• Like
ภาษาคอมพิวเตอร์และการโปรแกรม
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

ภาษาคอมพิวเตอร์และการโปรแกรม

  • 451 views
Uploaded on

 

More in: Education
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
No Downloads

Views

Total Views
451
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0

Actions

Shares
Downloads
6
Comments
0
Likes
1

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. ภาษาคอมพิวเตอร์และการโปรแกรม CED1101 คอมพิวเตอร์ขั้นแนะนำสำหรับครู อำจำรย์ทนันยำ คำคุ้ม Tananya Khamkhum
  • 2. Tananya Khamkhum
  • 3. PROGRAM A set of coded instructions that a computer can understand to solve a problem or produce a desired result. Two basic types of computer programs are (1) an operating system, which provides the most fundamental instructions a computer uses in its operations, and (2) an application program, which runs on the operating system and does a specific job such as word processing. Tananya Khamkhum
  • 4. Programs are written either in one of high-level programming languages (such as BASIC, C, Java) which are easier but execute relatively slowly, or in one of low- level languages (assembly language or machine language) which are very complex but execute very fast. Tananya Khamkhum
  • 5. ระดับสูง (Highest level) ระดับต่ำ (Lowest level) C Modula-2 Pascal Cobol Fortran Basic Assembly language Tananya Khamkhum
  • 6. โปรแกรมภาษา ภำษำคอมพิวเตอร์เป็นกำรนำชุดคำสั่งแต่ละคำสั่งมำต่อกันให้ คอมพิวเตอร์ทำงำน กำรเขียนชุดคำสั่งนี้ไม่ว่ำจะเขียนด้วยภำษำอะไรจะ เรียกว่ำโปรแกรมต้นฉบับ (Source Program) หรือรหัสต้นฉบับ (Source code) จำกนั้นเรำจะต้องแปลงให้เป็นภำษำเครื่องที่คอมพิวเตอร์ทำงำนได้ เรียกว่ำ Executable Program โปรแกรม ต้นฉบับ ภำษำแอสเซมบลี โปรแกรม แอสเซมเบลอร์ รหัสภำษำเครื่อง ตัวอย่ำง กำรแปลภำษำแอสเซมบลีเป็นภำษำเครื่อง Tananya Khamkhum
  • 7. กำรเขียนโปรแกรมด้วยภำษำระดับสูงจะมีวิธีในกำรแปล 2 ประเภท 1) การแปลคาสั่งทีละคาสั่ง (Interpreter) ให้เครื่องทำงำนทีละคำสั่ง ถ้ำ ไม่พบข้อผิดพลำดเครื่องจะทำคำสั่งที่แปลได้แต่ถ้ำพบข้อผิดพลำดจะ หยุดทำงำนและแจ้งข้อผิดพลำดออกมำ 2) คอมไพเลอร์ (Compiler) โดยมันจะมองโปรแกรมต้นฉบับทั้งหมด และแปลให้เป็นรหัสภำษำเครื่อง ถ้ำพบข้อผิดพลำดก็จะแจ้งออกมำ ทำ ให้โปรแกรมทำงำนได้เร็วขึ้น Tananya Khamkhum
