THOMSON REUTERS<br />CANADA<br />
INFORMATION<br />	บริษัทมหาชน   	: THOMSON REUTERS อุตสาหกรรม	: Mediaก่อตั้งขึ้น   :เมษายน 2008  REUTERS ก่อตั้ง ตุลาคม 18...
BACKGROUND<br />          	  เมื่อวันที่  15 พฤษภาคม 50  “รอยเตอร์ กรุ๊ป” ผู้ให้บริการข่าวสาร โดยเฉพาะด้านการเงินและธุรกิจ...
       BACKGROUND THOMSON<br />		บริษัทก่อตั้งขึ้นโดย Roy Thomson ในปี 1934  ที่ Ontario เป็นผู้จัดพิมพ์ ของ Timmins Daily...
   BAKGROUND REUTERS<br />สำนักข่าวรอยเตอร์ส คือผู้ให้บริการข้อมูลทางการเงินและรายงานข่าวต่างๆให้แก่สำนักข่าวต่างๆของโลก ส...
		 สำนักข่าวแห่งนี้สร้างและสั่งสมชื่อเสียง ในการให้บริการข้อมูลข่าวสารด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นกลาง จนเป็นที่เชื่อถื...
BAKGROUND REUTERS<br />เนื่องจากในแต่ละวัน การตัดสินใจสำคัญ ๆ เกี่ยวกับการเมือง การต่างประเทศ เศรษฐกิจ และธุรกิจนับร้อยนับ...
BACKGROUND REUTERS<br />ปีรุ่งขึ้น รอยเตอร์ย้ายกลับมาเปิดกิจการโทรเลขในลอนดอน และในปีนั้นเอง ที่ลอนดอนจัด "นิทรรศการครั้งย...
BAKGROUND REUTERS<br />รอยเตอร์จึงมักเป็นผู้รายงานเหตุการณ์สำคัญ ทั้งที่น่าตระหนก และน่าชื่นชมให้ชาวโลกได้รับรู้ก่อนใคร ไม...
BAKGROUND REUTERS<br /> คาร์ล มาร์กซ์ นินทาเรื่องนี้กับเอเกิลว่า การได้รับบรรดาศักดิ์บารอนของรอยเตอร์ เป็นเรื่องการเมืองมา...
BACKGROUND  REUTERS<br />	แต่ถึงอย่างไร นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังเรียกรอยเตอร์ว่า "รอยเตอร์ผู้ยิ่งใหญ่" นอกจากนั้น นิตยสารช...
BACKGROUND  REUTERS<br /> รอยเตอร์เติบโตมั่นคงคู่ไปกับจักรวรรดินิยมอังกฤษ จนมีคนบอกว่า ข่าวของรอยเตอร์ คือมุมมองของอังกฤษท...
BACKGROUND REUTERS<br />นักเขียนคนดังมากมายที่ไม่ได้ดังในตลาดหนังสือเมืองไทยอย่าง จอห์น บะคาน เฟรดเดอริกฟอร์ซิท ล้วนเคยทำง...
BACKGROUND  REAUTERS<br />แต่ภาพข่าวที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์และภาพข่าวโทรทัศน์ ที่คนทั่วไปเห็นกันอยู่ทุกวันนั้น นับว่าเป็น...
BACKGROUN  REUTERS<br />     ๑๕๐ ปีแห่งการพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสารของรอยเตอร์<br />     	      	๒๓๙๓ - พอล จูเลียส รอยเตอร...
BACKGROUN  REUTERS<br />      ๒๔๙๖ - เปิดสถานีรับฟังข่าวที่ชานเมืองลอนดอน ๒๕๐๕ - สำนักข่าวรอยเตอร์ส่งดาวเทียมดวงแรกของตัวเ...
BACKGROUN  REUTERS<br /> ๒๕๒๙ - รอยเตอร์เข้าถือสิทธิ์ "Instinet" - บริษัทอิเล็กทรอนิกส์โบรกเกอร์ที่ใหญ่ที่สุด ช่วยให้ลูกค้...
BACKGROUN  REUTERS<br />๒๕๑๓ - รอยเตอร์เริ่มใช้ "Videomaster" แสดงราคาหุ้นและราคาสินค้าทางจอภาพ๒๕๑๖ - บริการ "The Reuter M...
BACKGROUN  REUTERS<br />๒๕๓๕ - เริ่มใช้ Dealing 2000-2 บริการการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศผ่านระบบคอมพิวเตอร์ และ GLOBEX ...
BACKGROUN  REUTERS<br />         ๒๕๓๘ - ตั้ง Reuters Greenhouse Fund เพื่อลงทุนให้รอยเตอร์เข้าถึงเทคโนโลยีไฮเทคได้ก่อนใคร<...
MARKET ENTRY<br />Thomson Reuters ตั้งแต่ดั้งเดิมมาทำแบบ Domestic เน้นให้เกิดความรับรู้เฉพาะคนในพื้นที่ จนเป็นที่ถูกกล่าวข...
STRATEGY<br />กลยุทธ์ของ Thomson Reuters เป็นแบบ Glocalizationคือการใช้ทั้งนโยบายมาตรฐานทั่วโลกและการตลาดแต่ละท้องถิ่นเพื่...
STRATEGY<br />Produc Strategy- Product Standardization  เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องปรับอะไรเลย เป็นเหมือนกันทั่วโลก<br />Prici...
การวางแผนสื่อ<br />Horizontal Planning <br />เป็นการวางแผนสื่อระหว่างประเทศเป็นหลัก เสริมด้วยสื่อท้องถิ่น แบรนด์Thomson Re...
MULTINATIONAL COMPANIES<br />เป็นบริษัทข้ามชาติที่ดำเนินกิจการในหลายประเทศ โดยมิได้มุ่งหวังบรรลุดกำไรสูงสุดในหน่วยผลิตหน่ว...
CONCLUSION<br />หากเราต้องการเป็นแบรนด์ระดับโลก Thomson Reuters ต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปอาจเริ่มจากในประเทศ สร้างความมั่น...
THANK YOU<br />
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

Thomson reuters

2,120 views
2,039 views

Published on

Published in: Business, News & Politics
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
2,120
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
9
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Thomson reuters

  1. 1. THOMSON REUTERS<br />CANADA<br />
  2. 2.
