• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
Ch4 communication and network
 

Ch4 communication and network

on

  • 957 views

 

Statistics

Views

Total Views
957
Views on SlideShare
957
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
17
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment
  • wireless fidelity

Ch4 communication and network Ch4 communication and network Presentation Transcript

  • INFORMATION TECHNOLOGY TELECOMMUNICATION AND NETWORK
    • การสื่อสารข้อมูล (Data Communication) คือ กระบวนการถ่ายโอนหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลและสารสนเทศระหว่างผู้ส่งและผู้รับ โดยผ่านทางช่องสื่อสาร เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์เป็นตัวกลางในการส่งข้อมูล เพื่อให้ผู้ส่งและผู้รับเกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน
    Data Communication
    • องค์ประกอบของการสื่อสารข้อมูล
    Data Communication
    • ผู้ส่งข้อมูล (Sender) คือ สิ่งที่ทำหน้าที่ส่งข้อมูลไปยังจุดหมายที่ต้องการ
    • ผู้รับข้อมูล (Receiver) คือ สิ่งที่ทำหน้าที่รับข้อมูลที่ถูกส่งมาให้
    • ข้อมูล (Data) คือ สิ่งที่ผู้ส่งต้องการส่งไปยังผู้รับ อาจจะอยู่ในรูปของข้อความ เสียง ภาพเคลื่อนไหว และอื่น ๆ
    • สื่อนำข้อมูล (Transmission Medium) คือ สิ่งที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการ ส่งต่อ ข้อมูลจากผู้ส่งไปยังผู้รับ
    • โปรโตคอล (Protocol) คือ กฎหรือวิธีที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อการสื่อสารข้อมูล ซึ่งทั้งผู้ส่งและผู้รับต้องตกลงกันไว้ก่อน
    • ทิศทางในการสื่อสารข้อมูล
    Data Communication
    • การสื่อสารแบบทิศทางเดียว (Simplex)
    • การสื่อสารแบบกึ่งสองทิศทาง (Half Duplex)
    • การสื่อสารแบบสองทิศทาง (Full duplex)
  • ตัวกลางในการสื่อสารข้อมูล : Media
    • เป็นส่วนที่ทำให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกัน และทำให้ข้อมูลเดินทางผ่านจากผู้ส่งไปสู่ผู้รับผ่านสื่อกลางที่ใช้
    • การวัดปริมาณหรือความจุในการนำข้อมูลเรียกกันว่า แบนด์วิดธ์ ( Bandwidth) มีหน่วยเป็นจำนวน บิต ข้อมูลต่อวินาที ( bits per second: bps)
    • ลักษณะของตัวกลางต่างๆ มีดังต่อไปนี้
      • สื่อกลางประเภทมีสาย
      • สื่อกลางประเภทไร้สาย
  • ตัวกลางในการสื่อสารข้อมูล : Media
    • สื่อกลางประเภทมีสาย หมายถึง สื่อกลางที่เป็นสายซึ่งใช้ในการเชื่อมโยงอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อใช้ในการส่งผ่านข้อมูลในระยะทางที่ห่างกันไม่มากนัก 
    • สายคู่บิดเกลียว ( twisted pair)
    • สายโคแอกเซียล ( coaxial cable)
    • เส้นใยแก้วนำแสง ( fiber optic)
  • สายคู่บิดเกลียว ( twisted pair)
    • ประกอบด้วยเส้นลวดทองแดงที่หุ้มด้วยฉนวนป้องกัน 2 เส้นพันบิดเป็นเกลียว
    • อัตราการส่งข้อมูลผ่านสายคู่บิดเกลียวจะขึ้นอยู่กับความหนาของสายทำให้สามารถส่งข้อมูลด้วยอัตราส่งสูง
    • การส่งข้อมูลแบบดิจิทัล สัญญาณที่ส่งเป็นลักษณะคลื่นสี่เหลี่ยม สายคู่บิดเกลียวสามารถใช้ส่งข้อมูลได้ถึงร้อยเมกะบิตต่อวินาที ในระยะทางไม่เกินร้อยเมตร
    • มีราคาไม่แพงมาก ใช้ส่งข้อมูลได้ดี จึงได้รับความนิยมใช้กันมาก
