1

คดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๔๗๒๖/๒๕๕๔
ศาลอาญา
วันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔
ระหวาง
พนักงานอัยการ สํานักงานอัยการสูงสุด
โจทก
นายอํ...
2

มี ก ารโทรศั พ ท ติ ด ต อ ไปยั ง โทรศั พ ท เ คลื่ อ นที่ ห มายเลข ๐๘ ๙๗๗๖ ๕๙๒๘ ของ
นางปรวรรณ โชติพิชิตชัย บุตรจําเลย...
3

ไม เ กี่ ย วกั บ ข อ มู ล การใช บ ริ ก ารโทรศั พ ท เ คลื่ อ นที่ ดั ง กล า ว นอกจากนี้ ใ นส ว นของ
หมายเลขประจําเ...
4

โทรศัพทเคลื่อนที่ (IME) สิบสี่หลักแรกเปน ๓๕๘๙๐๖๐๐๐๒๓๐๑๑ แลวใสหลักที่
สิบหาดวยหมายเลข ๐ ถึง ๙ ปรากฏวามีเพียงเลข ๖...
5

โทรศั พ ท ดั ง กล า วเสี ย ในช ว งเดื อ นพฤษภาคม ๒๕๕๓ โดยจํ า เลยนํ า ไปซ อ มที่
หางสรรพสินคาอิมพีเรียล สาขาสําโร...
6

ประเทศวาพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวและสมเด็จพระนางเจาพระบรมราชินีนาถทั้ง
สองพระองคทรงเปยมไปดวยพระเมตตา ทรงหวงใยปร...
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

คำพิพากษาคดีอากง

108

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
108
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
3
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Transcript of "คำพิพากษาคดีอากง"

