Your SlideShare is downloading. ×
0
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Air duct system design
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

Air duct system design

2,299

Published on

0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
2,299
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
57
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  1. Duct Design 615431 Air Conditioning หน าที่ ข องท อลม คื อ การส งลมจากเครื่ อ งส งลมไปยั ง Duct System Design บริเวณปรับสภาวะอากาศ การออกแบบทอลมในทางปฏิบัติตอง คํานึงถึงบริเวณที่สามารถเดินทอลมได การสูญเสียเสียดทาน ความเร็วลม ระดับเสียง และการไดรับความรอนหรือสูญเสีย ความเย็นของทอลมดวย 615431 Air Conditioning Department of Mechanical Engineering Faculty of Engineering and Industrial Technology Silpakorn University การออกแบบระบบโดยทั่วไป ในการปรับอากาศเพือการคาหรือที่พักอาศัย ่ ระบบความเร็วลมต่ํา ความเร็วลมจะไมเกิน 2,500 ฟุตตอนาที ปกติจะทอลมสงและทอลมกลับจะแบงออกเปนชนิดตางๆ อยูระหวาง 1,200 – 2,200 ฟุตตอนาทีตามความเร็วลม และความดันลมภายในทอลม ระบบความเร็วลมสูง ความเร็วลมจะเกิน 2,500 ฟุตตอนาที ขึนไป ้สําหรับทอลมสงนั้นการแบงชนิดตามความเร็วลมภายในทอ จะแบงออกเปน 2 ในการปรับอากาศในโรงงานอุตสาหกรรมชนิด คือ• ระบบความเร็วต่า ํ ระบบความเร็วลมต่ํา ความเร็วลมจะไมเกิน 2,500 ฟุตตอนาที ปกติจะ• ระบบความเร็วสูง อยูระหวาง 2,200 – 2,500 ฟุตตอนาที ระบบความเร็วลมสูง ความเร็วลมจะเกิน 2,500 – 5,000 ฟุตตอนาที
  2. สําหรับทอลมกลับของระบบลมสง ที่มีความเร็วต่ําและความเร็วสูง จะคิดวาเปนระบบความเร็วลมต่ําหมด ดังนี้ สวนการแบงชนิดของทอลมตามความดันลมภายในทอ จะแบงออกเปน 3 ชนิด คือในการปรับอากาศเพื่อการคาหรือที่พักอาศัย ระบบความเร็วลมต่ํา ระบบความดันลมต่ํา ความดันลมจะอยูระหวาง 0 - 3 ¾ in. wgความเร็วลมจะไมเกิน 2,000 ฟุตตอนาที ปกติจะอยูระหวาง 1,500 ระบบความดันลมกลาง ความดันลมจะอยูระหวาง 3 ¾ - 6 ¾ in. wg– 1,800 ฟุตตอนาที ระบบความดันลมสูง ความดันลมจะอยูระหวาง 6 ¾ - 12 ¼ in. wg ความดันลมทั้ง 3 ชนิด ที่กลาวมาขางตนนัน เปนความดันรวม ้ในการปรั บ อากาศในโรงงานอุ ต สาหกรรม ระบบความเร็ ว ลมต่ํ า (Total Pressure) โดยรวมการสูญเสียตางๆที่เกิดขึน ้ความเร็วลมจะไมเกิน 2,500 ฟุตตอนาที ปกติจะอยูระหวาง 1,800 เนืองจากลมไหลผานเครื่องสงลมเย็น ผานทอลม และผานหัวจายลม ่– 2,200 ฟุตตอนาที Fan (Blower) กําลังของพัดลม W = Q(ΔP) หนวย SI W = Q( FTP ) / 6356 หนวยอังกฤษ Fan’s Law Q1 rpm1 W1 rpm1 3 = =( ) พัดลม Q2 rpm2 W2 rpm2 P rpm1 2 1 =( ) P2 rpm2
  3. พัดลมแบบ Centrifugal Fan แบง Class ตามการใชงานได 4 Class ดังนี้Class I ใชไดกับ Total Static Pressure (TSP)<= 3 ¾ in. wgClass II ใชไดกับ Total Static Pressure (TSP)<= 6 3/4in. wg.Class III ใชไดกับ Total Static Pressure (TSP)<= 12 ¼ in. wg.Class IV ใชไดกับ Total Static Pressure (TSP)> 12 1/4in. wg. (นิ้วน้ํา) ใบพัดลมแบบ Forward Curve Blade (FC) ใบพัดลมแบบ Backward Curve Blade (BI) เหมาะกับการใชงานที่ตองการปริมาณลมมาก