0
ดร . ปรีชาญ  เดชศรี สาขาประเมินมาตรฐาน สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การทดสอบเพื่อการประเมินคุณภาพการเรียนกา...
<ul><li>1.  เพื่อประเมินความก้าวหน้าและพัฒนา การ ของ </li></ul><ul><li>การเรียนการสอน </li></ul><ul><li>2.  เพื่อประเมินผล...
<ul><li>  เป็นการประเมินที่เปรียบเทียบในแต่ละช่วงเวลาของการเรียนรู้ระหว่างก่อนและหลังการเรียนรู้  เป็นการประเมินที่เปรียบเ...
พฤติกรรมการแสดงออกของผู้เรียน ด้านความรู้ ความคิด ด้านกระบวนการเรียนรู้ ด้านเจตคติ <ul><li>ความรู้ความจำ </li></ul><ul><li...
การประเมินสมรรถภาพของผู้เรียน ประเมินสมรรถภาพ ประเมินแบบเดิม ทักษะการนำไปใช้ การเรียนรู้แบบร่วมมือ ประเมินตนเอง ความรู้  (...
<ul><li>การประเมินโดยผู้สอน </li></ul><ul><li>การประเมินโดยผู้เรียน </li></ul><ul><li>การประเมินโดยผู้สอนและผู้เรียน </li>...
วิธีการวัดผลการเรียนการสอน  <ul><li>การทดสอบด้วยข้อสอบ </li></ul><ul><li>การประเมินผลจากการปฏิบัติงาน </li></ul><ul><li>แล...
<ul><li>ข้อสอบแบบเลือกตอบ </li></ul>   ข้อสอบแบบถูกผิด    ข้อสอบจับคู่    ข้อสอบแบบเติมคำ    ข้อสอบแบบเขียนตอบ การทดสอ...
<ul><li>ปัญหาหรือคำถาม  </li></ul><ul><li>คำตอบที่มีลักษณะเป็นตัวเลือก </li></ul><ul><li>ทั้งที่เป็นคำตอบถูกและคำตอบผิด </...
คำถาม ลักษณะของคำถามและตัวเลือกของข้อสอบแบบเลือกตอบ <ul><li>สั้น  ชัดเจน  และใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย </li></ul><ul><li>เขียนเ...
ตัวเลือก <ul><li>ตัวเลือกควรเป็นเรื่องหรือประเด็นเดียวกัน  มีความยาวใกล้เคียงกัน </li></ul><ul><li>ต้องกระจายคำตอบของข้อสอ...
ตัวอย่างข้อสอบเลือกตอบที่เป็นคำถามเดี่ยว วิชาวิทยาศาสตร์ ตัวอย่างที่  1 พืชชนิดใดที่ใช้เมล็ดในการขยายพันธุ์ ก .  อ้อย  ข ....
พืชชนิดใดที่ใช้เมล็ดในการขยายพันธุ์   ( p = .5 5   r = . 04 ) ก .  อ้อย  ( 1 7 .8 ) ข .  กล้วย  ( 12.9 ) ค .  ฟักทอง  *  (...
สัตว์กลุ่มใดออกลูกเป็นตัว  ก .  สุนัข  เสือ  *  ข .  งูเหลือม  ไก่  ค .  ม้าน้ำ  จระเข้  ง .  ค้างคาว  เต่าทะเล  ตัวอย่างท...
สัตว์กลุ่มใดออกลูกเป็นตัว  ( p = . 90   r = . 18 ) ก .  สุนัข  เสือ  *  ( 90.0 ) ข .  งูเหลือม  ไก่  ( 4.2 ) ค .  ม้าน้ำ  ...
การเปลี่ยนแปลงใดจัดเป็นการระเหยของน้ำ  ก .  น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง  ข .  น้ำกลายเป็นไอน้ำ  * ค .  น้ำแข็งกลายเป็นน้ำ  ง .  ไอน...
การเปลี่ยนแปลงใดจัดเป็นการระเหยของน้ำ  ( p = . 41   r =  0 . 0 ) ก .  น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง  ( 11.7 ) ข .  น้ำกลายเป็นไอน้ำ  ...
วิชาวิทยาศาสตร์ ตัวอย่างที่  1 การเปลี่ยนแปลงของหินลักษณะใดแตกต่างจากข้ออื่น ก .  หินงอกหินย้อย  *   ข .  คลื่นทะเลซัดหน้า...
การเปลี่ยนแปลงของหินลักษณะใดแตกต่างจากข้ออื่น  ( p = .27  r = .12) ก .  หินงอกหินย้อย  *   (27.2) ข .  คลื่นทะเลซัดหน้าผาห...
สารทำความสะอาดภาชนะใส่อาหารควรมีสมบัติอย่างไร ก .  มีความเป็นกรดสูง ข .  เกิดฟองจำนวนมาก ค .  ทำให้ไขมันละลายในน้ำได้  * ง...
สารทำความสะอาดภาชนะใส่อาหารควรมีสมบัติอย่างไร  ( p = .46  r = .12) ก .  มีความเป็นกรดสูง  (14.0) ข .  เกิดฟองจำนวนมาก  (17...
ปรากฏการณ์ใดจะมีผลต่อการคมนาคมทุกประเภท ก .  การเกิดเมฆ   ข .  การเกิดหมอก  * ค .  การเกิดน้ำค้าง   ง .  การเกิดรุ้งกินน้ำ...
ปรากฏการณ์ใดจะมีผลต่อการคมนาคมทุกประเภท  ( p = .43  r = .41) ก .  การเกิดเมฆ  (15.9)  ข .  การเกิดหมอก  *  (43.4) ค .  การ...
วิชาวิทยาศาสตร์ พื้นที่แบบใดต่อไปนี้ น่าจะมีน้ำใต้ดินอยู่ มากที่สุด  ก .  มีอากาศหนาวจัด    ข .  ป่าที่ต้นไม้ขึ้นหนาแน่น  ...
พื้นที่แบบใดต่อไปนี้ น่าจะมีน้ำใต้ดินอยู่ มากที่สุด  (p =  0.72  r = 0.35) ก .  มีอากาศหนาวจัด  ( 11 .5)  ข .  ป่าที่ต้นไม...
<ul><ul><li>ข้อมูลแสดงสมบัติบางประการของสาร  2  ชนิด เป็นดังนี้ </li></ul></ul><ul><li>สาร  สถานะ การละลายในน้ำ การละลายใน...
<ul><ul><li>ข้อมูลแสดงสมบัติบางประการของสาร  2  ชนิด เป็นดังนี้ </li></ul></ul><ul><li>สาร  สถานะ  การละลายในน้ำ  การละลาย...
<ul><ul><li>สารเนื้อเดียวมีลักษณะอย่างไร </li></ul></ul><ul><li>ก .  วางทิ้งไว้จะเกิดตะกอน  </li></ul><ul><li>ข .  แยกออกจ...
สารเนื้อเดียวมีลักษณะอย่างไร  (p = 0. 40   r = 0. 22 ) ก .  วางทิ้งไว้จะเกิดตะกอน  ( 3.3 ) ข .  แยกออกจากกันไม่ได้  ( 32.2...
ผสมน้ำ  2  ถังที่มีปริมาณเท่ากันโดยถังที่  1  มีอุณหภูมิ  40  องศาเซลเซียส  เมื่อน้ำผสมกันแล้วมีอุณหภูมิ  30  องศาเซลเซียส...
ผสมน้ำ  2  ถังที่มีปริมาณเท่ากันโดยถังที่  1  มีอุณหภูมิ  40  องศาเซลเซียส  เมื่อน้ำผสมกันแล้วมีอุณหภูมิ  30  องศาเซลเซียส...
วิชาคณิตศาสตร์ ตัวอย่างที่  1 ช่วงชั้นที่  1 สิ่งของใด มีส่วนประกอบเป็นรูปวงกลม ก .  พัดลม  *    ข .  หนังสือ ค .  กล่องนม...
