รัฐธรรมนูญใหม่ชีวิตใหม่สำหรับคนพิการจริงหรือ
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

รัฐธรรมนูญใหม่ชีวิตใหม่สำหรับคนพิการจริงหรือ

on

  • 346 views

 

Statistics

Views

Total Views
346
Views on SlideShare
346
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
0
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Microsoft Word

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

รัฐธรรมนูญใหม่ชีวิตใหม่สำหรับคนพิการจริงหรือ รัฐธรรมนูญใหม่ชีวิตใหม่สำหรับคนพิการจริงหรือ Document Transcript

  • รัฐ ธรรมนูญ ใหม่ช ีว ิต ใหม่ส ำำ หรับ คนพิก ำร จริง หรือ ? ...................................................................................... ......................................... โดยศำสตรำจำรย์ วิ ริ ย ะ นำมศิ ริ พ งศ์ พั น ธุ์ อำจำรย์ ป ระจำำ คณะ นิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ คำำ นำำ ถึงแม้ว่ำคนไทยจำำนวนมำกจะไม่ได้ให้ควำมสนใจเกี่ยวกับกำร ยกร่ำงรัฐธรรมนูญ (พ.ศ.๒๕๕๐) แต่คนพิกำรได้ให้ควำมสนใจเกี่ยว กั บ กำรยกร่ ำงรัฐ ธรรมนูญ เป็ นอย่ ำงมำก เพรำะคนพิ กำรทรำบดี ว่ ำ รัฐธรรมนูญนั้นนอกจำกกำรบัญญัติเกี่ยวกับระบบและวิธีกำรปกครอง ประเทศ ยังมีกำรบัญญัติเกี่ยวกับหลักประกันสิทธิขั้นพื้นฐำนของปวง ชนชำวไทย คนพิกำรรู้สึกมำโดยตลอดว่ำรัฐธรรมนูญนั้นยังมิได้ให้ หลักประกันสิทธิขั้นพื้นฐำนของคนพิกำรอย่ำงดีพอ ทำำ ให้คนพิกำร ยั ง ต้ อ งตกเป็ น ภำระของครอบครั ว และสั ง คมเป็ น บุ ค คลที่ น่ ำ สงสำร กำรช่วยเหลือคนพิกำรยังตั้งอยู่บนควำมเชื่อแบบเวทนำนิยม ดังนั้น ใน ระหว่ำงที่บุคคลทั่วไปกำำลังให้ควำมสนใจเกี่ยวกับบทบัญญัติที่ว่ำ ด้ ว ยระบบและวิ ธี ก ำรปกครองประเทศ ตั้ ง แต่ ป ระเด็ น รั ฐ สภำควรมี วุฒิสภำอยู่ด้วยหรือไม่ จำำ นวนสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรและสมำชิก วุฒิสภำ ควรมีสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรระบบบัญชีรำยชื่อหรือไม่ ถ้ำมี ควรจะกำำ หนดกันอย่ำงไรที่จะให้ได้ตัวแทนมำจำกทุกภำคส่วน ส่วน กำรได้มำของสมำชิกวุฒิสภำก็เถียงกันว่ำจะมำจำกกำรเลือกตั้งหรือ กำรสรรหำส่ ว นคนพิ ก ำรนั้ น ให้ ค วำมสำำ คั ญ เกี่ ย วกั บ บทบั ญ ญั ติ ที่ ประกั น สิ ท ธิ ขั้ น พื้ น ฐำนของปวงชนชำวไทย โดยควำมมุ่ ง หวั ง ว่ ำ รัฐธรรมนูญใหม่จะมีบทบัญญัติที่เป็นหลักประกันในกำรสร้ำงชีวิตใหม่ ทีดีกว่ำเดิมให้แก่คนพิกำร ่ ป ร ะ วั ต ิ ค ว ำ ม เ ป็ น ม ำ สิ ท ธิ ม นุ ษ ย ช น ค น พิ ก ำ ร ใ น รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ แห่ง รำชอำณำจัก รไทย ตั้ง แต่ อ ดีต กำลนำนมำแล้ ว ที่ ค นพิ ก ำรต้ อ งต่ อ สู้ เ พื่ อ สิ ท ธิ ขั้ น พื้ น ฐำนของคนพิกำร ในยุคแรกๆ เป็นกำรเรียกร้องไม่ให้มีกำรจำำกัดสิทธิ ของคนพิกำรโดยเฉพำะสิทธิในทำงกำรเมือง ในรัฐธรรมนูญแห่งรำช อำณำจั ก รไทย ตั้ ง แต่ ฉ บั บ ก่ อ นปี ๒๕๒๓ ได้ มี ก ำรจำำ กั ด สิ ท ธิ ค นหู หนวกและเป็นใบ้ซึ่งไม่สำมำรถอ่ำนออกเขียนได้ ไม่ให้มีสิทธิเลือกตั้ง ทั้ ง สมำชิ ก สภำผู้ แ ทนรำษฎรและสมำชิ ก วุ ฒิ ส ภำ ดั ง เห็ น ได้ จ ำก รัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พ.ศ.๒๕๑๗ มำตรำ ๑๑๖ บุคคล
  • 2 ผู้มี ลักษณะดังต่อไปนี้ ในวั นเลือ กตั้ งเป็ นบุ คคลต้ องห้ำมมิ ให้ใช้ สิ ท ธิ เลือกตั้ง (๒) หูหนวกและเป็นใบ้ ซึ่งไม่สำมำรถอ่ำนและเขียนหนังสือ ได้ สมำคมคนหู ห นวกแห่ ง ประเทศไทยร่ ว มกั บ สภำคนพิ ก ำรทุ ก ประเภทแห่งประเทศไทย ได้รณรงค์เรียกร้องให้ยกเลิกกำรจำำกัดสิทธิ คนหูหนวกและเป็นใบ้ที่ไม่ให้มีสิทฺธิเลือกตั้ง เพรำะสิทธิเลือกตั้ง เป็น สิทธิขั้นพื้นฐำนในทำงกำรเมือง ของคนไทยทุกคน ในอำรยประเทศ นั้นคนหูหนวกและเป็นใบ้นอกจำกจะมีสิทธิเลือกตั้งแล้ว ยังมีสิทธิรับ สมัครรับเลือกตั้งเป็นทั้งสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรและสมำชิกวุฒิสภำ ในบำงประเทศคนหูหนวกและเป็นใบ้ยังได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรี ด้วยซำ้ำไป กำรรณรงค์ของสมำคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย และสภำคน พิกำรทุกประเภทแห่งประเทศ ไทย ได้ ป ระสบผลสำำ เร็ จ ในระดั บ หนึ่ ง เมื่ อ รั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง รำช อำณำจักรไทย พ.ศ. ๒๕๓๔ ได้ยกเลิกกำรจำำกัดสิทธิของคนหูหนวก และเป็นใบ้ ในเรื่องสิทธิเลือกตั้ง อย่ำงไรก็ตำมคนหูหนวกและเป็นใบ้ ยังถูกจำำกัดสิทธิ ไม่ให้มีสิทธิรับสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมำชิกสภำผู้แทน รำษฎรและสมำชิ ก วุ ฒิ ส ภำ ดั ง เห็ น ได้ จ ำกรั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง รำช อำณำจักรไทย พ.ศ. ๒๕๓๔ มำตรำ ๑๑๓ บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็ น บุ ค คลต้ อ งห้ ำ มมิ ใ ห้ ใ ชั สิ ท ธิ ส มั ค รรั บ เลื อ กตั้ ง (๔) เป็ น บุ ค คลหู หนวกและเป็นใบ้ ในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ สมัยรัฐ บำลที่ มีนำยบรรหำร ศิลปอำชำเป็ น นำยกรัฐมนตรี เมื่อสมำชิกรัฐสภำ เห็นชอบให้มีกำรแก้ไขรัฐธรรมนูญ แห่งรำชอำณำจักรไทย ฉบับปีพุทธศักรำช ๒๕๓๔ ทั้งฉบับ และให้มี กำรยกร่ ำ งรั ฐ ธรรมนู ญ ฉบั บ ใหม่ โดยคณะผู้ ย กร่ ำ งรั ฐ ธรรมนู ญ คื อ สภำร่ำงรัฐธรรมนูญ (สร.) สำำหรับสภำร่ำงรัฐธรรมนูญมีนำยอุทัย พิมพ์ ใจชนเป็นประธำน สภำคนพิกำรฯมีกำรเคลื่อนไหวรณรงค์ให้มีเรื่อง สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนคนพิ ก ำรในรั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง รำชอำณำจั ก รไทย ฉบับ(พ.ศ.๒๕๔๐)นี้ด้วย ผศ.วิริยะ นำมศิริพงศ์พันธุ์ ในฐำนะประธำน ฝ่ำยกฎหมำยและสิทธิมนุษยชนสภำคนพิกำรฯ รับเป็นประธำนคณะ ทำำ งำนจั ด สั ม มนำเรื่ อ ง “คนพิ ก ำร : กำรมี ส่ ว นร่ ว มร่ ำ งรั ฐ ธรรมนู ญ ” เพื่อให้คนพิกำรได้รับควำมรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับกำรปฏิรูปกำรเมือง และเพื่อให้ได้กฎหมำยรัฐธรรมนูญที่คนพิกำรพึงประสงค์ และนำำเสนอ ต่ อ สภำร่ำ งรั ฐ ธรรมนู ญ โดยจั ด สั ม มนำที่ ห้ อ ง LT ๒ คณะนิ ติ ศ ำสตร์ มหำวิ ท ยำลั ย ธรรมศำสตร์ ในวั น ที่ ๑๗ กุ ม ภำพั น ธ์ พุ ท ธศั ก รำช ๒๕๔๐ เมื่อได้ขอสรุปจำกกำรสัมมนำแล้วสภำคนพิกำรทุกประเภทแห่ง ้ ประเทศไทยได้นำำ ข้อ สรุปไปเสนอต่ อ นำยอุ ทั ย พิ มพ์ ใจชน ประธำน สภำร่ำงรัฐธรรมนูญ
  • 3 นอกจำกนี้ เ มื่ อ มี ก ำรจั ด ประชุ ม สั ม มนำทำงวิ ช ำกำรเรื่ อ ง กำร ฟื้นฟูสมรรถภำพคนพิกำรโดยชุมชนและยุทธศำสตร์ในกำรสร้ำงผู้นำำ คนพิกำร ที่จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลำเดียวกันกับที่นำย อุ ทั ย พิม พ์ใ จชน และคณะ สสร. ได้ ไ ปฟั งควำมคิ ด เห็ น เกี่ ย วกั บ ร่ ำ ง รั ฐ ธรรมนู ญ ที่ จั ง หวั ด พิ ษ ณุ โ ลก สภำคนพิ ก ำรทุ ก ประเภทแห่ ง ประเทศไทยจึงได้เรียนเชิญให้มำรับฟังแลกเปลี่ยนควำมคิดเห็นเกี่ยว กับร่ำงรัฐธรรมนูญร่วมกับผู้นำำคนพิกำรด้วย ยิ่งไปกว่ำนั้น ตัวแทนคนพิกำร เช่น ผศ. วิริยะ นำมศิริพงศ์พันธุ์ นำยมณเทียร บุญตัน และพันโทต่อพงศ์ กุลครรชิตยังได้มีโอกำสออก รำยกำรทำงสถำนีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง ๑๑ และให้สัมภำษณ์ สื่ อ มวลชนเกี่ ย วกั บ เรื่ อ งสิ ท ธิ ขั้ น พื้ น ฐำนที่ ค นพิ ก ำรต้ อ งกำรให้ มี ใ น รัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทยฉบับประชำชน เมื่อได้มีกำรยกร่ำง รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ แ ห่ ง ร ำ ช อ ำ ณ ำ จั ก ร ไ ท ย เ รี ย บ ร้ อ ย แ ล้ ว นำยสมคิ ด เลิ ศ ไพฑู ร ย์ ส มำชิ ก สภำร่ ำ งรั ฐ ธรรมนู ญ (อำจำรย์ ค ณะ นิ ติ ศ ำสตร์ม หำวิท ยำลัย ธรรมศำสตร์ ) ได้ เชิ ญ ผู้ นำำ คนพิ ก ำรเข้ ำ ร่ ว ม ปรึกษำหำรือเกี่ยวกับตัวร่ำงรัฐ ธรรมนูญ แห่ งรำชอำณำจั กรไทย ใน ส่วนที่เกี่ยวกับคนพิกำรโดยเฉพำะมำตรำ ๕๕ ซึ่งในตัวร่ำงใช้คำำว่ำ “ผู้ ทุกพลภำพ” แต่กลุ่มผู้นำำคนพิกำรยังยืนยันให้ใช้คำำว่ำ “คนพิกำร”นำย ส ม คิ ด เ ลิ ศ ไ พ ฑู ร ย์ ก็ ยิ น ดี เ พิ่ ม เ ติ ม ถ้ อ ย คำำ ที่ ค น พิ ก ำ ร ต้ อ ง ก ำ ร รัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจั ก รไทย ฉบั บปี พุท ธศั กรำช ๒๕๔๐ จึ งมี มำตรำที่ ว่ ำ ด้ ว ยคนพิ ก ำรหรื อ กำรคำำ นึ ง ถึ ง คนพิ ก ำรดั ง นี้ ม ำตรำ ๓๐ วรรค ๓,มำตรำ ๕๕,มำตรำ ๘๐ นอกจำกนี้ยังมี กำรยกเลิกกำรจำำ กัด สิทธิคนหูหนวกที่อ่ำนไม่ออกเขียนไม่ได้ ไม่ให้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็ น สมำชิ ก สภำผู้ แ ทนรำษฎรและวุ ฒิ ส ภำออกไปด้ ว ย เพรำะคนหู หนวกสำมำรถสื่อสำรได้โดยผ่ำนล่ำมภำษำมือ มำตรำ ๓๐ วรรค ๓ กำรเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล เพรำะเหตุแห่งควำมแตกต่ำงในเรื่องถิ่นกำำ เนิด เชื้อชำติ ภำษำ เพศ อำยุ สภำพทำงกำยหรือสุขภำพ สถำนะของบุคคล ฐำนะทำงเศรษฐกิจ และสั งคม ควำมเชื่ อ ทำงศำสนำ กำรศึ ก ษำอบรม หรือ ควำมคิ ด เห็ น ทำงกำรเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ จะกระทำำมิได้ จริงอยู่คนพิกำรมีควำมภำคภูมิใจมำกที่ได้มีกำรบัญญัติเกี่ยวกับ กำรห้ ำมเลือกปฏิบัติโดยไม่ เป็ นธรรมเอำไว้ ต ำมที่ ค นพิ ก ำรเรี ย กร้ อ ง อย่ำงไรก็ตำมคนพิกำรต้องกำรให้มีคำำว่ำ “ ควำมพิกำร “ ในวรรค ๓ ข้ ำ งต้ น แต่ ค นพิ ก ำรก็ ไ ด้ รั บ คำำ อธิ บ ำยจำกผู้ ที่ เ กี่ ย วข้ อ งว่ ำ คำำ ว่ ำ “ สภำพร่ำงกำยหรือสุขภำพ “ เป็นคำำกว้ำงกินควำมร่วมถึงคนพิกำรอยู่
  • 4 แล้ว แต่ถ้ำได้มีคำำ ว่ำ “ ควำมพิกำร “ อยู่ด้วยก็น่ำจะเป็นที่พอใจของ คน พิ ก ำร ม ำ ก ที่ สุ ด อ ำจ เป็ นไ ป ได้ ที่ ผู้ เ กี่ ย ว ข้ อ ง ใ น ก ำ ร ย ก ร่ ำ ง รั ฐธรรมนู ญ ในขณะนั้น กลั ว ว่ ำถ้ ำใช้ คำำ ว่ ำ ควำมพิ ก ำรอำจจะทำำ ให้ รู้สึกเป็นปมด้อยหรือเป็นกำรประจำนคนพิ กำรจึ งเลือกใช้ คำำ อื่นแทน สำำหรับคนพิกำรแล้วพวกเรำยอมรับควำมเป็นจริงในควำมพิกำรของ พวกเรำ และมีควำมภำคภู มิ ใจในคำำ ว่ ำคนพิ กำรหรื อ ควำมพิ ก ำรซึ่ ง เป็นอัตลักษณ์ของพวกเรำ มำตรำ ๕๕ บุ ค คลซึ่ ง พิ ก ำรหรื อ ทุ พ พลภำพ มี สิ ท ธิ ไ ด้ รั บ สิ่ ง อำำนวยควำมสะดวกอันเป็นสำธำรณะและควำมช่วยเหลือจำกรัฐ ทั้งนี้ ตำมที่กฎหมำยบัญญัติ ในเรื่องของมำตรำ ๕๕ นี้ คนพิกำรเรียกร้องในกำรเข้ำถึงและ ใช้ ป ระโยชน์ ไ ด้ จ ำกสภำพแวดล้ อ ม ข้ อ มู ล ข่ ำ วสำร เทคโนโลยี สำรสนเทศ โทรคมนำคม บริ ก ำรอั น เป็ น สำธำรณะ แต่ ส ภำร่ ำ ง รั ฐ ธรรมนู ญ ตี ค วำมร่ ว มกั น ว่ ำ เป็ น สิ่ ง อำำ นวยควำมสะดวกอั น เป็ น สำธำรณะ คนพิกำรยังกลัวควำมเข้ำใจผิด ว่ำคนพิกำรต้องกำรได้รับ ควำมสะดวก (convenience) อันที่จริงแล้วคนพิกำรต้องกำรกำรเข้ำ ถึงและใช้ประโยชน์ได้ (access) อีกทั้งในหมวด ๕ บัญญัติว่ำด้วยแนวนโยบำยพื้นฐำนแห่งรัฐ ยัง ได้ กำำ หนดแนวนโยบำยพื้ นฐำนแห่ งรั ฐ ที่ เกี่ ย วกั บ คนพิ ก ำรเอำไว้ ใ น มำตรำ ๘๐ วรรค ๒ มำตรำ ๘๐ วรรค ๒ รัฐต้องสงเครำะห์คนชรำ ผู้ยำกไร้ ผู้พิกำร หรือทุพพลภำพและผู้ด้อยโอกำสให้มีคุณภำพชีวิตที่ดีและพึ่งตนเองได้ ในมำตรำ ๘๐ วรรค ๒ นี้ ค นพิ ก ำรไม่ ไ ด้ ต้ อ งกำรให้ ใ ช้ คำำ ว่ ำ สงเครำะห์ ซึ่งมีควำมหมำยไปในทำงที่ผู้ให้ใหญ่กว่ำผู้รับ หรือยังเป็น ระบบทำำบุญทำำทำน (charity) นั่นหมำยควำมว่ำจะทำำก็ไ ด้ไม่ทำำก็ได้ แต่ ค นพิก ำรต้ อ งกำรให้ใ ช้ คำำ ว่ ำ จั ด สวั ส ดิ ก ำร ซึ่ งเป็ น กำรตั้ งอยู่ บ น สิ ท ธิ ข องคนพิ ก ำร นั่ น หมำยควำมว่ ำ เรื่ อ งที่ ก ล่ ำ วมำในมำตรำ ๘๐ วรรค ๒ รัฐจะต้องทำำ ให้บนพื้ นฐำนแห่งสิท ธิข องคนพิ กำร ซึ่งไม่ใช่ เป็นเรื่องที่จะทำำก็ได้ไม่ทำำก็ได้ แต่เป็นเรื่องที่ต้องทำำถ้ำไม่ทำำคนพิกำร ย่ อ มมี สิ ท ธิ ที่ จ ะขอควำมเป็ น ธรรมจำกศำล เพื่ อ ให้ ค นพิ ก ำรได้ รั บ ประโยชน์ตำมสิทธิของคนพิกำร ตำมที่รัฐธรรมนูญกำำหนดไว้ ถึ ง แม้ ค นพิ ก ำรจะรู้ สึ ก ผิ ด หวั ง อยู่ บ้ ำ งที่ ส ภำร่ ำ งรั ฐ ธรรมนู ญ ไม่ ยอมใส่ คำำ ว่ ำ “ ควำมพิกำร ” เข้ ำ ไปในมำตรำ ๓๐ วรรค ๓ โดยให้