  • 8. การแปลแบบ Interpreter การแปลแบบ Compiler Tananya Khamkhum
  • 9. ประเภทของโปรแกรม โปรแกรมระบบปฏิบัติการ ระบบปฏิบัติกำรหรือโอเอส (OS : Operating System) โปรแกรมประเภทนี้จะ ทำหน้ำที่คอยดูแลระบบ ร่วมทั้งติดต่อกับฮำร์ดแวร์ส่วนต่ำงๆ ควบคุมกำรทำงำนของ คีย์บอร์ด จอภำพ ระบบอ่ำนและบันทึกข้อมูล ทำให้ผู้ใช้และผู้พัฒนำโปรแกรมต่ำงๆ ไม่ ต้องเขียนโปรแกรมติดต่อกับระบบเอง โปรแกรมประเภทนี้ที่เรำรู้จักได้แก่ ดอส (Dos : DiskOperating System), โปรแกรม UNIX, โปรแกรม Window 95/98/NT Tananya Khamkhum
  • 10. ประเภทของโปรแกรม โปรแกรมอเนกประสงค์ (Utility Program) โปรแกรมประเภทนี้จะช่วยอำนวยควำมสะดวกให้กับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ และยัง เป็นเครื่องมือ ในกำรแก้ไขปัญหำหรือวิเครำะห์ปัญหำรวมทั้งตรวจสอบระบบได้อีกด้วย โดยมีโปรแกรมที่ทำงำนหลำยประเภท เช่น โปรแกรมตรวจสอบควำมเร็วของ คอมพิวเตอร์, โปรแกรม McAfee Virus Scan สำหรับตรวจหำไวรัส, โปรแกรม ตรวจสอบตัวเครื่อง, โปรแกรม WinZip สำหรับบีบข้อมูล เป็นต้น Tananya Khamkhum
  • 11. ประเภทของโปรแกรม โปรแกรมประยุกต์ โปรแกรมประเภทนี้บำงครั้งจะเรียกว่ำ ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป (Package Software) เป็นโปรแกรมที่พัฒนำขึ้นมำสำหรับงำนเฉพำะด้ำน มีกำรทำงำนที่แตกต่ำง กัน ตัวอย่ำงเช่น โปรแกรมเกม, โปรแกรมบัญชี, โปรแกรมด้ำนเดต้ำเบส, โปรแกรม กรำฟิก, โปรแกรมอินเตอร์เน็ต และโปรแกรมประมวลผลคำ เป็นต้น Tananya Khamkhum
  • 12. ขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรม 1. กำหนดขอบเขตของปัญหำ โดยกำหนดรำยละเอียดให้ชัดเจนว่ำ จะให้ คอมพิวเตอร์ทำอะไร 2. กำหนดลักษณะของข้อมูลเข้ำและออกจำกระบบ (Input / Output Specification) 3. กำหนดวิธีกำรประมวลผล (Process Specification) โดยต้องรู้ว่ำจะให้ คอมพิวเตอร์ทำกำรประมวลผลอย่ำงไร จึงได้ผลลัพธ์ตำมต้องกำร Problem Definition and problem Analysis Tananya Khamkhum
  • 13. ขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรม จะต้องใช้เครื่องมือช่วยในกำรออกแบบโปรแกรม ซึ่งยังไม่ได้เขียนเป็น โปรแกรมจริงๆ แต่จะช่วยให้เขียนโปรแกรมได้ง่ำยขึ้น และทำให้ผู้อื่นนำ โปรแกรมของเรำไปพัฒนำต่อได้ง่ำยขึ้น โดยเขียนเป็นลำดับขั้นตอนกำรทำงำน ของโปรแกรมที่เรียกว่ำ อัลกอริทึม (Algorithm) ซึ่งจะแสดงขั้นตอนกำรปัญหำ โดยใช้ประโยคที่ชัดเจนไม่คลุมเครือ และมีรำยละเอียดกำรทำงำนพอสมควร เพียงพอ ที่จะนำไปเขียนเป็นโปรแกรมให้ทำงำนจริง โดยอัลกอริทึมนั้น อำจ เขียนให้อยู่ในรูปของรหัสจำลองหรือซูโดโค้ด (Pseudo-code) หรือเขียนเป็นผัง งำน (Flowchart) Flowchart or Pseudocoding Tananya Khamkhum
