หลักสูตรคณิตศาสตร์ของประเทศจีน

2,066 views
1,749 views

Published on

Published in: Education
0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
2,066
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
51
Actions
Shares
0
Downloads
40
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

หลักสูตรคณิตศาสตร์ของประเทศจีน

  1. 1. หลักสูตรคณิตศาสตร์ ของประเทศจีน Mathematics curriculum of China 中國的數學課程
  2. 2. จัดทาโดย 目 录 นางสาวสุพรรณี ดงแสนแก้ว นางสาวกัลยาณี หนูพัด นางสาวปัทมา ทัพพันธุ์ รหัสนิสิต 55990039 รหัสนิสิต 55990041 รหัสนิสิต 55990042
  3. 3. การจัดการศึกษาของสาธารณรัฐประชาชนจีน การศึกษาจีนยึดหลักการ “การศึกษาต้องพัฒนาสู่ความทันสมัย เปิดสู่โลกและ อนาคต” ตามคากล่าวของนายเติ้ง เสี่ยวผิง อดีตประธานาธิบดีของจีน ที่กล่าวไว้เมื่อปี ค.ศ. 1983 之一
  4. 4. ระบบการศึกษาของจีน (CHINA'S EDUCATIONAL SYSTEM) จีน มีระบบการศึกษาที่สมบูรณ์แบบ มีสถานศึกษาทั้งในอนุบาล ประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา มหาวิทยาลัยและบัณฑิต วิทยาลัย 二
  5. 5. กฎหมายการศึกษา กฎหมายการศึกษาแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน กาหนดว่า รัฐบาลรับผิดชอบการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี นั่นคือ ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึง มัธยมศึกษาตอนต้น โดยรัฐบาลกลางและรัฐบาล ท้องถิ่น จัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการศึกษา ให้สามารถพัฒนาขึ้นไป ในทุกระดับทุกประเภท 三
  6. 6. นโยบาย รัฐบาลจีนได้กาหนดนโยบาย "การพัฒนาประเทศด้วย วิทยาศาสตร์ และการศึกษา" มุ่งปฏิรูประบบการศึกษาในแนวลึก โดยการจัดการศึกษา แบบให้เปล่า 9 ปี สนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐในทุกระดับ เพิ่มการลงทุนทางด้านการศึกษา และส่งเสริมให้ประชาชนทุกสาขา อาชีพ มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการการศึกษาการศึกษาของจีน ยึดมั่นในหลักการ " การพัฒนาสู่ความทันสมัยเปิดสู่โลกและ อนาคต" 四
  7. 7. การศึกษาระดับต่าง ๆ ของจีน 1. ระดับอนุบาล (Pre-School Education) เป็นการศึกษาสาหรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 3-5 ปี มีระยะเวลาศึกษา ประมาณ 3 ปี 2. ระดับประถมศึกษา (Primary Education) เป็นการศึกษาสาหรับนักเรียนที่ มีอายุระหว่าง 6-11 ปี มีระยะเวลา ศึกษา 6 ปี โรงเรียนที่เปิดสอนในระดับนี้ส่วนใหญ่ เป็นของรัฐบาล ท้องถิ่นระดับต่าง ๆ 五
  8. 8. การศึกษาระดับต่าง ๆ ของจีน (ต่อ) 3. ระดับมัธยมศึกษา (Secondary Education) อายุระหว่าง 11-17 ปี ใช้เวลาศึกษาในระดับ 6 ปี แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 3.1 มัธยมศึกษาทั่วไป (General Middle School) แบ่งออกเป็น 2 ตอน ๆ ละ 3 ปี ดังนี้ - มัธยมศึกษาตอนต้น (Junior Middle School) - มัธยมศึกษาตอนปลาย (Senior Middle School) 六
  9. 9. 3.2 มัธยมอาชีวศึกษา (Vocational School Education) 3.3 มัธยมวิชาชีพพิเศษ (Secondary Professional Education) การศึกษาระดับต่าง ๆ ของจีน (ต่อ) 七
