• Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
    Be the first to like this
No Downloads

Views

Total Views
39
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0

Actions

Shares
Downloads
0
Comments
0
Likes
0

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. 2011 : Volume 3 สรวิศ ลิมปรังษี ยก 1 ของคดีเขาพระวิหาร (ภาค 2) ตอนขอบอำนาจของศาลโลกต่อ “ข้อพิพาท” ห้อ งส มุด (w อิเ ww ล็ก .lib ทรอ ra นิก ry ส์ศ .co าล j.g ยุต o.t ิธร h) ร ม คดีเขาพระวิหารถือได้ว่าเป็นคดีหนึ่งที่มีความสำคัญต่อประเทศไทยของเราและเป็นที่สนใจของประชาชนชาวไทยแทบทุกคน แม้ศาลโลกจะได้ตัดสินคดีนี้ไปเมื่อหลายปีมาแล้ว แต่ปรากฏว่าปัญหาเรื่องนี้ก็ยังไม่เป็นที่ยุติ จนเป็นเหตุให้ประเทศกัมพูชาได้นำปัญหาเรื่องนี้ กลับเข้าสู่การพิจารณาของศาลโลกอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ศาลโลกตีความคำพิพากษาที่ตัดสินไปเมื่อ ค.ศ. 1962 ประเทศกัมพูชาได้ร้องขอต่อศาลให้กำหนดวิธีการชั่วคราวระหว่างพิจารณาโดยขอให้ศาลมีคำสั่งให้ประเทศไทยถอนกำลังทหาร ออกไปจากพื้นที่พิพาทในระหว่างที่คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ศาลจึงได้วินิจฉัยและมีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวให้ทั้งประเทศไทย และประเทศกัมพูชาถอนกองกำลังทหารออกไปจากพื้นที่พิพาทในระหว่างการพิจารณาของศาล เมื่ อ พิ จ ารณาถึ ง องค์ ป ระกอบของการที่ ศ าลโลกจะรั บ เรื่ อ งเข้ า สู่ ก ารพิ จ ารณาจะเห็ น ได้ ว่ า องค์ ป ระกอบประการหนึ่ ง คื อ ต้ อ งมี “ข้อพิพาท” (Dispute) เกิดขึ้นระหว่างประเทศคู่กรณีเสียก่อน อาจจะเป็นด้วยเหตุนี้เองที่ตลอดระยะเวลาก่อนที่จะมีการนำเรื่อง เข้าสู่การพิจารณาของศาลโลกได้เกิดเหตุการณ์รุนแรงอยู่เสมอ ๆ มูลเหตุจูงใจประการหนึ่งอาจจะเพื่อทำให้ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นครบตาม องค์ประกอบที่จะทำให้ศาลโลกมีอำนาจในการพิจารณาปัญหาที่เกิดขึ้น ในตอนนี้จึงขอนำคำวินิจฉัยของศาลโลกในส่วนที่กล่าวถึงขอบอำนาจของตนในการรับตีความคำพิพากษาที่เคยตัดสินไปและ ความหมายของ “ข้อพิพาท” ที่จะทำให้ศาลมีอำนาจพิจารณาพิพากษากรณีที่เกิดขึ้นมาเพื่อประโยชน์ในการศึกษา ทั้งเพื่อเรียนรู้ศัพท์และ ถ้อยคำในภาษาอังกฤษ ตลอดจนสาระของคำวินิจฉัย Dispute as to the meaning or scope of the ข้ อ พิ พ าทเกี่ ย วกั บ ความหมายหรื อ ขอบเขตของ 1962 Judgment and jurisdiction of the Court คำพิพากษาปี ค.ศ. 1962 และขอบอำนาจของศาล 19. Whereas, when it receives a request for the indication of provisional measures in the context of proceedings for interpretation of a judgment under Article 60 of the Statute, the Court has to consider whether the conditions laid down by that Article for the Court to entertain a request for interpretation appear to be satisfied; 20. Whereas Article 60 provides that: “The judgment is final and without appeal. In the event of dispute as to the meaning or scope of the judgment, the Court 19. โดยที่เมื่อศาลได้รับคำร้องให้กำหนดวิธีการชั่วคราวในบริบท ของกระบวนพิจารณาเพื่อตีความคำพิพากษาตามมาตรา 60 ของกฎหมาย ศาลจะต้องพิจารณาว่าปรากฏเงื่อนไขที่มาตรา ดังกล่าวกำหนดไว้ที่จะทำให้ศาลมีอำนาจพิจารณาคำร้องให้ ตีความหรือไม่ 20. โดยที่มาตรา 60 บัญญัติว่า “คำพิพากษาเป็นที่สุดและไม่อาจ อุ ท ธรณ์ ไ ด้ ในกรณี ที่ มี ข้ อ พิ พ าทเกี่ ย วกั บ ความหมายหรื อ ขอบเขตของคำพิพากษา ศาลจะต้องตีความตามที่คู่พิพาทฝ่าย * ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำสำนักประธานศาลฎีกา ปีที่ 5 ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2554 ศูนย์วิทยบริการศาลยุติธรรม 3
