• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
Book inter germany
 

Book inter germany

on

  • 307 views

 

Statistics

Views

Total Views
307
Views on SlideShare
307
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
1
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    Book inter germany Book inter germany Document Transcript

    • รัฐธรรมนูญสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน แปลจาก The Basic Law of the Federal Republic of Germany (revised edition : 31 December 1961) by German Information Center 410 Park Avenue, New York 22, New York
    • สารบาญ หน้า คาปรารภ ๑๙ หมวด ๑ สิทธิมูลฐาน ๒๐ หมวด ๒ สหพันธรัฐและมลรัฐ ๒๓ หมวด ๓ สภาบุนเดสตัก ๒๖ หมวด ๔ สภาบุนเดสรัต ๒๘ หมวด ๕ ประธานาธิบดีสหพันธ์ ๒๙ หมวด ๖ รัฐบาลสหพันธ์ ๓๑ หมวด ๗ อานาจนิติบัญญัติของสหพันธ์ ๓๒ หมวด ๘ การรักษากฎหมายสหพันธ์และการบริหารสหพันธ์ ๓๖ หมวด ๙ การบริหารงานตุลาการ ๓๙ หมวด ๑๐ การคลัง ๔๒ หมวด ๑๑ บทเฉพาะกาลและบทสุดท้าย ๔๕
    • รัฐธรรมนูญสหพันธ์สาธาณรัฐเยอรมัน คาปรารภ ชนชาวเยอรมันในมลรัฐบาเดน บาวาเรีย เบรเมน ฮัมบวก โลเวอร์ – แซกโซนี นอร์ธไรน์ – เวสต์ฟาเลีย ไรน์ลันด์ – พาลาตินาเต ชเลสวิก – โฮลสไตน์ วูร์ตเตมแบรก์ – บาเดน และวูร์ตเตมแบร์ก – โฮ – เฮ็นซอลเลิน ด้วยความสานึกในความรับผิดชอบของตนต่อพระเจ้าและมนุษยชน ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพิทักษ์เอกภาพแห่งชาติ และเอกภาพทางการเมือง และเพื่อส่งเสริมสันติภาพของโลกใน ฐานะเป็นสมาชิกที่มีความเสมอภาคกับรัฐอื่นในยุโรปที่รวมกัน ด้วยความมุ่งมาดปรารถนาที่จะให้แนวทางใหม่แก่ชีวิตการเมืองภายในระยะเวลาชั่วคราว โดยอาศัยอานาจของ อานาจร่างรัฐธรรมนูญ จึงได้ประกาศใช้กฎหมายหลักของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันฉบับนี้ ชนชาวเยอรมันได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ในนามของชนชาวเยอรมันผู้ที่ไม่สามารถร่วมร่างรัฐธรรมนูญได้ ชนชาวเยอรมันทั้งมวลร่วมแรงร่วมใจเพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งเอกภาพและเสรีภาพของเยอรมัน โดยการตัดสินใจของ ตนเองอย่างเสรี
    • หมวด ๑ สิทธิมลฐาน ู มาตรา ๑ ๑) เกียรติภูมิของมนุษย์จะละเมิดมิได้ เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทั้งมวลของรัฐที่จะต้องเคารพ และปกป้องเกียรติของมนุษย์ ๒) ชนชาวเยอรมันยอมรับว่า สิทธิมนุษยชนที่จะละเมิดไม่ได้และที่จะโอนไม่ได้นั้น เป็นพื้นฐาน ของทุกประชาคมของสันติภาพและของความยุติธรรมในโลก ๓) ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการพึงเคารพสิทธิมูลฐานทั้งมวลดังต่อไปนี้ เสมือน หนึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับได้ มาตรา ๒ ๑) บุคคลมีสิทธิที่จะพัฒนาบุคลิกภาพของตนเองได้โดยเสรี ตราบใดที่ไม่เป็นการละเมิดสิทธิของ บุคคลอื่นหรือละเมิดระบอบรัฐธรรมนูญ หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ๒) บุคคลมีสิ ทธิในชีวิตและสิ ทธิ ในร่างกายของตนที่จะละเมิดมิได้ เสรีภาพของบุคคลจะถูก ละเมิดมิได้ การกาจัดสิทธิดังกล่าวจะกระทาได้ก็แต่โดยอาศัยอานาจแห่งกฎหมาย มาตรา ๓ ๑) บุคคลย่อมเสมอภาคกันในกฎหมาย ๒) ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน ๓) บุค คลจะถูก รอนสิท ธิ หรือ มีอ ภิสิท ธิ์ โ ดยเหตุข องเพศ บิด ามารดา เชื้อ ชาติ ภาษา บ้านเกิดเมืองนอน และแหล่งกาเนิด ศาสนา หรือความเห็นในเรื่องศาสนาหรือความเห็นทางการเมืองไม่ได้ มาตรา ๔ ๑) เสรีภาพในการนับถือศาสนาและมโนธรรม และเสรีภาพในการนับถือนิกายศาสนา หรือหลัก ปรัชญาจะถูกละเมิดมิได้ ๒) การประกอบพิธีกรรมทางศาสนาโดยไม่ถูกรบกวนย่อมได้รับความคุ้มครอง ๓) จะมีการบังคับให้บุคคลเป็นทหารกองกาลังรบที่ขัดต่อมโนธรรมของเขาไม่ได้ รายละเอียดใน เรื่องนี้ให้บัญญัติไว้ในกฎหมายของสหพันธรัฐ มาตรา ๕ ๑) บุคคลมีสิทธิที่จะแสดงออกและโฆษณาโดยเสรี ซึ่งความเห็นของตนโดยการพูด การเขียน และรูปภาพ และมีสิทธิโดยเสรีที่จะแสวงหาข่าวสารให้แก่ตนเองจากแหล่งข่าวสาธารณะ เสรีภาพในการพิมพ์ และเสรีภาพใน การรายงานข่าวโดยวิทยุกระจายเสียง และโดยสิทธิในเกียรติยศส่วนตัวจะละเมิดมิได้ ๒) สิทธิดังกล่าวย่อมถูกจากัดโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมายทั่วไป โดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เพื่อคุ้มครองเยาวชน และโดยสิทธิในเกียรติยศส่วนตัวจะละเมิดมิได้ ๓) ศิลปะและวิทยาศาสตร์ การวิจัยและการสอนมีความเป็นอิสระ เสรีภาพในการสอนไม่ทาให้ บุคคลพ้นจากการเคารพรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖ ๑) การแต่งงานและครอบครัวได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษจากรัฐ ๒) การอบรมและเลี้ยงดูบุตรเป็นสิทธิตามธรรมชาติของบิดามารดา และเป็นภาระหน้าที่ของ บิดามารดา รัฐพึงให้ความสนใจแก่การปฏิบัติภาระหน้าที่นี้ ๓) การแยกเด็กออกจากครอบครัวโดยปราศจากการยินยอมของบุ คคลผู้มีสิทธิเลี้ยงดูเด็กจะ กระทาได้ก็โดยอาศัยอานาจแห่งกฎหมาย และในกรณีที่ มีสิทธิไม่ปฏิบัติภาระหน้าที่ของตนหรือในกรณีที่เด็กอาจถูกทอดทิ้ง หากรัฐไม่แยกเด็กออกจากครอบครัว
    • - ๒๑ - ๔) มารดาทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองและความดูแลจากประชาคม ๕) บุตรนอกกฎหมายพึงได้รับความคุ้มครองโดยกฎหมายเพื่อที่จะให้มีโอกาศเท่าเทียมกับบุตร ชอบด้วยกฎหมายในการพัฒนาร่างกายและจิตใจ และในการมีฐานะทางสังคม มาตรา ๗ ๑) ระบบการศึกษาทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ ๒) บุคคลผู้มีหน้าที่เลี้ยงดูเด็กมีสิทธิที่จะตัดสินใจว่าเด็กควรจะรับการอบรมทางศาสนาหรือไม่ ๓) การอบรมทางศาสนาเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรปกติในโรงเรียนรัฐบาลและโรงเรียนเทศบาล ยกเว้นโรงเรียนที่ไม่ใช่โรงเรียนศาสนา โดยที่ไม่เป็นการโอนสิทธิของรัฐในการควบคุมให้การอบรมทางศาสนาดาเนินไปตามความ ประสงค์ของประชาคมทางศาสนา การให้ครูคนใดคนหนึ่งฝึกอบรมทางศาสนาโดยไม่สมัครใจจะกระทาไม่ได้ ๔) สิ ทธิที่จะตั้งโรงเรียนราษฎร์ได้ รับการคุ้มครอง โรงเรียนราษฎร์ในฐานะที่เป็นสถาบันให้ การศึกษาแทนโรงเรียนรัฐบาลและโรงเรียนเทศบาล จะต้องได้รับอนุญาตจากรัฐ และจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายของมลรัฐ การ ไม่อนุ ญาตให้จัดตั้งจะกระทาไม่ได้ หากโรงเรียนราษฎร์ไม่ต่ากว่าโรงเรียนรัฐบาลหรื อโรงเรียนเทศบาลในจุดมุ่ งหมายของ การศึกษา สิ่งอานวยความสะดวก และคุณวุฒิของครู และไม่มีการส่งเสริมการแยกนักเรียนตามฐานะของบิดามารดา การไม่ อนุญาตให้กระทาได้เมื่อฐานะทางเศรษฐกิจและกฎหมายของครูไม่ได้รับการค้าประกันเพียงพอ ๕) การอนุ ญาตให้ จั ดตั้ งโรงเรี ยนราษฏร์ ชั้นประถมจะกระทาได้ก็ แต่ ก รณีที่ จัดตั้งเจ้ าหน้าที่ ศึกษาธิการเห็นว่า การอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนดังกล่าวเป็นประโยชน์พิเศษต่อการศึกษา หรือตามคาร้องขอของผู้ที่มีหน้าที่ เลี้ยงดูเด็ก ขอให้ตั้งโรงเรียนดังกล่าวขึ้นเป็นโรงเรียนหลายนิกาย หรือนิกายเดียว หรือสอนศาสนาและไม่มีโรงเรียนรัฐบาลหรือ โรงเรียนเทศบาลประเภทนี้ตั้งอยู่ในประชาคมนั้น ๖) ให้ยุบโรงเรียนเตรียมอุดม มาตรา ๘ ๑) ชนชาวเยอรมันมีสิทธิในการชุมนุมกันโดยสงบ และปราศจากอาวุธโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า หรือได้รับอนุญาต ๒) การกาจัดสิทธิดังกล่าวจะกระทาได้ก็แต่โดยอาศัยอานาจแห่งกฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวกับการ ชุมนุม มาตรา ๙ ๑) ชนชาวเยอรมันมีสิทธิที่จะรวมกันเป็นสมาคมและสโมสร ๒) ห้ ามมิให้ ตั้ งสมาคมที่มีวั ตถุ ประสงค์ หรือกิจกรรมที่ ขัดต่อกฎหมายอาญา หรื อที่ มุ่งเป็ น ปฏิปักษ์ต่อระบอบรัฐธรรมนูญ หรือหลักการแห่งความเข้าใจระหว่างประเทศ ๓) สิทธิของบุคคลที่จะรวมกันจัดตั้งสมาคมเพื่อพิทักษ์ และปรับปรุงสภาพการทางาน และ สภาวเศรษฐกิจย่อมได้รับการคุ้มครองข้อตกลงที่จากัดหรือขัดขวางสิทธินี้ย่อมเป็นโมฆะใช้บังคับไม่ได้ มาตรการใด ๆ เพื่อให้มี ข้อตกลงดังกล่าว ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย มาตรา ๑๐ ความลับของจดหมาย และความลับของไปรษณีย์ และโทรคมนาคมเป็นสิ่งที่จะละเมิดมิได้ การ จากัดจะกระทาได้ก็แต่โดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย มาตรา ๑๑ ๑) ชนชาวเยอรมันมีเสรีภาพที่จะมีภูมิลาเนาภายในอาณาเขตของสหพันธรัฐ ๒) การจากัดสิทธิดังกล่าวจะกระทาได้ก็แต่โดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย และเฉพาะกรณีที่มีการ ขาดแคลนสิ่งจาเป็นเพื่อมีชีวิตอยู่ได้ และด้วยเหตุดังกล่าวจะเป็นภาระหนักแก่ประชาคม หรือการจากัดมีความจาเป็นเพื่อ คุ้มครองเยาวชนให้พ้นจากการทอดทิ้ง เพื่อปราบปรามโรคระบาดหรือเพื่อป้องกันอาชญากรรม มาตรา ๑๒ ๑) ชนชาวเยอรมัน มีสิท ธิโ ดยเสรีที่จ ะเลือ กอาชีพ หรือ วิช าชีพ ที่ทางาน และที่รับ ก าร ฝึกอบรม การควบคุมวิชาชีพให้กระทาได้โดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
    • - ๒๒ - ๒) บุค คลจะไม่ถูกบัง คับ ให้ทางานอย่า งใดอย่า งหนึ่ง เว้น แต่ภ ายในขอบเขตของบริก าร สาธารณะที่เป็นการบังคับตามประเพณีที่ใช้สาหรับทุกคนโดยทั่วไปและโดยเสมอภาค บุคคลที่ไม่อาจปฏิบัติการรบที่ ใช้อ าวุธ ต้องทาหน้า ที่บ ริก ารอื่น แทน การทาหน้าที่อื่นแทนนี้จะมีระยะเวลายาวกว่าระยะที่ต้อ งเป็นทหารไม่ได้ ให้ กาหนดรายละเอีย ดไว้ในกฎหมายซึ่งจะต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิในมโนธรรม และจะต้องมีบทบัญญัติที่ให้โ อกาส ปฏิบัติภายในหน่วยอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยใดของกองทัพได้ด้วย ๓) สตรีไ ม่ต้อ งรับ ราชการทหารตามกฎหมายไม่ว่า จะเป็น หน่ว ยทหารใด ไม่ว่า จะโดย เหตุผลใดก็ตามจะให้สตรีทางานในหน่วยงานใดที่ต้องใช้อาวุธไม่ได้ ๔) การเกณฑ์แรงงานจะกระทาได้ก็แต่ในกรณีที่บุคคลถูกลิดรอนเสรีภาพโดยคาพิพากษาของศาล มาตรา ๑๓ ๑) เคหสถานจะถูกละเมิดมิได้ ๒) การค้น เคหสถานจะกระทาได้ก็แ ต่โ ดยคาสั่ง ของผู้พิพากษา หรือหากมีก ารล่า ช้า ใน การค้นอาจจะเกิดอันตรายขึ้นได้ จะกระทาได้ก็แต่โดยองค์กรอื่นที่กาหนดไว้ในกฎหมายและการค้นจะต้องกระทาใน ลักษณะที่กฎหมายบัญญัติไว้เท่านั้น ๓) นอกจากนี ้ การละเมิด มิไ ด้อ าจถูก เลิก หรือ ถูก จากัด เฉพาะเพื่อ หลีก เลี ่ย งภัย พิบัติ สาธารณะ หรือภัยที่เป็น อัน ตรายต่อชีวิตของบุคคล หรือโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมายเพื่อป้องกันภยันอันตรายอันมี มาเป็นการฉุกเฉินต่อความมั่นคงสาธารณะ และความสงบเรียบร้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อบรรเทาการขาดแคลนที่ อยู่อาศัย เพื่อการปราบปรามโรคติดต่อหรือ คุ้มครองเยาวชนที่ตกอยู่ในภยันอันตราย มาตรา ๑๔ ๑) สิท ธิใ นทรัพ ย์ส ิน และสิท ธิใ นการรับ มรดก ย่อ มได้ร ับ ความคุ ้ม ครอง สภาพและ ขอบเขตของสิทธิให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ๒) การมีทรัพย์สินย่อมมีหน้าที่ด้วย การใช้ทรัพย์สินควรจะกระทาในลักษณะเพื่อส่วนรวม ๓) การเวนคืน จะกระทาได้ก็แต่เพื่อส่ว นรวม การเวนคืนจะกระทาได้ก็แต่โ ดยกฎหมาย ใช้อานาจกระทาได้ หรืออาศัยอานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ซึ่งบัญญัติถึงลักษณะ และขอบเขตค่าชดเชยด้ว ย การกาหนดค่าชดเชยนั้น ให้คานึงถึงผลประโยชน์ส าธารณะ และผลประโยชน์ของผู้เสียหาย ในกรณีที่ไม่อาจตกลง กันในเรื่องค่าชดเชยให้ฟ้องร้องต่อศาลยุติธรรมได้ มาตรา ๑๕ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของสังคม การโอนที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และปัจจัยในการผลิต ของเอกชนมาเป็น ของรัฐ หรือ ในลัก ษณะอื่น ที่เ ป็น เศรษฐกิจ ที่รัฐ ควบคุม จะกระทาได้ก็แ ต่โ ดยบทบัญ ญัติแ ห่ง กฎหมายที่บัญญัติถึงประเภท และขอบเขตของค่าทาขวัญไว้ สาหรับค่าทาขวัญนั้นให้นาบทบัญญัติมาตรา ๑๔ วรรค ๓ ประโยคที่ ๓ และ ๔ มาใช้โดยอนุโลม มาตรา ๑๖ ๑) บุค คลจะถูก ถอดถอนสัญ ชาติเ ยอรมัน ไม่ไ ด้ การสูญ เสีย สัญ ชาติต้อ งเป็น ไปตาม บทบัญญัติแห่งกฎหมาย และหากผู้ที่ถูกกระทบกระเทือนไม่ยินยอมแล้ว จะกระทาได้ ก็แต่ในกรณีที่บุคคลนั้นจะไม่ เป็นคนไร้สัญชาติเท่านั้น ๒) การเนรเทศผู้มีสัญ ชาติเ ยอรมันจะทาไม่ไ ด้ บุคคลผู้ต้อ งโทษโดยเหตุท างการเมือ งมี สิทธิลี้ภัย มาตรา ๑๗ บุค คลคนเดีย วหรือ หลายคนรวมกัน มีสิท ธิเ สนอคาร้อ งเรีย นเป็น ลายลัก ษณ์อัก ษร หรือ เรื่องราวร้องทุกข์ต่อพนักงานเจ้ าหน้าที่และต่อสภาผู้แทน มาตรา ๑๗ ก. ๑) กฎหมายว่า ด้ว ยการรับ ราชการทหารและการรับ ราชการอื่น แทนราชการทหาร เฉพาะบทบัญญัติที่ใช้บัง คับ แก่ผู้รับ ราชการทหารและผู้รับราชการอื่น แทนราชการทหาร ในระหว่า งที่รับ ราชการ ทหารหรือ รับ ราชการอื ่น แทนราชการทหารอาจบัญ ญัต ิจ ากัด สิท ธิม ู ล ฐานในการแสดงออกหรือ การโฆษณา ความเห็นโดยการพูด การเขีย น และรูป ภาพ ( มาตรา ๕ วรรค (๑) ครึ่งประโยคที่ห นึ่ง ) สิทธิมูล ฐานในการชุมนุม