  • สายคู่บิดเกลียว ( twisted pair)
  • สายโคแอกเชียล ( coaxial)
    • มีแบนด์วิดธ์ที่สูงกว่าสายคู่บิดเกลียว
    • ประกอบด้วยลวดทองแดงที่เป็นแกนหลักหนึ่งเส้นที่หุ้มด้วยฉนวนชั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันกระแสไฟรั่ว จากนั้นจะหุ้มด้วยตัวนำซึ่งทำจากลวดทองแดงถักเป็นเปีย เพื่อป้องกันการรบกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและสัญญาณรบกวนอื่นๆ ก่อนจะหุ้มชั้นนอกสุดด้วยฉนวนพลาสติก
    • ลวดทองแดงที่ถักเป็นเปียเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สายประเภทนี้มีช่วงความถี่สัญญาณไฟฟ้าสามารถผ่านได้สูงมาก และนิยมใช้เป็นช่องสื่อสารสัญญาณแอนะล็อกเชื่องโยงผ่านใต้ทะเลและใต้ดิน
    • ป้องกันสัญญาณรบกวนได้ดี และเชื่อมต่อได้ในระยะไกล
    • ราคาแพง สายมีขนาดใหญ่ และการติดตั้งหัวเชื่อมต่อ ค่อนข้างยุ่งยาก
  • สายโคแอกเชียล ( coaxial)
  • เส้นใยแก้วนำแสง ( fiber optic)
    • แกนกลางของสายประกอบด้วยเส้นใยแก้วบริสุทธิ์ ขนาดเล็กหลายๆ เส้นอยู่รวมกัน และห่อหุ้มด้วยเส้นใยอีกชนิดหนึ่ง ก่อนจะหุ้มชั้นนอกสุดด้วยฉนวน
    • สามารถส่งข้อมูลด้วยอัตราความหนาแน่นของสัญญาณข้อมูลสูงมาก และไม่มีการก่อกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
    • การบิดงอสายสัญญาณจะทำให้เส้นใยหัก จึงไม่สามารถใช้สื่อกลางนี้ในการเดินทางตามมุมตึกได้
    • เหมาะที่จะใช้กับการเชื่อมโยงระหว่างอาคารกับอาคาร หรือระหว่างเมืองกับเมือง เส้นใยนำแสงจึงถูกนำไปใช้เป็นสายแกนหลัก ( Blackbone )
  • เส้นใยแก้วนำแสง ( fiber optic)
  • ตัวกลางในการสื่อสารข้อมูล : Media
    • สื่อกลางประเภทไร้สาย หมายถึง สื่อกลางที่ใช้การส่งข้อมูลผ่านอากาศ โดยอาศัยพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่แพร่กระจายอยู่ทั่วไป โดยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าดังกล่าวมีทั้งคลื่นความถี่ต่ำและคลื่นความถี่สูง
    • คลื่นวิทยุ (Radio Frequency: RF)
    • ไมโครเวฟ (Terrestrial Microwave Transmission)
    • ดาวเทียม (Satellite)
    • อินฟราเรด (Infrared Transmission)
    • บลูทูธ (Bluetooth)
  • คลื่นวิทยุ (Radio Frequency: RF)
    • การสื่อสารโดยอาศัยคลื่นวิทยุ ทำโดยการส่งคลื่นไปยังอากาศเพื่อเข้าไปยังเครื่องรับวิทยุ
    • ใช้เทคนิคการมอดูเลต ด้วยการรวมคลื่นเสียงที่เป็นคลื่นไฟฟ้าความถี่เสียงรวมกัน
    • คลื่นวิทยุมีความเร็วค่อนข้างต่ำและไวต่อสัญญาณรบกวน
  • ไมโครเวฟ (Terrestrial Microwave Transmission)
    • เป็นสัญญาณที่เดินทางในแนวเส้นตรงระดับสายตา
    • ส่งสัญญาณจากสถานีหนึ่งไปยังสถานีอื่นๆ ได้หลายสถานี
    • มีแถบความถี่ (Bandwidth) สูง
    • นำไปใช้งานร่วมกับระบบการสื่อสารทั่วไปได้อย่างดี
    • มีข้อจำกัดด้านภูมิประเทศ เช่นภูเขาหรือตึกอาคารสูง
  • ดาวเทียม (Satellite)
    • เป็นการสื่อสารโดยใช้สัญญาณไมโครเวฟ
    • อาศัยสถานีไมโครเวฟที่ตั้งอยู่ในอวกาศรับสัญญาณไมโครเวฟจากสถานีภาคพื้นดินและแพร่สัญญาณกลับไปยังสถานีภาคพื้นดินทั่วประเทศ
    • สามารถส่งสัญญาณแพร่ออกไปได้ไกลทั่วโลก
    • เครือข่ายดาวเทียม
    • ดาวเทียมสื่อสาร (communication satellite)
    • เป็นดาวเทียมที่มีวงโคจรแบบค้างฟ้า ใช้ทั้งสิ้น 3 ดวงคือ
      • ดาวเทียมเหนือมหาสมุทรอินเดีย
