อมูล เพื่อให้ผู้ส่งและผู้รับเกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน
    Data Communication
  • 3.
    • องค์ประกอบของการสื่อสารข้อมูล
    Data Communication
    • ผู้ส่งข้อมูล (Sender) คือ สิ่งที่ทำหน้าที่ส่งข้อมูลไปยังจุดหมายที่ต้องการ
    • ผู้รับข้อมูล (Receiver) คือ สิ่งที่ทำหน้าที่รับข้อมูลที่ถูกส่งมาให้
    • ข้อมูล (Data) คือ สิ่งที่ผู้ส่งต้องการส่งไปยังผู้รับ อาจจะอยู่ในรูปของข้อความ เสียง ภาพเคลื่อนไหว และอื่น ๆ
    • สื่อนำข้อมูล (Transmission Medium) คือ สิ่งที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการ ส่งต่อ ข้อมูลจากผู้ส่งไปยังผู้รับ
    • โปรโตคอล (Protocol) คือ กฎหรือวิธีที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อการสื่อสารข้อมูล ซึ่งทั้งผู้ส่งและผู้รับต้องตกลงกันไว้ก่อน
  • 4.
    • ทิศทางในการสื่อสารข้อมูล
    Data Communication
    • การสื่อสารแบบทิศทางเดียว (Simplex)
    • การสื่อสารแบบกึ่งสองทิศทาง (Half Duplex)
    • การสื่อสารแบบสองทิศทาง (Full duplex)
  • 5. ตัวกลางในการสื่อสารข้อมูล : Media
    • เป็นส่วนที่ทำให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกัน และทำให้ข้อมูลเดินทางผ่านจากผู้ส่งไปสู่ผู้รับผ่านสื่อกลางที่ใช้
    • การวัดปริมาณหรือความจุในการนำข้อมูลเรียกกันว่า แบนด์วิดธ์ ( Bandwidth) มีหน่วยเป็นจำนวน บิต ข้อมูลต่อวินาที ( bits per second: bps)
    • ลักษณะของตัวกลางต่างๆ มีดังต่อไปนี้
      • สื่อกลางประเภทมีสาย
      • สื่อกลางประเภทไร้สาย
  • 6. ตัวกลางในการสื่อสารข้อมูล : Media
    • สื่อกลางประเภทมีสาย หมายถึง สื่อกลางที่เป็นสายซึ่งใช้ในการเชื่อมโยงอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อใช้ในการส่งผ่านข้อมูลในระยะทางที่ห่างกันไม่มากนัก 
    • สายคู่บิดเกลียว ( twisted pair)
    • สายโคแอกเซียล ( coaxial cable)
    • เส้นใยแก้วนำแสง ( fiber optic)
  • 7. สายคู่บิดเกลียว ( twisted pair)
    • ประกอบด้วยเส้นลวดทองแดงที่หุ้มด้วยฉนวนป้องกัน 2 เส้นพันบิดเป็นเกลียว
    • อัตราการส่งข้อมูลผ่านสายคู่บิดเกลียวจะขึ้นอยู่กับความหนาของสายทำให้สามารถส่งข้อมูลด้วยอัตราส่งสูง
    • การส่งข้อมูลแบบดิจิทัล สัญญาณที่ส่งเป็นลักษณะคลื่นสี่เหลี่ยม สายคู่บิดเกลียวสามารถใช้ส่งข้อมูลได้ถึงร้อยเมกะบิตต่อวินาที ในระยะทางไม่เกินร้อยเมตร
    • มีราคาไม่แพงมาก ใช้ส่งข้อมูลได้ดี จึงได้รับความนิยมใช้กันมาก
  • 8. สายคู่บิดเกลียว ( twisted pair)
  • 9. สายโคแอกเชียล ( coaxial)
    • มีแบนด์วิดธ์ที่สูงกว่าสายคู่บิดเกลียว
    • ประกอบด้วยลวดทองแดงที่เป็นแกนหลักหนึ่งเส้นที่หุ้มด้วยฉนวนชั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันกระแสไฟรั่ว จากนั้นจะหุ้มด้วยตัวนำซึ่งทำจากลวดทองแดงถักเป็นเปีย เพื่อป้องกันการรบกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและสัญญาณรบกวนอื่นๆ ก่อนจะหุ้มชั้นนอกสุดด้วยฉนวนพลาสติก