Total เหมาะกับการใชงานที่มีคา Total Static Pressure Static Pressure (TSP) ต่ําขณะใชงาน รอบของ (TSP) สูง พัดลมจะมีคาต่ํากวาแบบอื่น ขอดี คือ พัดลมแบบนี้จะมีประสิทธิภาพการใชงาน ขอดี คือ ราคาถูก ทนทาน เพราะความสึกหรอนอย เนื่องจาก (Efficiency) สูง ใชงานที่รอบพัดลมต่ํา ทําใหสามารถใชเพลาและตลับลูกปน (Bearing) เล็กลง มอเตอรจะไมเกิดการ Overload ถึงแมวาคา Total Static Pressure จะลดลง สวนขอเสีย คือ หากเลือกใชพัดลมจากคา Operating เหมาะกับระบบ Point ใน Fan Curve ไมดี อาจทําใหเกิดอาการลม กําจัดฝุน หรือระบบ  สวนขอเสีย คือ ราคาแพงเนื่องจากตองมีโครงสรางที่แข็งแรง พัดไมสม่ําเสมอ (Surge หรือ Paralleling) เพลาและตลับลูกปน (Bearing) มีขนาดใหญขึ้นเหมาะกับระบบ ระบายอากาศเฉพาะ ที่มอเตอรอาจเกิดการ Overload ได หากคา Total จุด ทํางานที่ความเร็วในการหมุนสูง ทําใหมีเสียงดังHVAC Static Pressure (TSP) ลดลงมาก ไมเหมาะกับระบบที่มีฝุน มีประสิทธิภาพและ TSP ต่ํา
  4. ใบพัดลมแบบ Air Foil (AF) จะมีลกษณะ ั ลักษณะการใชงานพัดลม แบงเปน 2 แบบคือ SWSI และ DWDI คลายกับแบบ Backward Curve (BC) แต SWSI (Single Width - Single Inlet) คือ ลักษณะของ ดัดแปลงใหใบเปน 2 ชั้น คลายปกเครื่องบิน สวน ใหญจะใชกับงานที่ตองการปริมาณลมมาก และ พัดลมที่มีโกรงพัดลมเปนชั้นเดียว และทางเขาของลมจะเขาเพียงทางเดียว Total Static Pressure (TSP) สูง เนื่องจากมีประสิทธิภาพดีกวาแบบอื่นๆ แตก็มราคา ี แพงขึ้นมากเชนกัน โกรงพัดลมชั้นเดียว Centrifugal Fan โกรงพัดลมชั้นเดียว ลักษณะ SWSI Forward curve Backward curve In - Line Fan โดยทั่วไปจะแบงออกเปน 2 ประเภท คือDWDI (Double Width - Double Inlet) คือ ลักษณะของพัดลมเปน 2 มอเตอรอยูดานนอก เหมาะสําหรับการระบายอากาศที่คอนขางสกปรกหรือมีอุณหภูมิสูง เชนชิ้นติดกัน และทางเขาของลมจะเขาทั้งสองขาง เหมาะกับงานที่มีปริมาณลมมาก และพัดลมอยูใน การระบายอากาศจากหองครัว หรือใชในกรณีความเร็วของพัดลมไมเทากับความเร็วของมอเตอรหองพัดลม (Fan Room) ที่ไมตองการตอกลอง Plenum เขาทางดานดูด (โดยใชหอง สามารถปรับรอบได (เปนแบบ Belt Drive ) และจะตองติดตั้ง Belt Guard ดวยพัดลมเปน Plenum) มอเตอรอยูดานใน เหมาะสําหรับการระบายอากาศจากพื้นที่ทั่วไป หรือมีอุณหภูมิไมสูงมากเพื่อ จะไดเปนการระบายความรอนของมอเตอรดวย โดยมีความเร็วของพัดลมเทากับความเร็วของ มอเตอร (เปนแบบ Direct Drive) โกรงพัดลมเปน 2 ชัน ้ (แบบ Forward Curve)Centrifugal Fanลักษณะ DWDI โกรงพัดลมเปน 2 ชั้น มอเตอรอยูดานใน  (แบบ Backward Curve) มอเตอรอยูดานนอก 
  5. เว็บไซตแนะนําเกียวกับพัดลมและการติดตั้งพัดลม ่ Fan Performance and Selectionhttp://www.iecm.co.th/iso_knowledge_ac.htm สิ่งที่ตองทราบคือ 1. CFM 2. Total Pressure เลือกจาก Fan Characteristic Curve Backward-Curved Blade Fans Forward-Curved Blade Fan พัดลมชนิดนี้ใชมากในระบบ HVAC โดยเฉพาะเมื่อตองการประหยัดแรงมาของพัดลม ปกติใชในระบบที่มีความดันต่ํา เชน เตาเผา การใชงาน สวนใหญใชความเร็วต่ํา โดยมากใชในระบบในระบบต่ํา กลาง และสูง ซึงทําใหประสิทธิภาพต่ําลงไปดวย ่
