• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
พัฒนาการของมนุษย์
 

พัฒนาการของมนุษย์

on

  • 4,807 views

 

Statistics

Views

Total Views
4,807
Views on SlideShare
4,807
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
13
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    พัฒนาการของมนุษย์ พัฒนาการของมนุษย์ Presentation Transcript

    • นายประภัทร์ กุดหอมนายวัฒนา คำาภูษา 55632227109
    •  การเจริญเติบโต พัฒนาการ การเปลียนแปลงเนืองมาจาก ่ ่ พัฒนาการ หลักพัฒนาการ ทฤษฎีพฒนาการ ั
    • พัฒนาการ (Development)การเปลี่ยนแปลงของบุคคลในทุก ๆ ด้านตามระยะเวลาที่เปลี่ยนไป การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นผลมาจาก ระบบชีววิทยาในตัวการเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อม
    • การเจริญเติบโตการเปลี่ยนแปลงด้านขนาดส่วนสูง นำ้าหนัก และสัดส่วนในร่างกายของบุคคล ซึ่งเป็นการเปลียนแปลงในแง่ทเจริญ ่ ี่ขึ้น ดีขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น
    • วุฒภาวะ ิ (Maturation)หมายถึง รูปแบบพฤติกรรมในเชิงชีววิทยาที่มีความสัมพันธ์กับอายุ โดยการเปลี่ยนแปลงในแบบพฤติกรรมเหล่านี้จะได้รับการตั้งโปรมแกรมโดยยีนส์ ซึ่งได้รวมถึงควาสามารถทางกายและความสามารถทางด้านความคิด
    • การเรียนรู้ (Learning)หมายถึง รูปแบบการแปลง พฤติกรรมที่เป็นผลมาจาก การฝึกฝนและการฝึกหัด การ เรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมี วุฒิภาวะเป็นพืนฐาน โดยเด็ก ้ ทีมีวุฒิภาวะแล้วจะได้รับการ ่
    • การเปลี่ยนแปลงเนื่องมา จากพัฒนาการ1. การเปลี่ยนแปลงด้านขนาด2. การเปลี่ยนแปลงด้านสัดส่วน 3. การเปลียนแปลงที่เกิด ่ขึ้นทำาให้ลกษณะเก่า ๆหาย ั
    • พัฒนาการ 4 ด้าน1. พัฒนาการทางกาย2. พัฒนาการทางสติปัญญา3. พัฒนาการทางอารมณ์
    • หลักของพัฒนาการ Principle of Developmentอาร์โนลด์ จีเซลล์ ได้สรุปหลักของ พัฒนาการของมนุษย์1.พัฒนาการของมนุษย์มีทิศทาง (Principle of Directions) - ทิศทางจากส่วนบนลงสู่สวนกลาง ่ (Cephalocaudal Law) เป็นการพัฒนาใน แนวดิง โดยยึดศีรษะเป็นอวัยวะหลัก ่ คือ อวัยวะใดที่อยู่ใกล้ศรษะมากที่สด ี ุ บุคคลก็จะสามารถควบคุมการ ทำางานของอวัยวะส่วนนั้นได้ก่อน