  • 5 เหตุผลว่ำคำำว่ำ “สภำพร่ำงกำยหรือสุขภำพ ” ได้กินควำมรวมถึงควำม พิ ก ำรอยู่ แ ล้ ว อี ก ทั้ ง ยั ง ใช้ คำำ ว่ ำ “ สงเครำะห์ ” แทนคำำ ว่ ำ “จัด สวัสดิกำร” แต่อย่ำงใดก็ตำมคนพิกำรก็ยังพอใจในภำพรวม เพรำะ รั ฐ ธรรมนู ญ พ.ศ. ๒๕๔๐ ต้ อ งถื อ ว่ ำ เป็ น ฉบั บ แรกที่ ไ ด้ มี ก ำรประกั น สิทธิขั้ นพื้นฐำนไม่ให้มีกำรเลือ กปฏิ บัติ โดยไม่ เป็ นธรรมต่ อคนพิ ก ำร อีกทั้งให้คนพิกำรมีสิทธิได้รับสิ่งอำำ นวยควำมสะดวกและควำมเช่ ว ย เหลืออื่นใดจำกรัฐ รวมทั้งแนวนโยบำยพื้นฐำนแห่งรัฐยังกำำ หนดให้ รั ฐ ต้ อ งพั ฒ นำหรื อ สงเครำะห์ ค นพิ ก ำรให้ มี คุ ณ ภำพชี วิ ต ที่ ดี แ ละพึ่ ง ตนเองได้ ซึ่งสิ่งเหล่ำนี้ไม่เคยมีมำก่อนในรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้ำนี้ แม้มำตรำ๓๐ วรรค๓ แห่งรัฐธรรมนูญ พุทธศักรำช พ.ศ. ๒๕๔๐ จะห้ำมเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล เนื่องจำกสภำพร่ำงกำย หรือสุขภำพ แต่พระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรกรุงเทพมหำนคร พ.ศ. ๒๕๒๘ มำตรำ ๑๖ (๖) ยังจำำ กัดสิทธิคนหูหนวกเป็นใบ้ไม่ ให้มี สิ ท ธิ รั บ สมั ค รรั บ เลื อ กตั้ ง เป็ น สมำชิ ก สภำกรุ ง เทพมหำนคร เมื่ อ นำย วิริยะ นำมศิริพงศ์พันธุ์มีโอกำสได้เป็นสมำชิกสภำนิติบัญญัติแห่งชำติ จึ ง ได้ ร่ ว มกั บ คณะเสนอให้ มี ก ำรแก้ ไ ขพระรำชบั ญ ญั ติ ร ะเบี ย บ ข้ำรำชกำรกรุงเทพมหำนคร พ.ศ. ๒๕๒๘ โดยให้ตัด (๖) ของมำตรำ ๑๖ ออก ทั้งนี้เพื่อให้คนหูหนวกเป็นใบ้ มีสิทธิมีสิทธิรับสมัครรับเลือก ตั้งเป็นสมำชิกสภำกรุงเทพมหำนคร อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐำนทำงกำร เมือง ของคนหูหนวกและเป็นใบ้ สิท ธิม นุษ ยชนคนพิก ำร ใ น รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ แ ห่ ง ร ำ ช อ ำ ณ ำ จั ก ร ไทย พ.ศ.๒๕๕๐ ครั้นมีกำรรัฐ ประหำรในวั นที่ ๑๙ กันยำยน พ.ศ. ๒๕๔๙ โดย คณะปฏิรูปกำรปกครองระบอบประชำธิป ไตย โดยมีพระมหำกษัตริ ย์ ทรงเป็นประมุข (คปค.) ในรัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย (ฉบับ ชั่วครำว) พ.ศ. ๒๕๔๙ มำตรำ ๑๙ ให้มีสภำร่ำงรัฐธรรมนูญ เพื่อจัดทำำร่ำงรัฐธรรมนูญประกอบ ด้ ว ย ส ม ำ ชิ ก มี จำำ น ว น ๑ ๐ ๐ ค น และสภำร่ ำ งรั ฐ ธรรมนู ญ นี้ จะต้ อ งยกร่ ำ ง รัฐธรรมนูญให้เสร็จภำยใน ๖ เดือน พระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัว มี พระบรมรำชโองกำรโปรดเกล้ำฯ แต่งตั้งสมำชิกสภำร่ำงรัฐธรรมนูญ ในวันที่ ๑ มกรำคม ๒๕๕๐ ในระหว่ำงที่บุคคลทั่วไปกำำลังให้ควำมสนใจเกี่ยวกับบทบัญญัติ ที่ว่ำด้วยระบบและวิธีกำรปกครองประเทศ ตั้งแต่ประเด็นรัฐสภำควรมี วุฒิสภำอยู่ด้วยหรือไม่ จำำนวนสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรและสมำชิก วุฒิสภำ ควรมีสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรระบบบัญชีรำยชื่อหรือไม่ ถ้ำมี
  • 6 ควรจะกำำหนดกันอย่ำงไรที่จะให้ได้ตัวแทนมำจำกทุกภำคส่วน ส่วน กำรได้มำของสมำชิกวุฒิสภำก็เถียงกันว่ำจะมำจำกกำรเลือกตั้งหรือ กำรสรรหำ ส่ ว นคนพิ ก ำรนั้ น ให้ ค วำมสำำ คั ญ เกี่ ย วกั บ บทบั ญ ญั ติ ที่ ประกันสิทธิขั้นพื้นฐำนของปวงชน ชำวไทย โดยควำมมุ่ ง หวั ง ว่ ำ รั ฐ ธรรมนู ญ ใหม่ จ ะมี บ ทบั ญ ญั ติ ที่ เ ป็ น หลักประกันในกำรสร้ำงชีวิตใหม่ที่ดีกว่ำเดิมให้แก่คนพิกำร ด้วยเหตุนี้ สภำคนพิกำรทุกประเภทแห่งประเทศไทยจึงได้ขอให้มีกำรประชุมร่วม ระหว่ำง คณะกรรมกำรสภำคนพิกำรทุกประเภทแห่งประเทศไทย กับ คณะอนุ ก รรมำธิ ก ำรด้ ำ นผู้ พิ ก ำร ในคณะกรรมำธิ ก ำรกิ จ กำรเด็ ก เยำวชน สตรี ผู้สูงอำยุ ผู้พิกำร และควำมมั่นคงของมนุษย์ เพื่อรีบเร่ง หำข้อเสนอเบื้องต้นไปเสนอในเวทีต่ำงๆ ที่จะนำำข้อเสนอของคนพิกำร ไปเสนอต่อคณะกรรมำธิกำรยกร่ำงรัฐธรรมนูญด้วยเหตุว่ำข้อเสนอที่ จะได้รับกำรพิจ ำรณำต้องเป็ นข้อเสนอที่มีไปถึงคณะกรรมำธิกำรยก ร่ำงรัฐธรรมนูญก่อนสิ้นเดือนมีนำคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวทีแรกที่ผู้นำำ คนพิกำรจำกทั่ว ประเทศได้ เข้ ำมำร่ ว มกั น สัมมนำเกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญด้วยกำรสนับสนุนของสภำที่ปรึกษำ เศรษฐกิ จ และสั ง คมแห่ ง ชำติ คื อ เวที ก ำรสั ม มนำเรื่ อ ง “บทบั ญ ญั ติ รัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อ งกับคนพิกำร” จัดโดยสภำที่ ปรึ กษำเศรษฐกิ จ และสังคมแห่งชำติร่วมกับสภำคนพิ กำรทุ กประเภทแห่งประเทศไทย เมื่ อ วั น ที่ ๒๐ กุ ม ภำพั น ธ์ ๒๕๕๐ ณ ห้ อ งประชุ ม สำำ นั ก งำนสภำที่ ป รึ ก ษ ำ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ แ ล ะ สั ง ค ม แ ห่ ง ช ำ ติ ใ น ก ำ ร สั ม ม น ำ ค รั้ ง นี้ ศำสตรำจำรย์ ส มคิ ด เลิ ศ ไพฑู ร ย์ เลขำคณะกรรมำธิ ก ำรยกร่ ำ ง รั ฐธรรมนูญ ได้ ให้ เกี ย รติม ำบรรยำยให้ ค วำมรู้ แ ก่ ค นพิ ก ำร และเปิ ด โอกำสให้ ค นพิ ก ำรได้ ซั ก ถำม ในเวที นี้ ไ ด้ ทำำ ให้ มี ข้ อ เสนอเกี่ ย วกั บ บทบัญญัติในร่ำงรัฐธรรมนูญ พ.ศ... เพิ่มมำกขึ้น จำกนั้นสภำคนพิกำรทุกประเภทแห่งประเทศไทย ได้นำำ ข้อ เสนอจำกเวทีแ รกมำสู่เ วที ก ำรสั ม มนำ เรื่ อ ง ข้อ เสนอแนะบั ญ ญั ติ ว่ ำ ด้วยเด็ก เยำวชน สตรี ผู้สูงอำยุ ผู้พิกำรในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่ง จัดโดยคณะกรรมำธิกำรกิจ กำรเด็ ก เยำวชน สตรี ผู้สูงอำยุ ผู้พิกำร และควำมมั่ น คงของมนุ ษ ย์ สภำนิ ติ บัญ ญั ติ แ ห่ ง ชำติ เมื่ อ วั น จั น ทร์ ที่ ๒๖ กุมภำพันธ์ ๒๕๕๐ ณ ห้องประชุมคณะกรรมำธิกำร อำคำรรัฐสภำ ๒ กลุ่มคนพิกำรได้นำำเอำข้อเสนอที่มีมำก่อนมำพิจำรณำทบทวนทำำให้ ข้อเสนอแหลมคมและชัดเจนขึ้น นอกจำกนั้นยังต้องกำรให้ข้อเสนอ
  • 7 ของคนพิกำรได้ประสำนเข้ำกับข้อเสนอของกลุ่มเด็ก เยำวชน สตรี ผู้ สูงอำยุ ในที่สุด กลุ่มคนพิกำรได้เสนอแนวทำงร่ำงรัฐธรรมนูญใหม่ รวม ๔ เรื่อง ได้แก่ ๑) ปรั บ ข้ อ ควำมในมำตรำที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ คนพิ ก ำรโดยตรง ได้ แ ก่ มำตรำ ๓๐ มำตรำ ๕๕ และ มำตรำ ๘๐ ๒) ปรับมำตรำอื่นๆ ให้ครอบคลุมเรื่องคนพิกำร ๓) นำำเสนอแนวทำงกำรปรับหลักกำรสำำคัญในกำรร่ำงรัฐธรรมนูญ ๔) นำำเสนอประเด็นทั่วไป ร่ำ งรัฐ ธรรมนูญ ใหม่โ ดยคนพิก ำร (๑) ปรับ ข้อ ควำมในรัฐ ธ ร รม นูญ พุท ธศัก รำช ๒ ๕๔๐ เฉพำะ ๓ มำตรำที่เ กี่ย วข้อ งกับ คนพิก ำร ดังต่อไปนี้คือ มำตรำ ๓๐ ข้อ ควำมเดิม /กำรปรับ แก้ ว ร ร ค ๑ - บุค คลย่อ มเสมอกั นในกฎหมำยและได้ รั บ ควำมคุ้ ม ครอง ตำมกฎหมำยเท่ำเทียมกัน เติ มข้อ ควำมท้ำยวรรค ๑ รวม ทั้ งกฎหมำยระหว่ ำ งประเทศที่ รั ฐ ให้ สัตยำบัน ข้ อ ค ว ำ ม ใ ห ม่ ต ำ ม ร่ ำ ง รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ พ .ศ . ๒ ๕ ๕ ๐ ที่ ค น พิ ก ำ ร เสนอมำตรำ ๓๐ วรรค ๑ บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมำยและได้รับ ควำมคุ้ ม ครองตำมกฎหมำยเท่ ำ เที ย มกั น รวมทั้ ง ให้ ไ ด้ รั บ ควำม คุ้มครอง ตำมกฎหมำยระหว่ำงประเทศที่รัฐให้สัตยำบัน เ ห ตุผ ล เป็นแนวคิด ใหม่ เพื่อ ประกั น ควำมเสมอภำคและสิ ท ธิ ข อง บุ ค คลอย่ ำ งชั ด เจนและ จริ ง จั ง มำกขึ้ น จะเห็ น ว่ ำ ประเทศไทยให้ สัตยำบันอนุสัญญำสิทธิเด็กและอนุสัญญำเลือกปฏิบัติต่อสตรีแต่ในค ยำมเป็นจริ งยังมีก ำรเลือ กปฏิ บัติ โดยไม่ เป็ นธรรมต่ อ เด็ กและสตรี อ ยู่ รวมถึงคนพิกำรด้วยในขณะนี้มีอนุสัญญำสิทธิคนพิกำรที่แม้รัฐยังไม่ ลงสัตยำ บันแต่ก็เป็นแนวคิดเดียวกัน 3 ด้วยเหตุนี้คนพิกำรจึงต้องกำรให้ควำมผูกพันระหว่ำงประเทศมี ผลใช้บังคับอย่ำงกฎหมำยภำยใน เพรำะในอดีตรัฐมักจะไม่ได้ต รำ พระรำชบัญญัติรองรับอนุสัญญำต่ำง ๆ ที่รัฐบำลไทยได้ให้สัตยำบัน เอำไว้ แ ล้ ว เมื่ อ เป็ น เช่ น นั้ น อนุ สั ญ ญำระหว่ ำ งประเทศจึ ง เป็ น เพี ย ง เสือกระดำษ
  • 8 ข้อ ควำมเดิม /กำรปรับ แก้ วรรค ๓ - กำรเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพรำะเหตุแห่ง ควำมแตกต่ำงในเรื่องถิ่นกำำเนิด เชื้อชำติ ภำษำ เพศ อำยุ สภำพทำง กำยหรือสุขภำพ สถำนะของบุคคล ฐำนะทำงเศรษฐกิจหรือสังคม ควำมเชื่อทำงศำสนำ กำรศึกษำอบรม หรือควำมคิดเห็นทำงกำรเมือง อัน ไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ จะกระทำำมิได้ เพิ่ม คำำ – ควำมพิกำร ข้ อ ค ว ำ ม ใ ห ม่ ต ำ ม ร่ ำ ง รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ พ .ศ . ๒ ๕ ๕ ๐ ที่ ค น พิ ก ำ ร เสนอมำตรำ๓๐ วรรค ๓ - กำรเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล เพรำะเหตุแห่งควำมแตกต่ำงในเรื่องถิ่นกำำ เนิด เชื้อชำติ ภำษำ เพศ อำยุ ค ว ำ ม พิ ก ำ ร สภำพทำงกำยหรื อ สุ ข ภำพ สถำนะของบุ ค คล ฐำนะทำงเศรษฐกิจหรือสังคม ควำมเชื่อทำงศำสนำ กำรศึกษำอบรม หรือควำมคิดเห็นทำงกำรเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ จะกระทำำมิได้ เหตุผ ล เดิมมีควำมพยำยำมให้เข้ำใจว่ำคนพิกำรอยู่ในกลุ่ม สภำพทำงกำยหรือสุขภำพ ซึ่งเป็นกำรมองควำมพิกำรในมิติทำงกำรแพทย์ (Medical model) ที่มองคนพิกำรเป็นคนป่วยคนที่ผิด ปกติและต้องกำรกำรดูแลแต่ข้อ เท็จจริงในระดับสำกลยอมรับกันว่ำควำมพิกำรเป็นผลจำกควำมสัม พันธ์ระหว่ำงตัวคนพิกำรและสภำพแวดล้อมและสังคม (Social model) กำรคุ้มครองสิทธิคนพิกำร จึงมิควรถูกชี้นำำด้วยวิธีทำงกำรแพทย์ซึ่งมุ่งที่สภำพทำงกำยและ สุขภำพของคนพิกำรเพียงอย่ำงเดียวแต่ควรมุ่งให้ควำมสำำคัญกับ สภำพแวดล้อมที่เป็นอุปสรรคทั้งที่เป็นเรื่องเจตคติควำมเชื่ออำคำร สถำนที่สิ่งปลูกสร้ำงยำนพำหนะข้อมูลข่ำวสำรและบริกำรอันเป็น สำธำรณะที่ต้องไม่เลือกปฏิบัติต่อคนพิกำร คือให้คนพิกำรเข้ำถึงและ ใช้ประโยชน์ได้ มำตรำนี้จึงต้องระบุให้ชัดเจน ข้อ ควำมเดิม /กำรปรับ แก้ วรรค ๔ - มำตรกำรที่รัฐกำำหนดขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้ บุคคลสำมำรถใช้สิทธิและเสรีภำพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่นย่อมไม่ถือ เป็นกำรเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตำมวรรคสำม เ ติ ม ข้ อ ค ว ำ ม ท้ ำ ย ว ร ร ค ๔ - กำรที่ ไ ม่ กำำ หนดหรื อ ละเสี ย ซึ่ ง กำร ปฏิ บั ติ ต ำมมำตรกำรที่ รั ฐ กำำ หนดขึ้ น ทั้ ง ที่ อ ยู่ ใ นวิ สั ย ที่ ส ำมำรถจะ กระทำำได้ ถือเป็นกำรเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม
  • 9 ข้อ ควำมใหม่ต ำมร่ำ งรัฐ ธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ค นพิก ำร เสนอมำตรำ๓๐ วรรค ๔ - มำตรกำรที่รัฐกำำหนดขึ้นเพื่อขจัด อุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสำมำรถใช้สิทธิและเสรีภำพได้เช่นเดียว กับบุคคลอื่นย่อมไม่ถือเป็นกำรเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตำมวรรค สำม กำรที่ไ ม่ก ำำ หนดหรือ ละเสีย ซึ่ง กำรปฏิบ ัต ิต ำมมำตรกำรที่ รัฐ กำำ หนดขึ้น ทั้ง ที่อ ยู่ใ นวิส ัย ที่ส ำมำรถจะกระทำำ ได้ ถือ เป็น กำรเลือ กปฏิบ ัต ิโ ดยไม่เ ป็น ธรรม เ ห ตุ ผ ล เป็ น แนวคิ ด ใหม่ ที่ เ กิ ด ขึ้ น จำกกำรระดมควำมคิ ด เห็ น อย่ ำ ง กว้ ำ งขวำงทั่ ว โลกใน ช่ ว งกำรร่ ำ งอนุ สั ญ ญำสิ ท ธิ ค นพิ ก ำรคื อ กำร กำำ หนดมำตรกำรควำมช่ว ยเหลื อ อย่ ำงสมเหตุ ส มผล (Reasonable Accommodation) กำรหลีกเลี่ยงไม่กำำหนดหรือละเว้นกำรให้ควำม ช่วยเหลือลักษณะนี้ ถือเป็นกำรเลือกปฏิบัติด้วย ข้อ ควำมเดิม /กำรปรับ แก้ เ พิ่ ม ว ร ร ค สุ ด ท้ ำ ย ม ำ ต ร ำ ๓ ๐ - ก ำ ร เ ลื อ ก ป ฏิ บ ั ต ิ โ ด ย ไ ม่ เ ป็ น ธรรม ให้ม ีโ ทษทั้ง ทำงแพ่ง และอำญำ ตำมที่ก ฎหมำยบัญ ญัต ิ ข้ อ ค ว ำ ม ใ ห ม่ ต ำ ม ร่ ำ ง รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ พ .ศ . ๒ ๕ ๕ ๐ ที่ ค น พิ ก ำ ร เส นอ ม ำ ต ร ำ ๓ ๐ ว รร ค ท้ำ ย กำ ร เ ลือ ก ป ฏิบ ัต ิโ ด ย ไ ม่เ ป็น ธ ร ร ม ให้ม ีโ ทษทั้ง ทำงแพ่ง และอำญำ ตำมที่ก ฎหมำยบัญ ญัต ิ เ ห ตุ ผ ล เป็ น แนวคิ ด ใหม่ เ พื่ อ ประกั น ให้ ก ำรคุ้ ม ครองบุ ค คลจำกกำร เลื อ กปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม แม้ จ ะมี ผู้ แย้ งว่ ำมี ก ฏหมำยเฉพำะของ ข้ ำ รำชกำรทหำรตำำ รวจฯลฯอยู่ แ ล้ ว แต่ ใ นทำงปฏิ บั ติ ไ ม่ ส ำมำรถ คุ้มครองได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ กำรคุ้มครองคนพิกำรไม่ให้ถูกเลือก ปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมได้มีกำรเสนอเอำไว้ในร่ำงพระรำชบัญญัติส่ง เสริมและพัฒนำคุณภำพชีวิตคนพิกำร พ.ศ. 2550 จึงสมควรบัญญัติ รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พ.ศ. 2550 ด้วย มำตรำ ๕๕ ข้อ ควำมเดิม /กำรปรับ แก้ บุคคลซึ่งพิกำรหรือทุพพลภำพมีสิทธิได้รับสิ่งอำำนวยควำมสะดวกอัน เป็นสำธำรณะ และควำมช่วยเหลืออื่นจำกรัฐ ทั้งนี้ตำมที่กฎหมำย บัญญัติ ตัด คำำ - ทุพพลภำพ และแก้ข ้อ ควำมทั้ง หมด
  • 10 ข้อ ควำมใหม่ต ำมร่ำ งรัฐ ธรรมนูญ พ .ศ.๒๕๕๐ ที่ค น พิก ำรเสนอมำตรำ๕๕ คนพิก ำรมีส ิท ธิเ ข้ำ ถึง และใช้ ประโยชน์ไ ด้จ ำก ผลผลิต สภำพแวดล้อ ม แผนงำน โครงกำร และกิจ กรรมกำรพัฒ นำทุก รูป แบบ บริก ำร สิ่ง อำำ นวย ควำม สะดวก อัน เป็น สำธำรณะ ตลอดจน สวัส ดิก ำรและควำมช่ว ย เหลือ อื่น จำกรัฐ ตำม มำตรฐำนสำกลหรือ ตำมที่ กฎหมำย บัญ ญัต ิ เหตุผ ล เดิมอ้ำงว่ำทุพพลภำพจำกพจนำนุกรมรำชบัณฑิตยสถำนว่ำ มีควำมหมำยกว้ำงกว่ำคนพิกำร แต่ปัจจุบันมีกำรนิยำมควำมพิกำรและ คนพิกำรละเอียดกว้ำงขวำงกว่ำเดิมในขณะที่คำำว่ำ ทุพพลภำพ เสมือนเป็นสร้อยคำำของคำำว่ำพิกำรคือเรียก พิกำรทุพพลภำพติดกันไป โดยไม่มีควำมหมำยเป็นอย่ำงอื่น “ได้รับสิ่งอำำนวยควำม สะดวก” ถูก แปลควำมว่ำ convenience คือ ควำมสะดวกสบำย แต่คนพิกำร ต้องกำร หมำยควำมถึงกำรเข้ำถึงและใช้ประโยชน์ได้ คือ accessibility ซึ่งรวมถึงผลผลิต สภำพแวดล้อม แผนงำน โครงกำร และกิจกรรมกำรพัฒนำทุกรูปแบบบริกำร สิ่งอำำนวยควำมสะดวก สภำพแวด ล้อม ทำงกำยภำพกำรเข้ำถึงข้อมูลข่ำวสำรซึ่งภำษำ อัง กฤษ ใช้ ๔ คำำ ที่สำมำรถครอบคลุม คือ product หมำยถึงสิ่งที่ เป็นผลผลิตอันได้แก่(สินค้ำ สิ่งของ วัตถุ นวัตกรรม ทั้งที่จับต้องได้ และจับต้องไม่ได้)environment หมำยถึงสภำพแวดล้อม ทั้งทำง สถำปัตยกรรม กำรขนส่ง ข้อมูลข่ำวสำร กำรสื่อสำรและเทคโนโลยี program หมำยถึงแผนงำนโครงกำรกิจกรรมด้ำนกำรพัฒนำทุก รูป แบบ และ service หมำยถึงบริกำรต่ำงๆ มำตรำ ๘๐ ข้อ ควำมเดิม /กำรปรับ แก้ รัฐต้องคุ้มครองและพัฒนำเด็กและเยำวชน ส่งเสริมควำมเสมอภำค ของหญิ ง และชำยเสริ ม สร้ ำ งและพั ฒ นำควำมเป็ น ปึ ก แผ่ น ของ ครอบครัว และควำมเข้มแข็งของชุมชน รัฐต้องสงเครำะห์คนชรำ ผู้ยำก ไร้ ผู้พิกำร หรือทุพพลภำพ และผู้ ด้อยโอกำสให้มีคุณภำพชีวิตที่ดี และพึ่งตนเองได้ ปรับ ข้อ ควำม ใหม่ท ั้ง หมด ข้อ ควำมใหม่ต ำมร่ำ งรัฐ ธรรมนูญ พ .ศ.๒๕๕๐ ที่ค น พิก ำรเสนอมำตรำ ๘๐ รัฐ ต้อ งคุ้ม ครอง พัฒ นำ ส่ง เสริม และจัด สวัส ดิก ำรให้แ ก่เ ด็ก เยำวชน ผู้ส ูง อำยุ คนพิก ำร ผู้ ยำกไร้แ ละผู้ด ้อ ยโอกำสให้ม ีค ุณ ภำพชีว ิต ที่ด ีข ึ้น และอยู่ไ ด้
  • 11 อย่า งพอเพีย ง พร้อ มทั้ง เสริม สร้า งและพัฒ นาความเป็น ปึก แผ่น ของครอบครัว และความเข้ม แข็ง ของชุม ชนรัฐ ต้อ งส่ง เสริม ความเสมอภาคของบุค คล หญิง และชาย เหตุผ ล การสงเคราะห์นำาไปสู่ความเข้าใจว่าการให้ตามความ สมัคร ใจ ตามความพร้อม ไม่สามารถนำาไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีและพึ่งตนเอง ได้ จึงใช้คำาว่า “รัฐต้องจัด ให้มีสวัสดิการ” แทนคำาว่า “รัฐต้อง สงเคราะห์” สงเคราะห์เ ป็น เรื่อ งผู้ใ ห้ส ูง กว่า ผู้ร ับ จะให้ห รือ ไม่ ก็ไ ด้ภ าษาอัง กฤษเรีย กว่า “Charity base” ส่ว นเรื่อ ง สวัส ดิก ารนั้น เป็น เรื่อ งสิท ธิข องคนพิก ารรัฐ มีห น้า ที่ต ้อ ง ดำา เนิน การให้ค นพิก ารได้ต ามสิท ธิน ั้น และคนพิก ารทุก คน ต้อ งได้อ ย่า งทั่ว ถึง และเท่า เทีย มกัน ภาษาอัง กฤษเรีย กว่า “Right base” ๒.ปรับ ข้อ ความ ๙ มาตรา ในร่า งรัฐ ธรรมนูญ แห่ง ราช อาณาจัก รไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ ให้ค รอบคลุม เรื่อ งคนพิก ารด้ว ย ดัง ต่อ ไปนี้ มาตรา ๓๖ ข้อ ความเดิม /การปรับ แก้ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการเดิน ทางและมีเสรีภาพในการเลือกถิ่นที่อยู่ภายในราชอาณาจักร การ จำากัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำามิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำานาจ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบ เรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน การผังเมือง หรือเพื่อ สวัสดิภาพของผู้เยาว์ การเนรเทศบุคคลผู้มีสัญชาติไทยออกนอก ราชอาณาจักร หรือห้ามมิให้บุคคลผู้มีสัญชาติไทยเข้ามาในราช อาณาจักร จะกระทำามิได้ เพิ่ม วรรค ๓ - การไม่อ ำา นวยความสะดวกหรือ ไม่ข จัด อุป สรรค เพื่อ ให้บ ุค คลสามารถเข้า ถึง และใช้ป ระโยชน์ไ ด้ จากบริก ารขนส่ง สาธารณะ ย่อ มถือ เป็น การจำา กัด เสรีภ าพ ในการเดิน ทางด้ว ย ข้อ ความใหม่ต ามร่า งรัฐ ธรรมนูญ พ .ศ.๒๕๕๐ ที่ค น พิก ารเสนอมาตรา ๓๖ วรรค ๓ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการ เดินทางและมีเสรีภาพในการเลือกถิ่นที่อยู่ภายในราชอาณาจักร การจำากัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำามิได้ เว้นแต่โดยอาศัย อำานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน การผังเมือง หรือ เพื่อสวัสดิภาพของผู้เยาว์ การไม่อ ำา นวยความสะดวกหรือ ไม่ ขจัด อุป สรรค เพื่อ ให้บ ุค คลสามารถเข้า ถึง และใช้ป ระโยชน์
  • 12 ได้จ ากบริก ารขนส่ง สาธารณะ ย่อ มถือ เป็น การจำา กัด เสรีภ าพ ในการเดิน ทางด้ว ย การเนรเทศบุคคลผู้มีสัญชาติไทยออกนอก ราชอาณาจักร หรือห้ามมิให้บุคคลผู้มีสัญชาติไทยเข้ามาในราช อาณาจักรจะกระทำา มิได้ เหตุผ ล เดิมมองมาตรานี้เพียงการไม่ให้กักขังหน่วงเหนี่ยว บุคคล ทั่วไปในขณะที่ บุคคลบางกลุ่มมิได้ถูกกัก ขังหน่วงเหนี่ยว แต่ความ พิการ (เกิดจากความ สัมพันธ์ระหว่างบุคคล กับ สิ่งแวดล้อม) ทำาให้ไม่ สามารถใช้เสรีภาพเดินทางได้เนื่องจากสภาพแวดล้อมมีข้อจำากัด เช่น ระบบขนส่งสาธารณะ ระบบขนส่ง มวลชน เป็นต้น ดังนั้นคนพิการจึง ต้องเสนอให้การไม่อำานวยความสะดวกหรือไม่ขจัดอุปสรรค เพื่อให้ บุคคลสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากบริการขนส่งสาธารณะ ย่อมถือเป็น การจำากัดเสรีภาพ ในการเดินทางด้วย มาตรา ๓๗ ข้อ ความเดิม /การปรับ แก้ ติดต่อถึงกัน รวมทั้งการกระทำาด้วยประการอื่นใดเพื่อให้ล่วงรู้ถึง ข้อความในสิ่งสื่อสารทั้งหลายที่บุคคลมีติดต่อถึงกันจะกระทำามิได้ เว้น แต่โดยอาศัยอำานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อรักษา ความมั่นคงของรัฐ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ของประชาชน เพิ่ม ข้อ ความท้า ยวรรค ๑ –กรณีท ี่เ ป็น การสื่อ สารสาธารณะ ต้อ งอยู่ใ นรูป แบบที่ก ลุ่ม บุค คลทุก กลุ่ม สามารถเข้า ถึง และใช้ ประโยชน์ไ ด้ ข้อ ความใหม่ต ามร่า งรัฐ ธรรมนูญ พ .ศ.๒๕๕๐ ที่ค น พิก ารเสนอมาตรา ๓๗ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการสื่อสาร ถึงกันโดยทางที่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีท ี่เ ป็น การสื่อ สาร สาธารณะต้อ งอยู่ใ นรูป แบบที่ก ลุ่ม บุค คลทุก กลุ่ม สามารถเข้า ถึง และใช้ป ระโยชน์ไ ด้ เหตุผ ล เดิมมาตรา ๓๗ และ ๓๙ มองเพียงเสรีภาพในการติดต่อ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าว สาร การพิมพ์ โฆษณา การ เซ็นเซ่อร์ข่าว การ ปิด หนังสือพิมพ์ เป็นต้น แต่แนวคิดใหม่ต้องการให้ คุ้มครองบุคคลทุก กลุ่มที่มี ความแตกต่างในการรับรู้ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และ ต้องการสื่อหรือรูปแบบการติดต่อสื่อสารที่แตกต่างด้วยการไม่อำานวย ความสะดวก ในเรื่องนี้ถือเป็นการจำากัดเสรีภาพในมาตราทั้ง ๒ นี้ (ลักษณะเดียว กับมาตรา ๕๘)