  6. Vaneaxial Fan Fan ใชในระบบ HVAC ที่ตองการแนวเสนตรง  Installation D= 4 HW πความดันสถิตยของพัดลม FSP (Fan Static Pressure) คือความ SPinlet = -8.83 in.wg. SPoutlet = +0.68 in.wg.ดันที่พัดลมตองสรางขึ้นเพือใหอากาศไหลผานระบบในปริมาณที่ตองการ ภายใต ่ VPinlet = +1.25 in.wg.ความดันสถิตยของระบบที่ออกแบบไว สามารถหาไดจาก ผลตางของความดันรวมของพัดลม (FTP, Fan Total Pressure) และความดันจลนของอากาศที่ทางออก (VPoutlet) จงหาความดันสถิตยของระบบดังรูป Q=300cfm FSP = FTP − VPoutlet FTP = (SPoutlet + VPoutlet ) − (SPinlet + VPinlet ) FSP = SPoutlet − SPinlet − VPinlet FSP = (+0.68) − (−8.83) − (1.25) = 8.26in.wg .ดังนั้น พัดลมทีจะนํามาใชกับระบบนี้ ตองสรางความดันสถิตยไดไมนอยกวา 8.26 in.wg. ที่ FSP = SPoutlet − SPinlet − VPinlet ่ อัตราการไหล 300 cfm
  7. พัดลมทํางานที่ความเร็วรอบ 1180 rpm ที่ 13 hp ลําเลียงอากาศ 10,000 cfm ที่Fan’s Law แสดงใหทราบถึงผลกระทบของขนาดเสนผาน ความดันสถิตย 12 in.wg จงหาสมรรถนะของพัดลมตัวนี้ ถาความเร็วรอบในการทํางานศูนยกลางของพัดลม (size) และความเร็วรอบที่มีตอสมรรถนะการ เพิ่มเปน 1400 rpmทํางานของพัดลม จงหาสมรรถนะคือหา Q, SP และ Power 3 Q1 rpm1 ⎛ size1 ⎞ = ⎜ ⎟ 3 Q2 rpm2 ⎜ size2 ⎟ ⎝ ⎠ Q1 rpm1 ⎛ size1 ⎞ = ⎜ ⎟ ⇒ 10000 1180 = ⇒ Q2 = 11864cfm 2 2 Q2 rpm2 ⎜ size2 ⎟ SP ⎛ rpm1 ⎞ ⎛ size1 ⎞ ⎝ ⎠ Q2 1400 1 =⎜ ⎜ rpm ⎟⎟ ⎜ ⎜ size ⎟⎟ 2 2 2 SP2 ⎝ 2 ⎠ ⎝ 2 ⎠ SP ⎛ rpm1 ⎞ ⎛ size1 ⎞ 12 ⎛ 1180 ⎞ 1 =⎜ ⎟ ⎜ ⎜ size ⎟ ⇒ SP = ⎜ 1400 ⎟ ⇒ SP2 = 16.89in.wg . SP2 ⎜ rpm2 ⎟ ⎝ ⎠ ⎝ ⎟ 2 ⎠ 2 ⎝ ⎠ 3 5 W1 ⎛ rpm1 ⎞ ⎛ size1 ⎞ 3 5 3 =⎜ ⎟ ⎜ ⎜ size ⎟ W1 ⎛ rpm1 ⎞ ⎛ size1 ⎞ 13 ⎛ 1180 ⎞ W2 ⎜ rpm2 ⎟ ⎟ =⎜ ⎟ ⎜ ⎟ ⇒ =⎜ ⎟ ⇒ W2 = 21.71hp ⎝ ⎠ ⎝ 2 ⎠ W2 ⎜ rpm2 ⎟ ⎝ ⎠ ⎜ size ⎟ ⎝ 2 ⎠ W2 ⎝ 1400 ⎠การพิจารณาบริเวณที่จะเดินทอลม 1. การสูญเสียความเย็นในทอลมการพิจารณาบริเวณที่จะเดินทอลมทั้งทอลมสงและทอลมกลับ เปนสิ่ง กรณีที่มีทอลมที่ยาวมาก อาจมีความรอนที่เล็ดรอดเขาสูทอ ทําให สําคัญอยางหนึ่งในการออกแบบทอลม เพราะจะทําใหทราบแนว สูญเสียความเย็นในทอ ในการประมาณคาความรอน ตองคิดถึง ทางการเดินทอลม อีกทั้งยังอาจทําใหทราบระบบของทอลมทีจะใช ่ ความรอนในสวนนี้ดวย ทําใหเครื่องทําลมเย็นมีขนาดใหญขน โดย ึ้ ที่การเปรียบเทียบ First Cost และ Operating Cost ใน • ทอที่มี Aspect Ratio สูง จะไดรับความรอนมากกวาทอที่มี การเดินระบบทอลม Aspect Ratio ต่ําการสูญเสียความเย็นในทอลม • ลมความเร็วต่ํา จะไดรับความรอนมากกวาลมความเร็วสูงAspect RatioDuct friction Rate • ฉนวน ยิ่งหนามาก ความรอนที่ทอไดรับจะนอยลงType of fittings แนะนําทอที่มี aspect ratio ต่ํา ความเร็วลมสูงแตไมเกิดเสียงดัง
  8. 2. Aspect Ratio 1 2 (ab) 0.625 d e = 1.3 3 (a + b) 0.25 4 ตารางที่ 12.1 เปนทอที่มอัตรา ี แรงเสียดทานขนาดเดียวและ 5 พื้นที่กับทอกลม ขอแนะนํา ควรใชทอกลมหรือ 6 ทอเหลี่ยมทีมีขนาด aspect ่ ratio ใกลเคียง 1 เพื่อให อัตราแรงเสียดทานนอยที่สุด แนวการเดินทอลม แนวการเดินทอลมก็มีตัวแปรตางๆ ที่เขามาเกี่ยวของ อยูหลายอยางดวยกัน คือ 1. ชวงเปลี่ยนขนาดทอลมใชชวงเปลี่ยนขนาดทอลม เพื่อลดหรือเพิ่ม ขนาด แตขนาดพื้นที่หนาตัดคงเดิม แตในการลด ไมควรลดขนาดมากกวา 20% ของขนาด เดิม 2. ของอ ขอตอ 3. ทอแยก 4. การกลั่นตัวเปนหยดน้ําบนผิวทอลม 5. การควบคุมปริมาณลม
