• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
Ch5 e-learning-text
 

Ch5 e-learning-text

on

  • 480 views

 

Statistics

Views

Total Views
480
Views on SlideShare
480
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
2
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    Ch5 e-learning-text Ch5 e-learning-text Document Transcript

    • E-Learning E-Learning หรื อ Electronic Learning เป็ นคำที่กล่ำวถึงกันมำกในวงกำรศึกษำในขณะนี้ ท้ งัในบ้ำนเรำและในต่ำงประเทศ สื่ อกำรเรี ยนกำรสอนในรู ปแบบ e-Learning สำมำรถกล่ำวได้วำเป็ น ่รู ปแบบที่พฒนำต่อเนื่ องมำจำก WBI โดยมีจุดเริ่ มต้นจำกแผนเทคโนโลยีเพื่อกำรศึ กษำของชำติ ัสหรัฐอเมริ กำ (The National Educational Technology Plan1996) ของกระทรวงศึกษำธิ กำรสหรัฐอเมริ กำ ที่ตองกำรพัฒนำรู ปแบบกำรเรี ยนของนักเรี ยนให้เข้ำกับศตวรรษที่ 21 กำรพัฒนำ ้ระบบกำรเรี ยนรู ้จึงมีกำรนำเทคโนโลยีอินเทอร์ เน็ตมำช่วยเสริ มอย่ำงเป็ นจริ งเป็ นจัง ดังนั้นสำมำรถ ่กล่ำวได้วำ e-Learning คือ กำรนำเทคโนโลยีอินเทอร์ เน็ต โดยเฉพำะบริ กำรด้ำนเว็บเพจเข้ำมำช่วยในกำรเรี ยนกำรสอน กำรถ่ำยทอดควำมรู ้ และกำรอบรม ทั้งนี้ สำมำรถแบ่งยุคของสื่ ออิเล็กทรอนิ กส์ได้ ดังนี้ 1. ยุคคอมพิวเตอร์ ช่วยสอนและฝึ กอบรม (Instructor Led Training Era) เป็ นยุคที่อยู่ในช่วงเริ่ มใช้คอมพิวเตอร์ ในวงกำรศึกษำ จนถึงปี ค.ศ. 1983 2. ยุคมัลติมีเดีย (Multimedia Era) อยู่ในช่ วงปี ค.ศ. 1984 - 1993 ตรงกับช่ วงที่มีกำรใช้Microsoft Windows 3.1 อย่ำ งกว้ำ งขวำง มี ก ำรใช้ซีดีรอมในกำรเก็ บ บันทึ ก ข้อมู ล มี ก ำรใช้โปรแกรม PowerPoint สร้ ำงสื่ อนำเสนอ ทั้งทำงธุ รกิ จ และกำรศึกษำ โดยนำมำประยุกต์สร้ ำงสื่ อกำรสอน บทเรี ยน พร้อมบันทึกในแผ่นซี ดี สำมำรถนำไปใช้สอนและเรี ยนได้ตำมเวลำและสถำนที่ที่มีควำมสะดวก ่ 3. ยุคเว็บเริ่มต้ น (Web Infancy) อยูในช่วงปี ค.ศ. 1994 - 1999 มีกำรนำเทคโนโลยีเว็บเข้ำมำเป็ นบริ กำรหนึ่ งของอิ นเทอร์ เน็ต มี กำรประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเว็บสร้ ำงบทเรี ยนช่ วยสอนและฝึ กอบรม รวมทั้งเทคโนโลยีมลติมีเดียบนเว็บ ั 4. ยุ คเว็บ ใหม่ (Next Generation Web) เริ่ มตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 เป็ นต้นไป มีก ำรนำสื่ อข้อมูล และเครื่ องมื อต่ำงๆ มำประยุกต์สร้ ำงบทเรี ยน เป็ นกำรก้ำวสู่ ระบบ e-Learning อย่ำงแท้จริ ง
    • ความหมายของ E-Learning มีผให้ควำมหมำยของ e-Learning ไว้อย่ำงมำกมำย ซึ่ งก็ยงไม่สำมำรถสรุ ปแน่ชดลงไปได้ ู้ ั ัจึงขอยกคำจำกัดควำมจำกแหล่งอื่นๆ มำประกอบ เพื่อเป็ นแนวทำงในกำรตีควำมหมำย ดังนี้ - เว็บ ไซต์ http://www.capella.edu/elearning ได้ใ ห้ ค วำมหมำยว่ำ "E-Lerning คื อนวัตกรรมทำงกำรศึกษำที่เปลี่ยนแปลงวิธีเรี ยนที่เป็ นอยูเ่ ดิม เป็ นกำรเรี ยนที่ใช้เทคโนโลยีท่ีกำวหน้ำ ้เช่น อินเทอร์ เน็ต อินทรำเน็ต เอ็กทรำเน็ต ดำวเทียม วีดีโอเทป แผ่นซี ดี ฯลฯ ดังนั้นจึงหมำยรวมถึ งกำรเรี ยนทำงไกล กำรเรี ยนผ่ำนเว็บ ห้องเรี ยนเสมือนจริ ง ซึ่ งมีจุดเชื่อมโยงคือ เทคโนโลยีกำรสื่ อสำรเป็ นสื่ อกลำงของกำรเรี ยนรู้" - Krutus (2000) กล่ำวว่ำ "e-Learning เป็ นรู ปแบบของเนื้ อหำสำระที่สร้ำงเป็ นบทเรี ยนสำเร็ จรู ป ที่ อำจใช้ซีดีรอม เป็ นสื่ อกลำงในกำรส่ งผ่ำน หรื อใช้ก ำรส่ ง ผ่ำนเครื อข่ำ ยภำยใน หรื ออินเทอร์ เน็ต ทั้งนี้ อำจจะอยูในรู ปแบบคอมพิวเตอร์ ช่วยกำรฝึ กอบรม (Computer Based Training: ่CBT) และกำรใช้เว็บเพื่ อกำรฝึ กอบรม (Web Based Training: WBT) หรื อกำรเรี ยนกำรสอนทำงไกลผ่ำนดำวเทียมก็ได้" - Campbell (1999) ได้ให้ควำมหมำยว่ำ "e-Learning เป็ นกำรใช้เทคโนโลยีท่ี มีอยู่ในเครื อข่ำยอินเทอร์ เน็ต สร้ ำงกำรศึกษำที่มีปฏิสัมพันธ์ และกำรศึกษำที่มีคุณภำพสู ง ที่ผคนทัวโลกมี ู้ ่ควำมสะดวก และสำมำรถเข้ำ ถึ ง ได้อย่ำ งรวดเร็ ว ไม่ จำกัดสถำนที่ และเวลำ เป็ นกำรเปิ ดประตูกำรศึกษำตลอดชีวตให้กบประชำกร" ิ ั - ผศ.ดร.ถนอมพร (ตันพิพฒน์) เลำหจรัสแสง จำกมหำวิทยำลัยเชี ยงใหม่ ได้ให้คำจำกัด ัควำมไว้ 2 ลักษณะ คือ - ลักษณะแรก e-Learning หมำยถึ ง กำรเรี ยนเนื้ อหำ หรื อสำรสนเทศสำหรบกำร สอน หรื อ กำรอบรม ซึ่ งใช้ ก ำรน ำเสนอด้ว ยตัว อัก ษร ภำพนิ่ ง ผสมผสำนกับ กำรใช้ ภำพเคลื่อนไหว วีดีทศน์และเสี ยง โดยอำศัยเทคโนโลยีของเว็บ (Web Technology) ในกำร ั ถ่ำยทอดเนื้ อหำ รวมทั้งใช้เทคโนโลยีกำรจัดกำรคอร์ ส (Course Management System) ใน กำรบริ หำรจัดกำรงำนสอนต่ำงๆ - ลักษณะที่สอง e-Learning คือ กำรเรี ยนในลักษณะใดก็ได้ ซึ่ งใช้กำรถ่ำยทอด เนื้ อหำผ่ำนทำงอุ ปกรณ์ อิเล็ กทรอนิ กส์ ไม่ ว่ำจะเป็ นคอมพิวเตอร์ เครื อข่ำ ยอิ นเทอร์ เน็ ต อินทรำเน็ต เอ็กทรำเน็ต หรื อสัญญำณโทรทัศน์ สัญญำณดำวเทียม - ดร. สุ รสิ ทธิ์ วรรณไกรโรจน์ ผูอำนวยกำรโครงกำรกำรเรี ยนรู ้แบบออนไลน์แห่ ง สวทช. ้ได้ให้คำจำกัดควำมของ e-Learning ดังนี้ "กำรเรี ยนรู้แบบออนไลน์ หรื อ e-learning กำรศึกษำเรี ยนรู ้ ผ่ำนเครื อข่ำยคอมพิวเตอร์ อินเทอร์ เน็ต(Internet) หรื ออินทรำเน็ต(Intranet) เป็ นกำรเรี ยนรู้
