จินตวีร์ คล้ายสังข์. (2554). อีเลิร์นนิงเว็บไซต์ & คอร์สแวร์ :ปในนุบในแลศทิะทจงในอนจคต (E-Learning Website &Courseware: Cu...
(2009); Sloan Consortium Foundation, 2005; จินตวีร์มั่นสกุล, 2551; จินตวีร์ คล้ายสังข์และประกอบ กรณีกิจ,2552) โดยอีเลิร์นน...
2) ที่มจของรูปแบบรูปแบบฯ ที่นาเสนอนี้เป็นผลมาจากงานวิจัยเรื่อง รูปแบบเว็บไซต์และรูปแบบบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสมสาหรั...
เรื่องที่ชัดเจน มีจุดเชื่อมโยงภายในเว็บไซต์ และลิงค์ไปยังหน้าหลัก (4) ข้อสรุปข้อมูลมใลติมีเดียด้จนกจรออกแบบเนื้อหจ โดยองค์...
รูปที่ 1: รูปแบบอีเลิร์นนิงเว็บไซต์รูปที่ 2: ร่างต้นแบบเว็บไซต์(หลักสูตร) ที่สร้างด้วยโปรแกรม Open Source Joomla! CMSรูปที...
2.0 ด้านประสิทธิภาพของจุดเชื่อมโยง ด้านการเข้าถึงข้อมูล การทดสอบการใช้งาน และคุณภาพในการออกแบบรูปที่ 4: ภาพรวมรูปแบบเว็บไซ...
เสริมข้อความและภาพมากกว่าการใช้เป็นส่วนหลักของเนื้อหาในคอร์สแวร์ โดยวีดิทัศน์ที่ดึงดูดความสนใจและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้...
ตัวอักษร มัลติมีเดียด้านภาพประกอบ มัลติมีเดียด้านเสียงและมัลติมีเดียด้านวีดิทัศน์ กลุ่มที่ 2 ด้จนกจรออกแบบเนื้อหจ (Content...
รูปที่ 8: International Society for Technology inEducation: ISTE Second Life (http://www.iste.org)4.2) ทิะทจงในอนจคตของอีเ...
5) สรุปเว็บไซต์& คอร์สแวร์ ในปัจจุบัน มีปัจจัยต่างๆที่จะทาให้เอื้อต่อการเรียนรู้แบบอีเลิร์นนิงได้ดีที่สุดดังที่ได้นาเสนอมา...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

E-Learning Website & Courseware: Current and Future Trends

960 views
898 views

Published on

This paper is from the proceeding of the National E-Learning Conference: Open Learning - Open the World organized by the Thailand Cyber University Project, Office of the Higher Education Commission, Bangkok, Thailand, August 9-10, 2011.

Published in: Education
0 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
960
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
0
Likes
2
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

E-Learning Website & Courseware: Current and Future Trends

  1. 1. จินตวีร์ คล้ายสังข์. (2554). อีเลิร์นนิงเว็บไซต์ & คอร์สแวร์ :ปในนุบในแลศทิะทจงในอนจคต (E-Learning Website &Courseware: Current and Future Trends). เอกสารประกอบการประชุมวิชาการระดับชาติ (Proceeding) ด้านอีเลิร์นนิง :Open Learning - Open the World จัดโดยโครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย สานักงานคณะกรรม การการอุดมศึกษา ระหว่างวันที่ 9-10 สิงหาคม 2554อีเลิร์นนิงเว็บไซต์ & คอร์สแวร์: ปในนุบในแลศทิะทจงในอนจคตE-Learning Website & Courseware: Current and Future Trendsจินตวีร์ คล้ายสังข์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทยjinkhlaisang@gmail.comABSTRACTThis article addresses current and future trendsof e-learning website and courseware. Thecurrent information presenting in this articleare based on the research study titled“Proposed models of appropriate website andcourseware for e-learning in higher education”conducted by the author of the article in 2010.Findings indicated that there were 16components for website, as well as 16components for courseware to be included inthe models. Such components for both websiteand courseware models can be classified into 3categories including: Multimedia Design,Content Design, and Website/CoursewareInterface Design. While the future trend of e-learning website and courseware will also beaddressed including the trend of web 3.0,streaming courseware, and rapid e-learningcourseware.Keywords: E-Learning, Website Design,Courseware Designบทคใดย่อบทความเรื่อง อีเลิร์นนิงเว็บไซต์ & คอร์สแวร์: ปัจจุบันและทิศทางในอนาคต จะนาเสนอความนิยมในปัจจุบันของการออกแบบเว็บไซต์และคอร์สแวร์สาหรับการเรียนอีเลิร์นนิง โดยจะอ้างอิงถึงงานวิจัยเรื่องรูปแบบเว็บไซต์และรูปแบบบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสมสาหรับการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงในระดับอุดมศึกษาโดยผู้เขียนได้ดาเนินงานวิจัยดังกล่าวในปี 2553ผลการวิจัยสรุปได้ว่าสามารถสรุปรูปแบบเว็บไซต์ฯ และรูปแบบบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ฯ ใน 16 ประเด็น โดยแบ่งกลุ่มเป็น 3 ด้านหลักคือ ด้านการออกแบบมัลติมีเดีย ด้านการออกแบบเนื้อหา และด้านการออกแบบส่วนต่อประสานสาหรับเว็บไซต์/คอร์สแวร์ นอกจากนี้บทความจะกล่าวถึงทิศทางในอนาคตของการออกแบบเว็บไซต์และคอร์สแวร์สาหรับการเรียนอีเลิร์นนิง ได้แก่เรื่องเว็บ 3.0 บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์แบบสตรีมมิ่ง และบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์แบบแรพิดอีเลิร์นนิงคจสจคใญ: อีเลิร์นนิง, การออกแบบอีเลิร์นนิงเว็บไซต์,การออกแบบอีเลิร์นนิงคอร์สแวร์1) บทนจการเรียนอีเลิร์นนิงได้แพร่กระจายสู่การเรียนการสอนระดับอุดมศึกษาด้วยสาเหตุของคุณประโยชน์ที่โดดเด่นไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงเนื้อหาได้สะดวก ทุกที่ทุกเวลา การเข้าร่วมกิจกรรมอย่างไร้ข้อจากัดของเวลา การเรียนอีเลิร์นนิง ยังนับว่าเป็นการจัดสภาพแวดล้อมของการเรียนรู้แบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Learner-Centered) อีกทั้งยังสนับสนุนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life Long Learning) ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการศึกษาได้เป็นอย่างดีองค์ประกอบที่สาคัญที่จะทาให้การเรียนอีเลิร์นนิงประสบผลสาเร็จนั้น ได้แก่ (1) เว็บไซต์ (2) คอร์สแวร์ (3) การติดต่อสื่อสาร และ (4) การประเมินผลการเรียน ซึ่งเมื่อนาองค์ประกอบทั้งสี่มาประกอบเข้าด้วยกันแล้ว ระบบจะทางานประสานกันได้อย่างลงตัว (Bonk and Graham, 2006;Wilson and Smilanich, 2005; Waterhouse, 2005; WesternCooperative for Educational Telecommunications: WCET
  2. 2. (2009); Sloan Consortium Foundation, 2005; จินตวีร์มั่นสกุล, 2551; จินตวีร์ คล้ายสังข์และประกอบ กรณีกิจ,2552) โดยอีเลิร์นนิงเว็บไซต์นั้น อาจอยู่ในรูปแบบของระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ (LMS: LearningManagement System) หรือระบบบริหารจัดการเนื้อหา(Content Management System) ซึ่งจะทาหน้าที่เป็นศูนย์กลางการจัดการเนื้อหา กิจกรรมการเรียนการสอนตลอดจนการวัดและประเมินผลต่างๆ และสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ ซึ่งใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลางในการจัดปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนและผู้เรียน ผู้เรียนกับผู้เรียน และผู้เรียนกับแหล่งข้อมูล ทั้งนี้จะช่วยให้ผู้เรียนและผู้สอนสามารถเข้าถึงเนื้อหาและใช้งานได้ง่ายโดยมีเครื่องมือทางด้านการจัดการ การปรับปรุง การควบคุม การสารองข้อมูล การสนับสนุนข้อมูล การบันทึกสถิติผู้เรียน และการประเมินผล ตลอดจนการตรวจให้คะแนนผู้เรียน โดยในปัจจุบันระบบฯ จะแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ ระบบจัดการการเรียนรู้ที่อยู่ในรูปแบบเชิงพาณิชย์ (Proprietary Software) เช่น ระบบบริหารจัดการเรียนรู้ Blackboard , WebCT และEducation Sphere และระบบจัดการการเรียนรู้ที่อยู่ในรูปแบบฟรีซอฟต์แวร์ (Free Software) หรือโอเพนซอร์ส (Open Source) เช่น ATutor และ Moodle เป็นต้น ในขณะที่อีเลิร์ นนิ งคอร์ สแวร์ (e-learningcourseware) หรือบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์นั้น เป็นเนื้อหาสาระที่นาเสนอในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นสื่อประสม โดยเน้นการออกแบบที่ใช้วิธีการกลยุทธ์ และการให้ข้อมูลป้ อนกลับแก่ผู้เรียนโดยทันทีในการนาเสนอ ที่กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กาหนดไว้ซึ่งผู้เรียนสามารถเข้าถึงเนื้อหาได้ตามความต้องการ ตลอดจนอาจมีแบบฝึกหัดหรือแบบทดสอบเพื่อให้ผู้เรียนสามารถตรวจสอบความเข้าใจได้ (จินตวีร์ คล้ายสังข์ และประกอบ กรณีกิจ, 2552;ใจทิพย์ ณ สงขลา, 2550; ถนอมพร เลาหจรัสแสง,2548; Davidson & Rasmussen, 2006; Monsakul,2007; Monsakul, 2008; Nichani, 2001; Rosenberg,2001) ดังจะเห็นได้ว่าทั้งอีเลิร์นนิงเว็บไซต์และคอร์สแวร์นั้น เป็นสื่อกลางที่สาคัญที่ใช้สาหรับการถ่ายทอดความรู้ไปยังผู้เรียนตามกระบวนการเรียนรู้ มีบทบาทอย่างสูงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หากอีเลิร์นนิงเว็บไซต์และคอร์สแวร์ที่ใช้ในการเรียนรู้มีคุณภาพย่อมส่งผลทางบวกที่เอื้อต่อการติดต่อสื่อสารและการประเมินผลการเรียน ที่มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลทางกาเรียนที่สูงขึ้นของผู้เรียนอีกด้วย ในทางกลับกัน ถ้าการออกแบบอีเลิร์นนิงเว็บไซต์และคอร์สแวร์ไม่น่าสนใจ ขาดองค์ประกอบที่สาคัญที่เอื้อต่อการเรียนรู้ย่อมส่งผลทางลบต่อการติดต่อสื่อสารและการประเมินผลการเรียนที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลทางกาเรียนของผู้เรียนด้วยเช่นกันตามที่โครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทยสานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้พัฒนาหลักสูตรผู้เชี่ยวชาญ อีเลิร์นนิง (E-Learning Professional) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านการจัดการการเรียนการสอนทางไกล เมื่อปี พ.