  9. 2. ของอ ขอตอ 1. ชวงเปลี่ยนขนาดทอลม ข อ งอสํ า หรั บ ท อ ลมเหลี่ ย ม จะมี แ บบต า งๆ เช น full การเปลี่ยนขนาดทอลมจะใชเพื่อเปลี่ยนรูปทรงทอลม radius elbow, shot radius vane elbow และ หรื อ ใช เ พื่ อ เพิ่ ม หรื อ ลดพื้ น ที่ ท อ ลม เมื่ อ รู ป ทรงของท อ ลม vaned square elbow สวนของอสําหรับทอกลมจะมีแบบ เหลี่ยมเปลี่ยนไป แตพื้นที่หนาตัดยังคงเดิม ควรใชความชัน ตางๆ เชน smooth elbow, 3-piece elbow เปนตน 1 นิ้ว ใน 7 นิ้ว สําหรับดานตางๆ ที่มีการเปลี่ยนรูปทรง ถา ไมสามารถใชความชันนี้ได อยางมากที่สุดไมเกิน 1 นิ้ว ใน 4 3. ทอแยก นิ้ ว ปกติ แ ล ว ท อ ลมจะต อ งถู ก ลดขนาดลงเพื่ อ เลี่ ย งสิ่ ง กี ด ทอแยกมีอยูหลายชนิดดวยกัน เชน ทอแยกแบบ full ขวาง แตก็ไมควรลดขนาดลงเกินกวา 20 % ของพื้นที่ทอ radius elbow นิยมใชกันมาก แบบ square ล ม ก อ น ล ด ข น า ด ใ น ส ว น ข อ ง พื้ น ที่ ท อ ล ม เ พิ่ ม ขึ้ น ก็ elbow take-off ไมนิยมใชเพราะราคาแพง และ เชนเดียวกัน pressure drop สูง เปนตน 4. การกลั่นตัวเปนหยดน้ําบนผิวทอลม เปนสิ่งที่ตองคํานึงถึง เพราะผิวทอลมอาจจะเปยกหรือมีหยดน้ําเกาะ ในกรณีที่ผิวทอลมมีอุณหภูมิต่ํากวาอุณหภูมิจุดน้ําคางของอากาศที่ลอมรอบทอลม 5. การควบคุมปริมาณลม โครงสรางและการติดตังทอลม ้ ในระบบทอลมความเร็วต่ํา การควบคุมลมใหผานหรือแยกเขาในแตละทอตางๆ ตองใช splitter damper ในทอลมระบบความเร็วลมสูง จะใช volume damper หรือ pivottype damper ในระบบความเร็วลมสูงควรติด volumedamper ไวที่ปลายหัวจายลมทุกหัวดวย เพื่อควบคุมปริมาณลมที่สงออกจากหัวจายลม 
  10. คุณสมบัติของทอสงลมทัวไป ่ ชนิดและหนาที่ของทอสงลมในระบบปรับอากาศรูปรางที่มีความแข็งแรง ไมยบตัว ุ ทอสงลมเย็น เชน ทอสงลมเย็น (Supply air duct) ทอลมกลับใชในการสงลม(ควบคุมการรัวได) ่ (Return air duct)การสั่นสะเทือนนอยเสียงการปรากฏแกสายตา ไมวาจะเปน ความเสียหาย การทนตอสภาพอากาศ อุณหภูมิ ทอระบายอากาศ เชน ทอดูดอากาศ (Exhaust air duct) ทอลมการ บริสุทธิ์(Fresh air duct) ทอดูดควัน(Smoke exhaust (Freshเปลี่ยนแปลง ลม การกัดกรอน ทอฝงดิน duct)Supportingseismic restrain ทอดูดอากาศเสีย เชน ทอดูดควันอาหาร (Kitchen exhaustthermal conductivity การสูญเสียความรอน การกลั่นตัวของหยดน้ํา duct) ทอดูดอากาศเสีย(Exhaust duct) ทอดูดสารเคมี (Chemical exhaust duct) เปนตน ชนิดของวัสดุที่ใชทําทอลมทั่วไป ขอมูลของอุปกรณในงานทอลมของระบบปรับอากาศแผนเหล็กอาบสังกะสี ตัวทอลม Galvanized steel sheet, insulation, addhesive, tape, hing, rivet, screw, bushing,แผนเหล็ก sealant, angle, fasten belt, escutchen, fireแผน Stainless steel seal,แผน PVC การหิวแขวน Block out ้ Main Equipmentไฟเบอรกลาส Filterอลูมิเนียม Heaterอื่นๆ หัวจายลม sound attenuator
  11. การตอทอลมกับอุปกรณหลัก รูปของทอ ลมชนิด ตางๆ ทอลมที่ทําจากโรงงาน Flexible air Duct
  12. ทอเมนและทอแยก ทอสงลมเย็นAir Duct & Fittings Air Duct & Fittings
  13. ตารางที่ 12.6 – 12.9 แสดงภาพของอ ขอตอ ทอแยก ชนิดตางๆRecommendslope1:7 for high Vel.1:4 for low Vel.
