การสำรวจทางทะเล
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

การสำรวจทางทะเล

on

  • 14,167 views

 

Statistics

Views

Total Views
14,167
Views on SlideShare
13,003
Embed Views
1,164

Actions

Likes
3
Downloads
129
Comments
0

5 Embeds 1,164

http://nooknaan.wordpress.com 1159
http://webcache.googleusercontent.com 2
https://twitter.com 1
https://www.google.co.th 1
http://www.google.co.th 1

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

การสำรวจทางทะเล การสำรวจทางทะเล Presentation Transcript

  • การสารวจทางทะเลนายพรเทพ สาระคนธ์ เลขที่ 3นางสาวกฤตพร สินโพธิ์ เลขที่ 11นางสาวคันธารัตน์ หลวงฟอง เลขที่ 14
  • การสารวจทางทะเลของยุโรปเริ่มต้นเมื่อ ค.ศ.1450-1750ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกับยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการของยุโรป และต่างก็มีบทบาทสาคัญต่อประวัติศาสตร์ยุโรปในยุคใหม่ กล่าวได้ว่าการฟื้นฟูศิลปวิทยาการเป็นพื้นฐานสาคัญทาให้เกิดการสารวจทางทะเล ซึ่งเป็นผลทาให้ยุโรปเผยแพร่วัฒนธรรมของตนไปสู่ภูมิภาคอื่นๆ ของโลกได้ในเวลาต่อมา
  • สาเหตุของการสารวจทางทะเล
  • 1. การมีวิทยาการที่ก้าวหน้า ในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ชาวยุโรปได้เริ่มหันมาสนใจ ศึกษาสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวมากขึ้นความรู้ทางภูมิศาสตร์และแผนทีของ ่ปโตเลมี ความรู้ในการใช้เข็มทิศและการพัฒนาเรือ ให้แข็งแรงทนทานต่อสภาพลมฟ้าอากาศ สามารถที่จะเดินทางไกลได้ดีขึ้น ทาให้ชาติตะวันตกหลั่งไหลสู่โลกตะวันออก
  • แผนที่ของปโตเลมี
  • 2. แรงผลักดันทางด้านการค้า เมื่อพวกมุสลิมสามารถยึดครองกรุงคอนสแตนติโนเบิล และดินแดนจักรวรรดิไบเซนไทน์ ได้ทั้งหมด ทาให้การค้าทางบกระหว่างโลก ตะวันออกกับโลกตะวันตกหยุดชะงัก แต่สินค้าต่างๆ จากตะวันออก เช่นผ้าไหม เครื่องเทศ ยังเป็นที่ต้องการของตลาดตะวันตก จึงจาเป็นต้องสารวจเส้นทางทะเลเพื่อติดต่อกับโลกตะวันออก
  • 3. แรงผลักดันทางด้านศาสนา เนื่องจากความคิดของผู้นาชาติต่างๆ เห็นว่าการเผยแผ่คริสต์ศาสนาเป็นกุศลอย่างมาก รวมทั้งต้องการแข่งขันกับชาวมุสลิมที่เข้ามาขยายอิทธิพลอยู่ในขณะนั้น จึงสนับสนุนให้มีการค้นหาดินแดนใหม่ๆ และเผยแผ่คริสต์ศาสนาไป พร้อมกันด้วย
  • 4. อิทธิพลของแนวคิดในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ แนวความคิดในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ทาให้ชาวยุโรปมุ่งหวัง ที่จะสร้างชื่อเสียงเกียรติยศ ผลักดันให้ชาวยุโรปเกิดความความ กระตือรือร้นที่จะแสวงหาความรู้ใหม่ๆ และรักการผจญภัย เป็นปัจจัย สาคัญที่ทาให้ชาวยุโรปกล้าเสี่ยงภัยเดิน ทางสารวจมหาสมุทรที่กว้าง ใหญ่ไพศาล
  • อารยธรรมยุโรปเผยแพร่ไปสู่ดินแดนอื่น โดยชาวยุโรป ได้สร้างเมือง และความเจริญต่างๆ เพื่อให้ตน สามารถดาเนินชีวิตได้ตามแบบที่ คุ้นเคย จึงเกิดการ แพร่กระจาย วัฒนธรรมตามแบบตะวันตก เช่น ภาษา การแต่งกาย อาหาร ระบบ การปกครอง ศิลปกรรม เช่น การ ก่อสร้างถนน สะพาน สถานที่ ราชการ โบสถ์ วิหาร เป็นต้น
  • บทบาทของชาติต่างๆ ในการสารวจทางทะเล