  3. 3. INFORMATION<br /> บริษัทมหาชน : THOMSON REUTERS อุตสาหกรรม : Mediaก่อตั้งขึ้น :เมษายน 2008 REUTERS ก่อตั้ง ตุลาคม 1851 THOMSON1934สำนักงานใหญ่ :New York City,New York, USAบุคคลหลัก ประธานกรรมการ Dvid Thomson, CEO Glocer Tomรายได้ :13.1 $ พันล้านพนักงาน :มากกว่า 55,000 ในกว่า 100 ประเทศบริษัท ย่อย :ReutersSweet&Maxwell West Publisher<br />
  4. 4. BACKGROUND<br /> เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 50 “รอยเตอร์ กรุ๊ป” ผู้ให้บริการข่าวสาร โดยเฉพาะด้านการเงินและธุรกิจ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในอังกฤษ ได้ถูกทาง “ทอมสัน คอร์ป” บริษัทสื่อสิ่งพิมพ์ยักษ์ใหญ่จากแคนนานดา ซื้อกิจการ มูลค่า 8.7 ล้านปอนด์ หรือราวๆ 6 แสนล้านบาทไทย บริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่จะมีชื่อว่า ทอมสัน รอยเตอร์ พีแอลซี โดยจะยังคงหลักการทำงานเดิมของรอยเตอร์เอาไว้ ทั้งนี้ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับข่าวและการเงิน ยังคงจะใช้ชื่อว่า “รอยเตอร์” เหมือนเดิม ส่วนธุรกิจอื่นๆ ที่เป็นของ ทอมสันเดิม จะถูกเรียกว่าทอมสัน-รอยเตอร์ โปรเฟสชั่นแนล ผลจากการซื้อกิจการของทอมสัน คอร์ปอเรชั่น ทำให้ทอมสัน ได้ประโยชน์สูงสุดจากบริษัทรอยเตอร์ ที่มีอายุเก่าแก่ถึง 156 ปี โดยมีจำนวนผู้สื่อข่าวที่มากถึง 2,400 คน ใน 131 ประเทศทั่วโลก ซึ่งจากการเทคโอเวอร์กิจการ จะมีพนักงานรวมกัน 49000 คน<br /> นอกจากนี้ยังสามารถเจาะตลาด บริการข้อมูลด้านการเงินในอเมริกาเหนือได้มากขี้น เนื่องจากเข้าบริหารสำนักข่าวรอยเตอร์จำนวน 196 แห่งในภูมิภาคดังกล่าว ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทใหม่พุ่งไปถึง 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัญ หรือราว 3.74 แสนล้านบาท<br />
  5. 5. BACKGROUND THOMSON<br /> บริษัทก่อตั้งขึ้นโดย Roy Thomson ในปี 1934 ที่ Ontario เป็นผู้จัดพิมพ์ ของ Timmins Daily Press หลังจากนั้น Thomson ได้หนังสือพิมพ์ Scotsman และย้ายไปอยู่ที่สก๊อตแลนด์ในปีถัดไป เขารวบรวมสื่อและวางตำแหน่งสื่อในสก๊อตแลนด์ ในปี 1957 เขาได้รับรางวัล Franchise สำหรับทีวีของสก๊อตแลนด์ ในปี 1959 เขาซื้อกลุ่ม Kemsleyและไปเข้าควบคุมของ Sunday Times เขาก็ต้องการแยกในปี 1967 และย้ายเข้าสู่ธุรกิจสายการบินในปี ค.ศ 1965 เมื่อเขาได้ Britannia airway น้ำมัน การสำรวจก๊าซในปี 1971 เมื่อเขาได้เข้าร่วมสมาคมจะใช้ประโยชน์จากเงินสำรองในทะเลเหนือ ในปี 1970 บริษัทถอนตัวออกจากสื่อการขาย Times ,SundsyTimes และ โทรทัศน์ของสก๊อตแลนด์ และไปซื้อ Sweet&Maxwellในปี 1987 ในปี 1989 หนังสือพิมพ์ทอมสันได้ควบรวมกิจการกับ บริษัท ทอมสัน ในปี ค.ศ 1996 ทอมสัน คอร์ปอเรชั่น และประสิทธิภาพในการทำกำไรสองเท่าของขนาดและมั่นใจว่าในอนาคตโดยการสั่งซื้อ West Publishing คนส่งข้อมูลของงานวิจัยทากฎหมายและการแก้ปัญหารวมทั้ง Westlaw<br />
  6. 6. BAKGROUND REUTERS<br />สำนักข่าวรอยเตอร์ส คือผู้ให้บริการข้อมูลทางการเงินและรายงานข่าวต่างๆให้แก่สำนักข่าวต่างๆของโลก สำนักงานตั้งอยู่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยรอยเตอร์สได้รับรายได้ส่วนมาก จากการให้บริการข้อมูลทางการเงินต่างๆ เช่น ราคาหุ้นในตลาด ต่างๆอัตราแลกเปลี่ยน ราคาน้ำมัน รางานการวิเคราะห์ หลัทรัพย์ เป็นต้นน และการให้บริการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตต่างๆ ที่ควบคุมส่วนแบ่งการตลาดมากถึงร้อยละ 33 ขับเคลื่อนเครือข่ายสำนักข่าวใหญ่ที่สุดในโลกใน ๑๖๐ ประเทศ พร้อมกองทัพผู้สื่อข่าวมากกว่า ๒,๕๐๐ คน ประจำสำนักงานใน ๑๙๐ เมือง รายงานข่าวเป็นภาษาต่าง ๆ ๒๓ ภาษา<br /> ในตำราวิชาการสื่อสารเมื่อ ๒๐ ปีก่อน จัดให้รอยเตอร์เป็นหนึ่งในสำนักข่าวต่างประเทศ "ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสี่" หรือ Big Four ซึ่งประกอบด้วย เอพี (Associated Press) ยูพีไอ (United Press International) แห่งสหรัฐอเมริกา เอเอฟพี (Agence France Presse) แห่งฝรั่งเศส และ รอยเตอร์ (Reuters) แห่งสหราชอาณาจักร<br />
