บทที่ 3 วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ [slide]

2,801
-1

Published on

Published in: Education, Technology, Business
0 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
2,801
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
46
Comments
0
Likes
2
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

บทที่ 3 วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ [slide]

  1. 1. โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ลําลูกกา ครูณัฐพล บัวอุไร
  2. 2. คอมพิวเตอร์์ (Computer) หมายถึึงเครืื่องคํานวณ หรืือหมายถึึงเครืื่องคํานวณอิเล็กทรอนิกสที่สามารถทํางานคํานวณผล และเปรียบเทียบคาตามชุดคําสั่งดวยความเร็วสูงอยางตอเนื่องและอัตโนมัติ
  3. 3. แอนาล็อกคอมพิวเตอร์์ (Analog Computer) เปนเครื่ืองคํานวณอิเล็กทรอนิกสที่ไมไดใชคาตัวเลขเปนหลักของการคํานวณ แตจะใชคาระดับแรงดันไฟฟาแทน ไมบรรทัดคํานวณ อาจถือเปนตัวอยางหนึ่งของแอนะลอกคอมพวเตอรแอนะล็อกคอมพิวเตอรดิจทลคอมพิวเตอร์ (Digital computer) เป น คอมพิ ว เตอร ที่ พ บเห็ น ิ ัทัั่ ว ไปใ ป จ จุ บั น จัั ด เป น ดิิ จิ ทั ล คอมพิิ ว เตอร แ ทบทัั้ ง หมด ดิิ จิ ทั ล ไปในป ปคอมพิวเตอรเปนเครื่องคํานวณอิเล็กทรอนิกสที่ใชงานเกี่ยวกับตัวเลข
  4. 4. อยู่ ระหว่่ างปี พ.ศ. 2488 ถึงปี พ.ศ. 2501 เป็ นคอมพิวเตอร์์ ทใช้้ หลอดสุ ญญากาศ ปี ึ ป ี่ซึ่งใช้ กาลังไฟฟาสู ง จึงมีปัญหาเรื่องความร้ อนและไส้ หลอดขาดบ่ อย ํ ้
  5. 5. Mark 1
  6. 6. ENIAC
  7. 7. UNIVAC
  8. 8. อยู่ ระหว่่ างปี พ.ศ.2502 ถึง พ.ศ. 2506 เป็ นคอมพิวเตอร์์ ท่ใช้้ ทรานซิสเตอร์์ โดย ปี ึ ป ี โมีแกนเฟอร์ ไรท์ เป็ นหน่ วยความจํา มีอุปกรณ์ เก็บข้ อมู ลสํ ารองในรู ปของสื่ อบันทึกแม่ เหล็ก สามารถเขียนโปรแกรมด้ วยภาษาระดับสู งซึ่งเป็ นภาษาที่เขียนเป็ นประโยคทีคนสามารถเข้ าใจได้ เช่ น ภาษาฟอร์ แทน ภาษาโคบอล ่
  9. 9. อยู่ ระหว่่ างปี พ.ศ. 2507 ถึง พ.ศ. 2512 เป็ นคอมพิวเตอร์์ ทใช้้ วงจรรวม ึ ่ี(Integrated Circuit: IC) โดยวงจรรวมแต่ ละตัวจะมีทรานซิสเตอร์บรรจุอยู่ภายในมากมายทําให้ เครื่องคอมพิวเตอร์ มขนาดเล็กลง ี