สิ่งของใด มีส่วนประกอบเป็นรูปวงกลม   ( p = .85  r = .45) ก .  พัดลม  *  (85.5)   ข .  หนังสือ  (6.3) ค .  กล่องนม  (4.7)  ...
“ พี่มีเงินเป็น  3  เท่าของน้อง ถ้าน้อง มีเงินเป็น  250  บาท  พี่มีเงินกี่บาท”  เขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ได้อย่างไร ก .  25...
“ พี่มีเงินเป็น  3  เท่าของน้อง ถ้าน้อง มีเงินเป็น  250  บาท  พี่มีเงินกี่บาท”  เขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ได้อย่างไร  (p = ....
เชือกยาว   44  เซนติเมตร จะนำมาขดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสยาวด้านละ  2  เซนติเมตร ได้ มากที่สุด กี่รูป ก .  5  รูป  *   ข ....
เชือกยาว   44  เซนติเมตร จะนำมาขดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสยาว ด้านละ  2  เซนติเมตร ได้ มากที่สุด กี่รูป  (p = .26  r = .14)...
ถ้านำเลขโดดในหลักสิบและหลักร้อยของจำนวน  4,816  มาสลับที่กัน จำนวนใหม่จะมีค่าแตกต่างจากจำนวนเดิมประมาณเท่าใด ก .  มากกว่าป...
ถ้านำเลขโดดในหลักสิบและหลักร้อยของจำนวน  4,816  มาสลับที่กัน  จำนวนใหม่จะมีค่าแตกต่างจากจำนวนเดิมประมาณเท่าใด  (  p = .27 ...
มีเงินอยู่  400  บาท ซื้อรองเท้าเป็นเงิน  ของจำนวนเงินที่มี และซื้อถุงเท้าเป็นเงิน  ของจำนวนเงินที่เหลือ  ถุงเท้าราคากี่บา...
มีเงินอยู่  400  บาท ซื้อรองเท้าเป็นเงิน  ของจำนวนเงินที่มี และซื้อถุงเท้าเป็นเงิน  ของจำนวนเงินที่เหลือ ถุงเท้าราคากี่บาท...
มีค่าเท่าใด ก .  1   ข .  25 *  ค .  30  ง .  40 วิชาคณิตศาสตร์ ตัวอย่างที่  1 ช่วงชั้นที่  3
  มีค่าเท่าใด   ( p = .58  r = .36) ก .  1   (7.0) ข .  25*  (58.0) ค .  30  (10) ง .  40  (26)
ปลูกต้นไม้  3  ชนิด  ในอัตราส่วนมะม่วงต่อส้มเป็น  3  :  2  และ ส้มต่อกล้วยเป็น  3  :   4   ถ้าปลูกต้นไม้รวมกันได้  1,656  ...
ปลูกต้นไม้  3  ชนิด  ในอัตราส่วนมะม่วงต่อส้มเป็น  3  :  2  และ ส้มต่อกล้วยเป็น  3  :   4   ถ้าปลูกต้นไม้รวมกันได้  1,656  ...
ขนมชนิดหนึ่ง ใช้แป้งต่อน้ำตาลเป็น  2 : 3  และนมต่อน้ำตาล  3 : 4  อัตราส่วนของ นม  :  แป้ง  :  น้ำตาล ในการทำขนมชนิดนี้เป็น...
ขนมชนิดหนึ่ง ใช้แป้งต่อน้ำตาลเป็น  2 : 3  และนมต่อน้ำตาล  3 : 4  อัตราส่วนของ นม  :  แป้ง  :  น้ำตาล ในการทำขนมชนิดนี้เป็น...
ถ้า  A x 99 = (12 x 23) + (12 x 35) + (12 x 41)  แล้ว  A  มีค่าเท่าใด   ก .  12  *     ข .  23  ค .  35   ง .  41 ตัวอย่าง...
ถ้า  A x 99 = (12 x 23) + (12 x 35) + (12 x 41)  แล้ว  A  มีค่าเท่าใด   (p = 0. 76   r = 0. 41 ) ก .  12  *  ( 76.3 ) ข . ...
ข้อสอบเลือกตอบ  2  ตอน 1)  ใส่สารละลาย  KCl  2 cm 3  ลงในหลอดทดลองแล้วเติมสารละลาย   AgNO 3   ลงไป   2  cm 3  มีตะกอนสีขาว...
1.2  จากคำตอบ  1.1  เพราะเหตุใดจึงตอบเช่นนั้น ก .  AgCl  เป็นสารประกอบไอออนิก  ส่วนสารอื่น ๆ  เป็นสารโคเวเลนต์ ข .  สารประ...
ตัวอย่างข้อสอบแบบผสมผสานที่มีทั้งเลือกตอบและเขียนตอบ 1)  ทดลองวัดความดันโลหิตของชาย  5  คน  และหญิง  5  คน  ที่มีอายุตั้งแ...
ข้อสอบแบบถูกผิด การสร้างข้อสอบแบบถูกผิด  มีหลักเกณฑ์ดังนี้ (1)  ข้อความที่ต้องการให้พิจารณาว่าถูกหรือผิดต้องเป็นแนวความคิด...
ตัวอย่าง จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้และทำเครื่องหมาย  /  หน้าข้อความที่ถูก  หรือ  x  หน้าข้อความที่ผิด การย่อยอาหารของระบบย่อ...
ข้อสอบแบบจับคู่ ข้อสอบแบบจับคู่  ประกอบด้วยส่วนสำคัญ  2  ส่วน <ul><li>ปัญหาที่เขียนเป็นคำหรือข้อความ </li></ul><ul><li>ซึ่...
ตัวอย่าง นำตัวอักษรของข้อความทางขวามือเขียนลงในช่องว่างทางซ้ายมือให้สัมพันธ์กัน สิ่งมีชีวิตและไฟลัมของอาณาจักรสัตว์มีความส...
ลากเส้นตรงเชื่อมโยงระหว่างภาพหมายเลข  1, 2, 3, 4  และ  5  กับข้อความ ก  ข  ค  ง  และ จ ส่วนต่าง ๆ ของพืช หน้าที่ของส่วนต่า...
<ul><li>ไม่ควรสร้างคำถามโดยลอกสถานการณ์ตามที่มีอยู่ในหนังสือเรียน </li></ul><ul><li>คำหรือข้อความที่ขาดหายไปหรือเว้นว่างไว...
ตัวอย่าง จงเติมคำหรือข้อความลงในช่องว่างเพื่อให้ได้คำตอบที่ถูกต้องสมบูรณ์ ระบบสุริยะประกอบด้วยดาวฤกษ์และมีบริวารคือดาวเครา...
1.  ดาวฤกษ์ในระบบสุริยะ  คือ 2.  โลกมีบริวารเพียงดวงเดียว  คือ  3.  ดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลก  เรียกว่า 4....
ข้อสอบแบบเขียนตอบ 2.  ข้อสอบเขียนตอบแบบบรรยาย 1.  ข้อสอบแบบเขียนตอบอย่างสั้น 3.  ข้อสอบแบบเขียนตอบโดยการสร้างผังมโนทัศน์ 4...
1.  ข้อสอบแบบเขียนตอบอย่างสั้น (1)  ผู้เรียนมีโอกาสแสดงความรู้ความสามารถมากกว่าการทำข้อสอบ แบบเลือกตอบ  ถูกผิด  จับคู่  แล...
ตัวอย่าง จงใช้สถานการณ์ที่กำหนดให้ตอบคำถามข้อ  1 - 3   สภาพแวดล้อมแห่งหนึ่งมีสิ่งมีชีวิต  ประกอบด้วย  ต้นข้าว  หนอน  นก  ง...
2.  ข้อสอบเขียนตอบแบบบรรยาย มีลักษณะที่สำคัญ  คือ   <ul><li>เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงความรู้ความสามารถและความคิดระดับสูง...
ขั้นตอนการสร้างข้อสอบเขียนตอบแบบบรรยา ย การกำหนดเนื้อหาสาระเพื่อใช้เป็นปัญหาหรือคำถาม การตั้งปัญหาหรือคำถามควรหลีกเลี่ยงคำ...