      • ดาวเทียมเหนือมหาสมุททรแปซิฟิค
      • ดาวเทียมเหนือมหาสมุทรแอตแลนติก
    ดาวเทียม (Satellite)
  • อินฟราเรด (Infrared Transmission)
    • เป็นคลื่นสัญญาณความถี่สั้น
    • ส่งสัญญาณเป็นแนนเส้นตรงในระดับสายตา
    • นิยมนำมาใช้งานสำหรับการสื่อสารระยะใกล้
    • ไม่สามารถส่งคลื่นทะลุสิ่งกีดขวางได้
    • เช่น รีโมตคอนโทรล
  • บลูทูธ (Bluetooth)
    • เป็นคลื่นสัญญาณความถี่ระยะสั้น
    • สามารถสื่อสารทะลุสิ่งกีดขวางหรือกำแพงได้
    • บลูทูธสามารถสื่อสารระหว่างอุปกรณ์หลายๆ ร่วมกันได้เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ แฟกซ์
    • เครือข่ายขนาดเล็กที่มีการเชื่อมต่ออุปกรณ์ไม่เกิน 7 ชิ้นเราเรียกว่าเครือข่าย PAN(Personal Area Network)
    • เครือข่ายคอมพิวเตอร์
    • การนำคอมพิวเตอร์มากกว่าหนึ่งเครื่องขึ้นไปมาเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน โดยในการเชื่อมโยงต้องผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ เพื่อให้สามารถส่งผ่านข้อมูลระหว่างกันได้
    NETWORK
    • ประโยชน์ของเครือข่ายคอมพิวเตอร์
      • การใช้ทรัพยากรร่วมกัน
      • ลดต้นทุน
      • ความสะดวกรวดเร็วในการสื่อสาร
    NETWORK
    • องค์ประกอบของระบบเครือข่าย
      • เครื่องคอมพิวเตอร์ ( Computer )
      • สื่อนำข้อมูล (Transmission Medium)
      • โปรโตคอล (Protocol )
    NETWORK
    • ประเภทของระบบเครือข่าย
    • เครือข่ายท้องถิ่น ( Local Area Network: LAN )
    • เครือข่ายระดับเมือง (Metropolitan Area Network: MAN)
    • เครือข่ายระดับประเทศ (Wide Area Network: WAN)
    • เครือข่ายส่วนบุคคล (Personal Area network: PAN)
    NETWORK
    • เครือข่ายท้องถิ่น ( Local Area Network: LAN )
    • เป็นเครือข่ายที่ทำงานครอบคลุมพื้นที่บนระยะทางที่จำกัด
    • เช่น ภายในอาคาร สำนักงาน หรือระหว่างอาคารที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน
    • ระยะทางการเชือมโยงโดยรวมไม่เกิน 10 กิโลเมตร
    • หากต้องการเพิ่มขยายระยะทางสามารถทำได้โดยการใช้อุปกรณ์ทวนสัญญาณ
    NETWORK
    • เครือข่ายระดับเมือง (Metropolitan Area Network: MAN)
    • เป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงระหว่างเมืองหรือจังหวัด
    • มักนิยมใช้ในการเชื่อมต่อสำนักงานสาขาต่างๆ ที่อยู่ในเมืองหรือจังหวัดเดียวกัน
    • ในอนาคตระบบเครือข่าย MAN จะถูกพัฒนาและมาแทนที่โดยระบบ Wi-MAX ( Worldwide Interoperability for Microwave Access)
    NETWORK
    • เครือข่ายระดับประเทศ (Wide Area Network: WAN)
    • เป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงระหว่างทวีป
    • ครอบคลุมระยะทางไกลที่สุด โดยใช้เทคโนโลยีโทรคมนาคมที่หลากหลายเช่น สายโทรศัพท์ เคเบิ้ล การสื่อสารผ่านดาวเทียม
    • Information Super Highway
    NETWORK
    • เครือข่ายส่วนบุคคล (Personal Area network: PAN)
    • BluetoothPersonal Area Network
    • เทคโนโลยีการเข้าถึงไร้สายในพื้นที่เฉพาะส่วนบุคคล โดยมีระยะทางไม่เกิน 1 เมตร
    NETWORK
  • Computer network
    • รูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่าย (Topologies)
      • Bus Topology
      • Star Topology
      • Ring Topology