  10. 10. ตั้ งแต่่ ปี พ.ศ. 2513 จนถึึงปัจจุบัน เป็ นยุคของคอมพิวเตอร์์ ท่ีใช้้ วงจรรวมความจุสูงมาก (Very Large Scale Integration : VLSI ) เช่ น ไมโครโพรเซสเซอร์ ที่บรรจุทรานซิสเตอร์ นับหมื่นนับแสนตัว ทําให้ ขนาดเครอง คอมพิวเตอร์ มีขนาดเล็กลง สามารถตั้งบนโต๊ ะในสํ านักงานหรื อเครื่ อง คอมพวเตอรมขนาดเลกลง สามารถตงบนโตะในสานกงานหรอพกพาเหมือนกระเป๋ าหิวไปในทีต่าง ๆ ได้ ้ ่
  11. 11. เป็ นคอมพิวเตอร์์ ท่ีมนุ ษย์์ พยายามนํ ามาเพืื่อช่่ วยในการตัดสิ นใจและ ใ ใแก้ ปัญหาให้ ดียิ่งขึน โดยจะมีการเก็บความรอบรู้ ต่าง ๆ เข้ าไว้ ในเครื่ อง ้สามารถเรียกค้ นและดึงความรู้ ทสะสมไว้ มาใช้ งานให้ เป็ นประโยชน์ ี่
  12. 12. คอมพิวเตอรแบบตังโ ะ (Desktop Computer) ้ โต
  13. 13. โนโ ตบุคคอมพิวเตอร (Notebook Computer)
  14. 14. ปาลมท็อปคอมพิวเตอร (Palmtop Computer)
  15. 15. ผู้ ใช้้ สถานีงานวิศวกรรมส่่ วนใหญ่่ เป็ นวิศวกร นักวิทยาศาสตร์์ สถาปนิก ใและนั กออกแบบ สถานี งานวิศวกรรมมีจุดเด่ นทางกราฟิ ก การสร้ างรู ปภาพ และการทําภาพเคลือนไหว ่
  16. 16. มินิคอมพิวเตอร์์ เป็ นเครืื่ องที่สามารถใช้้ งานได้้ พร้้ อมกันหลาย ๆ คนจึึง ใ ไเป็ นเครื่ องปลายทางต่ อได้ เป็ นคอมพิวเตอร์ ที่มีราคาสู งกว่ าสถานีงานวิ ศ วกรรม นํ า มาใช้ สํ า หรั บ การประมวลผลในงานสารสนเทศขององคการขนาดกลาง จนถึงองค์ การขนาดใหญ่องค์ การขนาดกลาง จนถงองคการขนาดใหญ
  17. 17. เป็ นเครืื่ อ งคอมพิว เตอร์์ ข นาดใหญ่่ ท่ีสุ ด ที่มีการพัฒ นาตั้ ง แต่่ เ ริ่ ม แรก ใเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ ที่มีราคาสู งมาก มักอยู่ที่ศูนย์ คอมพิวเตอร์ หลักขององค์ การ และต้ องอยู่ในห้ องที่ต้องมีการควบคุมอุณหภูมิและมีการรกษาเปนอยางด ปจจุบนเมนเฟรมได้ รับความนิยมน้ อยลง ทั้งนีเ้ พราะรั กษาเป็ นอย่ างดี ปัจจบันเมนเฟรมไดรบความนยมนอยลง ทงนเพราะเครื่ องคอมพิวเตอร์ ขนาดเล็กมีประสิ ทธิภาพและความสามารถสู งขึ้นราคาถูกลงราคาถกลง
  18. 18. เป็ นเครืื่ อ งคอมพิว เตอร์์ ท่ีเ หมาะกับ งานคํา นวณที่ ต้ อ งมี ก ารคํา นวณตัวเลขจํานวน หลายล้ านตัวภายในเวลาอันรวดเร็ ว เช่ น งานพยากรณ์อากาศ งานนี้จําเป็ นต้ อ งใช้ เครื่ องคอมพิวเตอร์ ที่มีสมรรถนะสู งมากนอกจากนมงานอกเปนจานวนมากทตองใชซู ปอรคอมพวเตอรซงมนอกจากนี้มีงานอีกเป็ นจํานวนมากที่ต้องใช้ ซเเปอร์ คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีความเร็ ว สู ง เช่ น งานควบคุ มขีปนาวุ ธ งานควบคุ มทางอวกาศ งานประมวลผลภาพทางการแพทย งานดานวทยาศาสตรประมวลผลภาพทางการแพทย์ งานด้ านวิทยาศาสตร์