    • ด้วยตัวเอง ผูเ้ รี ยนจะได้เรี ยนตำมควำมสำมำรถและควำมสนใจของตน โดยเนื้ อหำของบทเรี ยนซึ่ งประกอบด้วย ข้อควำม รู ป ภำพ เสี ย ง วิดีโอและมัล ติมี เดี ย อื่ นๆ จะถู ก ส่ งไปยัง ผูเ้ รี ย นผ่ำ น WebBrowser โดยผูเ้ รี ยน ผูสอน และเพื่อนร่ วมชั้นเรี ยนทุกคน สำมำรถติดต่อ ปรึ กษำ แลกเปลี่ยนควำม ้คิดเห็นระหว่ำงกันได้เช่นเดียวกับกำรเรี ยนในชั้นเรี ยนปกติ โดยอำศัยเครื่ องมือกำรติดต่อ สื่ อสำรที่ทันสมัย(e-mail, web-board, chat) จึงเป็ นกำรเรี ยนสำหรับทุกคน, เรี ยนได้ทุกเวลำ และทุกสถำนที่(Learn for all : anyone, anywhere and anytime)" -Peter J. Stokes: executive vice president of eduventures.com ได้ให้คำจำกัดควำมไว้ดงนี้ ั"What is e-learning? It is a means of becoming literate involving new mechanisms forcommunication: computer networks, multimedia, content portals, search engines, electroniclibraries, distance learning, and Web-enabled classrooms. E-learning is characterized by speed,technological transformation, and mediated human interactions." E-Learning - Web Based Professional Development for the 21st Century LifelongLearner: Internet-based learning allows your to expand learning and training opportunities atreduced cost without requiring classroom attendance or time away from work. Participants notonly learn the skill points taught, but retention is greater because they are able to repeat sequenceson demand. Effectiveness E-learning is a more effective way to achieve you lifelong learningobjectives and update your key skills. (ข้อมูลจำกเว็บไซต์ http://www.effectivenesse-learning.com)ทั้งนี้ขอเสนอควำมหมำยโดยรวมดังนี้ " E-learning กำรใช้ทรัพยำกรต่ำงๆ ในระบบอินเทอร์ เน็ต มำออกแบบและจัดระบบเพื่ อ สร้ ำ งระบบกำรเรี ย นกำรสอน โดยกำรสนับ สนุ น และส่ ง เสริ ม ให้ เ กิ ด กำรเรี ย นรู ้ อ ย่ ำ งมีควำมหมำย ตรงกับควำมต้องกำรของผูสอนและผูเ้ รี ยน เชื่ อมโยงระบบเป็ นเครื อข่ำยที่ สำมำรถ ้เรี ยนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลำ และทุกคน" คำว่ำ e-Learning โดยทัวๆ ไปจะครอบคลุมควำมหมำยที่กว้ำงมำก กล่ำวคือ จะหมำยถึ ง ่กำรเรี ยนในลักษณะใดก็ได้ ซึ่ งใช้กำรถ่ำยทอดเนื้ อหำผ่ำนทำงอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิ กส์ ไม่วำจะเป็ น ่คอมพิ วเตอร์ เครื อข่ ำ ยอิ นเตอร์ เน็ ต อิ นทรำเน็ ต เอ็ก ทรำเน็ ต หรื อ ทำงสั ญญำณโทรทัศ น์ หรื อ ่สัญญำณดำวเทียม (Satellite) ก็ได้ ซึ่ งเนื้ อหำสำรสนเทศอำจอยูในรู ปแบบกำรเรี ยนที่เรำคุนเคย กัน ้มำพอสมควร เช่น คอมพิวเตอร์ ช่วยสอน (Computer-Assisted Instruction) กำรสอนบนเว็บ (Web-Based Instruction) กำรเรี ยนออนไลน์ (On-line Learning) กำรเรี ยนทำงไกลผ่ำน ดำวเทียม หรื ออำจ
    • อยูในลักษณะที่ยงไม่ค่อยเป็ นที่แพร่ หลำยนัก เช่น กำรเรี ยนจำกวิดีทศน์ ตำมอัธยำศัย (Video On- ่ ั ัDemand) เป็ นต้น ในปั จจุบน เมื่อกล่ำวถึ ง e-Learning คนส่ วนใหญ่จะหมำยเฉพำะถึง กำรเรี ยนเนื้ อหำหรื อ ัสำรสนเทศซึ่ งออกแบบมำส ำหรั บ กำรสอนหรื อ กำรอบรม ซึ่ งใช้เ ทคโนโลยี ข องเว็บ (WebTechnology) ในกำรถ่ ำ ยทอดเนื้ อ หำ และเทคโนโลยี ร ะบบ กำรบริ หำรหลั ก สู ตร (courseManagement System) ในกำรบริ หำรจัดกำรงำนสอนด้ำนต่ำงๆ โดยผูเ้ รี ยนที่เรี ยนจำก e-Learning นี้สำมำรถศึ กษำเนื้ อหำในลัก ษณะออนไลน์ และ/หรื อ จำกแผ่นซี ดี -รอม ก็ ได้ นอกจำกนี้ เนื้ อหำสำรสนเทศของ e-Learning สำมำรถน ำเสนอโดย อำศัย เทคโนโลยี ม ัล ติ มี เ ดี ย (MultimediaTechnology) และเทคโนโลยีเชิงโต้ตอบ (Interactive Technology) อันที่จริ ง e-Learning เป็ นรู ปแบบกำรเรี ยนที่เกิ ดขึ้นเพื่อตอบสนอง กำรเรี ยนในลักษณะทำงไกล (Distance Learning) กล่ำวคือ เป็ นรู ปแบบ กำรเรี ยนซึ่ งผูเ้ รี ยนไม่จำเป็ นต้องเดิ นทำงมำเรี ยนในสถำนที่เดียวกันใน เวลำเดียวกัน โดยผูเ้ รี ยนจะต้องศึกษำเนื้ อหำจำก e-Learning Coursewareซึ่ งหมำยถึ ง สื่ อ กำรเรี ย นกำรสอนทำงคอมพิ ว เตอร์ ที่ ไ ด้รั บ กำรออกแบบและ พัฒ นำอย่ ำ งมีประสิ ทธิ ภำพ เพื่อใช้ในกำรนำเสนอเนื้ อหำควำมรู ้ ในลักษณะ ของสื่ อประสม (Multimedia) มีกำรเน้นควำมเป็ น non-linear ซึ่ งผูใช้ไม่จำเป็ นต้องเข้ำถึ งเนื้ อหำ ตำมลำดับที่ตำยตัว มีกำรออกแบบ ้กิจกรรมซึ่ งผูเ้ รี ยนสำมำรถโต้ตอบกับเนื้ อหำ (interaction) รวมทั้งมีแบบฝึ กหัดและแบบทดสอบให้ผูเ้ รี ยนสำมำรถตรวจสอบควำมเข้ำใจได้ โดยเนื้ อหำของ e-Learning Courseware จะมีกำรแบ่งไว้เป็ นหน่ วยๆ (module) เมื่อศึกษำด้วยตนเองแล้ว ผูเ้ รี ยนมีหน้ำที่ในกำรอภิปรำย แลกเปลี่ยนควำมคิดเห็ น รวมทั้งกำรสอบถำมปั ญหำต่ำงๆ กับเพื่อนๆ ร่ วมชั้นทำงอิ เล็กทรอนิ กส์ (ในที่ น้ ี หมำยถึ งออนไลน์) หลังจำกนั้นผูสอนอำจนัดหมำย ผูเ้ รี ยนมำพบ (ในชั้นเรี ยน หรื อในลักษณะออนไลน์ก็ได้) ้แต่ไม่ใช่เพื่อกำรสอนเสริ มแบบกำรเรี ยน ทำงไกลในลักษณะเดิม หำกผูสอนสำมำรถใช้เวลำนั้นใน ้กำรเน้นย้ ำประเด็นสำคัญๆ ที่ผสอนทรำบ ว่ำผูเ้ รี ยนมักเกิ ดปั ญหำ หรื อตอบปั ญหำที่ผเู ้ รี ยนพบจำก ู้กำรได้ศึกษำด้วยตนเองแล้วก่อนที่จะมำเข้ำชั้นเรี ยนนันเอง่ ั อย่ำงไรก็ดี กำรเรี ยนในลักษณะ e-Learning ก็สำมำรถนำมำปรับใช้กบกำรเรี ยนในลักษณะปกติได้ หำกนำมำใช้ถูกวิธี ผูสอนก็ไม่จำเป็ นต้องใช้วิธีกำรสอนในลักษณะบรรยำย (lecture) เป็ น ้ส่ ว นใหญ่ อี ก ต่ อ ไป และสำมำรถใช้เ วลำในห้ อ งเรี ย นให้ มี ป ระโยชน์ สู ง สุ ด เพรำะ e-Learningสำมำรถนำมำใช้แทนที่หรื อเสริ มในส่ วนของกำรบรรยำยได้ โดยเฉพำะในเนื้ อหำของกำรเรี ยนซึ่ งเน้นกำรท่องจำ (Verbal Information) และ ทักษะทำงปั ญญำ (Intellectual Skill) จะขอยกตัวอย่ำงวิชำเทคโนโลยีและกำรศึกษำร่ วมสมัยที่ผเู ้ ขียนสอนอยูเ่ พื่อให้เกิดควำมชัดเจน เช่น ในคำบแรกของกำรสอนผูเ้ ขียนจำเป็ นต้องสอนเนื้อหำให้ครอบคลุมทั้งควำมหมำย ขอบเขต บทบำท และพัฒนำกำร