ตัวอย่าง จงตอบคำถามตามสถานการณ์ที่กำหนดให้ต่อไปนี้ ถ้าประชาชนที่อาศัยอยู่ในละแวกชุมชนแออัดแห่งหนึ่ง  เทน้ำมันเหลือใช้ จากก...
แนวการตอบ <ul><li>ผลที่เกิดขึ้นต่อ สิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำ </li></ul>สิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำ ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้และตายลง...
<ul><li>อธิบายผลที่เกิดขึ้นต่อสิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำ  และสิ่งแวดล้อมได้ถูกต้อง  สามารถบอกเหตุผลได้ถูกต้องเป็นบางส่วน </li><...
3.  ข้อสอบแบบเขียนตอบโดยการสร้างผังมโนทัศน์ มีลักษณะที่สำคัญ  คือ <ul><li>ให้โอกาสผู้เรียนได้ใช้กระบวนการคิด  การสร้างความ...
การสร้างผังมโนทัศน์มีขั้นตอนที่สำคัญ  ดังนี้ <ul><li>กำหนดปัญหาหรือหัวข้อเรื่องที่ต้องการเรียนรู้  เพื่อสร้างเป็น </li></u...
แนวทางการให้คะแนนผังมโนทัศน์ 1.  มโนทัศน์ที่เชื่อมโยงกันในผังมโนทัศน์ซึ่งสร้างได้ถูกต้อง  ควรกำหนดให้ คะแนน   1  มโนทัศน์ ...
ตัวอย่าง จงเติมคำที่เหมาะสมลงในช่องว่างที่กำหนดหมายเลขในผังมโนทัศน์เรื่อง วัฏจักรของน้ำ พลังงานความร้อน แหล่งน้ำตามธรรมชาต...
แนวการตอบ คำที่เติมในผังมโนทัศน์ตามหมายเลขต่าง ๆ  มีดังนี้ (1)  มหาสมุทร (2)  แม่น้ำ  (3)  ทะเลสาบ   (4)  คลอง  (5)  ไอน้ำ...
3.  ข้อสอบเขียนตอบโดยการสร้างผังแนวคิดรูปตัววี มีลักษณะที่สำคัญ  คือ <ul><li>ให้โอกาสผู้เรียนได้เขียนสรุป  เพื่อนำเสนอความ...
แนวทางการประเมินการสร้างผังแนวคิดรูปตัววี รายการประเมิน ระดับคุณภาพ ต้องปรับปรุง หรือ  1 <ul><li>หัวข้อปัญหา  เขียนหัวข้อป...
รายการประเมิน ระดับคุณภาพ พอใช้ หรือ  2 <ul><li>หัวข้อปัญหา  เขียนหัวข้อปัญหาได้สอดคล้องกับเนื้อหาตามสาระการเรียนรู้ของหลั...
รายการประเมิน ระดับคุณภาพ ดี หรือ  3 <ul><li>หัวข้อปัญหา  เขียนหัวข้อปัญหาน่าสนใจ  สอดคล้องกับเนื้อหาตามสาระการเรียนรู้ของ...
รายการประเมิน ระดับคุณภาพ ดีมาก หรือ  4 <ul><li>หัวข้อปัญหา  เขียนหัวข้อปัญหาน่าสนใจ  สอดคล้องกับเนื้อหาตามสาระการเรียนรู้...
ตัวอย่าง หัวข้อปัญหา ความรู้ ความคิด กระบวนการเรียนรู้ สาระสำคัญ ส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์พืช และเซลล์สัตว์  ได้แก่  นิวเ...
<ul><li>การทำโครงงานวิทยาศาสตร์ </li></ul><ul><li>การทำแฟ้มสะสมงาน </li></ul><ul><li>การทำภาระงาน </li></ul><ul><li>การนำเ...
การประเมินผลการสำรวจตรวจสอบและการปฏิบัติการทดลอง การสำรวจตรวจสอบ เป็นการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ด้วยการสังเกตเพ...
การปฏิบัติการทดลอง เป็นกระบวนการเรียนรู้เพื่อหาคำตอบหรือตรวจสอบสมมติฐานที่ตั้งไว้  ด้วยการใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ...
เกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติการทดลอง แบบภาพรวม ระดับคุณภาพ รายการประเมิน <ul><li>ไม่สามารถ วางแผน วิธีการทดลองและ ปฏิบัติกา...
เกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติการทดลอง แบบภาพรวม ระดับคุณภาพ รายการประเมิน <ul><li>วางแผน วิธีการทดลองและ ปฏิบัติการ ทดลองได้...
เกณฑ์การประเมินผลแบบแยกตามองค์ประกอบย่อย  ( ด้านที่  1  การวางแผนวิธีการดำเนินการทดลอง ) ระดับคุณภาพ รายการประเมิน ไม่สามา...
เกณฑ์การประเมินผลแบบแยกตามองค์ประกอบย่อย  ( ด้านที่  1  การวางแผนวิธีการดำเนินการทดลอง ) ระดับคุณภาพ รายการประเมิน วางแผนแ...
เกณฑ์การประเมินผลแบบแยกตามองค์ประกอบย่อย  ( ด้านที่  2  การปฏิบัติการทดลอง ) ระดับคุณภาพ รายการประเมิน ต้องให้ความช่วยเหลื...
เกณฑ์การประเมินผลแบบแยกตามองค์ประกอบย่อย  ( ด้านที่  2  การปฏิบัติการทดลอง ) ระดับคุณภาพ รายการประเมิน ดำเนินการทดลองเป็นข...
เกณฑ์การประเมินผลแบบแยกตามองค์ประกอบย่อย  ( ด้านที่  3  ความคล่องแคล่วในการทำการทดลอง ) ระดับคุณภาพ รายการประเมิน ทำการทดล...
เกณฑ์การประเมินผลแบบแยกตามองค์ประกอบย่อย  ( ด้านที่  3  ความคล่องแคล่วในการทำการทดลอง ) ระดับคุณภาพ รายการประเมิน ดำเนินกา...
เกณฑ์การประเมินผลแบบแยกตามองค์ประกอบย่อย  ( ด้านที่  4  การนำเสนอ ) ระดับคุณภาพ รายการประเมิน ต้องให้ความช่วยเหลืออย่างมาก...
เกณฑ์การประเมินผลแบบแยกตามองค์ประกอบย่อย  ( ด้านที่  4  การนำเสนอ ) ระดับคุณภาพ รายการประเมิน บันทึกผลการทดลองและสรุปผลการ...
ตัวอย่าง การประเมินผลการออกแบบวิธีการทดลอง กำหนดวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ทดลองมาให้  ดังนี้ (1)  ต้นไม้ปลูกในกระถาง 2 กระถาง ...
แนวการตอบ 1)  ออกแบบวิธีทดลองที่แสดงว่า น้ำ มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช  ทำได้ดังนี้ <ul><li>ต้นไม้กระถางที่  1  ไม่ต้องรด...
<ul><li>ออกแบบการทดลองได้ถูกต้อง  2  ปัจจัย  ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช  และเขียนอธิบายได้ </li></ul>เกณฑ์การให้คะแนน ...
การประเมินผลการตั้งสมมติฐาน (1)  ตั้งสมมติฐานการทดลองได้อย่างไรบ้าง (2)  ตัวแปรของการทดลองนี้คืออะไร มีภาชนะลักษณะเดียวกัน...
แนวการตอบ 1)  สมมติฐานในการทดลอง   การตั้งสมมติฐานที่เป็นไปได้อาจเขียนเป็นข้อความที่มี  2  ลักษณะ  คือ  (1)  เขียนข้อความ ...
<ul><li>ตั้งสมมติฐานสอดคล้องกับปัญหา  ระบุตัวแปรต้น  ตัวแปรตาม  และตัวแปรควบคุมได้  แต่ยังไม่สมบูรณ์ </li></ul>เกณฑ์การให้...
การประเมินผลการออกแบบการทดลอง จากผลการสังเกตข้างต้น  ถ้าตั้งสมมติฐานว่า “ การ ให้อาหารแก่ไฮดราเพิ่มขึ้นเป็น  2  เท่า  ไฮดร...