    • ลวดทองแดงที่ถักเป็นเปียเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สายประเภทนี้มีช่วงความถี่สัญญาณไฟฟ้าสามารถผ่านได้สูงมาก และนิยมใช้เป็นช่องสื่อสารสัญญาณแอนะล็อกเชื่องโยงผ่านใต้ทะเลและใต้ดิน
    • ป้องกันสัญญาณรบกวนได้ดี และเชื่อมต่อได้ในระยะไกล
    • ราคาแพง สายมีขนาดใหญ่ และการติดตั้งหัวเชื่อมต่อ ค่อนข้างยุ่งยาก
  • 10. สายโคแอกเชียล ( coaxial)
  • 11. เส้นใยแก้วนำแสง ( fiber optic)
    • แกนกลางของสายประกอบด้วยเส้นใยแก้วบริสุทธิ์ ขนาดเล็กหลายๆ เส้นอยู่รวมกัน และห่อหุ้มด้วยเส้นใยอีกชนิดหนึ่ง ก่อนจะหุ้มชั้นนอกสุดด้วยฉนวน
    • สามารถส่งข้อมูลด้วยอัตราความหนาแน่นของสัญญาณข้อมูลสูงมาก และไม่มีการก่อกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
    • การบิดงอสายสัญญาณจะทำให้เส้นใยหัก จึงไม่สามารถใช้สื่อกลางนี้ในการเดินทางตามมุมตึกได้
    • เหมาะที่จะใช้กับการเชื่อมโยงระหว่างอาคารกับอาคาร หรือระหว่างเมืองกับเมือง เส้นใยนำแสงจึงถูกนำไปใช้เป็นสายแกนหลัก ( Blackbone )
  • 12. เส้นใยแก้วนำแสง ( fiber optic)
  • 13. ตัวกลางในการสื่อสารข้อมูล : Media
    • สื่อกลางประเภทไร้สาย หมายถึง สื่อกลางที่ใช้การส่งข้อมูลผ่านอากาศ โดยอาศัยพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่แพร่กระจายอยู่ทั่วไป โดยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าดังกล่าวมีทั้งคลื่นความถี่ต่ำและคลื่นความถี่สูง
    • คลื่นวิทยุ (Radio Frequency: RF)
    • ไมโครเวฟ (Terrestrial Microwave Transmission)
    • ดาวเทียม (Satellite)
    • อินฟราเรด (Infrared Transmission)
    • บลูทูธ (Bluetooth)
  • 14. คลื่นวิทยุ (Radio Frequency: RF)
    • การสื่อสารโดยอาศัยคลื่นวิทยุ ทำโดยการส่งคลื่นไปยังอากาศเพื่อเข้าไปยังเครื่องรับวิทยุ
    • ใช้เทคนิคการมอดูเลต ด้วยการรวมคลื่นเสียงที่เป็นคลื่นไฟฟ้าความถี่เสียงรวมกัน
    • คลื่นวิทยุมีความเร็วค่อนข้างต่ำและไวต่อสัญญาณรบกวน
  • 15. ไมโครเวฟ (Terrestrial Microwave Transmission)
    • เป็นสัญญาณที่เดินทางในแนวเส้นตรงระดับสายตา
    • ส่งสัญญาณจากสถานีหนึ่งไปยังสถานีอื่นๆ ได้หลายสถานี
    • มีแถบความถี่ (Bandwidth) สูง
    • นำไปใช้งานร่วมกับระบบการสื่อสารทั่วไปได้อย่างดี
    • มีข้อจำกัดด้านภูมิประเทศ เช่นภูเขาหรือตึกอาคารสูง
  • 16. ดาวเทียม (Satellite)
    • เป็นการสื่อสารโดยใช้สัญญาณไมโครเวฟ
    • อาศัยสถานีไมโครเวฟที่ตั้งอยู่ในอวกาศรับสัญญาณไมโครเวฟจากสถานีภาคพื้นดินและแพร่สัญญาณกลับไปยังสถานีภาคพื้นดินทั่วประเทศ
    • สามารถส่งสัญญาณแพร่ออกไปได้ไกลทั่วโลก
  • 17.