  10. 10. โรงเรียนที่เปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาส่วนใหญ่ จะเป็น ของรัฐบาลท้องถิ่น โดยนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ส่วนใหญ่จะสมัครเข้าศึกษาต่อไปชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ส่วนที่เหลือจะเข้าศึกษาในโรงเรียนมัธยมอาชีวศึกษา และ โรงเรียนมัธยมวิชาชีพตามลาดับ การศึกษาระดับต่าง ๆ ของจีน (ต่อ) 八
  11. 11. 4. ระดับอุดมศึกษา (Higher Education) สถาบันการศึกษาที่สอนระดับอุดมศึกษาประกอบด้วย - มหาวิทยาลัย (Universities) - สถาบัน (Institutes) - วิทยาลัย (Short-Cycle universities) การศึกษาระดับต่าง ๆ ของจีน (ต่อ) 九
  12. 12. การศึกษาระดับอุดมศึกษาของจีนมีคุณภาพดี ทั้งการเรียนการสอน และการวิจัย ผลสาเร็จใน การวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ การศึกษาระดับต่าง ๆ ของจีน (ต่อ) 十
  13. 13. การศึกษาระดับสูงของจีนมีประวัติศาสตร์ ยาวนานกว่าร้อยปี ปัจจุบันมหาวิทยาลัยในจีน มีจานวนประมาณ 3,000 แห่ง โดย 2 ใน 3 เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ และ 1 ใน 3 เป็น มหาวิทยาลัยเอกชน การศึกษาระดับต่าง ๆ ของจีน (ต่อ) 十一
  14. 14. การเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยของจีน จาเป็นต้องผ่านการสอบเข้า โดยดูจากระดับคะแนน ในการสอบ ข้อสอบที่ใช้กาหนดโดยส่วนการศึกษา ภูมิภาค และส่วนการศึกษาภูมิภาคจะเป็นผู้กาหนด เกณฑ์คะแนนด้วย การศึกษาระดับต่าง ๆ ของจีน (ต่อ) 十二
  15. 15. ระดับปริญญาบัณฑิต (ปริญญาตรี) (4 – 5 ปี) ผู้ที่สามารถจบการศึกษาตามหลักสูตรที่กาหนดไว้ และสารนิพนธ์ที่เขียนนั้นผ่านเกณฑ์ ถือว่าได้ ปริญญาบัตรระดับปริญญาบัณฑิต การศึกษาระดับต่าง ๆ ของจีน (ต่อ) 十三
  16. 16. ระดับมหาบัณฑิต (2 – 3 ปี) ผู้ที่สามารถจบการศึกษาตามหลักสูตรที่กาหนดไว้ สอบผ่านวิทยานิพนธ์ และมีคะแนนในระดับที่สอบผ่าน ถือว่าได้ปริญญาบัตรระดับมหาบัณฑิต การศึกษาระดับต่าง ๆ ของจีน (ต่อ) 十四
  17. 17. ระดับดุษฎีบัณฑิต (3 – 4 ปี) ผู้ที่สามารถจบการศึกษาตามหลักสูตรที่กาหนดไว้ สอบผ่านวิทยานิพนธ์ และมีคะแนนในระดับที่สอบผ่าน ถือว่าได้ปริญญาบัตรระดับดุษฎีบัณฑิต การศึกษาระดับต่าง ๆ ของจีน (ต่อ) 十五
  18. 18. 5. การศึกษาผู้ใหญ่ จัดขึ้นสาหรับผู้ใหญ่ และผู้ไม่รู้หนังสือ หรือการศึกษาอื่นที่มี รูปแบบใกล้เคียงกัน ปี ค.ศ. 1999 - สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาจานวน 871 แห่ง - เปิดการศึกษาทางไปรษณีย์ 800 กว่าแห่ง - การศึกษาภาคค่า เป้าหมายหลักของการศึกษาผู้ใหญ่ส่วนใหญ่คือประชาชนใน ภาคเกษตรกรรม การศึกษาระดับต่าง ๆ ของจีน (ต่อ) 十六
  19. 19. โครงสร้างระบบการศึกษาจีน ระดับนโยบายของรัฐทางการศึกษาใช้มาตรฐานเดียว คาว่า “เรียนฟรี 9 ปีของจีน คือฟรีจริง ๆ” อุปกรณ์การเรียนก็ไม่ต่างกัน แม้จะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลแค่ไหน เพราะจีนถือว่านักศึกษาคือพลเมืองของรัฐ “ปัญหาตาราปลอม อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ค่อยมีปรากฏในสถานศึกษาของรัฐในจีน” ที่สาคัญ “เงินเดือนของครูจะสูง” ถ้าเทียบกับครูไทย 十七
  20. 20. จุดเด่นการศึกษาประเทศจีน 1. ประเทศจีนสามารถจัดการศึกษาได้ทั่วถึง ครอบคลุม เป็นผู้นาทางด้านจัดการศึกษา โดยให้แต่ละมณฑลเป็นผู้รับผิดชอบ โดยมีเมือง จังหวัด รับผิดชอบลดหลั่นกันไป 十八
  21. 21. 2. รัฐบาลกลางเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา ภาคบังคับทุกคน ตามทะเบียนบ้านเป็นหลัก ผู้เรียนมีทะเบียนบ้านอยู่เขตบริการหรือบริเวณ พื้นที่ใดต้องเข้าเรียนในโรงเรียนนั้นเป็นหลัก ถ้าไม่ต้องการเรียนในโรงเรียนนั้นจะต้อง ออกค่าใช้จ่ายเอง จุดเด่นการศึกษาประเทศจีน (ต่อ) 十九