แนวการตอบ ผู้เรียนสามารถออกแบบการทดลองได้หลายแนวทาง  ดังนี้ 1)  จัดให้มีการเลี้ยงไฮดรา  2  กลุ่ม  กลุ่มที่ 1  ให้อาหารตามป...
<ul><li>สามารถออกแบบการทดลองหรืออธิบายเกี่ยวกับการทดลองเป็น  2  กลุ่ม  โดยทำการทดลองให้อาหารไม่เท่ากัน </li></ul>เกณฑ์การใ...
การประเมินผลการทำโครงงาน ประเภทของโครงงาน 1)  โครงงานประเภทสำรวจ 2)  โครงงานประเภททดลอง 3)  โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์ 4)  ...
ขั้นตอนสำคัญในการทำโครงงาน 1)  การกำหนดปัญหาและการทำความเข้าใจกับปัญหา 2)  การวางแผนการทำโครงงาน 3)  การลงมือทำโครงงาน 4) ...
ตัวอย่างการบันทึกการทำโครงงานวิทยาศาสตร์  ระดับประถมศึกษา 1.  ประเภทและชื่อโครงงาน 1.1  ประเภทโครงงาน โครงงานประเภททดลอง 1...
4.  วิธีทดลอง 4.1  อุปกรณ์ที่ใช้ ดอกกระเจี๊ยบ บีกเกอร์ ที่จับภาชนะ ตะเกียงแอลกอฮอล์ ที่กั้นลม แท่งแก้วคน น้ำสะอาด เครื่องช...
(3)  คนดอกกระเจี๊ยบในน้ำทั้ง  3  บีกเกอร์  ประมาณ  5  นาที  แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง (4)  นำสารละลายที่กรองได้มาเปรียบเทียบคว...
6.  สรุปผลการทดลอง น้ำที่มีอุณหภูมิสูงสามารถสกัดสีแดงจากดอกกระเจี๊ยบได้ดีกว่าน้ำที่มีอุณหภูมิต่ำ 7.  ประโยชน์ที่ได้รับ ได้...
แนวทางการให้คะแนน การให้คะแนนการทำโครงงานวิทยาศาสตร์มีเกณฑ์การประเมิน  2  แบบ 1.  การให้คะแนนแบบภาพรวม   เป็นการให้คะแนนใน...
<ul><li>มีหลักฐาน  ร่องรอยที่แสดงถึงความ เข้าใจปัญหา   การวางแผน  วิธีการทำโครงงาน ได้ถูกต้อง  ลงมือปฏิบัติ จนเสร็จและประส...
รายการประเมิน ระดับคุณภาพ 1.  การกำหนดปัญหาและการตั้งสมมติฐาน  ตัวอย่าง เกณฑ์ย่อย ที่ใช้ประเมินโครงงานวิทยาศาสตร์ -  สมมติ...
4.  อุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง 5.  การดำเนินการทดลอง 6.  การบันทึกข้อมูล 7.  การจัดกระทำข้อมูล 8.  การแปลความหมา...
การประเมินผลการทำแฟ้มสะสมงาน วัตถุประสงค์ของการจัดทำแฟ้มสะสมงาน 1.  เพื่อจัดเก็บข้อมูลและสะสมงานของผู้เรียน 2.  เพื่อใช้เป...
ประเภทของแฟ้ม สะสมงาน 1.  แฟ้มสะสมงานทั่วไป 2.  แฟ้มสะสมงานเฉพาะ
1.  แฟ้มสะสมงานทั่วไป เป็นแฟ้มสะสมงานที่เก็บรวบรวมผลงานที่ได้ทุกภาระงาน  มีขั้นตอนในการจัดทำที่สำคัญ  ดังนี้ 1)  การรวบรวม...
2.  แฟ้มสะสมงานเฉพาะ เป็นแฟ้มสะสมงานที่ประกอบด้วยผลงานที่มีลักษณะเฉพาะเรื่องใด  เรื่องหนึ่งหรือเป็นพิเศษ  มีขั้นตอนในการจั...
ตัวอย่างแบบบันทึกการปฏิบัติงานที่จัดเก็บในแฟ้มสะสมงาน ชื่อผู้เรียน วันที่ ชื่อผลงานจากแฟ้มสะสมงาน คำชี้แจง  (1)  ใส่เครื่อ...
ประเภทของผลงาน ( กรณีเป็นแฟ้มสะสมงานเฉพาะ ) <ul><li>ผลงานจากการศึกษาโดยสำรวจตรวจสอบ </li></ul><ul><li>ผลงานจากการศึกษาและแ...
3.  แหล่งความรู้  :   แหล่งข้อมูลความรู้ที่นำมาใช้เพื่อทำผลงานมีอะไรบ้างและนำมาใช้ อย่างไร อธิบาย 4.  ผลการเรียนรู้ด้านควา...
6.  ทักษะการสื่อสาร  :   ให้สรุปผลเพื่อบอกให้ผู้อื่นรู้ว่าได้เรียนรู้อะไร  และเรียนรู้อย่างไร อธิบาย 7.  ความสามารถทางการเ...
แนวทางการให้คะแนน การประเมินแฟ้มสะสมงาน <ul><li>ประเมินพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน </li></ul><ul><li>ประเมินเพื่อตัดสินผลก...
การให้คะแนนการทำแฟ้มสะสมงานทำได้  2  รูปแบบ <ul><li>การให้คะแนนแบบภาพรวม   </li></ul><ul><li>การให้คะแนนแบบแยกองค์ประกอบย่...
<ul><li>ผลงานมีรายละเอียดอย่างเพียงพอและไม่มีข...