      • Mesh Topology
  • Computer network
    • Bus Topology
    • ส่งสัญญาณในรปของสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์
    • อุปกรณ์ทุกชิ้นหรือโหนดทุกโหนด ในเครือข่ายจะต้องเชื่อมโยงเข้ากับสายสัญญาณหนึ่งเส้นที่ใช้เป็นสายแกนหลัก ( Backbone )
    • ใช้ Tap หรือ Connector เป็นตัวเชื่อมต่อ
    • ปลายสายสัญญาณของทั้งสองฝั่งต้องมีอุปกรณ์ Terminator ปิดท้ายเพื่อทำหน้าที่ดูดซับสัญญาณ
  • Computer network Bus Topology
  • Computer network
    • ข้อดี
      • ติดตั้งง่าย ไม่ซับซ้อน
      • เพิ่มจำนวนโหนดง่าย
      • ประหยัดสายสื่อสาร
    • ข้อเสีย
      • หากสายสัญญาณที่เป็นแกนหลักชำรุด เครือข่ายจะชะงักทันที
      • ค้นหาจุดผิดพลาดในเครือข่ายค่อนข้างยาก
      • ระยะห่างของโหนดมีข้อกำหนดที่แน่นอนไม่ยืดหยุ่น
  • Computer network
    • STAR Topology
    • เป็นการเชื่อมโยงการติดต่อสื่อสารที่มีลักษณะคล้ายรูปดาว หลายแฉก
    • มีศูนย์กลางรับส่งข้อมูล หรือฮับ ( Hub ) เป็นจุดผ่านการติดต่อกันระหว่างทุกโหนดในเครือข่ายศูนย์กลางรับส่งข้อมูล หรือฮับ จึงมีหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมเส้นทางการสื่อสาร ทั้งหมด
    • เป็นโทโปโลยีที่เป็นที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน
  • Computer network STAR Topology
  • Computer network STAR Topology
  • Computer network Switch/Hub
  • Computer network
    • ข้อดี
      • มีความคงทนสูง หากสายสัญญาณบางโหนดชำรุดจะส่งผลต่อโหนดนั้นๆ โหนดเดียวไม่ส่งผลกระทบต่อระบบโดยรวม
      • จัดการข้อมูลได้ง่ายเนื่องจากมีจุดศูนย์กลางการควบคุม
    • ข้อเสีย
      • ใช้สายสัญญาณจำนวนเท่ากับจำนวนโหนดที่จะเชื่อมต่อ
      • ข้อจำกัดของจำนวนพอร์ตศูนย์กลางควบคุมที่เชื่อมต่อ
      • หากศูนย์กลางควบคุมเสียหาย ระบบทั้งหมดจะไม่สามารถทำงานได้
  • Computer network
    • Ring Topology
    • เชื่อมต่อกันด้วยสายสัญญาณจากโหนดหนึ่งไปยังโหนดหนึ่งต่อกันไปเรื่อยๆ ตั้งแต่โหนดแรกไปจนถึงโหนดสุดท้ายให้เชื่อมโยงกัน
    • ลักษณะการเชื่อมโยงเป็นรูปวงกลมหรือวงแหวนในทิศทางเดียวกัน
    • เรียกว่าวิธีการส่งต่อแบบโทเคน (Token Passing)
  • Computer network Ring Topology
  • Computer network
    • ข้อดี
      • ใช้สายสัญญาณตามจำนวนโหนดที่เชื่อมต่อ
      • ติดตั้งหรือลดจำนวนโหนดได้ง่าย
      • การส่งข้อมูลได้เท่าเทียมกัน
    • ข้อเสีย
      • หากสายสัญญาณเกิดการเสียหาย จะส่งผลกระทบต่อระบบทั้งหมด
      • ตรวจสอบความเสียหายได้ยาก เมื่อเกิดการขัดข้องของระบบ
  • Computer network
    • Mesh Topology
    • เป็นการเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุดถึงกันหมด
    • แต่ละโหนดสามารถสื่อสารข้อมูลระหว่างกันได้เอง
  • Computer network
    • ข้อดี
      • มีความปลอดภัยในข้อมูลที่สื่อสารระหว่างโหนด
      • แบนด์วิดธ์บนสายสื่อสารสามารถนำมาใช้ได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องแชร์ร่วมกับโหนดอื่นในการใช้งาน
      • มีความคงทนต่อความผิดพลาด หากสายสัญญาณส่วนใดเสียหาย สามารถเลียงไปใช้งานสายสัญญาณเส้นอื่นได้
    • ข้อเสีย
      • เป็นรูปแบบการเชื่อมต่อที่เปลืองสายสัญญาณมากที่สุด
  • Computer network
    • Hybrid Topology