ศ. 2548 และเปิดดาเนินการเรียนการสอนทางไกลผ่านระบบ LMS ร่วมกับคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550เป็ นต้นมา การจัดการเรียนการสอนหลักสูตรดังกล่าวคณาจารย์ผู้สอนได้มีการจัดการเรียนการสอนจากประสบการณ์ของแต่ละท่าน ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันและนามาปรับใช้กันเองตามศักยภาพที่มี และโครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย สานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เล็งเห็นความจาเป็นที่จะต้องดาเนินการวิจัยเพื่อหารูปแบบการเรียนการสอน การวัดและประเมินผลตลอดจนเทคโนโลยีที่เหมาะสม ทั้งในด้านรูปแบบเว็บไซต์รูปแบบบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อการนาส่งเนื้อหาสาหรับการเรียนทางอิเล็กทรอนิกส์ในระดับอุดมศึกษาที่มีประสิทธิภาพต่อไป ซึ่งผลลัพธ์จากการวิจัยจะได้นามาพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ที่มีอยู่เดิม และเผยแพร่สู่การปฏิบัติในการจัดการเรียนการสอนทางไกลทั้งในหลักสูตรที่กาลังเปิดสอนดังกล่าวและเป็นการแบ่งปันความรู้ร่วมกัน เพื่อให้สถาบันทางการศึกษาต่างๆ ทั้งในระดับอุดมศึกษา การศึกษาภาคบังคับ ตลอดจนหน่วยงานจัดการฝึกอบรมต่างๆ ที่มีนโยบายหรือมีความสนใจในการจัดการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงสามารถนาไปใช้และปรับใช้เป็นแนวทางในการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์และรูปแบบบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสมสาหรับการเรียนผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ต่อไป
  3. 3. 2) ที่มจของรูปแบบรูปแบบฯ ที่นาเสนอนี้เป็นผลมาจากงานวิจัยเรื่อง รูปแบบเว็บไซต์และรูปแบบบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสมสาหรับการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงในระดับอุดมศึกษา โดยมีวิธีการดาเนินการวิจัยทั้งหมด 10ขั้นตอนดังนี้ (1) ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับรูปแบบเว็บไซต์และรูปแบบบทเรี ยนอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งผลต่อการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงในระดับอุดมศึกษาช่วงปี พ.ศ. 2538-2552 (2)ศึกษาผลจากแบบสอบถามรูปแบบเว็บไซต์ที่เหมาะสมสาหรับการเรี ยนการสอนแบบอีเลิร์นนิ งในระดับอุดมศึกษา และแบบสอบถามรูปแบบบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสมสาหรับการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงในระดับอุดมศึกษา ไปให้ประชากรที่เป็นกลุ่มตัวอย่างเป็ นผู้ตอบแบบสอบถาม (3) สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับรูปแบบเว็บไซต์และรูปแบบบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสมฯ เพื่อขอรับข้อคิดเห็นเพิ่มเติม(4) ร่างรูปแบบเว็บไซต์และรูปแบบบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสมสาหรับการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงในระดับอุดมศึกษา (5) นารูปแบบเว็บไซต์และรูปแบบบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสมสาหรับการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงในระดับอุดมศึกษา เสนอให้ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบรูปแบบ (6) ปรับปรุงแก้ไขร่างรูปแบบฯ ตามคาแนะนาของผู้ทรงคุณวุฒิ จากนั้นนาร่างรูปแบบดังกล่าวที่ได้ปรับแก้แล้วไปพัฒนาร่างต้นแบบสาหรับทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่างต่อไป (7) ทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่าง และปรับปรุงแก้ไข (8) นารูปแบบเว็บไซต์และรูปแบบบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสมสาหรับการเรี ยนการสอนแบบอีเลิร์นนิ งในระดับอุดมศึกษาที่ได้ปรับปรุงแก้ไขตามคาแนะนาของผู้ทรงคุณวุฒิและผลจากการทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่างแล้วเสนอให้ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบอีกครั้งเพื่อรับรองรูปแบบเว็บไซต์และรูปแบบบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสมสาหรับการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงในระดับอุดมศึกษา (9) ปรับปรุงแก้ไขรูปแบบเว็บไซต์และรูปแบบบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสมสาหรับการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงในระดับอุดมศึกษาตามคาแนะนาจากผู้ทรงคุณวุฒิ และ (10) นาเสนอรูปแบบเว็บไซต์และรูปแบบบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสมสาหรับการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงในระดับอุดมศึกษาที่ผู้ทรงคุณวุฒิได้ตรวจสอบเพื่อรับรองรูปแบบแล้วมาจัดทาเป็นรูปเล่มเพื่อนาเสนอต่อสานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และเพื่อเผยแพร่ต่อไป3) นจเสนอรูปแบบฯบทความนี้ขอเสนอรูปแบบเว็บไซต์ฯ และรูปแบบบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ฯใน 16 ประเด็น โดยแบ่งกลุ่มเป็น 3ด้านหลักคือ ด้านการออกแบบมัลติมีเดีย ด้านการออกแบบเนื้อหา และด้านการออกแบบส่วนต่อประสานสาหรับเว็บไซต์/คอร์สแวร์ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติสาหรับหน่วยงานหรือองค์กรที่มีความสนใจจะดาเนินการจัดการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงต่อไป โดยมีรายละเอียดดังนี้3.1) รูปแบบเว็บไซต์ที่เหมจศสมสจหรใบกจรเรียนกจรสอนแบบอีเลิร์นนิงในรศดใบอุดมะึกษจรูปแบบเว็บไซต์ฯ สามารถสรุปได้เป็น 16 ประเด็นเพื่อพิจารณาในการออกแบบ โดยเป็นการเรียงลาดับตามขั้นตอนการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ ซึ่งเหมาะสมสาหรับนักพัฒนาเว็บไซต์ที่จะนาไปใช้ ได้แก่ (1) มใลติมีเดียด้จนพื้นหลใง ลักษณะของพื้นหลังที่เหมาะสม คือ พื้นหลังสีอ่อนและตัวอักษรสีเข้ม โดยพื้นหลังที่ดึงดูดใจและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน คือ สีโทนเย็น ประกอบด้วย พื้นหลังสีอ่อน(โทนขาว ครีม) และตัวอักษรสีเข้ม(โทนฟ้า น้าเงิน)ในส่วนเนื้อหา พื้นสีขาว ตัวอักษรสีดาปกติ มีความเหมาะสมกับบริบทการศึกษาที่สุด (2) ข้อสรุปข้อมูลมใลติมีเดียด้จนตใวอใกษร ลักษณะของตัวอักษรที่เหมาะสม คือ ชนิดและขนาดมีความชัดเจนและอ่านง่าย และ สีของตัวอักษรเด่นชัดสบายตา โดยตัวอักษรที่ดึงดูดใจ/ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน คือ ตัวอักษรหัวกลมแบบ San-Serif ขนาด 10-20พอยท์ (ขึ้นอยู่กับตาแหน่งเนื้อหา) อีกทั้งตัวอักษรที่ใช้ควรเลือกชนิดที่มีรูปแบบตัวอักษรภาษาไทย และรูปแบบตัวอักษรภาษาอังกฤษ ไม่แตกต่างกันมาก เช่น Tahoma และVerdana จึงจะเหมาะสมกับบริบทการศึกษาไทยที่สุด (3)ข้อสรุปข้อมูลมใลติมีเดียด้จนกจรออกแบบนุดเชื่อมโยง โดยองค์ประกอบของจุดเชื่อมโยง อย่างน้อยควรมีการระบุชื่อ
  4. 4. เรื่องที่ชัดเจน มีจุดเชื่อมโยงภายในเว็บไซต์ และลิงค์ไปยังหน้าหลัก (4) ข้อสรุปข้อมูลมใลติมีเดียด้จนกจรออกแบบเนื้อหจ โดยองค์ประกอบของเนื้อหาอย่างน้อยควรมี ภาพและวัตถุประกอบการบรรยาย หรือภาพเคลื่อนไหว(ภาพเหตุการณ์สั้นๆ) และลักษณะการนาเสนอเนื้อหา คือ เนื้อหากระชับ สั้นและทันสมัย และแบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วนๆ หรือจัดกลุ่มเป็นหมวดหมู่ (5)ข้อสรุปข้อมูลด้จนลใกษณศเนื้อหจที่ดึงดูดควจมสนในแลศส่งเสริมกจรเรียนรู้ ได้แก่ เนื้อหากระชับ สั้น และทันสมัยและ แบ่งเนื้อหาออกเป็ นส่วนๆ หรือจัดกลุ่มเป็ นหมวดหมู่ (6) ข้อสรุปข้อมูลมใลติมีเดียด้จนภจพปรศกอบโดยลักษณะของภาพประกอบควรสื่อความหมายกับผู้ใช้ได้ตรงกับวัตถุประสงค์ และมีความเกี่ยวข้องหรือมีความสัมพันธ์กับเนื้อหา ส่วนภาพประกอบที่ดึงดูดความสนใจ/ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน คือ ภาพเคลื่อนไหว(7) ข้อสรุปข้อมูลเกี่ยวกใบควจมน่จเชื่อถือ ควรประกอบด้วย การระบุชื่อผู้จัดทาและอีเมล์ที่จะติดต่อได้ระบุวันที่จัดทา/แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูล และระบุผลงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ (8) ข้อสรุปข้อมูลเกี่ยวกใบคุณภจพเนื้อหจได้แก่ การนาเสนอข้อมูลตามความเป็นจริง ไม่มีอคตินาเสนอข้อมูลครบถ้วนสมบูรณ์ และระบุแหล่งที่มาของข้อมูล (9) ข้อสรุปข้อมูลเกี่ยวกใบกจรออกแบบรศบบนจทจงนั้น อย่างน้อยควรมีแผงผังเว็บไซต์เพื่อแสดงภาพรวมของบทเรียน มีทางเลือกให้ผู้ใช้เข้าสืบค้นข้อมูลและมีการเชื่อมโยงกลับไปยังหน้าหลัก อีกทั้งควรมีการบอกตาแหน่งว่าผู้เรียนอยู่ส่วนไหนของเว็บไซต์ด้วย(10) ข้อสรุปข้อมูลมใลติมีเดียด้จนเสียง ได้แก่ เสียงควรมีลักษณะชัดเจน มีการใช้เสียงสูงและต่าและตัวควบกล้าที่ดี ผู้ใช้สามารถเลือกหยุดและเปิดฟังได้ตลอดเวลา โดยเสียงที่ดึงดูดความสนใจ/ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนคือ เสียงที่ผู้ใช้สามารถเลือกหยุดและเปิ ดฟังเสียงแบคกราวน์ได้ตลอดเวลา (11) ข้อสรุปข้อมูลมใลติมีเดียด้จนวีดิทใะน์ กล่าวว่า ลักษณะของวีดิทัศน์ควรใช้เป็นส่วนเสริมข้อความและภาพมากกว่าการใช้เป็นส่วนหลักของเนื้อหาในเว็บไซต์ และผู้ใช้สามารถเลือกหยุดและเปิดดูได้ตลอดเวลา โดยวีดิทัศน์ที่ดึงดูดความสนใจและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน คือ วิดีโอคลิปที่สามารถดาวน์โหลดได้ แสดงอยู่บนหน้าจอบเว็บ(ขนาดหน้าจอไม่มากกว่า 320x265 pixel) และสามารถลิงค์ไปยังหน้าจอเว็บใหม่ที่มีขนาดใหญ่ (full screen) ส่วนเนื้อหาในวีดิทัศน์ที่ดึงดูดความสนใจและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน คือ การอัพเดตนวัตกรรมใหม่ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ/หน่วยงานฯ(12) ข้อสรุปข้อมูลเกี่ยวกใบเครื่องมือสนใบสนุนกจรสร้จงเว็บ2.0 ได้แก่ เครื่องมือสนับสนุนการทางานบนเว็บ (Webapplication tools) เช่น Blog และ RSS Feed เครื่องมือสาหรับติดต่อสื่อสาร (Communication tools) เช่น Chat, InstantMessage, Desktop Video conference และ Podcast เครื่องมือส่งเสริมการเป็นชุมชนออนไลน์ (Community tools) เช่นWebboard, Wiki และ Social Networking ต่างๆ และเครื่องมือที่ช่วยในการแบ่งปันข้อมูลต่างๆ (File sharingtools) เช่น Photo sharing, Video sharing, Music Sharingและ Document sharing เป็นต้น โดยเครื่องมือสนับสนุนการสร้างเว็บ 2.0 ที่ดึงดูดความสนใจ/ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน คือ Blog, Chat/Instant Message และ Wiki (13)ข้อสรุปข้อมูลเกี่ยวกใบข้อมูลด้จนปรศสิทธิภจพของนุดเชื่อมโยง ได้แก่ การเข้าถึงสารสนเทศที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว และควบคุมการใช้งานได้อย่างง่ายและสะดวกที่สุด(14) ข้อสรุปข้อมูลเกี่ยวกใบข้อมูลด้จนกจรเข้จถึงข้อมูลนั้นควรที่จะใช้งานง่ายและโต้ตอบกับผู้เรียนได้ทันที โดยการเข้าถึงข้อมูลที่ดึงดูดความสนใจ/ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน คือ ใช้งานง่าย และ โต้ตอบกับผู้เรียนได้ทันที (15)ข้อสรุปข้อมูลเกี่ยวกใบกจรทดสอบกจรใช้งจน ได้แก่ การทดสอบการออกแบบ การเชื่อมโยง (Links) เนื้อหา (Content)และการเข้าถึงข้อมูล โดยการทดสอบการใช้งานที่ดึงดูดความสนใจและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน คือ ใช้งานง่ายและโต้ตอบกับผู้เรียนได้ทันที (16) ข้อสรุปข้อมูลเกี่ยวกใบคุณภจพในกจรออกแบบที่ดึงดูดควจมสนในแลศส่งเสริมกจรเรียนรู้ของผู้เรียน ได้แก่ การให้ความสาคัญกับการเข้าถึงข้อมูลเป็นอันดับหนึ่ง
