• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
เว็บเศรษฐกิจพอเพียง
 

เว็บเศรษฐกิจพอเพียง

on

  • 15,546 views

 

Statistics

Views

Total Views
15,546
Views on SlideShare
15,546
Embed Views
0

Actions

Likes
4
Downloads
0
Comments
1

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel

11 of 1 previous next

  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    เว็บเศรษฐกิจพอเพียง เว็บเศรษฐกิจพอเพียง Document Transcript

    • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเข้าพระราชหฤทัยในความเป็นไปของเมืองไทย เศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร และคนไทยอย่างลึกซึ้งและกว้างไกล ได้ทรงวางรากฐานในการพัฒนาชนบท และช่วยเหลือ ประวัติความเป็นมาของ ประชาชนให้สามารถพึ่งตนเองได้มีความ " พออยู่พอกิน" และมีความอิสระที่จะอยู่ได้ เศรษฐกิจพอเพียง โดยไม่ต้องติดยึดอยู่กับเทคโนโลยี และความเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกาภิวัฒน์ ทรง ประการที่สาคัญของ วิเคราะห์ว่าหากประชาชนพึ่งตนเองได้แล้วก็จะมีส่วนช่วยเหลือเสริมสร้างประเทศชาติโดย เศรษฐกิจพอเพียง ส่วนรวม ได้ในที่สุด พระราชดารัสที่สะท้อนถึงพระวิสัยทัศน์ในการสร้างความเข้มแข็งใน ปรัชญาและแนวคิด ตนเองของประชาชนและสามารถทามาหากินให้พออยู่พอกินได้ ดังนี้ หลักแนวคิดของ "….ในการสร้างถนน สร้างชลประทานให้ประชาชนใช้นั้น จะต้องช่วยประชาชน เศรษฐกิจพอเพียง ในทางบุคคลหรือพัฒนาให้บุคคลมีความรู้และอนามัยแข็งแรง ด้วยการให้การศึกษาและการ แนวทางการประยุกต์ใช้ รักษาอนามัย เพื่อให้ประชาชนในท้องที่สามารถทาการเกษตรได้ และค้าขายได้ …" ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การสร้างขบวนการขับเคลื่อน ในสภาวการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเกิดความถดถอยทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงขึ้นนี้จึงทาให้ เศรษฐกิจพอเพียง เกิดความเข้าใจได้ชัดเจนในแนวพระราชดาริของ "เศรษฐกิจพอเพียง" ซึ่งได้ทรงคิดและ ตระหนักมาช้านาน เพราะหากเราไม่ไปพี่งพา ยึดติดอยู่กับกระแสจากภายนอกมากเกินไปจน ขั้นตอนการปฏิบัติสู่วิถี ได้ครอบงาความคิดในลักษณะดั้งเดิมแบบไทยๆไปหมด มีแต่ความทะเยอทะยานบนรากฐาน เศรษฐกิจพอเพียง ที่ไม่มั่นคงเหมือนลักษณะฟองสบู่ วิกฤตเศรษฐกิจเช่นนี้อาจไม่เกิดขึ้น หรือไม่หนักหนา ผลที่เกิดจากการปฏิบัติตาม สาหัสจนเกิดความเดือดร้อนกันถ้วนทั่วเช่นนี้ ดังนั้น "เศรษฐกิจพอเพียง" จึงได้สื่อ แนวเศรษฐกิจพอเพียง ความหมาย ความสาคัญในฐานะเป็นหลักการสังคมที่พึงยึดถือ เศรษฐกิจพอเพียงกับการ ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน อ้างอิง คณะผู้จัดทา
    • ในทางปฏิบัติจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงคือ การฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่น เศรษฐกิจ พอเพียงเป็นทั้งหลักการและกระบวนการทางสังคม ตั้งแต่ขั้นฟื้นฟูและขยายเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืน เป็นการพัฒนา ขีดความสามารถในการผลิตและบริโภคอย่างพออยู่พอกินขึ้นไปถึงขั้นแปรรูปอุตสาหกรรมครัวเรือน สร้างอาชีพและ ทักษะวิชาการที่หลากหลายเกิดตลาดซื้อขาย สะสมทุน ฯลฯ บนพื้นฐานเครือข่ายเศรษฐกิจชุมชนนี้ เศรษฐกิจของ 3 ชาติ จะพัฒนาขึ้นมาอย่างมั่นคงทั้งในด้านกาลังทุนและตลาดภายในประเทศรวมทั้งเทคโนโลยีซึ่งจะค่อยๆ พัฒนาขึ้นมา จากฐานทรัพยากรและภูมิปัญญาที่มีอยู่ภายในชาติ และทั้งที่จะพึงคัดสรรเรียนรู้จากโลกภายนอก เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเศรษฐกิจที่พอเพียงกับตัวเอง ทาให้อยู่ได้ ไม่ต้องเดือดร้อน มีสิ่งจาเป็นที่ทาได้โดยตัวเอง ไม่ต้องแข่งขันกับใคร และมีเหลือเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ไม่มี อันนาไปสู่การแลกเปลี่ยนในชุมชน และขยายไปจนสามารถที่ จะเป็นสินค้าส่งออก เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเศรษฐกิจระบบเปิดที่เริ่มจากตนเองและความร่วมมือ วิธีการเช่นนี้จะดึง ศักยภาพของ ประชากรออกมาสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวซึ่งมีความผู้พันกับ “จิตวิญญาณ” คือ “คุณค่า” มากกว่า “มูลค่า”
    • เศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดารัสชี้แนะแนวทางการดาเนินชีวิตแก่ พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า ๒๕ ปี ตั้งแต่ก่อนวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ และเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นย้าแนวทางการ แก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และสามารถดารงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดารงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครัวระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดาเนินไปใน ทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทัน ต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจาเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันใน ตัวที่ดีพอสมควร ต่อการมีผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้ จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความ รอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนาวิชาการต่างๆมาใช้ในการวางแผนและการดาเนินการทุกขั้นตอน และ ขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎีและนักธุรกิจในทุกระดับให้มี สานึกในคุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดาเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และ ความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี
    • ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณความมีเหตุผลรวมถึงความจาเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี พอสมควรต่อการมีผลกระทบใด ๆอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายในทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความ รอบคอบและความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนาวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและการดาเนินการทุกขั้นตอน และ ขณะเดียวกันจะต้องสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มี สานึกในคุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริตและให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดาเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติปัญญา และ ความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ทั้งด้านวัตถุ สังคมสิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี
    • ประวัติความเป็นมาของเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดาริ ชี้แนะแนวทางการดาเนินชีวิตแก่พสก นิกรชาวไทย ซึ่งพระองค์ทรงมีพระราชหฤทัยมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือผู้ ที่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม ที่มักต้องประสบกับ ปัญหาความแปรปรวนของดินฟ้าอากาศ เช่น ฝนตกไม่สม่าเสมอ เกิดภาวะแห้งแล้งทั่วไปหรือในช่วงหน้าฝนเกิดภาวะน้าท่วม ทา ให้การเกษตรกรรม ไม่ได้ผลผลิตเท่าที่ควร พระองค์จึงทรงมีพระราชดาริที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว และยกระดับพัฒนาความเป็นอยู่ ของราษฎรในภาคเกษตรกรรม ให้เกิดความพออยู่พอกิน และสามารถพึ่งพาตนเองได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชวินิจฉัย ค้นคว้า สารวจ รวบรวมข้อมูล แล้วทาการทดสอบเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรน้า ที่ดิน พันธุ์พืช เพื่อให้เกษตรกรรมสามารถดารงชีวิตอยู่ได้ใน พื้นที่ของตนเองที่เรารู้จักกันในชื่อ “ทฤษฎีใหม่” ใช้หลักการบริหารจัดการที่ดินและน้าเพื่อการเกษตรในที่ดินที่มีอยู่จากัดให้เกิด ประโยชน์สูงสุดอันเป็นแนวทางการพัฒนาการเกษตรแบบพึ่งตนเอง โดยการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และทาการประมง ให้เกิดการ พัฒนาที่ยั่งยืน โดยการทาการเกษตรในลักษณะเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกิดความพออยู่พอกิน พระองค์ทรงนาทฤษฎีดังกล่าวไปทาการทดลองที่วัดมงคลชัยพัฒนา ตาบลห้วยบง และตาบลเขาดินพัฒนา อาเภอเมือง (ปัจจุบันคืออาเภอเฉลิมพระเกียรติ) จังหวัดสระบุรี ซึ่งประสบผลสาเร็จเป็นอย่างดีต่อมาในช่วง พ.