    • - ๒๓ - ( มาตรา ๘ ) และสิทธิในการยื่น เรื่อ งราวร้องทุก ข์ ( มาตรา ๑๗ ) เฉพาะส่ว นที่อ นุญ าตให้ยื่น คาร้อ งขอหรือ เสนอ เรื่องราวร้องทุกข์ร่วมกับ บุคคลอื่นเท่านั้น ๒) กฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันประเทศรวมทั้งการคุ้มครองประชาชนพลเรือน อาจมีบัญญัติ กาจัดสิทธิมูลฐานในการมีภูมิลาเนา ( มาตรา ๑๑ ) และการละเมิดมิได้ของเคหสถาน ( มาตรา ๑๓ ) ได้ มาตรา ๑๘ บุคคลผู้ที่ใช้อย่างเกินขอบเขตซึ่งเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับเสรีภาพใน การพิมพ์ ( มาตรา ๕ วรรค ๒ ) เสรีภาพในการสอน ( มาตรา ๕ วรรค ๓ ) เสรีภาพในการชุมชุม ( มาตรา ๘ ) เสรีภาพในการ รวมกันเป็นสมาคม ( มาตรา ๙ ) ความลับของจดหมายไปรษณีย์ และโทรเลข ( มาตรา ๑๐ ) สิทธิทรัพย์สิน ( มาตรา ๑๔ ) หรือ สิทธิในการลี้ภัย ( มาตรา ๑๖ วรรค ๒ ) เพื่อที่จะโจมตีระบอบประชาธิปไตยเสรีแล้วจะต้องถูกรอนสิทธิเสรีภาพทั้งหมด การรอน สิทธิเสรีภาพ และขอบเขตของการรอนให้เป็นไปตามคาพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญสหพันธรัฐ มาตรา ๑๙ ๑) ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ การจากัดสิทธิมูลฐานจะกระทาได้ก็แต่โดยบทบัญญัติของกฎหมาย อาศัยอานาจตามกฎหมายเฉพาะกฎหมายนั้นจะต้องใช้ได้กับทุกคนเป็นการทั่วไป และจะใช้กับกรณีใดกรณีหนึ่งโดยเฉพาะไม่ได้ เพื่อประโยชน์ดังกล่าวกฎหมายจะต้องบัญญัติถึงสิทธิมูลฐานที่ถูกจากัดรวมทั้งมาตราของสิทธิมูลฐานนั้นด้วย ๒) ไม่ว่ากรณีจะเป็นอย่างไรก็ตาม ห้ามจากัดสารสาคัญของสิทธิมูลฐาน ๓) สิทธิมูลฐานย่อมมีผลบังคับถึงบรรดาองค์การที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายมหาชนเยอรมัน เท่าที่ สภาพของสิทธินั้นจะอานวย ๔) หากหน่วยราชการละเมิดสิทธิของบุคคล บุคคลย่อมมีสิทธิที่จะฟ้องร้องต่อศาลยุติธรรมได้ หากศาลอื่นไม่มีอานาจพิจารณาพิพากษาให้เป็นอานาจของศาลธรรมดาที่มีอยู่ตามกฎหมายที่จะพิจารณาพิพากษา หมวด ๒ สหพันธรัฐและมลรัฐ มาตรา ๒๐ ๑) สหพันธสาธารณรัฐเยอรมันเป็นรัฐประชาธิปไตยและสหพันธรัฐสังคม ๒) บรรดาอานาจของรัฐ มาจากปวงชน ปวงชนใช้อานาจดังกล่า วโดยการเลือกตั้ง และ การออกเสีย งเลือ กตั้ง และโดยการมีอ งค์ก รนิติบัญ ญัติ องค์ก รบริห าร และองค์ก รตุล าการ แยกเป็น สัด ส่ว นออก ต่างหากจากกัน ๓) กฎหมายย่อ มอยู่ภ ายใต้ระบอบรัฐ ธรรมนูญ ฝ่า ยบริห ารและฝ่ายตุล าการอยู่ภ ายใต้ กฎหมาย มาตรา ๒๑ ๑) พรรคการเมือ งมีส่ว นในการก่อ ตัว ของเจตนารมณ์ทางการเมือ งของปวงชน การตั้ง พรรคการเมืองย่อมกระทาได้โดยเสรี องค์การของพรรคต้องสอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย พรรคต้องเปิดเผย แหล่งที่มาของเงินของพรรคให้ประชาชนทราบ ๒) ไม่ว่าจะด้ว ยเหตุผ ลทางวัตถุประสงค์ห รือความประพฤติของสมาชิกของพรรคก็ตาม พรรคการเมือ งที ่มุ ่ง ขัด ขวางหรือ ทาลายระบอบประชาธิป ไตยเสรี ห รือ เป็น ภัย ต่อ การด ารงคงอยู ่ข องสหพัน ธ์ สาธารณรัฐเยอรมันเป็นพรรคการเมืองที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญสหพันธ์มีอานาจพิจารณาพิพากษาปัญหา การขัดต่อรัฐธรรมนูญ ๓) รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้บัญญัติไว้ในกฎหมายสหพันธ์ มาตรา ๒๒ ธงชาติของสหพันธรัฐมีสีดา สีแดง สีทอง
    • - ๒๔ - มาตรา ๒๓ ในขณะนี้กฎหมายหลักฉบับนี้ใช้ บังคั บได้แต่เฉพาะในเขตของมลรัฐบาเดน บาวาเรีย เบรเมน มารตเตอร์ เบอร์ลิน ฮัมบวก เฮล โลเวอร์ – แซกโซนี นอร์ธไรน์ – เวสฟาเลีย ไรน์ลันด์ – พาลาตินาเต ชเลสวิก – โฮลสไตน์ วูร์ตเตมแบร์ก – บาเดน และวูร์ตเตมแบร์ก – โฮเฮ็น – ซอลเลิน ในส่วนอื่นของเยอรมัน กฎหมายหลักจะใช้บังคับเมื่อกลายเป็น ส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐ มาตรา ๒๔ ๑) สหพั นธ์ อาจมอบอ านาจอธิ ปไตยให้ แก่ องค์ การระหว่ างประเทศได้ โดยบทบั ญญั ติ แห่ ง กฎหมาย ๒) เพื่อประโยชน์ ในการดารงรักษาไว้ซึ่งสั นติภาพ สหพันธ์อาจเข้าร่วมในระบบความมั่นคง ร่วมกันได้ ในการเข้าร่วมนั้น สหพันธ์ยอมรับข้อจากัดอานาจอธิปไตยของตนเท่าที่จะเป็นผลให้บังเกิด และให้ได้มาซึ่งความ มั่นคงโดยสันติและถาวรในยุโรป และระหว่างนานาชาติของโลก ๓) เพื่อระงับข้ อพิ พาทระหว่ างนานาชาติ สหพันธ์อาจเป็นภาคี แห่ งข้ อตกลงเกี่ ยวกั บ ระบบ อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศที่มีลักษณ์ทั่วไป กว้างขวาง และมีผลผูกพัน มาตรา ๒๕ หลักทั่วไปของกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดี เมืองเป็นส่วนหนึ่ งของกฎหมายของสหพันธ์ กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับสูงกว่ากฎหมายของสหพันธ์และก่อให้เกิดสิทธิและหน้าที่สาหรับพลเมืองในเขตแดนของสหพันธ์ มาตรา ๒๖ ๑) กิจกรรมที่กาลั งดาเนินอยู่ได้ดาเนินแล้วด้วยความตั้งใจที่จะก่อกวนสัมพันธภาพโดยสันติ ระหว่างนานาชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อเตรียมการทาสงครามรุกราน เป็นกิจกรรมที่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ กิจกรรมดังกล่าวพึง มีโทษอาญาตามกฎหมาย ๒) การผลิต การขนส่งหรือการซื้อขายอาวุธที่สร้างขึ้นเพื่อสงครามจะกระทาได้ก็แต่โดยการ อนุญาตของรัฐบาลสหพันธ์ รายละเอียดให้เป็นไปตามกฎหมาย มาตรา ๒๗ เรือเดินสมุทรพาณิชย์ทั้งมวลของเยอรมันเป็นกองเรือเดียวกัน มาตรา ๒๘ ๑) ระบอบรัฐธรรมนูญในมลรัฐพึงสอดคล้องกับหลักสาธารณรัฐ รัฐบาลประชาธิปไตย และสังคม บนรากฐานของการปกครอง โดยกฎหมายตามความหมายของกฎหมายหลักนี้ในทุกมลรัฐ และประชาคมทั้งหลาย ประชาชนมี สิทธิมีสภาผู้แทนที่ได้รับเลือก การเลือกตั้งทั่วไปโดยตรง เสรี เสมอภาค และลับ ในประชาคม สภาประชาคมทาหน้าที่เป็น องค์การที่ได้รับเลือกตั้ง ๒) ประชาคมย่อมได้รับความคุ้มครองในสิทธิที่จะควบคุมกิจการที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ประชาคมท้องถิ่นภายในขอบเขตแห่งกฎหมาย สมาคมของประชาคมมีสิทธิปกครองตนเองตามบทบัญญัติของกฎหมายภายใน ขอบเขตของอานาจอานาจหน้าที่ที่กฎหมายกาหนดไว้เป็นของการรวมกันของประชาคม ๓) สหพั น ธรั ฐพึ งประกั นว่ า ระบอบรั ฐ ธรรมนู ญของมลรั ฐสอดคล้ องกั บสิ ทธิ มู ลฐานและ บทบัญญัติวรรค (๑) และ (๒) ของมาตรานี้ มาตรา ๒๙ ๑) การปรับปรุงดินแดนของสหพันธรัฐจะกระทาได้ก็แต่โดยการคานึงถึงความผูกพันภูมิภาค ความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ความเหมาะสมทางเศรษฐกิจ และโครงร่ างสังคม การปรับปรุ งดินแดนพึง ก่อให้เกิดมลรัฐที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของมลรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อคานึงถึงขนาดของดินแดน และความสามารถ ๒) ภายหลังที่ได้มีการปรับปรุงเขตแดนของมลรัฐหลังจากวันที่ ๘ พฤษภาคม ๑๙๔๕ แล้ว เขตแดนใดที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของมลรัฐอื่นโดยไม่มีการออกเสียงประชาพินิจแล้ว ประชาชนอาจขอให้มีการเปลี่ยนแปลง เส้นเขตแดนได้ภายในเวลา ๑ ปี นับตั้งแต่วันประกาศใช้กฎหมายหลักฉบับนี้ คาเสนอขอดังกล่าวต้องมีจานวนประชาชน ๑ เห็นชอบด้วยไม่ต่ากว่า ๑ / ๑๐ ของจานวนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั้งหมดในการเลือกตั้งสมาชิกสภาลันด์ หากคาเสนอ ๑ สภาลันด์ คือสภามลรัฐ (Landtag)
    • - ๒๕ - ได้รับความเห็นชอบด้วยจานวนคะแนนดังกล่าวแล้ว รัฐบาลสหพันธ์ต้องบัญญัติไว้ในกฎหมายปรับปรุงเขตแดนว่าเขตแดน ใดอยู่ในอาณาเขตของมลรัฐใด ๓) เมื่อได้มีการออกกฎหมายแล้ว จะต้องเสนอบทบัญญัติ ของกฎหมายที่กาหนดให้โอน ดินแดนส่วนใดส่วนหนึ่งของมลรัฐหลังไปให้เป็นดินแดนของอีกมลรัฐหนึ่งให้ประชาชนในดินแดนนั้นออกเสียงประชามติ หากมีคะแนนเสียงสนับสนุนตามที่ ๒ แล้วให้จัดให้มีการออกเสียงประชามติในดินแดนที่เกี่ยวข้องไม่ว่ากรณีจะเป็นอย่างไร ก็ตาม ๔) เมื่ อ กฎหมายไม่ ไ ด้ รั บ การสนั บ สนุ น แม้ แ ต่ เ พี ย งดิ น แดนเดี ย ว ให้ น ากฎหมายนั้ น เข้ า พิจารณาในที่ประชุมสภาบุนเดสตักอีกครั้งหนึ่ง เมื่อสภาบุนเดสตักอนุมัติกฎหมายนั้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว ให้นากฎหมาย ดังกล่าวเสนอให้ประชาชนออกเสียงประชามติทั่วประเทศ ๕) ในการออกเสียงประชามติ ให้ถือเอาคะแนนเสียงส่วนมากของจานวนผู้มาลงคะแนนเสียง เป็นเกณฑ์ ๖) วิธีการให้เป็นไปตามกฎหมายสหพันธ์การปรับปรุงเขตแดนให้ดาเนินการให้เสร็จภายใน ๓ ปี นับ ตั้งแต่ป ระกาศใช้กฎหมายหลักนี้ และหากจาเป็นภายใน ๒ ปี นับตั้งแต่ได้มีการรวมเอาดินแดนส่ว นอื่นของ เยอรมันเข้ารวมกับประเทศเยอรมันที่มีอยู่ในปัจจุบัน ๗) วิธีการเปลี่ยนเขตแดนในลักษณะอื่นของมลรัฐให้เป็นไปตามกฎหมายสหพันธ์ซึ่งสภาบุน เดสตักให้ความเห็นชอบด้วยเสียงข้างมากของสภาบุนเดสตักเห็นชอบด้วย มาตรา ๓๐ การใช้อานาจปกครองและการปฏิบัติหน้าที่ปกครองเป็นของมลรัฐเว้นแต่กฎหมายหลักจะ กาหนดไว้เป็นอย่างอื่นหรืออนุญาตไว้ มาตรา ๓๑ กฎหมายของสหพันธ์สูงกว่ากฎหมายของมลรัฐ มาตรา ๓๒ ๑) การปฏิบัติงานด้านความสัมพันธ์กับรัฐต่างประเทศเป็นอานาจหน้าที่ของสหพันธ์ ๒) ก่อนที่จะลงนามในสัญญาที่กระทบกระเทือนประโยชน์พิเศษของมลรัฐใด ให้ติดต่อขอ ความเห็นของมลรัฐที่เกี่ยวข้องภายในระยะเวลาพอเพียง ๓) เมื่อมลรัฐใดมีอานาจในการออกกฎหมายก็มีอานาจที่จะทาสัญญากับรัฐต่างประเทศได้ ด้วยความยินยอมของรัฐบาลสหพันธ์ มาตรา ๓๓ ๑) ชาวเยอรมันในทุกมลรัฐมีสิทธิและหน้าที่ของพลเมืองเหมือนกันหมด ๒) ชาวเยอรมั น มี ค วามเสมอภาคกั น ในการที่ จ ะได้ รั บ การแต่ ง ตั้ ง ให้ ด ารงต าแหน่ ง ของ บ้านเมืองตามความเหมาะสมทางร่างกายและจิตใจ คุณสมบัติ และความสาเร็จในวิชาชีพ ๓) การมีสิ ทธิ ทางแพ่ง และสิ ทธิ ของพลเมือ ง การอาจได้รั บแต่ง ตั้ง ให้ ดารงตาแหน่ง ของ บ้านเมืองและสิทธิที่ได้มาจากการเป็นข้ารัฐการไม่เป็นผลของการนับถือนิกายศาสนา บุคคลจะเสียสิทธิอันควรมีควรได้โดย เหตุผลที่ได้นับถือ หรือไม่นับถือนิกายศาสนาหรือนิกายทางศาสนาไม่ได้ ๔) การใช้อานาจของรัฐในฐานะเป็นหน้าที่อันถาวรนั้น โดยหลักการทั่วไปแล้วให้เป็นอานาจ หน้าที่ของข้าราชการซึ่งมีสถานภาพความรับผิดชอบและความจงรักภักดีตามที่กาหนดไว้ในกฎหมายมหาชน ๕) มาตรากฎหมายว่าด้วยข้าราชการให้คานึงถึงหลักการประเพณีที่ข้าราชการพลเรือนพึงมี ความมั่นคงในตาแหน่งหน้าที่ มาตรา ๓๔ ในการปฏิบัติหน้าที่ราขการที่ได้รับมอบหมายให้เป็นหน้าที่นั้น หากบุคคลใดละเมิดพันธะทาง ราชการต่อบุคคลที่สามโดยหลักการให้รัฐหรือหน่วยราชการที่ข้าราชการผู้นั้นสังกั ดเป็นผู้รับผิดชอบในกรณีที่มีข้าราชการ
    • - ๒๖ - ปฏิบัติหน้าที่ด้วยเจตนาที่จะละเมิด หรือด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ผู้ที่ละเมิดจะฟ้องร้องหน่วยราชการที่ ข้าราชการผู้ละเมิดสังกัดอยู่ไม่ได้ ในส่วนที่เกี่ยวกับการร้องขอค่าชดเชยหรือสิทธิที่จะฟ้องร้องต่อศาลนั้น ศาลยุติ ธรรมที่ ตั้งขึ้นตามกฎหมายโดยปรกติมีอานาจพิจารณาพิพากษา มาตรา ๓๕ หน่วยงานของสหพันธ์และของมลรัฐต้องให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในด้านกฎหมายและ การบริหาร มาตรา ๓๖ ๑) ข้ า ราชการในหน่ ว ยงานระดั บ สู ง สุ ด ของรั ฐ บาลสหพั น ธ์ ต้ อ งมาจากมลรั ฐ ต่ า ง ๆ ใน อัตราส่วนอันเหมาะสม ข้าราชการผู้ที่ทางานในหน่วยงานของรัฐบาลสหพันธ์ต้องมาจากมลรัฐที่ข้ารัฐการผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ อยู่ ๒) กฎหมายว่าด้วยการทหารพึงคานึงถึงการแบ่งสหพันธรัฐออกเป็นมลรัฐและสภาพเชื้อชาติ ของมลรัฐด้วย มาตรา ๓๗ ๑) หากมลรัฐหนึ่งไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีแห่งลักษณะของสหพันธรัฐที่ บัญญัติไว้ในกฎหมาย หลักหรือกฎหมายอื่นใดของสหพันธ์ด้วยความยินยอมของสภาบุนเดสตัก รัฐบาลสหพันธ์อาจใช้มาตราการอันจาเป็น เพื่อให้มีการปฏิบัติตามพันธกรณีโดยมลรัฐที่เกี่ยวข้องด้วยวิธีการบังคับของสหพันธ์ ๒) ในการดาเนินการบังคับของสหพันธ์นั้น รัฐของสหพันธ์หรือผู้ไ ด้รับมอบหมายมีสิทธิออก คาสั่งแก่เจ้าหน้าที่มลรัฐทั้งหมด หมวด ๓ สภาบุนเดสตัก (Bundestag) มาตรา ๓๘ ๑) สมาชิกของสภาบุนเดสตักเยอรมันได้รั บเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งทั่ว ไป โดยตรง เสรี เสมอภาคกัน และลับ บรรดาสมาชิกแห่งสภานี้เป็นผู้แทนของปวงชนชาวเยอรมันทั้งมวล ไม่อยู่ในอาณัติมอบหมาย ใด ๆ และอยู่ใต้มโนธรรมของตนเองเท่านั้น ๒) ผู้ใดที่มีอายุ ๒๑ ปี มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ผู้มีอายุ ๒๕ ปี มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ๓) รายละเอียดให้กาหนดไว้ในกฎหมายสหพันธ์ มาตรา ๓๙ ๑) สภาบุนเดสตักมีอายุคราวละ ๔ ปี อายุทางนิติบัญญัติของสภานี้สินสุดลง ๔ ปี ภายหลัง การประชุมครั้งแรกหรือเมื่อมีการยุบสภา ให้จัด ให้มีการเลือกตั้งครั้งใหม่ภายในระยะเวลาสามเดือนสุดท้ายของอายุสภา หรือภายในหกสิบวันหลังจากการยุบสภา ๒) สภาบุนเดสตักประชุมกันภายใน ๓๐ วัน ภายหลังการเลือกตั้ง แต่จะต้องไม่ประชุมกัน ก่อนการสิ้นอายุของสภาบุนเดสตักที่ยังไม่สิ้นอายุ ๓) สภาบุน เดสตัก กาหนดการปิด สมัย ประชุม และการขยายสมัย ประชุม ของตนเอง ประธานสภาบุน เดสตัก มีอานาจเรีย กประชุม สภาก่อ นกาหนดสมัย ประชุม ได้ ประธานสภาต้อ งเรีย กประชุม หาก สมาชิกไม่ต่ากว่า ๑ ใน ๓ ของสมาชิกทั้งหมดของสภา ประธานาธิบดีสหพั นธ์หรือนายกรัฐมนตรีสหพันธ์ร้องขอ มาตรา ๔๐ ๑) สภาบุ น เดสตักเลือกประธานสภา รองประธานสภา และเลขาธิการสภา สภาบัญญัติ ระเบียบข้อบังคับการประชุมของสภาได้ ๒) ประธานสภาใช้อานาจในฐานะเจ้าของเคหสถาน และอานาจตารวจในตึกสภาบุนเดสตัก ได้ การค้นหรือการจับกุมในสภาบุนเดสตักจะกระทามิได้ เว้นไว้แต่ประธานสภาอนุญาต