  7. 7. สำนักข่าวแห่งนี้สร้างและสั่งสมชื่อเสียง ในการให้บริการข้อมูลข่าวสารด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นกลาง จนเป็นที่เชื่อถือของคนทั่วโลก บรรทัดฐานดังกล่าว ยังเป็นพื้นฐานวิชาชีพหนังสือพิมพ์ตะวันตก ที่แพร่หลายจนกลายเป็นสากล    ในฐานะที่เป็นผู้ทรงอิทธิพลด้านการข่าว รอยเตอร์จึงเป็นผู้กำหนดทิศทาง และหัวข้อข่าว กรอบการมอง และเนื้อหาข่าวให้แก่โลก นั่นคือเป็นผู้เลือกและไม่เลือก ว่าเหตุการณ์ใดควรเป็น หรือไม่ควรเป็นข่าวด้วย     ความหมายการครบรอบ ๑๕๐ ปีของรอยเตอร์ จึงไม่ได้เป็นเพียงการเฉลิมฉลองขององค์กรเท่านั้น แต่ได้แสดงให้คนทั้งโลกเห็นถึงพลังยิ่งใหญ่ ของข้อมูลข่าวสาร - สิ่งที่พลเมืองโลกต้องการ และยอมจ่ายเงินเพื่อบริโภค และความสำคัญขององค์กรจัดหาข่าวอย่างรอยเตอร์<br />จูเลียส รอยเตอร์ ผู้ก่อตั้งกิจการเป็นดังพ่อมดผู้ล่วงรู้ และซาบซึ้งเรื่องนี้ดี เขายังอาจรู้ด้วยว่าวัตถุดิบ เช่น รายงานข่าว<br /> สงคราม สถิติและตัวเลขขึ้นลงของตลาดการค้าและตลาดหุ้น ข่าวภัยธรรมชาติ และเรื่องราวทั้งดีและร้ายของคนสำคัญมาก และสำคัญน้อย ที่สำนักข่าวของเขารายงานแก่โลกตั้งแต่ พ.ศ. ๒๓๙๔ เป็นต้นมานั้น เป็นทั้งตัวประวัติศาสตร์เอง และเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดประวัติศาสตร์    <br /> BACKGROUNDREUTERS<br />
  8. 8. BAKGROUND REUTERS<br />เนื่องจากในแต่ละวัน การตัดสินใจสำคัญ ๆ เกี่ยวกับการเมือง การต่างประเทศ เศรษฐกิจ และธุรกิจนับร้อยนับพัน ล้วนเกิดขึ้นบนพื้นฐานข้อมูลข่าวสารทั้งหลายเหล่านั้นพูดได้ว่า โลกที่เราเห็นและที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์มีส่วนในการปั้นมันขึ้นมา<br /> เริ่มแรกรอยเตอร์เริ่มเปิดกิจการร้านหนังสือ กับหุ้นส่วนชาวเยอรมันในเบอร์ลิน แต่ถูกหุ้นส่วนกล่าวหาว่าขโมยเงิน ทำให้ร้านล้มละลาย และเพื่อนต้องกลายเป็นบ้า ต่อมาเขาพิมพ์ใบปลิวเสนอความคิดทางการเมือง อันเป็นเหตุให้อยู่ในเยอรมันต่อไปไม่ได้ ต้องระเห็จไปเป็นนักหนังสือพิมพ์ ให้สำนักข่าวอาวาส (Havas) ในฝรั่งเศส (ภายหลังกลายเป็นสำนักข่าวเอเอฟพี) ก่อนจะไปทำหนังสือพิมพ์รายวันของตัวเอง และประสบความล้มเหลว     พ.ศ. ๒๓๙๓ รอยเตอร์เปิดกิจการสำนักข่าวผ่านกิจการโทรเลข ในเมืองอาคเคน เยอรมนี เพื่อขายข่าวและราคาหุ้นให้นักธุรกิจ และหนังสือพิมพ์ในเบอร์ลิน เวียนนา และปารีส เมื่อรอยเตอร์พบว่า พื้นที่บางแห่งยังไม่มีโทรเลข เขาจึงใช้นกพิราบ ๔๕ ตัว ส่งข่าวราคาตลาดหุ้น ระหว่างบรัสเซลส์กับอาคเคน ได้ในเวลาเพียง ๒ ชั่วโมง ทำเวลาเร็วกว่าการส่งข่าวทางรถไฟถึง ๔ เท่า<br />
  9. 9. BACKGROUND REUTERS<br />ปีรุ่งขึ้น รอยเตอร์ย้ายกลับมาเปิดกิจการโทรเลขในลอนดอน และในปีนั้นเอง ที่ลอนดอนจัด "นิทรรศการครั้งยิ่งใหญ่" (The Great Exhibition) หรืองานแสดงความเจริญก้าวหน้าทางอุตสาหกรรม และเทคโนโลยี ผู้แสดงงานจำนวน ๑๔,๐๐๐ เจ้า นำของ ๑ แสนอย่าง มาจัดให้คนเป็นล้าน ๆ ได้ชมภายในคริสตัลพาเลซ อาคารกระจกทรงโค้งขนาดมหึมา ณ สวนสาธารณะไฮด์ปาร์ก     รอยเตอร์รู้ได้ทันทีว่า เขาตัดสินใจถูกแล้วที่กลับมาลอนดอน เพราะที่นี่เอง ที่เป็นศูนย์กลางการค้าของโลก     พ.ศ. ๒๓๙๔ รอยเตอร์เปิดสำนักงานขนาดสองห้อง โดยมีเด็กรับใช้อายุ ๑๑ ปี เป็นผู้ช่วย สำนักงานรอยเตอร์บริการส่งข่าวราคาตลาดหุ้น และราคาสินค้าจากแผ่นดินยุโรป พร้อมประกาศว่า สำนักงานของเขาส่งข่าวราคาตลาดหุ้นได้เร็วที่สุด และเก็บข้อมูลราคาสินค้าทั่วโลก ได้กว้างขวางที่สุด ด้วยเทคโนโลยีที่รอยเตอร์เชี่ยวชาญที่สุด นั่นคือ เครือข่ายโทรเลข นักข่าวชาวเบลเยียมคนหนึ่ง เคยสรรเสริญไว้ว่า เขาสามารถทำให้เสาโทรเลข เป็นแหล่งสร้างความร่ำรวยอย่างมหาศาลนั่นเป็นจริงที่สุด รอยเตอร์รู้จักอำนาจของข้อมูลข่าวสารดี รู้ว่าค่าของข่าวอยู่ที่ความเร็ว และความเร็วที่สุดก็หาได้จากเทคโนโลยี รอยเตอร์จึงเป็นผู้ใช้เทคโนโลยีล้ำยุค อันเกี่ยวกับความเร็วได้คุ้มค่าที่สุดคนหนึ่ง<br />