  14. Galvanized steel sheet (Roll)ฉนวน (insulations) ปองกันการสูญเสียพลังงานความรอน ปองกันการเกิดควบแนน (Condensation) ชวยซับเสียงหรือลดเสียงได การหุมฉนวน มี 2 วิธี  การหุมภายนอก ใชฉนวนยาง  หรือประเภทใยแกว การหุมภายใน เพื่อผลทางการซับเสียงหรือลดเสียงดวย ใชฉนวน  ยางหรือใยแกวที่มีความหนาแนนสูง
  15. ทอหุมฉนวนภายนอกและภายใน สวนประกอบของฉนวนใยแกว(Fiberglass) หุมภายนอกใชใยแกวที่มีความหนาแนนต่ํา 1-2 ปอนดตอลบ.ฟุต หนา1-2นิ้ว ที่ปดทับดวย Aluminum foil เพื่อปองกันไอน้ํา หุมภายในใชใยแกวที่มีความหนาแนนสูง2-3 ปอนดตอลบ.ฟุต เพื่อลดโอกาส  เสนใยหลุดไปตามลม อาจปดทับดวย Aluminum foilหรือเคลือบ ผิวฉนวนดวยกาวเหนียว หนา1-2นิ้ว เพื่อประโยชนในการชวยซับเสียง หรือ ตัดตอนเสียงจากเครื่องไมใหเดินทางไปสูหองที่ใชงาน  การกระจายลมภายในหอง การกระจายลมสําหรับบุคคล อุณหภูมิภายในหอง ไมควรตางกัน เกิน 2°F และ 3°F สําหรับหองรวม คาความสบายของคน เกิดขึนเมื่อ ้ ลมเย็นที่ผานตัวมีความเร็ว 15 – 30 fpm และกระทบคน ดานหนาหรือดานหลังจะดีที่สุด แตไมควรเกิน 60 fpm
  16. Diffuser คือหัวจายลมแบบกระจายรอบตัว หนากากลม(Air Grilles) Grille หัวจายลมหรือแผงลมกลับ หรือแผงดูดอากาศบริสุทธิ์ มักเจาะติด ไวที่ผนังหรือเพดาน Outlet Vel. คือความเร็วลมเฉลี่ยที่ออกจากหัวจายลม วัดที่คอหัวจาย ลมแบงตามหนาที่และตําแหนง Primary Air คืออากาศแรกที่ออกจากหัวจายลม1. สงกระจายลมเย็น Ceiling diffuser , Register , Slot Register คือ Grille ที่ติดใบปรับทิศทาง diffuser , Nozzle Return Grille คือแผงลมกลับ นําลมเย็นที่ใชแลวภายในหองกลับไปสู2. ลมกลับ Return Air Grille เครื่องสงลมเย็น3. ควันหรืออากาศเสีย Exhaust Air Grille Secondary Air คือลมในหองที่ไหลไปรวมกับ primary air4. อากาศบริสุทธิ์ Fresh Air Grille Temp. Diff. คืออุณหภูมิทแตกตางระหวางหอง กับ primary ี่ air หัวจายลม (Diffuser) 1. แบบบารปรับ เหมาะสําหรับลมจายดานขาง อาจเรียกวา Register 2. แบบสลอต ลักษณะคลายแอรราว 3. แบบติดเพดาน มีทั้งแบบกลม แบบเหลียม ซึ่งอาจมี ่ ถาเอาพื้นที่เปนเกณฑ กําหนดใหใช 16 m2 ตอ 1 ตันความเย็น โดยที่ 1 ตัน เทากับ 400 cfm damper ดวยหรือไมก็ได ดาดฟา ใช กําหนดใหใช 12 m2 ตอ 1 ตันความเย็นการติดตั้งควรติดใหเหมาะสม ไมควรติดใกลกับหัวจายลมเย็นมากเกินไป หางจากบริเวณครัว หองดานทิศตะวันตก ใช กําหนดใหใช 14 m2 ตอ 1 ตันความเย็นหรือหองน้ําเพื่อปองกันกลิ่น ความดันในหองปรับอากาศ ควรสูงกวาภายนอกหอง สวนหองน้ําควรมีความดันที่ต่ํากวาเพื่อปองกันกลิ่นที่อาจเล็ดรอดออกมา ถาใชที่นั่งเปนเกณฑ เชน โรงภาพยนตร หรือหองประชุม กําหนดใช 10 ที่นั่งตอตันการปรับระบบการกระจายตัว โดยปกติจะไมทากันบอย นอกจากจะมีสาเหตุที่แนชัด ํ
  17. Round ceiling diffuser หัวจายลมชนิดกลม Square Ceiling diffuser หัวจายลมชนิด สี่เหลียม ่ Return Air Grille ตัวอยาง Linear Slot Diffuser ขนาด 4 Slots Light troffer
  18. โครงสรางของทอสงลม ที่ทําดวยแผนเหล็กอาบสังกะสี Register แบบตางๆการแบง Class ทอลม ตามความดัน Class ของทอลม (ความดัน,ความเร็ว) การแบงชนิดของทอสงลมเย็นตามความเร็วลม หรือตามแรงดัน Static ╬ Low velocity มีStatic pressure1/2 - 2 w.g. ╬ Medium velocity มีStatic pressure 2-3 w.g. ╬ High velocity มีStatic pressure mm 3 w.g. & over
  19. ความแข็งแรงของทอลม ขนาดทอลม ตะเข็บตามขวางความหนาผนังทอลม ตะเข็บตามยาว การเสริมแรง ชวงการเสริมแรง Beading ขนาดทอลม ความหนาแผนเหล็ก Crossbreak ชวงการเสริมแรง การเสริมความแข็งแรง