  5. 5. รูปที่ 1: รูปแบบอีเลิร์นนิงเว็บไซต์รูปที่ 2: ร่างต้นแบบเว็บไซต์(หลักสูตร) ที่สร้างด้วยโปรแกรม Open Source Joomla! CMSรูปที่ 3: ร่างต้นแบบเว็บไซต์รายวิชาที่สร้างด้วยโปรแกรม Open Source Moodle LMSทั้งนี้ การสรุปรูปแบบเว็บไซต์ใน 16 ประเด็นที่กล่าวมานั้น เป็นการเรียงลาดับตามขั้นตอนการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ ซึ่งเหมาะสมสาหรับนักพัฒนาเว็บไซต์ที่จะนาไปใช้ สาหรับบุคคลอื่นที่สนใจจะนาข้อสรุปของผลการวิจัยไปใช้นั้น ผู้วิจัยได้นาทั้ง 16 ประเด็นมาสรุปเป็น 3กลุ่มหลักเพื่อให้เข้าใจง่ายต่อการพิจารณาการออกแบบ การพัฒนา ตลอดจนการประเมินผลรูปแบบเว็บไซต์ฯ ที่ชัดเจนโดยได้แบ่งกลุ่มเป็น 3 ด้านหลักๆ คือ กลุ่มที่ 1 ด้จนกจรออกแบบมใลติมีเดีย (Multimedia Design) ประกอบด้วย 5ประเด็นย่อยได้แก่ มัลติมีเดียด้านพื้นหลัง มัลติมีเดียด้านตัวอักษร มัลติมีเดียด้านภาพประกอบ มัลติมีเดียด้านเสียงและมัลติมีเดียด้านวิดีทัศน์ กลุ่มที่ 2 ด้จนกจรออกแบบเนื้อหจ(Content Design) ประกอบด้วย 5 ประเด็นย่อยได้แก่มัลติมีเดียด้านการออกแบบเนื้อหา ด้านลักษณะเนื้อหาที่ดึงดูดความสนใจและส่งเสริมการเรียนรู้ ความน่าเชื่อถือ และคุณภาพเนื้อหา กลุ่มที่ 3 ด้จนกจรออกแบบส่วนต่อปรศสจนสจหรใบเว็บไซต์ (Website Interface Design) ประกอบด้วย7 ประเด็นย่อยได้แก่ มัลติมีเดียด้านการออกแบบจุดเชื่อมโยงการออกแบบระบบนาทาง เครื่องมือสนับสนุนการสร้างเว็บ
  6. 6. 2.0 ด้านประสิทธิภาพของจุดเชื่อมโยง ด้านการเข้าถึงข้อมูล การทดสอบการใช้งาน และคุณภาพในการออกแบบรูปที่ 4: ภาพรวมรูปแบบเว็บไซต์ฯ 16 ประเด็นแบ่งเป็น 3 ด้านเพื่อการนาไปใช้3.2) รูปแบบบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมจศสมสจหรใบกจรเรียนกจรสอนแบบอีเลิร์นนิงในรศดใบอุดมะึกษจรูปแบบบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ฯ สามารถสรุปได้เป็น 16 ประเด็น เพื่อพิจารณาในการออกแบบ โดยเป็นการเรียงลาดับตามขั้นตอนการออกแบบและพัฒนาบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเหมาะสมสาหรับนักพัฒนาบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ที่จะนาไปใช้ได้แก่ (1) มใลติมีเดียด้จนพื้นหลใงที่เหมาะสม คือ สีโทนเย็นโดยพื้นหลังสีอ่อนและตัวอักษรสีเข้ม และพื้นหลังที่ดึงดูดใจ/ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน คือ พื้นหลังสีอ่อน(โทนขาว ครีม)และตัวอักษรสีเข้ม(โทนฟ้า น้าเงิน)ในส่วนเนื้อหา พื้นสีขาว ตัวอักษรสีดาปกติจะมีความเหมาะสมกับบริบทการศึกษาที่สุด (2) ข้อสรุปข้อมูลมใลติมีเดียด้จนตใวอใกษรที่เหมาะสม คือ ชนิดและขนาดมีความชัดเจนและอ่านง่าย ตัวอักษรแบบ San-Serif ขนาด 10-20 พอยท์ (ขึ้นอยู่กับตาแหน่งเนื้อหา) มีความเหมาะสมที่สุด อีกทั้งตัวอักษรที่ใช้ควรเลือกชนิดที่มีรูปแบบตัวอักษรภาษาไทย และรูปแบบตัวอักษรภาษาอังกฤษ ไม่แตกต่างกันมาก เช่น Tahoma และ Verdana จึงจะเหมาะสมกับบริบทการศึกษาไทยที่สุด (3) ข้อสรุปข้อมูลมใลติมีเดียด้จนกจรออกแบบนุดเชื่อมโยง คือ เข้าถึงสารสนเทศที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว ควบคุมการใช้งานได้อย่างง่ายและสะดวกที่สุด และผู้ใช้กาหนดเส้นทางการเรียนรู้ได้เอง(4) ข้อสรุปข้อมูลมใลติมีเดียด้จนกจรออกแบบเนื้อหจนั้นอย่างน้อยควรมี ภาพและวัตถุประกอบการบรรยาย หรือภาพเคลื่อนไหว(ภาพเหตุการณ์สั้นๆ) และลักษณะการนาเสนอเนื้อหาเพื่อกระตุ้นความสนใจและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน คือ มีภาพเคลื่อนไหว (ภาพเหตุการณ์สั้นๆ) หรือวัตถุเคลื่อนไหว (กราฟิกประกอบการบรรยายหลักการสาคัญๆ) (5) ข้อสรุปข้อมูลด้จนลใกษณศกจรนจเสนอเนื้อหจในคอร์สแวร์ คือ มีการแบ่งเนื้อหาเป็นหัวข้อย่อยๆ มีความชัดเจนและเนื้อหาแต่ละหัวข้อย่อยจบในตัวเอง นอกจากนี้การนาเสนอเนื้อหาที่ดึงดูดความสนใจ ได้แก่ การนาเสนอเนื้อหาแบบเรียงลาดับ และคอร์สแวร์มีการเก็บบันทึกการเรียนของผู้เรียน โดยจะบันทึกจุดที่ผู้เรียนหยุดเรียน และกลับมายังจุดดังกล่าวในครั้งต่อไป โดยผู้เรียนไม่ต้องเริ่มเรียนใหม่ตั้งแต่ต้น (6) ข้อสรุปข้อมูลเกี่ยวกใบคุณภจพเนื้อหจประกอบด้วย การนาเสนอข้อมูลครบถ้วน ตรงตามวัตถุประสงค์และความทันสมัยของเนื้อหา เมื่อพิจารณาคุณภาพเนื้อหาที่ส่งผลต่อความสนใจและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน พบว่าผู้เรียนให้ความสาคัญกับความต่อเนื่องของเนื้อหามากที่สุด (7) ข้อสรุปข้อมูลมใลติมีเดียด้จนลใกษณศของภจพปรศกอบ ได้แก่การสื่อความหมายกับผู้ใช้ได้ตรงกับวัตถุประสงค์ และมีความเกี่ยวข้องหรือมีความสัมพันธ์กับเนื้อหา ส่วนภาพประกอบที่ดึงดูดความสนใจและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน คือ ภาพเคลื่อนไหว (8) ข้อสรุปข้อมูลเกี่ยวกใบกจรออกแบบรศบบนจทจง ได้แก่รูปแบบและตาแหน่งที่ชี้การนาทางมีความสม่าเสมอ และบทเรียนต้องแสดงหัวข้อเนื้อหาและระบุตาแหน่งการใช้งานปัจจุบัน (9)ข้อสรุปข้อมูลมใลติมีเดียด้จนเสียง คือ เสียงบรรยายที่ใช้จะต้องเป็นเสียงที่น่าสนใจ กระตือรือร้น ออกเสียงได้ชัดเจนมีการใช้เสียงสูงและต่าและตัวควบกล้าที่ดี และผู้ใช้สามารถเลือกที่จะฟังหรือไม่ฟังเสียงบรรยายก็ได้ โดยเสียงแบคกราวด์ที่ดึงดูดความสนใจและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนคือ ผู้ใช้สามารถเลือกหยุดและเปิดฟังเสียงแบคกราวด์ได้ตลอดเวลา และเสียงพากษ์ที่ดึงดูดความสนใจและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนคือ เสียงพากษ์ที่อ่านออกเสียงได้ชัดเจนมีการใช้เสียงสูงและต่า และตัวควบกล้าที่ดี (10) ข้อสรุปข้อมูลมใลติมีเดียด้จนลใกษณศของวีดิทใะน์ คือการใช้เป็นส่วน
  7. 7. เสริมข้อความและภาพมากกว่าการใช้เป็นส่วนหลักของเนื้อหาในคอร์สแวร์ โดยวีดิทัศน์ที่ดึงดูดความสนใจและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนคือ วิดีโอคลิปที่สามารถดาวน์โหลดได้ ส่วนการนาเสนอวีดิทัศน์ คือ วิดีโอแบบแอนิเมชั่นอธิบายเนื้อหาหลัก (concept) ในแต่ละหัวข้อ(11) ข้อสรุปข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมการเรียน ได้แก่ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ในการเรียน โดยการนาเสนอเนื้อหาที่ดึงดูดใจคือ กิจกรรมเน้นปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนด้วยคาถามนา (และเปิ ดโอกาสให้ผู้เรียนร่วมแลกเปลี่ยนภายหลังผ่านกระดานสนทนา หรือเครื่องมือคิดต่อสื่อสารออนไลน์อื่นๆ) (12) ข้อสรุปเกี่ยวกใบข้อมูลด้จนกจรทดสอบควจมรู้ คือ ข้อสอบ/แบบทดสอบตรงกับวัตถุประสงค์ของบทเรียน โดยการทดสอบความรู้ที่ดึงดูดความสนใจและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนคือข้อสอบแบบปรนัยที่ผู้เรียนสามารถตอบได้หลายครั้งในแต่ละคาถาม และแสดงคะแนนการทดสอบและข้อมูลป้ อนกลับได้ทันที (13) ข้อสรุปข้อมูลเกี่ยวกใบข้อมูลด้จนกจรให้ข้อมูลป้ อนกลใบคือ คาถาม คาตอบและผลป้ อนกลับอยู่ในเฟรมเดียวกัน และมีการเฉลยคาตอบที่ถูกต้องหลังจากที่ตอบผิด 2-3 ครั้ง (14) ข้อสรุปข้อมูลเกี่ยวกใบข้อมูลเบื้องต้นคอร์สแวร์ ได้ให้ความสาคัญกับวัตถุประสงค์รายวิชามากที่สุด ทั้งนี้เพื่อเป็นข้อยืนยันว่าเมื่อได้เรียนจากบทเรียนนั้นๆ แล้ว ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะและทัศนคติ ดังที่ผู้สอนได้ตั้งใจไว้อีกทั้งผู้เรียนสามารถประเมินผลด้วยตนเองว่าบรรลุจุดประสงค์แต่ละข้อหรือไม่ (15) ข้อสรุปข้อมูลเกี่ยวกใบกจรปรศเมินคุณภจพนั้น อย่างน้อยควรประเมินความสอดคล้องกับหลักสูตร(16) ข้อสรุปข้อมูลเกี่ยวกใบ ลใกษณศของ คอร์สแวร์ตจมมจตรฐจน SCORM คือ สามารถใช้ร่วมกันระหว่างแพลตฟอร์ม/ระบบCMS และ LMS ที่ต่างกันได้ทุกระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของคอร์สแวร์ โดยมาตรฐานSCORM ที่ดึงดูดความสนใจ คือ หลักสูตรสามารถปรับให้เหมาะสมกับบุคลิกของผู้เรียนได้รูปที่ 5: รูปแบบอีเลิร์นนิงคอร์สแวร์รูปที่ 6: ร่างต้นแบบอีเลิร์นนิงคอร์สแวร์ทั้งนี้ ในการสรุปรูปแบบบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ใน16 ประเด็นที่กล่าวมาแล้วนั้น เป็นการเรียงลาดับตามขั้นตอนการออกแบบและพัฒนาบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเหมาะสมสาหรับนักพัฒนาบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ที่จะนาไปใช้สาหรับบุคคลอื่นที่สนใจจะนาข้อสรุปของผลการวิจัยไปใช้นั้น ผู้วิจัยได้นาทั้ง16 ประเด็นมาสรุปเป็น 3 กลุ่มหลักเพื่อให้เข้าใจง่ายต่อการพิจารณาการออกแบบ การพัฒนา ตลอดจนการประเมินผลรูปแบบบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ฯ ที่ชัดเจนโดยได้แบ่งกลุ่มเป็น 3 ด้านหลักๆ คือ กลุ่มที่ 1 ด้จนกจรออกแบบมใลติมีเดีย (Multimedia Design) ประกอบด้วย 5ประเด็นย่อยได้แก่ มัลติมีเดียด้านพื้นหลัง มัลติมีเดียด้าน
  8. 8. ตัวอักษร มัลติมีเดียด้านภาพประกอบ มัลติมีเดียด้านเสียงและมัลติมีเดียด้านวีดิทัศน์ กลุ่มที่ 2 ด้จนกจรออกแบบเนื้อหจ (Content Design) ประกอบด้วย 5 ประเด็นย่อยได้แก่ มัลติมีเดียด้านการออกแบบเนื้อหา ด้านลักษณะการนาเสนอเนื้อหาในคอร์สแวร์ คุณภาพเนื้อหา ข้อมูลเบื้องต้นคอร์สแวร์ และการประเมินคุณภาพ กลุ่มที่ 3ด้จนกจรออกแบบส่วนต่อปรศสจนสจหรใบบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (Courseware Interface Design)ประกอบด้วย 3 ประเด็นย่อยได้แก่ มัลติมีเดียด้านการออกแบบจุดเชื่อมโยง การออกแบบระบบนาทาง และมาตรฐาน SCORM โดยมีอีก 3 ประเด็น ได้แก่ กิจกรรมการเรียน ด้านการทดสอบความรู้ และด้านการให้ข้อมูลป้ อนกลับ ที่สามารถนาไปใช้ได้ทั้งกลุ่มด้านการออกแบบเนื้อหาและกลุ่มด้านการออกแบบส่วนต่อประสานสาหรับบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์รูปที่ 7: ภาพรวมรูปแบบบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ฯ16 ประเด็นแบ่งเป็น 3 ด้านเพื่อการนาไปใช้4) กจรออกแบบเว็บไซต์แลศคอร์สแวร์สจหรใบกจรเรียนอีเลิร์นนิง: ทิะทจงในอนจคตนอกจากการนาเสนอแนวทางสาหรับการออกแบบเว็บไซต์และคอร์สแวร์สาหรับการเรียนอีเลิร์นนิงเพื่อมุ่งเน้นการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพอันจะส่งผลสูงสุดต่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิผลของผู้เรียนแล้วนั้น บทความนี้จะกล่าวถึงทิศทางในอนาคตของการออกแบบเว็บไซต์และคอร์สแวร์สาหรับการเรียนอีเลิร์นนิง ได้แก่เรื่องเว็บ 3.0 บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์แบบสตรีมมิ่ง (Streaming Courseware) และบทเรียนอีเลิร์นนิงที่สร้างอย่างรวดเร็ว (Rapid E-Learning)รายละเอียดดังนี้4.1) ทิะทจงในอนจคตของอีเลิร์นนิงเว็บไซต์: เว็บ 3.0ลักษณะที่โดดเด่นของเว็บ 3.0 หรือ เว็บเชิงความหมาย (Semantic Web) นั้นมีอยู่มากมายด้วยกันหลายประการผู้เขียนขอยกตัวอย่างคุณสมบัติบางประการที่มองเห็นว่าจะเอื้อต่อการเรี ยนอีเลิร์นนิงเพื่อให้มีประสิทธิภาพยิ่ง ขึ้นกล่าวคือ เว็บไซต์แบบ 3.0 นั้นจะอยู่ภจยใต้ กจรควบคุมของผู้ใช้ มจกยิ่งขึ้น (Mash UpTechnology) อันเป็นพื้นฐานของเว็บ 3.0 ที่สามารถคาดเดาความต้องการ และค้นหาข้อมูลที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้งานได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เติมต่อมาจากเว็บ 2.0 ที่ผู้ใช้งานสามารถเริ่มสร้างเนื้อหาบางส่วนได้เอง ดังตัวอย่างเช่นSearch Engine ต่างๆ ที่สามารถคาดเดาความต้องการและค้นหาข้อมูลที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้งานได้มากยิ่งขึ้นนอกจากนี้ กจรเชื่อมโยงของฐจนข้อมูลต่จงๆ เข้จด้วยกในดังเช่น FourSquare ซึ่งเป็น Location-Based Social Networkคือการผสมผสานกันของ Social Network และ สถานที่(Location) ที่ผู้ใช้อยู่ Google + ซึ่งเป็น Social Media ตัวใหม่ล่าสุด ที่มีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลต่างๆ เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น คุณสมบัติการเพิ่มและติดตามเพื่อนเหมือนการ Followใน Twitter คุณสมบัติ Sparks ที่มีหลักการทางานคล้ายกับRSS Feed ที่ผู้ใช้สามารถเพิ่มความสนใจต่างๆ ลงไปได้(เว็บไซต์และTag) คุณสมบัติ Hangout คือ การสนทนากลุ่มแบบ video call ระบบ Instant Upload คือ การอัพโหลดภาพแบบอัตโนมัติ และ Huddle ที่จะมีลักษณะการทางานคล้ายWhatsapp ผสมกับ Facebook Chat และคุณสมบัติเด่นสุดท้ายคือการที่เว็บมีลใกษณศเป็น 3 มิติ โดยการปรับเปลี่ยนรูปร่างของเว็บให้มีลักษณะเป็นพื้นที่ที่มีความเสมือนจริงมากยิ่งขึ้นด้วยการใช้วัตถุ 3 มิติ เพื่อให้ผู้ใช้ได้สามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันได้มากยิ่งขึ้น ดังตัวอย่างเช่น Second Life ของInternational Society for Technology in Education: ISTE ที่ผู้ชมสามารถเข้าร่วมประชุมวิชาการแบบเสมือน (VirtualParticipants) ได้ (https://foursquare.com, 2011;https://plus.google.com, 2011; http://secondlife.com, 2011;Ohler, 2008)
  9. 9. รูปที่ 8: International Society for Technology inEducation: ISTE Second Life (http://www.iste.org)4.2) ทิะทจงในอนจคตของอีเลิร์นนิงคอร์สแวร์: บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์แบบสตรีมมิ่งแลศแรพิดอีเลิร์นนิงอีเลิร์นนิงคอร์แวร์ในปัจจุบันมักอยู่ในรูปแบบสื่อประสม (Multimedia) เนื่องจากผู้เรียนสามารถเข้าใจในเนื้อหาได้ดีกว่าการใช้สื่ออักษร ภาพ หรือเสียง อย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว ผนวกกับประสิทธิภาพในการเข้าถึงผู้รับชมจานวนมากได้ในการนาเสนอเพียงครั้งเดียว โดยระบบเครือข่ายที่นามาใช้ในการนาเสนอข้อมูลในรูปแบบนี้ ในสมัยก่อน การนาเสนอสื่อประสมผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจะใช้การ Download and Playหมายถึงการดาวน์โหลด ข้อมูลทั้งหมดมาก่อนจึงจะสามารถนามาใช้ฟังและชม ได้ แต่ปัจจุบันการชมอีเลิร์นนิงคอร์แวร์จาก Streaming Media Server จะแตกต่างออกไป โดยที่บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบสตรีมมิ่งนี้จะสามารถเริ่มเล่นได้เกือบจะในทันทีที่มีการดาวน์โหลดข้อมูล ผู้เรียนสามารถรับชมสื่อนั้นๆได้ทันที โดยไม่จาเป็นต้องรอให้ดาวน์โหลด ข้อมูลทั้งหมดก่อน โดยมีบัฟเฟอร์ (Buffer) เป็นตัวช่วย นอกจากนี้ บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบสตรีมมิ่งนี้ยังสามารถนาเสนอได้ทั้งแบบ On-demand และ Broadcast ดังนั้นจึงมีความยืดหยุ่น สามารถกาหนดข้อบังคับต่างๆในการนาเสนอได้จากแนวโน้มดังกล่าว จึงทาให้หลายสถาบันอุดมศึกษาที่มีการจัดการเรียนการสอนแบบ แรพิดอีเลิร์นนิง (RapidE-Learning) หรือบทเรียนอีเลิร์นนิงที่สร้างได้อย่างรวดเร็ว โดยได้เริ่มที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบของการนาเสนอเนื้อหาจากแบบที่ผู้สอนจะต้องร่วมงานกับทีมงานผู้ผลิตอีเลิร์นนิงคอร์สแวร์ เป็ นการที่ผู้สอนสามารถผลิตบทเรียนดังกล่าวได้ด้วยตนเอง ทั้งในรูปแบบOn-demand และแบบ Broadcast ดังแสดงในภาพที่ 8, 9 และ10 (จินตวีร์ คล้ายสังข์, 2553)รูปที่ 9: อีเลิร์นนิงคอร์แวร์ของ MIThttp://ocw.mit.edu/index.htmรูปที่ 10: อีเลิร์นนิงคอร์แวร์ของโครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย http://lms.thaicyberu.go.thรูปที่ 11: บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบสตรีมมิ่งซึ่งผู้เรียนสามารถรับชมได้เกือบทันทีหลังจากจบการเรียนการสอนในแต่ละครั้ง
