วัด

315 views
244 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
315
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
1
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

วัด

  1. 1. วัดในบางกอก นำาเสนอ อ. นภัสสรณ์ ฐิตวัฒนานันท์ ิ วิชาภูมปัญญาบางกอก( ท 20206 ) ิ ระดับชันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ้ โรงเรียน ราชวินิตมัธยม
  2. 2. • รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา ภูมิปญญาบางกอก จัดทำาขึ้นเพื่อให้ผู้ที่รักที่ ั จะศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับวัดวาอารามต่างๆ ให้ได้รู้ข้อมูลต่าง ๆที่เป็นประโยชน์ ทั้งนี้ ด้วยคำาปรึกษาจาก อาจารย์ จึงทำาให้ รายงานที่จะนำาเสนอต่อไปนี้ ประสบความ สำาเร็จตามจุดประสงค์ที่ได้วางไว้ได้อย่าง สวยงาม• ซึ่งทางชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ห้อง 3 (กลุ่มที่ 1) ได้แต่หวังว่าข้อมูลที่จัดทำาและ รวบรวมขึ้นจะเป็นประโยชน์แก่ผที่จะศึกษา ู้
  3. 3. วัด สุท ัศ นเทพวราราม  ราช วรมหาวิห าร • ความสำา คัญ• วัดสุทัศนเทพวราราม เป็นพระ อารามหลวง ชันเอก ชนิดราช ้ วรมหาวิหาร 1 ใน 6 ของไทย และ ถือเป็นวัดประจำารัชกาลที่ 8
  4. 4. • ประวัดทีิคระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า วัดสุทศนเทพวราราม เป็นวั ั ต่พ วามเป็นมา จุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นใน พ.ศ. 2350 เดิมพระราชทานนามว่า "วัดมหาสุทธาวาส" โปรด เกล้าฯ ให้สร้างพระวิหารขึ้นก่อนเพือประดิษฐานพระศรีศากยมุนี ่ (พระโต) ซึ่งอัญเชิญมาจากพระวิหารหลวงวัดมหาธาตุ จังหวัด สุโขทัย  ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะสร้างพระวิหารให้มขนาด ี ใหญ่เท่ากับพระวิหารวัดพนัญเชิงเพื่อเป็นศรีสง่าแก่พระนคร แต่ สิ้นรัชกาลก่อนทีจะประดิษฐานเป็นสังฆาราม จึงเรียกกันว่า วัด ่ พระโต วัดพระใหญ่ หรือวัดเสาชิงช้าบ้าง• จนกระทั่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) โปรดเกล้าฯ ให้สร้างต่อ และทรงจำาหลักบานประตู พระวิหารด้วยพระองค์เอง แต่กสิ้นรัชกาลเสียก่อนทีการก่อสร้าง ็ ่ จะแล้วเสร็จ• การก่อสร้างวัด มาเสร็จบริบรณ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนัง ู ่ เกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ใน พ.ศ. 2390 และพระราชทาน นามว่า "วัดสุทัศนเทพวราราม" ปรากฏในจดหมายเหตุว่า "วัดสุ ทัศนเทพธาราม"• และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงผูกนามพระประธานในพระวิหาร พระอุโบสถ และศาลา การเปรียญ ให้คล้องกันว่า "พระศรีศากยมุนี" "พระพุทธตรีโลก เชษฐ์" และ "พระพุทธเสรฏฐมุนี"  ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงปฎิสังขรณ์เพิ่มเติม
