บทที่  8 เสียง  ( Sound )
ขอบเขตการบรรยาย <ul><li>เรื่องทั่วไปเกี่ยวกับเสียง </li></ul><ul><li>ประเภทของเสียง </li></ul><ul><li>การประมวลผลไฟล์เสียง...
8.1  เรื่องทั่วไปเกี่ยวกับเสียง <ul><ul><li>เสียงที่มนุษย์ได้ยินเกิดจากการเดินทางของคลื่นเสียงผ่านตัวกลาง  การวัดระดับของค...
8.2  ประเภทของเสียง <ul><li>8.2.1  มีดี้  ( MIDI   : Musical Instrument Digital Interface ) </li></ul><ul><li>เป็นข้อมูลที...
<ul><li>8.2.2  เสียงแบบดิจิตอล  ( Digital   Audio ) </li></ul><ul><li>เป็นสัญญาณเสียงที่ส่งมาจากไมโครโฟน เครื่องเล่นเทปหรื...
8.3  การประมวลผลไฟล์เสียง <ul><li>8.3.1  การบันทึกข้อมูลเสียง  ( Recording sound )  </li></ul><ul><li>การบันทึกข้อมูลเสียง...
<ul><li>8.3.2  การนำเข้าข้อมูลเสียง  ( Importing Sound )  </li></ul><ul><li>การนำเข้า  ( Import )  เสียงจากแผ่นซีดีเสียง  ...
<ul><li>8.3.3  การแก้ไขและการเพิ่มเทคนิคพิเศษ  ( Sound  Editing and   Effects )  </li></ul><ul><li>การแก้ไขไฟล์เสียง คือ  ...
8.4  การจัดเก็บแฟ้มข้อมูลเสียงแบบดิจิตอล ( Preparing Digital Audio File ) <ul><li>8.4.1  ขนาดของแฟ้มข้อมูลกับคุณภาพ  ( Fil...
การคำนวณขนาดของแฟ้มข้อมูล การบันทึกเสียงแบบโมโน  = Sampling Rate x  ระยะเวลาบันทึก  x (Sampling Size/8) x 1 การบันทึกเสียง...
<ul><li>8.4.2  การปรับระดับในการบันทึกเสียง ( Setting Proper Recording Levels ) </li></ul><ul><li>  เครื่องดิจิตอลมิเตอร์ ...
8.5  การบีบอัดไฟล์เสียง ( Sound  Compression ) <ul><li>การบีบอัดไฟล์เสียงมีความจำเป็นอย่างมาก  เพราะจะช่วยประหยัดพื้นที่ <...
8.6  รูปแบบของแฟ้มข้อมูลเสียง ( Audio File Format ) รูปแบบไฟล์ข้อมูลเสียงที่นิยมใช้กันในงานด้านมัลติมีเดีย รูปแบบแฟ้มข้อมู...
8.7  มาตรฐาน  Red Book  ( Red Book   Standard ) <ul><li>มาตรฐาน  “  Red Book ”  หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มาตรฐาน  ISO 101...
8.8  ซอฟต์แวร์สำหรับเทคโนโลยีเสียง <ul><li>ในปัจจุบันซอฟต์แวร์ที่ใช้งานเกี่ยวกับเสียงมีอยู่มากมาย  อาทิ  เช่น </li></ul>
การใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับการสร้างสัญญาณเสียง
8.9  การรวมเสียงเข้ากับงานด้านมัลติมีเดีย ( Adding Sound to Multimedia Project ) <ul><ul><li>ตัดสินใจว่าจะใช้เสียงชนิดใดกั...
8.10  เสียงบนระบบเครือข่าย <ul><li>การแสดงผลเสียงบนระบบเครือข่ายสามารถทำได้  2  วิธี คือ จัดเก็บข้อมูลเสียงบนระบบเครือข่าย...
The  end *-* เตรียมพบกับ บทต่อไป *-*  *-*
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

บทที่ 8 เสียง

17,601

Published on

Published in: Business, Technology
0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
17,601
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
172
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