ศ. 2540 ประเทศไทยต้อง ประสบกับภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจเกิด ภาวะเศรษฐกิจตกต่าอย่างรุนแรง ประชาชนได้รับความเดือนร้อน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ ประกอบอาชีพ ในภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการหลายรายที่ต้องปิดกิจการลง ทาให้ประชาชนตกงานเป็น จานวนมากก่อให้เกิดปัญหาการว่างงานอย่างรุนแรงและต่อเนื่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหาวิธีการที่จะช่วยเหลือพสก นิกรที่ ประสบปัญหาให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พระองค์จึงได้ทรงพระราชทานพระราชดาริเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อเป็นแนวทางใหม่ในการดารงชีวิต เพื่อให้รอด พ้นและสามารถดารงอยู่ได้อย่าง มั่นคงและยั่งยืน โดยการนาหลักการและวิธีการที่ใช้ภาคเกษตรกรรมมาประยุกต์ใช้ในการ บริหารจัดการ การดาเนินชีวิตของประชาชนชาวไทยให้รู้จักการดาเนินชีวิตอยู่อย่างพอประมาณ เดินสายกลาง มีความพอดีและ พอเพียงกับตนเอง ดารงชีวิตแบบพออยู่พอกินและสามารถพึ่งพาตนเองได้
    • ประการที่สาคัญของเศรษฐกิจพอเพียง 1. พอมีพอกิน ปลูกพืชสวนครัวไว้กินเองบ้าง ปลูกไม้ผลไว้หลังบ้าน 2-3ต้น พอที่จะมีไว้กินเองภายในครัวเรือน เหลือถึงจะขาย 2. พออยู่พอใช้ ทาให้บ้านน่าอยู่ ปราศจากสารเคมี กลิ่นเหม็น ใช้แต่ของที่เป็นธรรมชาติ (ใช้จุลินทรีย์ผสมน้าถูพื้นบ้าน จะสะอาดกว่าใช้น้ายาเคมี) รายจ่ายลดลง สุภาพจะดีขึ้น (ประหยัดค่ารักษาพยาบาล) 3.พออกพอใจ เราต้องรู้จักพอ รู้จักประมาณตน ไม่ใคร่อยากใคร่มีเช่นผู้อื่น เพราะเราจะหลงติดกับวัตถุ ปัญหาจะไม่เกิด “การจะเป็นเสือนั้นมันไม่สาคัญ สาคัญอยู่ที่เราพออยู่พอกิน และมีเศรษฐกิจการเป็นอยู่แบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกิน หมายความว่า “อุ้มชูต้วเองได้ ให้มีพอเพียงกับตัวเอง”
    • ปรัชญาและแนวคิด ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีหลักพิจารณาอยู่ 5 ส่วน ดังนี้ กรอบแนวคิด เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดารงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ควรจะเป็นโดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิต ดั้งเดิมของสังคมไทย สมารถนามาประยุกต์ ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลามุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัย และวิกฤต เพื่อความมั่นคง และ ความยั่งยืน ของการพัฒนา คุณลักษณะ เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนามาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับโดยเน้นการปฏิบัติบนทางสาย กลาง และการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน คานิยาม ความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย 3 คุณลักษณะ พร้อม ๆ กัน ดังนี้ ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดย พิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคานึงถึงผล ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทานั้น ๆ อย่างรอบคอบ การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและกาเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะ เกิดขึ้นโดยคานึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล
    • เงื่อนไข การตัดสินใจและการดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้นต้องอาศัยทั้งความรู้ และ คุณธรรมเป็นพื้นฐาน กล่าวคือ เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้านความรอบคอบที่จะนาความรู้ เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการ วางแผน และความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรมมีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดาเนินชีวิต หลักปรัชญา ...