    • หลักของพัฒนาการ Principle of Development ทิศทางจากส่วนใกล้ไปสู่ส่วนไกล (Proximodistal Law) เป็นการพัฒนา ในแนวขวาง โดยยึดลำาตัวเป็น อวัยวะหลัก คืออวัยวะใดก็ตามที่ อยูใกล้ร่างกายมากทีสุดจะ ่ ่ สามารถควบคุมได้ก่อนส่วนอื่น ๆ ดังนันเด็กจึงขยับร่างกายได้ก่อน ้ ส่วนอื่น ๆ
    • 2. พัฒนาการของมนุษย์มี ลักษณะต่อเนื่อง (Principle of Continuity) พัฒนาการใดด้านใดก็ตามต้อง อาศัยระยะเวลาและความต่อ เนืองอย่างค่อยเป็นค่อย ไป ่ ไม่ใช่เกิดได้โดยฉับพลันทันที ทันใด โดยเริ่มพัฒนาการ ตั้งแต่วัยเด็ก และพัฒนาการ ถึงขีดสุดในวัยผู้ใหญ่ และ เสื่อมลงเมื่อถึงวัยชราตาม
    • 3. พัฒนาการของมนุษย์เป็นไป ตามลำาดับขั้น (Principle of Developmental Sequence) พัฒนาการของสิ่งต่าง ๆ ทั้ง หลายต่างก็มีแบบแผนเฉพาะ ของตน เมื่อพัฒนาการมี ลักษณะต่อเนื่อง ดังนั้นจึงไม่ สามารถที่จะข้ามขั้นได้ และเป็น ไปตามลำาดับขั้นตอนตาม ธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น เด็กจะ
    • 4. พัฒนาการของมนุษย์ต้องอาศัย วุฒิภาวะและการเรียนรู้ (Principle of Maturation and Learning) วุฒิภาวะนั้นเป็นความพยายามขั้น ต้นของสิ่งมีชีวิตในการจัดระบบ เพื่อเตรียม ให้ได้มาซึ่ง ประสบการณ์ตาง ๆ อันยัง ่ ประโยชน์ให้กับตนเอง ส่วนการ เรียนรู้เป็นการเพิ่มความชำานาญ
    • 5. พัฒนาการของมนุษย์แต่ละบุคคล มีอัตราแตกต่างกัน (Principle of Individual Growth Rate) ช่วงชีวิตของแต่ ละบุคคลนั้น จะมีความถึงพร้อมซึงวุฒิ ่ ภาวะแตกต่างกัน เช่น ในเด็ก หญิงจะถึงวุฒิภาวะของความ เป็นสาวเร็วกว่าการถึงวุฒิ ภาวะความเป็นหนุ่ม ของเด็ก
    • สรุปลักษณะเด่นของพัฒนาการ1. พัฒนาการเป็นไปตามแบบฉบับของตัวเอง2. พัฒนาการไม่ว่าด้านใดก็ตามจะเริ่มจากส่วนใหญ่ไปหาส่วนย่อย ๆ3. พัฒนาการทั้งหลายเป็นสิ่งที่ต่อเนื่องกันไป4. อัตราพัฒนาการของบุคคลจะแตกต่างกันไป5. คุณลักษณะต่าง ๆ ของพัฒนาการจะมีความสัมพันธ์กัน
    • พัฒนาการในวัย ต่าง ๆวัยทารก จะมีชวงเวลาตั้งแต่แรกเกิด – 2 ปี ่ วัยทารกยังเป็นวัยที่ยงช่วยเหลือตัว ั เองไม่ได้ ต้องอาศัยความช่วยเหลือ จากบุคคลอื่น วัยนี้มการเจริญเติบโต ี อย่างรวดเร็ว และเห็นพัฒนาการทาง ด้านร่างกายอย่างชัดเจน สิงที่สำาคัญ ่ คือการพัฒนากล้ามเนื้อ
    • วัยเด็ก วัยเด็ก เป็นวัยที่อยู่ในช่วงอายุ 2 – 11 ปี มี การพัฒนากล้ามเนื้อทีใช้ในการเล่นมักมี ่ พฤติกรรมเลียนแบบผู้ใหญ่ทอยู่ใกล้ตัว ี่ พัฒนาการทางสติปัญญาจะก้าวหน้าอย่าง รวดเร็วในตอนปลายของวัย วัยเด็กจะมีการพัฒนาเอกลักษณ์ของตนเอง(Identification) เด็กจะรับเอาทัศนคติและ พฤติกรรมจากพ่อแม่ พฤติกรรมทางสังคม เด็กจะมีความสัมพันธ์
    • วัยรุ่น การเข้าสู่วยรุนของเด็กชายและเด็กหญิงแตก ั ่ต่างกัน เด็กชายจะมีอายุประมาณ 13 ปี ส่วนเด็กหญิงจะมีอายุประมาณ 11 ปี ทั้งนี้เพราะผู้หญิงโตเร็วกว่าผู้ชาย กว่า 2 ปี และจะสิ้นสุดเมื่ออายุ 18-20 ปี พัฒนาการทางกายมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เด็กผู้หญิงเริ่มมีประจำาเดือน เด็กผู้ชายเริ่มฝันเปียก มีลักษณะเป็นวัยหนุ่มวัยสาว
    • วัยรุ่น การสร้างมิตรภาพ วัยรุ่นมักชอบเพื่อนทีมีบุคลิกภาพและความสนใจเดียวกัน วัย ่รุ่นชายจะพัฒนาความสัมพันธ์โดยการทำา กิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน ผูหญิงพัฒนา ้ความสัมพันธ์โดยการติดต่อสื่อสารซึ่งกัน และกัน วัยรุนเป็นวัยหนึ่งเป็นวัยทีมีปัญหา ซึ่ง ่ ่ อาจจะพบปัญหาการฆ่าตัวตายในวัยรุ่นอันเป็นมาจากการซึมเศร้า และความรู้สก ึ
    • วัยผูใหญ่ ้ วัยผู้ใหญ่แบ่งออกเป็น 3 ช่วงอายุ คือ1 วัยผู้ใหญ่ตอนต้น อายุ 18-45 ปี2 วัยกลางคน อายุ 45-65 ปี3 วัยชรา หรือผู้ใหญ่ตอนปลายอายุ 65 ปีขึ้นไป
    • พัฒนาการทางกาย วัยผู้ใหญ่ตอนต้น จัดว่าเป็นระยะที่ดีที่สด ุของชีวต ร่างกายมีการเจริญเติบโตมากที่สดตอน ิ ุ อายุ 20 ปี มีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ วัยกลางคน ร่างกายจะเริ่มค่อย ๆ เสื่อมลง จากวัยผู้ใหญ่ตอนต้น วัยชรา กระบวนการเสือมในร่างกายเมกปราก ่ฎอย่างรวดเร็ว ร่างกายจะสูญเสียความสามารถที่ ปกป้องตนเองจากโรคต่าง ๆ
    • พัฒนาการทางสังคมและบุคลิกภาพของผู้ใหญ่ วัยผู้ใหญ่เป็นวัยที่ประสบ ความสำาเร็จในงานอาชีพ จะเพิ่มมากขึนในระหว่าง ้ 20-40 ปี บุคคลจะมี ประสบการณ์ในการจัดการ กับสถานการณ์ต่าง ๆ ใน ชีวตประจำาวันและการงาน ิ อาชีพสิงเหล่านี้จะมีผลต่อ ่ บุคลิกภาพของบุคคลในวัย
    • การแต่งงานและการมี ครอบครัว ผู้ใหญ่ตอนต้นเป็นวัยที่จัดว่าเป็นช่วงของการสร้างความสนิทสนมกับเพือนต่างเพศคนใด ่คนหนึ่ง ซึงมักจะนำา ่มาสูการแต่งงาน ่และต่อมาก็คือการมี
    • การเกษียณอายุ การเกษียณอายุมีอยู่ 6 ระยะด้วยกัน1 ระยะก่อนการเกษียณอายุ2 ระยะของการมีความสุข3 ระยะของการหมดความสุข4 ระยะการปรับตัวอีกครั้ง5 ระยะความมั่นคง6 ระยะสุดท้าย