    • - ๒๗ - มาตรา ๔๑ ๑) การสอบสวนการเลือกตั้งเป็นความรับผิดชอบของสภาบุนเดสตัก สภาเป็นผู้ตัดสินการ สิ้นสุดของสมาชิกสภาบุนเดสตักได้ ๒) การอุทธรณ์มติของสภาบุนเดสตักให้กระทาได้โดยยื่นอุทธรณ์ต่อศาลรัฐธรรมนูญสหพันธ์ ๓) รายละเอียดให้กาหนดไว้ในกฎหมาย มาตรา ๔๒ ๑) การประชุมสภาบุนเดสตักให้กระทาโดยเปิดเผย การประชุมลับจะกระทาได้โดยญัตติ สมาชิกสภาไม่ต่ากว่า ๑ ใน ๓ ของสมาชิกทั้งหมด หรือโดยญัตติของรัฐบาลสหพันธ์ ซึ่งจะต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วย ไม่ต่ากว่า ๒ ใน ๓ การลงคะแนนเสียงเกี่ยวกับญัตติให้ประชุมลับนี้ให้กระทาในที่ประชุมลับ ๒) มติของสภาบุนเดสตักจาเป็นต้องมีคะแนนเสียงเกินครึ่งหนึ่งของสมาชิกที่ออกคะแนนเสียง เว้นไว้แต่กฎหมายหลักนี้จะกาหนดไว้เป็นอย่างอื่น ระเบียบข้อบังคับการประชุมของสภาอาจกาหนดข้อยกเว้นไว้ที่เกี่ยวกับการ เลือกตั้งของสภาได้ ๓) รายงานการประชุมที่แท้จริงและถูกต้องของสภาในการประชุมโดยเปิดเผยของคณะเลขาธิการ ต่าง ๆ ไม่ก่อให้เกิดการรับผิดชอบใด ๆ เลย มาตรา ๔๓ ๑) สภาบุนเดสตักและคณะเลขาธิการอาจขอให้รัฐมนตรีผู้หนึ่งผู้ใดให้มาปรากฏตัวในที่ประชุมได้ ๒) สมาชิกของสภาบุนเดสตักและรัฐมนตรีในรัฐบาลสหพันธ์ รวมทั้งบุคคลผู้ได้รับมอบอานาจ จากสภาบุนเดสตักและรัฐบาลสหพันธ์มีสิทธิเข้าร่วมประชุมสภาบุนเดสตักและคณะกรรมาธิการของสภาบุนเดสตักได้ บุคคล ดังกล่าวมีสิทธิอภิปรายในที่ประชุมสภาบุนเดสตักและที่ประชุมคณะกรรมาธิการของสภาบุนเดสตักเมื่อใดก็ได้ มาตรา ๔๔ ๑) สภาบุ นเดสตั กมี สิ ทธิ และในเมื่ อสมาชิ กไม่ ต่ ากว่ า ๑ ใน ๑๐ เสนอญั ตติ ร้ องขอจั ดตั้ ง คณะกรรมาธิการสอบสวน ซึ่งจะรวบรวมหลักฐานที่ประสงค์ในการประชุมสอบสวน โดยเปิดเผยการประชุมลับอาจมีได้ ๒) ในการแสวงหาหลักฐานนั้นให้นาวิธีการพิจารณาคดีอาญามาใช้โดยอนุโลม ทั้งนี้จะต้องไม่ กระทบกระเทือนสิทธิเสรีภาพในการสื่อสารทางจดหมาย ไปรษณีย์หรือโทรคมนาคม ๓) เจ้าหน้าที่ฝ่ายศาลยุติธรรมและฝ่ายบริหารมีหน้าที่ต้องให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายและ ด้านบริหารแก่การสอบสวนของสภา ๔) ศาลยุติธรรมไม่มีอานาจตัดสินมติของคณะกรรมาธิการสอบสวน ศาลยุติธรรมมีความเป็น อิสระที่จะประเมินและตัดสินข้อเท็จจริงที่เป็นรากฐานของการสอบสวนนั้นได้ มาตรา ๔๕ ๑) สภาบุนเดสตักแต่งตั้งคณะกรรมาธิการสามัญคณะหนึ่งทาหน้าที่พิทักษ์รักษาสิทธิของ สภาบุน เดสตัก ในระหว่า งสภาปิด สมัย ประชุม เพื่อ มิใ ห้รัฐ บาลสหพัน ธ์ใ ช้อานาจของสภา คณะกรรมาธิก ารสามัญ ดังกล่าวนี้ มีอานาจเป็นคณะกรรมาธิการสอบสวนด้วย ๒) อานาจที่กว้างขวางยิ่งขึ้นเช่น สิทธิที่จะออกกฎหมายการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีสหพันธ์ และ การสอบสวนประธานาธิบดีสหพันธ์ในความผิดอย่างร้ายแรงไม่อยู่ในขอบเขตอานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการสามัญ มาตรา ๔๕ ก. ๑) สภาบุ นเดสตั กจะได้ แต่งตั้งกรรมาธิ การกิ จการต่างประเทศ และคณะกรรมาธิการทหาร คณะกรรมาธิการทั้งสองคณะทาหน้าที่ในระหว่างสภาปิดสมัยประชุม ๒) คณะกรรมาธิ การทหารมี สิ ทธิ ท าหน้ าที่ คณะกรรมาธิ การสอบสวน เมื่ อกรรมาธิ การใน คณะกรรมาธิการนี้ไม่ต่ากว่า ๑ ใน ๔ ร้องขอ คณะกรรมาธิการมีหน้าที่กาหนดเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะให้เป็นเรื่องที่จะ สอบสวน ๓) การสอบสวนเรื่องการทหาร มิให้นาบทบัญญัติมาตรา ๔๔ วรรค (๑) มาใช้บังคับ
    • - ๒๘ - มาตรา ๔๕ ข. สภาบุนเดสตักต้องแต่งตั้งข้าหลวงคุ้มครอง (Defense Commissioner) ขึ้น ๑ คน เพื่อทา หน้าที่พิทักษ์สิทธิมูลฐานและช่วยสภาบุ นเดสตักในการใช้สิทธิควบคุมรัฐบาลโดยสภา รายละเอียดให้กาหนดไว้ในกฎหมาย สหพันธ์ มาตรา ๔๖ ๑) สมาชิกสภาบุนเดสตักจะถูกฟ้องร้องต่อศาลเมื่อใดไม่ได้หรือจะถูกลงโทษทางวินัยได้หรือไม่ ต้องรับผิดชอบภายนอกสภาในการที่ได้ลงคะแนนเสียงหรืออภิปรายในสภาบุนเดสตัก หรือในที่ประชุมคณะกรรมาธิการของสภา บทบัญญัติในวรรคนี้ไม่คลุมถึงการหมิ่นประมาท ๒) สมาชิกสภาบุนเดสตักจาต้องรับผิดชอบหรือถูกจับกุมในข้อหาว่าได้กระทาความผิดที่จะต้อง ได้รับอาญาตามกฎหมายก็แต่เฉพาะเมื่อสภาบุนเดสตักอนุญาต เว้นไว้แต่จะถูกจับกุมในขณะกระทาความผิดหรือในวันถัดไป ๓) การจากัดเสรีภาพในร่างกายของสมาชิกสภาหรือการดาเนินคดีใดๆ ต่อเมื่อสมาชิกสภาตาม มาตรา ๑๘ จะกระทามิได้ เว้นไว้แต่จะได้รับอนุญาตจากสภาบุนเดสตัก ๔) การดาเนินคดีอาญาหรือการดาเนินคดีใด ๆ ตามมาตรา ๑๘ ต่อสมาชิกสภา รวมทั้งการคุมขัง หรือการจากัดสิทธิในร่างกายของสมาชิกสภาโดยวิธีอื่น จะต้องพักไว้ชั่วคราวเมื่อสภาบุนเดสตักร้องขอ มาตรา ๔๗ สมาชิกสภามีสิทธิที่จะไม่ให้หลักฐานเกี่ยวกับบุคคลที่ได้ให้ข้อเท็จจริงแก่ตนในฐานะสมาชิกสภา หรือบุคคลที่สมาชิกสภาได้ให้ข้อเท็จจริงในฐานะสมาชิกสภา รวมทั้งข้อเท็จจริงทั้งหมดด้วย เพื่อที่จะให้สิทธิที่จะไม่ให้หลักฐาน มีอยู่อย่างแท้จริง การยึดเอาเอกสารจะกระทามิได้ มาตรา ๔๘ ๑) บุคคลผู้ประสงค์สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาบุนเดสตักมีสิทธิจะได้รับอนุญาตให้ลางาน เพื่อทาการหาเสียงเลือกตั้งได้ ๒) การกีดขวางมิให้บุคคลได้รับตาแหน่ง หรือทาหน้าที่สมาชิกสภาบุนเดสตักจะกระทามิได้ การ ให้ออกจากงานโดยเหตุที่บุคคลนั้นเป็นสมาชิกสภาบุนเดสตัก ไม่ว่าจะได้แจ้งล่วงหน้าหรือไม่ก็ตามจะกระทามิได้ ๓) สมาชิกสภามีสิทธิได้รับค่าตอบแทนพอเพียงที่จะเป็นหลักประกันความเป็นอิสระได้ สมาชิก สภามีสิทธิใช้บริการขนส่งของรัฐได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รายละเอียดให้กาหนดไว้ในกฎหมาย มาตรา ๔๙ ในส่ วนที่ เกี่ ย วกั บ ประธานสภา รองประธานสภา เลขาธิ การสภา คณะกรรมาธิ การสามั ญ คณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศ คณะกรรมาธิการสหพันธ์ รวมทั้งผู้ทาหน้าที่แทน ให้นาบทบัญญัติมาตรา ๔๖,๔๗ และ วรรค (๒) และ (๓) ของมาตรา ๔๘ มาใช้บังคับในระหว่างปิดสมัยประชุมสภาด้วย หมวด ๔ สภาบุนเดสรัต (Bundesrat) มาตรา ๕๐ มลรัฐมีส่วนร่วมในการออกกฎหมายและการบริหารสหพันธรัฐโดยผ่านสภาบุนเดสรัต มาตรา ๕๑ ๑) สภาบุนเดสรัตประกอบด้วยสมาชิกที่เป็นรัฐมนตรีของมลรัฐที่ได้รับแต่งตั้งและถอดถอนโดย มลรัฐ รัฐมนตรีคนอื่นอาจเป็นผู้ทาหน้าที่สมาชิกสภาแทนผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งได้ ๒) มลรัฐหนึ่งมีคะแนนเสียงอย่างน้อย ๓ คะแนน มลรัฐ ที่มีประชาชนกว่า ๒ ล้านคน มี ๔ คะแนน มลรัฐที่มีประชาชนกว่า ๖ ล้านคนมี ๔ คะแนน ๓) มลรัฐหนึ่งมีสิทธิแต่งตั้งสมาชิกบุนเดสรัตเท่ากับจานวนคะแนนเสียงที่มีการลงคะแนนเสียง ของทุกมลรัฐ ให้กระทาโดยการลงคะแนนเสียงกลุ่มเท่านั้น และโดยสมาชิกผู้มาร่วมประชุม หรือผู้ทาหน้าที่แทนสมาชิกเท่านั้น มาตรา ๕๒ ๑) สภาบุนเดสรัตเลือกประธานสภาซึ่งอยู่ในตาแหน่งคราวละ ๑ ปี
    • - ๒๙ - ๒) ประธานสภาเรียกประชุมบุนเดสรัต ประธานสภาต้องเรียกประชุมหากได้รับการร้องขอจาก สมาชิกของสองมลรัฐเป็นอย่างน้อยหรือจากรัฐบาลสหพันธ์ ๓) มติของสภาบุนเดสรัตต้องมีคะแนนเสียงเห็นด้วยเกินครึ่งหนึ่งของสมาชิกที่ ลงคะแนนเสียง สภากาหนดระเบียบข้อบังคับการประชุมของสภาได้ การประชุมสภาให้กระทาโดยเปิดเผย การประชุมลับอาจกระทาได้ ๔) รัฐมนตรีอื่นหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลมลรัฐ อาจเป็นกรรมาธิการในสภาบุนเดสรัตได้ มาตรา ๕๓ รัฐมนตรีของรัฐบาลสหพันธ์มีสิทธิและเป็นหน้าที่ หากได้รับการร้องขอที่จะร่วมในการอภิปราย ของสภาบุรเดสรัต และคณะกรรมาธิการ รัฐมนตรีของรัฐบาลสหพันธ์มีสิทธิอภิปรายเมื่อใดก็ได้ รัฐบาลสหพันธ์ต้องรายงานการ ปฏิบัติงานบริหารประเทศให้สภาบุนเดสรัตทราบเป็นประจา หมวด ๕ ประธานาธิบดีสหพันธ์ มาตรา ๕๔ ๑) ประธานาธิบดี สหพันธ์ได้รับเลือกปราศจากการอภิปรายโดยที่ประชุมสหพันธ์ผู้มีสั ญชาติ เยอรมันที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาบุนเดสตัก และมีอายุอย่างน้อย ๔๐ ปี มีสิทธิได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี ๒) ประธานาธิบดีสหพันธ์อยู่ในตาแหน่งคราวละ ๕ ปี การได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีสืบ ตาแหน่งตนเองจะกระทาได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ๓) ที่ประชุมสหพันธ์ประกอบด้วยสมาชิกสภาบุนเดสตักและผู้แทนจานวนเท่ากันจากองค์การที่ ได้รับเลือกตั้งจากผู้แทนประชาชนในมลรัฐต่างๆ ตามกฏของการเลือกตั้งตามส่วน ๔) ที่ประชุมสหพันธ์ประชุมกันภายใน ๓ วัน ก่อนการสิ้นสุดของระยะเวลาอยู่ในตาแหน่งของ ประธานาธิบดี หรือในกรณีที่มีการสิ้นสุดลงก่อนระยะเวลาที่กาหนดไว้ ไม่ช้าไปกว่า ๓๐ วันภายหลังการสิ้นสุดลงก่อนระยะเวลา ที่กาหนดไว้ประธานสภาบุนเดสตักเรียกประชุมที่ประชุมสหพันธ์ ๕) ภายหลังการสิ้นสุดอายุของสภา ระยะเวลาที่กาหนดไว้ในวรรค ๔ ประโยคแรกนั้นให้เริ่ม นับตั้งแต่การประชุมครั้งแรกของสภาบุนเดสตัก ๖) ผู้ที่ได้รับคะแนนเสียงข้างมากของที่ประชุมสหพันธ์ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี หากไม่มี ผู้สมัครรับเลือกคนใดได้รับคะแนนเสียงข้างมากดังกล่าวในการออกเสียงลงคะแนนสองครั้งแล้ว ให้ผู้ที่ได้รับคะแนนมากที่สุดใน การออกเสียงลงคะแนนเสียงครั้งต่อไปอีกครั้งเดียวได้รับเลือก ๗) รายละเอียดให้กาหนดไว้ในกฎหมาย มาตรา ๕๕ ๑) ประธานาธิบดีสหพันธ์จะเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลสหพันธ์หรือสภานิติบัญญัติของสหพันธ์หรือ ของมลรัฐใดไม่ได้ ๒) ประธานาธิบดีสหพันธ์จะดารงตาแหน่งอื่นที่มีเงินเดือนหรือทาการค้า หรือประกอบวิชาชีพ หรือเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารหรือเป็นกรรมการบริหารของกิจการที่ประกอบการเพื่อค้ากาไรมิได้ มาตรา ๕๖ ในการเข้ารับตาแหน่ง ประธานาธิบดีสหพันธ์ต้องสาบานตนต่อหน้าที่ประชุมสมาชิกสภาบุนเดสตัก และสภาบุนเดสรัตด้วยถ้อยคาต่อไปนี้
    • - ๓๐ - “ข้า พเจ้า ขอสาบานว่า ข้า พเจ้า จะอุทิศ ความพยายามทั้ง หมดของข้า พเจ้า เพื่อ การอยู่ดี กิน ดีข องชนชาวเยอรมัน ส่ง เสริม ผลประโยชน์ข องชนชาวเยอรมัน ป้อ งกัน มิใ ห้ภัย มาพ้อ งพานชนชาวเยอรมั น ปฏิบัติต นและปกป้อ งกฎหมายหลัก และกฎหมายของสหพัน ธ์ ปฏิบัติห น้า ที่ข องข้า พเจ้า ด้ว ยความซื่อ สัต ย์สุจ ริต และยังความยุติธรรมแก่ทุกชน ขอให้พระเจ้าช่วยข้าพเจ้าด้วย” การสาบานตนอาจจะกระทาได้ปราศจากพิธีทางศาสนา มาตรา ๕๗ ถ้าประธานาธิบดีสหพันธ์ไม่อาจใช้อานาจของประธานาธิบดีได้ หรือ หากตาแหน่งประธานาธิบดี ว่างลงก่อนครบกาหนดระยะเวลาอยู่ในตาแหน่ง ให้ประธานสภาบุนเดสรัตใช้อานาจของประธานาธิบดี มาตรา ๕๘ คาสั่งและกฤษฎีกาของประธานาธิบดีจาต้องมีการลงนามรับสนองของนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องจึงจะมีผลใช้บังคับได้ ข้อความดังกล่าวไม่ใช้บังคับในกรณีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีสหพันธ์ การยุบสภาบุนเดสตัก ตามความในมาตรา ๖๓ และการร้องขอตามความในมาตรา ๖๙ วรรค ๓ มาตรา ๕๙ ๑) ประธานาธิ บ ดี ส หพั น ธ์ เ ป็ น ตั ว แทนของสหพั น ธ์ ใ นความสั ม พั น ธ์ ระหว่ า งประเทศ ประธานาธิบดีทาสนธิสัญญากับต่างประเทศในนามของสหพันธรัฐ ประธานาธิบดีแต่งตั้งและรับทูตานุฑูต ๒) สนธิสัญญาที่ควบคุมความสัมพันธ์ทางการเมืองในสหพันธ์หรือเกี่ยวกับกิจการออกกฎหมาย ของสหพันธ์ต้องได้รับความเห็นชอบหรือมีส่วนในการพิจารณาในรูปของกฎหมายสหพันธ์ โดยองค์กรที่มีอานาจหน้าที่เฉพาะ กรณีในการออกกฎหมายเช่นนั้นของสหพันธ์สาหรับข้อตกลงของฝ่ายบริหาร ให้นาบทบัญญัติว่าด้วยการบริหารสหพันธ์มาใช้ โดยอนุโลม มาตรา ๕๙ ก. ๑) สภาบุนเดสตักเป็นผู้กาหนดว่า ได้เกิดกรณีฝ่ายบริหารเข้าแทรกแซงในกิจการอันเป็น อานาจหน้าที่ของสภา ประธานาธิบดีสหพันธ์เป็นผู้ประกาศมติของสภาบุนเดสตัก ๒) หากเกิดปัญหาอันแก้ไขไม่ได้ขัดขวางการประชุมของสภาบุนเดสตัก หากมีการชักช้าจะ เกิดเสียหายต่อประเทศ ประธานาธิบดีสหพันธ์เป็นผู้กาหนดกรณีฝ่ายบริหารเข้าแทรกแซงในกิจการอันเป็นอานาจหน้าที่ ของสภาขึ้นแล้ว และประกาศกรณีดังกล่าวโดยมีนายกรัฐมนตรีลงนามรับสนอง ประธานาธิบดีสหพันธ์ต้องปรึกษาหารือ กับประธานสภาบุนเดสตัก และประธานสภาบุนเดสรัตก่อน ๓) การออกถ้อยแถลงเกี่ยวกับกรณีฝ่ ายบริห ารแทรกแซงอานาจของสภาที่เกี่ยวข้องกับ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยประธานาธิบดีจะกระทาไม่ได้จนกว่าจะได้มีการประกาศว่าได้มีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นแล้ว ๔) มติเกี่ยวกับการลงนามในสัญญาสันติภาพให้กระทาโดยการออกกฎหมายสหพันธ์ มาตรา ๖๐ ๑) ประธานาธิบดีสหพันธ์แต่งตั้ง และถอดถอนผู้พิพากษาสหพันธ์ ข้ารัฐการพลเรือนสหพันธ์ นายทหารและนายทหารชั้นประทวน เว้นไว้แต่ที่กาหนดไว้ในกฎหมายไว้เป็นอย่างอื่น ๒) ประธานาธิบดีใช้อานาจบริหาร เฉพาะกรณีใดกรณีหนึ่งในนามของสหพันธ์ ๓) ประธานาธิบดีอาจมอบหมายอานาจดังกล่าวแก่องค์การอื่นใดก็ได้ ๔) ให้นาวรรค ๒ – ๔ ของมาตรา ๕๖ มาใช้กับประธานาธิบดีสหพันธ์โดยอนุโลม มาตรา ๖๑ ๑) สภาบุนเดสตักหรือสภาบุนเดสรัตกล่าวหาประธานาธิบดีต่อศาลรัฐธรรมนูญสหพันธ์ใน ข้อหาว่าได้ละเมิดกฎหมายหลักหรือกฎหมายอื่นใดของสหพัน ธ์โดยเจตนาได้ ญัต ติก ล่า วหาดัง กล่ า วจะต้อ งมีส มาชิก สภาบุ น เดสตักไม่ต่ากว่า ๑ ใน ๔ หรือสมาชิกสภาบุนเดสรัตไม่ต่ากว่า ๑ ใน ๔ เป็นผู้เสนอ มติที่จะฟ้องร้องประธานนาธิบดี จะต้องได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ากว่า ๒ ใน ๓ ของจานวนสมาชิกทั้งหมดของสภาบุนเดสตัก หรือไม่ต่า กว่า ๒ ใน ๓ ของจานวนสมาชิกทั้งหมดของสภาบุนเดสรัต บุคคลผู้ที่ได้รับมอบอานาจโดยสภาที่มีมติให้ฟ้องร้องเป็นผู้ทา หน้าที่อัยการ