บทที่ 8 เสียง

  1. 1. บทที่ 8 เสียง ( Sound )
  2. 2. ขอบเขตการบรรยาย <ul><li>เรื่องทั่วไปเกี่ยวกับเสียง </li></ul><ul><li>ประเภทของเสียง </li></ul><ul><li>การประมวลผลไฟล์เสียง </li></ul><ul><li>การจัดเก็บแฟ้มข้อมูลเสียงแบบดิจิตอล </li></ul><ul><li>การบีบอัดไฟล์เสียง </li></ul><ul><li>รูปแบบของแฟ้มข้อมูลเสียง </li></ul><ul><li>มาตรฐาน Red Book </li></ul><ul><li>ซอฟต์แวร์สำหรับเทคโนโลยีเสียง </li></ul><ul><li>การรวมเสียงเข้ากับงานมัลติมีเดีย </li></ul><ul><li>เสียงบนระบบเครือข่าย </li></ul>
  3. 3. 8.1 เรื่องทั่วไปเกี่ยวกับเสียง <ul><ul><li>เสียงที่มนุษย์ได้ยินเกิดจากการเดินทางของคลื่นเสียงผ่านตัวกลาง การวัดระดับของคลื่นเสียง ( Waveform) จะมีหน่วยวัด อยู่ 2 หน่วย คือ เดซิเบล (Decibel) ซึ่งเป็นเป็นหน่วยวัดความดังของเสียงและเฮิรตซ์ (Hertz; Hz) คือจำนวนรอบการแกว่งของคลื่นเสียงใน 1 วินาที ซึ่งเป็นหน่วยวัดความถี่ของเสียง (Frequency) </li></ul></ul><ul><ul><li>ข้อควรทราบ เสียงที่ดังเกินระดับ 85 Decibel เมื่อฟังนานๆ ทำให้สูญเสียการได้ยินได้ </li></ul></ul>ระดับความดังและชนิดของเสียง
  4. 4. 8.2 ประเภทของเสียง <ul><li>8.2.1 มีดี้ ( MIDI : Musical Instrument Digital Interface ) </li></ul><ul><li>เป็นข้อมูลที่แสดงถึงลักษณะเสียงที่แทนเครื่องดนตรีชนิดต่างๆ ซึ่งเป็นมาตรฐานในการสื่อสารด้านเสียง และพัฒนาสำหรับใช้กับเครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ ซึ่งได้รับการพัฒนามาตั้งแต่ ค . ศ .1980 เช่น สร้างเสียงตามตัวโน้ต และปรับแต่งเสียง ตามมุมมองของนักดนตรี MIDI หมายถึง โน้ตเพลงที่มีรูปแบบเป็นสัญลักษณ์ หรือ ตัวเลข ( ข้อดี : ไฟล์ MIDI มีขนาดเล็ก ง่ายต่อการแก้ไขและปรับปรุง ข้อเสีย : เป็นเสียงที่เกิดจากตัวโน้ตดนตรี และเครื่องดนตรีที่ใช้เล่นมีราคาสูง </li></ul>แบ่งออกเป็น แสดงอุปกรณ์และการสร้างเสียง ภาพ ( a) และการปรับแต่งเสียง ภาพ ( b)
  5. 5. <ul><li>8.2.2 เสียงแบบดิจิตอล ( Digital Audio ) </li></ul><ul><li>เป็นสัญญาณเสียงที่ส่งมาจากไมโครโฟน เครื่องเล่นเทปหรือ จาก </li></ul><ul><li>แหล่งกำเนิดเสียงต่างๆ เสียงแบบดิจิตอลจะมีขนาดของข้อมูลใหญ่ แสดงผลได้ </li></ul><ul><li>หลากหลายและเป็นธรรมชาติกว่า Midi เสียงที่พบบ่อยจะอยู่ในช่วงความถี่ </li></ul><ul><li>44.1 kHz, 22.05 kHz และ 11.025 kHz เป็นต้น </li></ul>คุณสมบัติที่เหมาะสมของสัญญาณเสียงแบบดิจิตอลใน 1 วินาที
  6. 6. 8.3 การประมวลผลไฟล์เสียง <ul><li>8.3.1 การบันทึกข้อมูลเสียง ( Recording sound ) </li></ul><ul><li>การบันทึกข้อมูลเสียงเป็นการนำเสียงที่ได้จากการพูด การเล่นเครื่อง </li></ul><ul><li>ดนตรี หรือเสียงจากแหล่งต่างๆ ทำการจัดเก็บลงในหน่วยความจำหรือหน่วย </li></ul><ul><li>จัดเก็บ เพื่อนำไปใช้งานตามที่ต้องการ </li></ul><ul><li>สิ่งสำคัญก่อนการบันทึกเสียง คือ ต้องทำการเลือก Sampling Rate </li></ul><ul><li>Sampling Size เพื่อให้ได้เสียงที่ต้องการและใกล้เคียงกับเสียงจริง </li></ul><ul><li>รูปแบบของสัญญาณดิจิตอลเสียงมี 2 รูปแบบ คือ </li></ul><ul><li>1. Synthesize Sound เป็น MIDI ที่ส่งไปยัง Synthesize Chip เพื่อทำหน้าที่แยกเสียงตามเครื่องดนตรีของ MIDI ไฟล์ที่ได้จะมีขนาดเล็ก </li></ul><ul><li>2. Sound Data เป็นการแปลงสัญญาณ Analog เป็น Digital ไฟล์ที่ได้จะมีขนาดใหญ่ </li></ul>แบ่งออกเป็น