วิทยาศาสตรื
วิทยาศาสตรื
วิทยาศาสตรื
วิทยาศาสตรื
วิทยาศาสตรื
วิทยาศาสตรื
วิทยาศาสตรื
วิทยาศาสตรื
วิทยาศาสตรื
วิทยาศาสตรื
วิทยาศาสตรื
วิทยาศาสตรื
วิทยาศาสตรื
วิทยาศาสตรื
วิทยาศาสตรื
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

วิทยาศาสตรื

3,654

Published on

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
3,654
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
13
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Transcript of "วิทยาศาสตรื"

  1. 1. ดร . ปรีชาญ เดชศรี สาขาประเมินมาตรฐาน สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การทดสอบเพื่อการประเมินคุณภาพการเรียนการสอน เอกสารชุดที่ 1
  2. 2. <ul><li>1. เพื่อประเมินความก้าวหน้าและพัฒนา การ ของ </li></ul><ul><li>การเรียนการสอน </li></ul><ul><li>2. เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ของการเรียนการสอน </li></ul>เป้าหมายของการวัดผล
  3. 3. <ul><li> เป็นการประเมินที่เปรียบเทียบในแต่ละช่วงเวลาของการเรียนรู้ระหว่างก่อนและหลังการเรียนรู้ เป็นการประเมินที่เปรียบเทียบกับตนเอง </li></ul>1. การประเมินความก้าวหน้าและพัฒนาการของการเรียนรู้ ช่วงเวลาของการเรียนรู้ ความก้าวหน้าและพัฒนาการ 2. การประเมินผลสัมฤทธิ์ของการเรียนรู้ เป็นการประเมินเปรียบเทียบกับกลุ่มหรือเกณฑ์ที่กำหนด
  4. 4. พฤติกรรมการแสดงออกของผู้เรียน ด้านความรู้ ความคิด ด้านกระบวนการเรียนรู้ ด้านเจตคติ <ul><li>ความรู้ความจำ </li></ul><ul><li>ความเข้าใจ </li></ul><ul><li>การนำไปใช้ </li></ul><ul><li>วิเคราะห์ </li></ul><ul><li>สังเคราะห์ </li></ul><ul><li>ประเมินค่า </li></ul><ul><li>การรับรู้ </li></ul><ul><li>เตรียมความพร้อม </li></ul><ul><li>การตอบสนอง </li></ul><ul><li>การฝึกฝน </li></ul><ul><li>ปฏิบัติจนทำได้ </li></ul><ul><li>การเชื่อมโยงทักษะ </li></ul><ul><li>การรับรู้ </li></ul><ul><li>ตอบสนอง </li></ul><ul><li>เห็นคุณค่า </li></ul><ul><li>จัดระบบ </li></ul><ul><li>สร้างคุณลักษณะ </li></ul>
  5. 5. การประเมินสมรรถภาพของผู้เรียน ประเมินสมรรถภาพ ประเมินแบบเดิม ทักษะการนำไปใช้ การเรียนรู้แบบร่วมมือ ประเมินตนเอง ความรู้ ( รู้และเข้าใจ ) ความคิดสร้างสรรค์ กระบวนการเรียนรู้ ( ทักษะ ) แก้ปัญหา ( การคิด ) ตรวจสอบผลงาน อุปนิสัยในการปฏิบัติงาน พัฒนาทางร่างกาย การประยุกต์ที่เหมาะสมกับความสามารถ สภาพจริงของชีวิตและสังคม การเลียนแบบที่ยืดหยุ่นและมีความหมาย
  6. 6. <ul><li>การประเมินโดยผู้สอน </li></ul><ul><li>การประเมินโดยผู้เรียน </li></ul><ul><li>การประเมินโดยผู้สอนและผู้เรียน </li></ul>แนวปฏิบัติในการวัดผลประเมินผล การเรียนการสอน
  7. 7. วิธีการวัดผลการเรียนการสอน <ul><li>การทดสอบด้วยข้อสอบ </li></ul><ul><li>การประเมินผลจากการปฏิบัติงาน </li></ul><ul><li>และผลงานของผู้เรียน </li></ul>
  8. 8. <ul><li>ข้อสอบแบบเลือกตอบ </li></ul> ข้อสอบแบบถูกผิด  ข้อสอบจับคู่  ข้อสอบแบบเติมคำ  ข้อสอบแบบเขียนตอบ การทดสอบด้วยข้อสอบ
  9. 9. <ul><li>ปัญหาหรือคำถาม </li></ul><ul><li>คำตอบที่มีลักษณะเป็นตัวเลือก </li></ul><ul><li>ทั้งที่เป็นคำตอบถูกและคำตอบผิด </li></ul>ข้อสอบแบบเลือกตอบ ข้อสอบแบบเลือกตอบ ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วน
  10. 10. คำถาม ลักษณะของคำถามและตัวเลือกของข้อสอบแบบเลือกตอบ <ul><li>สั้น ชัดเจน และใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย </li></ul><ul><li>เขียนเป็นประโยคบอกเล่า </li></ul><ul><li>คำถามแต่ละข้อจะต้องเป็นอิสระแก่กัน </li></ul><ul><li>หลีกเลี่ยงการใช้ภาษาที่ชี้นำหรือสื่อความไปถึงคำตอบถูก </li></ul><ul><li>หรือคำตอบผิด </li></ul><ul><li>แต่ละคำถามต้องมีคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว </li></ul>
  11. 11. ตัวเลือก <ul><li>ตัวเลือกควรเป็นเรื่องหรือประเด็นเดียวกัน มีความยาวใกล้เคียงกัน </li></ul><ul><li>ต้องกระจายคำตอบของข้อสอบทั้งฉบับให้มีสัดส่วนของแต่ละตัวเลือก </li></ul><ul><li>ใกล้เคียงกัน </li></ul><ul><li>ใช้คำให้สั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้และหลีกเลี่ยงการใช้ศัพท์หรือข้อความ </li></ul><ul><li>ที่เข้าใจได้ยาก </li></ul><ul><li>ไม่ควร ใช้ตัวเลือก “ถูกทุกข้อ” หรือ “ไม่มีข้อใดถูก” </li></ul>
  12. 12. ตัวอย่างข้อสอบเลือกตอบที่เป็นคำถามเดี่ยว วิชาวิทยาศาสตร์ ตัวอย่างที่ 1 พืชชนิดใดที่ใช้เมล็ดในการขยายพันธุ์ ก . อ้อย ข . กล้วย ค . ฟักทอง * ง . มันเทศ ช่วงชั้นที่ 1
  13. 13. พืชชนิดใดที่ใช้เมล็ดในการขยายพันธุ์ ( p = .5 5 r = . 04 ) ก . อ้อย ( 1 7 .8 ) ข . กล้วย ( 12.9 ) ค . ฟักทอง * ( 55.4 ) ง . มันเทศ ( 13.9 )
  14. 14. สัตว์กลุ่มใดออกลูกเป็นตัว ก . สุนัข เสือ * ข . งูเหลือม ไก่ ค . ม้าน้ำ จระเข้ ง . ค้างคาว เต่าทะเล ตัวอย่างที่ 2
  15. 15. สัตว์กลุ่มใดออกลูกเป็นตัว ( p = . 90 r = . 18 ) ก . สุนัข เสือ * ( 90.0 ) ข . งูเหลือม ไก่ ( 4.2 ) ค . ม้าน้ำ จระเข้ ( 4.2 ) ง . ค้างคาว เต่าทะเล ( 1.7 )
  16. 16. การเปลี่ยนแปลงใดจัดเป็นการระเหยของน้ำ ก . น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง ข . น้ำกลายเป็นไอน้ำ * ค . น้ำแข็งกลายเป็นน้ำ ง . ไอน้ำกลายเป็นน้ำ ตัวอย่างที่ 3
  17. 17. การเปลี่ยนแปลงใดจัดเป็นการระเหยของน้ำ ( p = . 41 r = 0 . 0 ) ก . น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง ( 11.7 ) ข . น้ำกลายเป็นไอน้ำ * (41.5 ) ค . น้ำแข็งกลายเป็นน้ำ ( 35.1 ) ง . ไอน้ำกลายเป็นน้ำ ( 11.7 )