  20. มาตรฐานของแผนเหล็กชุบสังกะสี ชนิด หนาทีของรอยตอหรือตะเข็บ ่► ใน SMACNA ใช standard U.S.gage 1. ยึดตอทอลมแตละสวน► แผนเหล็กชุบสังกะสีในบานเราใช B.W.G. 2. ปองกันการรั่วของลม 3. ชวยในการเสริมแรง (Reinforcement) ใหกับทอลม► ความหนาของstandard U.S.gage จะหนากวาหรือเทากับB.W.G. ► ชนิดของรอยตอหรือตะเข็บ 1. ตามขวาง (ตั้งฉากกับการไหลของลม)► การใชงานตองเปรียบเทียบกับความหนา 2. ตามยาว (ตามการไหลของลม) ชนิดและรูปแบบของรอยตอตามขวาง ► Class ความดันลม รอยตอหรือตะเข็บเสริมแรง ► ขนาดของทอ การเสริมแรงระหวางรอยตอทอ รอยตอหรือตะเข็บธรรมดา ► ความหนาของแผนโลหะที่ทําทอลม ► ชวงของรอยตอตามขวาง ดานที่ไมมีการเสริมแรง
  21. ชวงระยะการReinforcement ตามที่กาหนดไว สําหรับทอลมแต ํ ละขนาด แรง เสริม การ ชวง รง ชวงการ เส ริมแ Reinforcement ไม การ จําเปนตองตรงกับ ดานที่ประชิดกัน ชวงปลายของreinforcement member ของทอที่มีpressure class ตังแต 4” w.g. ขึ้นไปตองยึดดวย ้ ตอrod ตามรูป บ็ รอย าง ตะเข ะหว ชวงรรอยตอ-ตะเข็บ ตะเข็บ-ตะเข็บตามขวาง ตามยาว,ตอแผน
  22. รอยตะเข็บและการเสริมแรงของทอลม ิม แรง) (เสร ขวาง บ ็ ตาม ตะเข เข็บ) ม ใชตะ ง (ไ เสร ิมแรตะเข็บตามยาว
  23. การปองกันลมรั่ว การทดสอบรั่ว ► การใชสายตาตรวจสอบกรรมวิธีการอุดปองกันลมรั่วก็เพียงพอที่จะพิสูจน ไดวา โครงสรางทอลมมีการอุดดีแลวหรือไม ภายใตสภาวะตางๆ อาจ ยอมรับการรั่วได เพราะไมมีทอลมใดที่ปองกันรั่วไดสมบูรณ ► การทดสอบรั่วที่ทอลมเปนคาใชจายที่เกิดขึ้นในการติดตั้ง ไมแนะนําสําหรับ ทอลมที่มีโครงสราง 3” w.g. และต่ํากวาวาจะตองทดสอบรอยรั่ว เพราะทราบกันวามีผลตอตนทุนFriction Rate Assumptionsจาก แผนภูมิ 12.5 ซึ่งมีหนวยเปนนิ้วน้ําตอ 100 ฟุตของความยาว ซึ่งรวมequivalent length ของขอตอ ทอแยก ของอ ที่อยูในทอลมนั้นๆ •ทอทําจาก Galvanizedดวย Duct •อุณหภูมิลมเย็น 70°Fขอตอ ทอแยกตางๆ มีคา ∆P ตามตาราง 12.6 – 12.9 หรือ ตาราง12.8 – 12.12 ของ Mcquistion •ความดัน 29.92 นิ้วน้ํา •สถานที่ สูงไมเกิน 2000 ฟุตใน ตาราง 12.8 – 12.12 คาในตารางอยูในรูป C0 ดังนั้น คา ∆P จะ จากระดับน้ําทะเลสามารถหาไดจากสมการ (หนวยเปนนิ้วน้ํา) 2 ⎛ V ⎞ ΔP = C0 ⎜ ⎟ ⎝ 4005 ⎠
  24. วิธการออกแบบทอลม ี Friction Chart หลักการทั่วไปในการออกแบบทอลม คือ พยายาม ในแตละหนาตัดของทอลม ในกรณีที่มีลมผานจะเกิดความสูญเสีย ความดันของลม เรียกวา Duct Friction Loss ซึ่งเดินแนวทอลมใหงายที่สุดเทาที่จะทําได และพยายามใหระบบ ขึนอยูกับ ้ ทอลมนั้นสมมาตร ตําแหนงที่จะจายลมออกมาควรตั้งอยูในตําแหนงที่จะทําใหการกระจายลมภายในหองเปนไปไดดีที่สุด 1. Air Velocityจากนั้นจึงคอยเดินทอลมไปยังตําแหนงจายลม แนวทอลมที่ 2. Duct Sizeเดิ น ต อ งไม ไ ปชนกั บ สิ่ ง กี ด ขวางใดๆ ยกเว น ในกรรี ที่ 3. Interior Surface Roughnessหลีกเลี่ยงไมไดแลว 4. Duct Length
  25. ซึงสามารถคํานวณการสูญเสียไดตามสมการ ่ Equivalent Duct Diameter จากแผนภูมิ ทีกลาวมาขางตน จะทราบ Equivalent Duct Diameter ซึ่งเปน ่ 1.82 เสน ศก ของทอกลมทีมีพท เทากับทอเหลี่ยม เมื่อทราบ Equivalent Duct ⎛ L ⎞⎛ V ⎞ ่ ΔP = 0.03 f ⎜ 1.22 ⎟⎜ ⎟ Diameter สามารถนําไปหาคาขนาดของทอเหลี่ยมได ตามตาราง 12.1 หรือ 12.8 ⎝ d ⎠⎝ 1000 ⎠ (Mcquiston)โดยที่ Air Velocity∆P = การสูญเสียในทอ, นิ้วน้ํา (in.wg) ควรคํานึงระดับเสียงดัง ตามความเหมาะสม หรือใชคาตามตาราง 12.12F = ความหยาบของผิวใน (gulvanized duct) ใชคา 0.9L = ความยาวของทอลม, ftD = equivalent duct diameter, นิ้วV = ความเร็วลมในทอ, fpm Friction Rate อัตราเสียดทานที่ปรากฏในแผนภูมิ 12.5 หรือ 12.21ม 12.23 (Mcquiston) อยูในรูปนิ้วน้ําตอความยาว 100ft ในการหา Loss สามารถหาไดจาก Loss = Total _ Equiv. _ Length × friction _ rate วิธีวัดคาความยาวใหรวม Minor Loss ไปดวย