  10. 10. BAKGROUND REUTERS<br />รอยเตอร์จึงมักเป็นผู้รายงานเหตุการณ์สำคัญ ทั้งที่น่าตระหนก และน่าชื่นชมให้ชาวโลกได้รับรู้ก่อนใคร ไม่ว่าจะเป็นการลอบสังหารประธานาธิบดีลินคอล์น การเสียชีวิตของมหาตมะ คานธี หรือการพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์   อันที่จริง รอยเตอร์เคยกังวลว่า เขาไม่สามารถทำให้ตัวเองดูน่าเชื่อถือได้นักในหมู่คนอังกฤษ ความที่รูปร่างหน้าตา และสำเนียงภาษาของเขาส่อว่า เขาไม่ได้เป็นผู้ดีอังกฤษของแท้ แถมอาชีพนักข่าวก็เพิ่งเกิดขึ้น คำว่า Journalism ก็เพิ่งถูกยืมมาจากฝรั่งเศสมาด ๆ แม้แต่นักข่าวจากหนังสือพิมพ์ใหญ่ ๆ ยังถูกกังขา     อย่างไรก็ตาม ความกระตือรือร้นในการหาช่องทางใหม่ ๆ ในการส่งข่าวและความคงเส้นคงวาของเขา ก็ทำให้คนอังกฤษและยุโรปไว้เนื้อเชื่อใจ     ๒๐ ปีหลังย้ายมาอยู่ลอนดอน เขาได้รับบรรดาศักดิ์เป็น "บารอน" จากควีนวิกตอเรียชาร์ลส์ ดิกเกนส์ นักเขียนคนดังร่วมยุคสนใจรอยเตอร์ และมีแก่ใจจะพูดล้อเลียนเขาในงานเลี้ยงมื้อค่ำ ในสมาคมแห่งหนึ่งว่า ตอนกลางคืนรอยเตอร์คงนอนอยู่ข้าง ๆ เมีย พร้อมกับแบตเตอรี่ไฟฟ้าใต้หมอน สายโทรเลขที่หัวเตียง และกระดิ่งไฟฟ้าเสียบอยู่ในหูทั้งสองข้าง คอยรับส่งข่าว <br />
  11. 11. BAKGROUND REUTERS<br /> คาร์ล มาร์กซ์ นินทาเรื่องนี้กับเอเกิลว่า การได้รับบรรดาศักดิ์บารอนของรอยเตอร์ เป็นเรื่องการเมืองมาร์กซ์ผู้กำลังลี้ภัยอยู่ในลอนดอน เรียกรอยเตอร์ว่า "คนยิวที่มีชื่อเสียงจากโทรเลข" บ้าง หรือ "ยิวรอยเตอร์ผู้ไม่แตกเรื่องภาษา" บ้าง ทั้งคู่ไม่เคยเจอกันเลย แต่มาร์กซ์ใส่ใจจับสังเกตรอยเตอร์อยู่ตลอด     ในจดหมายที่มาร์กซ์เขียนถึงเอเกิล แสดงความรังเกียจรอยเตอร์ และมือขวาของเขาที่ชื่อ ซิกมุนด์ เองเลนเดอร์ (Sigmund Englander) อย่างโจ่งแจ้ง โดยเฉพาะคนหลังนั้น มาร์กซ์พูดว่า เป็นสายลับทรยศที่ถูกไล่ออกจากฝรั่งเศส เพราะถูกจับได้ว่าเป็นสายลับทั้งของฝรั่งเศสและรัสเซีย มาร์กซรับไม่ได้ที่ยิวอย่างเองเลนเดอร์เป็นคนที่กำลังบรรณาธิกร (edit) ประวัติศาสตร์แห่งโลกยุโรป ภายใต้ชื่อของรอยเตอร์<br /> ในขณะที่รอยเตอร์เชี่ยวชาญการโทรเลข และการตัดสินใจทางธุรกิจ เองเลนเดอร์ผู้ไม่ถนัดเรื่องเหล่านั้นเลย กลับชำนาญข่าวรายวัน เป็นได้ทั้งบรรณาธิการคนแรกของสำนักข่าวรอยเตอร์ ผู้สื่อข่าวและนักเจรจาต่อรอง พร้อมกันในคนเดียว แต่ถึงอย่างไร นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังเรียกรอยเตอร์ว่า "รอยเตอร์ผู้ยิ่งใหญ่" นอกจากนั้น นิตยสารชั้นแนวหน้าของอังกฤษอย่าง พันช์ และ วานิตี แฟร์ ก็เขียนถึงคนดังอย่างรอยเตอร์ด้วย<br />
  12. 12. BACKGROUND REUTERS<br /> แต่ถึงอย่างไร นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังเรียกรอยเตอร์ว่า "รอยเตอร์ผู้ยิ่งใหญ่" นอกจากนั้น นิตยสารชั้นแนวหน้าของอังกฤษอย่าง พันช์ และ วานิตี แฟร์ ก็เขียนถึงคนดังอย่างรอยเตอร์ด้วย    รอยเตอร์เกษียณตัวเองจากงานเมื่ออายุ ๖๒ ปี และให้ลูกชายสืบทอดกิจการแทน  ๓๗ ปีต่อมา ลูกชายฆ่าตัวตาย เป็นอันสิ้นสุดการบริหารงานตามสายโลหิตชีวิตของรอยเตอร์ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์โดยฮอลลีวูด This Man Reuter ออกฉายในประเทศอังกฤษ ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ นำแสดงโดย เอ็ดเวิร์ด โรบินสัน <br />ใน "คู่มือสำหรับนักข่าวรอยเตอร์" (REUTERS Handbook for Journalists) เขียนโดย เอียน แม็กโดวอลล์ (Ian MacDowall) หัวหน้าบรรณาธิการข่าวคนหนึ่งของสำนักข่าวรอยเตอร์ กล่าวว่า ชื่อเสียงของสำนักข่าวรอยเตอร์ตั้งอยู่บนความถูกต้อง ความรวดเร็ว และความเชื่อถือได้ เขาย้ำว่า "ผู้อ่านไม่ควรต้องสงสัยว่า รอยเตอร์ (และสำนักข่าวอื่น ๆ) รู้ได้อย่างไรว่าเรื่องนี้เป็นจริง"     อุดมการณ์ข้อนี้ของรอยเตอร์ถูกยึดถือและปฏิบัติสืบตลอดมาศตวรรษครึ่ง<br />