    • เครือข่ายดาวเทียม
    • ดาวเทียมสื่อสาร (communication satellite)
    • เป็นดาวเทียมที่มีวงโคจรแบบค้างฟ้า ใช้ทั้งสิ้น 3 ดวงคือ
      • ดาวเทียมเหนือมหาสมุทรอินเดีย
      • ดาวเทียมเหนือมหาสมุททรแปซิฟิค
      • ดาวเทียมเหนือมหาสมุทรแอตแลนติก
    ดาวเทียม (Satellite)
  • 18. อินฟราเรด (Infrared Transmission)
    • เป็นคลื่นสัญญาณความถี่สั้น
    • ส่งสัญญาณเป็นแนนเส้นตรงในระดับสายตา
    • นิยมนำมาใช้งานสำหรับการสื่อสารระยะใกล้
    • ไม่สามารถส่งคลื่นทะลุสิ่งกีดขวางได้
    • เช่น รีโมตคอนโทรล
  • 19. บลูทูธ (Bluetooth)
    • เป็นคลื่นสัญญาณความถี่ระยะสั้น
    • สามารถสื่อสารทะลุสิ่งกีดขวางหรือกำแพงได้
    • บลูทูธสามารถสื่อสารระหว่างอุปกรณ์หลายๆ ร่วมกันได้เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ แฟกซ์
    • เครือข่ายขนาดเล็กที่มีการเชื่อมต่ออุปกรณ์ไม่เกิน 7 ชิ้นเราเรียกว่าเครือข่าย PAN(Personal Area Network)
  • 20.
    • เครือข่ายคอมพิวเตอร์
    • การนำคอมพิวเตอร์มากกว่าหนึ่งเครื่องขึ้นไปมาเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน โดยในการเชื่อมโยงต้องผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ เพื่อให้สามารถส่งผ่านข้อมูลระหว่างกันได้
    NETWORK
  • 21.
    • ประโยชน์ของเครือข่ายคอมพิวเตอร์
      • การใช้ทรัพยากรร่วมกัน
      • ลดต้นทุน
      • ความสะดวกรวดเร็วในการสื่อสาร
    NETWORK
  • 22.
    • องค์ประกอบของระบบเครือข่าย
      • เครื่องคอมพิวเตอร์ ( Computer )
      • สื่อนำข้อมูล (Transmission Medium)
      • โปรโตคอล (Protocol )
    NETWORK
  • 23.
    • ประเภทของระบบเครือข่าย
    • เครือข่ายท้องถิ่น ( Local Area Network: LAN )
    • เครือข่ายระดับเมือง (Metropolitan Area Network: MAN)
    • เครือข่ายระดับประเทศ (Wide Area Network: WAN)
    • เครือข่ายส่วนบุคคล (Personal Area network: PAN)
    NETWORK
  • 24.
    • เครือข่ายท้องถิ่น ( Local Area Network: LAN )
    • เป็นเครือข่ายที่ทำงานครอบคลุมพื้นที่บนระยะทางที่จำกัด
    • เช่น ภายในอาคาร สำนักงาน หรือระหว่างอาคารที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน
    • ระยะทางการเชือมโยงโดยรวมไม่เกิน 10 กิโลเมตร
    • หากต้องการเพิ่มขยายระยะทางสามารถทำได้โดยการใช้อุปกรณ์ทวนสัญญาณ
    NETWORK
  • 25.
    • เครือข่ายระดับเมือง (Metropolitan Area Network: MAN)
    • เป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงระหว่างเมืองหรือจังหวัด
    • มักนิยมใช้ในการเชื่อมต่อสำนักงานสาขาต่างๆ ที่อยู่ในเมืองหรือจังหวัดเดียวกัน
    • ในอนาคตระบบเครือข่าย MAN จะถูกพัฒนาและมาแทนที่โดยระบบ Wi-MAX ( Worldwide Interoperability for Microwave Access)
    NETWORK
  • 26.
    • เครือข่ายระดับประเทศ (Wide Area Network: WAN)
    • เป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงระหว่างทวีป
    • ครอบคลุมระยะทางไกลที่สุด โดยใช้เทคโนโลยีโทรคมนาคมที่หลากหลายเช่น สายโทรศัพท์ เคเบิ้ล การสื่อสารผ่านดาวเทียม
    • Information Super Highway
    NETWORK
  • 27.