    • เป็นการเชื่อมต่อเครือข่ายที่ใช้ Topology หลายรูปแบบมาเชื่อมต่อร่วมกัน
  • อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ใช้ในระบบ LAN
    • ในระบบ LAN(Local Area Network) ที่ทำงานผ่านเครือข่าย Ethernet นั้น โดยส่วนมากปัจจุบันนิยมใช้ Topology แบบ Star ซึ่งมีอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ใช้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อดังนี้
      • Hub
      • Switch
      • Cable
      • LAN Card
      • Router
  • HUB
    • อาจเรียก Repeater
    • เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อของระบบ LAN
    • มีพอร์ตให้เลือกใช้งานตั้งแต่ 4,8,12,24,48 เป็นพอร์ตชนิด RJ-45
    • ทำหน้าที่รับ - ส่งเฟรมข้อมูลไปยังทุกๆ พอร์ต ใช้อัตราข้อมูลแบบ
    • 10 Mbps
    • 100 Mbps
    • 10/100 Mbps
    • ส่งข้อมูลไปยังอุปกรณ์ทุกตัวที่อยู่ในระบบเครือข่ายทำให้ต้องแชร์ Bandwidth ร่วมกัน
    • ระยะทางการเชื่อมต่อระหว่าง Hub กับสายสัญญาณไม่เกิน 100 เมตร
  • HUB
  • Switch
    • เรียกเต็มๆ ว่า Switch Hub
    • ใช้เชื่อมต่อระบบ LAN แบบ Ethernet ที่ใช้ Topology แบบ Star
    • ลักษณะการทำงานคล้ายๆ กับ Hub มีพอร์ตแบบ RJ-45
    • จำนวนพอร์ตมีตั้งแต่ 4,5,8,12,16,24,48 หรืออาจมากกว่านั้น
    • ทำงานในระดับ Layer 2 ( Data Link Layer )
    • ส่งข้อมูลตาม MAC Address
    • ส่งข้อมูลเต็มอัตรา 10/100/1000 Mbps
  • Switch
  • Router
    • เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการเชื่อมเครือข่ายหลายๆ เครือข่ายเข้าหากัน
    • หากไม่มี Router ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็ไม่สามารถทำงานได้
    • ทำงานใน Layer3 (Network Layer)
    • ถูกนำมาใช้งานแทนบริดจ์
  • Router
  • อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ใช้ในระบบ LAN
  • Cable
    • สายคู่บิดเกลียว ( twisted pair)
    • สายโคแอกเซียล ( coaxial cable)
    • เส้นใยแก้วนำแสง ( fiber optic)
  • LAN Card
  • Wireless LAN
    • ระบบ LAN ไร้สาย หรือ Wireless LAN หรือ WLAN
    • ส่งสัญญาณด้วยคลื่นวิทยุ (Radio Frequency)
    • โครงสร้างการทำงานของระบบ LAN ไร้สาย ต้องมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า Wireless Access Point เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อให้กับเครื่องลูกข่ายคล้ายๆ กับการทำงานของ Hub/Switch ในระบบ LAN ทั่วไป
  • Wireless LAN WLAN VS Wi-Fi มาตรฐาน ปีที่ประกาศใช้ ความถี่ที่ใช้ อัตราข้อมูลสูงสุด ระยะทางโดยประมาณ IEEE 802.11 1997 2.4 GHz 2 Mbps N/A IEEE 802.11a 1999 5 GHz 54 Mbps 30 m IEEE 802.11b 1999 2.4 GHz 11 Mbps 50 m IEEE 802.11g 2003 2.4 GHz 54 Mbps 30 m IEEE 802.11n กำลังพัฒนา 2.4 GHz หรือ 5 GHz 540 Mbps 50 m
  • Wireless LAN
    • ข้อดีของการใช้ระบบเครือข่ายไร้สาย
      • ความคล่องตัวและยืดหยุ่น ( Mobility & Flexibility )
      • ความสะดวกในการติดตั้งและการจัดการ (Manageability)
      • ประหยัดค่าใช้จ่าย (Cost)
    • ข้อเสียของการใช้ระบบเครือข่ายไร้สาย
      • ความเสถียร (Reliability)
      • ความปลอดภัย (Security)
      • ระยะทางและความเร็ว (Range & Speed)
  • อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ใช้ในระบบ MAN
    • ปัจจุบันประเทศไทยมีการนำเอาระบบ Metro Ethernet Network ซึ่งเป็นระบบเครือข่าย MAN อย่างหนึ่งมาให้บริการกับผู้ใช้ที่อยู่ในเมืองภายในพื้นที่ให้บริการ
    • เช่น Gigabit Ethernet Service ของ True Corporation
    • ใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า CPE(Customer Premise Equipment)
  • WiMAX
    • Worldwide Interoperability for Microwave Access
    • เป็นรูปแบบการสื่อสารไร้สายโดยอาศัยคลื่นไมโครเวฟเป็นสื่อในการรับส่งข้อมูล อยู่ในมาตรฐาน IEEE802.16
    • มีการทำงานโดยอาศัยสถานีฐาน ( Base Station ) ในการส่งข้อมูล และมีสถานีลูกข่าย ( Subscriber Station ) เป็นตัวกลางในการรับและส่งข้อมูลกำลังสูงเพื่อให้ติดต่อระยะไกลได้
    • หลักการทำงานคล้ายๆ กับระบบ WiFi หรือ Wireless LAN แต่ระยะทำการจะไปได้ไกลหลายกิโลเมตร
    • มีการแชร์ Bandwidth ของผู้ใช้ที่ใช้งาน
  • อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ใช้ในระบบ WAN
    • รับส่งข้อมูลในระยะไกล ระหว่างประเทศ หรือระหว่างทวีป
    • เป็นระบบเครือข่ายที่มีสถานีเชื่อมต่ออยู่เป็นจำนวนมากหลายๆ เครือข่ายย่อย ( LAN ) เรียกกันว่า Subnet ( กลุ่มของโหนดต่างๆ ที่เชื่อมต่อเข้าด้วยกัน )
    • การถ่ายโอนข้อมูลระหว่างโหนด เรียกว่าการ Switching
    • อุปกรณ์ที่ใช้งานบนเครือข่าย WAN คือ Packet Switches
  • INTERNET INTRANET EXTRANET Nittaya Wongyai
  • INTERNET
    • อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายที่สามารถใช้สื่อสารข้อมูลโดยการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์
    • เป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ ที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วโลก
    • อินเทอร์เน็ตใช้โปรโตคอลที่เรียกว่า TCP/IP ในการสื่อสารข้อมูล
    • อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายสาธารณะ สามารถสื่อสารข้อมูลระหว่างกันได้อย่างอิสระ ไม่มีใครเป็นเจ้าของระบบเครือข่ายแบบนี้อย่างแท้จริง
    • ARPANET(Advanced Research Projects Agency Network) เป็นโครงการแรกที่ได้คิดระบบอินเทอร์เน็ต
    • E-mail
    • Chat
    • Searching
    • WWW
    • FTP
    • Community/SocialNetwork
      • Hi5
      • Facebook
      • Twitter
      • Worldpress
      • Flickr
    INTERNET
    • การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตต้องเชื่อมต่อผ่านผู้บริการที่เรียกว่า ISP(Internet Service Provider)
    • อาจมีข้อเสียในเรื่องของความปลอดภัยของข้อมูล
    • บางครั้งเรียกว่า CyberSpace
    • ใช้โดเมนเนม หรือ ชื่อโดเมน ในการเข้าถึงข้อมูลบน WWW โดยโดเมนเนมเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ เนื่องจากไอพีแอดเดรสนั้นจดจำได้ยากกว่า และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงไอพีแอดเดรส ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรับรู้หรือจดจำไอพีแอดเดรสใหม่ ยังคงใช้โดเมนเนมเดิมได้ต่อไป
    INTERNET
  • INTRANET
    • อินทราเน็ตเป็นเครือข่ายส่วนบุคคลที่ใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต
    • ใช้โปรโตคอล TCP/IP เช่นเดียวกับอินเทอร์เน็ต