    • - ๓๑ - ๒) หากศาลรั ฐ ธรรมนู ญ สหพั น ธ์ ตั ด สิ น ว่ า ประธานาธิ บ ดี ส หพั น ธ์ มี ค วามผิ ด ฐานละเมิ ด กฎหมายหลัก หรือกฎหมายอื่นใดของสหพันธ์โดยเจตนา ศาลจะมีคาสั่งให้ประธานาธิบดีพ้นตาแหน่ง ภายหลังการตัดสิน แล้ว ศาลอาจมีคาสั่งชั่วคราวห้ามประธานาธิบดีใช้อานาจของตาแหน่งประธานาธิบดีได้ หมวด ๖ รัฐบาลสหพันธ์ มาตรา ๖๒ รัฐบาลสหพันธ์ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีสหพันธ์และรัฐมนตรีสหพันธ์ มาตรา ๖๓ ๑) นายกรัฐมนตรีสหพันธ์ได้รับเลือกปราศจากการอภิปรายโดยสภาบุนเดสตักตามการเสนอชื่อ ของประธานาธิบดีสหพันธ์ ๒) ผู้ที่ได้รับคะแนนเสียงข้างมากของสมาชิกสภาบุนเดสตักทั้งหมดได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดีสหพันธ์แต่งตั้งผู้ที่ได้รับเลือก ๓) หากผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อไม่ได้รับเลือก สภาบุนเดสตักเลือกนายกรัฐมนตรีสหพันธ์ภายใน ๑๔ วัน นับตั้งแต่ได้มีการลงคะแนนครั้งแรกด้วยคะแนนเสียงเกินกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดของสภาบุนเดสตัก ๔) หากไม่มีการเลือกภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้มีการลงคะแนนเสียงโดยไม่ชักช้าโดยให้ผู้ที่ ได้รั บคะแนนเสียงมากที่สุ ดได้รับเลื อก หากผู้ได้รับเลือกได้คะแนนเสียงข้างมากของสมาชิกสภาบุนเดสตัก ประธานาธิบดี สหพันธ์ต้องแต่งตั้งบุคคลนั้นภายในเจ็ดวันนับตั้งแต่ได้รับเลือกหากผู้ได้รับเลือกไม่ได้คะแนนเสียงดังกล่าว ประธานาธิบดีอาจ แต่งตั้งบุคคลนั้นหรือยุบสภาบุนเดสตักภายในเจ็ดวัน มาตรา ๖๔ ๑) รัฐมนตรีสหพันธ์ตามคาแนะนาของประธานาธิบดีสหพันธ์แต่งตั้งและถอดถอนนายกรัฐมนตรี สหพันธ์ ๒) นายกรัฐมนตรีสหพันธ์และรัฐมนตรีสหพันธ์สาบานตนในการเข้ารับตาแหน่งด้วยถ้อยคาที่ กาหนดไว้ในมาตรา ๕๖ มาตรา ๖๕ หากรั ฐมนตรี สหพันธ์ก าหนดและรั บผิ ดชอบนโยบายทั่วไปภายในขอบเขตของนโยบายทั่ วไป ดังกล่าว รัฐมนตรีสหพันธ์ทุกคนบริหารกระทรวงของตนโดยอิสระและต่างรับผิดชอบในการบริหารรัฐบาลสหพันธ์ตัดสินความ แตกต่าง ในเรื่องความเห็นของนายกรัฐมนตรีสหพันธ์ นายกรัฐมนตรีสหพันธ์บริหารกิจการของรัฐบาลสหพันธ์ตามระเบียบ ข้อบังคับที่รัฐบาลสหพันธ์เห็นชอบด้วย และประธานาธิบดีสหพันธ์เห็นชอบด้วยแล้ว มาตรา ๖๕ ก.๑) อานาจบังคับบัญชากองทัพเป็นของรัฐมนตรีกลาโหมสหพันธ์ ๒) เมื่อได้มีการประกาศว่าฝ่ายบริหารแทรกแซงอานาจของสภาแล้ว ให้ประธานาธิบดีมีอานาจ บังคับบัญชากองทัพ มาตรา ๖๖ นายกรัฐมนตรีสหพันธ์และรัฐมนตรีสหพันธ์ต้องไม่ดารงตาแหน่งอื่นที่มีเงินเดือน ไม่ทาการค้า ไม่ ประกอบวิชาชีพ ไม่เป็นฝ่ายบริหารหรือหากไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภาบุนเดสตัก ไม่เป็นกรรมการของวิสาหกิจที่ค้ากาไร มาตรา ๖๗ ๑) สภาบุนเดสตักอาจแสดงความไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีสหพันธ์ได้ก็แต่โดยการเลือกผู้สืบต่อ ตาแหน่งนายกรัฐมนตรีสหพันธ์ ด้วยคะแนนเสียงข้างมากของสมาชิกทั้งหมดของสภา และโดยการร้องขอให้ประธานาธิบดี สหพันธ์ให้ถอดถอนนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ประธานาธิบดีสหพันธ์ต้องปฏิบัติตามคาร้องขอ และแต่งตั้งผู้ที่ได้รับเลือก ๒) ระยะเวลาระหว่างการเสนอญัตติให้มีการเลือกตั้งผู้สืบต่อตาแหน่งกับการเลือกนั้นจะต้องมี ระยะอย่างน้อย ๔๘ ชั่วโมง
    • - ๓๒ - มาตรา ๖๘ ๑) หากญัตติที่เสนอโดยนายกรัฐมนตรีให้สภาบุนเดสตักลงมัติไว้วางใจรั ฐบาลไม่ได้รับความ สนับสนุนด้วยคะแนนเสียงข้างมากของสมาชิกทั้งหมดของสภาบุนเดสตัก ประธานาธิบดีสหพันธ์อาจยุบสภาบุนเดสตักภายใน เวลา ๒๑ วัน ตามคาแนะนาของนายกรัฐมนตรี สิทธิในการยุบสภาสิ้นสุดลงในเมื่อสภาบุนเดสตักเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่ด้วย คะแนนเสียงข้างมากของสมาชิกทั้งหมด ๒) เวลาระหว่างการเสนอญัตติกับการลงคะแนนเสียงต้องมีระยะอย่างน้อย ๔๘ ชั่วโมง มาตรา ๖๙ ๑) นายกรัฐมนตรีสหพันธ์อาจแต่งตั้งรัฐมนตรีสหพันธ์นายหนึ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีได้ ๒) ไม่ว่ากรณีใดก็ตามระยะเวลาในตาแหน่งของนายกรัฐมนตรีสหพันธ์หรือรัฐมนตรีสหพันธ์ สิ้นสุดลงในวันที่สภายุนเดสตักที่ได้รับเลือกตั้งใหม่ประชุมกันครั้งแรก ระยะเวลาอยู่ในตาแหน่งของรัฐมนตรีสหพันธ์สิ้นสุดลง เมื่อระยะเวลาอยู่ในตาแหน่งของนายกรัฐมนตรีสหพันธ์สิ้นสุดลง ๓) ตามคาร้องขอของประธานาธิบดีสหพันธ์ของนายกรัฐมนตรีสหพันธ์ หรือตามคาร้องขอของ นายกรัฐมนตรีสหพันธ์ หรือของประธานาธิบดีสหพันธ์ รัฐมนตรีสหพันธ์มีความผูกพันที่จะต้องปฏิบัติงานในตาแหน่งรัฐมนตรี ต่อไปจนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งผู้ดารงตาแหน่งแทน หมวด ๗ อานาจนิติบัญญัติของสหพันธ์ มาตรา ๗๐ ๑) มลรัฐทรงอานาจนิติบัญญัติเท่าที่กฎหมายหลักไม่ได้บัญญัติให้เป็นอานาจนิติบัญญัติของ สหพันธ์ ๒) การแบ่งอานาจระหว่างสหพันธ์และมลรัฐให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายหลักนี้ที่ เกี่ยวกับอานาจนิติบัญญัติโดยเฉพาะและอานาจนิติบัญญัติร่วมกัน มาตรา ๗๑ ในเรื่องที่อยู่ในอานาจนิติบัญญัติเฉพาะของสหพันธ์มลรัฐจะมีอานาจออกกฎหมายก็แต่เฉพาะและ ภายในขอบเขตที่กฎหมายสหพันธ์กาหนดไว้อย่างชัดเจน มาตรา ๗๒ ๑) ในเรื่องที่อยู่ในอานาจนิติบัญญัติร่วมกันนั้น มลรัฐจะมีอานาจออกกฎหมาย ก็แต่เฉพาะและ ภายในขอบเขตที่สหพันธ์ไม่ใช้อานาจนิติบัญญัติของตน ๒) สหพันธ์มีสิทธิที่จะออกกฎหมายในเรื่องเหล่านี้ภายในขอบเขตที่จาเป็นจะต้องมีกฎหมายของ สหพันธ์เพราะว่า ๑. เรื่องที่กฎหมายของแต่ละมลรัฐ ไม่อาจบัญญัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือ ๒. เกี่ย วกับเรื่องที่กฎหมายของมลรัฐ หนึ่ง อาจกระทบกระเทือนผลประโยชน์ ของมลรัฐอื่นหรือประเทศชาติเป็นส่วนรวม หรือ ๓. การธารงรักษาไว้ซึ่งเอกภาพทางการเมือง หรือเอกภาพทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะ อย่างยิ่งความจาเป็นที่ต้องมีการรักษาไว้ซึ่งความเหมือนกันของสภาพความเป็นอยู่ นอกเขตแดนของมลรัฐหนึ่ง มาตรา ๗๓ สหพันธ์มีอานาจเฉพาะที่จะออกกฎหมายในเรื่องต่อไปนี้ ๑. การต่า งประเทศและการป้องกัน ประเทศ รวมทั้งการรับราชการทหารของชายอายุ ๑๘ ปีขึ้นไปและการคุ้มครองประชาชนพลเรือน ๒. สัญชาติของสหพันธ์
    • - ๓๓ - ๓. เสรีภาพในการเดินทาง หนังสือเดินทาง การเข้าเมือง และออกจากประเทศและการส่งผู้ร้าย ข้ามแดน ๔. ระบบเงินตรา เงินและเหรียญ มาตราชั่ง ตวง วัด และการนับเวลา ๕. เอกภาพของศุลกากรและการพาณิชย์ ข้อตกลงการพาณิชย์ และการเดินเรือ เสรีภาพในการ ขนส่งสินค้า และการแลกเปลี่ยนสินค้า และการชาระเงินกับต่างประเทศ รวมทั้งการคุ้มครอง ศุลกากรและชายแดน ๖. รถไฟและการคมนาคมทางอากาศของสหพันธ์ ๗. บริการไปรษณีย์และโทรคมนาคม ๘. สถานภาพทางกฎหมายของบุคคลที่ รับราชการสหพั นธ์และในหน่วยงานอื่นที่ตั้งขึ้นตาม กฎหมายมหาชน ๙. สิทธิในทรัพย์สินอุตสาหกรรม ลิขสิทธ์และสิทธิในการพิมพ์เอกสาร ๑๐. การ่วมมือของสหพันธ์และมลรั ฐในเรื่ องของตารวจและการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ การจั ดตั้ง สานักงานตารวจสหพันธ์ และการปราบปรามอาชญากรรมระหว่างประเทศ ๑๑. สถิติเพื่อประโยชน์ของสหพันธ์ มาตรา ๗๔ อานาจนิติบัญญัติร่วมกันมีในเรื่องต่อไปนี้ ๑. กฎหมายแพ่ง กฎหมายอาญา และการลงโทษ ระบบศาลยุติธรรม วิธีพิจารณาในศาล วิชาชีพ กฎหมายเจ้าหน้าที่สาธารณะและการแนะนาทางกฎหมาย ๒. การจดทะเบียนการเกิด การตาย และการแต่งงาน ๓. กฎหมายว่าด้วยสมาคมและการชุมนุม ๔. กฎหมายว่าด้วยภูมิลาเนาและคนต่างด้าว ๕. การคุ้มครองสิ่งมีค่าทางวัฒนธรรมของเยอรมันให้พ้นจากการเคลื่อนย้ายไปต่างประเทศ ๖. กิจการคนลี้ภัยและผู้ถูกขับออกจากต่างประเทศ ๗. การประชาสงเคราะห์ ๘. สัญชาติของมลรัฐ ๙. การเสียหายและค่าปฏิกรรมสงคราม ๑๐. การสงเคราะห์บุคคลที่ไร้ความสามารถเพราะสงคราม และผู้ที่อยู่ในการอนุเคราะห์เลี้ยงดูของ ผู้ที่ตายในสงคราม การช่วยเหลืออดีตเชลยศึกและการดูแลรักษาที่ฝังศพทหารหาญ ๑๑. กฎหมายว่าด้ว ยการเศรษฐกิจ (เหมือ งแร่อุต สาหกรรม การผลิต พลัง งาน การฝีมือ การพาณิชย์ การธนาคาร และตลาดซึ่งขายหุ้นการประกันชีวิต ) ๑๑ ก. การผลิตและการใช้ประโยชน์จากพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ การก่อสร้าง และการดาเนินงาน เพื่อประโยชน์ดังกล่าว การคุ้มครองให้พ้นจากอันตรายที่อาจเกิดจากพลังงานนิวเคลียร์หรือ รังสี และการเคลื่อนย้ายวัตถุกัมมันตรังสี ๑๒. กฎหมายแรงงานรวมทั้งการจัดหน่วยงานตามกฎหมายของวิสาหกิจ การคุ้ม ครองคนงาน การจัด หางาน และสานัก งานจัด หางาน และการประกัน สัง คม รวมทั้ง การประกัน การว่างงาน
    • - ๓๔ - ๑๓. การส่งเสริมการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ๑๔. กฎหมายว่าด้วยการเวนคืนเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๓ และ ๗๔ ๑๕. การโอนที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และปัจจัยในการผลิตทั้งหลายเป็นของรัฐ หรือเป็นของ เศรษฐกิจที่รัฐควบคุมในรูปอื่นใดก็ตาม ๑๖. การป้องกันการใช้อานาจทางเศรษฐกิจเป็นขอบเขต ๑๗. การส่งเสริมผลผลิตทางเกษตรและป่าไม้ การคุ้มครองอาหาร การส่งสินค้าเข้าและการส่งออก ซึ่งผลผลิตทางเกษตร และป่าไม้ การประมงทะเลลึกและตามชายฝั่ง และการรักษาชายฝั่ง ๑๘. การค้า ขายที่ด ิน และสิ ่ง ก่อ สร้า ง กฎหมายที่ ด ิน และเรื ่อ งที ่เ กี่ย วกับ การเช่า ที ่ท า เกษตรกรรม ที่พักอาศัย การจัดสรรที่ดินเพื่อตั้งนิคมและตั้งบ้านเรือน ๑๙. มาตรการป้องกัน และปราบปรามโรคระบาด และโรคติดต่อของมนุษย์และสัตว์ การ อนุญ าตให้ป ระกอบอาชีพ โรคศิล ปหรือวิช าชีพอื่น และการรัก ษาในด้า นไสยศาสตร์ การขายยา เภสั ชกรรม ยาเสพติดให้โทษ และยาพิษ ๒๐. การคุ้มครองที่เกี่ยวกับการขายอาหาร ยาบารุงกาลังและปัจจัยจาเป็นแห่งชีวิต ฟางหรือหญ้า แห้งในเมล็ดพันธุ์และการเพาะพันธุ์ การเกษตร และ ป่าเขา การบารุงรักษาต้นไม้และพืชให้ พ้นจากโรคและศัตรูพืช ๒๑. การเดิน เรือ หลวงและการเดินเรือชายฝั่ง และสิ่งอานวยความสะดวกในการเดินเรือ การเดินเรือภายในน่านน้า บริการอุตุนิยมวิทยา ทางเดินเรือในทะเลหลวง และทางเดินเรือใน น่านน้าที่ใดเพื่อการคมนาคมทั่วไป ๒๒. การจราจรบนถนน การขนส่งโดยรถยนต์ และการก่อสร้างและบารุงรักษาทางหลวงระยะยาว ๒๓. รถไฟที่ไม่ใช่ของสหพันธ์ เว้นไว้แต่รถไฟบนภูเขา มาตรา ๗๕ ภายใต้เงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๒ สหพันธ์มีสิทธิกาหนดข้อบังคับเกี่ยวกับเรื่องต่อไปนี้ ๑. สถานภาพทางกฎหมายของผู้ที่รับราชการในมลรัฐประชาคม และองค์การอื่นที่ตั้งขึ้นตาม กฎหมายมหาชน ๒. กฎหมายทั่วไปเกี่ยวกับสถานภาพของหนังสือพิมพ์และภาพยนตร์ ๓. การล่าสัตว์ การคุ้มครองธรรมชาติ และการรักษาสภาพชนบท ๔. การจัดสรรที่ดิน การวางแผนส่วนภูมิภาค และการอนุรักษ์น้า ๕. เรื่องที่เกี่ยวกับการทะเบียนและบัตรประจาตัว มาตรา ๗๖ ๑) รัฐบาลสหพันธ์ สมาชิกสภาบุนเดสตัก และสมาชิกสภาบุนเดสรัต เสนอร่างกฎหมาย ต่อสภาบุนเดสตักได้ ๒) ร่างกฎหมายของรัฐบาลสหพันธ์ต้องเสนอต่อสภาบุนเดสรัตก่อน สภาบุนเดสรัตมีสิทธิที่จะ แสดงความเห็นของสภาที่มีต่อร่างกฎหมายภายในสามสัปดาห์ ๓) ร่างกฎหมายที่เสนอโดยสภาบุนเดสรัตให้เสนอต่อสภาบุนเดสตัก โดยรัฐ บาลสหพันธ์ เป็นผู้เสนอให้ ในการเสนอร่างกฎหมายดังกล่าว รัฐบาลสหพัน ธ์ต้องเสนอความเห็นของรัฐบาลต่อสภาด้วย มาตรา ๗๗ ๑) กฎหมายสหพั นธ์ ต้ องได้ รั บอนุ มั ติ จากสภาบุ นเดสตั ก เมื่ อสภาเห็ นชอบด้ ว ยแล้ ว ให้ ประธานสภาบุนเดสตักส่งร่างกฎหมายนั้นไปยังสภาบุนเดสรัตโดยมิชักช้า
    • - ๓๕ - ๒) ภายในเวลา ๒ สั ปดาห์ ภายหลั งการได้รั บร่ างกฎหมาย สภาบุ นเดสรัตอาจขอให้ แต่งตั้ ง คณะกรรมาธิการผสมเพื่อรวมกันพิจารณาร่างกฎหมาย คณะกรรมาธิการประกอบด้วยสมาชิกของสภาบุนเดสตักและสมาชิก สภาบุนเดสรัต ส่วนประกอบและวิธีการพิจารณาของคณะกรรมาธิการนี้ให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมที่สภาบุนเดสตักและ สภาบุนเดสรัตเห็นชอบด้วย กรรมาธิการที่เป็นสมาชิกสภาบุนเดสรัตไม่อยู่ใต้อาณัติแห่งคาสั่งใดๆ หากสภาบุนเดสรัตต้องให้ ความเห็นชอบในการพิจารณาร่างกฎหมายได้แล้ว สภาบุนเดสตักหรือรัฐบาลอาจขอให้มีการประชุมคณะกรรมาธิการดังกล่าวได้ หากคณะกรรมาธิการเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมร่างกฎหมาย สภาบุนเดสตักต้องลงมติเกี่ยวกับร่างกฎหมายนั้นอีกครั้งหนึ่ง ๓) หากไม่ต้องได้รับอนุมัติจากสภาบุนเดสรัตในการพิจารณาร่างกฎหมาย สภาบุนเดสรัตอาจ คัดค้านร่างกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาของสภาบุนเดสตักมาแล้วภายใน ๑ สัปดาห์ ในกรณีที่วิธีการพิจารณาตามวรรค (๒) เสร็จสิ้นแล้ว สาหรับกรณีวรรค (๒) ประโยคสุดท้ายระยะเวลาดังกล่าวเริ่มตั้งแต่วันที่ได้รับร่างกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาของ สภาบุนเดสตักอีกครั้งหนึ่ง สาหรับกรณีอื่น ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณาร่างกฎหมายเสร็จแล้วตามความใน วรรค (๒) ๔) หากการคัดค้านได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกของสภาบุนเดสรัตด้วยคะแนนเสียงข้างมาก สภาบุนเดสตักมีสิทธิไม่เห็นชอบด้วยกับร่างกฎหมายนั้นโดยมติของสภาที่มีสมาชิกเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงข้างมากของสมาชิก ทั้งหมดของสภาบุนเดสตัก หากสภาบุนเดสรัตเห็นชอบด้วยกับการคัดค้านด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ากว่า ๒ ใน ๓ ของสมาชิกที่ออก เสียงลงคะแนนแล้ว การไม่เห็นด้วยของสภาบุนเดสตักก็ต้องมีคะแนนเสียงไม่ต่ากว่า ๒ ใน ๓ รวมทั้งสมาชิกฝ่ายข้างมากของ สภาบุนเดสตักด้วย มาตรา ๗๘ ร่า งกฎหมายที่ส ภาบุน เดสตัก ได้ใ ห้ค วามเห็น ชอบแล้ว ให้ถือ ว่า ได้ผ่านการพิจ ารณาเสร็จ เรียบร้อยแล้ว เมื่อสภาบุนเดสรัตเห็นชอบด้วย สภาบุนเดสรัตไม่คัดค้านตามความในมาตรา ๗๗ วรรค ๒ สภาบุนเดสรัตไม่ คัด ค้า นภายในระยะเวลาที่กาหนดไว้ใ นมาตรา ๗๗ วรรค ๓ หรือ ถอดคืน ซึ่ง การคัด ค้า นหรือ หากการคัด ค้า นของ สภาบุนเดสรัตตกไปเพราะการยืนยันของสภาบุนเดสตัก มาตรา ๗๙ ๑) การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายหลักฉบับนี้ จะกระทาได้ก็แต่โดยกฎหมายซึ่งบัญญัติไว้แน่นอนว่า แก้ไขหรือเพิ่มเติมบทบัญญัติใด ในส่วนที่เกี่ยวกับสนธิสัญญาระหว่างประเทศซึ่งเป็นเรื่องการตกลงเพื่อสงบศึก การตระเตรียมการ ตกลงสงบศึก หรือการยกเลิกรัฐบาลยึดครอง หรือเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการป้องกันสหพันธ์สาธารณรัฐนั้น เพื่อประโยชน์แห่งการ ตีความ เพื่อมิให้บทบัญญัติของกฎหมายหลักนี้ขัดต่อการลงนามและให้สนธิสัญญาดังกล่าวมีผลบังคับใช้ได้อาจมีการแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการตีความให้ชัดเจนขึ้นก็ได้ ๒) กฎหมายดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาบุนเดสตักไม่ต่ากว่า ๒ ใน ๓ และ สภาบุนเดสรัตไม่ต่ากว่า ๒ ใน ๓ ด้วย ๓) การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายหลักนี้ที่ก่อให้เกิดการแบ่งสหพันธรัฐออกเป็นมลรัฐ การมีส่วนของ มลรัฐในการออกกฎหมายหรือหลักการสาคัญตามความในมาตรา ๑ และ ๒๐ นั้น จะกระทามิได้ ๔) กฎหมายดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกสภาบุนเดสตักด้วยคะแนนเสียง ไม่ต่ากว่า ๒ ใน ๓ และของสมาชิกสภาบุนเดสรัตด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ากว่า ๒ ใน ๓ ด้วย ๕) การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายหลักในส่วนที่ว่าด้วยการแบ่งสหพันธ์ออกเป็นมลรัฐ อานาจในการ ออกกฎหมายของมลรัฐในหลักการทั่วๆไป หรือหลักการมูลฐานที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑ และ ๒๐ จะกระทามิได้ มาตรา ๘๐ ๑) รัฐบาลสหพันธ์รัฐมนตรีสหพันธ์คนใดคนหนึ่งหรือรัฐบาลมลรัฐ อาจได้รับมอบอานาจโดย กฎหมายให้ออกกฤษฎีกามีอานาจบังคับเช่นกฎหมายที่ออกโดยสภา ลักษณะ วัตถุประสงค์และขอบเขตของอานาจที่มอบให้