  18. 18. วิชาวิทยาศาสตร์ ตัวอย่างที่ 1 การเปลี่ยนแปลงของหินลักษณะใดแตกต่างจากข้ออื่น ก . หินงอกหินย้อย * ข . คลื่นทะเลซัดหน้าผาหิน ค . การเลื่อนไถลของธารน้ำแข็ง ง . การตกของหินจากแรงโน้มถ่วงของโลก ช่วงชั้นที่ 2
  19. 19. การเปลี่ยนแปลงของหินลักษณะใดแตกต่างจากข้ออื่น ( p = .27 r = .12) ก . หินงอกหินย้อย * (27.2) ข . คลื่นทะเลซัดหน้าผาหิน (21.1) ค . การเลื่อนไถลของธารน้ำแข็ง (27.2) ง . การตกของหินจากแรงโน้มถ่วงของโลก (21.9)
  20. 20. สารทำความสะอาดภาชนะใส่อาหารควรมีสมบัติอย่างไร ก . มีความเป็นกรดสูง ข . เกิดฟองจำนวนมาก ค . ทำให้ไขมันละลายในน้ำได้ * ง . เกิดการหลอมเหลวที่อุณหภูมิต่ำ ตัวอย่างที่ 2
  21. 21. สารทำความสะอาดภาชนะใส่อาหารควรมีสมบัติอย่างไร ( p = .46 r = .12) ก . มีความเป็นกรดสูง (14.0) ข . เกิดฟองจำนวนมาก (17.5) ค . ทำให้ไขมันละลายในน้ำได้ * (46.5) ง . เกิดการหลอมเหลวที่อุณหภูมิต่ำ (21.9)
  22. 22. ปรากฏการณ์ใดจะมีผลต่อการคมนาคมทุกประเภท ก . การเกิดเมฆ ข . การเกิดหมอก * ค . การเกิดน้ำค้าง ง . การเกิดรุ้งกินน้ำ ตัวอย่างที่ 3
  23. 23. ปรากฏการณ์ใดจะมีผลต่อการคมนาคมทุกประเภท ( p = .43 r = .41) ก . การเกิดเมฆ (15.9) ข . การเกิดหมอก * (43.4) ค . การเกิดน้ำค้าง (15.9) ง . การเกิดรุ้งกินน้ำ (24.8)
  24. 24. วิชาวิทยาศาสตร์ พื้นที่แบบใดต่อไปนี้ น่าจะมีน้ำใต้ดินอยู่ มากที่สุด ก . มีอากาศหนาวจัด ข . ป่าที่ต้นไม้ขึ้นหนาแน่น * ค . มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่มาก ง . มีแร่ธาตุในดินปริมาณมาก ตัวอย่างที่ 1 ช่วงชั้นที่ 3
  25. 25. พื้นที่แบบใดต่อไปนี้ น่าจะมีน้ำใต้ดินอยู่ มากที่สุด (p = 0.72 r = 0.35) ก . มีอากาศหนาวจัด ( 11 .5) ข . ป่าที่ต้นไม้ขึ้นหนาแน่น * ( 72.1) ค . มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่มาก (3.3) ง . มีแร่ธาตุในดินปริมาณมาก ( 13.1)
  26. 26. <ul><ul><li>ข้อมูลแสดงสมบัติบางประการของสาร 2 ชนิด เป็นดังนี้ </li></ul></ul><ul><li>สาร สถานะ การละลายในน้ำ การละลายในเอทานอล จุดเดือด ( o C) </li></ul><ul><li>A ของแข็ง ไม่ละลาย ไม่ละลาย 650 </li></ul><ul><li>B ของแข็ง ไม่ละลาย ละลาย 215 </li></ul><ul><li>วิธีใดใช้แยกของผสมที่ประกอบด้วยสาร A และ B ได้ </li></ul><ul><li>ก . ละลายในน้ำ กลั่น ข . ละลายในน้ำ กรอง </li></ul><ul><li>ค . ละลายในเอทานอล กรอง * ง . ละลายในเอทานอล ระเหยจนแห้ง </li></ul>ตัวอย่างที่ 2
  27. 27. <ul><ul><li>ข้อมูลแสดงสมบัติบางประการของสาร 2 ชนิด เป็นดังนี้ </li></ul></ul><ul><li>สาร สถานะ การละลายในน้ำ การละลายในเอทานอล จุดเดือด ( o C) </li></ul><ul><li>A ของแข็ง ไม่ละลาย ไม่ละลาย 650 </li></ul><ul><li>B ของแข็ง ไม่ละลาย ละลาย 215 </li></ul><ul><li>วิธีใดใช้แยกของผสมที่ประกอบด้วยสาร A และ B ได้ (p = .35 r = .08) </li></ul><ul><li>ก . ละลายในน้ำ กลั่น (13.1) ข . ละลายในน้ำ กรอง ( 10.2) </li></ul><ul><li>ค . ละลายในเอทานอล กรอง * (35.0) ง . ละลายในเอทานอล ระเหยจนแห้ง ( 41.6) </li></ul>
  28. 28. <ul><ul><li>สารเนื้อเดียวมีลักษณะอย่างไร </li></ul></ul><ul><li>ก . วางทิ้งไว้จะเกิดตะกอน </li></ul><ul><li>ข . แยกออกจากกันไม่ได้ </li></ul><ul><li>ค . มีลักษณะเนื้อสารเหมือนกันทุกส่วน * </li></ul><ul><li>ง . ประกอบด้วยสารที่อยู่ในสถานะเดียวกัน </li></ul>ตัวอย่างที่ 3
  29. 29. สารเนื้อเดียวมีลักษณะอย่างไร (p = 0. 40 r = 0. 22 ) ก . วางทิ้งไว้จะเกิดตะกอน ( 3.3 ) ข . แยกออกจากกันไม่ได้ ( 32.2 ) ค . มีลักษณะเนื้อสารเหมือนกันทุกส่วน * ( 40.5 ) ง . ประกอบด้วยสารที่อยู่ในสถานะเดียวกัน ( 24.0 )
  30. 30. ผสมน้ำ 2 ถังที่มีปริมาณเท่ากันโดยถังที่ 1 มีอุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส เมื่อน้ำผสมกันแล้วมีอุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส น้ำถังที่ 2 มีอุ ณ หภูมิ ประมาณเท่าใด ก . 10 องศาเซลเซียส ข . 20 องศาเซลเซียส * ค . 30 องศาเซลเซียส ง . 40 องศาเซลเซียส ตัวอย่างที่ 4
  31. 31. ผสมน้ำ 2 ถังที่มีปริมาณเท่ากันโดยถังที่ 1 มีอุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส เมื่อน้ำผสมกันแล้วมีอุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส น้ำถังที่ 2 มีอุหภูมิประมาณ เท่าใด ( p = 0.29 r = 0.25) ก . 10 องศาเซลเซียส (45.1) ข . 20 องศาเซลเซียส * (29.3) ค . 30 องศาเซลเซียส (15.8) ง . 40 องศาเซลเซียส (9.8)
  32. 32. วิชาคณิตศาสตร์ ตัวอย่างที่ 1 ช่วงชั้นที่ 1 สิ่งของใด มีส่วนประกอบเป็นรูปวงกลม ก . พัดลม * ข . หนังสือ ค . กล่องนม ง . แปรงลบกระดาน
  33. 33. สิ่งของใด มีส่วนประกอบเป็นรูปวงกลม ( p = .85 r = .45) ก . พัดลม * (85.5) ข . หนังสือ (6.3) ค . กล่องนม (4.7) ง . แปรงลบกระดาน (3.5)
  34. 34. “ พี่มีเงินเป็น 3 เท่าของน้อง ถ้าน้อง มีเงินเป็น 250 บาท พี่มีเงินกี่บาท” เขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ได้อย่างไร ก . 250 + 3 = ข . 250 3 = ค . 250 3 = * ง . 250 + 250 = ตัวอย่างที่ 2
  35. 35. “ พี่มีเงินเป็น 3 เท่าของน้อง ถ้าน้อง มีเงินเป็น 250 บาท พี่มีเงินกี่บาท” เขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ได้อย่างไร (p = .62 r = .48) ก . 250 + 3 = (15.1) ข . 250 3 = (15.3) ค . 250 3 = * (62.3) ง . 250 + 250 = (7.4)