  • 14. ขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรม จะต้องเขียนเป็นโปรแกรมเพื่อให้คอมพิวเตอร์สำมำรถประมวลผลได้ โดย เปลี่ยนขั้นตอนกำรทำงำนให้อยู่ในรูปรหัสภำษำคอมพิวเตอร์ กำรเขียนโปรแกรมจะต้องเขียนตำมภำษำที่คอมพิวเตอร์เข้ำใจโดยอำจใช้ ภำษำระดับสูง หรือระดับต่ำ ซึ่งสำมำรถเลือกได้หลำยภำษำ กำรเขียนโปรแกรม แต่ละภำษำจะต้องทำตำมหลักไวยำกรณ์ (Syntax) ที่กำหนดไว้ในภำษำนั้น นอกจำกนี้กำรเลือกใช้ภำษำจะต้องพิจำรณำถึงควำมถนัดของผู้เขียนโปรแกรม ด้วย Programming Tananya Khamkhum
  • 15. ขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรม หลังจำกเขียนโปรแกรมจะต้องทดสอบควำมถูกต้องของโปรแกรมที่เขียน ขึ้น หำจุดผิดพลำดของโปรแกรมว่ำมีหรือไม่ และตรวจสอบจนไม่พบที่ผิดอีก จุดผิดพลำดของโปรแกรมนี้เรียกว่ำ บัก (Bug) ส่วนกำรแก้ไขข้อผิดพลำดให้ ถูกต้องเรียกว่ำ ดีบัก (debug) โดยทั่วไปแล้วข้อผิดพลำดจำกกำรเขียนโปรแกรม มีดังนี้ Program Testing and Debugging Tananya Khamkhum
  • 16. 1. กำรเขียนคำสั่งไม่ถูกต้องตำมหลักกำรเขียนโปรแกรมภำษำนั้นๆ ซึ่ง เรียกว่ำ Syntax Error หรือ Coding Error ข้อผิดพลำดประเภทนี้เรำมัก พบตอนแปลภำษำโปรแกรมเป็นรหัสภำษำเครื่อง 2. ข้อผิดพลำดทำงตรรกะ หรือ Logic Error เป็นข้อผิดพลำดที่ โปรแกรมทำงำนได้แต่ผลลัพธ์ออกมำไม่ถูกต้อง 3. ข้อผิดพลำดระหว่ำงรัน (Run-Time Error) เกิดขึ้นในขณะที่ สั่งให้โปรแกรมทำงำน ทำให้โปรแกรมหยุดทำงำนทันที Tananya Khamkhum
  • 17. ขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรม 1. คู่มือกำรใช้หรือ User Document หรือ User Guide ซึ่งจะอธิบำย กำรใช้โปรแกรม 2. คู่มือโปรแกรมเมอร์ หรือ Program Document หรือ Technical Reference ซึ่งจะอำนวยควำมสะดวกในกำรแก้ไขโปรแกรม และพัฒนำ โปรแกรมในอนำคต โดยจะมีรำยละเอียดต่ำงๆเกี่ยวกับโปรแกรม เช่น ชื่อ โปรแกรม กำรรับข้อมูล กำรพิมพ์ผลลัพธ์ขั้นตอนต่ำงๆในโปรแกรม เป็นต้น กำรบำรุงรักษำโปรแกรม (Maintenance) ที่ผู้เขียนโปรแกรมจะต้อง คอยจรวจสอบกำรใช้โปรแกรมจริง เพื่อแก้ไขข้อผิดพลำดซึ่งอำจเกิดขึ้นใน ภำยหลัง รวมทั้งพัฒนำโปรแกรมให้ทันสมัยอยู่เสมอเมื่อเวลำผ่ำนไป Program Documentation and Maintenance Tananya Khamkhum