  26. Velocity Pressure Fan Conversion Loss and Gainแสดงในรูปที่ 12.5 หรือใชคาตามตาราง 12.13 ⎧⎛ V ⎞ 2 ⎛ V f ⎞ 2 ⎫ ⎪ ⎪ Vd > Vf Loss = 1.1⎨⎜ d ⎟ − ⎜⎜ 4000 ⎟ ⎬ ⎟ ⎪⎝ 4000 ⎠ ⎝ ⎩ ⎠ ⎪ ⎭ Vd = ความเร็วลมในทอ (fpm) Vf = ความเร็วลมจากพัดลม (fpm) Loss = นิ้วน้ํา ⎧⎛ V f ⎞ 2 ⎛ V ⎞ 2 ⎫ ⎪ ⎪ Vd < Vf Gain = 0.75⎨⎜ ⎜ 4000 ⎟ − ⎜ 4000 ⎟ ⎬ ⎟ d ⎪⎝ ⎩ ⎠ ⎝ ⎠ ⎪ ⎭Duct System Element Friction Loss ในการออกแบบทอลมระบบความเร็วต่ําตาราง 12.8 เปนการสูญเสียสําหรับทอกลม ตาราง 12.9 เปนการสูญเสียสําหรับทอเหลี่ยมในเทอมของ equiv. length 1. Velocity Reduction Method การออกแบบ ระบบท อ ลมโดยวิ ธี นี้ ทํ า ได โ ดยเลื อ กความเร็ ว เริ่ ม ต น ที่ Fanตาราง 12.6, 12.7 แสดงคาการสูญเสียของของอ ซึ่งมี R/D Discharge จากนั้นลดความเร็วลมลงขณะที่ทอลมไดสงลมratio (12.6) และ L/D สําหรบตาราง 12.7 ออกไปยังหัวจายจุดตางๆ ความเร็วเริ่มตนที่เลือกมานี้ไมควรเกินที่ กําหนด ปกติ วิ ธี นี้ ไม ค อ ยนิ ย มใช นั ก เพราะต อ งใช ค วามรู แ ละ ประสบการณมากสักหนอย แตอาจจะใชไดในกรณีที่เดินทอลม งายๆ เมื่อใดที่ใชวิธีนี้ก็ควรคิด Splitter Damper ในทอลม ดวย เพื่อใหสามารถแบงลมใหไดตามที่ตองการ
  27. 2. Equal Friction Method วิธีน้ีสามารถใช วิธี Equal Friction Methodออกแบบได ทั้ ง ท อ ลมส ง ท อ ลมกลั บ และท อ ดู ด อากาศบริ สุ ท ธิ์ ΔP ในการออกแบบลมจาย 18 จุดใน สนง แหงหนึ่ง ตองการลมจายแตละจุดหลักการของวิธีนี้ก็คือ ให Friction Loss ตอฟุต 300 cfm โดยปริมาณลมสงรวม 5400 cfm (18x300cfm)ความยาวเทากันตลอดทั้งระบบ Equal FrictionLMethod ถาความดันลมจายที่หัวจายเปน 0.15 in.wg และของอ มีคา R/D = 1.25 จงหาระบบนี้เปนวิธีที่ดีกวาแบบ Velocity ReductionMethod เพราะไมจาเปนตองสมมาตรแนวการเดินทอลมหลัก ํ 1. Initial Duct Vel., area, size และ friction rate ในสวนของทอลมจากพัดลม ถึงทอแยกที่ 1 การใชวิธีนี้ทําโดยเลือกความเร็วลมเริ่มตนในทอหลักซึ่งอยู 2. ขนาดของทอลมที่เหลือใกลพัดลม ความเร็วลมนี้ควรใชตามคาแนะนํา โดยระบบเสียงอยู 3. Total Equivalent Length ของทอลมที่มีในเกณฑไมมากเกินไป จากความเร็วลมเริ่มแรกนี้และจากปริมาณ resistance มากที่สุดลม นําไปหาคา Friction Rate จากคานี้ก็นําไปใชกับระบบ 4. Total Static Pressure Require ของพัดลมทั้งระบบ เลือกความเร็วเริ่มตนที่ 1700 fpm………Ans. (เลือกมาเลย) 5400 ดังนั้น ทอมีขนาด = 3.18 ft2............... Ans. 1700 ดังนั้น Circular Equivalent Diameter = 3.18 × 4 = 2.01 ft = 24inches π เปดตาราง 12.1 หรือ ตาราง12.8 (Mcquiston) จะไดขนาดทอ 22” x 22” ………………. Ans. จากรูป 12.5 หรือ 12.21 (Mcquiston) ได friction rate = 0.145 ปล standard friction rate ไมควรเกิน 0.1
  28. 0.145เปดจากตาราง 12.14 ที่ CFM Cap. จะได Duct Area (%) ทําใหเปนตารางฟุต และเปดตารางที่ 12.1 หรือ12.8 (Mcquiston) เพื่อหาคา Duct Size โดยมีหลักเลือกวาDuct ควรมีการลดขนาดไมมากนักในแตละชวง โดยพยายามหลีกเลี่ยงการลดขนาดทั้งดานกวางและดานตั้งพรอมกัน การเขียน Duct Size นิยมเขียนขนาดที่มากกอน และถาไมมีตาราง 12.14 ใหใชคา Friction rate ที่ 0.145 เทากันทุกชวงเพื่อหา diameter ขนาดมากเปน width ขนาดที่นอย เปน Depth จากรูป 12.12 (Mcquiston) และตาราง 12.8 เพื่อหาขนาด