  36. 36. เชือกยาว 44 เซนติเมตร จะนำมาขดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสยาวด้านละ 2 เซนติเมตร ได้ มากที่สุด กี่รูป ก . 5 รูป * ข . 6 รูป ค . 10 รูป ง . 11 รูป ตัวอย่างที่ 1 วิชาคณิตศาสตร์ ช่วงชั้นที่ 2
  37. 37. เชือกยาว 44 เซนติเมตร จะนำมาขดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสยาว ด้านละ 2 เซนติเมตร ได้ มากที่สุด กี่รูป (p = .26 r = .14) ก . 5 รูป * (26.3) ข . 6 รูป (21.2) ค . 10 รูป (10.2) ง . 11 รูป (42.4)
  38. 38. ถ้านำเลขโดดในหลักสิบและหลักร้อยของจำนวน 4,816 มาสลับที่กัน จำนวนใหม่จะมีค่าแตกต่างจากจำนวนเดิมประมาณเท่าใด ก . มากกว่าประมาณ 600 ข . น้อยกว่าประมาณ 600 * ค . มากกว่าประมาณ 700 ง . น้อยกว่าประมาณ 700 ตัวอย่างที่ 2
  39. 39. ถ้านำเลขโดดในหลักสิบและหลักร้อยของจำนวน 4,816 มาสลับที่กัน จำนวนใหม่จะมีค่าแตกต่างจากจำนวนเดิมประมาณเท่าใด ( p = .27 r = .04) ก . มากกว่าประมาณ 600 (31.1) ข . น้อยกว่าประมาณ 600 * (27.2) ค . มากกว่าประมาณ 700 (21.4) ง . น้อยกว่าประมาณ 700 (20.4)
  40. 40. มีเงินอยู่ 400 บาท ซื้อรองเท้าเป็นเงิน ของจำนวนเงินที่มี และซื้อถุงเท้าเป็นเงิน ของจำนวนเงินที่เหลือ ถุงเท้าราคากี่บาท ก . 20 บาท * ข . 30 บาท ค . 60 บาท ง . 80 บาท ตัวอย่างที่ 3
  41. 41. มีเงินอยู่ 400 บาท ซื้อรองเท้าเป็นเงิน ของจำนวนเงินที่มี และซื้อถุงเท้าเป็นเงิน ของจำนวนเงินที่เหลือ ถุงเท้าราคากี่บาท ( p =.28 r = .07) ก . 20 บาท * (28.3) ข . 30 บาท (19.6) ค . 60 บาท (27.2) ง . 80 บาท (25.0)
  42. 42. มีค่าเท่าใด ก . 1 ข . 25 * ค . 30 ง . 40 วิชาคณิตศาสตร์ ตัวอย่างที่ 1 ช่วงชั้นที่ 3
  43. 43. มีค่าเท่าใด ( p = .58 r = .36) ก . 1 (7.0) ข . 25* (58.0) ค . 30 (10) ง . 40 (26)
  44. 44. ปลูกต้นไม้ 3 ชนิด ในอัตราส่วนมะม่วงต่อส้มเป็น 3 : 2 และ ส้มต่อกล้วยเป็น 3 : 4 ถ้าปลูกต้นไม้รวมกันได้ 1,656 ต้น จะปลูกส้มได้กี่ต้น ก . 276 ต้น ข . 386 ต้น ค . 414 ต้น ง . 432 ต้น * ตัวอย่างที่ 2
  45. 45. ปลูกต้นไม้ 3 ชนิด ในอัตราส่วนมะม่วงต่อส้มเป็น 3 : 2 และ ส้มต่อกล้วยเป็น 3 : 4 ถ้าปลูกต้นไม้รวมกันได้ 1,656 ต้น จะปลูกส้มได้กี่ต้น ( p = .20 r = .06) ก . 276 ต้น (23.0) ข . 386 ต้น (30.0) ค . 414 ต้น (28.0) ง . 432 ต้น * (20.0)
  46. 46. ขนมชนิดหนึ่ง ใช้แป้งต่อน้ำตาลเป็น 2 : 3 และนมต่อน้ำตาล 3 : 4 อัตราส่วนของ นม : แป้ง : น้ำตาล ในการทำขนมชนิดนี้เป็นเท่าใด ก . 3 : 2 : 4 ข . 2 : 3 : 4 ค . 8 : 9 : 12 ง . 9 : 8 : 12 * ตัวอย่างที่ 3
  47. 47. ขนมชนิดหนึ่ง ใช้แป้งต่อน้ำตาลเป็น 2 : 3 และนมต่อน้ำตาล 3 : 4 อัตราส่วนของ นม : แป้ง : น้ำตาล ในการทำขนมชนิดนี้เป็นเท่าใด (p = 0. 19 r = 0.3 7 ) ก . 3 : 2 : 4 (36.6) ข . 2 : 3 : 4 (26.0) ค . 8 : 9 : 12 ( 1 8.3) ง . 9 : 8 : 12 * (19.1 )
  48. 48. ถ้า A x 99 = (12 x 23) + (12 x 35) + (12 x 41) แล้ว A มีค่าเท่าใด ก . 12 * ข . 23 ค . 35 ง . 41 ตัวอย่างที่ 4
  49. 49. ถ้า A x 99 = (12 x 23) + (12 x 35) + (12 x 41) แล้ว A มีค่าเท่าใด (p = 0. 76 r = 0. 41 ) ก . 12 * ( 76.3 ) ข . 23 ( 10.7 ) ค . 35 ( 7.6 ) ง . 41 ( 5.3 )
  50. 50. ข้อสอบเลือกตอบ 2 ตอน 1) ใส่สารละลาย KCl 2 cm 3 ลงในหลอดทดลองแล้วเติมสารละลาย AgNO 3 ลงไป 2 cm 3 มีตะกอนสีขาวเกิดขึ้น 1.1 ตะกอนสีขาวที่เกิดขึ้นคือสารใด ก . AgCl ข . KNO 3 ค . AgCl และ KNO 3 ตอนที่ 1 เป็นคำถามที่มีตัวเลือกให้เลือกตอบ 2 ข้อหรือมากกว่า ตอนที่ 2 เป็นคำถามที่ต้องการให้อธิบายและให้เหตุผลต่อเนื่องจากตอนที่ 1 ตัวอย่าง
  51. 51. 1.2 จากคำตอบ 1.1 เพราะเหตุใดจึงตอบเช่นนั้น ก . AgCl เป็นสารประกอบไอออนิก ส่วนสารอื่น ๆ เป็นสารโคเวเลนต์ ข . สารประกอบ KNO 3 และ AgCl เป็นของแข็งสีขาว ค . Ag + (aq ) รวมกับ Cl - ( aq ) ได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นของแข็ง นอกจากนี้ ข้อสอบแบบเลือกตอบที่มี 2 ตอน อาจเป็น ลักษณะผสมผสานที่มีทั้งการเลือกตอบและการเขียนตอบ
  52. 52. ตัวอย่างข้อสอบแบบผสมผสานที่มีทั้งเลือกตอบและเขียนตอบ 1) ทดลองวัดความดันโลหิตของชาย 5 คน และหญิง 5 คน ที่มีอายุตั้งแต่ 15 - 70 ปี และบันทึกผลการทดลองไว้ 1.1 สมมติฐานของการทดลองนี้ คืออะไร ก. ความดันโลหิตสัมพันธ์กับเพศ ข. ความดันโลหิตสัมพันธ์กับเพศและอายุ ค. ความดันโลหิตของหญิงและชายวัยเดียวกันไม่แตกต่างกัน 1.2 จงแสดงเหตุผลในการเลือกตอบ (1) เหตุผลที่เลือก ข้อ ก คือ (2) เหตุผลที่เลือก ข้อ ข คือ (3) เหตุผลที่เลือก ข้อ ค คือ
  53. 53. ข้อสอบแบบถูกผิด การสร้างข้อสอบแบบถูกผิด มีหลักเกณฑ์ดังนี้ (1) ข้อความที่ต้องการให้พิจารณาว่าถูกหรือผิดต้องเป็นแนวความคิดเดียว (2) ศัพท์และคำทางวิทยาศาสตร์ที่นำมาใช้ต้องเหมาะสมกับระดับผู้เรียน (3) ใช้ภาษาถูกต้อง เข้าใจง่าย และไม่ทำให้เกิดความสับสนหรือเข้าใจผิด (4) ไม่ใช้ คำหรือข้อความที่เป็นการชี้นำคำตอบทั้งที่อยู่ในข้อเดียวกันหรืออยู่ในข้ออื่น (5) ไม่ใช้ คำปฏิเสธหรือใช้คำปฏิเสธซ้อนปฏิเสธ
  54. 54. ตัวอย่าง จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้และทำเครื่องหมาย / หน้าข้อความที่ถูก หรือ x หน้าข้อความที่ผิด การย่อยอาหารของระบบย่อยอาหารในร่างกายคน มีลักษณะอย่างไร …… 1. การย่อยทางเคมีของแป้งเริ่มต้นในกระเพาะอาหาร …… 2. โปรตีนจะถูกย่อยในกระเพาะอาหารโดยเอนไซม์เพปซิน ...….3. น้ำดีมีสมบัติเป็นเบส จึงช่วยลดความเป็นกรดของอาหารได้ …… 4. เอนไซม์ลิเพสจากตับอ่อนจะย่อยไขมันให้เป็นกรดไขมันและกลีเซอรอล