การพัฒนาประเทศจาเป็นต้องทาตามลาดับขั้นต้องสร้างพื้นฐาน คือ ความพอมีพอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่ เป็นเบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและใช้อุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชา เมื่อได้พื้นฐานมั่นคงพร้อมพอควรและปฏิบัติ ได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลาดับต่อไป หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญ ยก เศรษฐกิจขึ้นให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชนโดย สอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความไม่สมดุลในเรื่องต่าง ๆ ขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยากล้มเหลวได้ในที่สุด... แนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท โดย คานึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจและการกระทา แนวทางปฏิบัติ/ผลที่คาดว่าจะได้รับ จากการนาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ คือการพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงใน ทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมความรู้และเทคโนโลยี
    • หลักแนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ ประมาท โดยคานึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ความ รอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจและการกระทา ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีหลักพิจารณาอยู่ 5 ส่วน ดังนี้ กรอบแนวคิด เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดารงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ ควรจะเป็น โดยมีพื้นฐานมา จากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สมารถนามาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการ เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัย และวิกฤต เพื่อ ความมั่นคง และ ความยั่งยืน ของการพัฒนา คุณลักษณะ เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนามาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับ โดยเน้นการปฏิบัติ บนทางสายกลาง และการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน คานิยาม ความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย 3 คุณลักษณะ พร้อม ๆ กัน ดังนี้
    • ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่นการผลิตและการบริโภค ที่อยู่ในระดับพอประมาณ ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดย พิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคานึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทานั้น ๆ อย่างรอบคอบ การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะ เกิดขึ้นโดยคานึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล เงื่อนไข การตัดสินใจและการดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้ และ คุณธรรมเป็นพื้นฐาน กล่าวคือ เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่ จะนาความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและ มีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดาเนินชีวิต แนวทางปฏิบัติ/ผลที่คาดว่าจะได้รับ จากการนาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ คือ การพัฒนา ที่สมดุลและยั่งยืน พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความรู้และ เทคโนโลยี
    • " ถ้าไม่มี เศรษฐกิจพอเพียง เวลาไฟดับ … จะพังหมด จะทาอย่างไร. ที่ที่ต้องใช้ไฟฟ้าก็ต้องแย่ไป. … หากมี เศรษฐกิจพอเพียง แบบไม่เต็มที่ ถ้าเรามีเครื่องปั่นไฟ ก็ให้ปั่นไฟ หรือถ้าขั้นโบราณกว่า มืดก็จุดเทียน คือมีทางที่จะแก้ปัญหาเสมอ. … ฉะนั้น เศรษฐกิจพอเพียง นี้ ก็มีเป็นขั้น ๆ แต่จะบอกว่า เศรษฐกิจพอเพียง นี้ ให้พอเพียงเฉพาะตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์ นี่เป็นสิ่งที่ทาไม่ได้. จะต้องมีการแลกเปลี่ยน ต้องมีการช่วยกัน. …… พอเพียงในทฤษฎีหลวงนี้ คือให้สามารถที่จะดาเนินงานได้. " พระราชดารัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนพรรษา 23 ธันวาคม 2542 ข้อมูลจาก คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
    • แนวทางการประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แบ่งได้เป็น 3 ระดับ 1. ระดับบุคคล . รู้จก “พอ” ไม่เบียดเบียนผู้อื่น . พยายามพัฒนาทักษะ ความรู้ ความเข้มแข็งของตนเอง . ยึดทางสายกลาง พอใจกับชีวิตที่พอเพียง 2. ระดับชุมชน . รวมกลุ่ม ใช้ภูมิปัญญาของชุมชน . เอื้อเฟื้อกันและกับ . พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือ 3. ระดับประเทศ . ชุมชนร่วมมือกัน . วางระบบเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเอง . พัฒนาเศรษฐกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป . เติบโตจากข้างใน การนาไปใช้ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ เป็นกรอบแนวความคิดและทิศทางการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ มหาภาคของไทย ซึ่งบรรจุอยู่ ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550-2554) เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาที่สมดุล ยั่งยืน และมีภูมิคุ้มกัน เพื่อ ความอยู่ดีมีสุข มุ่งสู่สังคมที่มีความสุขอย่างยั่งยืน หรือที่เรียกว่า สังคมสีเขียว (Green Society) ด้วยหลักการดังกล่าว แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 นี้จะไม่เน้นเรื่องตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ยังคงให้ความสาคัญต่อระบบเศรษฐกิจแบบทวิลักษณ์ หรือ ระบบเศรษฐกิจที่มีความแตกต่างกันระหว่างเศรษฐกิจชุมชนเมืองและชนบท
    • ปัญหาหนึ่งของการนาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ก็คือ ผู้นาไปใช้อาจยังไม่ได้ศึกษาหรือไม่มีความรู้เพียงพอ ทั้งยังไม่ วิเคราะห์หรือตั้งคาถาม เนื่องจากประเพณี. สมเกียรติ อ่อนวิมล เรียกสิ่งนี้ว่า "วิกฤตเศรษฐกิจพอเพียง"คือ ความไม่รู้ว่าจะนา ปรัชญานี้ไปใช้ทาอะไร กลายเป็นว่าผู้นาสังคมทุกคน ทั้งนักการเมืองและรัฐบาลใช้คาว่า "เศรษฐกิจพอเพียง" เป็นข้ออ้างในการ ทากิจกรรมใด ๆ เพื่อให้รู้สึกว่าได้สนองพระราชดารัสและให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดี หรือพูดง่ายๆ ก็คือ "เศรษฐกิจพอเพียง" ถูกใช้ เพื่อเป็นเครื่องมือเพื่อตัวเอง สมเกียรติได้ให้สัมภาษณ์วิจารณ์โครงการในยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ว่า "รัฐบาลยังไม่ได้ใช้อะไร เลยเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง ใช้แต่พูดเหมือนคุณทักษิณ แต่คุณทักษิณพูดควบคู่กับการเอาทุนนิยม 100 เปอร์เซ็นต์ลงไป.. ซึ่ง รัฐบาลนี้ต้องปรับทิศทางใหม่ เพราะรัฐบาลไม่ได้เอาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาและเป็นนโยบายทางวัฒนธรรมและสังคม" สมเกียรติยังมีความเห็นด้วยว่า ความไม่เข้าใจ นี้ อาจเกิดจากการสับสนว่าเศรษฐกิจพอเพียงกับทฤษฎีใหม่นั้นเป็นเรื่องเดียวกัน ทา ให้มีความเข้าใจว่า เศรษฐกิจพอเพียงหมายถึงการปฏิเสธอุตสาหกรรมแล้วกลับไปสู่เกษตรกรรม ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด. ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ ได้รับการเชิดชูสูงสุด จากองค์การสหประชาชาติ (UN)โดยนายโคฟี อันนัน ในฐานะ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ได้ทูลเกล้าฯถวายรางวัล The Human Development Lifetime Achievement Award แก่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อ 26 พฤษภาคม 2549 และได้มีปาฐกถาถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงว่าเป็นปรัชญาที่สามารถเริ่ม ได้จากการสร้างภูมิคุ้มกันในตนเอง สู่หมู่บ้าน และสู่เศรษฐกิจในวงกว้างขึ้นในที่สุด เป็นปรัชญาที่มีประโยชน์ต่อประเทศไทย และนานาประเทศ โดยที่องค์การสหประชาชาติได้สนับสนุนให้ประเทศต่างๆที่เป็นสมาชิก 166 ประเทศยึดเป็นแนวทางสู่การ พัฒนาประเทศแบบยั่งยืน
    • การสร้างขบวนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ ประมาท โดยคานึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว โดยใช้ความรอบรู้ ความ รอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการตัดสินใจและการกระทา ภาวะวิกฤตเศรษฐกิจปี ๒๕๔๐ ทาให้คนไทยให้ความสาคัญกับการพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ตาม คาชี้แนะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมากขึ้น สศช. จึงได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาต่าง ๆ มาร่วมกัน กลั่นกรองพระราชดารัสเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง สรุปเป็นนิยาม ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และได้อัญเชิญ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นปรัชญานาทางในการจัดทาแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๙ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชน ทุกระดับ มีความเข้าใจเศรษฐกิจพอเพียงและนาไปประกอบการดาเนินชีวิต
