Your SlideShare is downloading. ×
คำในภาษาไทย
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×

Introducing the official SlideShare app

Stunning, full-screen experience for iPhone and Android

Text the download link to your phone

Standard text messaging rates apply

คำในภาษาไทย

240
views

Published on


0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
240
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
2
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. คำำไทย โดย นำงสำว อังศุมำลี อินวงค์ รหัส ๐๖๕๓๐๐๓๒คณะศึกษำศำสตร์ วิชำเอก กำรสอน ภำษำไทย
  • 2. คำำไทย คำำแต่ละคำำมีควำมหมำย ควำมหมำยของคำำจะปรำกฏชัดเมื่ออยู่ในประโยค กำรสังเกตตำำแหน่งและหน้ำของคำำในประโยคจะช่วยให้เรำทรำบชนิดของคำำรวมทั้งควำมหมำยด้วยดังนันกำรศึกษำให้เข้ำใจหน้ำที่และชนิดของคำำ ้ในประโยคจึงมีควำมสำำคัญมำกเพรำะจะช่วยให้เรำสำมำรถใช้คำำได้ถูกต้อง
  • 3. ชนิดของคำำไทย คำำไทยแบ่งออกเป็น ๗ ชนิด แต่ละชนิดมีลักษณะและหน้ำที่แตกต่ำงกันออกไป กำรเรียนรู้เรื่องลักษณะของคำำเพื่อสร้ำงเป็นกลุ่มคำำและประโยคเป็นเรื่องสำำคัญ และจำำเป็นอย่ำงยิ่งในกำรเรียนและกำรใช้ภำษำในชีวิตประจำำวัน
  • 4. ในกำรใช้ภำษำจำำเป็นอย่ำงยิ่งที่เรำจะต้องทรำบว่ำคำำไนมีที่ใช้อย่ำงไร เพือประโยชน์ใน ่กำรสื่อสำร นักไวยำกรณ์ได้สังเกตควำมหมำยและหน้ำที่ของคำำในประโยค แล้วจึงแบ่งคำำในภำษำไทยออกเป็นชนิดได้ ๗ ชนิด คือ ๑. คำำนำม ๕. คำำบุรพบท ๒. คำำสรรพนำม ๖. คำำสันธำน ๓. คำำกริยำ ๗. คำำอุทำน ๔. คำำวิเศษณ์
  • 5. ๑. คำำนำมคำำนำม คือ คำำที่ใช้เรียกชือคน สัตว์สิ่งของ แบ่ง ่เป็น ๕ ชนิดคือ ๑.๑ สำมำนยนำม ๑.๒ วิสำมำนยนำม ๑.๓ สมุหนำม ๑.๔ ลักษณนำม ๑.๕ อำกำรนำม
  • 6. ๑.๑ สำมำนยนำมได้แก่ นำมที่เป็นชือทั่วๆไป เช่น หนู เป็ด โต๊ะ ่บ้ำน เป็นต้น
  • 7. ๑.๒ วิสำมนยนำม เป็นชือเฉพำะ เช่น นำยอัตถ์ ตูบ หรือ ่ ชือวัน ชื่อเดือน เช่น ่วันจันทร์ เดือนมกรำคม หรือชื่อจังหวัด จังหวัดสุพรรณบุรี