  • 18. ภาษาคอมพิวเตอร์สาหรับพัฒนาโปรแกรม ภาษาเบสิก (BASIC) เป็นภำษำคอมพิวเตอร์ระดับสูง เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1963 คำว่ำ Basic ย่อมำ จำกคำว่ำ Beginner’s Allpurpose Symbolic Instruction Code ภำษำนี้เหมำะ สำหรับผู้เริ่มต้นเขียนโปรแกรม เนื่องจำกเป็นรูปแบบคำสั่งที่ง่ำย แต่ควำมสำมำรถ จะน้อยกว่ำภำษำอื่นๆ เองจำกเป็นภำษำที่พัฒนำมำนำนแล้ว คอมพิวเตอร์ IBM ใน ยุคแรกๆ จะมีตัวแปลภำษำนี้ติดมำกับเครื่องด้วย 10 PRINT “HELLO WIKIPEDIA” 20 GOTO 10 Tananya Khamkhum
  • 19. ภาษาคอมพิวเตอร์สาหรับพัฒนาโปรแกรม ภาษาเบสิก (BASIC) ข้อดี เป็นภำษำระดับสูงที่มีรูปแบบคำสั่งใช้งำนได้ง่ำย นำไปประยุกต์สร้ำง โปรแกรมได้ทั่วไป ทั้งงำนทำงด้ำนธุรกิจและวิทยำศำสตร์ เหมำะกับผู้ที่ เริ่มต้นฝึกเขียนโปรแกรม ข้อเสีย ถูกพัฒนำและใช้ในยุคแรกของเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ จึงทำให้ ประสิทธิภำพของคำสั่งมีน้อยกว่ำภำษำอื่นๆ และเนื่องจำกรูปแบบของ กำรเขียนโปรแกรมจะไม่เป็นโครงสร้ำง ดังนั้น จึงไม่เหมะกับกำรเขียน โปรแกรมที่มีกำรเชื่อมต่อกับระบบฐำนข้อมูล Tananya Khamkhum
  • 20. ภาษาคอมพิวเตอร์สาหรับพัฒนาโปรแกรม ภาษาฟอร์แทรน (FORTRAN) เป็นภำษำระดับสูงเกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1950 คำว่ำ FORTRAN ย่อมำจำกคำ ว่ำ FORmular TRANslator ภำษำนี้เป็นภำษำที่มีประสิทธิภำพสูงในกำรคำนวณ เหมำะสำหรับกำรเขียนโปรแกรมประยุกต์ทำงคณิตศำสตร์ที่ทำงำนบนเครื่อง เมนเฟรม แต่ในปัจจุบันได้มีคอมไพเลอร์หลำยตัวที่พัฒนำขึ้นสำหรับแปลภำษำนี้ บนเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป Tananya Khamkhum
  • 21. Program HelloWorld Write (*,*) ‘Hello, Student!’ end program HelloWorld ข้อดี เป็นภำษำระดับสูงที่ถูกพัฒนำขึ้นเพื่อใช้ในงำนที่ซับซ้อน มีประสิทธิภำพ ในงำนคำนวณ ซึ่งถูกนำไปใช้สร้ำงโปรแกรมประยุกต์ด้ำนวิทยำศำสตร์ และวิศวกรรมศำสตร์ ที่ทำงำนบนเครื่องเมนเฟรม ข้อเสีย เนื่องจำกเป็นภำษำที่พัฒนำขึ้นเพื่อใช้บนเมนเฟรม จึงทำให้ต้องมีกำร ปรับคำสั่งมำกมำยเพื่อให้เหมำะสมกับกำรนำมำใช้สร้ำงโปรแกรม ประยุกต์บนเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ จึงเป็นเหตุให้หมดควำมนิยมเมื่อ มีกำรพัฒนำภำษำเบสิกมำใช้บนไมโครคอมพิวเตอร์ Tananya Khamkhum
