Your SlideShare is downloading. ×
ใบความรู้ที่ 2 การเขียนโปรแกรมด้วย visual basic 2010
ใบความรู้ที่ 2 การเขียนโปรแกรมด้วย visual basic 2010
ใบความรู้ที่ 2 การเขียนโปรแกรมด้วย visual basic 2010
ใบความรู้ที่ 2 การเขียนโปรแกรมด้วย visual basic 2010
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

ใบความรู้ที่ 2 การเขียนโปรแกรมด้วย visual basic 2010

26,934

Published on

Published in: Education
0 Comments
4 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
26,934
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
743
Comments
0
Likes
4
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. [เอกสารประกอบการสอนรายวิชาการเขียนโปรแกรมขั้นสูง] 1 ใบความรู้ที่ 2 เรื่องการเขียนโปรแกรมด้วย Visual Basic 2010องค์ประกอบในการเขียนโปรแกรมที่ควรรู้จักในเบื้องต้น การเขียนโปรแกรมด้วยภาษา VB ค่อนข้างจะง่ายกว่าภาษาอื่นๆ เนื่องจากกฎเกณฑ์ทางด้านภาษมไม่เคร่งครัด โดยส่งที่เราควรรู้จักในเบื้องต้น มีดังนี้1. การกาหนดข้อมูลชนิดตัวเลขและสตริง วิธีการกาหนดข้อมูลพื้นฐานสองชนิดที่เราควรรู้จักคือ ข้อมูลที่เป็นตัวเลขและสตริง(ข้อความ) โดยมีรูปแบบการประกาศตัวแปรดังนี้ การกาหนดตัวแปรชนิดตัวเลข Dim x = 123 Dim y = 456.78 การกาหนดตัวแปรชนิดสตริง(ข้อความ) Dim e = “Visual Studio” Dim t = “สวัสดีครับ”2. การรันและหยุดรัน การรัน (Run) ก็คือการสั่งให้โปรแกรมทางานตามโค๊ดที่เราเขียนไว้ ซึ่งสามารถทาได้หลายวิธี เช่น  กดแป้นพิมพ์ F5  คลิกที่ปุ่ม Start Debugging บนทูลบาร์ หากต้องการหยุดรันสามารถทาได้โดย  กดแป้มพิมพ์ Shift + F5  คลิกที่ปุ่ม Stop Debugging บนทูลบาร์3. การแสดงข้อความด้วย MessagBox.Show() การแสดงข้อความ เป็นการแจ้งข้อมูลบางอย่างแก่ผู้ใช้ เช่น แสดงผลลัพธ์ หรือคาเตือน เป็นต้น ซึ่งการแสดงข้อมูลเราจะใช้คาสั่ง MessageBox.Show() โดยมีรูปแบบอย่างง่ายดังนี้ MessageBox.Show(ข้อความ) ข้อความเขียนในแบบสตริง เช่น MessageBox.Show(“สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่ Visual Basic 2010”)ครูณัฐพล บัวอุไร [www.nattapon.com] โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ลาลูกกา
  • 2. [เอกสารประกอบการสอนรายวิชาการเขียนโปรแกรมขั้นสูง] 24. การตรวจสอบข้อผิดพลาดเบื้องต้น “ข้อผิดพลาด” คือสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอในการเขียนโปรแกรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นศึกษาการเขียนโปรแกรม มักจะพบกับปัญหามากมาย แต่ถ้าผ่านการเขียนโปรแกรมไปสักระยะ ปัญหาจะลดลงเรื่อยๆ และสามารถหาทางแก้ปัญหาได้เร็วขึ้น โดยการเขียนโปรแกรมด้วย VB นี้ หากเป็นข้อผิดพลาดทางไวยกรณ์ (Syntax Error) เช่น พิมพ์ผิด ระบบจะแสดงข้อความให้ทันที ดังรูปด้านล่าง โดยถ้าต้องการแก้ไข ให้คลิกปุ่ม No แต่หากต้องการย้อนกลับไปใช้การรันครั้งล่าสุดที่ไม่เกิดข้อผิดพลาดให้คลิกปุ่ม Yes5. การสร้างปุ่มสั่งงานด้วย Button Button เป็นปุ่มสาหรับคลิกเพื่อสั่งงานให้กระทาการบางอย่างตามที่เราต้องการ เช่น เมื่อคลิกButton ก็ให้อ่านข้อมูลไปประมวลผล เป็นต้น ทั้งนี้ ปุ่ม Button ถือว่าเป็นคอนโทรลที่เราต้องใช้งานมากที่สุดตัวหนึ่ง โดยมีแนวทางการนามาใช้งานดังนี้ 1) นาคอนโทรล Button จากทูลบ็อกซ์มาวางบนฟอร์ม 2) กาหนดข้อความบน Button ที่ Properties ที่ชื่อว่า Textครูณัฐพล บัวอุไร [www.nattapon.com] โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ลาลูกกา