  • 8. ๑.๓ สมุหนำม นำมที่เป็นหมู่คณะ เช่น ฝูง โขลง กอง หรือคำำนำมที่มีควำมหมำยไปในทำงจำำนวนมำก เช่นรัฐบำล องค์กร กรม บริษัท
  • 9. ๑.๔ ลักษณนำม เป็นคำำนำมที่บอกลักษณะของนำม มักใช้ตำมหลังคำำวิเศษณ์ที่บอกจำำนวนนับ เช่น ภิกษุ5 รูป นำฬิกำ 5 เรือน รูป และเรือนเป็นลักษณนำม
  • 10. ๑.๕ อำกำรนำม คือนำมที่เป็นชือกริยำอำกำรในภำษำไทย ่เรำมักมีคำำว่ำ “กำร” และ “ควำม” นำำหน้ำ เช่นกำรกิน กำรนั่ง ควำมดี ควำมจน
  • 11. ๒. คำำสรรพนำมคำำสรรพนำม คือคำำที่ใช้แทนคำำนำม แบ่งเป็น 6ชนิดคือ ๒.๑ บุรุษสรรพนำม ๒.๔ อนิยมสรรพนำม ๒.๒ ประพันธสรรพนำม ๒.๕ปฤจฉำสรรพนำม ๒.๓ นิยมสรรพนำม ๒.๖ วิภำคสรรพนำม
  • 12. ๒.๑ บุรุษสรรพนำมบุรุษสรรพนำม คือ สรรพนำมที่ใช้แทนชือเวลำ ่พูดจำกัน บุรุษที่ 1 ใช้แทนผู้พูด เช่น ผม ฉัน บุรุษที่ 2 ใช้แทนผู้ฟัง เช่น คุณ เธอ บุรุษที่ 3 ใช้แทนผู้ที่กล่ำวถึง เช่น เขำแก มัน
  • 13. ๒.๒ ประพันธสรรพนำม ประพันธสรรพนำม คือ คำำสรรพนำมที่ใช้ แทน (เชือม) คำำนำมที่อยู่ข้ำงหน้ำ ได้แก่คำำ ที่ ่ ซึ่ง อัน เช่น คน “ที่” ออกกำำลังกำยอยู่เสมอ ร่ำงกำยมัก แข็งแรง เกำหลีใต้ “ซึ่ง” เป็นเจ้ำภำพจัดกำรแข่งขัน กีฬำโอลิมปิกกำำลังมีชอเสียงไปทั่วโลก ื่ ศีล “อัน” พึงปฏิบติคือศีลห้ำ ั
  • 14. ๒.๓ นิยมสรรพนำม นิยมสรรพนำม ได้แก่ สรรพนำมที่กำำหนดควำมให้รู้แน่นอน ได้แก่ นี่ นั่น โน่น หรือ นี้ นัน ้โน้น เช่น นี่ เป็นเพื่อนฉัน นั่น อะไรนะ โน่น แน่ะของเธอละ ของเธออยู่ที่ นี้
  • 15. ๒.๔ อนิยมสรรพนำม อนิยมสรรพนำม ได้แก่สรรพนำมที่แทน สิงที่ไม่ทรำบ คือ ่ไม่ชี้เฉพำะลงไป และไม่ได้กล่ำวในเชิงถำม หรือสงสัย ได้แก่ ใครอะไร ไหน ใด เช่น ใคร ขยันก็สอบไล่ได้ เขำเป็นคนที่ไม่สนใจอะไร
  • 16. ๒.๕ ปฤจฉำสรรพนำม ปฤจฉำสรรพนำม ได้แก่ คำำสรรพนำมใช้เป็นคำำถำม ได้แก่คำำ อะไร ใคร ที่ไหน แห่งใด ฯลฯเช่น ใคร อยู่ที่นน ั่ อะไร เสียหำยบ้ำง ไหน ล่ะโรงเรียนของเธอ
