บทที่ 10 ธาตุและสารประกอบในอุตสาหกรรม

24,360 views
23,687 views

Published on

4 Comments
21 Likes
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total views
24,360
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
88
Comments
4
Likes
21
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

บทที่ 10 ธาตุและสารประกอบในอุตสาหกรรม

  1. 1. บทที่ 10 ธาตุและสารประกอบในอุตสาหกรรม เคมี (ว30224) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดย..คุณครูจริยา ใจยศ โรงเรียนสา จังหวัดน่าน
  2. 2. อุตสาหกรรมแร่ อุตสาหกรรมเซรามิกส์ ธาตุและ สารประกอบในอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอุตสาหกรรมปุ๋ย กับโซเดียมคลอไรด์
  3. 3. แร่ทองแดง แร่รัตนชาติ แร่สังกะสีแคดเมียมแร่พลวง อุตสาหกรรมแร่ แร่ดีบุก แร่เซอร์คอน แร่ทังสเตน แร่โคลัมไบต์-แทนทาไลต์
  4. 4. วิธีการถลุงแร่ มีขั้นตอน ดังนี้1. เลือกแร่ที่เหมาะสม คือ แร่ที่มีปริมาณโลหะที่ต้องการมากพอและต้องถลุงง่ายด้วย ได้แก่ - เหล็ก Fe ใช้ แร่ฮีโมไทต์ (FeO3) - ทองแดง Cu ใช้ แร่คาลโคไพไรท์ (CuFeS2) - ดีบุก Sn ใช้แร่แคสซิเทอไรต์ (SnO2) - พลวง Sb ใช้แร่ 2 ชนิด คือ 1. แร่สติปไนต์ Sb2S3 เรียกว่าพลวงเงิน 2. แร่สติบิโคไนต์ Sb2O.nH2O เรียกว่าพลวงทอง - Zn – Cd ใช้แร่ สฟาเลอไรต์ มีสาร ZnS - Ta – Nb ใช้แร่โคลัมไบต์-แทนทาไลต์ ประเทศไทยส่วนใหญ่ใช้ตะกรันดีบุก - Zr ใช้แร่เซอร์คอน ZrSiO4
  5. 5. วิธีการถลุงแร่2. การล้างและการย่างแร่ ล้างแร่เพื่อขจัดสิ่งเจือปนเช่นดิน หิน โดยใช้น้าฉีด ล้างในภาชนะ อาจเติมน้้ายาล้างให้สะอาดโดยวิธีการปั่นเพื่อให้สารปนเปื้อนที่ติดอยู่หลุดออกไป แร่ส่วนมากจะมีลักษณะเบาลอยตัวขึ้นมาได้ การย่างแร่ เพื่อเปลี่ยนสารประกอบโลหะในแร่ให้เป็นสารประกอบออกไซด์ เช่น Sb2O3 ซึ่งจะใช้ C (cokeถ่านหิน หรือCO ไปรีดิวซ์ Sb2O3 ให้ Sb )
  6. 6. วิธีการถลุงแร่3. การถลุงแร่ (Smelting) ใช้เตาเฉพาะเช่น ถลุงเหล็ก ใช้เตาหลอมขนาดใหญ่ที่ใช้ลมเป่า (blast fumace) และเตานอนส้าหรับถลุงแร่ดีบุก4. การทาให้บริสุทธิ์ (refining) มี 2 วิธีได้แก่ 1. แยกด้วยกระแสไฟฟ้า Electrolysis 2. หลอมเฉพาะส่วน ด้วยไฟฟ้า เพื่อท้าให้โลหะบริสุทธิ์ zone refining
  7. 7. แร่รัตนชาติแร่รัตนชาติเป็น “อโลหะ” ที่มีความส้าคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นอย่างมาก เพราะเป็นสินค้าส่งออกที่ท้ารายได้ให้มาก โดยเฉพาะเพชรพลอยที่แปรรูปเป็นอัญมณีแล้วความหมายของรัตนชาติหรืออัญมณี “เป็นแร่และหรือสารประกอบอินทรีย์ที่นามาใช้เป็น เครื่องประดับ”