    • - ๓๖ - บัญญัติไว้ในกฎหมาย ในการออกกฤษฎีกาต้องอ้างว่าได้อาศัยความตามอานาจแห่งกฎหมายใด หากกฎหมายบัญญัติให้มีการ มอบอานาจต่อไปได้อีก ให้ออกกฤษฎีกาที่มีผลบังคับเช่นกฎหมายเพื่อมอบอานาจดังกล่าว ๒) เว้นไว้แต่จะได้กาหนดไว้เป็นอย่างอื่นในกฎหมายสหพันธ์ สภาบุนเดสรัตมีอานาจอนุมัติร่าง กฤษฎีกาที่มีผลบังคับเช่น กฎหมายที่ออกโดยรัฐบาลสหพันธ์หรือรัฐมนตรีสหพันธ์เกี่ยวกับระเบียบทั่วไปในการใช้บริการรถไฟ ของสหพันธ์และบริการไปรษณีย์กับบริการการคมนาคมของสหพันธ์ หรือการเก็บค่าบริการในเรื่องดังกล่าว หรือเกี่ยวกับการ ก่อสร้าง และการดาเนินกิจการรถไฟ และเกี่ยวกับกฤษฎีกาที่มีผลบังคับเช่นกฎหมายที่ออกตามความในกฎหมายสหพันธ์ที่ บัญญัติให้ต้องขอความเห็นชอบของสภาบุนเดสรัต หรือกฤษฎีกาที่มลรัฐได้รับมอบอานาจจากรัฐบาลสหพันธ์ให้เป็นตัวแทน หรือที่อยู่ในความรับผิดชอบของมลรัฐ มาตรา ๘๑ ๑) หากไม่มีการยุบสภาบุน เดสตัก ตามสภาพการณ์ที่กาหนดไว้ในมาตรา ๖๘ และหาก สภาบุนเดสตักค้านร่างกฎหมาย แม้รัฐบาลสหพันธ์จะแถลงว่าเป็นร่างกฎหมายรีบด่วนก็ตาม ประธานาธิบดีส หพันธ์ ประกาศความฉุกเฉินในการออกกฎหมายเกี่ยวกับกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่ง ทั้งนี้โดยการร้องขอของรัฐ บาลสหพันธ์ และด้ว ยความเห็ น ชอบของสภาบุน เดสรัต บทบัญ ญัตินี้ใ ห้ใ ช้บัง คับ เช่น กัน แก่ก รณีที่มีก ารค้า นร่า งกฎหมายแม้ นายกรัฐมนตรีสหพันธ์จะได้เสนอรวมกับญัตติตามความในมาตรา ๖๘ ๒) ภายหลังที่ได้มีการประกาศความฉุกเฉินในการออกกฎหมายแล้ว หาดสภาบุนเดสตัก ค้านร่างกฎหมายอีกครั้งหนึ่ง หรือเห็น ชอบด้ว ยกับร่างกฎหมายที่มีบทบัญญัติที่รัฐ บาลสหพันธ์ไม่อาจยอมรับได้ จะ ถือ ว่า ร่า งกฎหมายนั ้น ได้ผ ่า นการพิจ ารณาของสภาแล้ว ก็ต่อ เมื่อ สภาบุน เดสรัต ได้ใ ห้ค วามเห็น ชอบด้ว ย ให้นา บทบัญญัตินี้ไปใช้ในกรณีที่สภาบุนเดสตักไม่เห็นชอบกับร่างกฎหมายที่เสนอให้พิจารณาใหม่อีกครั้งหนึ่งภายใน ๔ สัปดาห์ ๓) ในระหว่างที่นายกรัฐมนตรีสหพันธ์อยู่ในตาแหน่งให้พิจารณาร่างกฎหมายอื่นที่สภาบุนเดสตัก ไม่เห็นชอบด้วยตามความในวรรค ๑ และวรรค ๒ ภายในระยะเวลา ๖ เดือน ภายหลังที่ได้มีการประกาศความฉุกเฉินในการออก กฎหมาย เมื่อระยะเวลาดังกล่าวสิ้นสุดลงแล้ว การประกาศความฉุกเฉินในการออกกฎหมายในระยะเวลาที่ นายกรัฐมนตรีสหพันธ์คนเดียวกันนี้ขออยู่ในตาแหน่งจะกระทาไม่ได้ ๔) การแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกหรือไม่ใช้กฎหมายหลักทั้งหมดหรือบางส่วนโดยกฎหมายที่ออก ตามความในวรรค ๒ จะกระทามิได้ มาตรา ๘๒ ๑) ประธานาธิบดีสหพันธ์เป็นผู้ ลงนามในกฎหมายที่ออกตามบทบัญญัติของกฎหมายหลักนี้ ภายหลังที่มีการลงนามรับสนองแล้ว และประกาศให้เป็นกฎหมายใช้บังคับได้ในหนังสือเฟ็ดเดอรัลกาแซตต์ ๑กฤษฎีกาที่มีผล บังคับเช่นกฎหมายจะต้องลงนามในหน่วยงานที่ออกกฤษฎีกานั้นและประกาศใช้ใน หนังสือเฟ็ดเดอรัลกาแซตต์ เว้นไว้แต่จะได้ บัญญัติไว้ในกฎหมายเป็นอย่างอื่น ๒) กฎหมายและกฤษฎีกาที่มีผลบังคับ เช่นกฎหมายจะต้องมีการกาหนดวันที่ใช้บังคับไว้แน่นอน หากไม่มีการกาหนดไว้ดังกล่าว กฎหมายมีผลใช้บังคับในวันที่ ๑๔ ภายหลังที่ได้ประกาศในหนังสือเฟ็ดเดอรัล กาแซตต์แล้ว หมวด ๘ การรักษากฎหมายสหพันธ์และการบริหารสหพันธ์ มาตรา ๘๓ มลรัฐรักษากฎหมายสหพันธ์เสมอนหนึ่งเป็นความรับผิดชอบของตนเฉพาะที่กฎหมายหลักนี้มิได้ บัญญัติหรืออนุญาตไว้เป็นอย่างอื่น ๑ หนังสือรัฐกิจจานุเบกษาของสหพันธรัฐเยอรมัน – ผู้แปล
    • - ๓๗ - มาตรา ๘๔ ๑) หากมลรัฐรักษากฎหมายสหพันธ์เสมือนหนึ่งเป็นความรับผิดชอบของตน มลรัฐมีสิทธิจัดตั้ง หน่วยงานและกาหนดระเบียบข้อบังคับในการบริหารเฉพาะที่กฎหมายสหพันธ์ที่สภาบุนเดสรัตเห็นชอบด้วยแล้วมิได้กาหนดไว้ เป็นอย่างอื่น ๒) ด้วยความเห็นชอบของสภาบุนเดสรัต รัฐบาลสหพันธ์มีอานาจออกระเบียบการบริหารทั่วไป ได้ ๓) รัฐบาลสหพันธ์มีสิทธิตรวจตราเพื่อให้เป็นการแน่นอนว่า มลรัฐรักษากฎหมายสหพันธ์ตาม กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่แล้วเพื่อประโยชน์ในการนี้ รัฐบาลสหพันธ์อาจส่งผู้รับมอบอานาจไปยังหน่วยงานสูงสุดของมลรัฐ และไป ยังหน่วยงานระดับที่ต่ากว่าหากมลรัฐยินยอม ในกรณีที่มลรัฐไม่ยินยอม รัฐบาลสหพันธ์ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาบุนเดส รัต ๔) หากปรากฏว่ าในการรั กษากฎหมายสหพั นธ์ ของมลรั ฐ รั ฐบาลสหพั นธ์ ได้ พบว่ ามี ความ บกพร่อง และมลรัฐไม่แก้ไขข้อบกพร่องนั้น รัฐบาลสหพันธ์หรือมลรัฐอาจขอให้สภาบุนเดสรัตตัดสินว่ามลรัฐได้ปฏิบัติชอบด้วย กฎหมายหรือไม่ มติของสภาบุนเดสรัตอาจถูกคัดค้านในศาลรัฐธรรมนูญสหพันธ์ได้ ๕) เพื่อประโยชน์ในการรักษากฎหมายสหพันธ์ รัฐบาลสหพันธ์อาจได้รับมอบอานาจโดย กฎหมายที่ส ภาบุน เดสรัต เห็น ชอบด้ว ยให้อ อกคาสั่ง เฉพาะกรณีใ ดกรณีห นึ่งได้ ให้ส่งคาสั่ง ดัง กล่า วไปยัง หน่ว ยงาน สูงสุดของมลรัฐเว้นไว้แต่รัฐบาลสหพันธ์เห็นว่าเป็นเรื่องด่วน มาตรา ๘๕ ๑) เมื่ อมลรั ท าหน้ าที่ เป็ น ตั วแทนของสหพั นธ์ ในการรั กษากฎหมาย มลรั ฐมี อ านาจแต่ งตั้ ง เจ้าหน้าที่เฉพาะที่ กฎหมายสหพันธ์ที่สภาบุนเดสรัตเห็นชอบด้วยมิได้กาหนดไว้เป็นอย่างอื่น ๒) รัฐบาลสหพันธ์มีสิ ทธิ ออกระเบียบการบริ หารทั่วไปด้วยความเห็นชอบของสภาบุนเดสรัต รัฐบาลสหพันธ์มีสิทธิวางระเบียบในการฝึกอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่และลูกจ้างของรัฐบาล การแต่งตั้งหัวหน้าหน่วยงานใน ระดับกลางจะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลสหพันธ์ ๓) เจ้าหน้าที่มลรัฐ อยู่ภ ายใต้คาสั่งของเจ้าหน้าที่สูงสุดที่เกี่ยวข้องของสหพันธ์ คาสั่งที่มี ไปยังมลรัฐ ให้ส่ง ไปยังเจ้าหน้า ที่สูงสุด ของมลรัฐ เว้นไว้แต่เป็นเรื่องที่รัฐ บาลสหพัน ธ์เ ห็น ว่าเป็น เรื่อ งด่ว น เจ้าหน้า ที่ สูงสุดของมลรัฐต้องควบคุมดูแลให้มีการปฏิบัติตามคาสั่งนั้น ๔) การควบคุมของรัฐบาลสหพันธ์ มีขอบเขตเท่าที่สอดคล้องกับกฎหมายและมีความเหมาะสม ในการปฏิบัติ รัฐบาลสหพันธ์อาจขอให้มีการเสนอรายงานและเอกสาร และสั่งผู้ได้รับมอบอานาจไปยังเจ้าหน้าที่ทั้งมวลได้ เพื่อ ประโยชน์ในการนี้ มาตรา ๘๖ เมื่อสหพันธ์รักษากฎหมายโดยหน่วยงานของรัฐบาลสหพันธ์หรือโดยองค์การที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย หรือสถาบันที่ตั้งขึ้นโดยกฎหมายมหาชน รัฐบาลสหพันธ์มีอานาจออกระเบียบข้อบังคับทั่วไปในการบริหารได้เท่าที่กฎหมายไม่ บัญญัติกรณีพิเศษไว้ รัฐบาลสหพันธ์มีสิทธิจัดตั้งหน่วยงานขึ้นได้เมื่อกฎหมายมิได้บัญญติไว้เป็นอย่างอื่น มาตรา ๘๗ ๑) การบริห ารกิจ การต่า งประเทศ การบริห ารการคลัง ของสหพัน ธ์ รถไฟของสหพัน ธ์ การไปรษณีย์ข องสหพัน ธ์แ ละตามบทบัญ ญัติม าตรา ๘๙ การบริห ารทางเดิน เรือ และการเดิน เรือ พาณิช ย์นั้น ให้ ดาเนิน การเสมือ นหนึ่ง เป็น เรื่อ งของรัฐ บาลสหพัน ธ์โ ดยมีห น่ว ยงานบัง คับ รองลงไปตามลาดับ เจ้า หน้า ที่คุ้ม ครอง ชายแดนสหพันธ์และหน่วยงานกลางด้านข่าวสารและการสื่อสารของตารวจเพื่อประโยชน์ในการรวบรวมข้อมูล อันมี วัตถุประสงค์ที่ จะคุ้มครองรัฐธรรมนูญ และสาหรับตารวจนั้นให้เป็นไปตามกฎหมายของสหพันธ์ ๒) การบริ หารสถาบั นการประกั นสั งคมที่ มี ขอบเขตอ านาจเกิ นกว่ าเขตแดนของมลรั ฐให้ ดาเนินการในฐานะเป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายมหาชน ๓) นอกจากนี้ การจัดตั้งของรัฐบาลสหพันธ์หน่วยงานอิสระของรัฐบาลสหพันธ์และหน่วยงานที่ ตั้งขึ้นตามกฎหมายของสหพันธ์และสถาบันที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายมหาชน จะกระทาได้โดยการออกกฎหมายของสหพันธ์ที่
    • - ๓๘ - สหพันธ์มีอานาจในการออกกฎหมาย หากมีภารกิจเพิ่มขึ้นแก่สหพันธ์ในเรื่องที่สหพันธ์มีอานาจออกกฎหมายแล้ว ให้จัดตั้ง หน่วยงานในระดับกลาง และระดับต่าขึ้นได้ หากมีความจาเป็นรีบด่วน ทั้งนี้ โดยความเห็นชอบของสภาบุนเดสรัต และคะแนน เสียงข้างมากของสมาชิกสภาบุนเดสตัก มาตรา ๘๗ ก. ตัวเลขกาลั งพล และโครงร่างองค์การทั่วไปของกองทัพ เพื่อการป้องกันประเทศของสหพันธ์ จาต้องปราฏในงบประมาณประจาปี มาตรา ๘๗ ข. ๑) การบริหารกองทัพสหพันธ์ให้ดาเนินการในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลสหพันธ์โยมีองค์การ บริหารของตนเอง หน้าที่ขององค์การนี้ก็คือการบริหารเรื่องที่เกี่ยวกับกาลังพล และยุทธบริการแก่กองทัพ ภารกิจที่เกี่ยวกับ การสงเคราะห์ผู้ทุพพลภาพและการก่อสร้างจะต้องไม่เป็นงานในหน้าที่ของกองทัพ เว้นไว้แต่กฎหมายสหพันธ์กาหนดไว้โดย ความเห็นชอบด้วยของสภาบุนเดสรัต บทบัญญัติของกฎหมายที่ให้หน่วยบริหารกองทัพมีอานาจเข้าแทรกแซงในสิทธิของบุคคล ที่สาม จาต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาบุนเดสรัต บทบัญญัติดังกล่าวนี้ไม่ใช้บังคับแก่กฎหมายเกี่ยวกับกาลังพล ๒) กฎหมายสหพันธ์ที่ว่ าด้วยการป้องกันประเทศรวมทั้ งการเกณฑ์ทหาร และการคุ้มครอง ประชาชนพลเรือนอาจกาหนดด้วยความเห็นชอบของสภาบุนเดสรัต ให้กิจการที่กล่าวมาแล้วอยู่ภายใต้การดาเนินงานทั้งหมด หรือบางส่วนของรัฐบาลสหพันธ์โดยมีหน่วยงานโดยเฉพาะหรือโดยมลรัฐทาหน้าที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลสหพันธ์ กฎหมายอาจ กาหนดด้วยความยินยอมของสภาบุนเดสรัตว่า อานาจตามความในมาตรา ๘๕ ที่เป็นของรัฐบาลสหพันธ์และหน่วยงานสูงสุด ของรั ฐบาลสหพันธ์ อาจโอนให้ เป็ นของหน่ วยงานของสหพั นธ์ อั นดั บรองลงไปได้ ในกรณี นี้ อาจก าหนดไว้ ในกฎหมายว่ า หน่วยงานดังกล่าวไม่จาต้องได้รั บความเห็นชอบจากสภาบุนเดสรัตในการออกกฎข้อบังคับในการบริหารตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา ๘๕ วรรค ๒ ประโยคที่หนึ่ง มาตรา ๘๗ ค. กฎหมายที่ออกตามความในข้ อ ๑๑ ก. ของมาตรา ๗๔ อาจบัญญัติใหรั ฐบาลมลรัฐเป็ น ตัวแทนของรัฐบาลสหพันธ์ในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ โดยความเห็นชอบของสภาบุนเดสรัต มาตรา ๘๗ ง. ๑) รัฐบาลสหพันธ์เป็นผู้บริหารงานองค์การการบิน ๒) หน้าที่ขององค์การการบินอาจโอนเป็นของมลรัฐในฐานะตัวแทนของสหพันธ์ได้โดยกฎหมาย ของสหพันธ์ที่สภาบุนเดสรัตต้องให้ความเห็นชอบ มาตรา ๘๘ สหพันธ์จัดตั้งธนาคารของสหพันธ์ มีอานาจหน้าที่ในการออกธนบัตรและเงินตรา มาตรา ๘๙ ๑) สหพันธ์มีกรรมสิทธิ์ในทางน้าเดินเรือ ซึ่งเดิมเป็นอาณาจักรไรช์ ๒) สหพันธ์บริหารทางน้าเดินเรือโดยมีองค์การของตนเอง สหพันธ์ควบคุมการเดินเรือในน่านน้า ที่ผ่านดินแดนของมลรัฐเกินกว่าหนึ่งมลรัฐและการเดินเรือพาณิชย์ที่กฎหมายบัญญติให้เป็นของสหพันธ์เมื่อได้รับการร้องขอ รัฐบาลสหพันธ์อาจโอนการควบคุมการเดินเรือในทางน้าของสหพันธ์ที่อยู่ในเขตแดนของมลรัฐให้แก่ มลรัฐในฐานะตัวแทนของ รัฐบาลสหพันธ์ได้หากทางน้าเดินเรือผ่านเขตแดนของหลายมลรัฐ สหพันธ์อาจแต่งตั้งมลรัฐหนึ่งเป็นตัวแทนควบคุมทางน้านั้นได้ หากมลรัฐที่เกี่ยวข้องร้องขอให้กระทาเช่นนั้น ๓) ในการบริหาร การพัฒนา และการก่อสร้างทางน้าเดินเรือใหม่ ต้องใหเหลักประกันแก่การ ปรับปรุงดิน และการควบคุมน้า โดยการตกลงกับมลรัฐที่เกี่ยวข้อง มาตรา ๙๐ ๑) สหพันธ์มีกรรมสิทธิ์ในถนนและทางหลวง ซึ่งเดิมเป็นของอาณาจักรไรช์ ๒) มลรัฐหรือหน่วยปกครองตนเองที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายที่มีอานาจตามกฎหมายของมลรัฐทา หน้าที่บริหารถนนและทางหลวงอื่นๆ ของสหพันธ์ที่ใช้เป็นทางสัญจรระยะยาว ๓) โดยการร้องของมลรัฐสหพันธ์อาจเข้าบริหารถนนและทางหลวงของสหพันธ์ที่ใช้เป็นทาง สัญจรระยะยาว เฉพาะที่อยู่ในเขตแดนของมลรัฐนั้น