    • ของเทคโนโลยีทำงกำรศึกษำ กำรที่จะให้ผเู ้ รี ยนเข้ำใจในควำมหมำยของคำว่ำเทคโนโลยีทำงกำรศึกษำที่แท้จริ งอย่ำงชัดเจน ผูเ้ รี ยนจำเป็ นที่จะต้องใช้เวลำในกำรสร้ำงควำมหมำย ตำมควำมคิดของผูเ้ รี ยนเอง (Conceptualize) ซึ่ งกำรได้มำซึ่ งควำมคิดของตนเองนั้น เป็ นไปไม่ได้เลยที่ จะเกิ ดจำกวิธีกำรสอนแบบบรรยำยทั้งหมด ในขณะเดี ยวกันหำกผูสอนใช้เวลำไปกับวิธีกำรสอนในลักษณะ ้ให่ ที่ทำให้ผเู ้ รี ยนพยำยำมสร้ ำงควำมเข้ำใจเกี่ ยวกับควำมคิดรวบยอดนั้นๆ ด้วยตนเอง เช่น กำรทำกิ จกรรมเดี่ ย ว และ/หรื อ กิ จกรรมกลุ่ ม หรื อ กำรให้ผูเ้ รี ยนสรุ ปควำมจำกเอกสำร หรื อ กำรเชิ ญวิทยำกรมำ บรรยำยเพิ่มเติมและสรุ ปประเด็น เป็ นต้น ในกรณี น้ ี ผูสอนก็จะเกิ ดปั ญหำในกำรสอน ้ไม่ทนให้ครบตำมหัวข้อในคำบนั้น e-Learning จึงช่วยผูสอนในกำรสอนเนื้อหำที่ไม่ตองกำรอธิ บำย ั ้ ้เพิ่มเติ มมำกนัก ตัวอย่ำงในที่ น้ ี ได้แก่ พัฒนำกำรของเทคโนโลยีทำงกำรศึ กษำ และช่ วยทบทวนเนื้ อหำที่ไม่สำมำรถลงรำยละเอียดได้ ดังนั้น e-Learning ที่ออกแบบมำดี สำมำรถนำเสนอเนื้ อหำบำงหัวข้อแทนผูสอนได้โดยที่ผสอนไม่จำเป็ นต้องสอนในชั้นเรี ยน และผูสอนสำมำรถใช้เวลำใน ้ ู้ ้ชั้นเรี ยน อย่ำงคุมค่ำมำกขึ้นเช่น กำรออกแบบกิจกรรมให้ผเู้ รี ยนคิดวิเครำะห์แทน ้ ผูสอนบำงคนอำจเห็นว่ำ กำรปรำกฏตัวของครู ในห้องเรี ยนเพื่อบรรยำย เป็ นสิ่ งจำเป็ นมำก ้เพรำะเมื่อผูเ้ รี ยนเกิดปั ญหำก็สำมำรถที่จะตอบปั ญหำหรื อให้ผลป้ อน กลับได้ทนที อย่ำงไรก็ตำม ให้ ัลองนึกกลับไปว่ำในชั้นเรี ยนที่ผสอนบรรยำยในครั้งหนึ่ งๆ นั้น มีผเู ้ รี ยนที่ถำมคำถำมสักกี่คนและกี่ ู้คำถำมกัน ควำมจริ งคือมีจำนวนน้อยมำก อีกทั้งกำรสร้ำงสื่ ออิเล็กทรอนิกส์อย่ำงมีระบบ จะสำมำรถถ่ำยทอดกำรสอนให้ใกล้เคียงกับกำรสอนจริ งได้ รวมทั้งสำมำรถที่จะนำสื่ อประกอบที่ผสอนใช้จริ ง ู้มำปรั บปรุ งให้มีประสิ ทธิ ภำพยิ่งขึ้ น โดยใช้สื่อในรู ปแบบที่ เหมำะสมและหลำกหลำย ทั้งนี้ เพื่อเป้ ำหมำยสำคัญในกำรสื่ อควำมหมำยให้ชัดเจนมำกที่ สุด และใช้นำเสนอผ่ำนทำง คอมพิวเตอร์นอกจำกนี้กำรใช้เวลำในห้องเรี ยนของกำรสอนในลักษณะนี้ ผูสอนจะต้อง ปรับกลยุทธ์กำรสอนให้ ้แตกต่ำงไปจำกเดิ ม กล่ ำวคือ ผูสอนต้องใช้เวลำในห้องเรี ยนให้มีประโยชน์สูงสุ ด เช่ น กำรเลื อก ้กิจกรรม หรื อ ภำระงำน ที่มีควำมหมำยต่อควำมเข้ำใจเนื้ อหำกำรเรี ยน ให้ผเู ้ รี ยนได้มีโอกำสลงมือทำ หรื อ กำรบรรยำยเฉพำะส่ วนของเนื้ อหำที่เป็ นประเด็นสำคัญๆ ที่ ผูเ้ รี ยนมักจะพบปั ญหำ หรื อกำรใช้เวลำในกำรตอบปัญหำที่ผเู้ รี ยนพบจำกกำรที่ได้ศึกษำด้วยตนเอง โดยสำมำรถพิจำรณำได้จำกคุณลักษณะ ดังนี้ -เว็บไซต์ท่ีเกี่ยวข้องกับกำรศึกษำ -เว็บ ไซต์ท่ี เ กี่ ย วข้องกำรเนื้ อ หำรำยวิช ำใด วิ ช ำหนึ่ ง เป็ นอย่ำ งน้อ ย หรื อ กำรศึ ก ษำตำมอัธยำศัย -ผูเ้ รี ยนสำมำรถเรี ยนรู้ได้ตนเอง จำกทุกที่ทุกเวลำโดยอิสระ
    • -ผูเ้ รี ยนมี อิสระในกำรเรี ยน กำรบรรลุ จุดประสงค์กำรเรี ยนรู ้ แต่ละเนื้ อหำ ไม่จำเป็ นต้องเหมือนกับ หรื อพร้อมกับผูเ้ รี ยนรำยอื่น -มีระบบปฏิสัมพันธ์กบผูเ้ รี ยน และสำมำรถเรี ยนรู ้ร่วมกันได้ ั -มีเครื่ องมือที่วดผลกำรเรี ยนได้ ั -มีกำรออกแบบกำรเรี ยนกำรสอนอย่ำงมีระบบ -ผูสอนมี สภำพเป็ นผูช่ วยเหลื อผูเ้ รี ยน ในกำรค้นหำ กำรประเมิ น กำรใช้ป ระโยชน์ จำก ้ ้เนื้อหำ จำกสื่ อรู ปแบบต่ำงๆ ที่มีให้บริ กำร ดังนั้นจะเห็ นได้ว่ำ e-Learning เป็ นระบบกำรเรี ยนกำรสอนที่เกี่ ยวข้องกับเทคโนโลยีเว็บและเครื อ ข่ ำ ยอิ น เทอร์ เ น็ ต มี ส ภำวะแวดล้อ มที่ ส นับ สนุ น กำรเรี ย นรู ้ อ ย่ำ งมี ชี วิ ต ชี ว ำ (ActiveLearning) และกำรเรี ยนที่ เน้นผูเ้ รี ย นเป็ นศูนย์กลำง (Child Center Learning) ผูเ้ รี ย นเป็ นผูคิด ้ตัดสิ นใจเรี ยน โดยกำรสร้ำงควำมรู ้และควำมเข้ำใจใหม่ๆ ด้วยตนเอง สำมำรถเชื่อมโยงกระบวนกำรเรี ยนรู ้ ให้เข้ำกับชี วิตจริ ง ครอบคลุ มกำรเรี ยนทุ กรู ปแบบ ทั้งกำรเรี ยนทำงไกล และกำรเรี ยนผ่ำนเครื อข่ำยระบบต่ำงๆวัตถุประสงค์ ของ e-Learning 1. เพื่อพัฒนำ และปรับปรุ งกระบวนกำรจัดกำรเรี ยนกำรสอนให้ทนสมัย และกว้ำงไกลมำก ัขึ้น นักศึกษำสำมำรถเรี ยนรู ้ได้ทุกที่ ทุกเวลำ 2. เพื่อขจัดปั ญหำ และข้อจำกัด ของกำรขยำยโอกำสทำงกำรศึกษำ 3. เพื่อส่ งเสริ ม และสนับสนุนกำรศึกษำต่อเนื่องของผูที่ทำงำนในสถำนประกอบกำร ้ 4. เพื่อขยำยโอกำสทำงกำรศึกษำให้แก่นกศึกษำทัวไปและช่องทำงกำรศึกษำมำกขึ้น ั ่องค์ ประกอบของ e- learning กำรให้บริ กำรกำรเรี ยนแบบออนไลน์ หรื อ e-learning มีองค์ประกอบที่สำคัญ 4 ส่ วน โดยแต่ละส่ วนจะต้องได้รับกำรออกแบบมำเป็ นอย่ำงดี เพรำะเมื่อนำมำประกอบเข้ำด้วยกันแล้วระบบทั้งหมดจะต้องทำงำนประสำนกันได้อย่ำงลงตัว 1. เนือหาของบทเรียน ้ สำหรั บกำรเรี ยน กำรศึ กษำแล้วไม่ว่ำจะเรี ยนอย่ำงไรก็ตำมเนื้ อหำถื อว่ำเป็ นสิ่ งที่ สำคัญที่สุด e-learning ก็เช่ นกัน อย่ำงไรก็ตำมเนื่ องจำก e-learning นั้นถื อว่ำเป็ นกำรเรี ยนรู ้ แบบใหม่สำหรั บวงกำรกำรศึกษำในประเทศไทย ดังนั้นเนื้ อหำของกำรเรี ยนแบบนี้ ท่ี พฒนำเสร็ จเรี ยบร้ อย ัแล้ว จึ ง มี อยู่น้อยมำกท ำให้ไ ม่เพี ยงพอกับ ควำมต้องกำรในกำรฝึ กอบรม เพิ่ม พูนควำมรู ้ พัฒ นำ