  8. 8. สมบัติของแร่รัตนชาติ 1. ความสวยงาม 2. ความคงทน 3. ความหายาก 4. ความนิยม 5. ความสามารถในการพกพาส่วนสารประกอบที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตและจัดเป็นรัตนชาติได้แก่ ไข่มุก ปะการัง และอาพัน
  9. 9. การแบ่งกลุ่มอัญมณีอัญมณีออกเป็น 2 กลุ่มคือ 1.เพชร 2.พลอยหรือหินสีแร่รตนชาติ ที่มีชื่อเสียงของไทย ได้แก่ ทับทิมสยาม ไพลิน ัหรือแซปไฟร์สีน้าเงิน บุษราคัม
  10. 10. ทับทิมสยามและไพลิน-เป็นพลอยในตระกูลแร่ คอรันดัม-มีส่วนประกอบหลักเป็น อะลูมิเนียมออกไซด์ โดย มี Al ร้อยละ52.9 และ O ร้อยละ 47.1 โดยมวล-การที่พลอยตระกูลคอรันดัมมีสีแตกต่างกันเนื่องจากมีธาตุอื่นเป็นมลทิน เช่น ถ้ามี Cr จะท้าให้เนื้อพลอยมีสีชมพูจนถึงสีแดงเข้ม ซึ่งเรียกว่า “ทับทิม” ถ้ามี Fe จะท้าให้พลอยมีสีเขียวอ่อน สีเหลือง หรือสีน้าตาล ถ้ามีทั้ง Fe และ Ti ปนด้วยกัน จะท้าให้พลอยมีสีน้าเงินอ่อนถึงสีน้าเงินเข้มเรียก “ไพลิน” ถ้ามีแร่รูไทล์ ปนอยู่ จะท้าให้พลอยมีลายเส้นเหลือบๆ หรือ รูปดาว เรียกว่า“พลอยสาแหรกหรือพลอยสตาร์”
  11. 11. การตรวจสอบเพชรพลอยแท้หรือเทียม จะใช้เครื่องมือและวิธีการเฉพาะ เพื่อตรวจสอบสมบัติที่ ปรากฏ เช่น ความแข็ง ความถ่วงจาเพาะ รูปลักษณะของผลึก ที่เกิดตามธรรมชาติ เป็นต้น ซึ่งเป็นสมบัติเฉพาะของรัตนชาติแต่ ละชนิด นักธรณีวิทยาชาวเยอรมัน ชื่อ เฟดริก โมส์ ได้จัดระดับความแข็งของแร่ตั้งแต่อ่อนที่สุดจนถึงแข็งที่สุดไว้ 10 ระดับ โดยเพชร เป็นแร่ที่มีความแข็งที่สุดและ โดยทั่วไปแร่รัตนชาติจะมีความแข็งสูงกว่า 6
  12. 12. การเพิ่มคุณภาพของแร่รัตนชาติ1.การเจียระไน เป็นเทคนิคที่ท้าให้อัญมณีมีความแวววาวเป็น ประกายและมีสีสันเด่นชัดขึ้น2.การเผาพลอยหรือการหุงพลอย เป็นเทคนิคที่ช่วยให้พลอยมี สีสันสวยงาม เนื้อพลอยจัดเรียงตัวใหม่ ท้าให้พลอยใสขึ้นและมี สีเปลี่ยนไปอย่างถาวร3.การย้อมเคลือบสี คือการเผาพลอยรวมกับสารเคมีบางชนิด ท้าให้พลอยมีสีสันสวยงามขึ้น สีเปลี่ยนชั่วคราว4.การอาบรังสี คือการน้าพลอยไปอาบรังสีแกมมาจากโคบอลต์- 60 ท้าให้สีเปลี่ยนแปลง
  13. 13. เพชรเทียม เพชรเทียมที่ได้รับความนิยาสูงสุดคือ เพชรรัสเซีย หรือคิวบิกเซอร์โคเนีย ลักษณะ เพชรเทียมมีการกระจายแสงสูงกว่าเพชรธรรมชาติจึงท้าให้เป็นประกายแวววาว และมีความถ่วงจ้าเพาะสูงกว่าเพชรธรรมชาติมาก

×