  • 3. [เอกสารประกอบการสอนรายวิชาการเขียนโปรแกรมขั้นสูง] 3 3) ปกติแล้วโปรแกรมจะกาหนดชื่อ (Properties Name) โดยนาตัวเลขมาต่อท้ายชื่อคอนโทรล นั่น เช่น Button1, Button2 เป็นต้น ซึ่งการเขียนโปรแกรมขนาดใหญ่ การกาหนดชื่อ คอนโทรลเป็นสิ่งสาคัญที่จะทาให้เข้าใจโปรแกรมนั้นๆ ได้ง่าย ดังนั้นเราจึงควรกาหนดชื่อ ให้กับคอนโทรลนั้นๆ ด้วย ดังรูป6. การกาหนดข้อความด้วย Label Label เป็นเสมือนป้ายที่ใช้แสดงข้อความบนฟอร์ม ทั้งนี้เนื่องจากเราไม่สามารถเขียนข้อความลงไปบนฟอร์มโดยตรงได้ จึงต้องนา Label ไปวางไว้ ณ ตาแหน่งที่ต้องการแล้วกาหนดข้อความนั้นผ่านทาง Labelแทน โดยมีหลักการดังนี้ 1) นา Label มาวางบนฟอร์ม 2) กาหนดข้อความที่ต้องการแสดงบน Label ที่ Properties ที่ชื่อว่า Text7. การรับข้อมูลด้วย TextBox TextBox เป็นคอนโทรลที่มีลักษณะเป็นช่องรับข้อมูล โดยผู้ใช้สามารถพิมพ์ข้อมูลที่ต้องการลงไป แล้วจากนั้นเราก็สามารถอ่านข้อมูลนั้นไปใช้งานอื่นๆ ต่อไปนี้ โดยแนวทางการใช้ TextBox มีดังนี้ 1) นา TextBox จากทูลบ็อกซ์มาวางบนฟอร์ม 2) ในการใช้ TextBox โดยทั่วไปเราต้องเขียนโค้ดเพื่อจัดการข้อมูลอยู่แล้ว ดังนั้น เราควรกาหนดชื่อ หรือ Properties ที่ชื่อ Name ของ TextBox ให้สื่อความหมายต่อการใช้งาน 3) ปกติแล้วแล้วภายใน TextBox จะยังไม่มีข้อความใดๆ อยู่ก่อน เพราะต้องรับจากข้อมูลผู้ใช้ แต่ หากเราต้องการแสดงข้อความบางอย่างไว้ล่วงหน้า สามารถกาหนดได้ที่ Properties ที่ชื่อ Text เช่นเดียวกับคอนโทรลอื่นๆครูณัฐพล บัวอุไร [www.nattapon.com] โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ลาลูกกา
  • 4. [เอกสารประกอบการสอนรายวิชาการเขียนโปรแกรมขั้นสูง] 48. การแปลงข้อมูล String Number ให้เป็นตัวเลข String Number ก็คือข้อมูลที่เป็นตัวเลขแต่เขียนในแบบสตริง เช่น ตัวเลขที่เขียนไว้ในเครื่องหมาย“…” หรือตัวเลขที่อ่านจาก Properties ชื่อ Text ของคอนโทรลต่างๆ จะถือว่าเป็นข้อมูลสตริง แม้ว่าจะเป็นตัวเลขทั้งหมดก็ตาม ในการแปลงสตริงเป็นตัวเลขจานวนเต็มที่ไม่มีจุดทศนิยม ใช้คาสั่ง CInt(“123”) ในการแปลงสตริงเป็นตัวเลขที่มีทศนิยม ใช้คาสั่ง CDbl(“123.456”)9. การเชื่อมต่อสตริง การเชื่อมต่อสตริงหรือข้อความ เป็นการนาสตริงตั้งแต่ 2 สตริงขึ้นไปมาเชื่อมต่อกัน การเชื่อมต่อจะใช้เครื่องหมาย + หรือ & อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยมีรูปแบบการใช้ดังนี้ Dim a = “Visual” + “ ” + “Basic” จะได้ผลลัพธ์เป็น Visual Basic Dim b = “Visual” & “ ” & “Basic” จะได้ผลลัพธ์เป็น Visual Basic Dim c = “Visual ” & 2010 จะได้ผลลัพธ์เป็น Visual 2010 หมายเหตุ : การเชื่อมสตริงกับตัวเลข สามารถใช้เครื่องหมาย & ได้โดยตรง10. การแสดงข้อความหลายบรรทัด ปกติแล้วสตริงทั้งหมดจะถูกเขียนเรียงต่อกัน ซึ่งหากเรานาไปแสดงผลด้วย MessageBox จะทาให้อ่านข้อมูลได้ยากและดูไม่สวยงาม แต่หากต้องการตัดสตริงหรือเว้นบรรทัด จะสามารถทาได้ ดังตัวอย่างต่อไปนี้ Dim a = “My name is Nattapon” + vbNewLine + _ “My surname is Buaurai” + vbNewLine + _ “I’m a teacher”เอกสารอ้างอิง : หนังสือ “การพัฒนาแอปพลิเคชั่นด้วย Visual Basic 2010” ผู้แต่ง : “บัญชา ปะสีละเตสัง”ครูณัฐพล บัวอุไร [www.nattapon.com] โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ลาลูกกา

×