  22. 22. 3. สาหรับชั้นเรียนที่ไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับ (ม.ปลาย) จะต้องมีการแข่งขันกันเข้าเรียน ในโรงเรียนที่ดีมีคุณภาพ โดยใช้วิธีการสอบ เป็นหลัก ไม่ใช้วิธีอื่น(จับฉลาก) จุดเด่นการศึกษาประเทศจีน (ต่อ) 二十
  23. 23. 4. จีนได้วางยุทธศาสตร์“การฟื้นฟูประเทศด้วยวิทยาการ และการศึกษา” เป็นยุทธศาสตร์อันดับต้น เพื่อการขับเคลื่อนระบบสังคมนิยมยุคใหม่ การผลักดัน การปฏิรูปและพัฒนาทางการศึกษาได้ดาเนินไป อย่างต่อเนื่องบนหลักการที่ว่า “การศึกษาควรมุ่งสู่ความทันสมัย ก้าวทันความเป็นไป ในโลกและอนาคต” จุดเด่นการศึกษาประเทศจีน (ต่อ) 二十一
  24. 24. 5. จีนดาเนินนโยบายที่กาหนดว่า “การศึกษาต้องสามารถ รองรับต่อการขับเคลื่อนระบบสังคมนิยมยุคใหม่โดย ผสมผสานกับแรงงานที่มีผลิตภาพสูงทั้งนี้เพื่อสานต่อ เจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งและสืบทอดแนวทางการพัฒนาตาม อุดมการณ์สังคมนิยม ทั้งด้านจิตวิญญาณ แนวความคิด กายภาพและสุนทรียภาพอย่างสมบูรณ์” จุดเด่นการศึกษาประเทศจีน (ต่อ) 二十二歲
  25. 25. 6. จีนมุ่งส่งเสริมการศึกษาที่ “มุ่งเน้น คุณภาพ เป็นหัวใจสาคัญ” - เพื่อบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ที่มีจิตวิญญาณ แห่งการสร้างสรรค์และเป็นนักปฏิบัติ - เพื่อสามารถเผชิญหน้ากับความท้าทาย ใหม่ๆ ในอนาคตข้างหน้า จุดเด่นการศึกษาประเทศจีน (ต่อ) 二十三名
  26. 26. ประถม ศึกษา ม.ต้น ม.ปลาย 二十四名
  27. 27. เนื้อหา ระดับประถมศึกษา (6 ปี ภาคบังคับ) • จานวนและการดาเนินการ • การวัด • พื้นฐานพีชคณิต • เรขาคณิตพื้นฐาน • การประยุกต์พื้นฐานของคณิตศาสตร์ 二十五
  28. 28. เนื้อหา (ต่อ) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (3 ปี ภาคบังคับ) พีชคณิต สมการและอสมการ ลาดับและอนุกรม เรขาคณิต ความน่าจะเป็นและสถิติ 二十六
  29. 29. เนื้อหา (ต่อ) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (3 ปี) ฟังก์ชัน ทฤษฎีเซต ตรีโกณมิติ เวกเตอร์ เรขาคณิต จานวนเชิงซ้อน การวิเคราะห์เชิงคณิตศาสตร์ ลาดับ ความน่าจะเป็น 二十七
  30. 30. ระบบการฝึกอบรม สาหรับครูผู้สอนคณิตศาสตร์ในประเทศจีน โรงเรียนฝึกอบรมครูประถมศึกษาและวิทยาลัยการฝึกอบรมครูกลาง หรือมหาวิทยาลัยในประเทศจีน นักศึกษาสามารถเข้าสู่โรงเรียนฝึกอบรมครูหลังจากที่พวกเขาจบ การศึกษาในโรงเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น แต่ พวกเขาจะต้องผ่านการสอบเข้า นักศึกษาจะต้องศึกษาสามปี 二十八
  31. 31. ในการฝึกอบรมครูโรงเรียนประถมศึกษา พวกเขาเรียนรู้ ภาษาจีน คณิตศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ ดนตรี และคอมพิวเตอร์ ก่อนที่จะจบการศึกษา พวกเขาจะได้ไป ฝึกประสบการณ์การสอนประมาณหกเดือน ระบบการฝึกอบรม สาหรับครูผู้สอนคณิตศาสตร์ในประเทศจีน (ต่อ) 二十九
  32. 32. จากนั้นนักศึกษาสามารถเข้าเรียนที่วิทยาลัยการฝึกอบรมครูกลาง หรือมหาวิทยาลัยตามปกติ หลังจากที่พวกเขาจบการศึกษา ในโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย แต่พวกเขาจะต้องผ่านการสอบเข้า เช่นเดียวกับที่ต้องการที่จะเข้าวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ระบบการฝึกอบรม สาหรับครูผู้สอนคณิตศาสตร์ในประเทศจีน (ต่อ) 三十