    • เครือข่ายส่วนบุคคล (Personal Area network: PAN)
    • BluetoothPersonal Area Network
    • เทคโนโลยีการเข้าถึงไร้สายในพื้นที่เฉพาะส่วนบุคคล โดยมีระยะทางไม่เกิน 1 เมตร
    NETWORK
  • 28. Computer network
    • รูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่าย (Topologies)
      • Bus Topology
      • Star Topology
      • Ring Topology
      • Mesh Topology
  • 29. Computer network
    • Bus Topology
    • ส่งสัญญาณในรปของสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์
    • อุปกรณ์ทุกชิ้นหรือโหนดทุกโหนด ในเครือข่ายจะต้องเชื่อมโยงเข้ากับสายสัญญาณหนึ่งเส้นที่ใช้เป็นสายแกนหลัก ( Backbone )
    • ใช้ Tap หรือ Connector เป็นตัวเชื่อมต่อ
    • ปลายสายสัญญาณของทั้งสองฝั่งต้องมีอุปกรณ์ Terminator ปิดท้ายเพื่อทำหน้าที่ดูดซับสัญญาณ
  • 30. Computer network Bus Topology
  • 31. Computer network
    • ข้อดี
      • ติดตั้งง่าย ไม่ซับซ้อน
      • เพิ่มจำนวนโหนดง่าย
      • ประหยัดสายสื่อสาร
    • ข้อเสีย
      • หากสายสัญญาณที่เป็นแกนหลักชำรุด เครือข่ายจะชะงักทันที
      • ค้นหาจุดผิดพลาดในเครือข่ายค่อนข้างยาก
      • ระยะห่างของโหนดมีข้อกำหนดที่แน่นอนไม่ยืดหยุ่น
  • 32. Computer network
    • STAR Topology
    • เป็นการเชื่อมโยงการติดต่อสื่อสารที่มีลักษณะคล้ายรูปดาว หลายแฉก
    • มีศูนย์กลางรับส่งข้อมูล หรือฮับ ( Hub ) เป็นจุดผ่านการติดต่อกันระหว่างทุกโหนดในเครือข่ายศูนย์กลางรับส่งข้อมูล หรือฮับ จึงมีหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมเส้นทางการสื่อสาร ทั้งหมด
    • เป็นโทโปโลยีที่เป็นที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน
  • 33. Computer network STAR Topology
  • 34. Computer network STAR Topology
  • 35. Computer network Switch/Hub
  • 36. Computer network
    • ข้อดี
      • มีความคงทนสูง หากสายสัญญาณบางโหนดชำรุดจะส่งผลต่อโหนดนั้นๆ โหนดเดียวไม่ส่งผลกระทบต่อระบบโดยรวม
      • จัดการข้อมูลได้ง่ายเนื่องจากมีจุดศูนย์กลางการควบคุม
    • ข้อเสีย
      • ใช้สายสัญญาณจำนวนเท่ากับจำนวนโหนดที่จะเชื่อมต่อ
      • ข้อจำกัดของจำนวนพอร์ตศูนย์กลางควบคุมที่เชื่อมต่อ
      • หากศูนย์กลางควบคุมเสียหาย ระบบทั้งหมดจะไม่สามารถทำงานได้
  • 37. Computer network
    • Ring Topology
    • เชื่อมต่อกันด้วยสายสัญญาณจากโหนดหนึ่งไปยังโหนดหนึ่งต่อกันไปเรื่อยๆ ตั้งแต่โหนดแรกไปจนถึงโหนดสุดท้ายให้เชื่อมโยงกัน
    • ลักษณะการเชื่อมโยงเป็นรูปวงกลมหรือวงแหวนในทิศทางเดียวกัน
    • เรียกว่าวิธีการส่งต่อแบบโทเคน (Token Passing)
  • 38. Computer network Ring Topology
  • 39. Computer network
    • ข้อดี
      • ใช้สายสัญญาณตามจำนวนโหนดที่เชื่อมต่อ
      • ติดตั้งหรือลดจำนวนโหนดได้ง่าย
      • การส่งข้อมูลได้เท่าเทียมกัน
    • ข้อเสีย
      • หากสายสัญญาณเกิดการเสียหาย จะส่งผลกระทบต่อระบบทั้งหมด
      • ตรวจสอบความเสียหายได้ยาก เมื่อเกิดการขัดข้องของระบบ
  • 40. Computer network
    • Mesh Topology
    • เป็นการเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุดถึงกันหมด
    • แต่ละโหนดสามารถสื่อสารข้อมูลระหว่างกันได้เอง
  • 41. Computer network
    • ข้อดี
      • มีความปลอดภัยในข้อมูลที่สื่อสารระหว่างโหนด
      • แบนด์วิดธ์บนสายสื่อสารสามารถนำมาใช้ได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องแชร์ร่วมกับโหนดอื่นในการใช้งาน
      • มีความคงทนต่อความผิดพลาด หากสายสัญญาณส่วนใดเสียหาย สามารถเลียงไปใช้งานสายสัญญาณเส้นอื่นได้
    • ข้อเสีย
      • เป็นรูปแบบการเชื่อมต่อที่เปลืองสายสัญญาณมากที่สุด
  • 42. Computer network
    • Hybrid Topology
    • เป็นการเชื่อมต่อเครือข่ายที่ใช้ Topology หลายรูปแบบมาเชื่อมต่อร่วมกัน
  • 43. อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ใช้ในระบบ LAN
    • ในระบบ LAN(Local Area Network) ที่ทำงานผ่านเครือข่าย Ethernet นั้น โดยส่วนมากปัจจุบันนิยมใช้ Topology แบบ Star ซึ่งมีอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ใช้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อดังนี้
      • Hub
      • Switch
      • Cable
      • LAN Card
      • Router
  • 44. HUB
    • อาจเรียก Repeater
    • เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อของระบบ LAN
    • มีพอร์ตให้เลือกใช้งานตั้งแต่ 4,8,12,24,48 เป็นพอร์ตชนิด RJ-45
    • ทำหน้าที่รับ - ส่งเฟรมข้อมูลไปยังทุกๆ พอร์ต ใช้อัตราข้อมูลแบบ
    • 10 Mbps
    • 100 Mbps
    • 10/100 Mbps
    • ส่งข้อมูลไปยังอุปกรณ์ทุกตัวที่อยู่ในระบบเครือข่ายทำให้ต้องแชร์ Bandwidth ร่วมกัน
    • ระยะทางการเชื่อมต่อระหว่าง Hub กับสายสัญญาณไม่เกิน 100 เมตร
  • 45. HUB
  • 46. Switch
    • เรียกเต็มๆ ว่า Switch Hub
    • ใช้เชื่อมต่อระบบ LAN แบบ Ethernet ที่ใช้ Topology แบบ Star
    • ลักษณะการทำงานคล้ายๆ กับ Hub มีพอร์ตแบบ RJ-45
    • จำนวนพอร์ตมีตั้งแต่ 4,5,8,12,16,24,48 หรืออาจมากกว่านั้น
    • ทำงานในระดับ Layer 2 ( Data Link Layer )
    • ส่งข้อมูลตาม MAC Address
    • ส่งข้อมูลเต็มอัตรา 10/100/1000 Mbps
  • 47. Switch
  • 48. Router
    • เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการเชื่อมเครือข่ายหลายๆ เครือข่ายเข้าหากัน
    • หากไม่มี Router ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็ไม่สามารถทำงานได้
    • ทำงานใน Layer3 (Network Layer)
    • ถูกนำมาใช้งานแทนบริดจ์
  • 49. Router
  • 50. อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ใช้ในระบบ LAN
  • 51. Cable
    • สายคู่บิดเกลียว ( twisted pair)
    • สายโคแอกเซียล ( coaxial cable)
    • เส้นใยแก้วนำแสง ( fiber optic)
  • 52. LAN Card
  • 53. Wireless LAN
    • ระบบ LAN ไร้สาย หรือ Wireless LAN หรือ WLAN
    • ส่งสัญญาณด้วยคลื่นวิทยุ (Radio Frequency)
    • โครงสร้างการทำงานของระบบ LAN ไร้สาย ต้องมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า Wireless Access Point เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อให้กับเครื่องลูกข่ายคล้ายๆ กับการทำงานของ Hub/Switch ในระบบ LAN ทั่วไป