  • 22. ภาษาคอมพิวเตอร์สาหรับพัฒนาโปรแกรม ภาษาโคบอล (COBOL) ถูกประกำศใช้อย่ำงเป็นทำงกำรเมื่อปี ค.ศ. 1960 มีชื่อเต็มว่ำ Common Business Oriented Language เป็นภำษำที่ใช้เขียนโปรแกรมแบบโครงสร้ำง (Structure Program) เหมำะสำหรับกำรพัฒนำโปรแกรมประยุกต์ทำงธุรกิจ กำรจัดเก็บข้อมูล งำนทำงด้ำนกำรบัญชี และกำรเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ภำยในองค์กร Tananya Khamkhum
  • 23. ข้อดี เป็นภำษำที่นิยมใช้ในงำนธุรกิจ ได้แก่ กำรจัดเก็บข้อมูล งำน บัญชี กำรเงิน และสินค้ำคงคลัง เพรำะมีกำรเขียนโปรแกรม เชิงโครงสร้ำง จึงสำมำรถประยุกต์ให้ทำงำนเชื่อมต่อกับ ฐำนข้อมูลได้ปัจจุบันมีกำรพัฒนำให้เขียนโปรแกรมในลักษณะ ของเชิงวัตถุ (OPP) ข้อเสีย ผู้พัฒนำโปรแกรมต้องศึกษำโครงสร้ำงของโปรแกรม เพื่อกำร ใช้คำสั่งได้ถูกต้อง Tananya Khamkhum
  • 24. ภาษาคอมพิวเตอร์สาหรับพัฒนาโปรแกรม ภาษาปาสคาล (PASCAL) ภำษำนี้เกิดเมื่อปี 1970 ชื่อของภำษำเป็นกำรตั้งชื่อตำมนักคณิตศำสตร์ที่ ประดิษฐ์เครื่องคำนวณยุคแรก ชื่อว่ำ Blaise Pascal ภำษำนี้เป็นภำษำระดับสูงที่ใช้ ในกำรเขียนโปรแกรมเชิงโครงสร้ำงได้ ตัวแปลภำษำที่ได้รับควำมนิยมอย่ำงมำก คือ โปรแกรม Turbo Pascal ของบริษัทบอร์ทแลนด์ ปัจจุบัน ประเทศไทยได้ใช้โป แรกมนี้ในกำรสอนโปรแกรมเบื้องต้นให้กับนักเรียนนักศึกษำทั่วไป Tananya Khamkhum
  • 25. Program Helloworld(output): Begin Writeln(‘Hello, World!’) End. ข้อดี เป็นภำษำที่เขียนเชิงโครงสร้ำง เหมำะกับกำรศึกษำสำหรับผู้ที่เริ่มต้น เขียนโปรแกรม นอกจำกนี้ คำสั่งได้ถูกออกแบบให้ทำงำนอย่ำงมี ประสิทธิภำพ จึงสำมำรถพัฒนำไปใช้ในงำนทั่วไปได้ ข้อเสีย เป็นภำษำที่ใช้งำนยำก เมื่อเปรียบเทียบกับกำรเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ Tananya Khamkhum
  • 26. ภาษาคอมพิวเตอร์สาหรับพัฒนาโปรแกรม ภาษา C ภำษำนี้พัฒนำขึ้นในห้องปฏิบัติกำรเบลล์ (Bell Laboratory) ของบริษัท เอทีแอนด์ที ในปี ค.ศ.1970 เพื่อใช้บนระบบปฏิบัติกำร UNIX ตัวมำ ได้มีตัวแปร ภำษำออกมำหลำยตัว และได้ถูกใช้อย่ำงแพร่หลำยบนเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป ภำษำนี้เป็นภำษำที่มีควำมยืดหยุ่นสูง สำมำรถทำงำนบนระบบปฏิบัติกำรต่ำงๆ ได้ เป็นอย่ำงดี สำมำรถใช้ควบคุม Hardware ได้โดยตรง แต่ชุดคำสั่งจะมีกฎเกณฑ์ และรำยละเอียดต่ำงๆ จำนวนมำก Tananya Khamkhum