    • - ๓๙ - มาตรา ๙๑ ๑) เพื่อปัดป้องภยันตรายที่มีมาเป็นการฉุกเฉินต่อความคงอยู่ หรือต่อระบอบประชาธิปไตย เสรีของสหพันธ์หรือของมลรัฐ มลรัฐอาจขอความช่วยเหลือกาลังตารวจจากสหพันธ์ได้ ๒) หากมลรั ฐ ที่ ภ ยั น ตรายที่ มี ม าเป็ น การฉุ ก เฉิ น นั้ น ไม่ ตั้ ง ใจหรื อ ไม่ ส ามารถที่ จ ะต่ อ สู้ ภยันตรายนั้นแล้ว รัฐบาลสหพันธ์อาจเข้าควบคุมกิจการตารวจของมลรัฐนั้นและนาเอากาลังตารวจของมลรัฐอื่นมาไว้ ภายใต้การบังคับบัญชาของสหพันธ์ได้ คาสั่งเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวจะสิ้นสุดลงเมื่อภยันตรายหมดไป หรือเมื่อสภาบุนเดสรัต มีมัติให้สิ้นสุดลง หมวด ๙ การบริหารงานตุลาการ มาตรา ๙๒ อานาจตุลาการเป็นของผู้พิพากษา องค์การที่ใช้อานาจตุลาการคือศาลรัฐธรรมนูญสหพันธ์ ศาลสูงสหพันธ์ ศาลสหพันธ์ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายหลักนี้ และศาลมลรัฐ มาตรา ๙๓ ๑) ศาลรัฐธรรมนูญสหพันธ์มีอานาจพิจารณาพิพากษาในเรื่องต่อไปนี้ ๑. การตีความกฎหมายหลั กนี้ เมื่ อเกิดปั ญหาการขัดแย้งในเรื่ องสิ ทธิและหน้ าที่ ของ องค์การสูงสุดของสหพันธ์ หรือฝ่ายอื่นที่เกี่ยวยข้องที่กฎหมายหลักนี้ หรือระเบียบ การขององค์การสูงสุดของสหพันธ์ได้ให้อานาจอิสระไว้ ๒. ในกรณีที่ความแตกต่างในเรื่องความเห็นหรือความสงสัยเกี่ยวกับการขัดแย้งระหว่าง กฎหมายสหพันธ์ และกฎหมายมลรัฐกับกฎหมายสหพันธ์ ทั้งนี้ โดยการร้องขอของ รัฐบาลสหพันธ์ รัฐบาลมลรัฐหนึ่ง หรือสมาชิกสภาบุนเดสตักไม่ต่ากว่า ๑ ใน ๓ ของ สมาชิกทั้งหมด ๓. ในกรณีที่มีความแตกต่างในเรื่องความเห็นเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของสหพันธ์ และ ของมลรัฐโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการปฏิบัติตามกฎหมายของสหพันธ์มลรัฐ และในการ ใช้อานาจควบคุมโดยรัฐบาลสหพันธ์ ๔. การขัดแย้งเกี่ยวกับกฎหมายมหาชนระหว่างสหพันธ์กับมลรัฐ ระหว่างมลรัฐด้วยกัน หรือภายในมลรัฐหนึ่งมลรัฐใด เว้นไว้แต่จะมีสิทธิฟ้องร้องยังศาลอื่น ๕. คดีอื่นๆ ที่บัญญัติไว้ในกฎหมายหลักนี้ ๒) ศาลรัฐธรรมนูญสหพันธ์มีอานาจพิจารณาพิพากษาคดีอื่นกฎหมายสหพันธ์บัญญัติให้เป็น อานาจทางศาลนี้ มาตรา ๙๔ ๑) ศาลรั ฐธรรมนู ญสหพันธ์ประกอบด้วยผู้ พิพากษาสหพันธ์ และผู้ พิพากษาอื่น ผู้ พิพากษา ครึ่งหนึ่งของจานวนทั้งหมดได้รับเลือกโดยสภาบุนเดสตัก และอีกครึ่งหนึ่งโดยสภาบุนเดสรัต ผู้พิพากษาจะต้องไม่เป็นสมาชิก สภาบุนเดสตัก หรือสภาบุนเดสรัต หรือรัฐบาลสหพันธ์ หรือองค์การที่มีอานาจหน้าที่คล้ายกันในมลรัฐ ๒) ธรรมนูญศาลและวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญสหพันธ์ให้เป็นไปตามกฎหมายสหพันธ์ซึ่ง จะต้องบัญญัติไว้ ข้อความว่าคาพิพากาของศาลนี้ในคดีใดที่มีผลบังคับเช่นกฎหมาย
    • - ๔๐ - มาตรา ๙๕ ๑) เพื่อให้มีความเหมือนกันในการใช้กฎหมายสหพันธ์ให้จัดตั้งศาลสูงสุดสหพันธ์ขึ้นศาลเดียว ๒) ศาลสูงสุดสหพันธ์มีอานาจพิจารณาพิพากษาคดีที่คาพิพากษาของศาลสูงสุดมีความสาคัญยิ่ง ต่อความเหมือนกันของการรักษาความยุติธรรมของศาลระดับสูงของสหพันธ์ ๓) ผู้พิพากษาศาลสูงสุดสหพันธ์ ได้รับการแต่งตั้งร่วมกันโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติ ธรรม สหพันธ์ และคณะกรรมการพิจารณาคัดเลื อกผู้ พิ พากษา ประกอบด้ วยรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงยุติธรรมของมลรั ฐ และ กรรมการจานวนเท่ากันที่ได้รับเลือกโดยสภาบุนเดสตัก ๔) เกี่ยวกับเรื่องอื่น ธรรมนูญศาลสูงสุดสหพันธ์และวิธีพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายสหพันธ์ มาตรา ๙๖ ๑) ศาลสูงสหพันธ์ตั้งขึ้นเพื่อให้มีอานาจพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับคดีธรรมดา คดีปกครอง คดีการเงิน คดีพิพากษาแรงงานและคดีสังคม ๒) มาตรา ๙๕ วรรค ๓ ใช้กับ ผู ้พิพ ากษาศาลสูง สหพัน ธ์โ ดยมีเ งื่อ นไขว่า รัฐ มนตรีที่ เกี่ย วข้อ งทาหน้า ที่แ ทนรัฐ มนตรีว ่า การกระทรวงยุติธ รรมสหพัน ธ์ และรัฐ มนตรีว่า การกระทรวงยุติธ รรมมลรัฐ ระยะเวลาอยู่ในตาแหน่งของผู้พิพากษาให้กาหนดไว้ในกฎหมายสหพันธ์ มาตรา ๙๖ ก. ๑) สหพันธ์อาจจัดตั้งศาลสหพันธ์ขึ้นเพื่อคุ้มครองสิทธิทางการค้าได้ ๒) สหพันธ์อาจจัดตั้งศาลอาญาทหารของกองทัพโดยมีฐานะเป็นศาลสหพันธ์ได้ ศาลทหารจะใช้ อานาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาไม่ได้ เว้นไว้แต่คดีอาญาเกี่ยวกับการป้องกันประเทศและทหารสังกัดกองทัพที่ประจาทางาน อยู่ในต่างประเทศหรือบนเรือรบ รายละเอียดให้กาหนดไว้ในกฎหมายสหพันธ์ ศาลสหพันธ์ดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผู้พิพากษาที่ปฏิบัติงานเต็มเวลาต้องเป็นผู้พากษาโดยอาชีพ ๓) ศาลสูงสุดสหพันธ์เป็นศาลสูงของศาลที่บัญญติไว้ในวรรค ๑ และวรรค ๒ ๔) สหพัน ธ์อาจจัด ตั้ง ศาลวินัยสหพัน ธ์ขึ้น เพื่อดาเนินคดีทางวินั ยต่อข้า รัฐ การสหพัน ธ์ที่ กระทาความผิดทางวินัย รวมทั้งอาจจัดตั้งศาลทหารเพื่อพิจารณาพิพากษาคดีที่ทหารกระทาความผิดหรือคดีที่ทหาร ยื่นเรื่องราวร้องทุกข์ มาตรา ๙๗ ๑) ผู้พิพากษาเป็นอิสระและอยู่ภายใต้กฎหมายเท่านั้น ๒) ผู้พิพ ากษาได้รับ การแต่ง ตั้ง เป็น การถาวรและปฏิบั ติง านเต็ม เวลาโดยมีตาแหน่ง ที่ แน่น อน การถอดถอนผู้ พิ พากษาหรื อให้ พั กงานเป็ นการถาวรหรื อชั่ วคราว หรื อย้ ายไปด ารงต าแหน่ งอื่ นหรื อให้ ปลด เกษียณอายุโดยผู้พิพากษาที่เกี่ยวข้องได้ยินยอมจะกระทาได้ก็แต่โดยมีคาพิพากษาและโดยเหตุและตามวิธีการที่กาหนดไว้ใน กฎหมายเท่านั้น กฎหมายอาจกาหนดอายุที่ผู้พิพากษาต้องพ้นตาแหน่งในกรณีที่มีการแต่งตั้งเป็นการตลอดชีวิต ในกรณีที่มีการ เปลี่ยนแปลงองค์การของศาล หรือขอบเขตอานาจหน้าที่ของศาล อาจมีการโอนผู้พิพากษาไปสังกัดศาลอื่น หรือให้พ้นตาแหน่ง ได้โดยได้รับเงินเดือนเต็ม มาตรา ๙๘ ๑) สถานภาพทางกฎหมายของผู้พิพากษาสหพันธ์ให้กาหนดโดยกฎหมายพิเศษของสหพันธ์ ๒) ในการปฏิบั ติหน้าที่หรือโดยการส่วนตัวของผู้พิพากษาสหพันธ์คนใดละเมิดหลั กการของ กฎหมายหลักหรือระบอบรัฐธรรมนูญของมลรัฐ โดยการร้องขอของสภาบุนเดสตัก ศาลรัฐธรรมนูญสหพันธ์มีอานาจพิจารณา พิพากษาด้วยคะแนนเสียง ๒ ใน ๓ ของผู้พิพากษาทั้งหมด ให้ย้ายผู้พิพากษาไปดารงตาแหน่งอื่นหรือให้ปลดออกจากตาแหน่ง หากปรากฏว่าผู้พิพากษามีเจตนา ศาลอาจสั่งผุ้พิพากษาพ้นตาแหน่ง ๓) สถานภาพทางกฎหมายของผู้ พิ พากษาในมลรั ฐให้ เป็ นไปตามกฎหมายพิ เศษของมลรั ฐ สหพันธ์มีอานาจออกกฎหมายวางหลักเกณฑ์ทั่วไปได้
    • - ๔๑ - ๔) มลรั ฐอาจก าหนดไว้ในกฎหมายว่ ารั ฐมนตรี ว่ าการกระทรวงยุ ติ ธรรมของมลรั ฐ ร่ วมกั บ คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกผู้พิพากษามีอานาจแต่งตั้งผุ้พิพากษาในมลรัฐได้ ๕) มลรั ฐอาจออกกฎหมายบัญญัติ เกี่ ยวกับวรรค ๒ ซึ่ งเกี่ยวกั บผู้ พิพากษา ทั้ งนี้ ไม่ เป็ นการ กระทบกระเทือนรัฐธรรมนูญของมลรัฐที่ใช้บังคับอยู่ การพิจารณาพิพากษาคดีที่มีการกล่าวหาว่าผู้พิพากษาได้กระทาความผิด อย่างร้ายแรงขึ้นเป็นอานาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญสหพันธ์ มาตรา ๙๙ กฎหมายของมลรัฐอาจบัญญัติให้การพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการขัดแย้งทางรัฐธรรมนูญ ภายในมลรัฐหนี่งเป็นอานาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญสหพันธ์ได้ และกฎหมายของมลรัฐคงบัญญัติให้ศาลพิจารณาพิพากษา อันเป็นการเสร็จเด็ดขาดในเรื่องที่เกี่ยวกับการใช้กฎหมายของมลรัฐให้แก่ศาลสูงของสหพันธ์ได้ มาตรา ๑๐๐ ๑) หากศาลเห็นว่ากฎหมายฉบับใดขัดต่อรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นผลจากการที่คดีมาสู่ศาลนั้น และ ศาลมีอานาจพิจารณาคดีนั้น ให้พักการพิจารณาไว้ก่อน และให้ศาลมลรัฐที่มีอานาจพิจารณาพิพากษาเสียก่อน ในกรณีที่มีการ ขัดต่อรัฐธรรมนูญมลรัฐ หรือขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสหพันธ์พิจารณาพิพากษาก่อนในกรณีที่มีการขัดต่อรัฐธรรมนูญสหพันธ์ บทบัญญัตินี้ใช้บังคับได้แก่กรณีที่มลรัฐละเมิดกฎหมายหลักฉบับนี้ หรือการขัดแย้งระหว่างกฎหมายมลรัฐกับกฎหมายสหพันธ์ ๒) ในระหว่างที่มีการพิจารณา หากมีความสงสัยว่าหลักของกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดี เมืองเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายสหพันธ์หรือไม่ และหลักดังกล่าวได้ก่อให้เกิดสิทธิและหน้าที่หรือไม่ (มาตรา ๒๕) ศาลต้องขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญสหพันธ์พิจารณาพิพากษา ๓) ในการตีความกฎหมายหลักนี้ หากศาลรัฐธรรมนูญของมลรัฐได้มีความประสงคืที่จะไม่ยึด หลักตามคาพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญสหพันธ์ หรือศาลรัฐธรรมนูญของมลรัฐอื่นแล้ว จะต้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสหพันธ์ พิจารณาพิพากษาก่อน ในการตีความกฎหมายสหพันธ์ หากศาลรัฐธรรมนูญของมลรัฐใดมีความประสงค์ที่จะไม่ยึดหลักตามคา พิพากษาของศาลสูงสุดของสหพันธ์ หรือศาลสูงของสหพันธ์แล้ว จะต้องขอให้ศาลสูงสุดของสหพันธ์พิจารณาพิพากษาก่อน มาตรา ๑๐๑ ๑) การจัดตั้งศาลพิเศษขึ้นเพื่อพิจารณาพิพากษาคดีใดคดีหนึ่งโดยเฉพาะจะกระทาไม่ได้ การ กระทาใดๆ ที่ทาให้คนที่ได้รับการพิจารณาพิพากษาโดยศาลที่มีอานาจพิจารณาพิพากษาอยู่แล้วพ้นจากการพิจารณาพิพากษา ของศาลนั้นจะกระทาไม่ได้ ๒) ศาลที่ มี อ านาจพิ จารณาพิ พากษาคดี ประเภทใดประเภทหนึ่ งนั้ น ให้ จั ดตั้ งขึ้ นได้ ตาม บทบัญญัติแห่งกฎหมาย มาตรา ๑๐๒ ให้ยกเลิกการลงโทษประหารชีวิต มาตรา ๑๐๓ ๑) ในศาลยุติธรรมทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ๒) บุคคลไม่ต้องรับโทษทางอาญา เว้นไว้แต่จะได้กระทาการอันกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลากระทา นั้นบัญญติเป็นความผิดและบัญญัติโทษไว้ ๓) บุคคลไม่ตองรับอาญาในความผิดเดียวกันเกินกว่าหนึ่งครั้งตามหลักกฎหมายอาญาทั่วไป ้ มาตรา ๑๐๔ ๑) การจากัดเสรีภาพของบุคคลจะกระทาได้ก็แต่โดยกฎหมายลายลักษณ์อักษรและตามวิธีการ ที่บัญญัติไว้ในกฎหมายนั้นเท่านั้น ผู้ที่ถูกคุมขังจะต้องไม่ได้รับการทารุณทางจิตใจหรือร่างกาย ๒) ผู้พิพากษาเท่านั้นที่มีอานาจสั่งให้จากัดเสรีภาพหรือเพิ่มการจากัดเสรีภาพหากปรากฏว่า การจากัดเสรีภาพไม่ได้เกิดจากคาสั่งของศาลแล้ว ให้ยื่นคาร้องขอคาสั่งของศาลโดยมิชักช้า ตารวจจะควบคุมบุคคลโดยอานาจ ของตนเกินกว่าสิ้นวันถัดวันที่จับกุมไม่ได้ ให้กาหนดรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ในกฎหมาย ๓) บุคคลที่ถูกคุมขังชั่วคราวในข้อหาสงสัยว่าได้กระทาความผิดอาญาจะต้องถูกนาตัว มาปรากฏต่อศาล ภายในวัน ถัดจากวัน ถูกคุมขัง เป็นอย่างช้า ผู้พิพากษาจะแจ้งเหตุผ ลของการคุมขังให้ผู้ต้องคุมขัง
    • - ๔๒ - ทราบ ซักถามผู้ถูกคุม ขัง และให้โ อกาสแก่ผู้คุมขังคัดค้า นได้ ผู้พิพากษาจะต้อ งออกหมายจับ ในทัน ทีโ ดยแจ้ง ข้อหา หรือสั่งให้ปล่อยผู้ต้องคุมขังให้พ้นจากการคุมก็ได้ ๔) เมื่อศาลสั่งให้มีการจากัดเสรีภาพหรือเพิ่มการจากัดเสรีภ าพจะต้องแจ้งให้ญาติของ ผู้ถูกคุมขังหรือผู้ถูกคุมขังหรือผู้ที่ผู้ถูกคุมขังไว้วางใจ ได้ทราบโดยมิชักช้า หมวด ๑๐ การคลัง มาตรา ๑๐๕ ๑) สหพันธ์มีอานาจโดยเฉพาะที่จะออกกฎหมายเกี่ยวกับศุลกากร และการคลัง ๒) สหพันธ์มีอานาจร่วมกันที่จะออกกฎหมายว่าด้วย ๑. ภาษีสรรพสามิต และภาษีการค้า ยกเว้นภาษีที่เรียกเก็บเฉพาะท้องที่ใดท้องที่ หนึ่ ง โดยเฉพาะอย่ างยิ่ งภาษีก ารซื้อที่ ดินและอาคารหรือ ภาษีที่เ ก็บ จากค่า ที่ เพิ่มขึ้น หรือภาษีการป้องกันเพลิงไหม้ ๒. ภาษีเงินได้ ภาษีทรัพย์สิน ภาษีมรดก และภาษีการบริจาคเพื่อการกุศล ๓. ภาษีที่ดินและอาคาร และภีการค้า ยกเว้นการกาหนดอัตราภาษีหากมีการอ้างว่า ภาษีทั้งหมดหรือบางส่วนที่เก็บนี้ เพื่อนาไปใช้ภายในกิจการของสหพันธ์หรือหาก มีสถานการณ์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๒ วรรค ๒ เกิดขึ้น ๓) กฎหมายสหพัน ธ์ ว่า ด้ว ยภาษีอ ากรซึ่ง จัด เก็บ ให้แ ก่ม ลรัฐ หรือ ประชาคมทั้ง หมด หรือบางส่วนจะต้องได้รับความเห็ นชอบจากสภาบุนเดสรัต มาตรา ๑๐๖ ๑) รายได้และรายรับจากภาษีอากรต่อไปนี้ให้เป็นของสหพันธ์ ๑. ภาษีศุลกากร ๒. ภาษีสรรพสามิตที่ไม่เป็นของมลรัฐตามวรรค (๒) ๓. ภาษีการโอนกรรมสิทธิ์ ๔. ภาษีการขนส่ง ๕. ภาษีที่เก็บจากทรัพย์สินแต่ไม่เก็บประจา ภาษีที่เก็บเพื่อให้เกิดความเสมอภาคใน การเสียภาษี ๖. ภาษีช่วยเบอร์ลินยามฉุกเฉิน ๗. ภาษีเสริมจากภาษีเงินได้และภาษีเงินได้นิติบุคคล ๒) รายได้จากภาษีต่อไปนี้ให้เป็นของมลรัฐ ๑. ภาษีทรัพย์สิน ๒. ภาษีมรดก ๓. ภาษีรถยนต์ ๔. ภาษีที่ไม่เป็นของสหพันธ์ตามวรรค (๑) ๕. ภาษีเบียร์ ๖. อากรการพนัน