  • 13 มาตรา ๓๙ ข้อ ความเดิม /การปรับ แก้ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดง ความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อ ความหมายโดยวิธีอื่น การจำากัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำามิได้ เว้นแต่โดยอาศัย อำานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของ รัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียง สิทธิในครอบครัว เพิ่ม ข้อ ความท้า ยวรรค ๑ -กรณีท ี่เ ป็น การสื่อ สารสาธารณะ ต้อ งอยู่ใ นรูป แบบที่ก ลุ่ม บุค คลทุก กลุ่ม สามารถเข้า ถึง และใช้ ประโยชน์ไ ด้ ข้อ ความใหม่ต ามร่า งรัฐ ธรรมนูญ พ .ศ.๒๕๕๐ ที่ค น พิก ารเสนอมาตรา ๓๙ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการ แสดง ความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อ ความหมายโดยวิธีอ ื่น กรณีท ี่เ ป็น การสื่อ สารสาธารณะต้อ งอยู่ ในรูป แบบที่ก ลุ่ม บุค คล ทุก กลุ่ม สามารถเข้า ถึง และใช้ ประโยชน์ไ ด้ เหตุผ ล เหตุผลเดียวกับมาตรา ๓๗ มาตรา ๕๒ ข้อ ความเดิม /การปรับ แก้ บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการ รับบริการทางสาธารณสุขที่ได้มาตรฐาน และผู้ยากไร้มีสิทธิได้รับการ รักษาพยาบาลจากสถานบริการสาธารณสุขของรัฐโดยไม่เสียค่าใช้ จ่าย ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ การบริการทางสาธารณสุขของรัฐต้องเป็นไปอย่างทั่วถึงและมี ประสิทธิภาพ โดยจะต้องส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและ เอกชนมีส่วนร่วมด้วยเท่าที่จะกระทำาได้ การป้องกันและขจัดโรค ติดต่ออันตราย รัฐต้องจัดให้แก่ประชาชนโดยไม่คิดมูลค่าและทันต่อ เหตุการณ์ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ เพิ่ม ข้อ ความ - การป้อ งกัน สาเหตุแ ห่ง ความพิก าร รวมทั้ง ข้อ ความใหม่ต ามร่า งรัฐ ธรรมนูญ พ .ศ.๒๕๕๐ ที่ค น พิก ารเสนอมาตรา ๕๒ บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับ บริการทางสาธารณสุขที่ได้มาตรฐาน และผู้ยากไร้มีสิทธิได้รับการ รักษาพยาบาลจากสถานบริการสาธารณสุขของรัฐโดยไม่เสียค่าใช้ จ่าย ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ
  • 14 การบริการทางสาธารณสุขของรัฐต้องเป็นไปอย่างทั่วถึงและมี ประสิทธิภาพ โดยจะต้องส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและ เอกชนมีส่วนร่วมด้วยเท่าที่จะกระทำาได้ การป้อ งกัน สาเหตุแ ห่ง ความพิก ารรวมทั้ง การป้องกันและขจัด โรคติดต่ออันตราย รัฐต้องจัดให้แก่ประชาชนโดยไม่คิดมูลค่าและทัน ต่อเหตุการณ์ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ เหตุผ ล ในรัฐธรรมนูญไม่มีสาระเกี่ยวกับการป้องกันความพิการในมาตราใดๆ และ "ความพิการ" ในความ หมายใหม่ เป็นความสัมพันธ์ระหว่างความบกพร่องของบุคคลกับสภาพแวดล้อม มิใช่ประเด็นทางสุขภาพ/ประเด็นทางการแพทย์แต่เพียงอย่างเดียว มาตรา ๕๓ ข้อ ความเดิม /การปรับ แก้ เด็ก เยาวชน และบุคคลในครอบครัว มี สิทธิได้รับความคุ้มครองโดยรัฐจากการใช้ความรุนแรงและการปฏิบัติ อันไม่เป็นธรรม เด็กและเยาวชนซึ่งไม่มีผู้ดูแล มีสิทธิได้รับการเลี้ยงดูและการศึกษา อบรมจากรัฐทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ เพิ่ม คำา ว่า สตรีพ ิก าร และ เด็ก พิก าร เ พิ่ ม ข้ อ ค ว า ม – จ น ก ว่ า จ ะ มี ค ุ ณ ภ า พ ชี ว ิ ต ที่ ด ี ข ึ้ น แ ล ะ อ ยู่ ไ ด้ อย่า งพอเพีย ง ข้อ ความใหม่ต ามร่า งรัฐ ธรรมนูญ พ .ศ.๒๕๕๐ ที่ค น พิก ารเสนอมาตรา ๕๓ เด็ก เยาวชน สตรีพ ิก าร และบุคคลใน ครอบครัว มีสิทธิได้รับความคุ้มครองโดยรัฐจากการใช้ความรุนแรง และการปฏิบัติอันไม่เป็นธรรม เด็กและเยาวชนซึ่งไม่มีผู้ดูแลและเด็กพิการที่ยากจน มีสิทธิได้รับ การเลี้ยงดูและการศึกษาอบรมจากรัฐ จนกว่า จะมีค ุณ ภาพชีว ิต ที่ด ี ขึ้น และอยู่ไ ด้อ ย่า งพอเพีย ง ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ เหตุผ ล สตรีพิการเป็นคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มักได้รับการกระทำารุนแรง และการปฏิบัติอันไม่เป็นธรรม เด็กคนพิการยากจนจำานวนมากไม่สามารถพึ่งตนเองได้ จึงจำาเป็นต้อง ได้รับดูแลอย่างต่อเนื่อง มาตรา ๕๔
  • 15 บุคคลซึ่งมีอายุเกินหกสิบปีบริบูรณ์และไม่มีรายได้เพียงพอแก่การ ยังชีพ มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมาย บัญญัติ เสนอแนวคิด ให้ป รับ ข้อ ความ ข้ อ ค ว า ม ใ ห ม่ ต า ม ร่ า ง รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ พ .ศ .๒ ๕ ๕ ๐ ที่ ค น พิก ารเสนอมาตรา ๕๔ เป็นการคุ้มครองเด็ก เยาวชน และคนสูง อายุ จะต้อง มีความ ชัดเจนมากขึ้นด้วย วิธี เขียนอย่างไรก็ได้ หรือ แสดง เจตนารมย์ ให้ชัดเจนว่าจะ ครอบคลุม เด็ก เยาวชน สตรีและ คนสูงอายุ ที่เป็นคนพิการด้วย เห ตุผ ล มีความพยายามและความ เข้าใจที่จะให้เรื่องทุกเรื่อง ของ คนพิการ ทุกช่วงอายุ ทุกเพศ ทุกวัย ทุกประเภท ความพิการและทุก ระดับ ความพิการ ไปอยู่ในมาตรา ๕๔ ทำาให้การเขียนมาตรา ๕๕ มี ความยากมากเพราะไม่สามารถเขียนแบบแยกแยะได้ในขณะเดียวกัน ก็ ไม่ ส ามารถเขีย นแบบรัด กุ ม ย่ นย่ อ ได้ เด็ กพิ การยั ง คง มี สิ ท ธิ ต่ างๆ เท่าที่เด็กทั่วไป ได้รับ คนชราพิ การก็ เช่ น เดียวกัน ย่อมมีสิทธิเท่ าที่ คนชราทั่ ว ไปจะได้ รั บ หาก มี สิ ท ธิ ใ ดที่ ส มควรคุ้ ม ครอง ไว้ ด้ ว ยเหตุ ความพิการจึงนำาไปกำาหนดในมาตรา ๕๕ มาตรา ๕๘ ข้อ ความเดิม /การปรับ แก้ บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับทราบข้อมูล หรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยราชการ หน่วยงาน ของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น เว้นแต่การเปิดเผยข้อมูล นั้นจะกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยของประชาชน หรือ ส่วนได้เสียอันพึงได้รับความคุ้มครอง ของบุคคลอื่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ เ พิ่ ม ข้ อ ค ว า ม – ใ น รู ป แ บ บ ที่ ค น พิ ก า ร แ ล ะ ผู้ ด ้ อ ย โ อ ก า ส สามารถเข้า ถึง และใช้ป ระโยชน์ไ ด้ ข้อ ความใหม่ต ามร่า งรัฐ ธรรมนูญ พ .ศ.๒๕๕๐ ที่ค น พิก ารเสนอมาตรา ๕๘ บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับทราบข้อมูลหรือ ข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น เว้นแต่การเปิดเผยข้อมูลนั้นจะ กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยของประชาชน หรือส่วน ได้เสียอันพึงได้รับความคุ้มครองของบุคคลอื่น ในรูป แบบที่ค น
  • 16 พิก ารและผู้ด ้อ ยโอกาสสามารถเข้า ถึง และใช้ป ระโยชน์ไ ด้ ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ เหตุผ ล เพื่ อ ให้ มั่ น ใจว่ า หน่ ว ยงานที่ รั บ ผิ ด ชอบในการเผยแพร่ ใ ห้ ข้ อ มู ล ข่ า วสารจะคำา นึ ง ถึ ง บุ ค คลที่ มี ค วามแตกต่ า ง ในการเข้ า ถึ ง และรั บ รู้ ข้อมูลข่าวสาร เช่น คนตาบอด คนหูหนวก คนชรา คนที่มีปัญหาใน การอ่านหนังสือที่เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ เป็นต้น มาตรา ๘๖ ข้อ ความเดิม /การปรับ แก้ รัฐต้องส่งเสริมให้ประชากรวัยทำางาน มีงานทำา คุ้มครองแรงงานโดยเฉพาะแรงงานเด็กและแรงงานหญิง จัด ระบบแรงงานสัมพันธ์ การประกันสังคม รวมทั้งค่าตอบแทนแรงงานให้ เป็นธรรม เพิ่ม ข้อ ค ว า ม –รวมทั้ง ก า ร ส ร้ า ง ห ลัก ป ร ะ กัน ก า ร มี ง า น ทำา ใ ห้ คน พิก ารและผู้ด ้อ ยโอกาส ข้ อ ค ว า ม ใ ห ม่ ต า ม ร่ า ง รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ พ .ศ .๒ ๕ ๕ ๐ ที่ ค น พิก ารเส นอ ม า ต ร า ๘๖ รัฐต้องส่งเสริมให้ประชากรวัยทำา งานมี งานทำา คุ้มครองแรงงานโดยเฉพาะแรงงานเด็กและแรงงานหญิง จัด ระบบแรงงานสัมพันธ์ การประกันสังคม รวมทั้งค่าตอบแทนแรงงานให้ เป็ น ธรรม ร ว ม ทั้ ง ก า ร ส ร้ า ง s ลั ก ป ร ะ กั น ก า ร มี ง า น ทำา ใ ห้ ค น พิก ารและผู้ด ้อ ยโอกาส เ ห ตุ ผ ล รั ฐ ลงทุ น ในการศึ ก ษาและฟื้ น ฟู ส มรรถภาพคนพิ ก ารด้ า น อาชีพมากแต่ไม่มีความชัดเจน ในการส่งเสริมการจ้างงานและ/หรือ การประกันการมีงานทำาจึงเกิดความสูญเปล่าส่วนคนพิการที่ได้รับการ การจ้างงานมักไม่ได้รับความ เป็นธรรมเรื่องค่าจ้าง และสวัสดิการ มาตรา ๑๙๐ การพิจารณาร่างพระราชบัญ ญัติที่ประธาน สภาผู้แทน ราษฎรวินิจฉัยว่ามีสาระสำาคัญเกี่ยวกับเด็ก สตรี และคน ชรา หรือผู้พ ิก ารหรือ ทุพ พลภาพ หากสภาผู้แทน ราษฎรมิได้ พิจารณาโดยกรรมาธิ การเต็มสภา ให้สภาผู้แทน ราษฎรตั้งคณะ กรรมาธิการวิสา มัญขึ้นประกอบด้วยผู้แทนองค์ การเอกชนเกี่ยวกับ บุคคลประ เภทนั้นมีจำานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำานวน กรรมาธิการ... ปรับ ข้อ ความ – หรือผู้พิการหรือทุพพลภาพ เป็น คนพิก าร ปรับ ข้อ ความ – หนึ่งในสาม เป็น กึ่ง หนึ่ง ข้ อ ค ว า ม ใ ห ม่ ต า ม ร่ า ง รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ พ .ศ .๒ ๕ ๕ ๐ ที่ ค น พิ ก า ร เ ส น อ ม า ต ร า ๑๙๐การพิ จ ารณาร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ ที่ ประธานสภาผู้แทนราษฎรวิ นิจ ฉั ย ว่ ามี ส าระสำา คั ญ เกี่ ย วกั บ เด็ ก สตรี
  • 17 และคนชรา หรือคนพิก าร หากสภาผู้แทนราษฎรมิได้พิจารณาโดย กรรมาธิการเต็มสภา ให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขึ้ น ประกอบด้ ว ยผู้ แ ทนองค์ ก ารเอกชนเกี่ ย วกั บ บุ ค คลประเภทนั้ น มี จำานวนไม่น้อยกว่ากึ่ง หนึ่ง ของจำานวนกรรมาธิการทั้งหมด เ ห ตุ ผ ล องค์ ป ระกอบของคณะ กรรมาธิ ก ารวิ ส ามั ญ ควรมี ผู้ แ ทน องค์การเอกชนเกี่ยวกับบุคคลแต่ละประเภทไม่น้อยกว่า กึ่ง ห นึ่ง ของ จำานวนกรรมาธิการทั้งหมด ทั้ง นี้เ พื่อ ให้ต ัว แทนกลุ่ม นั้น ๆ สามา รถพลัก ดัน แนวคิด ขอ งกลุ่ม ต นเข้า ไปไว้ใ น พร ะร าช บัญ ญัต ิท ี่ เกี่ย วกับ กลุ่ม นั้น ๆ ได้อ ย่า งแท้จ ริง ๓. แนวทางปรับ แนวคิด สำา คัญ ในการร่า งรัฐ ธรรมนูญ ๓.๑. นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง ภายใต้ความ เห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร ๓.๒.ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อแต่ กำาหนดให้ทุกพรรคพิจารณาเสนอชื่อ ที่ครอบคลุมกลุ่ม อาชีพ และกลุ่มบุคคลเฉพาะ เช่น คนพิการ และสตรี ๓.๓ ให้มีสองสภากรณีสมาชิกวุฒิสภามาจากการแต่งตั้ง หรือสรรหา ให้คำานึงถึงความครอบ คลุมกลุ่ม ประชาชนที่หลากหลาย รวมถึงคนพิการด้วย ๓.๔ คงไว้ซึ่งองค์กรอิสระ และเพิ่มอำานาจให้คณะ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และผู้ตรวจ การแผ่น ดินของรัฐสภา (ไม่ยุบรวม) รวมทั้งให้คณะกรรมการสิ ทธิฯ สามารถดำาเนินการฟ้องร้องแทน ประชาชนที่ถูก ละเมิดสิทธิมนุษยชนได้ ๓.๕ กำาหนดให้หมวด ๕ ใช้ชื่อ “ หน้าที่แห่งรัฐ ” แทน แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ๓.๖ เพื่อให้รัฐสามารถดำาเนินการตามมาตรา ๘๐ ได้ รัฐ ต้องจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรม โดยในพรบ.งบ ประมาณแต่ละปี ต้องกำาหนดสัดส่วนไว้อย่างชัดเจน เช่น กรณีคนพิการควรมีสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑ ของงบประมาณแผ่นดิน ๓.๗ ตัดคำาว่าทุพพลภาพ ออกทุกที่ที่ปรากฏ ๓.๘ ให้ใช้คำาว่า “คนพิการ” แทน “ผู้พิการ” ทุกแห่ง ๔. ข้อ เสนอทั่ว ไป