  • 17. ๒.๖ วิภำคสรรพนำม วิภำคสรรพนำม หมำยถึงคำำนำมที่ใช้แทนคำำ นำม ซึ่งแสดงให้เห็นว่ำ นำมนั้น จำำแนกออกเป็นหลำยส่วน ได้แก่คำำ ต่ำง บ้ำง กันเช่น นักเรียน ต่ำง ก็อ่ำนหนังสือ เขำตี กัน นักเรียน บ้ำง ก็เรียน บ้ำง ก็ เล่น
  • 18. ๓. คำำกริยำ คำำกริยำ คือ คำำที่แสดงอำกำรของคำำนำมสรรพนำม แสดงกำรกระทำำในประโยค แบ่งออกเป็น ๔ ชนิดคือ ๓.๑ สกรรมกริยำ ๓.๒ อกรรมกริยำ ๓.๓ วิกตรรถกริยำ ๓.๔ กริยำอนุเครำะห์
  • 19. ๓.๑ สกรรมกริยำสกรรมกริยำ คือคำำกริยำที่ต้องมีกรรมมำรับ เช่น ฉัน กิน ข้ำว เขำ เห็น นก
  • 20. ๓.๒ อกรรมกริยำ อกรรมกริยำ คือคำำกริยำที่ไม่ต้องมีกรรมมำรับ ก็ได้ควำมสมบูรณ์เช่น เขำนั่ง เขำยืนอยู่
  • 21. ๓.๓ วิตรรถกริยำ วิกตรรถกริยำ คือคำำกริยำที่ไม่มีควำมหมำยในตัวเอง ใช้ตำมลำำพังแล้วไม่ได้ควำม ต้องมีคำำอื่นมำประกอบจึงจะได้ควำม คำำกริยำพวกนี้คือเป็น เหมือน คล้ำย เท่ำ คือ เช่น ผม เป็น นักเรียน ลูกคนนี้ คล้ำย พ่อ เขำคือ ครูของฉันเอง รองเท้ำ 2 คู่นี้เหมือนกัน
  • 22. ๓.๔ กริยำนุเครำะห์ กริยำอนุเครำะห์ คือคำำกริยำที่ไม่มีควำมหมำยในตัวเอง ทำำหน้ำที่ชวยคำำกริยำให้มีควำม ่หมำยชัดเจนขึ้น ได้แก่คำำ จง กำำลัง จะ ย่อม คงยัง ถูกนะ เถอะ เทอญ ฯลฯ เช่น นำยแดง จะไป โรงเรียน เขำ ถูก ตี เธอ รีบ ไปเถอะ
  • 23. ๔. คำำวิเศษณ์ คำำวิเศษณ์ คือคำำจำำพวกที่ประกอบคำำอื่นเพือให้ได้ควำมชัดเจนยิ่งขึ้น แบ่งเป็น ๑๐ ชนิด ่คือ ๔.๑ ลักษณวิเศษณ์ ๔.๖ อนิยมวิเศษณ์ ๔.๒ กำลวิเศษณ์ ๔.๗ ปฤจฉำวิเศษณ์ ๔.๓ สถำนวิเศษณ์ ๔.๘ ประติเษธวิเศษณ์ ๔.๔ ประมำณวิเศษณ์ ๔.๙ ประติชญำวิเศษณ์
  • 24. ๔.๑ ลักษณวิเศษณ์ ลักษณวิเศษณ์ เป็นคำำวิเศษณ์ขยำยนำมสรรพนำม หรือกริยำ เพื่อบอก ชนิด ขนำดสัณฐำน สี เสียง กลิ่น รส อำกำร สัมผัส เช่นเล็ก แบน ยำว ขำว เหม็น หอม เปรี้ยว เช่น เขำร้องเพลง เพรำะ จริง มะม่วงผลนีมีรส เปรี้ยว ้ นักเรียน ดี ต้องอ่ำนหนังสือ
  • 25. ๔.๒ กำลวิเศษณ์ กำลวิเศษณ์ คือคำำวิเศษณ์ที่ขยำยคำำอื่นเพื่อบอกเวลำ เช่น เร็ว ก่อน เช้ำ สำย บ่ำย เย็น คำ่ำนำน เสมอ เช่น เขำมำโรงเรียน สำย