  1. 1. 1 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๔๗๒๖/๒๕๕๔ ศาลอาญา วันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ระหวาง พนักงานอัยการ สํานักงานอัยการสูงสุด โจทก นายอําพล ตั้งนพกุล จําเลย โจทกฟองวา ขอใหลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ และพระราชบัญญัติวาดวยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๑๔ (๒) (๓) จําเลยใหการปฏิเสธ ศาลอาญาวิ นิ จ ฉั ย ว า พิ เ คราะห พ ยานหลั ก ฐานโจทก แ ละจํ า เลยแล ว ข อ เท็ จ จริ ง รั บ ฟ ง ได เ บื้ อ งต น ว า ในวั น เวลาตามฟ อ งมี ก ารส ง ข อ ความจาก โทรศัพทเคลื่อนที่หมายเลข ๐๘ ๑๓๔๙ ๓๖๑๕ ไปยังเครื่องโทรศัพทเคลื่อนที่หมายเลข ๐๘ ๑๔๒๕ ๕๕๙๙ ของนายสมเกี ย รติ ครองวั ฒ นสุ ข เลขานุ ก ารส ว นตั ว ของ นายกรัฐมนตรีขณะนั้นตามภาพถายขอความหมาย จ.๓ มีปญหาวาจําเลยกระทําความผิด ตามฟองหรือไม โจทกมีพันตํารวจเอกศิรพงษ ติมุลา พันตํารวจโทธีรเดช ธรรมสุธีร และรอยตํารวจเอกศักดิ์ชัย ไกรวีระเดชาชัย เบิกความวา หลังเกิดเหตุพยานโจทกทั้งสาม ทําการสืบสวนหาผูกระทําความผิด โดยตรวจสอบรายการใชโทรศัพทเคลื่อนที่และ หมายเลขประจําเครื่องโทรศัพทเคลื่อนที่ (IME) ของโทรศัพทเคลื่อนที่ที่ใชกับซิม การดหมายเลข ๐๘ ๑๓๔๙ ๓๖๑๕ ไปยังบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จํากัด (มหาชน) ผูใ ห บริก าร ทราบวา โทรศั พทเ คลื่ อนที่ ดั งกล าวเป น ระบบเติม เงิน ไม จ ด ทะเบียนระบุชื่อผูใชบริการ ขณะเกิดเหตุใชงานกับเครื่องโทรศัพทเคลื่อนที่หมายเลข ประจําเครื่อง ๓๕๘๙๐๖๐๐๐๒๓๐๑๑๐ พยานโจทกทั้งสามประสานกับผูใหบริการ เครือขายโทรศัพทเคลื่อนที่ทุกเครือขายตรวจสอบวา เครื่องดังกลาวในชวงเวลาดังกลาว ใชอยูกับซิมการดของหมายเลขใด พบวาโทรศัพทเคลื่อนที่ที่มีหมายเลขประจําเครื่อง ดังกลาวใชอยูกับซิมการดหมายเลข ๐๘ ๕๘๓๘ ๔๖๒๗ ระบบเติมเงิน ไมจดทะเบียน ระบุชื่อผูใชบริการ ในเครือขายของบริษัททรูมูฟ จํากัด ตอมาบริษัททูรมูฟ จํากัด ไดสง ขอมูลการตรวจสอบการใชบริการโทรศัพทใหพันตํารวจโทธีรเดชและรอยตํารวจเอก ศักดิ์ชัย จากการสืบสวนของพยานโจทกทั้งสองจึงทราบวา โทรศัพทเคลื่อนที่ดังกลาว
  2. 2. 2 มี ก ารโทรศั พ ท ติ ด ต อ ไปยั ง โทรศั พ ท เ คลื่ อ นที่ ห มายเลข ๐๘ ๙๗๗๖ ๕๙๒๘ ของ นางปรวรรณ โชติพิชิตชัย บุตรจําเลย จึงเชิญนางปรวรรณมาใหถอยคําและทราบวา จําเลยเปนเจาของและผูใชโทรศัพทเคลื่อนที่หมายเลข ๐๘ ๕๘๓๘ ๔๖๒๗ จากนั้น เจ า พนั ก งานตํ า รวจจึ ง ขออนุ มั ติ ห มายจั บ จํ า เลยแล ว จั บ กุ ม จํ า เลยได พ ร อ ม โทรศัพทเคลื่อนที่ ยี่หอโมโตโรลา สีขาว ซึ่งมีหมายเลขประจําเครื่องโทรศัพทเคลื่อนที่ (IME) และหมายเลขซิมการดตรงกับที่สืบสวน จึงยึดเปนของกลาง กับมีนาย ธรรมนู ญ อิ่ ม ทั่ ว เจ า หน า ที่ ต รวจสอบข อ มู ล การใช โ ทรศั พ ท ใ นระบบจั ด เก็ บ ของ คอมพิวเตอรบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จํากัด (มหาชน) กับนายจักรพันธ จุมพลภักดี เจาหนาที่ตรวจสอบขอมูลตัวผูใชบริการโทรศัพทเคลื่อนที่ของบริษัททรูมูฟ จํากัด เบิกความวา ขอมูลการใชโทรศัพทเคลื่อนที่พิมพออกมาจากระบบจัดเก็บขอมูล ทางคอมพิวเตอรของบริษัท เห็นวา พันตํารวจเอกศิริพงษ พันตํารวจโทธีรเดชและ ร อ ยตํ า รวจเอกศั ก ดิ์ ชั ย เป น เจ า พนั ก งานของรั ฐ ปฏิ บั ติ ร าชการไปตามอํ า นาจหน า ที่ นายสมเกียรติกับนายธรรมนูญและนายจักรพันธเปนพยานคนกลาง ไมปรากฏวาพยาน โจทกทั้งหมดดังกลาวมีสาเหตุโกรธเคืองกับจําเลยมากอน จึงไมมีเหตุใหระแวงสงสัยวา จะเบิกความปรักปรําจําเลย ในสวนขอมูลการใชโทรศัพทเอกสารหมาย จ.๕ แผนที่ ๒ ถึงที่ ๔ และเอกสารหมาย จ.๖ แผนที่ ๓ ถึงที่ ๕ แผนที่ ๘ ถึงที่ ๑๓ เปนขอมูลที่เกิดจาก การสื่อสารผานระบบคอมพิวเตอรและจัดเก็บไวในระบบคอมพิวเตอร จึงเปนขอมูล จราจรทางคอมพิ ว เตอร ซึ่ ง ตามพระราชบั ญ ญั ติ ว า ด ว ยการกระทํ า ความผิ ด เกี่ ย วกั บ คอมพิวเตอร พ.ศ.๒๕๕๐ บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จํากัด (มหาชน) กับ บริษัททรูมูฟ จํากัด ผูใหบริการมีหนาที่เก็บรักษาไวตามพระราชบัญญัติดังกลาว เมื่อ การเก็บรักษาขอมูลดังกลาวสืบเนื่องมาจากการที่มีกฎหมายบังคับ ประกอบกับหาก บริษัทดังกลาวเก็บขอมูลโดยไมถูกตองลูกคาผูใชบริการยอมจะไมใชบริการอีกตอไป ทํา ใหบริษัทจะเสียผลประโยชนทางธุรกิจ ดังนั้น ขอมูลการใชบริการโทรศัพทดังกลาวจึง มีความนาเชื่อถือและมีน้ําหนักมั่นคงใหรับฟงได แมตามเอกสารหมาย จ.๖ แผนที่ ๒ ซึ่งเปนหนังสือที่บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จํากัด (มหาชน) มีถึงพันตํารวจ เอกศิริพงษจะไมไดระบุวามีเอกสารหมาย จ.๖ แผนที่ ๓ ถึงที่ ๕ แนบทายไปดวย ทั้งระบุ วาเปนการตรวจสอบชวงวันที่ ๑๐ ถึงวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๓ ซึ่งไมตรงกับเอกสาร หมาย จ.๖ แผนที่ ๓ ถึงที่ ๕ ก็ตาม ก็เปนเพียงขอผิดพลาดในสวนของหนังสือดังกลาว
  3. 3. 3 ไม เ กี่ ย วกั บ ข อ มู ล การใช บ ริ ก ารโทรศั พ ท เ คลื่ อ นที่ ดั ง กล า ว นอกจากนี้ ใ นส ว นของ หมายเลขประจําเครื่องโทรศัพทเคลื่อนที่ (IME) พันตํารวจเอกศิริพงษเคยไดรับการ อบรมหลักสูตรอาชญากรรมทางคอมพิวเตอรและอินเตอรเน็ต การสืบสวนอาชญากรรม ทางคอมพิวเตอรและอินเตอรเน็ต การตรวจพิสูจนหลักฐานทางคอมพิวเตอร และการ ตรวจพิสูจนหลักฐานทางโทรศัพทเคลื่อนที่จากภายในและนอกประเทศโดยจําเลยไมได โต แ ย ง คั ด ค า นเกี่ ย วกั บ เรื่ อ งความรู ค วามสามารถของพั น ตํ า รวจเอกศิ ริ พ งษ เบิ ก ความยื น ยั น ว า หมายเลขประจํ า เครื่ อ งโทรศั พ ท สิ บ สี่ ห ลั ก แรกเท า นั้ น ที่ ใ ช เ ป น มาตรฐานในการระบุเอกลักษณโทรศัพทเคลื่อนที่ โดยหกหลักแรกซายมือเปนรหัสของ ประเทศที่ตรวจสอบคุณภาพ สวนสองหลักถัดมาเปนบริษัทผูผลิต หลังจากป ค.