  • โปรตุเกสคริสต์ศตวรรษที่ 15 เจ้าชายเฮนรีนาวิกราช (Henry the Navigator) พระอนุชาของพระเจ้าจอห์นที่ 1 (John I) แห่งโปรตุเกส ได้จัดตั้งโรงเรียนราชนาวีเพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เกี่ยวกับการเดินทางทะเล การใช้เครื่องมือและเทคนิคการสร้างเรือซึ่งส่งผลให้ชาวโปรตุเกสสามารถค้นพบเส้นทางเดินเรือสู่ดินแดนตะวันออกได้แก่
  • บาร์โธโลมิว ไดแอส (Bartholomeu Dias) สามารถเดินเรือเลียบชายฝั่งทวีปแอฟริกาผ่านแหลมกู๊ดโฮป(Cape of Good Hope) ได้สาเร็จในค.ศ.1488
  • วัลโก ดา กามา (Vasco da Gama) แล่นเรือตามเส้นทางสารวจของไดแอสจนถึงทวีปเอเชีย และสามารถขึ้นฝั่งที่ เมืองกาลิกัต (Calicut) ของอินเดียได้เมื่อ ค.ศ.1498 ต่อมาชาวโปรตุเกสสามารถควบคุมเมืองต่างๆ ทางชายฝั่งตะวันออกของทวีปแอฟริกาและอินเดียทางชายฝั่งตะวันตก สามารถยึดเมืองกัว (Goa) มหาสมุทรอินเดียได้
  • สเปนค.ศ.1492 คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Christopher Columbus) ชาวเมืองเจนัวประเทศอิตาลี ซึ่งมีความเชื่อว่าโลกกลม ได้รับการสนับสนุนจากกษัตริย์สเปนให้เดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อสารวจเส้นทางเดินเรือไปประเทศจีน แต่เขาได้พบหมู่เกาะเวสต์อินดีสซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทวีปอเมริกาใต้โดยบังเอิญในค.ศ.1492 ซึ่งทาให้สเปนได้ครอบครองดินแดนส่วนใหญ่ในอเมริกาใต้ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแร่เงินและทองคา
  • คริสต์ศตวรรษที่ 15 เป็นช่วงการแข่งขันอานาจทางทะเลระหว่างโปรตุเกสและสเปนเพื่อหาเส้นทางไปหมู่เกาะอีสต์อินดีส (East Indies) ซึ่งเป็นแหล่งเครื่องเทศและพริกไทย
  • ค.ศ.1494 สันตะปาปาอเล็กซานเดอร์ที่ 6 (Alexander VI) ได้ให้สเปนและโปรตุเกสทาสนธิสัญญาทอร์เดซียัส (Treaty of Tordesillas) กาหนดเส้นสมมติแบ่งโลกออกเป็น 2 ส่วน โดยสเปนมีสิทธิสารวจและยึดครองดินแดนทางด้านตะวันตกของเส้นเมริเดียนที่ 51 ส่วนโปรตุเกสได้สิทธิด้านตะวันออกและนาไปสู่การสร้างจักรวรรดิทางทะเลของโปรตุเกสในเอเชีย
  • คริสต์ศตวรรษที่ 16 โปรตุเกสได้ขยายอานาจมาจนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเข้ายึดครองมะละกา ทาให้บริเวณคาบสมุทรมลายูและหมูเกาะอินโดนีเซียตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของโปรตุเกส
  • ค.ศ.1519 Ferdinand Magellan นักเดินเรือชาวโปรตุเกสโดยความสนับสนุนจากกษัตริย์สเปนได้เดินทางไปทางทิศตะวันตกของมหาสมุทรแอตแลนติกผ่านช่องแคบที่ ภ ายหลั ง ตั้ ง ชื่ อ ว่ า แมกเจลลั น ทางตอนใต้ ข องทวี ป อเมริ ก าใต้ ข้ า มมหาสมุทรแปซิฟิกมาทางทวีปเอเชีย เขาถูกชาวพื้นเมืองฆ่าตายเมื่อพยายามเผยแพร่ศาสนาคริสต์ที่เกาะฟิลิป ปินส์ แต่ลุกเรือของเขาสามารเดินทางกลับสเปนทางมหาสมุทรอินเดียได้ใน ค.ศ.1522 นับเป็นการเดินเรือรอบโลกได้สาเร็จเป็นครั้งแรก
  • ในยุคนี้โปรตุเกสและสเปนกลายเป็นชาติที่มีมหาอานาจ มีความมั่งคั่ง ทาให้หลายชาติทาการสารวจเส้นทางการดาเนินเรือ การแข่งขันอานาจทางทะเลระหว่ า งโปรตุ เ กสกั บ สเปนยุ ติ ล งเมื่ อ โปรตุ เ กสตกอยู่ ภ ายใต้ ก ารปกครองของสเปนในช่วง ค.ศ.1580-1640