  13. 13. BACKGROUND REUTERS<br /> รอยเตอร์เติบโตมั่นคงคู่ไปกับจักรวรรดินิยมอังกฤษ จนมีคนบอกว่า ข่าวของรอยเตอร์ คือมุมมองของอังกฤษที่มีต่อโลก แม้ครึ่งศตวรรษที่แล้ว ระบบอาณานิคมจะล้มเลิก และจักรวรรดิอังกฤษจะสูญไป แต่สำนักงานของรอยเตอร์ ก็ยังตั้งอยู่ในอดีตเมืองอาณานิคมเหล่านั้น และเจริญงอกงามไปเรื่อย ๆ      นอกเหนือจากอุดมการณ์ที่สำนักข่าวรอยเตอร์ยึดมั่น เป็นขนบมาตลอด เหตุผลแห่งความยิ่งใหญ่ ของรอยเตอร์อีกอย่างหนึ่ง คือการใช้ประโยชน์สูงสุด จากเทคโนโลยีอย่างหนักหน่วง ที่ จูเลียส รอยเตอร์ วางรากฐานความคิดไว้ และไม่เคยมีสักครั้งที่ผู้สืบทอดจะละเลยวิธีคิดนี้<br />  หลักกิโลแรกทางเทคโนโลยีของรอยเตอร์ คือ โทรเลขและนกพิราบ และหลักกิโลต่อ ๆ มาของประวัติศาสตร์รอยเตอร์ ก็เกาะติดกับประวัติศาสตร์ของเทคโนโลยีด้านสื่อ และโทรคมนาคมอยู่ตลอดมา ปัจจุบันรอยเตอร์ใช้การสื่อสาร ผ่านเทคโนโลยีนำสมัยมากกว่า ๓๐ อย่าง ก่อตั้งบริษัทอินเทอร์เน็ต และประกาศว่าจะสร้าง Reuters.Netที่จะเป็นชุมทางของตลาดการเงินโลก ร่วมกับไมโครซอฟต์ และบริษัทการเงินชั้นนำอีก ๒๕ บริษัท ทั้งนี้ทั้งนั้น รอยเตอร์ไม่เคยทอดทิ้งเทคโนโลยีรุ่นโบราณ อย่างโทรเลขเลย     เหตุผลสำคัญอีกข้อที่ทำให้รอยเตอร์มั่นคงตลอดมา คือบุคลากร การรับคนมีการศึกษาสูงเข้ามาทำงาน และฝึกฝนคนเหล่านั้นให้มีมาตรฐานสูงยิ่งขึ้นไปอีก คือนโยบายของรอยเตอร์ มูลนิธิรอยเตอร์ (Reuters Foundation) องค์กรฝึกฝนนักข่าว ก็คือรูปธรรมส่วนหนึ่งของนโยบายดังกล่าว    <br />
  14. 14. BACKGROUND REUTERS<br />นักเขียนคนดังมากมายที่ไม่ได้ดังในตลาดหนังสือเมืองไทยอย่าง จอห์น บะคาน เฟรดเดอริกฟอร์ซิท ล้วนเคยทำงานกับรอยเตอร์มาก่อน เช่นเดียวกับนักเขียนที่เราและคนทั่วโลกรู้จักกันดีอย่าง เอียน เฟลมมิง ผู้เขียนหนังสือชุด เจมส์บอนด์ ก็ให้เครดิตแก่รอยเตอร์ว่า "เป็นเพราะรอยเตอร์ทำให้ผมฝึกฝนการเขียนเร็ว และเหนือสิ่งอื่นใดคือเรื่องความถูกต้อง เพราะที่รอยเตอร์ ถ้าคุณไม่ถูกต้องแม่นยำ คุณถูกไล่ออก“<br /> สถานีโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ชั้นนำในบ้านเรา ล้วนเป็นลูกค้าของรอยเตอร์ ภาพที่นำมาตีพิมพ์ในที่นี้ เป็นส่วนหนึ่งของภาพข่าว ที่ลงตีพิมพ์ไปแล้วจำนวนเป็นล้าน หลายภาพได้รับรางวัลภาพข่าวยอดเยี่ยม     หัวหน้าข่าวคนหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งกล่าวว่า ภาพข่าวของรอยเตอร์มีราคาแพงที่สุด แต่ก็สวยงามที่สุด ทั้งในแง่ความเป็นข่าว และความเป็นศิลปะ "มันพอดีไปหมด“ แต่ละวัน ลูกค้าของรอยเตอร์จะได้รับภาพข่าวราว ๒๐๐-๓๐๐ ภาพ ช่างภาพรอยเตอร์ใช้กล้องดิจิตอล และคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป เพื่อส่งภาพจากสนามตรงถึงโต๊ะข่าวได้เลย ในกีฬาโอลิมปิกที่ซิดนีย์ รอยเตอร์สามารถส่งภาพพร้อมคำบรรยาย ถึงลูกค้าทั่วโลกได้ภายในเวลา ๔ นาทีนับจากเวลาถ่ายภาพ<br />
  15. 15. BACKGROUND REAUTERS<br />แต่ภาพข่าวที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์และภาพข่าวโทรทัศน์ ที่คนทั่วไปเห็นกันอยู่ทุกวันนั้น นับว่าเป็น "ผลิตภัณฑ์" ส่วนน้อยนิดของรอยเตอร์กำไรกว่าร้อยละ ๙๐ ของรอยเตอร์มาจากผลิตภัณฑ์ที่บริการตลาดการเงิน และตลาดการค้าโลก เช่น ข่าวราคาหุ้น ราคาโภคภัณฑ์ ข้อมูลการธนาคาร การวิเคราะห์ด้านการตลาดและการลงทุน บริการซื้อขายในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา เป็นต้น     การมุ่งขยายบริการโดยเน้นหนักตลาดการเงิน และการค้าของรอยเตอร์เกิดขึ้นเมื่อ ๒๐ ปีก่อน เมื่อเศรษฐกิจโลกเริ่มบูม ในปี ๒๕๓๙ รอยเตอร์มีรายได้ทั้งสิ้นเกือบ ๓,๐๐๐ ล้านปอนด์  ปลายทศวรรษ ๑๙๘๐ อันเป็นช่วงเวลาแห่งการล่มสลายของคอมมิวนิสต์ เกิดคำถามในหมู่นักข่าวรอยเตอร์กันเองว่า รอยเตอร์เสนอข่าวนิยม "ตะวันตก" มากเกินไปหรือไม่ และมองอย่างตะวันตกมากเกินไปหรือไม่     เอียน แม็กโดวอลล์ ตอบว่า ถ้าเราจะรายงานเพื่อโลกตะวันตก มันก็ไม่ใช่เพราะเรื่องเชื้อชาติ หรืออคติทางวัฒนธรรม แต่เป็นเพราะเราให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้า ที่ยอมจ่ายสูงที่สุดเพื่อบริการของเรา<br />