  33. 33. ในวิทยาลัยการฝึกอบรมครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ มีการฝึกอบรมครูผู้สอนในระดับมหาวิทยาลัยในวิชาคณิตศาสตร์ แต่ทางคณิตศาสตร์ การเรียนการสอนวิธีการระบบการฝึกอบรม และการปฏิบัติที่มีความเข้มงวดกว่าที่วิทยาลัยอื่น นักศึกษามีการปฏิบัติการเรียนการสอนในโรงเรียนกลาง 6 ถึง 8 สัปดาห์ และต้องรายงานเกี่ยวกับผลการปฏิบัติ ระบบการฝึกอบรม สาหรับครูผู้สอนคณิตศาสตร์ในประเทศจีน (ต่อ) 三十之一
  34. 34. วิธีการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ 1. ขยายวิธีการของนักเรียนในการคิด 2. พัฒนาความสามารถของนักเรียนในการจัดการปัญหา และการแก้ปัญหา 3. ให้ความรู้ทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ความเชี่ยวชาญและทักษะ สาหรับความต้องการในอนาคต 三十二
  35. 35. 4. สอนสนุกและตระหนักถึงประโยชน์ 5. สอนแบบโต้ตอบ คือครูผู้สอนพยายามที่จะสอน นักเรียน ในการค้นพบ ข้อเท็จจริง ทางคณิตศาสตร์ด้วยตัวเอง 6. มีความยืดหยุ่น คานึงถึงความแตกต่างระหว่าง บุคคล วิธีการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์(ต่อ) 三十三
  36. 36. 7. พยายามหาสิ่งที่จะช่วยให้นักเรียนสนใจในการเรียนรู้ คณิตศาสตร์มากยิ่งขึ้น เช่น การใช้ภาพ ใช้คอมพิวเตอร์ 8. สร้างแรงบันดาลใจ หาตัวอย่างที่ดี เช่นยกตัวอย่าง นักเรียนที่สอบแข่งขันโอลิมปิก วิธีการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์(ต่อ) 三十四
  37. 37. ระบบการประเมินสาหรับคณิตศาสตร์ในประเทศจีน 1. ให้ความสนใจกับการประเมินผลของกระบวนการ การเรียนรู้คณิตศาสตร์ของนักเรียน 2. การประเมินความรู้พื้นฐานของนักเรียนและทักษะ พื้นฐานอย่างเหมาะสม 3. เน้นการประเมินความสามารถของนักเรียนจากการค้นพบ และการแก้ปัญหา 三十五
  38. 38. 4. การประเมินนักเรียนในหลายวิธีและจากมุมมอง ที่แตกต่างกัน 5. ผลการประเมินมีการบูรณาการในเชิงคุณภาพและ เชิงปริมาณ ระบบการประเมินสาหรับคณิตศาสตร์ในประเทศจีน(ต่อ) 三十六
  39. 39. ประเด็นสาคัญในปัจจุบันและปัญหา ในการศึกษาคณิตศาสตร์ในประเทศจีน 1. ครูบางคนรู้สึกว่าตารายากเกินไปสาหรับนักเรียน 2. บางคนหวังว่าการปฏิรูปมากขึ้นและมีนวัตกรรม ในการสอนคณิตศาสตร์ 3. มีความกดดันอย่างมากจากพ่อแม่และสังคม สาหรับนักเรียนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายระดับสูง ของความสาเร็จ 三十七名
  40. 40. 4. ความกดดันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดทั้งนักเรียนและผู้ปกครอง ก็คือการเข้าสู่การศึกษาที่สูงขึ้นที่มีสถานที่ไม่เพียงพอ ต่อความต้องการ แต่โดยรวมโรงเรียนส่วนใหญ่ในประเทศจีน มีความภาคภูมิใจในการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ และมีระดับของความสาเร็จสูง ประเด็นสาคัญในปัจจุบันและปัญหา ในการศึกษาคณิตศาสตร์ในประเทศจีน (ต่อ) 共有三萬
  41. 41. ทาไมจีนเก่งคณิตศาสตร์ที่สุดในโลก 三十九
  42. 42. 四十 ฝึกจินตคณิต รัฐบาลจีนแจกลูกคิดแทนแท็บเล็ต คลิปเด็กจีนใช้ลูกคิด
  43. 43. กรณีศึกษา : เซี่ยงไฮ้ 四十一
  44. 44. รายการอ้างอิง Yanming Wang. (2014). The Changing Educational Framework for the Teaching of Mathematics in China.(ออนไลน์). http://www.cimt.plymouth.ac.uk/journal/. 22 เมษายน 2014. Wu, X., Li, W. & Anderson, R. (2014). Reading instruction in China. J.Curriculum Studies, 31(5), 571-586. 四十二

×