  5. 5. • จุด เด่น และสิง ที่น า สนใจ ่ ่• มีพระวิหารขนาดใหญ่ และพระอุโบสถขนาดใหญ่ยาว สวยงามที่สดในประเทศไทย ภายในมีภาพจิตรกรรมฝา ุ ผนังที่งดงาม• มีพระประธานทีสำาคัญ คือ "พระศรีศากยมุนี" ในพระ ่ วิหารหลวง "พระพุทธตรีโลกเชษฐ์" ในพระอุโบสถ และ "พระพุทธเสรฏฐมุนี" ในศาลาการเปรียญ• วัดสุทศนเทพวรารามไม่มเจดียเหมือนวัดอื่นๆ เนื่องจาก ั ี ์ รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างจำาลอง “สัตตมหาส ถาน” ซึ่งเป็นอุเทสิกเจดีย์ หรือเป็นต้นไม้สำาคัญในพุทธ ศาสนา 7 ชนิดแทน• วัดสุทศนเทพวรารามเป็น 1 ใน 9 วัด ในกิจกรรม ั "ไหว้พระขอพรเสริมสิริมงคล 9 พระอาราม
  6. 6.  วัด พระศรีร ัต นศาสดาราม     วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือทีชาวบ้านเรียกว่า วัด ่พระแก้ว นั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึนพร้อมกับการสถาปนากรุง ้รัตนโกสินทร์ เมือ พ.ศ. ๒๓๒๕ แล้วเสร็จในปี พ.ศ. ่๒๓๒๗เป็นวัดที่สร้างขึ้นในเขตพระบรมมหาราชวัง ตามแบบวัด  วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระศรีสรรเพชญสมัยอยุธยา วัดนี้อยู่ในเขตพระราชฐานชั้นนอก ทางทิศตะวันออก มีพระระเบียงล้อมรอบเป็นบริเวณ เป็นวัดคู่กรุงที่ไม่มพระสงฆ์จำาพรรษา ีใช้เป็นที่บวชนาคหลวง และประชุมข้าทูลละอองพระบาทถือนำ้าพระพิพฒน์สัตยา ั      รัชกาลที่ ๑ โปรดเกล้าให้เป็นทีประดิษฐาน ่พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรหรือพระแก้วมรกตพระพุทธรูปคูบานคูเมืองของไทย มาประดิษฐาน ณ ที่นี้ ่ ้ ่วัดพระศรีรัตนศาสดารามนี้ ภายหลังจากการสถาปนาแล้ว ก็ได้รับการปฏิสังขรณ์สืบต่อมาทุกรัชกาล เพราะเป็นวัดสำาคัญ จึงมีการปฏิสังขรณ์ใหญ่ทุก ๕๐ ปี คือในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระ
  7. 7. วัด พระเชตุพ นวิม ลมัง คลาราม ราช วรมหาวิห าร  • หรือ วั้นเอกและเป็นวัดประจำา เป็นพระอารามหลวงชั ด โพธิ์ รัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี เนื่องจากพระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรด เกล้า ฯ ให้สถาปนาวัดโพธารามวัดเก่าทีเมืองบางกอก ่ ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นวัดหลวงข้างพระบรมมหาราชวัง และทีใต้พระแท่นประดิษฐานพระพุทธเทวปฏิมากร ่ พระประธานในพระอุโบสถเป็นทีบรรจุพระบรมอัฐิของ ่ พระองค์ทานไว้ด้วย ่           พระอารามหลวงแห่งนีมเนื้อที่ 50 ไร่ 38 ้ ี ตารางวาอยู่ด้านทิศใต้ของพระบรมมหาราชวัง  - ทิศเหนือจดถนนท้ายวัง  - ทิศตะวันออกจดถนนสนามไชย  - ทิศใต้จดถนนเศรษฐการ  - ทิศตะวันตกจดถนนมหาราช          
  8. 8. •  มีถนนเชตุพนขนาบด้วยกำาแพงสูงสีขาวแบ่งเขต พุทธาวาสและสังฆาวาสชัดเจนมีหลักฐานปรากฏ ในศิลาจารึกไว้ว่า หลังจากที่พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงสถาปนา พระบรมมหาราชวังแล้ว ทรงพระราชดำาริว่า มีวัด เก่าขนาบพระบรมมหาราชวัง 2 วัด ด้านเหนือ คือ วัดสลัก (วัดมหาธาตุฯ) ด้านใต้คือ วัดโพธาราม จึง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขุนนางเจ้าทรงกรม ช่างสิบหมู่อำานวยการบูรณะปฏิสงขรณ์ เริ่มเมื่อปี ั พ.ศ. 2331 ใช้เวลา 7 ปี 5 เดือน 28 วัน จึงแล้ว เสร็จ และโปรดฯ ให้มีการฉลองเมื่อ พ.ศ. 2344 พระราชทานนามใหม่ว่า "วัดพระเชตุพนวิมลมัง คลาวาศ" ต่อมารัชกาลที่ 4 ได้โปรดฯ ให้เปลี่ยน ท้ายนามวัดเป็น "วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม"  ครั้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยูหว ่ ั รัชกาลที่ 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะ ปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ นานถึง 16 ปี 7 เดือน ขยาย เขตพระอารามด้านใต้และตะวันตกคือ ส่วนที่เป็น