  16. 16. BACKGROUN REUTERS<br /> ๑๕๐ ปีแห่งการพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสารของรอยเตอร์<br />     ๒๓๙๓ - พอล จูเลียส รอยเตอร์ เป็นคนแรกที่ใช้โทรเลขในการรับส่งราคาหุ้น และข่าวสารโดยเฉพาะให้แก่หนังสือพิมพ์ และบริษัทการเงินในยุโรปตะวันตก และใช้นกพิราบส่งข่าว ในที่ที่ไม่มีเครือข่ายโทรเลข๒๓๙๔ - รอยเตอร์ใช้ประโยชน์จากสายโทรเลขใต้ทะเลเส้นแรก เชื่อมระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศส ทำให้แลกเปลี่ยนข่าวสาร และราคาหุ้น ระหว่างลอนดอนกับศูนย์กลางธุรกิจการเมืองในยุโรปได้เร็วขึ้น ๒๔๐๖-๒๔๐๙ - รอยเตอร์ลงทุนสร้างสายโทรเลขใต้น้ำของตัวเอง ระหว่างไอร์แลนด์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมายังลอนดอน ทำให้ส่งข่าวเร็วกว่าคู่แข่งถึง ๘ นาที และสร้างสายโทรเลขเชื่อมระหว่าง เกาะอังกฤษกับทวีปยุโรปเพิ่มเติม ๒๔๒๕ - ข้อมูลข่าวสารถูกส่งด้วยกระแสไฟฟ้าถึงลูกค้า โดยเครื่องพิมพ์คอลัมน์ โดยไม่ต้องใช้คนวิ่งส่ง ๒๔๖๖ - สำนักข่าวรอยเตอร์บุกเบิกการใช้วิทยุในการส่งข่าวไปยังประเทศต่าง ๆ ด้วยรหัสมอส ๑๖ ปีถัดมา ร้อยละ ๙๐ ของข่าวจากรอยเตอร์ ถูกส่งโดยคลื่นวิทยุแบบสั้น ๒๔๗๐ - ใช้เครื่องโทรพิมพ์ในการส่งข่าว ถึงหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ ในลอนดอน เวลานี้เองที่โทรพิมพ์เป็นเครื่องสื่อสารสำคัญของรอยเตอร์ ในการส่งข้อมูลไปทั่วโลกด้วยความเร็วสูง   <br />
  17. 17. BACKGROUN REUTERS<br /> ๒๔๙๖ - เปิดสถานีรับฟังข่าวที่ชานเมืองลอนดอน ๒๕๐๕ - สำนักข่าวรอยเตอร์ส่งดาวเทียมดวงแรกของตัวเอง เพื่อรายงานข่าวไปยังสหรัฐอเมริกา เป็นบริษัทเอกชน แห่งแรก ที่บุกเบิกการสื่อสารผ่านดาวเทียม ๒๕๐๗ - รอยเตอร์บุกเบิกการใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อส่งข้อมูลการเงินระหว่างประเทศ ด้วยการเปิดใช้ "Stockmaster“<br /> ๒๕๑๓ - รอยเตอร์เริ่มใช้ "Videomaster" แสดงราคาหุ้นและราคาสินค้าทางจอภาพ     ๒๕๑๖ - บริการ "The Reuter Monitor Money Rates Service" ของรอยเตอร์เสนอะบบการค้าเงิน ผ่านจอภาพให้ตลาดโลก นอกเหนือจากค้าผ่านทางโทรศัพท์และเทเลกซ์ พร้อมกันนั้นสำนักงานรอยเตอร์แห่งนิวยอร์ก ได้เริ่มใช้ระบบการตัดต่อวิดีโอเป็นครั้งแรก นักข่าวได้ใช้ VDU (video display unit - จอภาพ) แทนเครื่องพิมพ์ดีดเพื่อเขียนและส่งข่าว     ๒๕๒๔ - "The Reuter Moniter Dealing Service" เปิดให้บริการทำให้ผู้ค้าเงินตราต่างประเทศ ได้สรุปข้อมูลการค้าผ่านชุมทางวิดีโอเป็นเจ้าแรกของโลก บริการนี้ย่นเวลาสื่อสารจาก ๔๐ วินาที ให้เหลือ ๒ วินาที    <br />
  18. 18. BACKGROUN REUTERS<br /> ๒๕๒๙ - รอยเตอร์เข้าถือสิทธิ์ "Instinet" - บริษัทอิเล็กทรอนิกส์โบรกเกอร์ที่ใหญ่ที่สุด ช่วยให้ลูกค้าค้นราคาที่ดีที่สุด ด้วยวิธีที่ง่าย และมีประสิทธิภาพมากที่สุด      ๒๕๓๐ - ให้บริการ "Reuters Equities 2000" ทาง IDN ซึ่งเป็นศูนย์รวมภาพข่าว มีระบบตัดต่อภาพอิเล็กทรอนิกส์ และจอภาพขนาดกระเป๋าพกพาได้เพื่อให้บริการข้อมูลการเงิน ทั้งยังเป็นบริษัทแรกที่ใช้ดาวเทียม INTELSAT ส่งข่าว ภาพ และราคาตลาด ในช่วงนี้รอยเตอร์เริ่มใช้ "ระบบเปิด" ทำให้ลูกค้าไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะ เพื่อรับข้อมูลข่าวสาร     ๒๕๓๕ - เริ่มใช้ Dealing 2000-2 บริการการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศผ่านระบบคอมพิวเตอร์ และ GLOBEX ระบบการค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับอนาคต<br />
