Your SlideShare is downloading. ×
2011 : Volume 4

สรวิศ ลิมปรังษี

ยก 1 ของคดีเขาพระวิหาร (ภาค 2) 
ตอนขอบอำนาจของศาลโลกต่อ “ข้อพิพาท” (ต่อ)

ห้อ
งส
มุด
(w ...
ห้อ
งส
มุด
(w อิเ
ww ล็ก
.lib ทรอ
ra นิก
ry ส์ศ
.co าล
j.g ยุต
o.t ิธร
h) ร ม

	 	 คำว่า Judge นี้หากเราเติมคำว่า “advocat...
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

V2011 4

73

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
73
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
1
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Transcript of "V2011 4"

  1. 1. 2011 : Volume 4 สรวิศ ลิมปรังษี ยก 1 ของคดีเขาพระวิหาร (ภาค 2) ตอนขอบอำนาจของศาลโลกต่อ “ข้อพิพาท” (ต่อ) ห้อ งส มุด (w อิเ ww ล็ก .lib ทรอ ra นิก ry ส์ศ .co าล j.g ยุต o.t ิธร h) ร ม Judgement คำแรกในส่วนนี้เป็นคำในส่วนของหัวข้อของประเด็นที่ศาล วินิจฉัยเกี่ยวกับขอบเขตของคำพิพากษาในคดีเขาพระวิหารฉบับ ปี ค.ศ. 1962 ได้แก่คำว่า Judgement และคำว่า Jurisdiction คำว่ า Judgement ความจริ ง แล้ ว เป็ น คำที่ ไ ม่ ย ากและ หลายคนเข้ า ใจความหมายของคำๆ นี้ เ ป็ น อย่ า งดี แ ล้ ว เพี ย งแต่ บังเอิญเป็นคำที่ยังไม่เคยกล่าวถึงมาก่อน ในคราวนี้ จึ ง ได้ โ อกาส ให้มาพูดคุยกันสักเล็กน้อยก่อนที่จะผ่านไปยังคำอื่นต่อไป คำว่ า Judgement นี้ มี ค วามหมายถึ ง คำพิ พ ากษาหรื อ คำตั ด สิ น หากเรามองที่ ม าที่ ไ ปของคำๆ นี้ กั น สั ก หน่ อ ยจะเห็ น ได้ว่าแฝงไว้ด้วยคำว่า “Judge” ซึ่งเราอาจจะทราบดีอยู่แล้วว่าหากเป็นการใช้ในลักษณะเป็นคำนามจะมีความหมายถึงผู้พิพากษา หรือตุลาการ และอาจหมายถึงผู้ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินในการประกวดหรือการแข่งขันต่างๆ ได้อีกด้วย แน่นอนว่าจะมีความหมาย แบบใดย่อมขึ้นอยู่กับบริบทที่แวดล้อมคำในแต่ละเรื่อง The judge in this case ruled against the plaintiff. (ผู้พิพากษาในคดีนี้ได้ตัดสินไปในทางที่เป็นผลร้ายแก่ฝ่ายโจทก์) The audience seems to hold an opposite view from the judges in the singing contest. (ผู้ชมดูเหมือนจะมีความเห็น ที่แตกต่างไปจากคณะกรรมการตัดสินในการประกวดร้องเพลง) หากเราใช้คำว่า “Judge” นีในลักษณะทีเป็นคำกิรยา จะมีความหมายถึงการทีเราตัดสินหรือพิพากษาในกรณีเรืองใดเรืองหนึง นอกจากนี้ ้ ่ ิ ่ ่ ่ ่ ยังอาจมีความหมายถึงการที่เรามีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งภายหลังจากได้พิจารณาเหตุผลและข้อมูลที่เกี่ยวข้องแล้ว ตัวอย่าง การใช้ของคำๆ นี้เช่น We cannot judge the case solely on the basis of this evidence. (เราไม่สามารถตัดสินคดีนี้เฉพาะแต่จากพยานหลักฐานชิ้นนี้ เท่านั้น) We can judge a person’s character from his behavior. (เราสามารถที่จะตัดสินบุคลิกลักษณะของคนได้จากพฤติกรรมของเขา) หากเราต้องการจะกล่าวถึงในลักษณะที่เป็นสถานภาพหรือความเป็นผู้พิพากษาหรือตุลาการ เราจะใช้คำว่า “Judgeship” * ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำสำนักประธานศาลฎีกา ปีที่ 5 ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2554 ศูนย์วิทยบริการศาลยุติธรรม 3