    • ศักยภำพทั้งของบุคคลโดยส่ วนตัวและของหน่ วยงำนต่ำงๆ จึงได้มีกำรสร้ำงเครื อข่ำยควำมร่ วมมือกับมหำวิทยำลัยชั้นนำของประเทศต่ำงๆ ช่วยกันพัฒนำบทเรี ยนออนไลน์ 2.ระบบบริหารการเรียน เนื่องจำกกำรเรี ยนแบบออนไลน์หรื อ e-learning นั้นเป็ นกำรเรี ยนที่สนับสนุนให้ผเู้ รี ยนได้ศึกษำ เรี ยนรู ้ได้ดวยตัวเอง ระบบบริ หำรกำรเรี ยนที่ทำหน้ำที่เป็ นศูนย์กลำง กำหนดลำดับของเนื้ อหำ ้ในบทเรี ย น นำส่ ง บทเรี ย นผ่ำ นเครื อข่ ำยคอมพิ วเตอร์ ไ ปยัง ผูเ้ รี ย น ประเมิ นผลควำมส ำเร็ จของบทเรี ยน ควบคุม และสนับสนุ นกำรให้บริ กำรทั้งหมดแก่ผูเ้ รี ยน จึงถื อว่ำเป็ นองค์ประกอบของ e- ่learning ที่สำคัญมำก เรำเรี ยกระบบนี้ วำระบบบริ หำรกำรเรี ยน (LMS : e-Learning ManagementSystem) ถ้ำจะกล่ำวโดยรวม LMS จะทำหน้ำที่ต้ งแต่ผเู ้ รี ยนเริ่ มเข้ำมำเรี ยน โดยจัดเตรี ยมหลักสู ตร, ับทเรี ยนทั้งหมดเอำไว้พร้อมที่จะให้ผเู ้ รี ยนได้เข้ำมำเรี ยน เมื่อผูเ้ รี ยนได้เริ่ มต้นบทเรี ยนแล้วระบบจะเริ่ มทำงำนโดยส่ งบทเรี ยนตำมคำขอของผูเ้ รี ยนผ่ำนเครื อข่ำยคอมพิวเตอร์ (อินเทอร์ เน็ต, อินทรำเน็ตหรื อเครื อข่ำยคอมพิวเตอร์ อื่นๆ) ไปแสดงที่ Web browser ของผูเ้ รี ยน จำกนั้นระบบก็จะติดตำมและบันทึกควำมก้ำวหน้ำ รวมทั้งสร้ำงรำยงำนกิจกรรมและผลกำรเรี ยนของผูเ้ รี ยนในทุกหน่วยกำรเรี ยนอย่ำงละเอียด จนกระทังจบหลักสู ตร ่ 3.การติดต่ อสื่ อสาร กำรเรี ยนทำงไกลโดยทัวไปแล้วมักจะเป็ นกำรเรี ยนด้วยตัวเอง โดยไม่ตองเข้ำชั้นเรี ยนปกติ ่ ้ซึ่ งผูเ้ รี ยนจะเรี ยนจำกสื่ อกำรเรี ยนกำรสอนประเภทสิ่ งพิมพ์ วิทยุกระจำยเสี ยง วิทยุโทรทัศน์ และสื่ ออื่น กำรเรี ยนแบบ e-learning ก็เช่นกันถือว่ำเป็ นกำรเรี ยนทำงไกลแบบหนึ่ ง แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้ e-learning มี ควำมโดดเด่ นและแตกต่ำงไปจำกกำรเรี ยนทำงไกลทัวๆไปก็คือกำรนำรู ป แบบกำร ่ติดต่อสื่ อสำรแบบ 2 ทำง มำใช้ประกอบในกำรเรี ยนเพื่อเพิ่มควำมสนใจควำมตื่นตัวของผูเ้ รี ยนที่มีต่อบทเรี ยนให้มำกยิ่งขึ้ น เช่ นในระหว่ำงเรี ยนถ้ำมี คำถำมซึ่ งเป็ นกำรทดสอบย่อยในบทเรี ยนเมื่ อคำถำมปรำกฏขึ้นมำผูเ้ รี ยนก็จะต้องเลื อกคำตอบและส่ งคำตอบกลับมำยังระบบในทันที เหตุกำรณ์ดังกล่ ำวจะทำให้ผูเ้ รี ยนรั กษำระดับควำมสนใจในกำรเรี ยนได้เป็ นระยะเวลำมำกขึ้ น นอกจำกนี้วัตถุประสงค์สำคัญอีกประกำรของกำรติดต่อแบบ 2 ทำงก็คือใช้เป็ นเครื่ องมือที่จะช่วยให้ผเู ้ รี ยนได้ติดต่อ สอบถำม ปรึ กษำหำรื อ และแลกเปลี่ยนควำมคิดเห็นระหว่ำงตัวผูเ้ รี ยนกับครู อำจำรย์ผสอน ู้และระหว่ำงผูเ้ รี ยนกับเพื่อนร่ วมชั้นเรี ยนคนอื่นๆ โดยเครื่ องมือที่ใช้ในกำรติดต่อสื่ อสำรอำจแบ่งได้เป็ น 2 ประเภทดังนี้ - ประเภท real-time ได้แก่ Chat(message, voice) , White board/Text slide , Real-timeAnnotations , Interactive poll , Conferencing และอื่นๆ - ประเภท non real-time ได้แก่ Web-board, e-mail
    • 4.การสอบ/วัดผลการเรียน ่ ่ โดยทัวไปแล้วกำรเรี ยนไม่วำจะเป็ นกำรเรี ยนในระดับใด หรื อเรี ยนวิธีใด ก็ยอมต้องมีกำร ่สอบ/กำรวัดผลกำรเรี ยนเป็ นส่ วนหนึ่ งอยูเ่ สมอ กำรสอบ/วัดผลกำรเรี ยนจึงเป็ นส่ วนประกอบสำคัญที่จะทำให้กำรเรี ยนแบบ e-learning เป็ นกำรเรี ยนที่สมบูรณ์ กล่ำวคือในบำงวิชำจำเป็ นต้องวัดระดับควำมรู ้ ก่อนเข้ำสมัครเข้ำเรี ยน เพื่อให้ผูเ้ รี ยนได้เลื อกเรี ยนในบทเรี ยน หลักสู ตรที่เหมำะสมกับเขำมำกที่สุด ซึ่ งจะทำให้กำรเรี ยนที่จะเกิดขึ้นเป็ นกำรเรี ยนที่มีประสิ ทธิ ภำพสู งสุ ด เมื่อเข้ำสู่ บทเรี ยนในแต่ละหลักสู ตรก็จะมีกำรสอบย่อยท้ำยบท และกำรสอบใหญ่ก่อนที่จะจบหลักสู ตร ระบบบริ หำรกำรเรี ยนจะเรี ยกข้อสอบที่จะใช้มำกจำกระบบบริ หำรคลังข้อสอบ(Test Bank System) ซึ่ งเป็ นส่ วย ่ย่อยที่รวมอยูในระบบบริ หำรกำรเรี ยน (LMS : e-Learning Management System) สำหรับระบบบริ หำรคลังข้อสอบที่ทำงโครงกำรฯได้พฒนำขึ้นมำนั้น มีขีดควำมสำมำรถดังนี้ ั ่ - สอบออนไลน์ผำน Web browser -นำสื่ อมัลติมีเดียมำประกอบในกำรสร้ำงข้อสอบ - กำรรักษำควำมปลอดภัยทั้งในด้ำนกำรรับ-ส่ งข้อสอบ - กำรกำหนดสิ ทธิ กำรใช้งำนระบบทำได้หลำยระดับ - ผูสอนเป็ นผูกำหนดรู ปแบบรำยงำนผลกำรสอบ ้ ้ - กำรนำค่ำทำงสถิติมำวิเครำะห์ผลกำรสอบของผูเ้ รี ยน - สำมำรถวิเครำะห์ตวข้อสอบได้ ัลักษณะสาคัญของ e-Learning สรุ ปลักษณะสำคัญของ e-Learning ได้ดงนี้ ั - Anywhere, Anytime and Anybody คือ ผูเ้ รี ยนจะเป็ นใครก็ได้ มำจำกที่ใดก็ได้ และเรี ยนเวลำใดก็ได้ตำมควำมต้องกำรของผูเ้ รี ยน เพรำะหน่วยงำนได้เปิ ดเว็บไซต์ให้บริ กำรตลอด 24 ัชัวโมง รวมทั้งบริ กำรจัดทำเป็ นชุด CD เพื่อใช้ในลักษณะ Offline ให้กบโรงเรี ยนหรื อสถำนศึกษำที่ ่สนใจ แต่ยงไม่พร้อมในระบบอินเทอร์ เน็ต ั - Multimedia สื่ อที่นำเสนอในเว็บ ประกอบด้วยข้อควำม ภำพนิ่ ง ภำพเคลื่อนไหว และเสี ยง ตลอดจนวีดิทศน์ อันจะช่วยกระตุนกำรเรี ยนรู ้ของผูเ้ รี ยนได้เป็ นอย่ำงดี ั ้ -Non-Linear ผูเ้ รี ยนสำมำรถเลือกเรี ยนเนื้อหำที่นำเสนอได้ตำมควำมต้องกำร -Interactive ด้วยควำมสำมำรถของเอกสำรเว็บที่มีจุดเชื่ อม (Links) ย่อมทำให้เนื้ อหำมี ่ลักษณะโต้ตอบกับผูใช้โดยอัตโนมัติอยูแล้ว และผูเ้ รี ยนยังเพิ่มส่ วนติดต่อกับวิทยำกรผ่ำนระบบเมล์ ้