  • 27. #include “stdio.h” int main(void) { Printf(“Hello My Studentn”); Return 0; } ข้อดี เป็นภำษำที่มีควำมยืดหยุ่นสูงสำมำรถทำงำนบนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วน บุคคล และระบบปฏิบัติกำรต่ำงๆ ได้ นอกจำกนี้ ยังสำมำรถเข้ำถึง Hardware ของคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง ข้อเสีย คำสั่งของภำษำ จะไม่เหมือนคำศัพท์ภำษำอังกฤษโดยตรง จึงอำจจะจดจำ ยำกขึ้น และวิธีกำรใช้คำสั่งจะมีกฎเกณฑ์รำยละเอียดจำนวนมำก จึงไม่ เหมำะกับผู้เริ่มต้นเขียนโปรแกรม Tananya Khamkhum
  • 28. ภาษาคอมพิวเตอร์สาหรับพัฒนาโปรแกรม ภาษา C++ ภำษำนี้พัฒนำต่อจำกภำษำ C โดยเพิ่มกำรเขียนโปรแกรมแบบ class เข้ำ ไป ทำให้มีควำมสำมำรถในกำรทำงำนสูงขึ้น สำมำรถนำมำเขียนโปรแกรมเชิง วัตถุ (OOP) ได้โดยกำรมองสิ่งต่ำงๆ ที่เกิดขึ้นในโปรแกรมเป็นวัตถุ หรือ Object แต่ละตัว ทำให้ภำษำนี้ได้รับควำมนิยมสูง แต่ไม่เหมำะสำหรับผู้เริ่มต้นเขียน โปรแกรม เนื่องจำกโครงสร้ำงมีควำมซับซ้อนขึ้น Tananya Khamkhum
  • 29. #include <iostream> int main() { std::count <<“Hello My Student!”<< std::end!; Return 0; } ข้อดี เป็นภำษำที่มีรูปแบบกำรเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ สำมำรถเข้ำถึงกำรทำงำน ของฮำร์ดแวร์ได้โดยตรง เหมำะกับกำรพัฒนำโปรแกรมประยุกต์ และ ได้รับควำมนิยมเป็นอย่ำงสูง ข้อเสีย เป็นภำษำระดับสูง และมีรูปแบบกำรเขียนโปแรกมที่ซับซ้อน ไม่เหมำะ สำหรับผู้เริ่มต้น Tananya Khamkhum
  • 30. ภาษาคอมพิวเตอร์สาหรับพัฒนาโปรแกรม Visual Basic ภำษำนี้พัฒนำขึ้นโดยบริษัทไมโครซอฟต์ ชุดคำสั่งต่ำงๆ จะคล้ำย กับภำษำ Basic เดิม และเป็นภำษำที่ได้รับควำมนิยมอย่ำงมำกในกำรเขียน โปรแกรมบนระบบปฏิบัติกำร Windows เนื่องจำกผู้เขียนสำมำรถสร้ำง หน้ำจอในกำรติดต่อกับผู้ใช้ได้ง่ำย ปัจจุบัน ภำษำนี้ถูกนิยมใช้ในกำรเขียนโป แกรมขนำดใหญ่ๆ จำนวนมำก ภำษำนี้เหมำะสำหรับผู้พัฒนำโปรแกรม แต่ ไม่เหมำะกับผู้เริ่มเขียนโปรแกรม ปัจจุบัน บริษัทไมโครซอฟต์ ได้พัฒนำให้ Visual Basic ให้ทำงำน ภำยใต้เทคโนโลยี .net มีชุดคำสั่งให้เลือกใช้มำกมำย โดยออกแบบชุดพัฒนำ โปรแกรมออกมำชื่อว่ำ Visual Studio โปรแกรมชุดนี้ จำรวมกำรเขียน โปรแกรมภำษำอื่นๆ ภำยใต้เทคโนโลยี .net ไว้ด้วยกัน Tananya Khamkhum
  • 31. Tananya Khamkhum
  • 32. ข้อดี เป็นกำรพัฒนำโปรแกรมที่เหมำะกับกำรทำงำนบนระบบปฏิบัติกำรแบบ GUI เพรำะมีเครื่อง มือที่ใช้ในกำรสร้ำงกรำฟิก เหมำะกับกำรสร้ำงโปรแกรมขนำดใหญ่ ข้อเสีย ไม่เหมำะกับผู้เริ่มต้นเขียนโปรแกรม จะเหมำะกับผู้ที่มีพื้นฐำนกำรเขียน โปรแกรมภำษำอื่นมำก่อน เนื่องจำกกำรเขียนโปรแกรมมีควำมซับซ้อน Tananya Khamkhum