  9. 9. สิ่ง สำา คัญ ในพระอาราม• 1. พระอุโ บสถ เป็นพระอุโบสถแบบศิลปะ รัตนโกสินทร์ คือฐานตรง เสาสี่เหลี่ยม หลังคา มุขลดสามชั้น หน้าบันประดับลายปูนปั้นเป็นลาย เครือวัลย์ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 แต่ได้ขยาย และสร้างใหม่ในรัชกาลที่ 3 และมีการซ่อมแซม ต่อมาอีกหลายครั้งจนถึงปัจจุบัน           ภายในพระอุโบสถ มีภาพจิตรกรรมฝา ผนังเขียนด้วยสีนำ้ามันเรื่องพระสาวกทีได้รับ ่ เอตทัคคะ และเสาในพระอุโบสถทัง 16 เสา เขียน ้ ด้วยสีนำ้ามัน เป็นลายดอกไม้กานแย่งสลับนก บาน ้
  10. 10. •   2. พระระเบีย งรอบพระอุโ บสถ  เป็น ระเบียง 2 ชั้น ทังระเบียนชั้นนอก และระเบียง ้ ชั้นใน สร้างในรัชกาลที่1 ในรัชกาลที่ 3 โปรด ให้เสริมผนังพระระเบียงชันใน ให้สงกว่าเดิม 2 ้ ู ศอก ต่อมาในรัชกาลที่ 5 ได้โปรดให้บูรณะ ใหม่อีกครั้งหนึง ่           ภายในพระระเบียงทัง 2 ชั้น ้ ประดิษฐานพระพุทธรูปศิลปะสมัยต่างๆ เช่น ล้านนา สุโขทัย อู่ทอง และอยุธยา ซึงพระบาท ่ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 ได้โปรดให้อัญเชิญมาจากหัวเมืองต่างๆ แล้ว นำามาบูรณะใหม่ ในรัชกาลที่ 3 ได้ทำาฐานชุกชี พระพุทธรูปใหม่ พระพุทธรูปทีประดิษฐานใน ่ พระระเบียงชั้นในมีทงสิ้น 154 องค์ ส่วนใน ั้ พระระเบียงชั้นนอกประดิษฐานพระพุทธรูป 244 องค์ ตามเสาพระระเบียงจำาหลักศิลาจารึก ประเภทวรรณคดีต่างๆ เช่น โคลง ฉันท์ กลอน กลบท ระหว่างพระระเบียงทัง 2 ชั้น มีถะ หรือ ้ เจดียลัทธิมหายานแบบจีน จำานวน 20 องค์ ์
  11. 11. •   3. พระพุท ธเทวปฏิม ากร พระ ประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูป ปางสมาธิ ขนาดหน้าตักกว้าง 5 ศอก 1 คืบ 4 นิว ้ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทร มหาจักรีบรมนาถพระพุทธยอดฟ้าจุฬา โลกโปรดให้อัญเชิญมาจากวัด คูหาสวรรค์ (วัดศาลาสีหน้า) ธนบุรีใต้ ่
  12. 12. วัด มหาธาตุย ุว ราชรัง สฤษฎิ์ ราช• ุ วรมหาวิห าร หาร เป็นวัด  วัดมหาธาตุยวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิ โบราณ สร้างในสมัยอยุธยา เดิมเรียกว่าวัดสลัก ในรัช สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อทรงตั้งกรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี และทรงสร้าง พระบรมมหาราชวังเป็นที่ประทับ และสร้างพระราชวัง บวรสถานมงคลเป็นที่ประทับสมเด็จพระบวรราชเจ้า มหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล นั้น วัดสลักเป็นวัดที่อยู่กึ่งกลางระหว่างพระบรมมหาราชวัง กับพระราชวังบวรสถานมงคล•     สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทโปรดให้ บูรณปฏิสงขรณ์วัดสลักเมื่อ พ.ศ. 2326 พร้อมกับการ ั ก่อสร้างพระราชวังบวรสถานมงคล จากนั้นทรงเปลี่ยน ชื่อวัดจากวัดสลัก เป็น วัดนิพพานาราม•    เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้ใช้วัดนิพพานารามเป็นสถานที่ สังคายนาพระไตรปิฎกใน พ.ศ. 2331 ได้ทรงพระ