    • บุคคลในวัยชรามี ลักษณะดังนี้1 โครงสร้างของร่างกาย เปลี่ยนแปลง2 จุกจิกจู้จี้ ขี้บ่น3 หลงลืมได้ง่าย4 ขี้น้อยใจ5 เจ็บป่วยได้ง่าย
    • จุดจบของชีวิต (การ ตาย)1 การปฏิเสธ2 ความโกรธ3 อาการที่บุคคลคาดหวังว่าจะต่อรองได้4 ความซึมเศร้า5 การยอมรับ
    • ทฤษฎีพัฒนาการ1. ทฤษฎีพัฒนาการของฟรอยด์2. ทฤษฎีพัฒนาการของเพียเจท์ 3. ทฤษฎีพัฒนาการของอีริคสัน
    • ทฤษฎีการพัฒนา ของฟรอยด์พัฒนาการความต้องการทางเพศและบุคลิกภาพของบุคคลต้องอาศัยการพัฒนาที่ตอเนื่อง ่อย่างเป็นลำาดับขั้นจนกลายเป็นบุคลิกภาพที่ถาวรในที่สุดพัฒนาการแต่ละขั้นเป็นการตอบสนองความสุขความพึง
    • ลำาดับขั้นพัฒนาการของซิกมันด์ฟรอยด์1. ขั้นพึงพอใจทางปาก(Oral Stage)2. ขั้นพึงพอใจทางทวาร(Anal Stage) 3. ขั้นสนใจอวัยวะเพศของตน (Phallic)
    • ตังแต่แรกเกิดถึงประมาณ ้ 1-2 ปี เด็กจะชอบ ดูด กัด อม เช่น ดูดนม กัดแทะของ เล่น ดูดนิ้ว เล่นนำ้าลาย และ ทำาเสียงต่าง ๆถ้าถูกขัดขวางจะเกิด Oral
    • อยู่ในช่วงอายุ 2-3 ปี ระยะนี้ เด็กจะพึงพอใจกับการขับ ถ่าย การฝึกการขับถ่ายควร ทำาค่อยเป็นค่อยไปด้วย ความอ่อนโยนอย่าบังคับ ถ้า เกิดการติดตรึงจะทำาให้ เป็น พวกชอบสะสมของ หวงของ
    • อยูระหว่าง 3-5 ปี เด็กจะมีความ ่ พึงพอใจกับการได้สมผัสอวัยวะ ั เพศของตนเองถ้าไม่ได้รับการ ตอบสนองจะเกิดความแปรปรวน ทางเพศขึ้นในวัยผูใหญ่ ้ชาย = ปมออดิปุส หญิง = ปมอิเล็กตรา
    • อายุ 6 -12 ปี ระยะนี้จะเป็น ระยะพักเด็กจะเริ่มแสวงหา บทบาทที่เหมาะสมให้กับ ตนเอง ชอบเล่นในกลุม ่ เพศเดียวกัน เล่นกีฬา เล่น เกม และกิจกรรมต่าง ๆที่
    • อายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป ถ้า เด็กผ่านขั้นอวัยวะเพศ ไปได้อย่างราบรื่น เด็กจะ แสดงบทบาทความเป็น ชายและหญิงตรงตาม เพศของตน
    • ทฤษฎีการพัฒนา ของเพียเจท์1. ขั้นใช้อวัยวะสัมผัสและกล้ามเนื้อ2. ขั้นเริ่มคิดเริ่มเข้าใจ 3. ขั้นคิดออกเองโดยไม่ต้องใช้เหตุผล4. ขั้นใช้ความคิดเชิงรูป
    • ตั้งแต่แรกเกิดถึง 2 ปี เป็นวัยทีเริ่ม ่ เรียนรู้โดยใช้ประสาทสัมผัสและ การเคลื่อนไหวของร่างกายเพื่อ ตอบสนองสิ่งแวดล้อมเด็กที่ สามารถใช้ประสาทสัมผัสกับสิง ่ แวดล้อมได้มากเท่าใดก็จะช่วย พัฒนาเชาวน์ปัญญาของเด็กได้
    • อายุตั้งแต่ 2-4 ขวบ เริ่มเรียน รู้การใช้ภาษาเรียกสิ่งของ เช่น ข้าว นม เป็นต้น