  29. 1. Total Equivalent Length ของทอลมที่มี resistance มากที่สุด ตารางที่ 12.9 ประมาณ ระหวาง 24”x24” และ 20”x20” ตารางที่ 12.9 ประมาณที่ 24x10 และ 20x10 Total Static Pressure Require ของพัดลม Loss = Total Equiv. Length x friction rate 3. Static Regain Method เหมาะกับทอลม 0.145 ความเร็วสูง (สูงกวา 2000 fpm) หลักการงายๆ คือ เลือก = 229 × = 0.33in.wg . 100 ขนาดทอลมใหได Regain อันเนื่องมาจากการลดความเร็วลม Total static pressure require คือการรวม operating pressure ลง ณ แต ล ะส ว นที่ มี ก ารแยกของท อ ลม หั ก ล า งพอดี กั บ (โจทยกาหนด 0.15 นิ้วน้ํา) ที่หัวจาย และ loss ทีเ่ กิดในทอลม และตองคํานึงถึง ํ Friction Loss ที่จะเกิดในทอลมสวนถัดมา ดังนั้น Static velocity regain ที่ first section และ Last section ดวย Pressure จึงคงเทาเดิมกับกอนที่มีการแยกทอ วิธีการทําจะทํา ⎧⎛ 1700 ⎞ 2 ⎛ 590 ⎞ 2 ⎫ ⎪ ⎪ regain = 0.75⎨⎜ ⎟ −⎜ ⎟ ⎬ = 0.12inches ⎪⎝ 4000 ⎠ ⎝ 4000 ⎠ ⎪ ไดโดยเลือกความเร็วเริ่มตนแรกที่ พัดลม จากนั้นเลือกขนาดทอลม ⎩ ⎭ แรก สํ า หรั บ ขนาดท อ ลมส ว นที่ เ หลื อ ทํ า โดยใช แ ผนภู มิ L/Q ดังนั้น Fan discharge = 0.33+0.015-0.12 = 0.36 นิ้วน้ํา Ratio และแผนภูมิ Low Velocity Static regain
  30. วิธี Static Regain Method 1. เลือกความเร็วลมในทอหลัก 1700 fpm ดังนั้น จะได Q = 5400 cfm พื้นที่ ทอ 3.18ft2 และเลือกขนาดทอจากรูป 12.1 ไดทอขนาด 22”x22” และได  ในการออกแบบลมจาย 18 จุดใน equiv. dia. = 24.1” จากรูป 12.8 ได friction rate = 0.145 สนง แหงหนึง ตองการลมจายแตละจุด ่ 2. ความยาวทอหลัก = 25’ + 35’ + ของอ (12’) = 72’ 3. Friction loss ได 72x0.145/100 = 0.104 นิ้วน้ํา 300 cfm โดยปริมาณลมสงรวม 5400 cfm (18x300cfm) ถาความดันลมจายที่หัวจายเปน 0.15 ไดขนาดทอหลักแลว 22”x22” in.wg และของอ มีคา R/D = 1.25 จงหา 1. Duct Size 2. Total Static Pressure Require ของพัดลม ชวง A-B 2. หาคาความเร็วจากแผนภูมิ 12.8 ที่ V = 1700 fpm (v กอน take off) และ L/Q = 0.135 ได V after take off = 1510 cfm 1. มี 3600 cfm ความยาว 20 ft จากแผนภูมิ 12.7 ได L/Q ratio = 0.1350.135
  31. 3. ไดคาความเร็ว สามารถหาคาพื้นที่ไดจาก Q/V = 3600/1510 = 2.38 ft24. นําคาพื้นที่ไปหาขนาดของ Duct จากรูป 12.15. Fan discharge pressure = 0.104 + 0.15 = 0.25 นิ้วน้ํา Duct Sizer เปนอุปกรณทชวยในการหาขนาดของทอ โดยไมจําเปนตองเปดตาราง ี่ ปล มันเปนวิธี Equal Friction Method นั่นเอง
  32. The duct sizes listedProgram Excell สําหรับการคํานวณ Duct in the chart provided are based on a fraction drop of .10 inches per 100 feet of lineal duct. This "Equal- Friction" method of duct sizing should be adequate for normal residential furnace heating and air conditioning applications. Large r volumes or higher static pressures should be dealt with on an individual jobhttp://spreadsheetcreations.com/duct_sizing.htm basis. ตัวอยางโปรแกรมสําเร็จรูปของ www.elitesoft.com Static Pressure Cal. Rhvac - Residential HVAC Loads and Duct Sizes
  33. การออกแบบระบบทอความเร็วสูงสิ่งที่เกิดขึ้นคือขนาดทอจะเล็กลง แตพัดลมจะตัวใหญขึ้นปล หลักการออกแบบ คลายกับวิธีความดันสถิตกลับคือ (Static Regain Method นั่นเอง
  34. การไดรับความรอนของทอและการรั่วของลมเย็นภายในทอในกรณีที่ไมไดหุมฉนวน ความรอนจากภายนอกอาจแทรกเขาไปทําใหลมเย็นในทอมีอณหภูมิ ุ การติดตังทอลม ้สูงขึ้น ใชแผนภูมิ 12.11สําหรับทอลมที่ aspect ratio ไมเทากับ 2:1 หรือมีฉนวนหุม ใหใชคาแกตามที่ระบุ การยึดติดกับโครงสราง (Figure 4-2) การหิ้วแขวน(Figure 4-4) /(Table 4-1) การรองรับทอลม(Figure 4-6)/(Table 4-3) การยึดทอในแนวดิ่ง แบบตางๆการยึดติดกับโครงสราง การหิ้วแขวน(Figure 4-4) (Figure 4-2)
  35. การรองรับทอลม (Figure 4-6) ผิด ไมดีนัก •การใชflexible duct ยาวมากที่สุดได 10 ฟุต •ระวังรัศมีการดัดโคง และการเกิดความเคนที่รอยตอ การยึดทอในแนวดิ่ง
  36. การยึดทอในแนวดิ่ง การยึดทอในแนวดิ่งการปรับทิศทางลมใหเหมาะสม
  37. การติดตั้งCeiling diffuser การติดตั้งCeiling diffuser ขอตอออน

×