  • 54. Wireless LAN WLAN VS Wi-Fi มาตรฐาน ปีที่ประกาศใช้ ความถี่ที่ใช้ อัตราข้อมูลสูงสุด ระยะทางโดยประมาณ IEEE 802.11 1997 2.4 GHz 2 Mbps N/A IEEE 802.11a 1999 5 GHz 54 Mbps 30 m IEEE 802.11b 1999 2.4 GHz 11 Mbps 50 m IEEE 802.11g 2003 2.4 GHz 54 Mbps 30 m IEEE 802.11n กำลังพัฒนา 2.4 GHz หรือ 5 GHz 540 Mbps 50 m
  • 55. Wireless LAN
    • ข้อดีของการใช้ระบบเครือข่ายไร้สาย
      • ความคล่องตัวและยืดหยุ่น ( Mobility & Flexibility )
      • ความสะดวกในการติดตั้งและการจัดการ (Manageability)
      • ประหยัดค่าใช้จ่าย (Cost)
    • ข้อเสียของการใช้ระบบเครือข่ายไร้สาย
      • ความเสถียร (Reliability)
      • ความปลอดภัย (Security)
      • ระยะทางและความเร็ว (Range & Speed)
  • 56. อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ใช้ในระบบ MAN
    • ปัจจุบันประเทศไทยมีการนำเอาระบบ Metro Ethernet Network ซึ่งเป็นระบบเครือข่าย MAN อย่างหนึ่งมาให้บริการกับผู้ใช้ที่อยู่ในเมืองภายในพื้นที่ให้บริการ
    • เช่น Gigabit Ethernet Service ของ True Corporation
    • ใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า CPE(Customer Premise Equipment)
  • 57. WiMAX
    • Worldwide Interoperability for Microwave Access
    • เป็นรูปแบบการสื่อสารไร้สายโดยอาศัยคลื่นไมโครเวฟเป็นสื่อในการรับส่งข้อมูล อยู่ในมาตรฐาน IEEE802.16
    • มีการทำงานโดยอาศัยสถานีฐาน ( Base Station ) ในการส่งข้อมูล และมีสถานีลูกข่าย ( Subscriber Station ) เป็นตัวกลางในการรับและส่งข้อมูลกำลังสูงเพื่อให้ติดต่อระยะไกลได้
    • หลักการทำงานคล้ายๆ กับระบบ WiFi หรือ Wireless LAN แต่ระยะทำการจะไปได้ไกลหลายกิโลเมตร
    • มีการแชร์ Bandwidth ของผู้ใช้ที่ใช้งาน
  • 58. อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ใช้ในระบบ WAN
    • รับส่งข้อมูลในระยะไกล ระหว่างประเทศ หรือระหว่างทวีป
    • เป็นระบบเครือข่ายที่มีสถานีเชื่อมต่ออยู่เป็นจำนวนมากหลายๆ เครือข่ายย่อย ( LAN ) เรียกกันว่า Subnet ( กลุ่มของโหนดต่างๆ ที่เชื่อมต่อเข้าด้วยกัน )
    • การถ่ายโอนข้อมูลระหว่างโหนด เรียกว่าการ Switching
    • อุปกรณ์ที่ใช้งานบนเครือข่าย WAN คือ Packet Switches
  • 59. INTERNET INTRANET EXTRANET Nittaya Wongyai
  • 60. INTERNET
    • อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายที่สามารถใช้สื่อสารข้อมูลโดยการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์
    • เป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ ที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วโลก
    • อินเทอร์เน็ตใช้โปรโตคอลที่เรียกว่า TCP/IP ในการสื่อสารข้อมูล
    • อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายสาธารณะ สามารถสื่อสารข้อมูลระหว่างกันได้อย่างอิสระ ไม่มีใครเป็นเจ้าของระบบเครือข่ายแบบนี้อย่างแท้จริง
    • ARPANET(Advanced Research Projects Agency Network) เป็นโครงการแรกที่ได้คิดระบบอินเทอร์เน็ต
  • 61.
    • E-mail
    • Chat
    • Searching
    • WWW
    • FTP
    • Community/SocialNetwork
      • Hi5
      • Facebook
      • Twitter
      • Worldpress
      • Flickr
    INTERNET
  • 62.
    • การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตต้องเชื่อมต่อผ่านผู้บริการที่เรียกว่า ISP(Internet Service Provider)
    • อาจมีข้อเสียในเรื่องของความปลอดภัยของข้อมูล
    • บางครั้งเรียกว่า CyberSpace
    • ใช้โดเมนเนม หรือ ชื่อโดเมน ในการเข้าถึงข้อมูลบน WWW โดยโดเมนเนมเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ เนื่องจากไอพีแอดเดรสนั้นจดจำได้ยากกว่า และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงไอพีแอดเดรส ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรับรู้หรือจดจำไอพีแอดเดรสใหม่ ยังคงใช้โดเมนเนมเดิมได้ต่อไป
    INTERNET
  • 63. INTRANET
    • อินทราเน็ตเป็นเครือข่ายส่วนบุคคลที่ใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต
    • ใช้โปรโตคอล TCP/IP เช่นเดียวกับอินเทอร์เน็ต
    • เป็นเครือข่ายที่องค์กรสร้างขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับการสื่อการผ่านเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตภายในองค์กรเท่านั้น
      • ทำให้ผู้ใช้ภายในองค์กรสามารถทำงานร่วมกันได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยใช้ซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า Groupware
      • ปัจจุบันหลายๆ องค์กรมักจะมีระบบอินทราเน็ตของตัวเองไว้ใช้ในการทำงาน
  • 64.  
  • 65. EXTRANET
    • เอ็กซ์ทราเน็ต หรือเครือข่ายภายนอกองค์กร เป็นระบบเครือข่ายซึ่งเชื่อมเครือข่ายภายในองค์กร ( INTRANET) เข้ากับระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ภายนอกองค์กร เช่น องค์กรที่มีสาขาอยู่คนละพื้นที่
    • ระบบเครือข่ายแบบเอ็กซ์ทราเน็ต โดยปกติแล้วจะอนุญาตให้ใช้งานเฉพาะสมาชิกขององค์กร หรือผู้ที่ได้รับสิทธิในการใช้งานเท่านั้น โดยผู้ใช้จากภายนอกที่เชื่อมต่อเข้ามาผ่านเครือข่ายเอ็กซ์ทราเน็ต อาจถูกแบ่งเป็นประเภทๆ เช่น ผู้ดูแลระบบ สมาชิก คู่ค้า หรือผู้สนใจทั่วๆ ไป เป็นต้น ซึ่งผู้ใช้แต่ละกลุ่มจะได้รับสิทธิในการเข้าใช้งานเครือข่ายที่แตกต่างกันไป
  • 66. แหล่งสารสนเทศอินเทอร์เน็ต
    • เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันครอบคลุมทั่วโลก ส่งผ่านข้อมูลหลายรูปแบบทั้งตัวอักษร รูปภาพ เสียง และภาพเคลื่อนไหว
    • เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้อินเทอร์เน็ตจะติดต่อกันโดยใช้มาตรฐานการสื่อสาร ที่เปรียบเสมือนภาษากลางของคอมพิวเตอร์ที่เรียกกันว่า โปรโตคอล
    • โปรโตคอลที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายได้แก่ TCP/IP ( Transmission Control Protocal/Internet Protocal )
    • เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจะมีหลายเลขประจำเครื่องเรียกว่า หมายเลขไอพี ( IP address ) ซึ่งแต่ละเครื่องจะมีหมายเลขที่ไม่ซ้ำกัน
  • 67. Web Browser
  • 68. อินเทอร์เน็ต ( Internet ) IP Address IP Address TCP/IP IP Address 202.184.1.1 202.184.1.2 202.184.1.3
  • 69. อินเทอร์เน็ต ( Internet ) IP Address IP Address TCP/IP IP Address Cmru.ac.th Mju.ac.th Cmu.ac.th Domain Name
  • 70.
    • เนื่องจากการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ต้องใช้หมายเลขไอพี และมีปัญหาในเรื่องของการจำยาก ดังนั้นจึงได้มีการกำหนดชื่อเพื่อใช้แทนหมายเลขไอพี เรียกว่า ระบบชื่อโดเมน (Domain name system)
    แหล่งสารสนเทศอินเทอร์เน็ต http://www.cmru.ac.th Protocal : TCP/IP Domain Name URL : Uniform Resource Locator
  • 71. ชื่อโดเมนย่อย ประเภทขององค์กร ตัวอย่าง ac สถาบันการศึกษา www.mju.ac.th co ธุรกิจการค้า www.thairath.co.th go องค์กรของรัฐ www.glo.go.th or องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร www.nectec.or.th Mi องค์กรทางทหาร www.navy.mi.th Net องค์การที่ให้บริการเครือข่าย www.thaisarn.net.th
  • 72. ชื่อโดเมน ประเภทขององค์กร ตัวอย่าง com commercial organization www.amazon.com edu educational institution www.okstate.edu org non-commercial organization www.reporter.org gov government organization www.nasa.gov mil military organization www.army.mil net network provider www.networksolutions.net
  • 73. Question ??