    • ICQ, Microsoft Messenger และสมุ ดเยี่ยม ทำให้ผูเ้ รี ยนกับวิทยำกรสำมำรถติ ดต่อกันได้อย่ำงรวดเร็ วรู ปแบบการเรียนการสอนแบบ E-Learning 1. Asynchronous Learning เหมำะกับกำรเรี ยนแบบเสริ มคือผูเ้ รี ยนจะมีควำมสนใจเองในบทนั้นแล้วค่อยมำดูนอกเวลำ เป็ นกำรจัดกำรเรี ยนกำรสอน เพื่อให้เกิดกำรเรี ยนกำรสอนแบบ anywhere และ any time คือสำมำรถเรี ยนที่ใดก็ได้ และเรี ยนเวลำใดก็ได้ เป็ นกำรเพิ่มประสิ ทธิ ภำพให้เกิ ดกำรเรี ยนกำรสอนได้ตลอดเวลำ "กำรเรี ยนไม่พร้ อมกัน " จึงมีควำมหมำยถึ ง กรรมวิธีจดสรร ัระบบกำรเรี ยนรู ้ ที่ช่วยให้กำรเรี ยนรู ้ มีปฏิสัมพันธ์ (Interactive Learning) ร่ วมกับกำรเรี ยนรู ้ แบบร่ วมกัน (Collaborative Learning) โดยใช้ทรัพยำกรที่อยูห่ำงไกล (Remote Resource) ที่สำมำรถ ่เข้ำถึงตำมเวลำ และสถำนที่ที่ผเู้ รี ยนมีควำมสะดวก หรื อต้องกำร กำรเรี ยนรู ้อย่ำงมีปฏิสัมพันธ์ หมำยถึง ผูเ้ รี ยนเป็ นผูควบคุมกำรเรี ยน สำมำรถสื่ อสำรได้สอง ้ทำงระหว่ำงผูเ้ รี ยนด้วยกัน ระหว่ำงผูเ้ รี ยนกับผูสอน และบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ้ กำรเรี ย นรู ้ ร่วมกัน หมำยถึ ง กำรเรี ย นรู ้ ที่ ผูเ้ รี ย นที่ มี ระดับควำมสำมำรถในกำรเรี ย นรู้ ที่ต่ำงกัน ทำงำนร่ วมกัน ด้วยสื่ อ e-Learning เช่ น กำรแลกเปลี่ ยนควำมรู ้ ควำมคิดเห็ นร่ วมกันด้วยกระดำนข่ำว กำรแสดงควำมคิดเห็นด้วยกระทูทำงวิชำกำร กำรมอบหมำยงำนเป็ นกลุ่ม เป็ นต้น ้ 2. Synchronous Learning คือ กำรเรี ยนที่เสมือนว่ำนังเรี ยนอยู่ในห้องเรี ยน เป็ นกำร ่จัดกำรเรี ยนกำรสอนที่ตองมี ตำรำงสอน กำหนดสถำนที่ให้อำจำรย์และนิ สิตมำพบกันตำมเวลำที่ ้กำหนดระดับการนา e-Learning ไปใช้ กำรนำ e-Learning ไปใช้ประกอบกำรเรี ยนกำรสอน สำมำรถทำได้ 3 ระดับ ดังนี้ 1.สื่ อ เสริ ม (Supplementary) หมำยถึ ง กำรนำ e-Learning ไปใช้ใ นลัก ษณะสื่ อเสริ มกล่ ำ วคื อ นอกจำกเนื้ อหำที่ ปรำกฏในลักษณะ e-Learning แล้ว ผูเ้ รี ย นยัง สำมำรถศึ กษำเนื้ อหำเดียวกันนี้ ในลักษณะอื่นๆ เช่น จำกเอกสำรประกอบกำรสอน จำกวีดิทศน์ ฯลฯ กำรใช้ e-Learning ัในลักษณะนี้ เท่ำกับ ว่ำผูสอนเพียงต้องกำรจัดหำทำงเลื อกใหม่อีกทำงหนึ่ งส ำหรั บผูเ้ รี ยนในกำร ้เข้ำถึงเนื้อหำเพื่อให้ประสบกำรณ์พิเศษเพิมเติมแก่ผเู ้ รี ยนเท่ำนั้น ่ 2.สื่ อเพิมเติม (Complementary) หมำยถึง กำรนำ e-Learning ไปใช้ในลักษณะเพิ่มเติมจำก ่วิธีกำรสอนในลักษณะอื่นๆ เช่น นอกจำกกำรบรรยำยในห้องเรี ยนแล้ว ผูสอนยังออกแบบเนื้ อหำให้ ้
    • ผูเ้ รี ยนเข้ำไปศึกษำเพิ่มเติมจำก e-Learning ในควำมคิดของผูเ้ ขียนแล้ว ในประเทศไทย หำกสถำบัน ัใดต้องกำรที่จะลงทุนในกำรนำ e-Learning ไปใช้กบกำรเรี ยนกำรสอนตำมปกติ (ที่ไม่ใช่ทำงไกล)แล้ว อย่ำงน้อยควรตั้งวัตถุประสงค์ในลักษณะของสื่ อเพิ่มเติมมำกกว่ำ แค่เป็ นสื่ อเสริ ม เช่น ผูสอน้จะต้องให้ผเู ้ รี ยนศึกษำเนื้ อหำจำก e-Learning เพื่อวัตถุ ประสงค์ใดวัตถุประสงค์หนึ่ ง เป็ นต้น ทั้งนี้เพื่อให้เหมำะสมกับลักษณะของผูเ้ รี ยนในบ้ำนเรำ ซึ่ งยังต้องกำรคำแนะนำจำกครู ผสอน รวมทั้งกำร ู้ที่ผเู ้ รี ยนส่ วนใหญ่ ยังขำดกำรปลูกฝังให้มีควำมใฝ่ รู้โดยธรรมชำติ 3.สื่ อหลัก (Comprehensive Replacement) หมำยถึง กำรนำ e-Learning ไปใช้ในลักษณะแทนที่กำรบรรยำยในห้องเรี ยน ผูเ้ รี ยนจะต้องศึกษำเนื้ อหำทั้งหมดออนไลน์ ในปั จจุบน e-Learning ัส่ วนใหญ่ในต่ำงประเทศจะได้ รับกำรพัฒนำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในกำรใช้เป็ นสื่ อหลักแทนครู เพื่อสอนทำงไกล ด้วยแนวคิ ดที่ ว่ำมัลติ มีเดี ยที่ นำเสนอทำงe-Learning สำมำรถช่ วยในกำรถ่ำยทอดเนื้อหำได้ใกล้เคียงกับกำรสอนจริ งของครู ผสอน ู้ระดับการถ่ ายทอดเนือหา ้ สำหรับ e-Learning แล้ว กำรถ่ำยทอดเนื้อหำสำมำรถแบ่งได้คร่ ำวๆ เป็ น 3 ระดับ คือ 1.ระดับเน้ นข้ อความออนไลน์ (Text Online) หมำยถึง เนื้ อหำของ e-Learning ในระดับนี้จะอยู่ในรู ปของข้อควำมเป็ นหลักซึ่ งจะเหมื อนกับกำรสอนบนเว็บ (WBI) ซึ่ งเน้นเนื้ อหำที่ เป็ นข้อควำมและตัวอักษรเป็ นหลัก ซึ่ งมีขอดีคือ ประหยัดเวลำและค่ำใช้จ่ำยในกำรผลิตเนื้ อหำและกำร ้บริ หำรจัดกำรหลักสู ตร 2.ระดับรายวิชาออนไลน์ เชิงโต้ ตอบและประหยัด (Low Cost Interactive Online Course) ่หมำยถึง เนื้อหำของ e-Learning ในระดับนี้ จะอยูในรู ปของตัวอักษร ภำพ เสี ยง และวีดิทศน์ ที่ผลิต ัขึ้นมำอย่ำงง่ำยๆ ประกอบกำรเรี ยนกำรสอน e-Learning ในระดับนี้ จะต้องมีกำรพัฒนำระบบกำรบริ หำรหลัก สู ตรที่ดี เพื่อช่วยผูใช้ในกำรปรับเนื้อหำให้ทนสมัยได้โดยสะดวก ้ ั 3.ระดับรายวิชาออนไลน์ คุณภาพสู ง (Hight Quality Online Course ) หมำยถึง เนื้ อหำ ่ของ e-Learning ในระดับนี้จะอยูในรู ปของมัลติมีเดียที่มีลกษณะมืออำชีพ กล่ำวคือ กำรผลิต ต้องใช้ ัใช้ทีมงำนในกำรผลิ ตที่ ประกอบด้วย ผูเ้ ชี่ ยวชำญเนื้ อหำ ผูเ้ ชี่ ยวชำญกำรออกแบบกำร สอนและผูเ้ ชี่ ย วชำญกำรผลิ ต มัล ติ มี เ ดี ย ซึ่ งหมำยถึ ง โปรแกรมเมอร์ นัก ออกแบบกรำฟฟิ ก และ /หรื อผูเ้ ชี่ยวชำญในกำรผลิตแอนิ เมชัน (animation experts) เป็ นต้น e-Learning ในลักษณะนี้ จะต้องมีกำร ่ใช้เครื่ องมือ เพิ่มเติมในกำรผลิต และเรี ยกดูเนื้อหำด้วย
    • ทรัพยากรการเรียน ทรั พ ยำกรกำรเรี ย นใน E-Learning เป็ นทรั พ ยำกรที่ อ ยู่ห่ำ งไกลจำกผูเ้ รี ย น แบ่ ง เป็ นทรัพยำกรบุคคล (People) และสื่ อกำรเรี ยน (Learning Materials) กำรเข้ำถึ งทรั พยำกรดังกล่ ำ วเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีบนอินเทอร์ เน็ตที่ได้มีกำรพัฒนำให้มีกำรใช้ที่ไม่ยงยำกหรื อซับซ้อน ุ่ 1. การเข้ าถึงทรัพยากรบุคคลทีอยู่ห่างไกล ใช้เทคโนโลยีกำรติดต่อสื่ อสำรผ่ำนอินเทอร์ เน็ต ่ซึ่ งปั จจุบนได้มีกำรพัฒนำซอฟต์แวร์ หลำยชนิ ดที่ช่วยในกำรติดต่อสื่ อสำรที่มองเห็นภำพและได้ยิน ัเสี ยง ตั้งแต่ 2 คน จนถึงหลำยคน พ่วงด้วยเครื่ องมือที่ให้บริ กำรอีกหลำยอย่ำง เช่น กำรถ่ำยโอนแฟ้ มกำรโทรศัพท์ติดต่อ กำรใช้โปรแกรมร่ วมกันกำรสนทนำ และกำรเขียนไวท์บอร์ ดอิเล็กทรอนิ กส์โปรแกรมที่นิยมใช้ในลักษณะดังกล่ำวได้แก่ ICQ และ NetMeeting 2. การเข้ าถึ งทรั พ ยากรที่เป็ นสื่ อการเรี ยนรู้ อำจเป็ นสื่ อกำรเรี ย นที่ ผูส อนไว้ในโฮมเพจ ้รำยวิชำ หรื