    • - ๔๓ - ๗. ภาษีที่ใช้บังคับเฉพาะท้องที่ใดท้องที่หนึ่ง ๓) รายรับจากภาษีเงินได้และภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้น ให้เป็นของสหพันธ์และมลรัฐ ในอัตราส่วน ๓๓ ๑/๓ % ต่อ ๖๖ ๒/๓% และตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๐๑ เป็นของสหพันธ์กับมลรัฐ ในอัตราส่วน ๓๕% ต่อ ๖๕% ๔) อัตราส่วนการแบ่งภาษีเงินได้และภาษีเงินได้นิติบุคคลตามวรรค (๓) นั้น อาจเปลี่ยนแปลง ได้โดยกฎหมายสหพันธ์ซึ่งสภาบุนเดสรัตจะต้องให้ความเห็นชอบในเมื่อรายได้กับรายจ่ายของสหพันธ์แตกต่างกันมากกว่าที่ ปรากฏในมลรัฐ หรือเมื่อความต้องการงบประมาณของสหพันธ์และของมลรัฐสูงกว่ารายรับที่ประมาณไว้มากจนจาเป็นที่จะต้อง ปรับปรุงอัตราส่วนการแบ่งภาษีให้เป็นประโยชน์แก่สหพันธ์หรือแก่มลรัฐ การปรับปรุงอัตราส่วนจาต้องถือหลักเกณฑ์ต่อไปนี้ ๑. สหพั นธ์ กั บมลรั ฐจ าต้ องรั บผิ ดชอบในค่ าใช้ จ่ ายการบริ หารกิ จการที่ เป็ นความ รับผิดชอบของแต่ละฝ่าย ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนมาตรา ๑๒๐ วรรค (๑) ๒. การเรียกร้องของสหพันธ์กับมลรัฐจะต้องมีความสาคัญเท่าเทียมกัน ในการนาเงิน รายได้ตามปกติมาใช้ในกิจการที่จาเป็นของตนได้ ๓. ความต้อ งการของสหพัน ธ์กับ มลรัฐ ในด้า นงบประมาณนั้น จะต้อ งมีก าร ประสานงานกันในลักษณะที่จะทาให้บรรลุการแบ่งด้วยการเสมอภาคอย่างยุติธรรม ไม่เป็นภาระหนักเกินไปแก่ผู้เสีย ภาษีอากรและเป็นหลักประกันว่ามาตรฐานการครองชีพในสหพันธ์ มีความเท่าเทียมกัน อัตราการแบ่งส่ว นอาจได้รับ การปรับ ปรุง เป็น ครั้ง แรกในวัน ที่ ๑ เมษายน ๒๕๐๑ และต่อ ไปเป็น ระยะๆ ไม่ต่ากว่า ๒ ปี ภายหลัง ที่ไ ด้มีก าร ประกาศใช้ก ฎหมายที ่ก าหนดอัต ราส่ว นดัง กล่า ว ทั ้ง นี ้ โดยมีเ งื ่อ นไขว่า การก าหนดดัง กล่า วจะต้อ งไม่ กระทบกระเทือนการปรับปรุ งอันเป็นผลของความในวรรค (๕) ๕) หากกฎหมายสหพันธ์เพิ่มงบประมาณมากขึ้นโดยแบ่งของจากมลรัฐมากขึ้นหรือแบ่งรายรับ จากมลรัฐ จาต้องมีการปรับปรุงอัตราส่วนระหว่างเงินได้และเงินได้นิติบุคคลโดยให้มลรัฐเป็นฝ่ายได้ประโยชน์ ทั้งนี้ สถานการณ์ ตามที่บัญญัติไว้ในวรรค (๔) จะต้องไม่เกิดขึ้นหากภาระเพิ่มเติมดังกล่าวตกเป็นของมลรัฐภายในระยะเวลาที่สั้นมาก สหพันธ์ อาจจะแบ่งเบาภาระโดยอนุมัติเงินช่วยเหลือโดยการออกกฎหมายด้วยความเห็นชอบของสภาบุนเดสรัต ในกฎหมายดังกล่าว ต้องวางหลักเกณฑ์การประเมินจานวนเงินช่วยเหลือ และหลักเกณฑ์การแจกจ่ายแก่มลรัฐด้วย ๖) รายรับจากภาษีอากรที่เก็บจากที่ดินและสิ่งก่อสร้างและการค้านั้น ให้เป็นของประชาคม ใน กรณีที่ได้มีประชาคมในมลรัฐใดให้รายรับตกเป็นของมลรัฐตามกฎหมายของมลรัฐ ภาษีที่เก็บตกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและ การค้าอาจใช้ประกอบการพิจารณาวางหลักเกณฑ์การประเมินและภาษีเสริมรายรับที่ได้จากการเก็บภาษีเงินได้และภาษีเงินได้ นิติบุคคลให้เป็นของประชาคม และสมาคมประชาคมในอัตราร้อยล่ะที่กาหนดไว้ในกฎหมาย กฎหมายมลรัฐกาหนดจานวน รายรับของมลรัฐจะเป็นของประชาคม หรือสมาคมประชาคมหรือไม่และเพียงใดด้วย ๗) หากสหพันธ์จัดตั้งสถาบันพิเศษขึ้นในมลรัฐ หรือประชาคม หรือสมาคม ประชาคม อัน เป็น เหตุใ ห้มีก ารเพิ่ม ค่า ใช้จ่า ยมากขึ้น โดยกะทัน หัน หรือ ทาให้ม ลรัฐ หรือ ประชาคม หรือ สมาคมประชาคมได้ รายรับลดน้อยลง สหพันธ์ต้องให้เงินช่วยเหลือประชาคมให้ได้สัดส่วนกัน ทั้งนี้ เฉพาะในกรณีที่มลรัฐ หรือประชาคม หรือสมาคมประชาคมไม่อาจรับภาระพิเศษดังกล่าวได้ ค่าชดเชยของบุคคลที่ส าม และผลประโยชน์อันเป็นเงินที่ตก เป็น ของมลรัฐ หรือประชาคมหรือ สมาชิกประชาคมอันเป็นผลของการจัด ตั้งสถาบันดังกล่า วพึงได้ รับการพิจ ารณา ด้วยในการให้เงินช่วยเหลือเพื่อชดเชย ๘) เพื่อประโยชน์ของมาตรานี้ รายได้และรายจ่ายของประชาคม หรือสมาคมประชาคมให้ถือ ว่าเป็นรายได้และรายจ่ายของมลรัฐ
    • - ๔๔ - มาตรา ๑๐๗ ๑) รายรับจากภาษีของมลรัฐเป็นของมลรัฐเท่าที่การเก็บภาษีดังกล่าวได้กระทาโดยเจ้าหน้าที่ เก็บภาษีอากรภายในขอบเขตอานาจหน้าที่ของตน (รายรับส่วนท้องถิ่น) กฎหมายสหพันธ์อาจบัญญติรายละเอียดในการกาหนด และแบ่งสรรรายรับส่วนท้องถิ่นจากภาษีบางประเภท (ส่วนแบ่งภาษี) ๒) กฎหมายสหพัน ธ์ซึ่ง สภาบุน เดสรัต ให้ความยิน ยอมพึง ให้ห ลัก ประกัน การแบ่ง สรร เงินรายได้โ ดยยุติธ รรมระหว่างมลรัฐ ที่มีฐ านะทางการเงินดีกับมลรัฐ ที่มีฐ านะทางการเงินอ่อนแอโดยคานึงถึงฐานะ การเงิน และความต้องการงบประมาณของประชาคมหรือสมาคมประชาคมด้ว ย กฎหมายดังกล่าวอาจกาหนดให้มี การให้ช่วยเหลือแก่มลรัฐที่มีฐานะการเงินอ่อนแอจากมลรัฐที่มีฐานะการเงินดี กฎหมายดังกล่าวอาจวางเงื่อนไขการ ขอเงิน ช่ว ยเหลือ และการให้เ งิน ช่ว ยเหลือ รวมทั้ง หลัก เกณฑ์กาหนดจานวนเงิน ช่ว ยเห ลือ กฎหมายดัง กล่า วอาจ บัญญัติให้รัฐบาลสหพันธ์ให้เงินช่วยเหลือจากงบประมาณของสหพันธ์แก่มลรัฐ ที่มีฐ านะทางการเงินอ่อนแอเพื่อช่ว ย แบ่งเบาภาระความต้องการงบประมาณโดยทั่วไป (เงินช่วยเหลือเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ) มาตรา ๑๐๘ ๑) ภาษี ศุลกากร อากรการผู กขาด ภาษีสรรพสามิ ตตามเงื่ อนไขของอานาจออกกฎหมาย ร่วมกัน ภาษีขนส่ง ภาษีการโอนกรรมสิทธิ์ และภาษีที่เก็บจากทรัพย์สินแต่ไม่เก็บประจาอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยระบบ การคลังของสหพันธ์ การจัดระบบงานของหน่วยงานดังกล่าวให้เป็นไปตามกฎหมายสหพันธ์ หัวหน้าหน่วยงานดังกล่าวใน ระดับกลางจะได้รับการแต่งตั้งภายหลังการปรึกษาหารือกับรัฐบาลของมลรัฐ สหพันธ์อาจโอนการเก็บภาษีทรัพย์สินแต่ไม่เก็บ เป็นประจาให้แก่รัฐบาลมลรัฐในฐานะเป็นตัวแทนได้ ๒) หากสหพันธ์ประสงค์จะเอารายได้บางส่วนและภาษีเงินได้นิติบุคคล สหพันธ์มีหน้าที่ต้อง บริหารการเก็บภาษีอากรเท่าที่จะเป็นผลตามประสงค์นั้น อย่างไรก็ดี สหพันธ์อาจโอนอานาจในการบริหารการเก็บภาษีอากร ดังกล่าวให้แก่หน่วยงานการคลังของมลรัฐในฐานะเป็นตัวแทนได้ ๓) ภาษีอ ากรอื่น อยู่ใ นอานาจของหน่ว ยงานการคลัง ของมลรัฐ เป็น ผู้จัด เก็บ สหพัน ธ์ อาจออกกฎหมายสหพันธ์ที่สภาบุนเดสรัตให้ความเห็นชอบแล้ว เพื่ อควบคุมการจัดหน่ว ยงานของหน่ว ยงาน วิธีการ ปฏิบัติงาน หรือการฝึกอบรมเจ้าพนักงานของหน่วยงานดังกล่าวได้ หัวหน้าหน่วยงานในระดับกลางจะต้องได้รับการ แต่งตั้งด้วยความตกลงกับรัฐบาลสหพันธ์ การจัดเก็บภาษีอากรที่เป็นของประชาคม (สมาคมประชาคม) อาจโอนโดย มลรัฐให้เป็นของประชาคม (สมาคมประชาชน) ทั้งหมดหรือบางส่วนได้ ๔) สาหรับ ภาษีอ ากรที่ตกเป็น ของสหพันธ์ หน่ว ยงานการคลังของมลรัฐ ทาหน้าที่เป็น ตัว แทนของสหพัน ธ์ มลรัฐ ต้อ งรับ ผิดชอบภายในขอบเขตของรายได้ของตนในการจัดเก็ บภาษีดังกล่าวให้เรียบร้อ ย รัฐ มนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหพัน ธ์อาจควบคุม การบริห ารงานได้โ ดยการสั่งการผ่านตัว แทนที่ได้รับมอบ อานาจของสหพันธ์ที่มีอานาจควบคุมหน่วยงานทั้งในระดับกลางและระดับต่า ๕) ขอบเขตอานาจของศาลการคลังให้เป็นไปตามกฎหมายสหพันธ์ ๖) รัฐบาลสหพันธ์มีอานาจออกระเบียบการบริหารทั่วไปได้ และในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารที่ เป็นอานาจหน้าที่ของหน่วยงานการคลังของมลรัฐนั้น สภาบุนเดสรัตต้องให้ความเห็นชอบ มาตรา ๑๐๙ สหพันธ์และมลรัฐต่างเป็นอิสระต่างหากจากกันในงบประมาณของตน มาตรา ๑๑๐ ๑) ให้ประเมินรายได้และรายจ่ายทั้งหมดของสหพันธ์ประจาปี และให้รวมไว้ในงบประมาณ ๒) จัดให้มีงบประมาณโดยการออกกฎหมายก่อนเริ่มต้นของปีงบประมาณ รายได้กับรายจ่าย ต้องสมดุลย์ โดยหลักการทั่วไป งบรายจ่ายมีผลใช้ได้เพียงหนึ่งปี ในกรณีพิเศษอาจให้มีผลใช้ได้เกินกว่านั้นก็ได้ นอกจากกรณี ดังกล่าวแล้ว จะมีบทบัญญัติในกฎหมายงบประมาณที่มีผลใช้บังคับเกินกว่าหนึ่งปี หรือที่ไม่เกี่ยวกับรายได้และรายจ่ายของ สหพันธ์ หรือการบริหารสหพันธ์ไม่ได้ ๓) ให้กาหนดสินทรัพย์และหนี้สินไว้ในภาคผนวกของงบประมาณ
    • - ๔๕ - ๔) ในกรณีของวิสาหกิจที่ดาเนินการค้าของสหพันธ์ รายได้และรายจ่ายของวิสาหกิจดังกล่าว ไม่ต้องปรากฎในงบประมาณ แต่ให้นาเอางบดุลย์ไปแสดงไว้ในงบประมาณด้วย มาตรา ๑๑๑ ๑) ในปลายปีงบประมาณ หากงบประมาณของปีถัดไปไม่ได้รับอนุมัติเป็นกฎหมาย รัฐบาล สหพันธ์มีอานาจใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายที่จาเป็นทั้งมวลได้จนกว่าจะได้มีการออกกฎหมายงบประมาณใหม่ดังนี้ ก) ค่าใช้จ่ายของสถาบันที่ตั้งขึ้นแล้วตามกฎหมายและดาเนินมาตรการที่ กฎหมาย กาหนดไว้ ข) เพื่อปฏิบัติตามพันธกรณีทางการเงินของสหพันธ์ ค) เพื่อดาเนินงานโครงการก่อสร้างต่อไป งานจัดซื้อและวิธีการอื่นๆ หรือเพื่อจ่าย เป็นค่าอุดหนุนเพื่อประโยชน์ดังกล่าวโดยมีข้อแม้ว่าจะต้องมีการอนุมัติรายการ ดังกล่าวไว้ในงบประมาณของปีที่แล้ว ๒) ในส่วนที่เกี่ ยวกับรายได้ที่ได้มาจากกฎหมายพิเศษและจากการเก็บภาษีอากร หรืออื่นๆ หรือรายได้จากเงินคงคลัง ไม่รวมอยู่ในค่าใช้จ่ายที่กาหนดไว้ในวรรค (๑) รัฐบาลสหพันธ์อาจขอกู้เงินที่จาเป็นเพื่อดาเนินงานได้ ไม่เกิน ๑/๔ ของจานวนทั้งหมดของงบประมาณปีที่แล้ว มาตรา ๑๑๒ รายจ่ ายที่ เกิ นกว่ าที่ กาหนดไว้ ในรายการงบประมาณ และรายจ่ ายพิ เศษจ าต้ องได้รั บความ เห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหพันธ์ ซึ่งจะให้ความเห็นชอบได้ก็แต่เฉพาะกรณีที่มีความจาเป็นอันไม่อาจ คาดการณ์ล่วงหน้าไว้และไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ มาตรา ๑๑๓ รั ฐบาลสหพันธ์ ต้องให้ ความเห็ นชอบแก่มติของสภาบุนเดสตั ก และสภาบุ นเดสรั ตที่ ให้ เพิ่ ม งบประมาณที่เสนอโดยรัฐบาลสหพันธ์ หรือมติที่ให้มีรายจ่ายใหม่หรือที่อาจทาให้มีรายจ่ายในอนาคต มาตรา ๑๑๔ ๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหพันธ์ต้องเสนอบัญชีประจาปีแสดงรายได้และรายจ่าย กับทรัพย์สิน และหนี้สินทั้งหมดต่อสภาบุนเดสตัก และสภาบุนเดสรัต ๒) บัญชีดังกล่าวต้องได้รับการตรวจพิจารณาของสานักงานตรวจแผ่นดินซึ่งมีเจ้าหน้าที่ที่มี ความเป็นอิสระ บัญชีทั่วไป และสรุปทรัพย์สินกับหนี้สินนั้นจะต้องนาเสนอต่อสภาบุนเดสตักและสภาบุนเดสรัตในปีถัดมา รวมทั้งผลการพิจารณาของสานักงานตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อให้พ้นความรับผิดชอบของรัฐบาลสหพันธ์ การตรวจบัญชีให้เป็นไป ตามกฎหมายสหพันธ์ มาตรา ๑๑๕ การกู้ยืมเงินจะกระทาได้ก็แต่ในกรณีที่มีความต้องการเป็นพิเศษ และโดยหลักทั่วไปแล้วต้องกู้ยืม มาเพื่อวัตถุประสงค์ในการผลิต และตามที่กฎหมายสหพันธ์กาหนดไว้ การให้กู้ยืมเงินและการกาหนดหลักประกันการกู้เงินที่มี ผลพูกพันเกินกว่าปีงบประมาณ จะกระทาก็ได้แต่โดยดาเนินการตามกฎหมาย จานวนเงินกู้ หรือขอบเขตภาระผูกพันที่สหพันธ์ ต้องรับผิดชอบนั้นให้กาหนดไว้ในกฎหมาย หมวด ๑๑ บทเฉพาะกาลและบทสุดท้าย มาตรา ๑๑๖ ๑) เว้นไว้แต่จะได้กาหนดไว้เป็นอย่างอื่นในกฎหมาย ชาวเยอรมันตามความหมายของกฎหมาย หลักนี้ได้แก่บุคคลที่มีสัญชาติเยอรมัน หรือผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าเมืองในอาณาเขตของอาณาจักรไรช์เยอรมัน ตามที่ปรากฎอยู่ ในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๔๘๐ ในฐานะผู้ลี้ภัยหรือผู้ถูกขับไล่จากประเทศอื่นที่มีเชื้อชาติเยอรมัน หรือเป็นคู่สมรสหรือผู้อยู่ใน อุปการะของบุคคลดังกล่าว
    • - ๔๖ - ๒) ผู้เคยมีสัญชาติเยอรมันที่ถูกถอดถอนสัญชาติในระหว่างวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๔๗๖ และวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๔๘๓ โดยเหตุผลทางการเมือง ทางเชื้อชาติห รือทางศาสนา รวมทั้งผู้สืบสายโลหิตมีสิทธิ ยื่น คาร้อ งขอสัญ ชาติเ ยอรมัน ได้ บุค คลดัง กล่า วมีฐ านะเสมือ นไม่เ คยถูก ถอดถอนสัญ ชาติเ ยอรมัน ถ้า หากได้ม ามี ภูมิลาเนาในเยอรมันนี้ภายหลังวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๔๘๘ และยังไม่ได้แสดงเจตนารมณ์เป็นอย่างอื่น มาตรา ๑๑๗ ๑) กฎหมายที่ขัดแย้งกับมาตรา ๓ วรรค ๒ มีผลใช้บังคับต่อไปจนกระทั่งได้มีการปรับปรุงให้ สอดคล้องกับกฎหมายหลักฉบับนี้ แต่จะใช้ได้ไม่เกินวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๔๙๖ ๒) บรรดากฎหมายที่จากัดสิทธิเสรีภาพในการตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนมีผลใช้บังคับต่อไป ทั้งนี้โดย คานึงถึงการขาดแคลนบ้านพักอาศัย จนกว่ากฎหมายสหพันธ์จะได้ยกเลิกกฎหมายดังกล่าว มาตรา ๑๑๘ การปรับปรุงเขตแดนที่เป็นของมลรัฐบาเดน วูร์ต เตมแบรก์ – บาเดน และวูร์ต เตมแบร์ก – โฮเฮ็น ซอลเลิน อาจจะกระทาได้โ ดยไม่นาบทบัญ ญัติม าตรา ๒๙ มาใช้บัง คับ ทั้ง นี้โ ดยการตกลงระหว่างมลรัฐ ที่ เกี่ย วข้อ ง หากไม่อ าจตกลงกัน ได้ ให้มีการปรับปรุง เขตแดนได้โ ดยกฎหมายสหพัน ธ์ซึ่ง จะต้ องบัญ ญัติให้มีการออก เสียงประชามติด้วย มาตรา ๑๑๙ ในเรื่อ งที่เกี่ย วกับ ผู้ลี้ภัย และผู้ถูกขับ ออกนอกประเทศ โดยเฉพาะอย่า งยิ่ง เกี่ย วกับการ แยกย้ายบุค คลดังกล่าวให้แ ก่มลรัฐ ด้ว ยความเห็น ชอบของสภาบุน เดสรัต รัฐ บาลสหพันธ์อาจออกกฤษฎีกาที่มีผ ล บังคับเช่นกฎหมาย ในระหว่างที่ยังไม่มีการออกกฎหมายของสหพันธ์ รัฐบาลสหพันธ์มีอานาจที่จะออกคาสั่งเกี่ยวกับ แต่ละกรณีได้ เว้นไว้แต่การชักช้าอาจเป็นภัยให้ส่งคาสั่งให้แก่เจ้าหน้าที่สูงสุดของมลรัฐ มาตรา ๑๒๐ ๑) สหพัน ธ์รับ ผิด ชอบในค่า ใช้จ่า ยการยึด ครอง และค่า ใช้จ่า ยอื่น ๆ ทั้ง ในและนอก ประเทศ อัน เป็น ผลของสงครามตามที่จ ะกาหนดไว้โ ดยละเอีย ดในกฎหมาย รวมทั้ง เงิน อุด หนุน ค่า ใช้จ่า ยในการ ประกันสังคม และการประกันการว่างงานและการช่วยเหลือแก่ผู้ว่างงานที่ให้โดยรัฐ ๒) รายได้ตกเป็นของสหพันธ์ทันทีที่สหพันธ์รับผิดชอบในรายจ่าย มาตรา ๑๒๐ ก. ๑) กฎหมายสาหรับการดาเนินงานจัดสรรภาระให้เสมอภาคกันโดยความเห็นชอบของ สภาบุน เดสรัต กาหนดว่า ในด้า นผลประโยชน์ที่ไ ด้จ ากการจัด สรร ให้รัฐ บาลสหพัน ธ์กับ มลรัฐ ร่ว มกัน บริห ารและ อานาจที่เป็นของรัฐบาลสหพันธ์ตามมาตรา ๘๕ ให้มอบหมายให้เป็นของสานักงานจัดสรรของสหพันธ์ทั้งหมด หรือ บางส่ว น ในการใช้อานาจดัง กล่าว สานักงานจัด สรรของสหพันธ์ไม่ต้องได้รับอนุญาตจากสภาบุนเดสรัต ยกเว้นใน กรณีรีบด่วน ให้ส่งคาสั่งนั้นให้แก่หน่วยงานสูงสุดของมลรัฐ (สานักงานจัดสรรของมลรัฐ ) ๒) ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนบทบัญญัติมาตรา ๘๗ วรรค ๓ ประโยคที่ ๒ มาตรา ๑๒๑ ตามความหมายของกฎหมายหลักนี้ เสียงข้างมากของสภาบุนเดสตักและที่ประชุมสหพันธ์คือ เสียงข้างมากของจานวนสมาชิกที่กาหนดไว้ในกฎหมาย มาตรา ๑๒๒ ๑) ตั้งแต่มีการประชุมครั้งแรกของสภาบุนเดสตักเป็นต้นไป องค์กรนิติบัญญัติที่กาหนดไว้ใน กฎหมายหลักฉบับนี้เท่านั้นที่มีอานาจออกกฎหมาย ๒) องค์กรนิติบัญญัติ และองค์กรอื่นที่มีส่วนในการพิจารณาร่างกฎหมายในฐานะที่ปรึกษาที่ ต้องสิ้นสุดลงตามความในวรรค (๗) ให้ยุบองค์กรดังกล่าวเสียตั้งแต่วันนั้น มาตรา ๑๒๓ ๑) กฎหมายที่มีผลบังคับก่อนที่สภาบุนเดสตักจะได้มีการประชุมครั้งแรกนั้นยังคงใช้บังคับได้ ต่อไปเฉพาะที่ไม่ขัดแย้งต่อกฎหมายหลักฉบับนี้ ๒) โดยไม่ขัดต่อสิทธิและการคัดค้านของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง สัญญาที่ได้ลงนามตกลงกันไว้ใน สมัยเยอรมันไรช์ที่เกี่ยวกับเรื่องที่มลรัฐมีอานาจออกกฎหมายตามกฎหมายหลักฉบับนี้ให้มีผลใช้บังคับได้ต่อไป หากยังเป็นและ