    • อายุ 4 -7 ปี เชือตัวเองไม่ยอม ่ เปลี่ยนความคิด หรือเชื่อใน เรื่องการทรงภาวะเดิมของ วัตถุ ก ข
    • อายุ 7 – 11 ปี เป็นระยะทีเด็ก ่ สามารถคิดอย่างมีเหตุผลใน เรื่องทีเป็นรูปธรรม ถ้าให้วาด ่ ภาพครอบครัวของฉัน เด็กใน วัยนีจะสามารถวางภาพได้ใกล้ ้ เคียงความเป็นจริง จัดหมวด หมู่ได้ เรียงลำาดับได้
    • เด็กอายุระหว่าง 11 ถึง 15 ปี เด็กจะเริ่มคิดได้แบบผู้ใหญ่ สามารถเข้าใจสิ่งที่เป็น นามธรรมได้ คิดตั้ง สมมติฐานและสร้างทฤษฎี แบบนักวิทยาศาสตร์ได้ เป็น ตัวของตนเอง ต้องการความ
    • ทฤษฎีการพัฒนาของ อีริคสัน1. ขันไว้ใจกับไม่ไว้ใจผูอื่น ้ ้2. ขันทีมีความอิสระกับความ ้ ่สงสัย 3. ขั้นความคิดริเริ่มกับความรู้สึกผิด4. ขันขยันหมั่นเพียรกับความ ้รู้สึกมีปมด้อย5. ขันเข้าใจเอกลักษณ์ของ ้
    • ตังแต่แรกเกิดจนถึง 1 ปี ถ้าเด็ก ้ ได้รับความรัก ความอบอุ่น และ การดูแลจากคนใกล้ชิด เด็กโต ขึ้นก็จะเกิดความรู้สึกไว้วางใจ สังคม แต่ถ้าไม่ไเด็รับพ่อแม่ ก ้ ผู้ที่มีบทบาทกับ ด้ ก ความรัผู ความอบอุ่น เมื่อโตขึ้นก็จะหลีก ปกครอง หรือพี่เลี้ยง หนีสังคม
    • อายุ 2-3 ปี เด็กจะเรียนรู้การ เดิน การพูด และทำาอะไรตาม อิสระ พ่อแม่ควรให้อิสระกับ เด็กในการทำากิจกรรมต่าง ๆ ด้วยตนเองพยายามให้เด็ก ช่วยเหลือตนเองให้มากที่สุด ไม่ข่มขู่ลงโทษเมื่อเด็กทำาผิดผู้มีบทบาท พ่อเด็กจะเกิ้เลี้ยงดู อย่างรุนแรง แม่และผูดความ
    • อายุ 3 - 5 ปี เด็กจะใช้ของเล่น ทดแทนจินตนาการ โดยนำา ของเล่นรวมกันแล้วสร้างเป็น เรื่องราวขึ้นมา เด็กพอใจที่จะ เลียนแบบพฤติกรรมผู้ใหญ่ที่ ใกล้ชิด ดังนั้นหากพ่อแม่ผู้ทมีบทบาทคือ้ยงดูยอมรับผลงาน ี่ และคนเลี บุคคลในครอบครัว
    • อายุ 6-11 ปี เด็กในวัยนีไม่อยูนง ้ ่ ิ่ ชอบเขียน อ่าน ทำาในสิ่งทีตน ่ อยากทำาขยันในการทำางานต่าง ๆ และภาคภูมิใจในผลงานทีได้รับ ่ ความสำาเร็จเนืองจากความ ่ พยายามของตน ผูใหญ่ต้องไม่ ้ คาดหวัทบาท เด็กสูงเกินไป จน ผู้มีบ งในตัว พ่อแม่ ครู และ
    • อายุ 12-18 ปี ช่วงนีถือเป็นช่วง ้ วิกฤตมากที่สด เมือเด็กเกิด ุ ่ ปัญหาใด ๆ ขึ้น เขาจะเกิด ความสับสนว่าควรจะเชื่อใครดี ระหว่างพ่อแม่ ตนเอง หรือ เพื่อน เด็กวัยนีคือการแสวงหา ้ ตนเองเพื่อให้รู้จักตนเองในแง่ มุมต่าง ๆ
    • วัยผูใหญ่ตอนต้น เริ่มนัดหมาย ้ การแต่งงานและชีวิตครอบครัว ถ้าหากว่าแต่ละคนได้พัฒนา ความเข้าใจเอกลักษณ์ตนเองดี พอ แต่ถ้าบุคคลใดไม่สามารถ ผ่านขั้นนีไปได้ จะกลายเป็นคน ้ รักตนเองและไม่สามารถจะ แสดงความรักต่อผู้อื่นได้