  • 18 ๔.๑ รัฐ ต้อ งทำา หน้ า ที่ ให้ ค วามรู้ ค วามเข้ า ใจและเผยแพร่ เรื่องการเมืองการปกครองในประเทศ ให้แก่เยาวชน คนพิการ และผู้สูงอายุ ให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ ๔.๒ รั ฐ ต้ อ งทำา หน้ า ที่ เ ปิ ด เผยข้ อ มู ล ให้ ส าธารณชนใน จัง หวั ด นั้ นทุ กจั งหวั ด ให้ รั บ รู้ ทั่ ว กั น ในเรื่ อ งของระดั บ ปั ญ หา คอรั ป ชั่ น อาชญากรรม เศรษฐกิ จ และสั ง คม โดยให้องค์กรอิสระที่มาจากนักศึกษาและประชาชนใน จังหวัดนั้นๆเป็นผู้ชี้วัดทุกๆ ๑ ปี เมื่อสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยได้นำา ข้อเสนอต่อ ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และเลขากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สภาคน พิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยได้จัดฟังความคิดเห็นของคนพิการ ทั่วประเทศ โดยภาคกลางจัดฟังความคิดเห็นที่ กรุงเทพมหานครใน ระหว่ า งวั น ที่ 22 และ 23 มี น าคม พ.ศ. 2550 ส่ ว นภาคตะวั น ออก เฉี ย งเหนื อ จั ด ที่ จั ง หวั ด นครราชสี ม า ในระหว่ า งวั น ที่ 24 และ 25 มีนาคม พ.ศ. 2550 ภาคเหนือจัดที่จังหวัด อุตรดิตถ์ ในระหว่างวันที่ 26 แ ล ะ 27 มี น า ค ม พ .ศ . 2550 แ ล ะ ภ า ค ใ ต้ จั ด ที่ จั ง ห วั ด นครศรีธรรมราช ในระหว่างวั นที่ 28 และ 29 มีนาคม พ.ศ. 2550 ในการจัดสัมมนาทุกครั้งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากสมาชิกสภา ร่างรั ฐ ธรรมนูญ นาย การุญ ใสงาม จากการรั บ ฟั ง ความคิ ด เห็ นคน พิการในภูมิภาคต่างๆต่างมีข้อเสนอแนะที่หลากหลายแต่เมื่อนำามาสรุป แล้ว ความคิดเห็นของคนพิการที่รับฟังมานั้นก็ยังอยู่ในกรอบที่สภา คนพิ ก ารได้ นำา เสนอต่ อ สภาร่ า งรั ฐ ธรรมนู ญ ไปแล้ ว นอกจากนี้ ค น พิ ก ารยั ง ได้ นำา เอ าข้ อ เส นอ ข อ งส ภา ค นพิ ก า รทุ ก ปร ะ เ ภท แห่ ง ประเทศไทยนำา เสนอต่ อ สภาร่ า งรั ฐ ธรรมนู ญ ในเวที ต่ า งๆที่ ส ภาร่ า ง รัฐธรรมนูญจัดรับฟังความคิดเห็น อย่ า งไรก็ ต ามเมื่ อ กรรมาธิ ก ารยกร่ า งรั ฐ ธรรมนู ญ นำา ร่ า ง รั ฐ ธรรมนู ญ ที่ ย กร่า งเสร็จ แล้ ว นำา มาเผยแพร่ ต่ อ ประชาชน สภาคน พิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยพบว่ามีบางเรื่องที่คณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญได้ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของสภาคนพิการทุก ประเภทแห่งประเทศไทยบางประการ อย่างเช่นเรื่องให้นำาพันธะกรณี ระหว่ า งประเทศที่ ป ระเทศไทยมี อ ยู่ ใ ห้ มี ผ ลใช้ บั ง คั บ ได้ โดยนำา มา บัญญัติไว้ในมาตรา 4 ทั้งนี้อาจเนื่องจากมีหลายองค์กรเรียกร้องใน ทำา นองเดีย วกันกับที่ส ภาคนพิ การทุ กประเภทแห่ งประเทศไทยเรี ย ก ร้องก็เป็นไปได้
  • 19 มาตรา 4 “ศักดิ์ศ รีค วามเป็ น มนุ ษย์ สิ ท ธิ เสรี ภ าพ และความ เสมอภาคของบุค คลทั้ง ที่ บัญ ญั ติ ไว้ ต ามรั ฐ ธรรมนู ญ นี้ ตามประเพณี การปกครองประเทศไทยในระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ท ร ง เ ป็ น ป ร ะ มุ ข แ ล ะ ต า ม พั น ธ ะ ก ร ณี ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ ที่ ประเทศไทยมีอ ยู่ ย่อ มได้ร ับ ความคุ้ม ครอง นอกจากนี้ได้มีการเติมเรื่องการจัดสวัสดิการให้ไว้ในมาตรา 53 และมาตรา 79(1) มาตรา 53 “บุ ค คลซึ่ ง พิ ก ารหรื อ ทุ พ พลภาพ มี สิ ท ธิ ไ ด้ ร ั บ ส วัส ดิก า ร สิ่งอำา นวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ และความช่ ว ย เหลืออื่นจากรัฐ” มาตรา 79 “รัฐต้องดำาเนินการตามแนวนโยบายด้านสังคม การ ศึกษา และวัฒนธรรม ดังต่อไปนี้ (1) คุ้มครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน ส่งเสริมความเสมอภาพ ของหญิงและชาย เสริมสร้างและพัฒนาความเป็นปึกแผ่นของสถาบัน ครอบครัว รวมทั้งต้องสงเคราะห์แ ละจัด สวัส ดิก าร ให้แก่คนชรา ผู้ ยากไร้ ผู้พิ การหรือ ทุพ พลภาพ และผู้ อ ยู่ ในสถานะยากลำา บากให้ มี คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและพึ่งตนเองได้ (2) ... (3) ... แต่ เรื่ อ งสำา คัญ ที่ ค นพิ ก ารต้ อ งการกลั บ ไม่ ไ ด้ รั บ การตอบสนอง อย่างเช่น ให้มีการเติมคำาว่า “ ความพิการ” ลงในมาตรา 30 วรรค 3 ปรากฎว่าในมาตรา 30 วรรค 3 ยังมีข้อความเหมือนเดิม หรือขอให้ ใช้ถ้อยคำาว่า “มีสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ ” แทนคำาว่า “มีสิทธิได้ รับ” ในมาตรา 55 เดิม หรือ มาตรา 53 ตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ ในมาตรา 53 ยังใช้คำาว่า “มีสิทธิได้รับ” เช่นเดิม มาตรา 30 วรรค 3 “การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล เพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำา เนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจ และสั ง คม ความเชื่ อ ทางศาสนา การศึ ก ษาอบรมหรื อ ความคิ ด เห็ น ทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ จะกระทำามิได้” ทำา ไมคำา ว่ า “ ความพิการ ” จึ ง มี ค วามสำา คั ญ มาก เพราะความ พิ ก ารเป็ น อั ต ลั ก ษณ์ ข องคนกลุ่ ม หนึ่ ง ที่ รู้ จั ก กั น ในชื่ อ ผู้ พิ ก ารหรื อ
  • 20 ทุพพลภาพ ความพิการนั้นในปัจจุบันมี ความหมายสัมพั นธ์กับมิติใน สั ง คมมากยิ่ ง ขึ้ น นอกเหนื อ จากมิ ติ ข องสภาพทางกายหรื อ สุ ข ภาพ อย่างเช่น บุคคลที่มีปัญหาทางด้ านพฤติกรรมในการเข้าสังคมอย่ าง บุคคลออทิสติกเมื่อถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมอาจมีปัญหาว่าถูก เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมเนื่องจากสภาพทางกายหรือสุขภาพหรือ ไม่ เพราะบุคคลออทิสติกสภาพทางกายและสุขภาพก็เหมือนกับบุคคล ทั่วไป แต่ถ้าใช้คำาว่า “ความพิการ” ย่อมครอบคลุมถึงบุคคลออทิสติกอ ย่างแน่นอน นาย กฤษณะ ชัยรัตน์ (กฤษณะ ล้วงลูก ) พูดอยู่เสมอว่า เมื่อท่านเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นท่านไม่รู้สึกเลยว่าเป็นคนพิการ แต่ เมื่ อ เดิ น ทางกลั บ มายั ง ประเทศไทยเมื่ อ ทราบว่ า เข้ า ใกล้ ส นามบิ น สุ ว รรณภูมิ ท่านก็เริ่ม รู้สึกว่ าตั ว เองเป็ นคนพิ การมากขึ้ น ทุ กที ตั้ งแต่ ต้องเตรียมเข้าห้องนำ้า บนเครื่องบินให้เรียบร้อยเพราะห้องนำ้า ที่สนาม บินสุวรรณภูมินอกจากมีจำานวนน้อยแล้ว ยังเป็นห้องนำ้าที่คนพิการไม่ อาจเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ บริการขนส่งสาธารณะก็ไม่ เอื้อให้คนพิการใช้ได้ สภาพแวดล้อมของสังคมล้วนเป็นอุปสรรคต่ อ ท่านจึงทำาให้ท่านรู้สึกว่าเป็นคนพิการ ทำาไมคำาว่า “มีสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ ” จึงมีความสำาคัญ ต่อคนพิการมากกว่าคำา ว่า “มีสิทธิได้รับ ” เพราะว่ าเพี ย งมี สิท ธิได้รั บ เพี ย งแค่ นี้ ค นพิ ก ารอาจไม่ ไ ด้ รั บ ประโยชน์ แ ต่ อ ย่ า งใด หรื อ ได้ รั บ ประโยชน์น้อยมาก อย่างเช่น สนามบินสุวรรณภูมิถามว่าคนพิการได้ รับสิ่งอำานวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะหรือไม่ คำาตอบคนพิการได้ รั บ แต่ ค นพิ ก ารไม่ อ าจเข้ า ถึ ง และใช้ ป ระโยชน์ ไ ด้ อ ย่ า งเต็ ม ที่ อ ย่ า ง บุคคลทั่วไป หรือทางเท้าหลายแห่งได้จัดทำา ทางลาด และบอกว่าคน พิ การได้รับสิ่ งอำา นวยความสะดวกอั น เป็ น สาธารณะแล้ ว แต่ เ มื่ อ คน พิการไปใช้ทางลาดกลับต้องพบกับอันตรายต่างๆ เพราะทางลาดชัน ไป หรือ มีการทำา เป็ นลู ก คลื่ น ทำา ให้ ค นพิ การไม่ มี สิ ท ธิ เ ข้ า ถึ ง และใช้ ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ เพื่ อ ให้ สิ่ ง ที่ มี ค วามสำา คั ญ ต่ อ คนพิ ก ารได้ รั บ การบรรจุ ใน บทบัญญัติรัฐธรรมนูญเพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นชีวิตใหม่ของ คนพิการจริงๆ สภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยจึงได้เริ่มจัด กิจกรรมเพื่อเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการยกร่างได้นำา ถ้อยคำา สำา คัญ ของคนพิการไปบรรจุไว้ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญด้วยการเริ่มจัด กิจกรรมชุมนุมเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่หน้าทางเข้ารัฐสภาซึ่ง มีคนพิการมาร่วมกิจกรรมจำานวนมากกว่าร้อยคน พร้อมกับนำาข้อเรียก ร้องเสนอต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 17 เมษายน
  • 21 พ.ศ. 2550 ซึ่ ง เป็ น วั น ที่ ค ณะกรรมาธิ ก ารยกร่ า งรั ฐ ธรรมนู ญ ได้ จั ด ประชุ มทบทวนร่างรัฐ ธรรมนู ญ ที่ ได้ มี การยกร่ า งไว้ เ ป็ นเบื้ อ งต้ นแล้ ว หลังจากจัดกิจกรรมเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกลุ่มคนพิการไป พร้อมกับการชุมนุมเรียกร้องพร้อมทั้งขอส่งตัวแทนคนพิการเข้ายื่นข้อ เรียกร้องต่อประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ นายประสงค์ สุ่นศิ ริ คนพิการจำา นวน 10 ท่ านโดยการนำา ของ นายวิ ริ ย ะ นามศิ ริ พงศ์พันธุ์ ประธานสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ก็ได้รับ ความกรุ ณ าจากประธานคณะกรรมาธิ ก ารยกร่ า งรั ฐ ธรรมนู ญ นาย ประสงค์ สุ่นศิริ และรองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ นายแพทย์ ชู ชั ย ศุ ภ วงศ์ ให้ เ ข้ า พบพร้ อ มรั บ ข้ อ เรี ย กร้ อ งของคน พิ ก าร โดยนายแพทย์ ชู ชั ย ศุ ภ วงศ์ จะขอนำา ไปพิ จ ารณาในการ ทบทวนร่างรัฐธรรมนูญในครั้งต่อไป เพราะในครั้งนี้ได้มีการทบทวน เป็นที่เรียบร้อยและได้มีการนำาส่งโรงพิมพ์เพื่อจัดพิมพ์เผยแพร่แล้ว นอกจากนี้สภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยยังได้จัดการ เสวนาแลกเปลี่ ย นคว ามคิ ด เห็ นที่ ห น้ า รั ฐ ส ภ า โด ย ไ ด้ รั บ คว า ม อนุเคราะห์ให้ใช้เต้นท์ 2 หลังของกลุ่มชาวพุทธที่ไปเรียกร้องให้บรรจุ ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำาชาติไว้ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พร้อม ทั้งนำาเอาข้อเรียกร้องของคนพิการไปมอบให้แก่สื่อมวลชนและองค์กร 12 องค์กรที่จะมารับมอบร่ างรั ฐธรรมนู ญ อย่างเป็ นทางการในวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2550 คณะตัวแทนคนพิการ 10 ท่านได้มีโอกาส เข้าไปมอบข้อเรียกร้องให้แก่นักข่าวที่มาทำาข่าวในวันประชุมสภาร่าง รัฐธรรมนูญซึ่งจะมีพิธีมอบร่ างรั ฐธรรมนู ญอย่างเป็ นทางการแก่ 12 องค์กรหลัก ยิ่งไปกว่านั้นคณะผู้แทนคนพิการยังมีโอกาสได้มอบข้อ เรี ยกร้อ งให้กับประธานสภาร่ า งรั ฐ ธรรมนู ญ นายนรนิ ติ เศรษฐบุ ต ร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์ ประดิ ษ ฐ์ เจริ ญ ไทยทวี และเลขาธิ ก ารคณะกรรมการการเลื อ กตั้ ง นายสุทธิพล ทวีชัยการ อย่างไรก็ตามสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยยังได้จัด ตั้งคณะกรรมการรณรงค์รัฐธรรมนูญมีอำา นาจหน้าที่ ในการวางแผน และดำาเนินการเพื่อให้มีการนำา เอาข้อความสำา คัญที่คนพิการต้องการ นำาไปบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญให้ได้ นั่นหมายความว่าสภาคนพิการทุก ประเภทแห่งประเทศไทยคงจะดำาเนินการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องไป จนถึงวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ซึ่งจะเป็นวันที่คณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญได้พิจารณาทบทวนยกร่างรัฐธรรมนูญครั้งสุดท้าย เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  • 22 