    • - ๔๗ - เป็นการไม่ขัดต่อหลักทั่วไปของกฎหมาย จนกระทั่งได้มีการลงนามในสัญญาใหม่โดยผู้มีอานาจหน้าที่ตามกฎหมายหลักฉบับนี้ หรือจนกว่าจะสิ้นสุดลงโดยบทบัญญัติของสัญญานั้นเอง มาตรา ๑๒๔ กฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องที่สหพันธ์มีอานาจเฉพาะที่จะออกกฎหมาย มีสภาพเป็นกฎหมายของ สหพันธ์ตามควรแก่กรณี มาตรา ๑๒๕ กฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องที่สหพันธ์มีอานาจร่วมในการออกกฎหมายมีสภาพการเป็นกฎหมายตาม ควรแก่กรณีดังต่อไปนี้ ๑. เฉพาะที่ใช้บังคับได้เหมือนกันภายในเขตยึดครองหนึ่งเขต หรือกว่านั้นขึ้นไป ๒. เฉพาะที่เ ป็น กฎหมายอัน เป็น การแก้ไ ขเพิ่ม เติม กฎหมายไรช์ภ ายหลัง วัน ที่ ๘ พฤษภาคม ๒๔๘๘ มาตรา ๑๒๖ ศาลรัฐธรรมนูญสหพันธ์มีอานาจพิจารณาพิพากษาคดีที่เกี่ยวกับการคงเป็นกฎหมายของสหพันธ์ ของกฎหมายฉบับหนึ่ง มาตรา ๑๒๗ ภายในเวลา ๑ ปี นั บตั้ งแต่ ประกาศใช้ กฎหมายหลั กฉบั บนี้ รั ฐบาลสหพั นธ์ อาจขยายการ ประกาศใช้กฎหมาย BIZONAL ECONOMIC ADMINISTRATION ในเขตแดนของมลรัฐบาเดน เกรตเตอร์เบอร์ลิน ไรน์แลนด์ – ปาลาติเนต และวูร์ตเตมแบร์ก – โฮเฮ็นซอลเลิน ทั้งนี้โดยความเห็นชอบของรัฐบาลของมลรัฐที่เกี่ยวข้องปราบใดที่กฎหมาย ดังกล่าวยังมีผลใช้บังคับได้ในฐานะกฎหมายสหพันธ์ตามความในมาตรา ๑๒๔ หรือ ๑๒๕ มาตรา ๑๒๘ เกี่ยวกับกฎหมายที่คงใช้บังคับต่อไป ได้กาหนดให้อานาจที่จะสั่งการตามความในมาตรา ๘๔ วรรค ๕ ให้อานาจดังกล่าวมีอยู่ต่อไปได้จนกว่าจะได้กาหนดเป็นอย่างอื่นไว้ในกฎหมาย มาตรา ๑๒๙ ๑) เกี่ยวกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายซึ่งใช้บังคับเป็นกฎหมายสหพันธ์ได้มีบทบัญญัติให้ออก กฤษฎีกาที่มีผลบังคับเช่นกฎหมายได้ หรือระเบียบในการบริหารทั่วไป หรือเพื่อปฏิบัติงานปกครองนั้นให้อานาจตามกฎหมาย ดังกล่าวตกเป็นของหน่วยงานที่มีอานาจหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวนี้ หากมีการสงสัย รัฐบาลสหพันธ์กับสภาบุนเดสรัตจะเป็น ผู้มีอานาจตัดสิน ให้พิมพ์เผยแพร่คาตัดสินดังกล่าว ๒) เกี่ ยวกั บบทบั ญญั ติของกฎหมายที่ มีผลใช้ บั งคั บได้ ต่ อไปในฐานะกฎหมายของมลรั ฐมี บทบัญญัติมอบอานาจดังกล่าวให้หน่วยงานที่มีอานาจหน้าที่ภายใต้กฎหมายของมลรัฐเป็นผู้ใช้อานาจนั้น ๓) เกี่ยวกับบทบัญญัติของกฎหมายตามความหมายในวรรค ๑ และ ๒ ที่ให้อานาจแก้ไขหรือ เพิ่มเติมหรือออกบทบัญญัติแทนกฎหมายนั้น การมอบอานาจดังกล่าวหมดอายุ ๔) บทบัญญัติว รรค ๑ และ ๒ ใช้บังคับโดยอนุโ ลม ในกรณีที่บทบัญ ญัติแห่งกฎหมาย อ้างถึงกฎข้อบังคับที่ไม่มีผลบังคับแล้วหรือสถาบันที่ถูกยุบเลิกแล้ว มาตรา ๑๓๐ ๑) องค์การปกครองหรือสถาบันอื่นที่ทาหน้าที่บริหารประเทศ หรือการบริหารงานยุติธรรม และไม่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของมลรัฐ หรือสนธิสัญญาระหว่างมลรัฐ รวมทั้งสมาคมการบริหารการรถไฟเยอรมันตะวันตกเฉียงใต้ และคณะกรรมการบริหารไปรษณีย์ และโทรคมนาคมในเขตยึดครองฝรั่งเศส ให้อยู่ภายใต้รัฐบาลสหพันธ์โดยความเห็นชอบของ สภาบุนเดสรัต รัฐบาลสหพันธ์มีอานาจโอนหรือเลิกกิจการได้ ๒) ผู้ควบคุมสูงสุดในการบริหารงานบุคคลของหน่วยงาน และสถาบันดังกล่าวก็คือรัฐมนตรี สหพันธ์ผู้มีอานาจหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรง ๓) องค์การที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย และสถาบันในกฎหมายมหาชนที่ไม่อยู่ภายใต้มลรัฐใดโดยตรง และไม่เป็นผลของสนธิสัญญาระหว่างมลรัฐนั้นให้อยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานสูงสุดของสหพันธ์ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง โดยตรง
    • - ๔๘ - มาตรา ๑๓๑ กฎหมายสหพันธ์กาหนดสถานภาพของกฎหมายของบุคคลรวมทั้งผู้ลี้ภัย และผู้ถูกขับไล่ออกนอก ประเทศซึ่งในวันที่ ๘ เมษายน ๒๔๘๘ ปฏิบัติงานให้แก่ราชการต้องออกจากราชการโดยเหตุที่ไม่เป็นผลของระเบียบข้อบังคับ ของข้าราชการพลเรือน หรือระเบียบการเกี่ยวกับข้อตกลงร่วมกัน และจนกระทั่งปัจจุบันยังไม่ได้มีงานทาหรือได้มีงานทาที่ไม่ ตรงกับที่ได้เคยทามาก่อนบทบัญญัติมาตรานี้ให้ใช้บังคับโดยอนุโลมแก่บุคคลรวมทั้งผู้ลี้ภัย และผู้ถูกขับไล่ออกนอกประเทศ ซึ่ง ในวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๔๘๘ มีสิทธิได้รับบานาญหรือความช่วยเหลืออื่น และซึ่งไม่ได้รับความช่วยเหลือใด ๆ เลย หรือความ ช่วยเหลือที่สมควรใด ๆ เลย โดยเหตุที่ไม่เป็นผลของระเบียบข้อบังคับของข้าราชการพลเรือน หรือระเบียบการเกี่ยวกับข้อตกลง ร่วมกัน จนกว่าจะมีกฎหมายสหพันธ์ประกาศให้มีผลใช้บังคับได้ จะมีการเรียกร้องสิทธิใด ๆ ตามกฎหมายไม่ได้ เว้นไว้แต่ก็ให้ กระทาได้ตามกฎหมายมลรัฐ มาตรา ๑๓๒ ๑) บรรดาข้าราชการและผู้พิพากษาที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งตลอดชีวิตในวันที่ ประกาศใช้กฎหมายหลักฉบับนี้ อาจถูกปลดเกษียณหรืออยู่ในรายชื่อที่จะถูกโอนไปสังกัดหน่วยงานอื่นที่มีค่าตอบแทนต่ากว่า ภายใน ๖ เดือน นับตั้งแต่มีการประชุมครั้งแรกของสภาบุนเดสตัก หากบุคคลดังกล่าวขาดความเหมาะสมทั้งในด้านส่วนตัว และ อาชีพที่จะดารงตาแหน่งต่อไป ให้นาบทบัญญัตินี้ไปใช้โดยอนุ โลมแก่พนักงานผู้ได้รับเงินเดือนซึ่งจะบอกเลิกจ้างไม่ได้ในกรณี ของพนักงานผู้ได้รับเงินเดือนที่บอกเลิกจ้างได้นั้น ระยะเวลาที่กาหนดไว้เกินกว่าระยะเวลาที่กาหนดไว้ในข้อตกลงร่วมกัน ๒) บทบั ญญัติ นี้ ไม่ ใช้บั งคั บแก่ข้ าราชการผู้ ที่ ไม่ได้รั บผลกระทบกระเทื อน โดยบทบั ญญั ติ เกี่ยวกับการปลดแอกจากนาซีและระบบทหารหรือผู้ที่เป็นเหยื่อของนาซี เว้นไว้แต่จะมีเหตุผลสาคัญเกี่ยวกับบุคลิกภาพของ บุคคลดังกล่าว ๓) ผู้ที่ได้รับผลกระทบกระเทือนมีสิทธิยื่นคาร้องต่อศาลตามความในมาตรา ๑๙ วรรค ๔ ๔) รายละเอียดให้กาหนดไว้ในกฤษฎีกาของรัฐบาลสหพันธ์ซึ่งจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก สภาบุนเดสรัต มาตรา ๑๓๓ สหพันธ์เป็นผู้รับโอนสิทธิและพันธกรณีที่เป็นของ BIZONAL ECONOMIC ADMINISTRATION มาตรา ๑๓๔ ๑) โดยหลักการทรัพย์สินของอาณาจักรไรช์เป็นทรัพย์สินของสหพันธ์ ๒) ทรัพย์สิ นที่จัดสรรไว้เพื่อการบริหารซึ่งไม่เป็นการบริหารของสหพันธ์ตามกฎหมายหลัก ฉบับนี้ ถ้าโอนทรัพย์สินดังกล่าวให้แก่หน่วยงานที่รับผิดชอบงานบริหารโดยไม่ต้องเสียค่าชดเชยและโอนให้แก่มลรัฐตลอดไป เท่าที่มลรัฐใช้อยู่แล้วในการบริหาร ซึ่งตามกฎหมายหลักฉบับนี้ไม่เป็นหน้าที่ของมลรัฐสหพันธ์อาจโอนทรัพย์สินอื่นให้แก่มลรัฐ ๓) ทรัพย์ สิ นที่มลรัฐประชาคม (สมาคมประชาคม) ให้ไรช์ใช้โดยไม่ได้รับการชดเชยนั้นให้ กลับมาเป็นกรรมสิทธิ์ของมลรัฐประชาคม (สมาคมประชาคม) เท่าที่ไม่เป็นที่ต้องการของสหพันธ์ในการบริหาร ๔) รายละเอียดให้เป็นไปตามกฎหมายสมพันธ์ซึ่งได้รับความเห็นชอบของสภาบุนเดสรัต มาตรา ๑๓๕ ๑) ถ้าหากภายหลังวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๔๘๘ และก่อนที่กฎหมายหลักฉบับนี้จะมีผล ใช้บังคับ ได้มีการโอนที่ดินส่วนหนึ่งจากมลรัฐหนึ่งไปให้อีกมลรัฐหนึ่ง มลรัฐนี้เป็นเจ้าของที่ดินในปัจจุบันเท่านั้นที่จะ มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่อยู่ในที่ดินของมลรัฐโดยที่เป็นเจ้าของมาก่อน ๒) ทรัพย์สินของมลรัฐและหน่วยงานที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย และสถาบันของกฎหมายมหาชนซึ่ง ถูกยุบเลิกไปแล้วให้ตกเป็นของมลรัฐ หรือหน่วยงานที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย และสถาบันของกฎหมายมหาชน ซึ่งรับผิดชอบงาน อยู่แล้วเท่าที่มุ่งหมายไว้เดิมเพื่อใช้ในการบริหารหรือใช้เพื่อการบริหารอยู่ในปัจจุบันเป็นการตลอดไปมิใช่ชั่วคราว ๓) ที่ดินและทรัพย์สินของมลรัฐที่ยุบเลิกแล้วรวมทั้งส่วนประกอบ ตกเป็นของมลรัฐที่ที่ดินและ ทรัพย์สินดังกล่าวตั้งอยู่เท่าที่ไม่เป็นทรัพย์สินตามรายการที่กาหนดไว้วรรค (๑)
    • - ๔๙ - ๔) หากมีการจาเป็นเพื่อประโยชน์ของสหพันธ์ หรือของเขตแดนใดเป็นพิเศษ การตกลงใด ๆ ที่ นอกเหนือไปจากที่กาหนดไว้ในวรรค ๑ – ๓ ก็อาจทาได้โดยบทบัญญัติของกฎหมายสหพันธ์ ๕) สาหรับ ทรัพย์สิน อื่น ๆ การรับ ช่ว งกรรมสิท ธิ์ และการตกลงกัน ในเรื่อ งกรรมสิท ธิ์ เท่าที่ยังไม่เกิดขึ้น ก่อนวัน ที่ ๑ มกราคม ๒๔๙๕ โดยข้อตกลงระหว่างมลรัฐ หรือองค์การที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายหรือ สถาบันของกฎหมายมหาชนที่เกี่ยวข้องนั้น ให้เป็นไปตามกฎหมายสหพันธ์ที่สภาบุนเดสรัตเห็นชอบ ๖) ผลประโยชน์ของมลรัฐ ที่เคยเป็นของปรัส เซียอันเป็นผลของวิส าหกิจนั้นให้ตกเป็น ของสหพันธ์ กฎหมายสหพันธ์จะได้บัญญัติรายละเอียดและอาจบัญญัติแตกต่างจากบทบัญญัตินี้ก็ได้ ๗) เมื่อมีการประกาศใช้กฎหมายหลักฉบับ นี้ ทรัพย์สินที่ตกเป็นของมลรัฐ หรือองค์กร ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายหรือสถาบันของกฎหมายมหาชน ตามความในวรรค ๑ – ๓ นั้นได้ถูกจาหน่ายไปตามหรือโดย อานาจแห่งกฎหมายมลรัฐ หรือโดยวิธีอื่นโดยผู้ที่มีสิทธิให้ถือว่าทรัพย์สินนั้นได้ตกเป็น ขององค์การดังกล่าวแล้ว ก่อน การจาหน่าย มาตรา ๑๓๕ ก. กฎหมายที่เป็นอานาจของสหพันธ์ตามมาตรา ๑๓๔ วรรค ๔ และมาตรา ๑๓๕ วรรค ๕ อาจกาหนดให้มีการยกเลิกหนี้สินหรือยกเลิกเพียงบางส่วนได้สาหรับหนี้สินต่อไปนี้ ๑) หนี้สินของอาณาจักรไรช์หรือของมลรัฐโดยเป็นของปรัสเซียหรือหนี้สินขององค์การที่ตั้งขึ้น ตามกฎหมายของสถาบันของกฎหมายมหาชนซึ่งยุบเลิกไปแล้ว ๒) หนี้สินของสหพันธ์ หรือองค์การ ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการโอนทรัพย์สิน ตามความในมาตรา ๘๙ ๙๐ ๑๓๔ หรือ ๑๓๕ และหนี้สินดังกล่าวที่เกิดจากการใช้มาตรการของผู้ทรงสิทธิตามที่ บัญญัติไว้ ในวรรค ๑ ๓) หนี้สินของมลรัฐหรือประชาคม (สมาคมของประชาคม) ตามมาตรการที่ใช้โดยผู้ทรงสิทธิ ก่อนวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๔๘๘ อันอยู่ในขอบเขตหน้าที่การบริหารของหรือโดยการมอบอานาจของอาณาจักรไรช์เพื่อให้เป็นไป ตามคาสั่งของมหาอานาจผู้ยึดครองหรือเพื่อป้องปัดสถานการณ์ฉุกเฉินทีเป็นผลของสงคราม ่ มาตรา ๑๓๖ ๑) สภาบุนเดสรัตประชุมกันครั้งแรกในวันที่สภาบุนเดสตักมีการประชุมกันครั้งแรก ๒) จนกว่าจะได้มีการเลือกประธานาธิบดีคนแรกของสหพันธ์ ประธานสภาบุนเดสรัตเป็นผู้ใช้ อานาจของประธานาธิบดีสหพันธ์ ประธานสภาบุนเดสรัตไม่มีสิทธิยุบสภาบุนเดสตัก มาตรา ๑๓๗ ๑) สิทธิในการสมัครรับเลือกตั้งในมลรัฐ หรือในประชาคมของข้าราชการพลเรือน ของ พนักงานผู้มีเงินเดือน ของทหารอาชีพ ของทหารอาสาสมัครชั่วคราว หรือของผู้พิพากษา ย่อมถูกจากัดโดยกฎหมาย ๒) กฎหมายเลือ กตั้ง ที่คณะกรรมการสภา (PARLIAMENTARY COUNCIL) ได้ใ ห้ ความเห็ น ชอบแล้ว ย่อ มใช้บังคับ แก่ก ารเลือกตั้งครั้ง แรกของสภาบุน เดสตัก ของที่ประชุมแห่งสหพันธ์ค รั้งแรกและ ของประธานาธิบดีคนแรกของสหพันธ์ ๓) จนกว่าจะได้มีการจัดตั้งศาลรัฐธรรมนูญของสหพันธ์ อานาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญของ สหพันธ์ตามมาตรา ๔๑ วรรค ๒ นั้นให้ศาลสูงประจาเขตเศรษฐกิจ (GERMAN HIGH COURT FOR COMBINED ECONOMIC AREA) เป็นผู้ใช้ซึ่งจะต้องพิจารณาพิพากษาตามวิธีพิจารณาของศาลนี้ มาตรา ๑๓๘ การเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ (NOTARY) ที่มีอยู่ในมลรัฐบาเดน ซาวาเรีย วูร์ตเตมแบร์ก – บาเด็นและวูร์ตแตมแบร์ก – โฮเฮ็นซอลเลิน ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐ บาลมลรัฐ ที่เกี่ยวข้อง เสียก่อน
    • - ๕๐ - มาตรา ๑๓๙ บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ออกมาเพื่อปลดปล่อยชาวเยอรมันให้พ้นจากนาซี และระบบทหาร ไม่ถูกกระทบกระเทือนโดยกฎหมายหลักฉบับนี้ มาตรา ๑๔๐ บทบัญญัติมาตรา ๑๓๖ ๑๓๗ ๑๓๘ ๑๓๙ และ ๑๔๑ ของรัฐ ธรรมนูญ เยอรมันฉบับ วันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๔๖๒ เป็นส่วนหนึ่งของรัฐธรรมนูญหลักฉบับนี้ มาตรา ๑๔๑ มาตรา ๗ วรรค ๑๓ ประโยคแรกจะใช้บังคับไม่ได้ในมลรัฐที่มีกฎหมายที่มีบทบัญญัติแตกต่างกัน ที่ใช้อยู่แล้วในวันที่ ๑ มกราคม ๒๔๙๒ มาตรา ๑๔๒ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญมลรัฐที่เป็นหลักประกันสิ ทธิเสรีตามมูลฐานที่สอดคล้องกับมาตรา ๑ – ๑๘ ของกฎหมายหลักนี้ย่อมมีผลใช้บังคับได้โดยใต้องนามาตรา ๓๑ มาบังคับ มาตรา ๑๔๒ ก. บทบัญญัติของกฎหมายหลักนี้ไม่ขัดต่อการตกลงและการใช้บังคับของสนธิสัญญาที่ลงนามที่ กรุงบอนน์และกรุงปารีสเมื่อวันที่ ๒๖ และ ๒๗ พฤษภาคม ๒๔๙๕ (สนธิสัญญาเกี่ยวกับสัมพันธภาพระหว่างสหพันธ์ สาธารณรัฐเยอรมันกับมหาอานาจทั้งสามและสนธิสัญญาจัดตั้งประชาคมป้องกันร่วมกันแห่งยุโรป) กับบรรดาปฏิญญาที่ เกี่ยวข้องและที่เพิ่มเติมโดยเฉพาะหนังสือตราสารวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๔๙๕ มาตรา ๑๔๓ เงื่อนไขในการใช้กาลังทหารในภาวะฉุ กเฉินนั้ นให้เป็นไปตามกฎหมายซึ่งจะต้องมีบทบัญญัติ สอดคล้องกับมาตรา ๗๙ ทุกประการ มาตรา ๑๔๔ ๑) กฎหมายหลักฉบับนี้จะใช้บังคับก็แต่โดยได้รับการรับรองจากสภาผู้แทนของมลรัฐไม่ต่ากว่า ๒ ใน ๓ ของจานวนมลรัฐทั้งหมดที่กฎหมายหลักนี้จะใช้บังคับ ๒) ในการใช้กฎหมายหลักฉบับนี้ หากมีข้อจากัดในมลรัฐที่ปรากฏในมาตรา ๒๓ หรือในส่วน หนึ่งของมลรัฐดังกล่าวแล้ว มลรัฐหรือส่วนของมลรัฐมีสิทธิส่งผู้แทนเป็นสมาชิกของสภาบุนเดสตักตามมาตรา ๕๐ มาตรา ๑๔๕ ๑) ในการประชุมโดยเปิดเผย คณะกรรมการสภาต้องประกาศการรับรองกฎหมายหลักนี้และ ลงนามและลงประกาศใช้กฎหมายหลักนี้โดยมีผู้แทนของเบอร์ลิน ๒) กฎหมายหลักฉบับนี้มีผลบังคับตั้งแต่การสิ้นสุดของวันที่ประกาศใช้ ๓) ให้ประกาศกฎหมายหลักนี้ในหนังสือกิจจานุเบกษาของสหพันธ์ มาตรา ๑๔๖ กฎหมายหลักฉบับนี้จะหมดอานาจใช้บังคับในวันที่ได้มีการรับรองรัฐ ธรรมนูญ โดยการ ตัดสินใจเสรี ของประชาชนชาวเยอรมัน กรุงบอนน์ไรน์ วันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๔๙๒