อจำกกำรค้นคว้ำเองด้วยกลไกสื บค้นข้อมูล (Search Engine) เพื่อเข้ำแหล่งสำรสนเทศต่ำงๆ โฮมเพจรำยวิชำ จะเป็ นแหล่งสำหรับกำรติดต่อระหว่ำงผูสอนกับผูเ้ รี ยน และผูเ้ รี ยนกับผูเ้ รี ยน ้ทำให้รับทรำบแผนกำรเรี ยนกำรสอน ทั้งในด้ำนวัตถุ ประสงค์ สังเขปวิชำ หัวข้อวิชำ สื่ อกำรเรี ยนกำรสอน และกำรวัดและกำรประเมินผล โดยทัวไปโฮมเพจรำยวิชำมักมีส่วนประกอบดังนี้ คือ ่ -แผนกำรเรี ยนกำรสอน (Course Syllabus) -เอกสำรคำสอน (Lecture Notes) -บทเรี ยนช่วยสอน (Tutorials) -งำนมอบหมำย (Homework Assignments) -สไลด์อิเล็กทรอนิกส์ (Slides Electronic) -สื่ อมัลติมีเดีย(Multimedia Presentation) -บทเรี ยนมัลติมีเดียปฎิสัมพันธ์ (Interactive Multimedia Courseware) -บทเรี ยนไฮเปอร์มีเดีย (Hypermedia Courseware) -ห้องสมุดเสมือนจริ ง (Virtual Library) -หนังสื ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Books) -กำรทดสอบย่อยผ่ำนเว็บ (Web Quizzes) -กำรทำแบบฝึ กหัดผ่ำนเว็บ (Web Exercises) -สื่ อประเภทวิดีโอหรื อเสี ยง (Video of Audio Materials) -สำรสนเทศบนเว็บ บนซีดีรอม และโฮมเพจอื่นๆ
    • สื่ ออิเล็กทรอนิกส์ ทใช้ ใน E-Learning ี่ สื่ ออิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ใน E-Learning มีหลำยรู ปแบบ ดังนี้ 1. บทเรี ยนคอมพิว เตอร์ บนเว็บ เป็ นสื่ อที่ พฒนำด้วยโปรแกรมประเภท Authoringเช่ น ัToolbook, Director และ Authorware นำมำใช้บนเว็บโดยผ่ำนกระบวนกำรบีบอัดหรื อกำรกระจำยให้เป็ นแฟ้ มขนำดเล็กหลำยแฟ้ ม 2. สไลด์ อิเล็กทรอนิกส์ เป็ นสื่ อที่พฒนำด้วยโปรแกรมบนวินโดว์ และให้เรี ยกดู ผ่ำนเว็บ ัหรื อแปลงเป็ นแฟ้ มที่ดูได้บ นเว็บ นิ ยมใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint ในกำรพัฒนำสื่ อลักษณะนี้ 3. หนังสื ออิเล็กทรอนิกส์ เป็ นสื่ อที่มีรูปเล่มและองค์ประกอบของเล่มหนังสื อครบถ้วน เป็ น ่สื่ อที่นิยมจัดทำให้อยูในรู ปของแฟ้ มในสกุล Pdf และใช้โปรแกรม Acrobat Reader ของ Adobe ในกำรอ่ำน 4. แผ่ นใสอิเล็กทรอนิกส์ เป็ นกำรจัดทำสื่ อที่ อยู่ในรู ปแผ่นใส หรื อเอกสำรประกอบกำร ่สอนอื่นๆ ให้เป็ นแฟ้ มที่อยูในสกุล pdf โดยกำรสแกนหรื อกำรเปลี่ยนแปลงรู ปแบบแฟ้ มเอกสำร ่ 5. เอกสารคาสอนอิเล็กทรอนิกส์ (Lecture Note) อำจจัดทำให้อยูในรู ปเอกสำรในสกุล docหรื อ pdf หรื อ html และเรี ยกดูดวยโปรแกรมที่ใช้เรี ยกดูแฟ้ มสกุลนั้นๆ ้ 6. เทปเสี ยงคาสอนดิจิตอล จัดทำโดยใช้เทคโนโลยี RealAudio เพื่อให้เรี ยกฟั งเสี ยงในลักษณะรับฟังได้ในทันทีไม่ตองเสี ยเวลำในกำรรอกำรถ่ำยโอนแฟ้ มนำน ้ 7. วิดีโอเทปดิจิตอล จัดทำโดยใช้เทคโนโลยี RealVideo เพื่อให้เรี ยกภำพวิดีโอในลักษณะรับชมได้ทนที ไม่ตองเสี ยเวลำในกำรรอกำรถ่ำยโอนแฟ้ มนำน ั ้ 8. เอกสารไฮเปอร์ เท็ ก ซ์ และไฮเปอร์ มีเดี ย เป็ นสื่ อที่ จด ท ำโดยใช้ภำษำ HTML หรื อ ัโปรแกรมช่ วยสร้ ำงเว็บเพจ ทั้งที่จดทำเองและผูอื่นจัดทำ แล้วเชื่ อมโยงไปยังแหล่งนั้นแหล่งรวม ั ้โฮมเพจรำยวิชำในเว็บแหล่งหนึ่ งที่รวบรวมโฮมเพจรำยวิชำจำกที่ต่ำงๆ ทัวโลกคือ World Lecture ่Hall มีเว็บไซต์ชื่อ http://www.utexas.edu/world/lecture/ 9. วารสารและนิตยสารอิเล็กทรอนิกส์ เป็ นสื่ อที่มีองค์กรจัดทำและเผยแพร่ ทำงอินเทอร์ เน็ตมีท้ งที่ตองสมัครเป็ นสมำชิก และให้บริ กำรเป็ นสำธำรณะ ั ้
    • บทบาทผู้สอนและผู้เรียนใน E-Learning บทบำทของผูส อนใน E-Learning จะเปลี่ ย นไปเป็ นผูใ ห้ค ำแนะนำ (Guide) เป็ นผูฝึก ้ ้ ้(Coach) เป็ นผูอำนวยควำมสะดวก (Facilitator) และเป็ นพี่เลี้ ยง (Mentor) ต่อกระบวนกำรเรี ยนรู ้ ้ของผูเ้ รี ยน ในขณะที่บทบำทของผูเ้ รี ยนจะเปลี่ยนแปลงจำกกำรเป็ นผูรับ มำเป็ นผูสำรวจสำรสนเทศ ้ ้ผูคิด ผูลงมือปฏิบติ ในลักษณะเรี ยนรู ้ร่วมกันกับผูเ้ รี ยนคนอื่นอย่ำงมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน ้ ้ ัประโยชน์ ของ e-Learning 1. ช่วยลดกำรติด F ของนักศึกษำ 2. ช่วยนักเรี ยนที่ไม่เข้ำเรี ยน ให้ติดตำมเนื้อหำ ได้ระดับหนึ่ง 3. ช่วยนักเรี ยนที่นงหลับในห้อง ให้ทบทวนได้ในภำยหลัง ั่ 4. ช่วยให้นกศึกษำมีประสบกำรณ์จำกแบบฝึ กหัดมำกขึ้น ั 5. ช่วยให้อำจำรย์เตรี ยมสอน และเก็บเอกสำรเป็ นระบบ เชิงวิชำกำร 6. ช่วยแนะนำแหล่งข้อมูล สำหรับวิชำที่สอน ได้อีกมำกมำย 7. เพิ่มประสิ ทธิ ภำพกำรเรี ยนกำรสอน 8. เป็ นกำรเปิ ดโอกำสให้บุคลำกรที่มีภำระงำนประจำหรื อมีครอบครัวที่ตองดูแล สำมำรถ ้เรี ยนรู ้ที่ใดเมื่อใดก็ได้โดยไม่มีอุปสรรคในข้อจำกัดของสถำนที่และเวลำ (asynchronous learning)เป็ นกำรเรี ยนตำมอัธยำศัยอันก่อให้เกิดกำรเรี ยนรู ้ตลอดชีวต (lifelong learning) ิ 9. เป็ นกำรเรี ยนกำรสอนที่ยึดผูเ้ รี ยนเป็ นศูนย์กลำง (student/learner center) ผูสอนเป็ น ้ผูจดกำร (facilitator) ให้เกิดกำรเรี ยนรู ้ ้ั 10. เป็ นกำรขยำยโอกำสทำงกำรศึกษำระดับอุดมศึกษำ(outreach education)อย่ำงมีคุณภำพ