  19. 19. BACKGROUN REUTERS<br />๒๕๑๓ - รอยเตอร์เริ่มใช้ "Videomaster" แสดงราคาหุ้นและราคาสินค้าทางจอภาพ๒๕๑๖ - บริการ "The Reuter Monitor Money Rates Service" ของรอยเตอร์เสนอะบบการค้าเงิน ผ่านจอภาพให้ตลาดโลก นอกเหนือจากค้าผ่านทางโทรศัพท์และเทเลกซ์ พร้อมกันนั้นสำนักงานรอยเตอร์แห่งนิวยอร์ก ได้เริ่มใช้ระบบการตัดต่อวิดีโอเป็นครั้งแรก นักข่าวได้ใช้ VDU (video display unit - จอภาพ) แทนเครื่องพิมพ์ดีดเพื่อเขียนและส่งข่าว ๒๕๒๔ - "The Reuter Moniter Dealing Service" เปิดให้บริการทำให้ผู้ค้าเงินตราต่างประเทศ ได้สรุปข้อมูลการค้าผ่านชุมทางวิดีโอเป็นเจ้าแรกของโลก บริการนี้ย่นเวลาสื่อสารจาก ๔๐ วินาที ให้เหลือ ๒ วินาที ๒๕๒๙ - รอยเตอร์เข้าถือสิทธิ์ "Instinet" - บริษัทอิเล็กทรอนิกส์โบรกเกอร์ที่ใหญ่ที่สุด ช่วยให้ลูกค้าค้นราคาที่ดีที่สุด ด้วยวิธีที่ง่าย และมีประสิทธิภาพมากที่สุด  ๒๕๓๐ - ให้บริการ "Reuters Equities 2000" ทาง IDN ซึ่งเป็นศูนย์รวมภาพข่าว มีระบบตัดต่อภาพอิเล็กทรอนิกส์ และจอภาพขนาดกระเป๋าพกพาได้เพื่อให้บริการข้อมูลการเงิน ทั้งยังเป็นบริษัทแรกที่ใช้ดาวเทียม INTELSAT ส่งข่าว ภาพ และราคาตลาด ในช่วงนี้รอยเตอร์เริ่มใช้ "ระบบเปิด" ทำให้ลูกค้าไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะ เพื่อรับข้อมูลข่าวสาร    <br />
  20. 20. BACKGROUN REUTERS<br />๒๕๓๕ - เริ่มใช้ Dealing 2000-2 บริการการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศผ่านระบบคอมพิวเตอร์ และ GLOBEX ระบบการค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับอนาคต๒๕๓๗ - รอยเตอร์เข้าถือสิทธิ์ TIBCO ซึ่งกลายเป็นผู้นำด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับอินเทอร์เน็ต และเริ่มให้บริการธุรกิจแบบอินเตอร์แอ็กทีฟ ๒๕๓๘ - ตั้ง Reuters Greenhouse Fund เพื่อลงทุนให้รอยเตอร์เข้าถึงเทคโนโลยีไฮเทคได้ก่อนใคร    ๒๕๓๙ - เปิดให้บริการ Reuters 3000 คลังข้อมูลการเงิน และเปิดเว็บไซต์ Reuters.com<br />
  21. 21. BACKGROUN REUTERS<br />         ๒๕๓๘ - ตั้ง Reuters Greenhouse Fund เพื่อลงทุนให้รอยเตอร์เข้าถึงเทคโนโลยีไฮเทคได้ก่อนใคร<br />๒๕๓๙ - เปิดให้บริการ Reuters 3000 คลังข้อมูลการเงิน และเปิดเว็บไซต์ Reuters.com ๒๕๔๑ - Reuter Mobile ให้บริการการเข้าถึงข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต PccketReutersเพจเจอร์ให้ข้อมูลการเงินตลอด ๒๔ ชั่วโมง และ Newsbreakerชุดข่าวมัลติมีเดียแรกของโลก พร้อมกันนั้นช่างภาพกีฬาของรอยเตอร์ ก็ได้ใช้เทคโนโลยีใหม่ในการส่งข่าวถึงโต๊ะข่าวในสำนักงาน ได้ในเวลา ๕ นาที ๒๕๔๒ - ให้บริการ Rerters 3000 xtra service พัฒนาการล่าสุดของเทคโนโลยีเดสก์ทอป และอินเทอร์เน็ต ตั้งบริษัท Reuters Inform ให้บริการข้อมูลอีคอมเมิร์ชผ่านอินเทอร์เน็ต และ Reuters Online Report PLUS บริการข่าวรายวันและวิดีโอ๒๕๔๓ - ตั้งบริษัท Multex Investor Europe และ Sila Communications เพื่อความเป็นผู้นำเทคโนโลยีด้านอินเทอร์เน็ต ๒๕๔๔ - ประกาศการพัฒนา Reuters.Netชุมทางตลาดการเงินโลก ร่วมกับไมโครซอฟต์และบริษัทการเงินชั้นนำ ๒๕ บริษัท<br />
  22. 22. MARKET ENTRY<br />Thomson Reuters ตั้งแต่ดั้งเดิมมาทำแบบ Domestic เน้นให้เกิดความรับรู้เฉพาะคนในพื้นที่ จนเป็นที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นสำนักข่าวที่เที่ยงตรงมีคุณภาพ ก็เริ่มทำแบบ International Thomson Reuters ก็ทำแบบ Multinaionalปรับส่วนผสมทางการตลาดให้เข้ากับท้องถิ่นนั้น สำนักข่าวรอยเตอร์มีทุกประเทศ ประเทศไทยบางครั้งยังต้องนำภาพจาก Thomson Reuters ด้วยความรวดเร็ว แม่นยำ จึงทำให้ Thomson Reuters เป็น Global brand ในที่สุด<br />