  • 33. ภาษาคอมพิวเตอร์สาหรับพัฒนาโปรแกรม ภาษา JAVA ภำษำนี้เกิดขึ้นปี ค.ศ. 1990 โดยบริษัท Sun Microsystem ที่พัฒนำให้เป็น ภำษำสำหรับกำรเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุโดยเฉพำะ สำมำรถทำงำนได้บนเครื่อง คอมพิวเตอร์ทุกระบบ เนื่องจำกเวลำคอมไพล์ออกมำแล้วจะได้ข้อมูลแบบ ไบต์ โค้ด (Bytecode) เครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะใช้ภำษำนี้จะต้องติดตั้ง JAVA Virtual Machine ก่อน เพื่อให้โปรแกรมทำงำนได้ ปัจจุบัน ได้ถูกพัฒนำมำหลำยรูปแบบ มี ทั้งกำรเขียนโปรแกรมบนเครือข่ำย กำรเขียนโปแรกมบนโทรศัพท์มือถือ Tananya Khamkhum
  • 34. // Hello.java public class Hello { public static void main(String[] args) { System.out.println(“Hello, World”); } } ข้อดี เป็นภำษำที่สำมำรถทำงำนได้ทุกระบบ จึงเหมำะกับกำรพัฒนำโปรแกรม หรือเกมที่ต้องกำรเข้ำถึงผู้ใช้ได้ในทุกระบบ ข้อเสีย เป็นมำตรฐำนที่มีควำมซับซ้อน กำรพัฒนำและกำรศึกษำโปรแกรม จึงยำก กว่ำภำษำอื่นๆ Tananya Khamkhum
  • 35. ข้อควรพิจารณาในการเลือกใช้ภาษาโปรแกรมต่างๆ 1. ภำษำมำตรฐำนที่ใช้ในองค์กร กำรพัฒนำโปรแกรมที่ใช้ในองค์กร โดยส่วน ใหญ่จะยึดภำษำใดภำษำหนึ่งไว้เป็นหลัก เพรำะไม่ต้องเสียเวลำในกำรศึกษำ โครงสร้ำงของภำษำในกำรเขียนโปรแกรมใหม่ ทำให้สะดวกต่อกำรเขียน กำร ดูแล และกำรบริหำรระบบ 2. คุณสมบัติและควำมเหมำะสม แต่ละภำษำมีคุณสมบัติและควำมเหมำะสมกับ งำนเฉพำะด้ำน เพรำะฉะนั้น จึงควรเลือกใช้ภำษำในกำรเขียนที่เหมำะกับงำนด้วย Tananya Khamkhum
  • 36. 3. กำรทำงำนร่วมกับโปรแกรมอื่น กำรเขียนโปรแกรมทำงำนในบำงด้ำน อำจจะ ต้องทำงำนร่วมกับโปรแกรมอื่นด้วย เช่น กำรเขียนโปรแกรมสินค้ำคงคลัง จำเป็นต้องเขียนทั้งส่วนติดต่อกับผู้ใช้และส่วนติดต่อกับฐำนข้อมูล ดังนั้น จึงควร จะเลือกใช้ภำษำที่รองรับ เพื่อจะช่วยให้โปรแกรมทำงำนได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ 4. กำรทำงำนร่วมกับระบบอื่นๆ โปรแกรมประยุกต์บำงตัว อำจมีเป้ำหมำย ให้สำมำรถทำงำนข้ำมระบบได้ เช่น โปรแกรมกำรรับรำยกำรอำหำรจำก ลูกค้ำ และกำรออกแบบใบเสร็จเก็บเงินลูกค้ำของภัตตำคำร ซึ่งจะต้อง ทำงำนร่วมกันระหว่ำงโปรแกรมรับรำยกำรสินค้ำบนระบบเครื่อง PDA ของ พนักงำนขำย และส่งข้อมูลไปยังระบบเครื่องคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ที่จะทำ กำรบันทึกข้อมูลรำยกำรอำหำรของลูกค้ำ เป็นต้น Tananya Khamkhum
  • 37. Tananya Khamkhum