  • 2. หนึ่ ง ฝ่ า ยใดร้ อ งขอ” และโดยที่ บ ทบั ญ ญั ติ นี้ มี ก ารกำหนด เพิ่มเติมไว้ในข้อ 98 ย่อหน้าที่ 1 ของข้อกำหนดศาลว่า “ใน กรณี ที่ มี ข้ อ พิ พ าทเกี่ ย วกั บ ความหมายหรื อ ขอบเขตของคำ พิพากษา คู่พิพาทฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอาจร้องขอให้ศาลตีความ ได้...” 21. โดยที่ขอบอำนาจของศาลที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของมาตรา 60 ของกฎหมายไม่ ไ ด้ ต กอยู่ ภ ายใต้ เ งื่ อ นไขที่ ต้ อ งปรากฏว่ า มี พื้นฐานประการอื่นที่เป็นเหตุให้ศาลมีขอบอำนาจต่อคู่พิพาท ในคดีเดิม โดยผลที่ตามมาคือ แม้พื้นฐานที่เป็นเหตุให้ศาลมี ขอบอำนาจในคดีเดิมจะผ่านพ้นไปแล้ว โดยอาศัยอำนาจตาม มาตรา 60 ศาลอาจรับพิจารณาคำร้องให้ตีความได้ ภายใต้ เงื่อนไขที่ว่าปรากฏว่ามี “ข้อพิพาทเกี่ยวกับความหมายหรือ ่ ี ขอบเขต” ของคำพิพากษาของศาล โดยทีศาลอาจกำหนดวิธการ ชัวคราวในบริบทของกระบวนพิจารณา เพือตีความคำพิพากษา ่ ่ ได้ แ ต่ เ ฉพาะเมื่ อ ศาลเห็ น ว่ า มี มู ล เหตุ เ บื้ อ งต้ น ให้ เชื่ อ ได้ ว่ า มี “ข้อพิพาท” ในความหมายของมาตรา 60 ของกฎหมาย และ โดยที่ ใ นขณะนี้ ศ าลยั ง ไม่ จ ำต้ อ งวิ นิ จ ฉั ย ให้ เ ป็ น ที่ สุ ด ว่ า มี ข้ อ พิพาทอยู่จริง 22. โดยที่ข้อพิพาทในความหมายของมาตรา 60 ของกฎหมาย ต้ อ งเป็ น ที่ เข้ า ใจได้ ว่ า เป็ น ความแตกต่ า งของความเห็ น หรื อ ทัศนะในระหว่างคู่พิพาทเกี่ยวกับความหมายหรือขอบเขตของ คำพิพากษาที่ศาลได้ตัดสินไป และโดยที่การวินิจฉัยว่ามีข้อ พิพาทอยู่หรือไม่ ไม่จำต้องใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับหลักเกณฑ์ สำหรั บ การวิ นิ จ ฉั ย ว่ า มี ข้ อ พิ พ าทอยู่ ห รื อ ไม่ ต ามมาตรา 36 ย่อหน้าที่ 2 ของกฎหมาย 23. ยิงไปกว่านัน โดยทีเ่ ป็นทียอมรับกันแล้วว่าข้อพิพาทในความหมาย ่ ้ ่ ของมาตรา 60 ของกฎหมายต้ อ งมี ค วามสั ม พั น ธ์ กั บ ข้ อ ที่ มี ผลบังคับในคำพิพากษาที่เป็นปัญหาและต้องไม่เกี่ยวข้องกับ เหตุผลแห่งคำวินิจฉัย เว้นแต่ว่าเหตุผลนั้นไม่อาจแยกออกจาก กันได้กับข้อที่มีผลบังคับ ห้อ งส มุด (w อิเ ww ล็ก .lib ทรอ ra นิก ry ส์ศ .co าล j.g ยุต o.t ิธร h) ร ม shall construe it upon the request of any party”; and whereas this provision is supplemented by Article 98 of the Rules of Court, paragraph 1 of which reads: “In the event of dispute as to the meaning or scope of a judgment any party may make a request for its interpretation . . .”; 21. Whereas the Court’s jurisdiction on the basis of Article 60 of the Statute is not preconditioned by the existence of any other basis of jurisdiction as between the parties to the original case; whereas it follows that, even if the basis of jurisdiction in the original case lapses, the Court, nevertheless, by virtue of Article 60 of the Statute, may entertain a request for interpretation provided that there is a “dispute as to the meaning or scope” of any judgment rendered by it; whereas the Court may indicate provisional measures in the context of proceedings for interpretation of a judgment only if it is satisfied that there appears prima facie to exist a “dispute” within the meaning of Article 60 of the Statute; and whereas, at this stage, it need not satisfy itself in a definitive manner that such a dispute exists; 22. Whereas a dispute within the meaning of Article 60 of the Statute must be understood as a difference of opinion or views between the parties as to the meaning or scope of a judgment rendered by the Court; and whereas the existence of such a dispute does not require the same criteria to be fulfilled as those determining the existence of a dispute under Article 36, paragraph 2, of the Statute 23. Whereas, moreover, it is established that a dispute within the meaning of Article 60 of the Statute must relate to the operative clause of the judgment in question and cannot concern the reasons for the judgment except in so far as these are inseparable from the operative clause… ส่วนรายละเอียดและคำที่น่าสนใจในคำวินิจฉัยที่ยกมาข้างต้นนี้จะมีอะไรบ้างนั้นคงต้องยกยอดไปพูดกัน ต่อในฉบับต่อไป 4 จดหมายข่าว วิทยบรรณสาร