  23. 23. STRATEGY<br />กลยุทธ์ของ Thomson Reuters เป็นแบบ Glocalizationคือการใช้ทั้งนโยบายมาตรฐานทั่วโลกและการตลาดแต่ละท้องถิ่นเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยหาจุดเหมือนและจุดต่าง สามารถปรับส่วนประสมแก่การตลาดให้เหมาะแก่สภาพตลาดและพฤติกรรมในแตละพื้นที่ได้<br />คือ Think Global,Act Local<br />Think Global,Act Local<br />คิดระดับโลก แต่ปฏิบัติตามท้องถิ่น<br /> ความสามารถในการเข้าใจตลาดและจัดสรรหาทรัพยากรในระดับ โลก คือ นักข่าวของ Thomson reutersทำข่าวและ นำเสนอข่าวเพื่อกระจายทั่วโลก นโยบายต่างๆก็รับมาจากบริษัท ใหญ่ เหมือนกันทุกคน และการปฏิบัติตามท้องถิ่นนั้น นักข่าวของThomson Reuters ทุกคน ต้องเข้าใจ พื้นฐานและภาษาของถิ่นที่ตัวเองอยู่เป็นอย่างดีเพื่อการนำเสนอที่ถูกต้องและแม่นยำ<br />
  24. 24. STRATEGY<br />Produc Strategy- Product Standardization เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องปรับอะไรเลย เป็นเหมือนกันทั่วโลก<br />Pricing Strategy<br /> - ถ้าในประเทศไทย Thomson Reuters เป็นแบบ Skimming จับแต่ตลาดบนเพราะว่า การศึกษาที่สูงสามารถอ่านภาษาอังกฤษออกได้ดี แต่ในบางประเทศก็อาจจะเป็นแบบทั่วไป<br />Distribution Strategy<br /> -Indirect Involvement ผ่าน Independent agent แต่พนักงานทุกคนก็ต้องฝึกอบรม และผ่านการคัดกรองจากตัวแทนสำนักงานใหญ่ เพื่อนให้ทุกอย่างเป็นไปตามคุณภาพของ Thomson ReutersPromtion Strategy - เป็นแบบ Below the line จากการสนับสนุน เป็น Sponsor ship เพื่อไม่ให้แบรนด์หยุดนิ่ง<br />
  25. 25. การวางแผนสื่อ<br />Horizontal Planning <br />เป็นการวางแผนสื่อระหว่างประเทศเป็นหลัก เสริมด้วยสื่อท้องถิ่น แบรนด์Thomson Reuters เป็นแบรนด์ที่ต้องการรักษา ภาพลักษณ์นานานชาติ เป็นสินค้าที่ไม่เกี่ยวโยงวัฒนธรรม <br /> ทั้งหมดนี้ แบรนด์ของ Thomson Reuters แม้ว่าไม่เกี่ยวโยงกับวัฒนธรรมแต่ก็จะต้องดูด้วยว่าประเทศไหนควรทำอะไร และประเทศไหนทำอะไรไม่ได้ เพราะว่าเป็นข่าวที่กระจายไปทั่วโลก ถ้ามีอะไรกระทบกระทั่งก็อาจจะกระจายไปทั่วโลกได้เช่นกัน <br />
  26. 26. MULTINATIONAL COMPANIES<br />เป็นบริษัทข้ามชาติที่ดำเนินกิจการในหลายประเทศ โดยมิได้มุ่งหวังบรรลุดกำไรสูงสุดในหน่วยผลิตหน่วยใดหน่วยหนึ่งที่ตั้งอยู่ในแต่ละประเทศ แต่มุ่งหวังที่จะบรรลุกำไรสูงสุดของกลุ่มโดยบริษัทรวมทั้งหมด<br />คือบริษัท Thomson Reuters ไม่ได้หวังผลกำไรในแต่ละประเทศเพราะข่าวของ Thomson Reuters เป็นข่าวภาษาอังกฤษ ดังนั้น บางประเทศที่สามารถอ่านภาษาอังกฤษได้ก็อาจจะขายดีหน่อย แต่บางประเทศที่ไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ก็ขายยากหน่อย<br />
  27. 27. CONCLUSION<br />หากเราต้องการเป็นแบรนด์ระดับโลก Thomson Reuters ต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปอาจเริ่มจากในประเทศ สร้างความมั่นใจให้กับคนในประเทศก่อน จากนั้นก็เริ่มมองหาตลาดในต่างประเทศที่จะมีคนซื้อสื่อของราแต่คงยังเป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศเราก่อน พอสินค้าเริ่มเป็นที่ต้องการของคนในตลาดแล้วเราก็ต้องเริ่มปรับส่วนผสมต่างๆให้เข้ากับในตลาดนั้น พอทุกคนเป็นที่รู้จักเราก็สามารถเป็น Global brand ได้ไม่ยาก<br />การตั้งราคาเราก็จะตั้งตามประเทศนั้นต้องทำการตลาดว่าตลาดไหนสนใจข่าวของเรา รวมทั้งตัว Product ด้วยว่าอาจจะต้องเห้าม ปรับ หรือ เปลี่ยนการนำเสนอเนื้อหาข่าวนั้น เพื่อที่จะไม่ให้กระทบกระทั่งความรู้สึกหรือประเพณีที่ดีงามดั่งตามที่กล่าวมาข้างต้น เนื่องจากแบรนด์Thomson Reuters รวมกันแล้วมีการใช้เวลาสร้างแบรนด์มากกว่า 100 ปี ดังนั้นหากเราจะเป็นเหมือนเขาอาจจะไม่ใช้เวลานานเท่าเขาอยู่ที่การทำตลาดและเข้าใจตลลาดทั้องถิ่นนั้นเป็นอย่างดี<br />
  28. 28. THANK YOU<br />

×