ศ. ๒๐๐๓ ไมมีการกําหนดรหัสสองหลักดังกลาว โดยใชเปนรหัส ๐๐ อีกหกหลักถัดมา เป น ลํ า ดั บ ของผลิ ต ภั ณ ฑ และหมายเลขหลั ก ที่ สิ บ ห า เป น หลั ก ที่ ใ ช ป ระโยชน ท าง วิศวกรรม ทั้งมีนายธรรมนูญและนายจักรพันธเบิกความสนับสนุน ประกอบกับขอมูล การใชโทรศัพทเคลื่อนที่หมายเลข ๐๘ ๕๘๓๘ ๔๖๒๗ ของจําเลยตามเอกสารหมาย จ.๖ แผนที่ ๗ ถึงที่ ๑๓ ระบุวาโทรศัพทเคลื่อนที่หมายเลขดังกลาวใชกับโทรศัพทเคลื่อนที่ที่ มีหมายเลขประจําเครื่องโทรศัพทเคลื่อนที่ (IME) ๓๕๘๙๐๖๐๐๐๒๓๐๑๑๒๐๐๐ ซึ่ง มี ถึ ง ๑๘ หลั ก แต โ ทรศั พ ท เ คลื่ อ นที่ ข องกลาง และจํ า เลยรั บ ว า เป น ผู ใ ช โทรศัพทเคลื่อนที่ดังกลาวมีหมายเลขประจําเครื่องโทรศัพทเคลื่อนที่ (IME) ดานหลัง ตัวเครื่อง ๑๕ หลัก คือ ๓๕๘๙๐๖๐๐๐๒๓๐๑๑๖ ซึ่ งตรงกั บหมายเลขประจําเครื่ อง โทรศัพทเคลื่อนที่ (IME) ตามเอกสารหมาย จ.๖ แผนที่ ๗ ถึงที่ ๑๓ เพียงสิบสี่หลัก แรกเทานั้น อันเปนการยืนยันวาหมายเลขประจําเครื่องโทรศัพทเคลื่อนที่ (IME) สิบสี่ หลักแรกที่ระบุเปนโทรศัพทเคลื่อนที่เครื่องใด สวนที่จําเลยนําสืบวา หมายเลขประจํา เครื่องโทรศัพทเคลื่อนที่ (IME) จํานวนสิบหาหลักจึงระบุวาเปนโทรศัพทเคลื่อนที่ เครื่ อ งใด เมื่ อ จํ า เลยไม ไ ด นํ า พยานผู เ ชี่ ย วชาญมาเบิ ก ความยื น ยั น เพื่ อ หั ก ล า ง พยานหลักฐานของโจทก และการที่ทนายจําเลยขออนุญาตนําเครื่องคอมพิวเตอรใหพัน ตํารวจเอกศิริพงษดําเนินการตรวจสอบโดยใชโปรแกรมนัมเบอรริ่งแพลนดอตคอมซึ่ง เปนโปรแกรมที่สามารถพิสูจนใหเห็นวาเปนหมายเลขประจําเครื่องโทรศัพทเคลื่อนที่ (IME) ที่จะระบุตัวเครื่องโทรศัพทเคลื่อนที่ไดนั้นมีสิบหาหลักในระหวางที่พันตํารวจ เอกศิริพงษเบิกความตอศาล แตผลการทดสอบพบวาเมื่อพิมพหมายเลขประจําเครื่อง
  4. 4. 4 โทรศัพทเคลื่อนที่ (IME) สิบสี่หลักแรกเปน ๓๕๘๙๐๖๐๐๐๒๓๐๑๑ แลวใสหลักที่ สิบหาดวยหมายเลข ๐ ถึง ๙ ปรากฏวามีเพียงเลข ๖ เทานั้นที่สามารถตรวจสอบไดวาเปน โทรศั พ ท ยี่ ห อ ใด รุ น ใด ซึ่ ง หากหมายเลขประจํ า เครื่ อ งโทรศั พ ท เ คลื่ อ นที่ (IME) จํานวนสิบหาหลักสามารถระบุไดวาเปนโทรศัพทเคลื่อนที่เครื่องใดแลว เมื่อเปลี่ยน หมายเลขหลั ก ที่ สิ บ ห า เป น เลข ๐ ถึ ง ๕ และ ๗ ถึ ง ๙ ย อ มต อ งปรากฏผลของ โทรศั พ ท เ คลื่ อ นที่ เ ครื่ อ งอื่ น ด ว ย แต ไ ม ป รากฏผลใด ๆ จึ ง เห็ น ได อ ย า งชั ด แจ ง ว า หมายเลขประจําเครื่องโทรศัพทเคลื่อนที่ (IME) สิบสี่หลักแรกเทานั้นที่สามารถระบุ ไดวาเปนโทรศัพทเคลื่อนที่ใดตามพยานหลักฐานที่โจทกนําสืบ ที่จําเลยนําสืบวา ใน เรื่องของการแกไขเปลี่ยนแปลงหรือขโมยหมายเลขประจําเครื่องโทรศัพทเคลื่อนที่ (IME) นั้น เมื่อพิจารณาเวลาและสถานที่ในการใชโทรศัพทเคลื่อนที่หมายเลข ๐๘ ๕๘๓๘ ๔๖๒๗ กับโทรศัพทเคลื่อนที่หมายเลข ๐๘ ๑๓๔๙ ๓๖๑๕ ตามเอกสาร หมาย จ.๕ แผนที่ ๒ ถึงที่ ๔ และเอกสารหมาย จ.