  • ฮอลันดา เดิมฮอลันดาตกอยู่ภายใต้การปกครองของสเปนและทาหน้าที่เป็นคนกลางในการค้าเครื่องเทศ จนกระทั่ง ค.ศ.1581 ได้แยกตัวเป็นอิสระ ทาให้สเปนประกาศปิดท่าเรือลิสบอนส่งผลให้ฮอลันดาไม่สามารถซื้อขายเครื่องเทศได้อีก จึงต้องหาเส้นทางทะเลเพื่อซื้อเครื่องเทศโดยตรง ในที่สุดกองทัพเรือของฮอลันดาก็สามารถยึดอานาจทางทะเลใน ค.ศ.1598 และได้จัดตั้งสถานีการค้าในเกาะชวาและจัดตั้งบริษัทอินเดียตะวันออกเพื่อควบคุมการค้าเครื่องเทศ
  • ค.ศ.1605 เรือดุฟแกน (Duyfken) ของฮอลันดาที่เป็นเรือค้นหาเกาะทองคาที่เชื่อว่าอยู่ทางทิศใต้และทิศตะวันออกของเกาะชวา ได้ค้นพบทวีปออสเตรเลียเป็นครั้งแรก และเรียนทวีปนี้ว่า นิวฮอลแลนด์ (New Holland) แต่ในคริสต์ศตวรรษที่18 อังกฤษได้ครอบครองและเรียกทวีปนี้ว่า ออสเตรเลีย ซึ่งมาจาก Australis ในภาษากรีก แปลว่า ดินแดนทางซีกโลกใต้
  • อังกฤษค.ศ.1588 กองทัพเรืออังกฤษทาสงครามชนะกองทัพอาร์มาดา (Armada) ของสเปนที่มีชื่อเสียงได้ ทาให้อังกฤษขยายอิทธิพลสู่ดินแดนตะวันออก สามารถสลายอานาจทางทะเลของโปรตุเกสและเข้าไปมีอานาจและอิทธิพลในอินเดีย และเป็นคู่แข่งทางการค้ากับฮอลันดา
  • คริสต์ศตวรรษที่ 17 มีเพียงอังกฤษ ฮอลันดา และฝรั่งเศส แข่งกันมีอานาจทางทะเลและแสงวหาอาณานิคม ทั้งนี้ได้มีการทาสงครามกันหลายครั้ง ในที่สุดฮอลันดายังคงมีอานาจแถบมะละกาและควบคุมการค้าเครื่องเทศในหมู่เกาะเครื่องเทศต่อไป จนถึง ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 อังกฤษกลับเป็นประเทศที่มีแสนยานุภาพทางทะเลเหนือ กว่าชาติอื่น โดยได้อ าณานิ ค มในแถบอิ นเดี ยอเมริกาเหนือ และออสเตรเลียทั้งทวีป
  • ผลการสารวจทางทะเล
  • 1. ยุโรปได้รับอารยธรรมจากดินแดนอื่นๆ วิทยาการของชาวตะวันออก เช่น การ เดินเรือ ศิลปะจีนที่เน้นความงดงามของธรรมชาติ อารยธรรมของอิสลาม เช่น คณิตศาสตร์การ ดื่มชาแบบจีน กาแฟจากตุรกี ยาสูบจากหมู่เกาะเวสต์อินดีสน้าตาลจากบราซิล และมันฝรั่งจาก อเมริกาใต้ ได้มีบทบาทสาคัญต่อการดาเนินชีวตของชาวยุโรป ิ
  • 2. เกิดการแพร่กระจายของพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ชาวยุโรปได้นาพันธุ์พืชและนาสัตว์ ต่างๆ ไปยัง ทวีปอื่น จากถิ่น กาเนิด ไปยังภูมิภาคอื่นๆ• นากาแฟจากดินแดนตะวันออก กลางมาที่เกาะชวาและแพร่ไป ยังอเมริกาใต้• ต้นยางพารา จากบราซิลมาที่ อินโดนีเซียและมาเลเซีย ต่อมา ได้ขยายทางภาคใต้ของไทย
  • 3. เกิดการแพร่กระจายของพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์• มันฝรั่งและข้าวโพดจากทวีป อเมริกามาปลูกในยุโรป• ปลูกข้าวโอ๊ตและ ข้าวโพดใน ทวีปแอฟริกา• หัวผักกาดหวานจากทวีป อเมริกามาปลูกที่จีน• นา แกะ ไปแพร่พันธุ์ที่ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
  • 4. เกิดการระบาดของโรคภัยไข้เจ็บ โรคระบาดมาพร้อมๆ กับเรือของชาวยุโรป โรคระบาดที่สาคัญเช่น โรคหัด และฝีดาษในอเมริกาเหนือ ไข้เหลืองและไข้มาลาเรียที่มีมากใน แอฟริกามา ระบาดในอเมริกากลางและใต้ เป็นต้น
  • 5. ศาสนาคริสต์ได้แผ่ขยายไปในดินแดนต่างๆ ในบางแห่งใช้แบบสันติวิธี โดยบาทหลวงจะทา หน้าที่สั่งสอนให้การศึกษากับชาวพื้นเมืองและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ในบางแห่งใช้วิธีการรุนแรงบีบ บังคับคนพื้นเมืองในบริเวณอเมริกากลางและ อเมริกาใต้ ให้มาเข้ารีตนับถือคริสต์ศาสนา ทาให้ศาสนาคริสต์เจริญอย่างมั่นคงในดินแดนทวีปอเมริกา และดินแดนต่างๆ