  13. 13. • วัดมหาธาตุเป็นสถานที่ทใช้เป็นที่พระราชทานเพลิงพระ ี่ บุพโพเจ้านายซึ่งดำารงพระเกียรติยศสูง ในรัชสมัยพระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัว โปรดเกล้าฯ ให้ใช้พื้นที่ ่ ของวัดเป็นที่สร้างเมรุพระราชทานเพลิงพระศพพระบรมวงศ์ ชั้นสูง•    ในปลาย พ.ศ. 2432 โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งบาลีวิทยาลัยที่ วัดมหาธาตุ เรียกว่ามหาธาตุวทยาลัย และย้ายการบอกพระ ิ ปริยัติธรรมมาจากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม•     ต่อมา ใน พ.ศ. 2437 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างอาคาร ถาวรวัตถุ เรียกว่า สังฆิกเสนาสน์ราชวิทยาลัย เพื่อใช้ในงาน พระศพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร หลังจากนั้น จะทรงอุทิศถวายแก่ มหาธาตุวทยาลัย เพื่อเป็นที่เรียนพระปริยัติธรรมชั้นสูง ซึ่งจะ ิ ได้พระราชทานนามว่า “มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย” แต่ อาคารหลังนี้มาสร้างเสร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูหัว และงานพระศพสมเด็จพระบรมโอ ่ รสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจัดที่ วัดบวรสถานสุทธาวาส•    ใน พ.ศ. 2439 โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์
  14. 14. วัด ราชนัด ดาราม วรวิห าร• วัดราชนัดดารามวรวิหาร (วัดราชนัดดา) เป็นวัดสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ตั้งอยูใกล้ ่ กับป้อมมหากาฬ ติดกับลานพลับพลามหา เจษฎาบดินทร์ซึ่งเป็นพลับพลารับแขกเมือง เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ พระบาทสมเด็จพระ นังเกล้าเจ้าอยู่หว รัชกาลที่ ๓ ทรงสร้างบน ่ ั สวนผลไม้เก่าเนือทีประมาณ ๒๕ ไร่ เพือ ้ ่ ่ พระราชทานเป็นเกียรติแก่พระราชนัดดา คือ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าหญิงโสมนัส
  15. 15.  จุดเด่นของวัดราชนัดดา• จุดเด่นของวัดราชนัดดาทีประชาชนมองเห็นได้ ่ ทั่วไปเมือผ่านมาทางถนนพระราชดำาเนิน คือ ่ โลหะปราสาท ซึงสร้างโดยพระราชดำาริใน ่ พระบาทสมเด็จพระนังเกล้สเจ้าอยูหัว เมือ พ.ศ. ่ ่ ่ ๒๓๘๙ เนื่องจากทรงมีพระราชศรัทธาทำานุ บำารุงพระพุทธศาสนาและทรงทราบว่าในสมัย โบราณมีการสร้างโลหะปราสาทเพียง ๒ ครั้งใน โลก คือ หลังแรกนางวิสาขา แห่งเมืองสาวัตถี สร้างยอดปราสาททำาด้วยทองคำา หลังที่สอง พระเจ้าทุฏฐคามณี แห่งกรุงอนุราธปุระ ลังกา ทรงสร้างเมือราว พ.ศ. ๓๘๒ หลังคามุงด้วยแผ่น ่ ทองแดง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยูหัว ่ ได้ทรงสร้างโลหะปราสาทเพือเป็นเกียรติแก่ ่ พระนครแทนการสร้างพระเจดียเช่นพระอาราม ์
  16. 16. •    พระอุโบสถเป็นแบบไทย คือ มีชอฟ้า ่ ใบระกา ต่างจากวัดเทพธิดารามซึ่ง สร้างแบบจีน ภายในพระอุโบสถ ประดิษฐานพระพุทธเสฏฐตมมุนีซึ่ง โปรดให้หล่อด้วยทองแดง จากตำาบล จันทึก เมืองนครราชสีมา เมื่อ พ.ศ.