๖ แผนที่ ๓ ถึงที่ ๕ และที่ ๗ ถึงที่ ๑๓ พบวาโทรศัพทเคลื่อนที่หมายเลขดังกลาวถูกสงสัญญาณโดยสถานียอยหรือ Cell site บริเวณซอยวัดดานสําโรง ๓๒ ซึ่งเปนยานเดียวกับที่จําเลยพักอาศัย และในสวนของ เวลาใช ง านของโทรศั พ ท เ คลื่ อ นที่ ซึ่ ง มี ห มายเลขประจํ า เครื่ อ งโทรศั พ ท เ คลื่ อ นที่ (IME) สิบสี่หลักเหมือนกันกับซิมการดโทรศัพทเคลื่อนที่หมายเลข ๐๘ ๕๘๓๘ ๔๖๒๗ กั บ โทรศั พ ท เ คลื่ อ นที่ ห มายเลข ๐๘ ๑๓๔๙ ๓๖๑๕ ก็ มี ก ารใช ง านกั บ โทรศัพทเคลื่อนที่สองหมายเลขที่ไมใชเวลาเดียวกันและไมเคยใชงานในเวลาที่ซ้ํากัน โดยเวลากอนและหลังการใชงานของซิมการดมีเวลาหางกันกวา ๑๐ นาที จึงมีเวลานาน เพียงพอที่จะเปลี่ยนซิมการดจากซิมการดของโทรศัพทเคลื่อนที่หมายเลขหนึ่งเปนซิม การดอีกหมายเลขหนึ่งได เมื่อไมปรากฏวาโทรศัพทเคลื่อนที่ของจําเลยเปนระบบใชซิม การดได ๒ ซิม จึงเชื่อวามีการเปลี่ยนซิมการดใสโทรศัพทเคลื่อนที่ดังกลาวเพื่อกระทํา ความผิ ด คดี นี้ โดยไม มี ก ารแก ไ ขเปลี่ ย นแปลงหรื อ ขโมยหมายเลขประจํ า เครื่ อ ง โทรศัพทเคลื่อนที่ (IME) ตามที่จําเลยกลาวอาง ที่จําเลยนําสืบวา โทรศัพทเคลื่อนที่ ดังกลาวเสียในชวงเดือนเมษายน ๒๕๕๓ และจําเลยนําไปซอมอันทําใหมีขอสงสัยไดวา มีผูนําโทรศัพทเคลื่อนที่ของจําเลยในชวงเวลาที่ซอม หรือรานซอมโทรศัพทเคลื่อนที่ อาจแกไขเปลี่ยนแปลงหรือขโมยหมายเลขประจําเครื่องโทรศัพทเคลื่อนที่ (IME) ของ จําเลย แตไดความจากคําเบิกความของรอยตํารวจเอกศักดิ์ชัยวา ขณะจับกุมจําเลยอางวา
  5. 5. 5 โทรศั พ ท ดั ง กล า วเสี ย ในช ว งเดื อ นพฤษภาคม ๒๕๕๓ โดยจํ า เลยนํ า ไปซ อ มที่ หางสรรพสินคาอิมพีเรียล สาขาสําโรง ซึ่งแตกตางจากที่จําเลยเบิกความ นอกจากนี้รอย ตํ า รวจเอกศั ก ดิ์ ชั ย ยั ง ยื น ยั น ว า จํ า เลยไม ส ามารถนํ า ไปตรวจสอบที่ ร า นซ อ ม โทรศัพทเคลื่อนที่ดังกลาวได โดยจําเลยอางวาจํารานซอมโทรศัพทเคลื่อนที่ไมได ซึ่ง หากจําเลยนําโทรศัพทเคลื่อนที่ไปซอมจริงตามที่จําเลยเบิกความ จําเลยนาจะตองไป รานซอมโทรศัพทเคลื่อนที่สองครั้ง คือ ครั้งแรกในการไปสงซอมและครั้งที่สองในการ ไปรับโทรศัพทเคลื่อนที่คืน จําเลยจึงยอมที่จะจํารานซอมโทรศัพทเคลื่อนที่ได มิฉะนั้น คงจะไปรับโทรศัพทเคลื่อนที่คืนไมได ที่จําเลยนําสืบวา รอยละ ๑๐ ของหมายเลข ประจําเครื่องโทรศัพทเคลื่อนที่ (IME) ไมเปนการเฉพาะหรือซ้ํากันไดตามเอกสาร หมาย ล.๗ แผ น ที่ ๑ เอกสารดั ง กล า วมี ก ารพิ ม พ อ อกมาจากการสื บ ค น ข อ มู ล ผ า น อินเตอรเน็ต จึงไม อาจตรวจสอบความถูกตองได วาขอมูล ดังกล าวถูก ตองนาเชื่อถื อ หรือไม ที่จําเลยนําสืบวา จําเลยสงขอความไมเปน ทั้งไมทราบวาโทรศัพทเคลื่อนที่ หมายเลข ๐๘ ๑๔๒๕ ๕๕๙๙ เปนของผูใด และจําเลยไมเคยนําซิมการดหมายเลขอื่นมา ใช กั บ โทรศั พ ท เ คลื่ อ นที่ ที่ มี ห มายเลขประจํ า เครื่ อ งโทรศั พ ท เ คลื่ อ นที่ (IME) ๓๕๘๙๐๖๐๐๐๒๓๐๑๑๖ ขออางของจําเลยดังกลาวมีเพียงจําเลยเทานั้นที่รูเห็น จึงเปน การงายที่จะกลาวอาง เมื่อจําเลยรับวาจําเลยใชโทรศัพทเคลื่อนที่ที่มีหมายเลขประจํา เครื่องโทรศัพทเคลื่อนที่ (IME) ๓๕๘๙๐๖๐๐๐๒๓๐๑๑๖ มาโดยตลอดแตเพียงผูเดียว ฟ ง ได ว า ในช ว งเวลาเกิ ด เหตุ จํ า เลยเป น ผู ส ง ข อ ความทั้ ง สี่ ข อ ความตามฟ อ งไปยั ง โทรศัพทเคลื่อนที่หมายเลข ๐๘ ๑๔๒๕ ๕๕๙๙ ซึ่งมีขอความแสดงความอาฆาตมาด รายและเปนการใสความหมิ่นประมาทโดยประการที่นาจะทําใหพระบาทสมเด็จพระ เจาอยูหัว สมเด็จพระนางเจาพระบรมราชินีนาถ ทรงเสื่อมเสียพระเกียรติยศ ชื่อเสียง ถูก ดูหมิ่น เกลียดชัง การกระทําของจําเลยจึงเปนความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดง ความอาฆาตมาดรายพระมหากษัตริย และพระราชินี อันเปนการกระทําความผิดเกี่ยวกับ ความมั่นคงแหงราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ เมื่อการสง ขอความดวยโทรศัพทเคลื่อนที่จะตองสงขอความไปยังระบบคอมพิวเตอรผูใหบริการ เครือขายโทรศัพทเคลื่อนที่ ขอความอยูในระบบคอมพิวเตอรแลวระบบคอมพิวเตอรจะ ประมวลผลสงขอความไปยังเลขหมายปลายทางเมื่อโทรศัพทเคลื่อนที่ปลายทางเปด ซึ่ง ขอความดังกลาวลวนไมเปนความจริง เพราะขอเท็จจริงเปนที่ประจักษแกประชาชนทั้ง
  6. 6. 6 ประเทศวาพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวและสมเด็จพระนางเจาพระบรมราชินีนาถทั้ง สองพระองคทรงเปยมไปดวยพระเมตตา ทรงหวงใยประชาชนทุกหมูเหลา และทรง ประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชนสุขตอพสกนิกรชาวไทย การกระทํา ของจําเลยจึงเปนการนําเขาสูขอมูลทางคอมพิวเตอรซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรอันเปนเท็จ โดยประการที่นาจะเกิดความเสียหายตอความมั่นคงของประเทศ และเปนการนําเขาสู ระบบคอมพิวเตอรซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรใดๆ อันเปนความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแหง ราชอาณาจักรดวย จําเลยจึงมีความผิดตามที่โจทกฟอง พิพากษาวา จําเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ พระราชบัญญัติวาดวยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๔ (๒) (๓) การกระทําของจําเลยเปนความผิดหลายกรรมตางกันใหลงโทษทุกกรรมเปน กระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ความผิดฐานหมิ่นประมาท ดู หมิ่น แสดงความอาฆาตมาดรายพระมหากษัตริย และพระราชินี กับความผิดฐานนําเขา สูระบบคอมพิวเตอรซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรใดๆ อันเปนความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแหง ราชอาณาจักรเปนกรรมเดียวผิดตอกฎหมายหลายบทใหลงโทษตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๑๑๒ ซึ่งเปนกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จําคุกกระทงละ ๕ ป รวม ๔ กระทง เปนจําคุก ๒๐ ป

×