  • 26. ๔.๓ สถำนวิเศษณ์ สถำนวิเศษณ์ คือคำำวิเศษณ์บอกสถำนที่ได้แก่คำำ บน ลำง เหนือ ใน นอก ใกล้ ไกลเช่น เขำอยู่ไกล
  • 27. ๔.๔ ประมำณวิเศษณ์ ประมำณวิเศษณ์ คือ คำำวิเศษณ์ที่บอกปริมำณ เช่น น้อย มำก จุ ทั้งปวง จำำแนกเป็น ๔พวก ๔.๔.๑ บอกจำำนวนไม่จำำกัด ได้แก่คำำ หมดสิน ทั้งปวง บรรดำ ้ ๔.๔.๒ บอกจำำนวนไม่จำำกัด ได้แก่ จุ มำกหลำย ๔.๔.๓ บอกจำำนวนนับ เช่น หนึ่ง สอง ที่หนึง่ ๔.๔.๔ บอกจำำนวนแบ่งแยก เช่น ต่ำง บ้ำง
  • 28. ๔.๕ นิยมวิเศษณ์ นิยมวิเศษณ์ คือคำำวิเศษณ์ที่บอกควำมแน่นอน ได้แก่คำำ นี้ นัน โน้น ทีเดียว แน่นอน ้เฉพำะ เช่น เขำเป็นคนขยัน แน่ๆ ฉันทำำ เอง
  • 29. ๔.๖ อนิยมวิเศษณ์ อนิยมวิเศษณ์ คือคำำวิเศษณ์ที่ใช้ประกอบโดยไม่แสดงควำมกำำหนดแน่นอนลงไป ทั้งไม่ใช่คำำถำมหรือแสดงควำมสงสัย ได้แก่คำำ อื่นอื่นๆ ใคร ใครๆ อะไร ฉันใด เช่น เธอจะมำเวลำ ใด ก็ได้ เธอจะทำำ อย่ำงไร ก็ทำำเถอะ เขำจะมำ กี่ คนก็ไม่เป็นไร
  • 30. ๔.๗ ปฤจฉำวิเศษณ์ ปฤจฉำวิเศษณ์ คือคำำวิเศษณ์ที่ใช้เป็นคำำถำมหรือแสดงควำมสงสัย ได้แก่คำำ อะไรไฉน ใด เหตุไร อย่ำงไร เช่น ตัว อะไร อยู่ใต้โต๊ะ เขำกำำลังคิด อะไร นะ ทำำไม เธอจึงทำำอะไรอย่ำงนี้
  • 31. ๔.๘ ประติเษธวิเศษณ์ ประติเษธวิเศษณ์ คือคำำวิเศษณ์ที่แสดง ควำมปฏิเสธ เช่น ไม่ไม่ได้ มิได้ ไม่ใช่ หำมิได้ เช่น ผมไม่ได้ทำำสิ่งนัน ้
  • 32. ๔.๙ ประติชญำวิเศษณ์ ประติชญำวิเศษณ์ ได้แก่ คำำวิเศษณ์ที่ใช้ในกำรพูดจำกัน คำำจำำพวกขำนรับ คำำรับรอง เช่นคะ ค่ะ ขำ ครับ จ๊ะ ขอรับ เช่น คุณ ครับ มีคนมำหำ ขอรับ
  • 33. ๔.๑๐ ประพันธวิเศษณ์ ประพันธวิเศษณ์ คือ คำำวิเศษณ์ ที่ทำำหน้ำที่เชือมคำำหรือควำมที่เขำมำข้ำงหน้ำ ได้แก่ ที่ ซึ่ง ่อัน เช่น เขำคิดอย่ำง ที่ เธอคิด เขำทำำควำมดี อัน หำที่สดุมิได้
  • 34. ๕. คำำบุรพบท คำำบุรพบท คือคำำที่ใช้นำำหน้ำนำม สรรพนำมหรือกริยำบำงพวก ทำำหน้ำที่ให้ได้ควำมเนืองกันและได้ควำมชัดเจน จำำแนกออกเป็น๒ ชนิด คือ ๕.๑ บุรพบทที่ไม่เชือมกับคำำอื่น ่ ๕.๒ บุรพบทที่เชือมกับคำำอื่น ่