  7. 7. <ul><li>8.3.2 การนำเข้าข้อมูลเสียง ( Importing Sound ) </li></ul><ul><li>การนำเข้า ( Import ) เสียงจากแผ่นซีดีเสียง (Audio CD) จะต้องใช้ร่วมกับซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมและสนับสนุนการทำงานเกี่ยวกับเสียง เช่น โปรแกรม QuickTime จะมีคำสั่งที่ใช้ในการนำเข้าเสียง และเปิดร่องเสียงต่างๆ บนแผ่นซีดี </li></ul>แสดงจอภาพของโปรแกรม QuickTime ในขณะเปิดไฟล์ข้อมูลเสียงจากแผ่นซีดีเสียง
  8. 8. <ul><li>8.3.3 การแก้ไขและการเพิ่มเทคนิคพิเศษ ( Sound Editing and Effects ) </li></ul><ul><li>การแก้ไขไฟล์เสียง คือ การตัดต่อ และการปรับแต่งเสียง สิ่งที่สำคัญในการแก้ไขเสียง คือ การจัดสรรเวลาของการแสดงผล โปรแกรม Audio Edit เป็นโปรแกรมสำหรับใช้แก้ไขและการเพิ่มเทคนิคพิเศษให้กับเสียงที่ได้ทำการบันทึกเพื่อสร้างความต่อเนื่องของเสียง </li></ul>โปรแกรม Audio Edit สำหรับแก้ไขและการเพิ่มเทคนิคพิเศษให้กับเสียง
  9. 9. 8.4 การจัดเก็บแฟ้มข้อมูลเสียงแบบดิจิตอล ( Preparing Digital Audio File ) <ul><li>8.4.1 ขนาดของแฟ้มข้อมูลกับคุณภาพ ( File Size Versus Quality ) </li></ul><ul><li>การบันทึกเสียงแบบสเตริโอ จะให้คุณภาพของเสียงที่ฟังแล้วสมจริงมากกว่าการบันทึกเสียงแบบโมโนแต่แฟ้มข้อมูลเสียงแบบ สเตริโอที่บันทึกได้จะใช้พื้นที่มากกว่าแฟ้มข้อมูลเสียงแบบโมโนโดยใช้ระยะเวลาบันทึกเท่ากัน และถ้าต้องการความละเอียดของเสียง ( Audio Resolution) สูง ต้องใช้ Sampling Rate สูง ด้วย ( Sampling Rate วัดเป็น Hz, Sampling Size วัดเป็น bit) </li></ul>
  10. 10. การคำนวณขนาดของแฟ้มข้อมูล การบันทึกเสียงแบบโมโน = Sampling Rate x ระยะเวลาบันทึก x (Sampling Size/8) x 1 การบันทึกเสียงแบบสเตริโอ = Sampling Rate x ระยะเวลาบันทึก x (Sampling Size/8) x 2 ตัวอย่าง บันทึกเสียงแบบสเตริโอ 10 Seconds, Sampling Rate 44.1 kHz,Sampling Size 16 bits 44100 x 10 x 16/8 x 2 = 1,764,000 bytes
  11. 11. <ul><li>8.4.2 การปรับระดับในการบันทึกเสียง ( Setting Proper Recording Levels ) </li></ul><ul><li> เครื่องดิจิตอลมิเตอร์ (Digital Meter) จะมีขีดกำหนดบอกความดังสูงสุดที่จะสามารถบันทึกได้ ดังนั้นในการบันทึกเสียงจะต้องควบคุมและปรับระดับของเสียงให้อยู่ในระดับต่ำกว่าขีดจำกัดที่กำหนดเสมอ ระดับความดังที่เหมาะสม อยู่ระหว่างค่า -10 ถึง -3 </li></ul>
  12. 12. 8.5 การบีบอัดไฟล์เสียง ( Sound Compression ) <ul><li>การบีบอัดไฟล์เสียงมีความจำเป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยประหยัดพื้นที่ </li></ul><ul><li>ในการจัดเก็บ รวมทั้งยังช่วยให้การแสดงผลข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น </li></ul><ul><li>เทคโนโลยีในการบีบอัด ( Compression Techniques) เรียกว่า Companding </li></ul><ul><li>เทคโนโลยีการบีบอัดได้พัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างมาบางส่วน </li></ul><ul><ul><li>MPEG-1 : เป็นเทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูลเสียงแบบ MP3 โดยจะมีอัตราการบีบอัดข้อมูล 10 :1 ถือว่าเป็นการบีบอัดที่มีคุณภาพสูง </li></ul></ul><ul><ul><li>MACE : เป็นเทคโนโลยีที่สามารถบีบอัดขยายข้อมูลให้มีขนาดเท่าเดิม ใช้ได้เฉพาะข้อมูลเสียง 8 บิต อัตราการบีบอัด 3 :1 และ 6 :1 </li></ul></ul><ul><ul><li>A-Law หรือ ץ -Law : สามารถบีบอัดข้อมูลเสียง 16 บิตได้ในอัตราการบีบอัดประมาณ 2 :1 </li></ul></ul><ul><ul><ul><ul><li>ADPCM (Adaptive Differential Pulse Code Modulation) อัตราการบีบอัด เป็น 4:1 หรือ 2:1 </li></ul></ul></ul></ul>
  13. 13. 8.6 รูปแบบของแฟ้มข้อมูลเสียง ( Audio File Format ) รูปแบบไฟล์ข้อมูลเสียงที่นิยมใช้กันในงานด้านมัลติมีเดีย รูปแบบแฟ้มข้อมูลเสียงดิจิตอลที่นิยม
  14. 14. 8.7 มาตรฐาน Red Book ( Red Book Standard ) <ul><li>มาตรฐาน “ Red Book ” หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มาตรฐาน ISO 10149 มาตรฐานนี้ ได้กำหนด Sampling Rate ให้มีมาตรฐานที่ 44.1 kHz และ Sampling Size มีมาตรฐานที่ 16 บิต โดยใช้มาตรฐานเสียงนี้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และได้มีการพัฒนาการ์ดเสียงให้สามารถบันทึกและเล่นเสียง 16 บิตที่ Sampling Rate 44.1 kHz ได้ เป็นต้น </li></ul>
  15. 15. 8.8 ซอฟต์แวร์สำหรับเทคโนโลยีเสียง <ul><li>ในปัจจุบันซอฟต์แวร์ที่ใช้งานเกี่ยวกับเสียงมีอยู่มากมาย อาทิ เช่น </li></ul>
  16. 16. การใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับการสร้างสัญญาณเสียง
  17. 17. 8.9 การรวมเสียงเข้ากับงานด้านมัลติมีเดีย ( Adding Sound to Multimedia Project ) <ul><ul><li>ตัดสินใจว่าจะใช้เสียงชนิดใดกับมัลติมีเดียที่ออกแบบ </li></ul></ul><ul><ul><li>ตัดสินใจว่าจะใช้เสียงแบบ MIDI และเสียงดิจิตอลที่ไหนและเมื่อไร </li></ul></ul><ul><ul><li>พิจารณาว่าจะสร้างข้อมูลเสียงขึ้นมาเองหรือซื้อสำเร็จรูปมาใช้งาน </li></ul></ul><ul><ul><li>นำข้อมูลเสียงมาทำการปรับแต่งให้เหมาะสมกับมัลติมีเดียที่ออกแบบ </li></ul></ul><ul><ul><li>ทดสอบการทำงานของเสียงให้มั่นใจว่า เสียงที่นำเสนออกไปมีความสัมพันธ์กับภาพในมัลติมีเดียที่ผลิตขึ้น เป็นต้น </li></ul></ul>ต้องพิจารณาขนาดความเหมาะสมในการนำมาใช้งานร่วมกัน ดังนี้
  18. 18. 8.10 เสียงบนระบบเครือข่าย <ul><li>การแสดงผลเสียงบนระบบเครือข่ายสามารถทำได้ 2 วิธี คือ จัดเก็บข้อมูลเสียงบนระบบเครือข่าย ( Download ) ลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ก่อนแล้วจึงแสดงผล ( เช่น บริการ Download เพลง ) และอีกวิธีหนึ่งคือแสดงผลเสียงในขณะที่กำลังใช้งานบนระบบเครือข่าย ( Streaming ) ซึ่งวิธีนี้ คุณภาพของเสียงจะขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของอุปกรณ์เชื่อมต่อ เช่น Modem ไม่เร็วพอหรือมีการส่งผ่านข้อมูลช้า ส่วนรูปแบบของไฟล์เสียงที่นิยมใช้บนระบบเครือข่าย ได้แก่ไฟล์ AU, Wav , MIDI, MPEG และ MP3 </li></ul>
  19. 19. The end *-* เตรียมพบกับ บทต่อไป *-* *-*
  1. A particular slide catching your eye?

    Clipping is a handy way to collect important slides you want to go back to later.

×