สภาคนพิการและเครือข่ายด้านคนพิการได้จัดกิจกรรมรณรงค์ เพื่อให้ได้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญตามที่คนพิการต้องการ เช่น วันที่ 11 พฤษภาคม 2550 ได้เข้าพบชี้แจงข้อเรียกร้องของคนพิการ ต่อ ฝ่ายข่าว ช่อง 5 เพื่อให้มีการเผยแพร่ทางวิทยุโทรทัศน์ช่อง 5 อัน เป็นการสร้างความเข้าใจและของความเป็นใจจากประชาชนทั่วไป วันที่ 15 พฤษภาคม 2550 ร่ว มรายการแลกเปลี่ ย นความคิ ด เห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ที่ ช่อง 9 เพื่ออธิบายให้เห็นถึงความสำาคัญ ในการเพิ่ ม เติ ม คำา ว่ า “ ความพิ ก าร ” เอาไว้ ใ นมาตรา 30 วรรค 3 และคำาว่า “เข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้”แทนคำาว่าได้รับในมาตรา 53 วั น ที่ 17 พฤษภาคม 2550 สภาคนพิ ก ารทุ ก ประเภทแห่ ง ประเทศไทยทราบเป็นการภายในว่า ข้อเรียกร้องของคนพิการได้รับ การตอบสนองจากคณะกรรมมาธิ การยกร่ างรัฐ ธรรมนูญ เป็ นอย่ างดี ตัวแทนสภาคนพิการทุกประเภทแห่ งประเทศไทยและเครือ ข่ายด้ าน คนพิการจึงได้เข้ามอบดอกไม้เพื่อขอบคุณคณะกรรมาธิการ ที่ อาคาร รัฐสภา 3 วันที่ 21 พฤษภาคม 2550 ตั ว แทนสภาคนพิ ก ารทุ ก ประเภท แห่งประเทศไทยและเครือข่ายด้านคนพิการได้ออกรายการทางสถานี วิทยุโทรทัศน์ช่อง 5 เพื่ออธิบายถึงข้อเรียกร้องของคนพิการ นอกจากนี้ ใ นวั น ที่ 24 พฤษภาคม 2550 คณะกรรมาธิ ก าร เชิญตัวแทนคนพิการและเครือข่ายด้านคนพิการเข้าพบเพื่อชี้แจงข้อ เรียกร้องของคนพิการที่ อาคารรัฐสภา 3 หลังจากที่คนพิการได้ร ณรงค์ อย่ างต่ อเนื่อ งในที่สุ ดคนพิ การก็ ประสบผลสำาเร็จ เมื่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มี ผ ลใช้ บั ง คั บ ปรากฏว่ า มาตรา 30 วรรค 3 ได้ มี ถ้ อ ยคำา “ความ พิการ”อยู่ในบทบัญญัติดังกล่าว และในมาตรา 54 ซึ่งเลื่อนมาจาก มาตรา 53 ในร่างเดิมได้ใช้ถ้อยคำา “เข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้” แทน คำาว่า “ได้รับ” บทบัญ ญัติที่เกี่ย วข้องกับ คนพิ การโดยตรงในรั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มีดังต่อไปนี้ ม า ต ร า ๓ ๐ ว ร ร ค ๓ - การเลื อ กปฏิ บั ติ โ ดยไม่ เ ป็ น ธรรมต่ อ บุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำา เนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิก าร สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือ สังคม ความเชื่อ ทางศาสนาการศึ กษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ จะกระทำามิได้ ม า ต ร า ๔ ๙ บุคคลย่ อมมีสิ ทธิ เสมอกั นในการรั บ การศึ ก ษาไม่ น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึ งและมี คุณภาพ โดยไม่
  • 23 เก็ บ ค่ า ใช้ จ่ า ยผู้ ย ากไร้ ผ ู้ พ ิ ก า ร หรื อ ทุ พ พลภาพ หรื อ ผู้ อ ยู่ ใ นสภาวะ ยากลำาบาก ต้องได้รับสิทธิตามวรรคหนึ่งและการสนับสนุนจากรัฐเพื่อ ให้ ได้ รับการศึกษาโดยทัด เที ย มกั บ บุ ค คลอื่ นการจั ด การศึ ก ษาอบรม ขององค์กรวิชาชีพหรือเอกชน การศึกษาทางเลือกของประชาชน การเรี ย นรู้ ด้ ว ยตนเอง และการเรี ย นรู้ ต ลอดชี วิ ต ย่ อ มได้ รั บ ความ คุ้มครองและส่งเสริมที่เหมาะสมจากรัฐ มา มาตรา ๕๔ บุคคลซึ่งพิการหรือทุพพลภาพ มีสิทธิเข้าถึงและใช้ ประโยชน์จากสวัสดิการ สิ่งอำานวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ และ ความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐบุคคลวิกลจริตย่อมได้รับความช่วย เหลือที่เหมาะสมจากรัฐ มาตรา ๘๐ รัฐต้องดำาเนินการตามแนวนโยบายด้านสังคม การ ศึกษา และวัฒนธรรม ดังต่อไปนี้ (๑) คุ้มครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน ส่งเสริมความเสมอภาค ของหญิงและชาย เสริมสร้างและพัฒนาความเป็นปึกแผ่นของสถาบันครอบครัว รวมทั้ง ต้องสงเคราะห์และจัดสวัสดิการ ให้แก่คนชรา ผู้ยากไร้ ผู้พิการหรือทุพพลภาพ และผู้อยู่ในสภาวะยาก ลำาบากให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และพึ่งพาตนเองได้ ม า ต ร า ๑ ๑ ๔ ให้คณะกรรมการสรรหาสมาชิ ก วุ ฒิส ภาดำา เนิ น การสรรหาบุ ค คลที่ มี ค วามเหมาะสมจากผู้ ไ ด้ รั บ การเสนอชื่ อ จาก องค์กรต่าง ๆในภาควิชาการ ภาครั ฐ ภาคเอกชน ภาควิชาชีพ และ ภาคอื่ น ที่ เ ป็ น ประโยชน์ ใ นการปฏิ บั ติ ก ารตามอำา นาจหน้ า ที่ ข อง วุ ฒิ ส ภาเป็ น สมาชิ ก วุ ฒิ ส ภา เท่ า จำา นวนที่ จ ะพึ ง มี ต ามที่ กำา หนดใน มาตรา ๑๑๑ วรรคหนึ่ง ในการสรรหาบุ ค คลตามวรรคหนึ่ ง ให้ คำา นึ ง ถึ ง ความรู้ ความ เชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ที่จะเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานของ วุฒิสภาเป็นสำา คัญ และให้คำา นึงถึ งองค์ ป ระกอบจากบุ ค คลที่ มี ค วามรู้ ความสามารถในด้านต่าง ๆที่แตกต่างกัน โอกาสและความเท่าเทียม กันทางเพศ สัดส่วนของบุคคลในแต่ละภาคตามวรรคหนึ่งที่ใกล้เคียง กัน รวมทั้งการให้โอกาสกับผู้ด ้อ ยโอกาสทางสังคมด้วย มาตรา ๑๕๒ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่ประธานสภาผู้ แทนราษฎรวินิ จ ฉัย ว่ ามี ส าระสำา คั ญ เกี่ ย วกั บ เด็ ก เยาวชน สตรี ผู้ สู ง
  • 24 อายุ หรื อ ผู้ พ ิ ก า ร หรื อ ทุ พ พลภาพ หากสภาผู้ แ ทนราษฎรมิ ไ ด้ พิ จ ารณาโดยกรรมาธิ ก ารเต็ ม สภา ให้ ส ภาผู้ แ ทนราษฎรตั้ ง คณะ กรรมาธิ การวิ ส ามั ญ ขึ้ นประกอบด้ ว ยผู้ แทนองค์ การเอกชนเกี่ ย วกั บ บุ ค คลประเภทนั้ น มี จำา นวนไม่ น้ อ ยกว่ า หนึ่ ง ในสามของจำา นวน กรรมาธิการทั้งหมด ทั้งนี้ โดยมีสัดส่วนหญิงและชายที่ใกล้เคียงกัน เป็นที่น่ายินดียิ่งที่ข้อเรียกร้องต่าง ๆ ของคนพิการในส่วน ที่ เ ป็ น สาระสำา คั ญ ได้ ถู ก นำา มาบั ญ ญั ติ ไ ว้ ใ นรั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราช อาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ ดังบทบัญญัติต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้น แต่ ก็ มี เ รื่ อ งที่ น่ า เสี ย ดายอยู่ บ้ า งในกรณี ที่ ข้ อ ความที่ ว่ า “พั น ธ ะ ก ร ณี ระหว่า งประเทศที่ป ระเทศไทยมีอ ยู่ ย่อ มได้ร ับ ความคุ้ม ครอง ” ซึ่งปรากฏอยู่ในมาตรา๔ ของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้ถูกตัดออกไป เพราะหลายฝ่ายโต้แย้งว่าจะเป็นการ เปลี่ยนระบบกฎหมายไทยซึ่งแต่เดิมความผูกพันระหว่างประเทศจะมี ผลใช้ บั ง คั บ ต่ อ เมื่ อ ได้ ต ราเป็ น พระราชบั ญ ญั ติ หากไม่ เ ป็ น ไปตาม มาตรา ๔ ของร่างรัฐ ธรรมนูญ แห่ งราชอาณาจั กรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ความผูกพันระหว่างประเทศจะมีผลใช้บังคับอย่างกฎหมายภายในซึ่ง หลายฝ่ายไม่เห็นด้วย อีกเรื่องหนึ่งคือคำาว่า”สงเคราะห์ “ ที่คนพิการ ต้ อ งการให้ ตั ด ทิ้ ง ไปก็ ยั ง ห ลงเหลื อ อ ยู่ ใ นมาต รา ๘๐ (๑) ของ รั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจั ก รไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ เมื่ อ รั ฐ ธรรมนู ญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้ตอบสนองความต้องการของ คนพิการในส่วนที่เป็นสาระสำา คัญ และได้มีการตราพระราชบัญญัติ ต่าง ๆ เกี่ยวกับคนพิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระราชบัญญัติส่งเสริม พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ๒๕๕๐ ซึ่งมีเนื้อหาให้สิทธิประโยชน์คน พิการอย่างกว้างขวาง และมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการห้ามเลือกปฏิบัติ ต่อ คนพิการ อันสอดคล้อ งกั บ เจตนารมณ์ ข องรั ฐ ธรรมนู ญ แห่ งราช อาณาจัก รไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ จึ ง หวั งได้ ว่ ารั ฐ ธรรมนู ญ ใหม่ จ ะสร้ า ง ใหม่ชีวิตใหม่แก่คนพิการไทยอย่างแน่นอน ตารางเปรีย บเทีย บบทบัญ ญัต ิต าม รัฐ ธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๔๐ / ร่า งรัฐ ธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ค นพิก าร เสนอ มาต ข้อ ความเดิม /การ ข้อ ความใหม่/ เหตุผ ล รา ปรับ แก้ แนวคิด ๓๐ วรรค ๑ - บุ ค คลย่ อ ม วรรค ๑ บุ ค คล ย่ อ ม เ ป็ น แ น ว คิ ด ใ ห ม่
  • 25 เสมอกั น ในกฎหมาย แ ล ะ ไ ด้ รั บ ค ว า ม คุ้มครองตามกฎหมาย เท่าเทียมกัน เ ติ ม ข้ อ ค ว า ม ท้ า ย ว ร ร ค ๑ - ร ว ม ทั้ ง ก ฎ ห ม า ย ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ ที่ รั ฐ ใ ห้ สัตยาบัน ๓๐ ๓๐ ต่อ วรรค ๓ - การเลือก ปฏิบัติโดยไม่เป็น ธรรมต่อบุคคลเพราะ เหตุแห่งความแตกต่าง ในเรื่องถิ่นกำาเนิด เชื้อ ชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกายหรือ สุขภาพ สถานะของ บุคคล ฐานะทาง เศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือ ความคิดเห็นทางการ เมืองอัน ไม่ขัดต่อบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญ จะ กระทำามิได้ เพิ่ม คำา - ความพิการ เสมอกั น ในกฎหมาย แ ล ะ ไ ด้ รั บ ค ว า ม คุ้มครองตามกฎหมาย เท่ า เที ย มกั น รวมทั้ ง ใ ห้ ไ ด้ รั บ ค ว า ม คุ้ ม ค ร อ ง ต า ม ก ฎ ห ม า ย ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ ที่ รั ฐ ใ ห้ สัตยาบัน วรรค ๓ - การเลือก ปฏิบัติโดยไม่เป็น ธรรมต่อบุคคลเพราะ เหตุแห่งความแตกต่าง ในเรื่องถิ่นกำาเนิด เชื้อ ชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทาง กายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจ หรือสังคม ความเชื่อ ทางศาสนา การศึกษา อบรม หรือความคิด เห็นทางการเมืองอัน ไม่ขัดต่อบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญ จะ กระทำามิได้ เพื่อประกัน ความ เสมอภาคและสิ ทธิ ข อ ง บุ ค ค ล อ ย่ า ง ชัดเจนและ จริงจัง มากขึ้ น จะเห็ น ว่ า ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ใ ห้ สั ต ย า บั น อ นุ สั ญ ญ า สิ ท ธิ เ ด็ ก แ ล ะ อ นุ สั ญ ญ า เลือกปฏิบัติต่อสตรี แต่ ยั งเลื อ กปฏิ บั ติ โดยไม่ เ ป็ น ธรรม ต่อเด็ก และสตรีอยู่ ขณะนี้มีอนุสัญญา สิ ท ธิ ค น พิ ก า ร ที่ แม้ รั ฐ ยั ง ไม่ ล งสั ต ย า บั น แ ต่ ก็ เ ป็ น แนวคิดเดียวกัน เ ดิ ม มี ค ว า ม พ ย า ย า ม ใ ห้ เ ข้ า ใจว่ า คนพิ ก ารอยู่ ในกลุ่ม สภาพทาง กาย ห รื อ สุ ข ภาพ ซึ่ ง เ ป็ น ก า ร ม อ ง ความพิการ ในมิติ ท า ง ก า ร แ พ ท ย์ (Medical model) ที่ ม องคน พิ ก ารเป็ น คนป่ ว ย คนที่ผิด ปกติ และ ต้ อ งการการดู แ ล แต่ ข้ อ เท็ จ จริ ง ใน ร ะ ดั บ ส า ก ล ย อ ม รั บ กั น ว่ า ความ พิ ก ารเป็ น ผลจาก ความสั ม พันธ์ระหว่างตัวคน