  10. 10. 5) สรุปเว็บไซต์& คอร์สแวร์ ในปัจจุบัน มีปัจจัยต่างๆที่จะทาให้เอื้อต่อการเรียนรู้แบบอีเลิร์นนิงได้ดีที่สุดดังที่ได้นาเสนอมาแล้ว องค์กรทางการศึกษาจึงควรให้ความสาคัญกับองค์ประกอบต่างๆ ดังกล่าว ผนวกกับเอกลักษณ์และ อัตลักษณ์ขององค์กรนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของผู้เรียนและบริบทเนื้อหาที่มีความเฉพาะ ส่วนทิศทางในอนาคตของเว็บไซต์ & คอร์สแวร์ที่ได้นาเสนอไปแล้วนั้น เมื่อพิจารณาจะเห็นว่าทิศทางและความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้นเอื้อต่อการส่งเสริมการเรียนรู้ที่เน้นการเข้าถึงเนื้อหาที่รวดเร็วทั่วถึงเหมาะสม และเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญยิ่งขึ้น6) เอกสจรอ้จงอิงจินตวีร์ มั่นสกุล. (2551). รูปแบบกจรนใดกินกรรมกจรเรียนกจรสอนแบบอีเลิร์นนิงในรศดใบอุดมะึกษจ. วารสารครุศาสตร์ปีที่ 37 ฉบับที่ 3.จินตวีร์ คล้ายสังข์. (2553). โครงกจรวินใยรูปแบบเว็บไซต์แลศรูปแบบบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมจศสมสจหรใบก จ ร เ รี ย น ก จ ร ส อ น แ บ บ อี เ ลิ ร์ น นิ ง ใ นรศดใบอุดมะึกษจ. สานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.จินตวีร์ คล้ายสังข์. (2553). โครงกจรวินใยผลของกจรเรียนแบบผสมผสจนที่ใช้คอร์สแวร์ในรูปแบบที่ต่จงกในที่มีต่อผลสใมฤทธิ์ทจงกจรเรียนรู้ ในผู้เรียนรศดใบบใณฑิตะึกษจที่มีรศดใบควจมสจมจรถทจงกจรเรียนรู้ต่จงกในในรจยวิชจโปรแกรมกจรเรียนกจรสอนผ่จนเว็บขใ้นนจ. ทุนวิจัยคณะครุศาสตร์,จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.จินตวีร์ คล้ายสังข์ และ ประกอบ กรณีกิจ. (2552). Pedagogy-based Hybrid Learning: นจกแนวคิดสู่กจรปฏิบใติ.วารสารครุศาสตร์ ปี ที่ 38 ฉบับที่ 1 (กรกฎาคม2552). หน้า 93-108.ใจทิพย์ ณ สงขลา. (2550). E-Instructional Design วิธีวิท ยจ กจ รอ อก แบ บก จร เรี ยน กจ รส อ นอิเล็กทรอนิกส์. กรุงเทพฯ : ศูนย์ตาราและเอกสารทางวิชาการ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.ถนอมพร เลาหจรัสแสง. (2548). หลใกกจรออกแบบแลศกจรสร้จงเว็บเพื่อกจรเรียนกจรสอน. กรุงเทพฯ : อรุณการพิมพ์Bonk, C. J. & Graham, C. R. (2006). The handbook ofblended learning. San Francisco, CA: Pfeiffer.Davidson-Shivers, G.V., Rasmussen, K.L. (2006). Web-BasedLearning: Design, implementation, and evaluation.Upper Saddle River, New Jersey: Pearson Education.Monsakul, J. (2007). Learning Management Systems inHigher Education: A Review from FacultyPerspective. Proceedings of the South East AsiaRegional Computer Conference 2007 (SEARCC 2007),organized by the South East Asia Regional ComputerConfederation, Bangkok, Thailand, November 18-19,2007.Nichani, M. (2001). LCMS = LMS + CMS [RLOs]. [Online]Available from: http://www. elearningpost.com/articles/ archives/ lcms_lms_cms_rlos[2009, April 28]Ohler, J. (2008). What happens when the read-write web getssmart enough to help us organize and evaluate theinformation it provides? EDUCAUSE Quarterly,vol.31 no. 4 (October–December 2008)Rosenberg, M. J. (2001). E-learning : strategies for deliveringknowledge in the digital age. New York : McGraw –Hill.SLOAN, Consortium. (2005). Growing by Degrees OnlineEducation in the United States [Online]. Availablefrom: http://www.sloan-c.org/resources/growing_by_degree.pdf [2006, November11]Waterhouse, S. (2005). The Power of E-Learning: Theessential guide for teaching in the digital age.Boston, MA: Pearson Education, IncWestern Cooperative for Educational Telecommunications.(2009). Course Management Systems Reviews.[Online]. Available from: http://edutools.info/static.jsp? pj=8& page=HOME [April 28, 2009]Wilson, D. & Smilanich, E. (2005). The Other BlendedLearning. San Francisco, CA: John Wiley & Sons.กิตติกรรมปรศกจะบทความนี้ เป็ นส่วนหนึ่งของงานวิจัยเรื่อง“รูปแบบเว็บไซต์และรูปแบบบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสมสาหรับการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงในระดับอุดมศึกษา” โดยได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากโครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย สานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

×