  2. 2. ห้อ งส มุด (w อิเ ww ล็ก .lib ทรอ ra นิก ry ส์ศ .co าล j.g ยุต o.t ิธร h) ร ม คำว่า Judge นี้หากเราเติมคำว่า “advocate” เข้าไปต่อท้ายจะทำให้มีความหมายใหม่ที่มีทั้งส่วนที่คล้ายคลึงและต่างจาก รากศัพท์เดิม คำว่า “Judge advocate” อาจให้ความหมายได้ว่าหมายถึงนายทหารที่ทำหน้าที่ทางด้านกฎหมายไม่ว่าจะเป็นการให้ คำปรึกษา การทำหน้าที่เป็นอัยการทหาร นายทหารพระธรรมนูญหรืออาจรวมถึงแม้กระทั่งตุลาการศาลทหารด้วย จากความหมายที่ กล่าวถึงนี้ หากเราย้อนกลับไปพิจารณาถ้อยคำโดยรวมจะเห็นได้ว่าคำว่า “advocate” ที่นำมาผสมรวมกับคำว่า “Judge” นั้นตามปกติ จะมีความหมายถึงผู้ที่ว่าต่างแก้ต่างในคดี ทำให้เมื่อนำมาใช้ใน คำว่า Judge advocate จึงอาจมีความหมายได้ทั้งผู้ที่ทำหน้าที่ เป็ น อั ย การหรื อ ทำหน้ า ที่ เ หมื อ นทนายความ น้ ำ หนั ก ของ ความหมายจึงออกจะหนักไปทางคำว่า advocate มากกว่า คำว่า Judge ในระบบกฎหมายของประเทศสหรั ฐ อเมริ ก า เมื่ อ ใช้ ค ำว่ า Judge advocate แล้ ว ในปั จ จุ บั น มั ก จะต้ อ งการ หมายถึ ง ผู้ ที่ ท ำหน้ า ที่ เ ป็ น ที่ ป รึ ก ษาทางด้ า นกฎหมายในทาง ทหารมากกว่ า จะหมายถึ ง ผู้ ที่ ท ำหน้ า ที่ ว่ า ต่ า งแก้ ต่ า งแทน คู่ ค วามในคดี โดย Judge advocate ของกระทรวงกลาโหม สหรั ฐ อเมริ ก านั้ น ก่ อ ตั้ ง มาตั้ ง แต่ ปี ค.ศ. 1775 โดยประธานาธิ บ ดี จอร์ จ วอชิ ง ตั น ได้ ตั้ ง หน่ ว ยงานที่ เ รี ย กว่ า “Judge Advocate General’s Corp” ซึ่ ง อาจเปรี ย บได้ กั บ กรมพระธรรมนู ญ แต่ Judge Advocate General’s Corp ในปัจจุบันนั้นเป็นหน่วยงานราชการที่มีจำนวนนักกฎหมายมากที่สุดแห่งหนึ่งในบรรดาหน่วยงาน ภาครัฐของประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรั บ คำว่ า Judgement ที่ เ ราได้ พู ด ถึ ง ไปแล้ ว ว่ า มี ค วามหมายถึ ง คำพิ พ ากษาหรื อ คำตั ด สิ น นั้ น คำว่ า Judgement นี้ ยังมีความหมายอื่นอีกหลายประการด้วยกัน ความหมายลักษณะหนึ่งที่คำว่า Judgement นี้อาจมีได้คือการหมายถึงกระบวนการคิด และตั ด สิ น ใจในเรื่ อ งต่ า งๆ หรื อ การมี ค วามคิ ด เห็ น ไปในทางใดทางหนึ่ ง ภายหลั ง จากได้ วิ เ คราะห์ สิ่ ง ต่ า งๆ แล้ ว คล้ า ยๆ กั บ ที่ ไ ด้ กล่าวถึงในความหมายลักษณะหนึ่งของคำว่า Judge ข้างต้น เช่น The judgement in this high-profile case has just been pronounced this morning. (คำพิพากษาในคดีที่เป็นที่สนใจ ของประชาชนนี้เพิ่งถูกอ่านไปเมื่อเช้าวันนี้เอง) His judgement in selecting the stocks to invest is second to none. (การตัดสินใจเลือกหุ้นที่จะลงทุนของเขานับได้ว่า ไม่เป็นสองรองใคร) The exhaustion from a long day at the office may affect his judgement in driving. (ความเหนื่อยล้าจากวันอันแสน ยาวนานในที่ทำงานอาจกระทบต่อการตัดสินใจของเขาในขณะขับรถ) หากเราย้อนกลับไปดูวลีในข้อความที่ยกมาประกอบการศึกษาที่ว่า “meaning or scope of the 1962 Judgement” จะทำให้เข้าใจ ได้ว่าถ้อยคำส่วนนี้ต้องการจะกล่าวถึงคำพิพากษาที่วินิจฉัยเกี่ยวกับความหมายและขอบเขตของคำพิพากษาคดีเขาพระวิหารที่ได้ตัดสิน ไปเมื่อปี ค.ศ. 1962 ว่ามีความหมายและขอบเขตเพียงใด โดยความหมายและขอบเขตของคำพิพากษาฉบับดังกล่าวมีความไม่ชัดเจน ถึงขนาดที่ศาลควรจะรับคดีใหม่นี้ไว้วินิจฉัยหรือไม่ 4 จดหมายข่าว วิทยบรรณสาร

×