  • 35. ๕.๑ บุรพบทที่ไม่เชื่อมกับคำำอื่น บุรพบทที่ไม่เชื่อมกับคำำอื่น หมำยถึงบุรพบทที่ใช้เป็นคำำเรียก ได้แก่คำำ ดูกร ข้ำแต่หรืออำจเป็นพวก สำมำนยนำม หรือ วิสำมำนยนำมก็ได้ เช่น ดูกร ภิกษุทั้งหลำย ท่ำนหลำย โปรดฟังข้ำพเจ้ำ คุณมำนี โปรดเชิญทำงนี้
  • 36. ๕.๒ บุรพบทที่เชื่อมกับคำำอื่น บุรพบทที่เชือมกับคำำอื่น ได้แก่บรพบทที่ใช้ ่ ุนำำหน้ำคำำอื่น ทำำให้ได้ควำมรัดกุมขึ้น เช่น ในนอก แห่ง ของ ฯลฯ เช่น เสือตัวนี้ สำำหรับ เธอ ้ ฉันรัก เฉพำะ เธอเท่ำนั้น เขำมำ แต่ เช้ำ บ้ำน ของ คุณน่ำอยู่ด้วยจริงๆ
  • 37. ๖. คำำสันธำน สันธำน คือคำำที่ใช้เชือมคำำหรือข้อควำมให้ ่ต่อเนื่องกัน คำำสันธำนนั้นเป็นคำำเดียวก็มี เช่นและ แต่ เป็นกลุ่มคำำก็มี เช่น เพรำะฉะนัน แต่ ้ทว่ำ หรือมิฉะนั้น เป็นกลุ่มแยกคำำกันก็มี เช่นฉันใด...ฉันนั้น คงจะ...จึง ถ้ำ...ก็ ลักษณะกำรเชื่อมของสันธำน พอจะจำำแนกได้ดังนี้ ๖.๑ เชือมควำมให้คล้อยตำมกัน ่ ๖.๒ เชือมควำมที่ขัดแย้งกัน ่ ๖.๓ เชือมให้เลือกเอำ ่
  • 38. ๖.๔ เชือมควำมที่เป็นเหตุผล ่๖.๕ เชือมควำมให้แยกต่ำงตอน ่๖.๖ เชื่อมควำมแบ่งรับรอง๖.๗ เชื่อมควำมให้สละสลวย
  • 39. ๖.๑ เชื่อมควำมให้คล้อยตำมกัน เชือมควำมให้คล้อยตำมกัน สันธำนพวกนี้ ่ได้แก่ ก็...จึง แล้วก็เช่น ... ฉันเรียนหนังสือแล้วก็ กลับบ้ำน พระอรุณ และ พระฤทธิ์ได้ไปครองกรุงศรีสชนำลัย ั พระธรรมวงศ์ทรงสละรำชสมบัติ แล้วจึงเสด็จออกทรงพรต
  • 40. ๖.๒ เชื่อมควำมที่ขัดแย้งกัน เชือมควำมที่ขัดแย้งกัน ได้แก่คำำ แต่ แต่ ่ทว่ำ ถึง...ก็ เช่น ถึง สิบปำกว่ำ ก็ ไม่เท่ำตำเห็น พระยำไชยบูรณ์ถูกเชือดเนื้อ แต่ก็ไม่ยอมอ่อนน้อมต่อพกำหม่อง กว่ำ กองทัพจำกกรุงเทพฯขึ้นไปปรำบจลำจลพวกเงียว ก็ทำำลำยเมืองแพร่เสีย ้ยับเยิน
  • 41. ๖.๓ เชื่อมให้เลือกเอำ เชือมให้เลือกเอำ ได้แก่คำำ หรือ มิฉะนัน ไม่ ่ ้ ก็ เช่น เธอจะยืน หรือ จะนั่ง เธอจะไป หรือ ไม่ พระยำไชยบูรณ์ต้องยกเมืองแพร่ให้ พกำหม่องมิฉะนั้น ตนเองจะต้องตำย พระอรุณ หรือ พระฤทธิ์ เป็น บุตรของนำงอุทัย