  17. 17. วัด ระฆัง โฆสิต าราม วรมหาวิห าร•  วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร (วัดระฆัง) ตั้งอยู่ทาง ฝั่งธนบุรี ตรงข้ามกับท่าช้างวังหลวง เดิมชื่อวัดบางหว้า ใหญ่ เป็นวัดโบราณมีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา สมเด็จ พระเจ้ากรุงธนบุรีทรงยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวง และโปรดเกล้าฯ ให้สังคยาพระไตรปิฏกที่นี่ ต่อมาใน สมัยรัชกาลที่ ๑ มีการขุดพบระฆังโบราณในเขตวัด ประชาชนจึงเรียกว่า วัดระฆังตั้งแต่นั้นมา แต่ตัวระฆัง ซึ่งมีเสียงดี รัชกาลที่ ๑ โปรดเกล้าฯ ให้นำาไปไว้ที่วด ั พระศรีรัตนศาสดาราม• สิ่งสำาคัญในวัดได้แก่ ตำาหนักทอง ซึ่งเคยเป็นที่ประทับ
  18. 18. ตูพระไตรปิฏก ้• สถาปัตยกรรมไทยในวัดทีมชื่อเสียงเลื่อลือว่า ่ ี งามยิ่ง คือ หอพระไตรปิฏก เดิมอยู่กลางสระที่ ขุดขึ้นด้านหลังพระอุโบสถ สร้างเป็นเรือนแฝด ๓ หลัง ด้วยไม้ที่รื้อพระตำาหนักและหอนั่งเดิม ของรัชกาลที่ ๑ เมือครั้งยังทรงรับราชกาลอยู่ ่ กรุงธนบุรี ฝาผนังด้านนอกทาสีดินแดง ด้านใน เขียนภาพฝีมออาจารย์นาค เป็นภาพแสดงวิถี ื ชีวิตประจำาวันของคนสมัยนัน บานประตูตกแต่ง ้ ด้วยการเขียนลายรดนำ้าและแกะสลักอย่าง
  19. 19. หอพระไตรปิฎ กของวัด ระฆัง โฆสิ ตาราม วรมหาวิห าร•           เดิมเป็นที่ประทับ หรือจวนเดิมของ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราชเมื่อครั้งยังเป็นพระราชวรินทร์ เจ้า กรมพระตำารวจนอกขวา  ในสมัยสมเด็จ พระเจ้าตากสินมหาราช  อยู่ตรง ปากคลอง มอญ  ริมฝั่งแม่นำ้าเจ้าพระยา    เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬา โลกมหาราชทรงสถาปนากรุงเทพฯ ขึ้นแล้ว  ต่อมาพุทธศักราช ๒๓๒๗ ทรงพระราช ประสงค์จะถวายจวนเดิมแก่วัดบางหว้า ใหญ่  เพื่อใช้เป็นหอพระไตรปิฎก จึงโปรด เกล้าฯ ให้พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า นภาลัย เมื่อครั้งยังดำารงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศร สุนทร  ทรงเป็นแม่กองรื้อถอนจวนเดิม นำามาส ร้างใหม่ให้เป็นหอพระไตรปิฎกกลางสระนำ้า  นอกเขตพุทธาวาส  ขณะขุดสระเพื่อสร้างหอ
  20. 20. คณะผู้จดทำา ั• กลุ่มที่ 1 มีสมาชิกดังนี้• ด.ช. กล้าณรงค์ คำาสุข เลขที่ 1• ด.ช. กานต์งาน แก้วแหวน เลขที่ 8• ด.ช. ณัฐพล ตั้งวรภักดี เลขที่ 15• ด.ช. ทินพัฒน์ ขันเกษตร เลขที่ 22• ด.ญ.รังสิมา อุ่นประเสริฐสุข เลขที่ 29• ด.ญ.พิมมาดา แซ่ลิ้ม เลขที่ 36

×