  • 26 ๓๐ วรรค ๔ - มาตรการที่ รัฐกำาหนดขึ้นเพื่อขจัด อุปสรรคหรือส่งเสริม ให้บุคคลสามารถใช้ สิทธิและเสรีภาพได้ เช่นเดียวกับบุคคลอื่น ย่อมไม่ถือเป็นการ เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็น ธรรมตามวรรคสาม เติม ข้อ ความท้า ย วรรค ๔ - การที่ไม่ กำาหนดหรือละเสียซึ่ง การปฏิบัติตาม มาตรการที่รัฐกำาหนด ขึ้น ทั้งที่อยู่ในวิสัยที่ สามารถจะกระทำาได้ ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ โดยไม่เป็นธรรม ๓๐ เพิ่ม วรรคสุด ท้า ย การเลือกปฏิบัติโดย ไม่เป็นธรรม ให้มีโทษ ทั้งทางแพ่งและอาญา ตามที่กฎหมายบัญญัติ วรรค ๔ - มาตรการที่ รัฐกำาหนดขึ้นเพื่อขจัด อุปสรรคหรือส่งเสริม ให้บุคคลสามารถใช้ สิทธิและเสรีภาพได้ เช่นเดียวกับบุคคลอื่น ย่อมไม่ถือเป็นการ เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็น ธรรมตามวรรคสาม การที่ไม่กำาหนดหรือ ละเสียซึ่งการปฏิบัติ ตามมาตรการที่รัฐ กำาหนดขึ้น ทั้งที่อยู่ใน วิสัยที่สามารถจะ กระทำาได้ ถือเป็นการ เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็น ธรรม การเลือกปฏิบัติโดย ไม่เป็นธรรมให้มีโทษ ทั้งทางแพ่งและอาญา ตามที่กฎหมายบัญญัติ พิ ก าร และสภาพ แวดล้อมและสังคม (Social model)การคุ้ม ครองสิทธิคน พิการ จึงมิควร ถูกชี้นำาให้มองตัว คน พิการ เพียง อย่างเดียว มาตรา นี้จึง ต้องระบุให้ ชัดเจน เป็นแนวคิดใหม่ที่ เกิดขึ้น จากการ ระดมความคิดเห็น อย่างกว้างขวาง ทั่วโลกใน ช่วง การร่างอนุสัญญา สิทธิคนพิการ คือ การ กำาหนด มาตรการความ ช่วยเหลือ อย่าง สมเหตุสมผล (Reasonable Accommodatio n) การหลีกเลี่ยง ไม่กำาหนด หรือ ละเว้นการให้ ความ ช่วยเหลือ ลักษณะนี้ ถือเป็น การเลือกปฏิบัติ ด้วย เป็นแนวคิดใหม่ เพื่อประกัน ให้การคุ้มครอง บุคคลจาก การ เลือกปฏิบัติโดยไม่ เป็น ธรรม แม้จะมี
  • 27 ๕๕ ๕๕ ต่อ ผู้แย้งว่ามี กฏ หมายเฉพาะ ของ ข้าราช การ ทหาร ตำารวจ ฯลฯ อยู่ แล้ว แต่ในทาง ปฏิบัติไม่ สามารถ คุ้มครองได้อย่าง มีประสิทธิภาพ บุคคลซึ่งพิการหรือ คนพิการมีสิทธิเข้าถึง เดิมอ้างว่า ทุพพลภาพมีสิทธิได้ และใช้ ประโยชน์ได้ ทุพพลภาพจาก รับสิ่งอำานวยความ จาก ผลผลิต สภาพ พจนานุกรม สะดวกอันเป็น แวดล้อม แผนงาน ราชบัณฑิตย สาธารณะ และความ โครงการและกิจกรรม สถาน ว่ามีความ ช่วยเหลืออื่นจากรัฐ การพัฒนาทุกรูปแบบ หมาย กว้างกว่า ทั้งนี้ตามที่กฎหมาย บริการ สิ่งอำานวย คนพิการ แต่ บัญญัติ ความสะดวก อันเป็น ปัจจุบันมีการ นิยามความ พิการ ตัด คำา - ทุพพลภาพ สาธารณะ ตลอดจน และ สวัสดิการและความ และคนพิการ ละเอียด กว้าง แก้ข ้อ ความทั้ง หมด ช่วยเหลืออื่นจากรัฐ ตาม มาตรฐานสากล ขวางกว่าเดิม ใน หรือตามที่ กฎหมาย ขณะที่คำาว่า บัญญัติ ทุพพลภาพ เสมือน เป็นสร้อยคำาของ คำาว่าพิการ คือ เรียก พิการ ทุพพลภาพติดกัน ไปโดยไม่มีความ หมายเป็นอย่างอื่น “ได้รับสิ่งอำานวย ความ สะดวก” ถูก แปลความว่า convenience คือ ความ สะดวก สบาย แต่คนพิการ หมายความถึงการ เข้าถึง และใช้ ประโยชน์ได้ คือ
  • 28 accessibility ซึ่ง รวมถึง ผลผลิต สภาพแวดล้อม แผนงาน โครงการและ กิจกรรมการ พัฒนาทุก รูปแบบ บริการ สิ่ง อำานวย ความ สะดวก สภาพแวด ล้อม ทางกายภาพ การ เข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร ซึ่ง ภาษาอัง กฤษ ใช้ ๔ คำา ที่ สามารถครอบคลุม คือ product หมายถึงสิ่งที่เป็น ผลผลิตอัน ได้แก่(สินค้า สิ่งของ วัตถุ นวัตกรรม ทั้งที่จับ ต้องได้และจับต้อง ไม่ได้) environment หมายถึงสภาพ แวดล้อม ทั้งทาง สถาปัตยกรรม การขนส่ง ข้อมูล ข่าวสาร การ สื่อสารและ เทคโนโลยี program หมายถึง แผนงาน โครงการ กิจกรรม ด้านการ พัฒนาทุก รูปแบบ
  • 29 และ service หมายถึงบริการ ต่างๆ มาต รา ๘๐ ข้อ ความเดิม /การ ปรับ แก้ รั ฐ ต้ อ งคุ้ ม ครองและ พั ฒ น า เ ด็ ก แ ล ะ เยาวชน ส่งเสริมความ เ ส ม อ ภ า ค ข อ ง ห ญิ ง แ ล ะ ช า ย เ ส ริ ม ส ร้ า ง และพั ฒ นาความเป็ น ปึกแผ่นของครอบครัว และความเข้มแข็งของ ชุมชน รัฐต้องสงเคราะห์คน ชรา ผู้ยาก ไร้ ผู้ พิการ หรือทุพพลภาพ และผู้ด้อยโอกาสให้มี คุณภาพชีวิตที่ดี และ พึ่งตนเองได้ ปรับ ข้อ ความใหม่ ทั้ง หมด ข้อ ความใหม่/ แนวคิด รัฐต้องคุ้มครอง พัฒนา ส่งเสริมและจัด สวัสดิการให้แก่เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ คน พิการ ผู้ยากไร้และผู้ ด้อยโอกาสให้มี คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และอยู่ได้อย่างพอ เพียง พร้อมทั้งเสริม สร้างและพัฒนาความ เป็นปึกแผ่นของ ครอบครัว และความ เข้มแข็งของชุมชน รัฐต้องส่งเสริม ความเสมอภาคของ บุคคล หญิงและชาย เหตุผ ล การสงเคราะห์นำา ไปสู่ความเข้าใจ ว่าการให้ตาม ความ สมัครใจ ตามความพร้อม ไม่สามารถนำาไปสู่ คุณภาพชีวิตที่ดี และพึ่งตนเองได้ จึงใช้คำาว่า “รัฐ ต้องจัด ให้มี สวัสดิการ” แทน คำาว่า “รัฐต้อง สงเคราะห์” 1. ปรับ ข้อ ค ว า ม 9 มา ต ร า ใน รัฐ ธ ร ร ม นูญ พุท ธ ศัก ร า ช ๒๕๔๐ ให้ค รอบคลุม เรื่อ งคนพิก าร มาต รา ๓๖ ข้อ ความเดิม /การ ปรับ แก้ บุคคลย่อมมี เสรีภาพในการเดิน ทางและมีเสรีภาพใน การเลือกถิ่นที่อยู่ ภายในราชอาณาจักร การจำากัดเสรีภาพ ตามวรรคหนึ่งจะ ข้อ ความใหม่/ แนวคิด บุคคลย่อมมีเสรีภาพ ในการเดินทางและมี เสรีภาพในการเลือกถิ่น ที่อยู่ภายในราช อาณาจักร การจำากัดเสรีภาพ ตามวรรคหนึ่งจะกระทำา เหตุผ ล เดิมมองมาตรานี้ เพียงการ ไม่ให้ กักขังหน่วงเหนี่ยว บุคคลทั่วไป ใน ขณะที่ บุคคลบาง กลุ่มมิได้ถูกกัก ขัง หน่วงเหนี่ยว แต่
  • 30 ๓๗ กระทำามิได้ เว้นแต่ โดยอาศัยอำานาจตาม บทบัญญัติแห่ง กฎหมายเฉพาะเพื่อ ความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อย หรือสวัสดิภาพของ ประชาชน การ ผังเมือง หรือเพื่อ สวัสดิภาพของผู้เยาว์ การเนรเทศบุคคล ผู้มีสัญชาติไทยออก นอกราชอาณาจักร หรือห้ามมิให้บุคคลผู้มี สัญชาติไทยเข้ามาใน ราชอาณาจักร จะ กระทำามิได้ เพิ่ม วรรค 3 - การ ไม่อำานวยความ สะดวกหรือ ไม่ขจัด อุปสรรค เพื่อให้บุคคล สามารถเข้าถึงและใช้ ประโยชน์ได้จาก บริการขนส่ง สาธารณะ ย่อมถือเป็น การจำากัดเสรีภาพ ใน การเดินทางด้วย ติดต่อถึงกัน รวมทั้ง การกระทำาด้วย ประการอื่นใดเพื่อให้ ล่วงรู้ถึงข้อความในสิ่ง สื่อสารทั้งหลายที่ บุคคลมีติดต่อถึงกันจะ กระทำามิได้ เว้นแต่ โดยอาศัยอำานาจตาม บทบัญญัติแห่ง กฎหมายเฉพาะเพื่อ มิได้ เว้นแต่โดยอาศัย อำานาจตามบทบัญญัติ แห่งกฎหมายเฉพาะ เพื่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือ สวัสดิภาพของ ประชาชน การผังเมือง หรือเพื่อสวัสดิภาพของ ผู้เยาว์ การไม่อำานวยความ สะดวกหรือ ไม่ขจัด อุปสรรค เพื่อให้บุคคล สามารถเข้าถึงและใช้ ประโยชน์ได้จาก บริการขนส่งสาธารณะ ย่อมถือเป็น การจำากัด เสรีภาพ ในการเดิน ทางด้วย การเนรเทศบุคคลผู้ มีสัญชาติไทยออกนอก ราชอาณาจักร หรือ ห้ามมิให้บุคคลผู้มี สัญชาติไทยเข้ามาใน ราชอาณาจักรจะ กระทำา มิได้ ความ พิการ (เกิด จากความ สัมพันธ์ ระหว่างบุคคล กับ สิ่งแวดล้อม) ทำาให้ ไม่ สามารถใช้ เสรีภาพเดินทาง ได้เนื่องจากสภาพ แวดล้อมมีขอ ้ จำากัด เช่น ระบบ ขนส่ง สาธารณะ ระบบขนส่ง มวลชน เป็นต้น บุคคลย่อมมีเสรีภาพ ในการสื่อสารถึงกัน โดยทางที่ชอบด้วย กฎหมาย กรณีที่ เป็นการสื่อสาร สาธารณะต้องอยู่ในรูป แบบที่กลุ่มบุคคลทุก กลุ่มสามารถ เข้าถึงและใช้ประโยชน์ ได้ เดิมมาตรา ๓๗ และ ๓๙ มองเพียง เสรีภาพในการ ติดต่อแลกเปลี่ยน ข้อมูลข่าว สาร การพิมพ์ โฆษณา การ เซ็นเซ่อร์ข่าว การปิด หนังสือพิมพ์ เป็นต้น แต่แนวคิด
  • 31 รักษาความมั่นคงของ รัฐ หรือเพื่อรักษา ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของ ประชาชน เพิ่ม ข้อ ความท้า ย วรรค ๑ –กรณีที่ เป็นการสื่อสาร สาธารณะต้องอยู่ใน รูปแบบที่กลุ่มบุคคล ทุกกลุ่มสามารถเข้าถึง และใช้ประโยชน์ได้ ๓๙ บุคคลย่อมมี เสรีภาพในการแสดง ความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการ สื่อความหมายโดยวิธี อื่น การจำากัดเสรีภาพ ตามวรรคหนึ่งจะ กระทำามิได้ เว้นแต่ โดยอาศัยอำานาจตาม บทบัญญัติแห่ง กฎหมายเฉพาะเพื่อ รักษาความมั่นคงของ รัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อ เสียง สิทธิใน ครอบครัว ....... เพิ่ม ข้อ ความท้า ย วรรค ๑ -กรณีที่ เป็นการสื่อสาร ใหม่ต้องการให้ คุ้มครองบุคคลทุก กลุ่มที่มี ความแตก ต่างในการรับรู้ การเข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร และ ต้องการสื่อหรือรูป แบบการติดต่อ สื่อสารที่แตกต่าง ด้วยการไม่อำานวย ความสะดวก ใน เรื่องนี้ถือเป็นการ จำากัดเสรีภาพใน มาตราทั้ง ๒ นี้ (ลักษณะเดียว กับ มาตรา ๕๘) บุคคลย่อมมีเสรีภาพ เหตุผลเดียวกับ ในการ แสดงความคิด มาตรา ๓๗ เห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมาย โดยวิธีอื่น กรณีที่ เป็นการสื่อสาร สาธารณะต้องอยู่ในรูป แบบที่กลุ่มบุคคล ทุก กลุ่มสามารถเข้าถึงและ ใช้ประโยชน์ได้
  • 32 ๕๒ ๕๓ สาธารณะต้องอยู่ใน รูปแบบที่กลุ่มบุคคล ทุกกลุ่มสามารถเข้าถึง และใช้ประโยชน์ได้ บุคคลย่อมมีสิทธิ เสมอกันในการรับ บริการทาง สาธารณสุขที่ได้ มาตรฐาน และผู้ ยากไร้มีสิทธิได้รับ การรักษาพยาบาล จากสถานบริการ สาธารณสุขของรัฐ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ตามที่กฎหมาย บัญญัติ การบริการทาง สาธารณสุขของรัฐ ต้องเป็นไปอย่างทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ โดยจะต้องส่งเสริมให้ องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นและเอกชนมี ส่วนร่วมด้วยเท่าที่จะ กระทำาได้ การป้องกันและ ขจัดโรคติดต่อ อันตราย รัฐต้องจัดให้ แก่ประชาชนโดยไม่ คิดมูลค่าและทันต่อ เหตุการณ์ ทั้งนี้ ตามที่ กฎหมายบัญญัติ เพิ่ม ข้อ ความ - การ ป้องกันสาเหตุแห่ง ความพิการ รวมทั้ง เด็ก เยาวชน และ บุคคลในครอบครัว มี บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอ กันในการรับบริการ ทางสาธารณสุขที่ได้ มาตรฐาน และผู้ยากไร้ มีสิทธิได้รับการรักษา พยาบาลจากสถาน บริการสาธารณสุขของ รัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ตามที่กฎหมาย บัญญัติ การบริการทาง สาธารณสุขของรัฐต้อง เป็นไปอย่างทั่วถึงและมี ประสิทธิภาพ โดยจะ ต้องส่งเสริมให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น และเอกชนมีส่วนร่วม ด้วยเท่าที่จะกระทำาได้ การป้องกันสาเหตุ แห่งความพิการ รวมทั้ง การป้องกันและขจัด โรคติดต่ออันตราย รัฐ ต้องจัดให้แก่ประชาชน โดยไม่คิดมูลค่าและทัน ต่อเหตุการณ์ ทั้งนี้ ตาม ที่กฎหมายบัญญัติ ในรัฐธรรมนูญ ไม่มีสาระเกี่ยวกับ การป้องกันความ พิการในมาตรา ใดๆ และ "ความพิการ" เด็ก เยาวชน สตรี พิการและบุคคลใน สตรีพิการเป็นคน อีกกลุ่มหนึ่งที่ ในความ หมายใหม่ เป็นความ สัมพันธ์ระหว่างความบกพร่อง ของบุคคลกับสภาพแวดล้อม มิใช่ประเด็นทางสุขภาพ/ ประเด็นทางการแพทย์แต่ เพียงอย่างเดียว