  19. 19. เปรียบเสมือนกับสมองของคอมพิวเตอรโดยซพยู มสวนประกอบดงนโดยซีพีย มีสวนประกอบดังนี้ หน่ วยควบคุุม (control unit) ทําหนาที่ควบคุุมการทํางาน ( ) ควบคุมการเขียนอานขอมูลระหวางหนวยความจํากับซีพียู หน่่ วยคํานวณและตรรกะ (arithmetic and logic unit) เปน หนวยที่มีหนาที่นาเอาขอมลที่เปนตัวเลขฐานสองมา ํ ู ฐ ประมวลผลทางคณิตศาสตรและตรรกะ
  20. 20. เครืื่องคอมพิวเตอร์์ ทุกเครืื่องต้ องอาศัยหน่ วยความจําหลักเพือ ื่ใชเกบขอมูลและคาสงซพยู การทํางานเป็ นวงรอบโดยการนําใช้ เก็บข้ อมลและคําสั่ งซีพย การทางานเปนวงรอบโดยการนา ีคําสั่ งจากหน่ วยความจําหลักมาแปลความหมายแล้ วกระทําตามเมือทําเสร็็จก็จะนํําผลลัพธ์์ มาเก็บใ ่ วยความจําหลัก ื่ ํ ็ ั ็ ในหน่ ํ ั
  21. 21. แรม (Random Access Memory : RAM) แรมเป็ นหนวยความจาแบบลบเลอนได เขยนไดและลบไดหน่ วยความจําแบบลบเลือนได้ เขียนได้ และลบได้รอม (Read Only Memory : ROM) รอมเป็ นหน่ วยความจําที่เก็บข้ อมูลหรือโปรแกรมไว้ ถาวร เขียนได้ แต่ ลบไม่ ได้
  22. 22. โดยทั่วไ วยความจําหลักจะมีขนาดจํากัด ทําใหไมพอเพียง ไปหนสาหรบการเกบขอมูลจานวนมาก ในระบบคอมพวเตอรจงมกสําหรับการเก็บขอมลจํานวนมาก ในระบบคอมพิวเตอรจึงมักติดตั้งหนวยความจําสํารอง เพื่อนํามาใชเก็บขอมูลจํานวนมากเปนการเพิ่มขีีดความสามารถดานจดจํําของคอมพิิวเตอรใหมาก ป ิยิ่งขึ้น นอกจากนี้ถามีการปดเครื่องคอมพิวเตอรในขณะทํางานขอมูลและโปรแกรมที่เก็บไวในหนวยความจําหลักหรือแรมจะสูญหายไปหมด หากมขอมูลสวนใดทตองการเกบไวใชงานในสญหายไปหมด หากมีขอมลสวนใดที่ตองการเก็บไวใชงานใน ภายหลังก็สามารถเก็บไวในหนวยความจํารอง
  23. 23. แผงแปนอักขระ (Keyboard) เป็ นอุปกรณ์์ รับเข้ าพืนฐานทีต้อง ้ ื้ ่มในเครองคอมพวเตอรทุกเครอง จะรับข้ อมลจากการกดแปนมีในเครื่องคอมพิวเตอร์ ทกเครื่อง จะรบขอมูลจากการกดแปน ้แล้ วทําการเปลียนรหัสเพือส่ งต่ อให้ กบคอมพิวเตอร์ ่ ่ ัเมาส์ แบ่ งได้ เป็ นสองแบบ คือ แบบทางกลและแบบใช้ แสง
  24. 24. จอแสดงผลซีอาร์์ ที
  25. 25. จอแสดงผลแอลซีดี
  26. 26. เครืื่องพิมพ์์ชนิดต่ างๆ ได้ แก่ เครองพมพแบบจุด เครื่องพิมพ์แบบจด เครองมเลเซอร เครื่องมีเลเซอร์ (laser printer) เครื่องพิมพ์ แบบฉีดหมึก (inkjet printer)

×