    • ข้ อดีและข้ อเสี ยของ e-Learning ข้ อดี 1. e-Learning ถื อได้ว่ำเป็ นกำรปรั บกระบวนทัศน์ใหม่ (New Paradigm Shift) ทำงกำรศึกษำ เพรำะ e-Learning สำมำรถนำไปใช้เพื่อพัฒนำกำรเรี ยนกำรสอนให้มีประสิ ทธิ ภำพและ ่ ้ประสิ ทธิ ผลยิงขึ้น ประโยชน์ของ e-Learning มีอยูดวยกันหลำยประกำร ดังรำยละเอียดต่อไปนี้ ่ 2. e-Learning ช่ วยให้กำรจัดกำรเรี ยนกำรสอนมีประสิ ทธิ ภำพยิ่งขึ้น งำนวิจยหลำยชิ้ น ัสนับสนุ น เนื้ อหำกำรเรี ยนซึ่ งถูกถ่ำยทอดผ่ำนทำงมัลติมีเดียซึ่ งสำมำรถทำให้ผเู ้ รี ยนเกิ ดกำรเรี ยนรู ้ได้ดีกว่ำกำรเรี ยนจำกสื่ อข้อควำมแต่เพียงอย่ำง เดียว ดังนั้นหำกจะเปรี ยบ e-Learning กับกำรสอนที่ ้ ั ั ่ ัเน้นกำรบรรยำยในลักษณะ Chalk and Talk ซึ่ งผูสอนในปั จจุบนยังคงใช้กนอยูน้ น e-Learning ที่ได้รับกำรออกแบบและผลิ ต อย่ำงมีระบบจะช่ วยให้ผเู ้ รี ยนเกิ ดกำรเรี ยนรู ้ ได้อย่ำงมีประสิ ทธิ ภำพมำกกว่ำ นอกจำกในด้ำน ของประสิ ทธิ ภำพทำงกำรเรี ยนอันเกิ ดจำกสื่ อแล้ว ในด้ำนของระบบ e-Learning ยังมีกำร จัดหำเครื่ องมือ ซึ่ งทำให้ผสอนสำมำรถตรวจสอบควำมก้ำวหน้ำของพฤติกรรม ู้กำรเรี ยน ของผูเ้ รี ยนได้อย่ำงละเอียดและตลอดเวลำ 3. e-Learning จะมีกำรใช้เทคโนโลยีสื่อหลำยมิติ (Hypermedia) ซึ่งเป็ นกำรเชื่อมโยงข้อมูลไม่วำจะเป็ นในรู ปของข้อควำม ภำพนิ่ ง เสี ยง กรำฟฟิ ก วีดีทศน์ ภำพเคลื่อนไหว ที่เกี่ยวเนื่ องกันเข้ำ ่ ัไว้ดวยกันในลักษณะที่ ผูใช้สำมำรถเข้ำถึงข้อมูลในลักษณะที่เป็ นอิสระ (Non-Linear) เพื่อควำม ้ ้สะดวกในกำรเข้ำถึงข้อมูลของผูใช้ กำรประยุกต์ใช้สื่อหลำยมิติ นี้ ก็เพื่อให้สำมำรถใช้เป็ นวิธี กำร ้นำเสนอควำมรู ้ สำหรั บสื่ อกำรเรี ยนกำรสอนที่ มีประสิ ทธิ ภำพ ทั้งนี้ เนื่ องจำกกำรใช้สื่อหลำยมิ ติสำมำรถนำเสนอเนื้ อหำในลักษณะของกรอบควำมคิดแบบใยแมงมุม (Web Framework) ซึ่ งเป็ นกรอบ ควำมคิ ดที่ เชื่ อว่ำจะมี ลกษณะที่ คล้ำยคลึ งกันกับวิธีที่มนุ ษย์จดระบบควำมคิ ดภำยในจิ ตใจ ั ัดังนั้นผูเ้ รี ยนที่เรี ยนจำก e-Learning จะสำมำรถควบคุมกำรเรี ยนของตนได้และย่อมจะได้รับควำมรู ้และมีกำรจดจำได้ดีข้ ึน 4. e-Learning ทำให้ผเู้ รี ยนสำมำรถเรี ยนรู้ได้ตำมจังหวะของตน ผูเ้ รี ยนสำมำรถควบคุมกำรเรี ยนของตนในด้ำนของลำดับกำรเรี ย น ตำมพื้นฐำนควำมรู ้ ควำมถนัดและควำมสนใจของตนผูเ้ รี ยนสำมำรถเลือกเรี ยนเฉพำะเนื้ อหำส่ วนที่ตองกำรทบทวน โดยไม่ตองเรี ยนในส่ วนที่เข้ำใจแล้ว ้ ้ซึ่งในลักษณะนี้ ถือเป็ นกำรให้อิสระแก่ผเู ้ รี ยนในกำรควบ คุมกำรเรี ยนของตน 5.e-Learning เอื้อให้กำรโต้ตอบ (interaction) ที่หลำกหลำย ไม่ว่ำจะเป็ น กำรโต้ตอบกับเนื้อหำ กำรโต้ตอบกับครู ผสอนและเพื่อน หลักสู ตรที่ได้รับกำรออกแบบมำ อย่ำงดีน้ นจะเอื้อให้เกิด ู้ ัปฏิ สัมพันธ์ระหว่ำงผูเ้ รี ยนกับเนื้ อหำได้อย่ำงมีประสิ ทธิ ภำพ ตัวอย่ำง เช่ น กำรออกแบบเนื้ อหำใน ่ลักษณะเกม หรื อ กำรจำลอง เป็ นต้น เรำทรำบกันดีวำ กำรเรี ยน กำรสอนที่ดีท่ีสุดคือ กำรเรี ยนกำร
    • สอนที่เปิ ดโอกำสให้ผเู ้ รี ยนได้โต้ตอบกับผูสอน หรื อกับ ผูเ้ รี ยนอื่นๆ มำกที่สุด เพรำะกำรเรี ยนใน ้ลักษณะนี้ผสอนจะสำมำรถตอบปั ญหำ และคำถำม ต่ำงๆ ของผูเ้ รี ยนได้ทนที่ นันคือ e-Learning ให้ ู้ ั ่โอกำสผูเ้ รี ย นในกำรโต้ตอบกับ ครู ผูส อน และ/หรื อกำรได้รับ ผลป้ อนกลับ ทั้ง ในเวลำเดี ย วกัน ้(Synchronous) เช่ น กำรสนทนำ (Chat) กำรออกอำกำศสด และต่ำงเวลำกัน (Asynchronous) เช่ นกำรทิ้งข้อควำมไว้บนกระดำนข่ำว 6. e-Learning ส่ งเสริ มให้เกิดกำรเรี ยนรู ้ทกษะใหม่ๆ รวมทั้งเนื้ อหำที่มีควำมทันสมัย และ ั ่ตอบสนองต่อเรื่ องรำวต่ำงๆ ในปั จจุบนได้อย่ำงทันท่วงที เพรำะกำรที่เนื้ อหำกำรเรี ยนอยูในรู ปของ ัข้อควำมอิเล็กทรอนิ กส์ (e-text) ซึ่ งได้แก่ ขอควำมที่ได้รับกำรจัดเก็บ ประมวลผล นำเสนอ และ ้เผยแพร่ ทำงคอมพิวเตอร์ ทำให้มีขอได้เปรี ยบสื่ ออื่นๆ หลำยประกำร โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งด้ำนของ ้ควำมสำมำรถในกำร ปรั บ ปรุ ง เนื้ อหำสำรสนเทศให้ท น สมัย ได้ตลอดเวลำ กำรเข้ำ ถึ ง ข้อมู ล ที่ ัต้องกำรด้วยควำม สะดวกและรวดเร็ ว และควำมคงทนของข้อมูล 7. e-Learning ถือเป็ นรู ปแบบกำรเรี ยนที่สำมำรถจัดกำรเรี ยนกำรสอนให้แก่ผูเ้ รี ยนในวงกว้ำงขึ้น เพรำะผูเ้ รี ยนที่ใช้กำรเรี ยนลักษณะ e-Learning จะไม่มีขอจำกัดในด้ำนกำรที่จะต้องเดินทำง ้มำศึกษำในเวลำใดเวลำหนึ่ งและสถำนที่ใดสถำนที่หนึ่ ง ดังนั้น e-Learning จึงสำมำรถนำไปใช้เพื่อสนับสนุ นกำรเรี ยนรู ้ตลอดชี วิตได้ดวยและยิ่งไปกว่ำนั้น เรำสำมำรถนำ e-Learning ไปใช้เพื่อเปิ ด ้โอกำสสำหรับผูเ้ รี ยนที่ขำดโอกำสในกำรศึกษำในระดับอุดมศึกษำได้เป็ นอย่ำงดี ซึ่ งจำกงำนวิจยใน ัประเทศไทย พบว่ำ ยังมีผเู ้ รี ยนที่ขำดโอกำสในกำรศึกษำขั้นอุดมศึกษำ อันเนื่ องมำจำกข้อจำกัดของ ่สถำบันกำรศึกษำที่จำกัดจำนวนในกำรรับผูเ้ รี ยนอยูอีกเป็ นจำนวนมำก และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่ อยๆ ในอี กทศวรรษข้ำงหน้ำ ซึ่ งกำรจัดกำรเรี ยนกำรสอนสำหรับผูเ้ รี ยนจำนวนที่มำกขึ้น โดยมีค่ำใช้จ่ำยเท่ำเดิม ก็เท่ำกับเป็ นกำรลดต้นทุนในกำรจัดกำรศึกษำนั้นๆ ข้ อเสี ย 1.กำรไม่ทำควำมเข้ำใจให้ถ่องแท้ถึงควำมหมำย วิธีกำร รวมไปถึงรู ปแบบ ระดับกำรใช้งำนและเทคโนโลยีที่เกี่ ยวข้องกับ e-Learning และนำไปใช้ (implement) ตำมกระแสควำมนิ ยม ก็อำจส่ ง ผลทำงลบแทนที่ จะมี ข ้อดี ดง ที่ ก ล่ ำ วมำแล้ว ตัวอย่ำงเช่ น ผูส อนที่นำ e-Learning ไปใช้ใ น ั ้ลักษณะของสื่ อเสริ ม โดยไม่ปรั บเปลี่ ยนวิธีกำรสอนเลย กล่ ำวคือ ผูสอนใช้แต่วิธีบรรยำยในทุ ก ้เนื้ อหำและสั่งให้ผเู ้ รี ยนไปทบทวนจำก e-Learning หำก e-Learning ไม่ได้ออกแบบให้จูงใจผูเ้ รี ยนแล้ว ผูเ้ รี ย นก็ คงใช้อยู่พก เดี ยวก็ เลิ กไปเพรำะไม่ มีแรงจู งใจใดๆ ในกำรไปใช้ e-Learning ก็จะ ักลำยเป็ นกำรลงทุนที่ไม่คุมค่ำแต่อย่ำงใด ้ 2.กำรลงทุ นในด้ำ น e-Learning จะต้องครอบคลุ มถึ งกำรจัดกำรให้ผูส อนและผูเ้ รี ย น ้สำมำรถเข้ำถึงเนื้ อหำ หรื อกำรติดต่อสื่ อสำรออนไลน์ได้สะดวก สำหรับ e-Learning แล้ว ผูสอน ้