  • 33 ๕๓ และ ๕๔ สิทธิได้รับความ คุ้มครองโดยรัฐจาก การใช้ความรุนแรง และการปฏิบัติอันไม่ เป็นธรรม เด็กและเยาวชนซึ่ง ไม่มีผู้ดูแล มีสิทธิได้ รับการเลี้ยงดูและการ ศึกษาอบรมจากรัฐ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมาย บัญญัติ เพิ่ม คำา ว่า สตรี พิการ และ เด็ก พิการ เพิ่ม ข้อ ความ – จนกว่าจะมีคุณภาพ ชีวิตที่ดีขึ้นและอยู่ได้ อย่างพอเพียง มาตรา ๕๓ เด็ก เยาวชน และบุคคลใน ครอบครัว มีสิทธิได้รับ ความคุ้มครองโดยรัฐ จากการใช้ความ รุนแรงและการปฏิบัติ อันไม่เป็นธรรม เด็กและเยาวชนซึ่ง ไม่มีผู้ดูแล มีสิทธิได้ รับการเลี้ยงดูและการ ศึกษาอบรมจากรัฐ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมาย บัญญัติ มาตรา ๕๔ บุคคลซึ่ง มีอายุเกินหกสิบปีบริ บูรณ์และไม่มีรายได้ เพียงพอแก่การยังชีพ มีสิทธิได้รับความช่วย เหลือจากรัฐ ทั้งนี้ ครอบครัว มีสิทธิได้รับ ความคุ้มครองโดยรัฐ จากการใช้ความรุนแรง และการปฏิบัติอันไม่ เป็นธรรม เด็กและเยาวชนซึ่ง ไม่มีผู้ดูแลและเด็ก พิการที่ยากจน มีสิทธิ ได้รับการเลี้ยงดูและ การศึกษาอบรมจากรัฐ จนกว่าจะมีคุณภาพ ชีวิตที่ดีขึ้นและอยู่ได้ อย่างพอเพียง ทั้งนี้ ตามที่กฎหมาย บัญญัติ มักได้รับการกระ ทำารุนแรงและการ ปฏิบัติอันไม่เป็น ธรรม แนวคิด - เป็นการ คุ้มครองเด็ก เยาวชน และคนสูงอายุ จะต้อง มีความ ชัดเจนมากขึ้น ด้วย วิธี เขียนอย่างไร ก็ได้ หรือแสดง เจตนา รมย์ ให้ชัดเจนว่าจะ ครอบคลุม เด็ก เยาวชน สตรีและคนสูง อายุ ที่เป็นคนพิการ ด้วย มีความพยายาม และความ เข้าใจที่ จะให้เรื่องทุกเรื่อง ของคนพิการ ทุก ช่วงอายุ ทุกเพศ ทุกวัย ทุกประเภท ความพิการและทุก ระดับ ความพิการ ไปอยู่ในมาตรา ๕๕ ทำาให้การ เขียนมาตรา ๕๕ มี ความยากมาก เพราะ ไม่สามารถ เขียนแบบแยก แยะได้ ในขณะ เดียวกันก็ ไม่ สามารถเขียนแบบ รัดกุม ย่นย่อได้ เด็กพิการยังคง มี เด็ก/คนพิการบาง คนไม่สามารถพึ่ง ตนเองได้ จึง จำาเป็นต้องได้รับ ดูแลอย่างต่อเนื่อง
  • 34 ตามที่กฎหมายบัญญัติ ๕๘ ๘๖ สิทธิต่างๆ เท่าที่ เด็กทั่วไป ได้รับ คนชราพิการก็เช่น เสนอแนวคิด ให้ ปรับ ข้อ ความ เดียวกัน ย่อมมี สิทธิเท่าที่ คนชรา ทั่วไปจะได้รับ หาก มีสิทธิใดที่ สมควรคุ้มครอง ไว้ด้วยเหตุความ พิการจึงนำาไป กำาหนดในมาตรา ๕๕ บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับ บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับ เพื่อให้มั่นใจว่า ทราบข้อมูลหรือ ทราบข้อมูลหรือ หน่วยงานที่รับผิด ข่าวสารสาธารณะใน ข่าวสารสาธารณะใน ชอบในการเผย ครอบครองของหน่วย ครอบครองของหน่วย แพร่ ให้ข้อมูล ราชการ หน่วยงาน ราชการ หน่วยงานของ ข่าวสารจะคำานึง ของรัฐ รัฐวิสาหกิจ รัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือ ถึงบุคคลที่มีความ หรือราชการส่วนท้อง ราชการส่วนท้องถิ่น แตกต่าง ในการ ถิ่น เว้นแต่การเปิด เว้นแต่การเปิดเผย เข้าถึงและรับรู้ เผยข้อมูลนั้นจะ ข้อมูลนั้นจะกระทบต่อ ข้อมูลข่าวสาร กระทบต่อความมั่นคง ความมั่นคงของรัฐ เช่น คนตาบอด ของรัฐ ความปลอดภัย ความปลอดภัยของ คนหูหนวก คน ของประชาชน หรือ ประชาชน หรือส่วนได้ ชรา คนที่มีปัญหา ส่วนได้เสียอันพึงได้ เสียอันพึงได้รับความ ในการอ่านหนังสือ รับความคุ้มครอง คุ้มครอง ที่เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ ของบุคคลอื่น ทั้งนี้ ของบุคคลอื่น ในรูป เป็นต้น ตามที่กฎหมายบัญญัติ แบบที่คนพิการและผู้ เพิ่ม ข้อ ความ – ใน ด้อยโอกาสสามารถเข้า รูปแบบที่คนพิการและ ถึงและใช้ประได้ ทั้งนี้ ผู้ดอยโอกาสสามารถ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ้ เข้าถึงและใช้ ประโยชน์ได้ รัฐต้องส่งเสริมให้ รัฐต้องส่งเสริมให้ รัฐลงทุนในการ ประชากรวัยทำางานมี ประชากรวัยทำางานมี ฟื้นฟูสมรรถภาพ งานทำา คุ้มครอง งานทำา คุ้มครอง คนพิการด้าน แรงงานโดยเฉพาะ แรงงานโดยเฉพาะ อาชีพ มาก แต่
  • 35 แรงงานเด็กและ แรงงานหญิง จัดระบบ แรงงานสัมพันธ์ การ ประกันสังคม รวมทั้ง ค่าตอบแทนแรงงาน ให้เป็นธรรม เพิ่ม ข้อ ความ –รวม ทั้งการสร้าง หลัก ประกันการมีงาน ทำาให้คน พิการและผู้ ด้อยโอกาส ๑๙๐ การพิจารณาร่าง พระราชบัญ ญัติที่ ประธานสภาผู้แทน ราษฎรวินิจฉัยว่ามี สาระสำาคัญเกี่ยวกับ เด็ก สตรี และคนชรา หรือผู้พิการหรือ ทุพพลภาพ หากสภาผู้ แทน ราษฎรมิได้ พิจารณาโดยกรรมาธิ การเต็มสภา ให้สภาผู้ แทน ราษฎรตั้งคณะ กรรมาธิการวิสา มัญ ขึ้นประกอบด้วยผู้ แทนองค์ การเอกชน เกี่ยวกับบุคคลประ เภทนั้นมีจำานวนไม่ น้อยกว่าหนึ่งในสาม ของจำานวน กรรมาธิการ... ปรับ ข้อ ความ – หรือผู้พิการหรือ ทุพพลภาพ เป็น คน พิการ ปรับ ข้อ ความ – หนึ่งใน สาม เป็น กึ่งหนึ่ง แรงงานเด็กและ แรงงานหญิง จัดระบบ แรงงานสัมพันธ์ การ ประกันสังคม รวมทั้งค่า ตอบแทนแรงงานให้ เป็นธรรม รวมทั้งการ สร้าง s ลักประกันการมี งานทำาให้คน พิการ และผู้ด้อยโอกาส ไม่มีความชัดเจน ในการส่งเสริมการ จ้างงาน และ/หรือ การมีงานทำา จึง เกิดความสูญเปล่า ในส่วนคนพิการที่ ได้รับการจ้างงาน มักไม่ได้รับความ เป็นธรรมเรื่องค่า จ้าง และสวัสดิการ การพิจารณาร่างพระ ราชบัญญัติที่ประธาน สภาผู้แทนราษฎร วินิจฉัยว่ามีสาระสำาคัญ เกี่ยวกับเด็ก สตรี และ คนชรา หรือคนพิการ หากสภาผู้แทนราษฎร มิได้พิจารณาโดย กรรมาธิการเต็มสภา ให้สภาผู้แทนราษฎรตั้ง คณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นประกอบ ด้วยผู้แทนองค์การ เอกชนเกี่ยวกับบุคคล ประเภทนั้นมีจำานวนไม่ น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ จำานวนกรรมาธิการ ทั้งหมด องค์ประกอบของ คณะ กรรมาธิการ วิสามัญควรมีผู้ แทนองค์การ เอกชนเกี่ยวกับ บุคคลแต่ละ ประเภทไม่น้อย กว่ากึ่งหนึ่งของ จำานวน กรรมาธิการ ทั้งหมด
  • 36 ตารางเปรีย บเทีย บบทบัญ ญัต ิท ี่เ กี่ย วข้อ งกับ คน พิก ารโดยตรงของรัฐ ธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐/๒๕๕๐ มาตราเดิม / มาตราใหม่ บทบัญ ญัต ิร ัฐ ธรรมนูญ พ .ศ . ๒๕๔๐ ๓๐ วรรค๓ / ๓๐ วรรค๓ วรรค ๓ - การเลือก ปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อ บุคคลเพราะเหตุแห่งความ แตกต่างในเรื่องถิ่นกำาเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะ ทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การ ศึกษาอบรม หรือความคิด เห็นทางการเมืองอัน ไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่ง รัฐธรรมนูญ จะกระทำามิได้ มาตรา ๔๓/ มาตรา ๔๙ บทบัญ ญัต ิร ัฐ ธรรมนูญ พ .ศ . ๒๕๕๐ วรรค๓ - การเลือกปฏิบัติ โดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล เพราะเหตุแห่งความ แตกต่างในเรื่องถิ่นกำาเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิก าร สภาพทาง กายหรือ สุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือ สังคม ความเชื่อทาง ศาสนา การศึกษาอบรม หรือ ความคิดเห็นทางการเมือง อันไม่ขัดต่อบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญ จะกระทำามิได้ มาตรา ๔๙ บุคคลย่อมมี มาตรา ๔๓ บุคคลย่อมมี สิทธิเสมอกันในการรับการ สิทธิเสมอกันในการรับ การศึกษาไม่น้อยกว่า ศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อย กว่าสิบสองปีที่รัฐจะต้องจัด สิบสองปีที่รัฐจะต้องจัดให้ อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ ให้อย่างทั่วถึงและมี คุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายผู้ จ่ายการจัดการศึกษาอบรม ยากไร้ผ ู้พ ิก ารหรือ ของรัฐต้องคำานึงถึงการมี ทุพพลภาพ หรือผูอยู่ใน ้ ส่วนร่วมขององค์กร สภาวะยากลำาบาก ต้องได้
  • 37 ปกครองส่วนท้องถิ่นและ เอกชน ทั้งนี้ ตามที่ กฎหมายบัญญัติการจัดการ ศึกษาอบรมขององค์กร วิชาชีพและเอกชนภายใต้ การกำากับดูแลของรัฐ ย่อม ได้รับความคุ้มครอง ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ มาตรา๕๕/ มาตรา๕๔ มาตรา๘๐ / มาตรา๘๐ (๑) รับสิทธิตามวรรคหนึ่ง และการสนับสนุนจากรัฐ เพื่อให้ได้รับการศึกษา โดยทัดเทียมกับบุคคลอื่น การจัดการศึกษาอบรม ขององค์กรวิชาชีพหรือ เอกชน การศึกษา ทางเลือกของประชาชน การเรียนรู้ด้วยตนเอง และ การเรียนรู้ตลอดชีวิต ย่อม ได้รับความคุ้มครองและ ส่งเสริมที่เหมาะสมจากรัฐ มา มาตรา ๕๕ บุคคลซึ่ง มาตรา ๕๔ บุคคลซึ่ง พิการหรือทุพพลภาพ มี พิก ารหรือทุพพลภาพ มี สิทธิได้รับสิ่งอำานวยความ สิทธิเข้าถึงและใช้ สะดวกอันเป็นสาธารณะ ประโยชน์จากสวัสดิการ และความช่วยเหลืออื่นจาก สิ่งอำานวยความสะดวกอัน รัฐ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมาย เป็นสาธารณะ และความ บัญญัติ ช่วยเหลือที่เหมาะสมจาก รัฐบุคคลวิกลจริตย่อมได้ รับความช่วยเหลือที่เหมาะ สมจากรัฐ มาตรา ๘๐ รัฐต้อง มาตรา ๘๐ รัฐต้อง คุ้มครองและพัฒนาเด็กและ ดำาเนินการตามแนว เยาวชน ส่งเสริม ความ นโยบายด้านสังคม การ เสมอภาคของหญิงและชาย ศึกษา และวัฒนธรรมดัง เสริมสร้างและพัฒนาความ ต่อไปนี้ เป็นปึกแผ่นของครอบครัว (๑) คุ้มครองและพัฒนา และความเข้มแข็งของ เด็กและเยาวชน ส่งเสริม ชุมชน ความเสมอภาคของหญิง รัฐต้องสงเคราะห์คนชรา ผู้ และชายเสริมสร้างและ พัฒนาความเป็นปึกแผ่น ยากไร้ ผู้พิการหรือ ของสถาบันครอบครัว ทุพพลภาพ และผู้ด้อย โอกาส ให้มีคุณภาพชีวิตที่ รวมทั้งต้องสงเคราะห์และ จัดสวัสดิการให้แก่คนชรา ผู้ยากไร้
  • 38 ดีและพึ่งตนเองได้ X/ มาตรา๑๑๔วร รค๒ ผู้พ ิก ารหรือทุพพลภาพ และผู้อยู่ในสภาวะยาก ลำาบากให้มีคุณภาพชีวิตที่ ดีขึ้นและพึ่งพาตนเองได้ ม า ต ร า ๑ ๑ ๔ ใ ห้ ค ณ ะ กรรมการสรรหาสมาชิ ก วุฒิสภาดำาเนินการสรรหา บุ ค คลที่ มี ค วามเหมาะสม จากผู้ ไ ด้ รั บ การเสนอชื่ อ จากองค์ ก รต่ า งๆในภาค วิ ช า ก า ร ภ า ค รั ฐ ภ า ค เอกชน ภาควิ ชาชี พ และ ภาคอื่นที่เป็นประโยชน์ใน การปฏิบัติการตามอำา นาจ ห น้ า ที่ ข อ ง วุ ฒิ ส ภ า เ ป็ น ส ม า ชิ ก วุ ฒิ ส ภ า เ ท่ า จำา น ว น ที่ จ ะ พึ ง มี ต า ม ที่ กำา หนดในมาตรา ๑๑๑ วรรคหนึ่ง ในการสรรหาบุคคล ตามวรรคหนึ่ง ให้คำานึง ถึงความรู้ ความ เชี่ยวชาญหรือ ประสบการณ์ที่จะเป็น ประโยชน์ในการปฏิบัติ งานของวุฒิสภาเป็น สำาคัญและให้คำานึงถึงองค์ ประกอบจากบุคคลที่มี ความรู้ความสามารถใน ด้านต่าง ๆที่แตกต่างกัน โอกาสและความเท่าเทียม กันทางเพศ สัดส่วนของ บุคคลในแต่ละภาคตาม วรรคหนึ่งที่ใกล้เคียงกัน รวมทั้งการให้โอกาสกับผู้ ด้อยโอกาสทางสังคมด้วย
  • 39 มาตรา๑๙๐/ มาตรา๑๕๒ มาตรา ๑๙๐ การ พิจารณาร่างพระราช บัญญัติที่ประธานสภาผู้ แทนราษฎรวินิจฉัยว่ามีสา ระสำาคตัญเกี่ยวกับเด็ก สตรี และคนชรา หรือผู้พิการ หรือทุพพลภาพ หากสภาผู้ แทนราษฎรมิได้พิจารณา โดยกรรมาธิการเต็มสภา ให้สภาผู้แทนราษฎรตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญ ขึ้นประกอบด้วยผู้แทน องค์การเอกชนเกี่ยวกับ บุคคลประเภทนั้นมีจำานวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของ จำานวนกรรมาธิการทั้งหมด มาตรา ๑๕๒ การ พิจารณาร่างพระราช บัญญัติที่ประธานสภาผู้ แทนราษฎรวินิจฉัยว่ามี สาระสำาคัญเกี่ยวกับเด็ก เยาวชน สตรี ผูสูงอายุ ้ หรือผู้พิการหรือ ทุพพลภาพ หากสภาผู้ แทนราษฎรมิได้พิจารณา โดยกรรมาธิการเต็มสภา ให้สภา ผู้แทนราษฎรตั้งคณะ กรรมาธิการวิสามัญขึ้น ประกอบด้วยผู้แทน องค์การเอกชนเกี่ยวกับ บุคคลประเภทนั้นมีจำานวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม ของจำานวนกรรมาธิการ ทั้งหมด ทั้งนี้ โดยมี สัดส่วนหญิงและชายที่ ใกล้เคียงกัน