    • ในครั้งนี้ สศช. เสนอให้ริเริ่มการสร้างขบวนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสานต่อความคิดและ เชื่อมโยงการขยายผล ที่เกิดจากการนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้อย่างหลากหลาย รวมทั้งเพื่อจุด ประกายให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ซึ่งจะนาไปสู่การยอมรับ และการนาไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลในทาง ปฏิบัติในทุกภาคส่วนของสังคมอย่างจริงจัง การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง มีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างกระแสสังคมให้มีเป็นกรอบความคิดหรือส่วน หนึ่งของวิถีชีวิตของประชาชนทุกภาคส่วน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับหลัก เศรษฐกิจพอเพียง ให้ประชาชนทุกระดับสามารถนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไปประยุกต์ใช้ได้อย่าง เหมาะสม และปลูกฝังปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการดารงชีวิตให้อยู่บนพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจน นาไปสู่การปรับแนวทางการพัฒนาให้อยู่บนพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง ยุทธวิธีในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงจะมีการดาเนินการอย่างเป็นขั้นตอนและชัดเจน โดยมีขอบเขต การดาเนินงาน ๔ ด้านควบคู่กันไป คือ เชื่อมโยงเครือข่ายเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาวิชาการและศึกษาวิจัย สร้างหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงจะเป็นใน ลักษณะเครือข่ายและระดมพลังจากทุกภาคส่วน โดยมีคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแกนกลาง ในการดาเนินงาน และจะทูลเกล้าฯ ถวายผลการดาเนินงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาครบรอบ ๘๐ พรรษา ในเดือน ธันวาคม ๒๕๕๐
    • การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงนี้ จะเป็นการเสริมพลังในการดาเนินนโยบายของรัฐบาลที่เน้นการพัฒนา เพื่อให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาไปได้อย่างมั่นคงภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ โดยให้ความสาคัญกับการสร้าง ฐานเศรษฐกิจและสังคมในระดับรากหญ้าให้เข้มแข็ง ในขณะที่ส่งเสริม การพัฒนาประเทศให้มีเสถียรภาพใน ระดับระหว่างประเทศ สามารถปรับตัวเลือกรับสิ่งที่เป็นประโยชน์และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้ และ นาไปสู่ความอยู่ดีมีสุขของคนไทยในที่สุด
    • ขันตอนการปฏิบตสวถเี ศรษฐกิจพอเพียง ้ ั ิ ู่ ิ จับประเด็นปัญหา วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา กาหนดขอบเขตเป้าหมายในการแก้ปัญหา ปรับปรุงตัวเอง ดารงตนด้วยความมุ่งหมาย ใช้ความอดทนสูง อดกลั้น และอดออม ละวางจากความชั่ว ความทุจริต
    • ผลที่เกิดจากการปฏิบัติตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง 1.ยึดความประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่ายในทุกด้าน ลดละความฟุ่มเฟือยในการดารงชีพอย่างจริงจัง ดังพระราชดารัสที่ว่าความเป้นอยู่ไม่ฟุ้งเฟ้อ ต้องประหยัดไปในทางที่ถกต้อง ู 2.ยึดถือการประกอบอาชีพด้วยความถูกต้อง สุจริต แม้จะตกอยู่ในสภาวะขาดแคลนในการดารงชีพก็ตาม ดังพระราชดารัสที่ว่าความเจริญของคนทั้งหลายย่อมเกิดมาจากการประพฤติชอบและการหาเลี้ยงชีพเป็นหลักสาคัญ 3.ละเลิกการแก่งแย่งผลประโยชน์และการแข่งขันกันทั้งการค้าขายประกอบอาชีพแบบต่อสู้กัน อย่างรุนแรงดังอดีตซึ่งมีพระราชดารัสเรืองนี้ว่าความสุขความเจริญอันแท้จริงนั้นหมายถึงความสุขความเจริญที่บุคคล ่ แสวงหามาได้ดวยความเป็นธรรมทั้งในเจตนาและการกระทาไม่ใช่ได้มาด้วยความบังเอิญหรือด้วยการแก่งแย่งเบียดบัง ้ มาจากผู้อื่น 4.ไม่หยุดนิ่งที่จะหาทางให้ชวิตหลุดพ้นจากความทุกข์ยากครังนีโดยต้องขวนขวายใฝ่หาความรูให้เกิดมีรายได้ ี ้ ้ ้ เพิ่มพูนขึ้นจนถึงขั้นพอเพียงเป็นเป้าหมายสาคัญ พระราชดารัสตอนหนึ่งที่ให้ความชัดเจนว่าการที่ต้องการให้ทุกคนพยายาม ที่จะหาความรู้และสร้างตนเองให้มั่งคงนี้เพื่อตนเองมีความสุขพอมีพอกินและให้มีเกียรติว่ายืนได้ด้วยตนเอง 5.ปฏิบัติตนในแนวทางที่ดีลดละสิ่งชั่วให้หมดสิ้นไป เพราะยังมีบุคคลจานวนมิใช่น้อยที่ดาเนินการ โดยปราศจากการละอายต่อแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวได้พระราชทานพระราโชวาท ว่าพยายามไม่ก่อความชั่ว ั ให้เป็นเครืองทาลายตัวทาลายผู้อื่นพยายามลดพยายามละความชั่วที่ตัวเองมีอยู่ พยายามก่อความดีให้แก่ตัวอยู่เสมอ พยายาม ่ รักษาและเพิ่มพูนความดีที่มีอยู่ ให้งอกงามสมบรูณ์ขึ้น
    • เศรษฐกิจพอเพียงกับการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน การนาแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการดาเนินชีวิตประจาวัน สามารถกระทาได้ดังต่อไปนี้ เศรษฐกิจพอเพียงสาหรับบุคคลทั่วไป เศรษฐกิจพอเพียงมีประโยชน์ต่อประชาชนทุกคนไม่ใช่เฉพาะแต่เกษตรกรเท่านั้น แต่ประชาชนโดยทั่วไปไม่ว่านิสิต นักศึกษา นักเรียน ข้าราชการ พนักงานบริษัทก็สามารถนาหลักการเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการเรียน การทางาน ตลอดจนการดาเนินชีวิตประจาวันได้ ซึ่งสามารถกระทาได้ดังนี้ ควรยึดหลักความประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่ายในทุกด้าน และสละความฟุ่มเฟือยในการดารงชีพอย่างจริงจัง ควรประกอบอาชีพด้วยความสุจริตและถูกต้อง แม้จะเผชิญกับภาวะขาดแคลนในการดารงชีพก็ตาม ควรลดละการแก่งแย่งผลประโยชน์ และการแข่งบันทางการค้าขาย ตลอดจนการประกอบอาชีพที่มีการต่อสู้อย่างรุนแรง ควรขวนขวายใฝ่หาความรู้ให้มีรายได้เพิ่มพูนขึ้นจนถึงขั้นพอเพียงในการดารงชีวิตเป็นเป้าหมายสาคัญ เศรษฐกิจพอเพียงสาหรับเกษตรกร แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง มีประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวคิดที่ เรียกว่า “การเกษตรทฤษฎีใหม่” เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรให้มีความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนสามารถนาไปประยุกต์ ใช้ในการประกอบอาชีพ โดยจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานหลักการทฤษฎีใหม่ สาหรับเกษตรกรนั้น แนวคิดระบบเศรษฐกิจแบบ พอเพียงตามแนวพระราชดาริจะตั้งอยู่บนพื้นฐานหลักการ“ทฤษฎีใหม่” 3 ขึ้นคือ ขั้นที่หนึ่ง มีความพอเพียงเลี้ยงตัวเองได้บน พื้นฐานของความประหยัด ขจัดการใช้จ่าย ขั้นที่สอง รวมพลังกันในรูปกลุ่ม เพื่อทาการผลิต การตลาด การจัดการ รวมทั้งด้าน สวัสดิการ การศึกษา และการพัฒนาสังคมขั้นที่สาม สร้างเครือข่ายกลุ่มอาชีพและขยายกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้หลากหลาย โดย ประสานความร่วมมือกับภาคธุรกิจ ภาคองค์กรพัฒนา ภาคเอกชน และภาครัฐ ในด้านเงินทุน การตลาด การผลิต การจัดการและ ข่าวสารข้อมูล
    • อ้างอิง เศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร http://sufficiencyeconomy.panyathai.or.th ประวัติความเป็นมาของเศรษฐกิจพอเพียง http://edtechno.msu.ac.th/mod/resource/view.php?id=86 ประการที่สาคัญของเศรษฐกิจพอเพียง http://www.secondclass111.com/board/index.php?showtopic=685 ปรัชญาและแนวคิด http://pineapple-eyes.snru.ac.th หลักแนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียง http://sufficiencyeconomy.panyathai.or.th/ แนวทางการประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง www.oae.go.th/ewt_news.php?nid=6582&filename... www.thaindc.org/files/51179.pdf การสร้างขบวนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง http://www.sufficiencyeconomy.org/old/show.php?Id=24 ขั้นตอนการปฏิบัติสู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง http://greennetorganic.blogspot.com/2009/07/7.html http://th.wikipedia.org/wiki/เศรษฐกิจพอเพียง ผลที่เกิดจากการปฏิบัติตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง http://www.uinthai.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538933516&Ntype=119 เศรษฐกิจพอเพียงกับการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน http://www.chaiwit.ac.th/chaiwit02/p024.html
    • คณะผู้จัดทา นายวีระพงษ์ ใจเย็น (ตั้ม) 53010516025 นายศุภชัย ช้วยงาน (โจ้) 53010516026 นายนฤดล สีมีงาม (ทัช) 53010516040
    • นางสาวเบญจวรรณ เหง้ากอก (ปลาย) 53010516043 นางสาวปิ่นสุดา มังคะรัตน์ (จ๋อม) 53010516044