    • และผูเ้ รี ยนที่ใช้รูปแบบกำรเรี ยนในลักษณะนี้ตองมีสิ่ง อำนวยควำมสะดวก (facilities) ต่ำงๆ ในกำร ้เรี ยนที่พร้อมเพรี ยงและมีประสิ ทธิ ภำพ เช่น ผูสอนและผูเ้ รี ยนสำมำรถติดต่อสื่ อสำรกับผูอื่นได้ และ ้ ้สำมำรถเรี ยกดูเนื้อหำโดยเฉพำะอย่ำง ยิ่งในลักษณะมัลติมีเดีย ได้ครบถ้วย ด้วยควำมเร็ วพอสมควรเพรำะหำกปรำศจำกข้อได้เปรี ยบ ในกำรติดต่อสื่ อสำรและกำรเข้ำถึงแหล่งเนื้ อหำได้สะดวก รวมทั้งข้อได้เปรี ยบสื่ ออื่นๆ ในด้ำนลักษณะของกำรนำเสนอเนื้อหำ เช่น มัลติมีเดียแล้ว ผูเ้ รี ยนและผูสอนก็ ้อำจไม่เห็นควำม จำเป็ นใดๆ ที่จะต้องใช้ e-Learning 3. กำรออกแบบ e-Learning ที่ ไ ม่ เ หมำะสมกั บ ลัก ษณะของผู ้เ รี ยน เช่ น ผู ้เ รี ยนระดับอุดมศึกษำ ในบ้ำนเรำ ซึ่ งส่ วนใหญ่อยู่ในวัยรุ่ น e-Learning จะต้องได้รับกำรออกแบบตำมหลัก จิตวิทยำกำรศึกษำ กล่ำวคือ ต้องเน้นกำรออกแบบให้มีกิจกรรมกำรโต้ตอบอยูตลอดเวลำ ไม่วำ ่ ่ ่ ัจะอยูกบเนื้อหำเอง กับผูเ้ รี ยนอื่นๆ หรื อกับผูสอนก็ตำม นอกจำกนั้นแล้ว กำรออกแบบกำรนำเสนอ ้เนื้ อหำทำงคอมพิวเตอร์ นอกจะต้องเน้นให้เนื้ อหำมี ควำมถู กต้อง และชัดเจน ยังคงต้องเน้นให้มีควำมน่ ำ สนใจ สำมำรถดึ ง ดู ดควำมสนใจของผูเ้ รี ย นได้ เช่ นกำรออกแบบกำรนำเสนอโดยใช้มัลติ มีเดี ย รวมทั้ง กำรนำเสนอเนื้ อหำในลักษณะ (non-linear) ซึ่ งผูเ้ รี ยนสำมำรถเลื อกที่จะเรี ย นเนื้อหำใดก่อนหรื อหลังได้ตำมควำมต้องกำร 4. ไม่สำมำรถรับรู ้หรื อสื่ อ ควำมรู ้สึก ปฏิกิริยำ อำรมณ์ ที่แท้จริ งของผูเ้ รี ยนและผูสอน ้ 5. ผูเ้ รี ยน และผูสอน จะต้องมีควำมพร้อมในกำรใช้คอมพิวเตอร์ และอินเทอร์ เน็ต ทั้งด้ำน ้อุปกรณ์ ทักษะกำรใช้งำน
    • รู ปแบบด้ านการพาณิชย์ ของ e-Learning ในปัจจุบัน (ทุกแบบ มีเหตุผลรองรับ ที่สมเหตุสมผล ตำมกำรเลือกของผูใช้) ้ แบบที่ 1 : ฟรี ไม่มีระบบสมำชิก แนวคิด - ชีวตนี้คือกำรให้ เช่น ิ http://www.thaiall.com http://www.uni.net.th/html_file/Dtl/dtl_CW44.htm แบบที่ 2 : ฟรี มีระบบสมำชิก แนวคิด - ชีวตนี้คือกำรให้ แต่ผรับต้องเปิ ดเผยตัว เช่น ิ ู้ http://course.yonok.ac.th http://www.ram.edu แบบที่ 3 : ฟรี เฉพำะสมำชิกในองค์กำร แนวคิด - ผลงำนที่มีประโยชน์ของครู ให้เฉพำะนักเรี ยนในโรงเรี ยน เช่น http://cmuonline.chiangmai.ac.th http://www.lcct.ac.th/computer/neted_newS3/ แบบที่ 4 : ไม่ฟรี แนวคิด - ไม่มีอะไรฟรี เพรำะท้องอิ่มสมองจึงจะแล่น เช่น http://www.thai2learn.com http://www.chulaonline.com แบบที่ 5 : รับจ้ำงพัฒนำ แนวคิด - ระบบที่สมบูรณ์ตองสร้ำงโดยมืออำชีพ เช่น ้ http://www.sumsystem.com http://www.blackboard.com
    • ข้ อคานึงในการจัดการเรียนการสอนผ่ านเว็บกำรจัดกำรเรี ยนกำรสอนผ่ำนเว็บ ควรคำนึงถึงประเด็นต่ำงๆ ต่อไปนี้ 1. ความพร้ อมของอุปกรณ์ และระบบเครือข่ าย เนื่ องด้วยกำรเรี ยนกำรสอนผ่ำนเว็บ เป็ นกำรปรั บเนื้ อหำเดิ มสู่ รูปแบบใหม่ จำเป็ นต้องมีเครื่ องมือ อุปกรณ์ และระบบเครื อข่ำยที่พร้อมและสมบูรณ์ เพื่อให้ได้บทเรี ยนดิ จิตอลที่มีคุณภำพและทันต่อควำมต้องกำรเรี ยน ผูเ้ รี ยนสำมำรถเลื อกเวลำเรี ยนได้ทุกช่ วงเวลำตำมที่ตองกำร ซึ่ งใน ้ประเทศไทยพบว่ำมีปัญหำในด้ำนนี้มำก โดยเฉพำะในเขตนอกเมืองใหญ่ 2. ทักษะการใช้ คอมพิวเตอร์ และอินเทอร์ เน็ต ผูเ้ รี ยนและผูสอน ต้องมี ควำมรู ้ และทักษะทั้งด้ำนคอมพิวเตอร์ และเครื อข่ำยอินเทอร์ เน็ ต ้พอสมควร โดยเฉพำะผูสอนจำเป็ นต้องมีทกษะอื่นๆ ประกอบเพื่อสร้ำงเว็บไซต์กำรสอนที่น่ำสนใจ ้ ั ัให้กบผูเ้ รี ยน 3. ความพร้ อมของผู้เรียน ผูเ้ รี ย นจะต้องมี ค วำมพร้ อมทั้ง ทำงจิ ตใจ และควำมรู ้ คื อ จะต้องยอมรั บ ในเทคโนโลยีรู ปแบบนี้ ยอมรับกำรเรี ยนด้วยตนเอง มีควำมกระตือรื อร้น ตื่นตัว ใฝ่ รู ้ มีควำมรับผิดชอบ กล้ำแสดงควำมคิดเห็นและศึกษำควำมรู ้ใหม่ๆ 4. ความพร้ อมของผู้สอน ผูส อนจะต้องเปลี่ ย นบทบำทจำกผูแนะนำ มำเป็ นผูอำนวยควำมสะดวก ยึดผูเ้ รี ย นเป็ น ้ ้ ้ศูนย์กลำง กระตุนให้ผูเ้ รี ยนเกิ ดควำมอยำกรู ้อยำกเห็ น อยำกเรี ยนรู ้ กระตุนกำรทำกิ จกรรม เตรี ยม ้ ้เนื้ อหำและแหล่งค้นคว้ำที่มีคุณภำพ รวมทั้งควำมพร้ อมด้ำนกำรใช้คอมพิวเตอร์ กำรผลิตบทเรี ยนออนไลน์ และกำรเผยแพร่ บทเรี ยนผ่ำนเครื อข่ำยอินเทอร์ เน็ต 5. เนือหา บทเรียน ้ เนื้ อหำ บทเรี ยนจะต้องเหมำะสมกับผูเ้ รี ยนให้มำกกลุ่มที่สุด มีหลำกหลำยให้ผูเ้ รี ยนแต่ละกลุ่มเลือกเรี ยนได้ดวยตนเอง มีกิจกรรมวัตถุประสงค์ที่ชดเจน เลือกใช้สื่อกำรสอนที่เหมำะสม และ ้ ัเหมำะสมกับควำมพร้อมของเทคโนโลยี กำรลำดับเนื้อหำไม่ซบซ้อน ไม่ก่อให้เกิดควำมสับสน ระบุ ัแหล่งค้นคว้ำอื่นๆ ที่เหมำะสม
    • บรรณานุกรมไชยยศ เรื องสุ วรรณ. (2003). การเรี ยนการสอนใน E-Learning. ค้นข้อมูล วันที่ 1 พฤศจิกำยน 2548, จำก http://vod.msu.ac.th/0503409/2_7_1.htmถนอมพร เลำหจรัสแสง. (2544). E-Learning ทำงเลือกใหม่ของกำรศึกษำในยุคสำรสนเทศ. วารสารสสวท. 15(115), 36-45.บวร เทศำริ นทร์ . (2547). นวัตกรรมการศึกษาและเทคโนโลยีทางการศึกษา. ค้นข้อมูล วันที่ 1 พฤศจิกำยน 2548, จำก http://school.obec.go.th/sup_br3/t_1.htmไม่มีปรำกฎชื่อผูแต่ง. (2548). อีเลิร์นนิ่ง กำรศึกษำสำยใหม่โอกำสที่ร่วมสมัย. ผู้ส่งออก. 18(418), ้ 39-45.ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ แห่งชำติ nectec. (มปป). E-Learning. ค้นข้อมูล วันที่ 1 พฤศจิกำยน 2548, จำก http://www.nectec.or.th/courseware/cai/0018.htmlสมโชค ภำคคำ. (มปป). ความหมายของ E-Learning. ค้นข้อมูลวันที่ 1 พฤศจิกำยน 2548, จำก http://www.nrru.ac.th/article/Project/elearn.htmlThaiairlines Biz & Travel Co., Ltd. (2544). E-Learning. ค้นข้อมูลวันที่ 1 พฤศจิกำยน 2548, จำก http://student.thaiairline.com/elearn_main.asp