    • เป็นเครือข่ายที่องค์กรสร้างขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับการสื่อการผ่านเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตภายในองค์กรเท่านั้น
      • ทำให้ผู้ใช้ภายในองค์กรสามารถทำงานร่วมกันได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยใช้ซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า Groupware
      • ปัจจุบันหลายๆ องค์กรมักจะมีระบบอินทราเน็ตของตัวเองไว้ใช้ในการทำงาน
  •  
  • EXTRANET
    • เอ็กซ์ทราเน็ต หรือเครือข่ายภายนอกองค์กร เป็นระบบเครือข่ายซึ่งเชื่อมเครือข่ายภายในองค์กร ( INTRANET) เข้ากับระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ภายนอกองค์กร เช่น องค์กรที่มีสาขาอยู่คนละพื้นที่
    • ระบบเครือข่ายแบบเอ็กซ์ทราเน็ต โดยปกติแล้วจะอนุญาตให้ใช้งานเฉพาะสมาชิกขององค์กร หรือผู้ที่ได้รับสิทธิในการใช้งานเท่านั้น โดยผู้ใช้จากภายนอกที่เชื่อมต่อเข้ามาผ่านเครือข่ายเอ็กซ์ทราเน็ต อาจถูกแบ่งเป็นประเภทๆ เช่น ผู้ดูแลระบบ สมาชิก คู่ค้า หรือผู้สนใจทั่วๆ ไป เป็นต้น ซึ่งผู้ใช้แต่ละกลุ่มจะได้รับสิทธิในการเข้าใช้งานเครือข่ายที่แตกต่างกันไป
  • แหล่งสารสนเทศอินเทอร์เน็ต
    • เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันครอบคลุมทั่วโลก ส่งผ่านข้อมูลหลายรูปแบบทั้งตัวอักษร รูปภาพ เสียง และภาพเคลื่อนไหว
    • เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้อินเทอร์เน็ตจะติดต่อกันโดยใช้มาตรฐานการสื่อสาร ที่เปรียบเสมือนภาษากลางของคอมพิวเตอร์ที่เรียกกันว่า โปรโตคอล
    • โปรโตคอลที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายได้แก่ TCP/IP ( Transmission Control Protocal/Internet Protocal )
    • เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจะมีหลายเลขประจำเครื่องเรียกว่า หมายเลขไอพี ( IP address ) ซึ่งแต่ละเครื่องจะมีหมายเลขที่ไม่ซ้ำกัน
  • Web Browser
  • อินเทอร์เน็ต ( Internet ) IP Address IP Address TCP/IP IP Address 202.184.1.1 202.184.1.2 202.184.1.3
  • อินเทอร์เน็ต ( Internet ) IP Address IP Address TCP/IP IP Address Cmru.ac.th Mju.ac.th Cmu.ac.th Domain Name
    • เนื่องจากการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ต้องใช้หมายเลขไอพี และมีปัญหาในเรื่องของการจำยาก ดังนั้นจึงได้มีการกำหนดชื่อเพื่อใช้แทนหมายเลขไอพี เรียกว่า ระบบชื่อโดเมน (Domain name system)
    แหล่งสารสนเทศอินเทอร์เน็ต http://www.cmru.ac.th Protocal : TCP/IP Domain Name URL : Uniform Resource Locator
  • ชื่อโดเมนย่อย ประเภทขององค์กร ตัวอย่าง ac สถาบันการศึกษา www.mju.ac.th co ธุรกิจการค้า www.thairath.co.th go องค์กรของรัฐ www.glo.go.th or องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร www.nectec.or.th Mi องค์กรทางทหาร www.navy.mi.th Net องค์การที่ให้บริการเครือข่าย www.thaisarn.net.th
  • ชื่อโดเมน ประเภทขององค์กร ตัวอย่าง com commercial organization www.amazon.com edu educational institution www.okstate.edu org non-commercial organization www.reporter.org gov government organization www.nasa.gov mil military organization www.army.mil net network provider www.networksolutions.net
  • Question ??