    • ระยะวัยกลางคนเป็นระยะที่จะคอยให้ความช่วยเหลือคนรุ่นหลังสำาหรับผู้ที่ผ่านขั้นพัฒนาการต้น ๆ มาเป็นอย่างดี แต่ถ้าบุคคลใดไม่สามารถแก้ปัญหาขัดแย้งในอดีตของตนได้จะกลายเป็นคนชอบ
    • วัยชรา เขาจะมีความไว้วางใจ เพื่อนร่วมโลกและตัวเองถ้า เขามีความทรงจำาในด้านความ สุขความสบายใจ แต่ถ้าเขามี ความทรงจำาเกี่ยวกับความผิด หวังตลอดเวลาเขาก็ไม่มีความ สุขในชีวิต
    • ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรม ของโคห์ลเบิร์ก (Kohlberg’s Moral Development) เป็นทฤษฎีทมีแนวคิดพื้นฐาน ี่ มาจากทฤษฎีพัฒนาการทาง เชาวน์ปัญญาของเพียเจต์ โดย ได้ขยายขอบเขตงานวิจัยให้ ครอบคลุมกว้างขวางมากยิงขึ้น ่ โคห์ลเบิร์กได้สรุปทฤษฎี พัฒนาการทางจริยธรรมของ
    • ระดับที่ 1 ระดับก่อนเกณฑ์ทาง สังคม (Pre-conventional Level) เด็กจะรับรู้ถึงกฎเกณฑ์ที่ดีและไม่ดีจากคนที่มี อิทธิพลเหนือตน เช่น พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู หรือ เด็กที่โตกว่า และจะนึกถึงรางวัลและการลงโทษ เป็นส่วนประกอบในการแสดงพฤติกรรม ขั้นของการลงโทษและเชือฟัง (Punishment and ่ obedience orientation)แรกเกิดถึง 7 ปี เป็นหลักของการใช้เหตุผลของการแสดงพฤติกรรมเป็น เครื่องช่วยตัดสินว่าถูกหรือ2. ขั้นการแสวงหารางวัล (Naively egoistic orientation)
    • ระดับที่ 2 ระดับแสดงจริยธรรมตาม กฎเกณฑ์ของสังคม (Conventional Level) การแสดงออกของพฤติกรรมทีเป็นไป ่ ตามความคาดหวัง ของสังคมที่เป็น สมาชิกอยู่ โดยในขั้นนี้เด็กจะไม่คำานึง ถึงรางวัลหรือการลงโทษแล้ว แต่จะ ยึดถือมาตรฐานที่สังคมกำาหนด1.ขั้นทำาตามเพื่อเพื่อนและสิงทีสังคม ่ ่ ยอมรับ(Interpersonalconcordance of “Goodboy-Nicegirl” orientation)
    • ระดับที่ 3 ระดับจริยธรรมเหนือกฎ เกณฑ์ทางสังคม (Post-conventional Level) พฤติกรรมเกิดจากการใชวิจารณญาณของ ตนเป็นมาตรฐานในการตัดสิน การปฏิบัติ โดยปราศจากอิทธิพลของบุคคลและสิ่ง แวดล้อมในสังคมเข้ามาเกี่ยวข้อง ขั้นทำาตามสัญญา (Social contract orientation) เป็นขั้นหลักการมีเหตุผลและเคารพตนเอง อยู่ในช่วงอายุ 16 ปีขึ้นไป2. ขั้นอุดมคติสากล (Universal ethical principle orient ation)กฎระเบียบของสังคม และทำาหน้าที่
    • สวัสดี