  • 42. ๖.๔ เชื่อมควำมที่เป็นเหตุผล เชือมควำมที่เป็นเหตุผล ได้แก่คำำ จึง ฉะนั้น ่ดังนัน เช่น ้ เขำดูหนังสือ จึง สอบไล่ได้ บ้ำนเมืองอยู่ข้ำงหลังสวนเมืองนี้ จึงได้ชอว่ำ ื่เมืองหลังสวน มัจฉำนุมีควำมกตัญญูต่อไมยรำพฉะนั้นจึง ไม่ยอมบอกทำงไปเมืองบำดำลแก่หนุมำนโดยตรง
  • 43. ๖.๕ เชื่อมควำมให้แยกต่ำงตอน เชือมควำมให้แยกต่ำงตอน ได้แก่คำำ ส่วน ่ฝ่ำย หนึง เช่น ่ กองทัพเรำอยู่ใต้ลม ฝ่ำยข้ำศึกอยู่เหนือลม
  • 44. ๖.๖ เชื่อมควำมแบ่งรับรองเชือมควำมแบ่งรับรอง ได้แก่ ถ้ำ ถ้ำ...ก็ เช่น ่ ถ้ำ ฝนไม่ตก ฉัน ก็ จะไปโรงเรียน
  • 45. ๖.๗ เชื่อมควำมให้สละสลวย เชือมควำมให้สละสลวย ได้แก่ อย่ำงไร ่ก็ตำม อย่ำงไรก็ดี อันที่ จริง เช่น อย่ำงไรก็ดี ฉันจะพยำยำมทำำให้ดีที่สด ุ
  • 46. ๗. คำำอุทำน อุทำน คือ คำำแสดงควำมรู้สกของผู้พูด แบ่ง ึเป็น ๗.๑ อุทำนบอกอำกำร ๗.๒ อุทำนเสริมบท
  • 47. ๗.๑ อุทำนบอกอำกำร อุทำนบอกอำกำร อำจจะอุทำนแสดงควำมเข้ำใจ ตกใจ โกรท เจ็บ ตื่นเต้น สงสัย เช่น อ๋อวุ้ย ต๊ำยตำย ไฮ้ เช่น อุ๊ย เจ็บจริง ชิ! ชิๆ! ชิชะ!โธ่! วะ! วำ! หื้อหือ! เหม่! แหม! อนิจจัง! อ๊ะ! อือ!อนิจจำ! อุบ๊ะ! เอ! เอ๊ะ! เอ๊ว! เอ้อเฮอ! โอ! โอย!โอ๊ย! ฮะ! ฮ้ำ! ฮึ! เฮ้! เฮ้ย! เฮ้ว! เฮ้อ! ไฮ้! คำำอุทำนบอกอำกำรนี้ รวมทั้งที่แทรกอยู่ในคำำประพันธ์ต่ำงๆ โดยมำกก็เป็นคำำสร้อย เช่นเฮย แฮ เอย นอ
  • 48. ๗.๒ อุทำนเสริมบท อุทำนเสริมบท เป็นคำำที่เพิ่มเข้ำมำโดยไม่ได้ตั้งใจให้ควำมเพิ่มมำแต่อย่ำงใด เช่น แขนแมนเสือสำด โต๊ะเต๊อะ จำนเจิน ไม่รู้ไม่ชี้ พระสงฆ์ ่องค์เจ้ำ โรงรำ่ำโรงเรียน ร้องห่มร้องไห้ สัญญิงสัญญำ หนังสือหนังหำ เป็นต้น
  • 49. อ้ำงอิงhttp://www.thaigoodview.com/library/ teachershow/lopburi/srisuda_l/thai/index. htmlhttp://st.mengrai.ac.th/users/mrsaengjan/ sj20.htmhttp://blog.eduzones.com/yimyim/3255www.navy.mi.th/alumni/admincpo1_52/ download/thai02.ppthttp://www.trueplookpanya.com/true/knowl