  55. 55. ข้อสอบแบบจับคู่ ข้อสอบแบบจับคู่ ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วน <ul><li>ปัญหาที่เขียนเป็นคำหรือข้อความ </li></ul><ul><li>ซึ่งเป็นแนวคิดหลัก </li></ul><ul><li>คำตอบซึ่งเป็นคำหรือข้อความ </li></ul><ul><li>สัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับปัญหา </li></ul>
  56. 56. ตัวอย่าง นำตัวอักษรของข้อความทางขวามือเขียนลงในช่องว่างทางซ้ายมือให้สัมพันธ์กัน สิ่งมีชีวิตและไฟลัมของอาณาจักรสัตว์มีความสัมพันธ์ที่ถูกต้องอย่างไร (………) 1. ไฟลัมพอริเฟอรา ก . ไส้เดือนดิน (………) 2. ไฟลัมนีมาโทดา ข . หอยกาบ (………) 3. ไฟลัมมอลลัสกา ค . ปลาช่อน (………) 4. ไฟลัมแอนนีลิดา ง . กุ้งก้ามกราม (………) 5. ไฟลัมคอร์ดาตา จ . พยาธิเส้นด้าย ฉ . ฟองน้ำ
  57. 57. ลากเส้นตรงเชื่อมโยงระหว่างภาพหมายเลข 1, 2, 3, 4 และ 5 กับข้อความ ก ข ค ง และ จ ส่วนต่าง ๆ ของพืช หน้าที่ของส่วนต่าง ๆ ของพืช 1 ดอก 2 ใบ 5 ราก 3 ผล 4 ลำต้น ก. ยึดลำต้น ข. ขยายพันธุ์พืช ค. สร้างผลและเมล็ด ง. ชูกิ่งก้าน ใบ และดอก จ. รับแสงและสร้างอาหาร
  58. 58. <ul><li>ไม่ควรสร้างคำถามโดยลอกสถานการณ์ตามที่มีอยู่ในหนังสือเรียน </li></ul><ul><li>คำหรือข้อความที่ขาดหายไปหรือเว้นว่างไว้ให้เติม </li></ul><ul><li>- ต้องมีความเฉพาะเจาะจง </li></ul><ul><li>- สั้นและมีความชัดเจนเพียงพอที่จะทำให้ผู้เรียนเข้าใจตรงกัน </li></ul><ul><li>- ไม่ควรให้เติมหลายคำตอบในข้อเดียวกัน </li></ul><ul><li>- ควรมีความหมายหรือมีความสำคัญและควรอยู่ท้ายประโยค แต่ถ้า </li></ul><ul><li>ต้องการให้เติมในประโยคก็ต้องเว้นช่องว่างให้มีความกว้างใกล้เคียงกัน </li></ul><ul><li>และเพียงพอที่จะตอบได้อย่างครบถ้วน </li></ul>ข้อสอบแบบเติมคำ การสร้างข้อสอบแบบเติมคำ มีหลักเกณฑ์ดังนี้
  59. 59. ตัวอย่าง จงเติมคำหรือข้อความลงในช่องว่างเพื่อให้ได้คำตอบที่ถูกต้องสมบูรณ์ ระบบสุริยะประกอบด้วยดาวฤกษ์และมีบริวารคือดาวเคราะห์ ดังรูป ดวงอาทิตย์
  60. 60. 1. ดาวฤกษ์ในระบบสุริยะ คือ 2. โลกมีบริวารเพียงดวงเดียว คือ 3. ดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลก เรียกว่า 4. ดาวที่อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์มากที่สุดและมีขนาดเล็กที่สุด คือ 5. ดาวที่มีอุณหภูมิสูงสุด มีความสว่างที่สุด ชั้นบรรยากาศเป็นแก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์ จึงทำให้เกิดการสะสมความร้อนไว้เหมือน ปรากฏการณ์เรือนกระจก คือ
  61. 61. ข้อสอบแบบเขียนตอบ 2. ข้อสอบเขียนตอบแบบบรรยาย 1. ข้อสอบแบบเขียนตอบอย่างสั้น 3. ข้อสอบแบบเขียนตอบโดยการสร้างผังมโนทัศน์ 4. ข้อสอบเขียนตอบโดยการสร้างผังแนวคิดรูปตัววี
  62. 62. 1. ข้อสอบแบบเขียนตอบอย่างสั้น (1) ผู้เรียนมีโอกาสแสดงความรู้ความสามารถมากกว่าการทำข้อสอบ แบบเลือกตอบ ถูกผิด จับคู่ และเติมคำ (2) เหมาะกับการวัดความรู้ความเข้าใจมากกว่าความสามารถด้านการ ประยุกต์ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และประเมินค่า
  63. 63. ตัวอย่าง จงใช้สถานการณ์ที่กำหนดให้ตอบคำถามข้อ 1 - 3 สภาพแวดล้อมแห่งหนึ่งมีสิ่งมีชีวิต ประกอบด้วย ต้นข้าว หนอน นก งู ตั๊กแตน ซึ่งอาศัยอยู่ร่วมกันได้ดี 1) โซ่อาหารของสิ่งมีชีวิตที่กำหนดให้เป็นอย่างไร 2) สายใยอาหารของสิ่งมีชีวิตที่กำหนดให้เป็นอย่างไร 3) สิ่งมีชีวิตชนิดใดในสภาพแวดล้อมแห่งนี้จัดเป็นผู้ผลิต ผู้บริโภค ผู้ล่า เหยื่อ และเป็นทั้งผู้ล่าและเหยื่อ
  64. 64. 2. ข้อสอบเขียนตอบแบบบรรยาย มีลักษณะที่สำคัญ คือ <ul><li>เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงความรู้ความสามารถและความคิดระดับสูง </li></ul><ul><li>พัฒนาความสามารถด้านการเขียน การจัดระเบียบความรู้ </li></ul><ul><li>การเชื่อมโยงความคิด การแสดงความคิดเห็น การวิพากษ์วิจารณ์ </li></ul><ul><li>การจัดลำดับขั้นตอนการปฏิบัติงาน และการแก้ปัญหา </li></ul>
  65. 65. ขั้นตอนการสร้างข้อสอบเขียนตอบแบบบรรยา ย การกำหนดเนื้อหาสาระเพื่อใช้เป็นปัญหาหรือคำถาม การตั้งปัญหาหรือคำถามควรหลีกเลี่ยงคำถามที่ให้เขียนสิ่งที่จดจำได้ การกำหนดเกณฑ์การให้คะแนน ข้อสอบแบบเขียนตอบทุกข้อควรมีแนวการตอบ เพื่อนำไปใช้ในการกำหนดเกณฑ์การประเมิน
  66. 66. ตัวอย่าง จงตอบคำถามตามสถานการณ์ที่กำหนดให้ต่อไปนี้ ถ้าประชาชนที่อาศัยอยู่ในละแวกชุมชนแออัดแห่งหนึ่ง เทน้ำมันเหลือใช้ จากการทำอาหารในครัวเรือนลงในท่อน้ำทิ้ง ซึ่งไหลสู่แหล่งน้ำหลังบ้านเป็น ระยะเวลานาน ๆ จะเกิดผลต่อสิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างไร เพราะเหตุใด
  67. 67. แนวการตอบ <ul><li>ผลที่เกิดขึ้นต่อ สิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำ </li></ul>สิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำ ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้และตายลงในที่สุด เหตุผล คือ พืชและสัตว์ไม่มีก๊าซออกซิเจนใช้ในการหายใจ รวมทั้งพืชไม่สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้ ทั้งนี้เพราะน้ำมันหรือไขมันที่ทิ้งจากครัวเรือนสะสมมากขึ้นจนปกคลุมผิวหน้าแหล่งน้ำทำให้ไม่มีก๊าซออกซิเจนและแสงแดดผ่านลงไปในน้ำ <ul><li>ผลที่เกิดขึ้นต่อ สิ่งแวดล้อม </li></ul>สิ่งแวดล้อม เกิดภาวะน้ำเสียและอากาศเสีย เหตุผล คือสิ่งมีชีวิตตายลงปริมาณมากในเวลารวดเร็ว แบคทีเรียตามธรรมชาติไม่สามารถย่อยสลายให้หมดไปได้ จึงเกิดการทับถมเน่าเสียและมีกลิ่นเหม็น เป็นมลพิษทางน้ำและอากาศ
  68. 68. <ul><li>อธิบายผลที่เกิดขึ้นต่อสิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำ และสิ่งแวดล้อมได้ถูกต้อง สามารถบอกเหตุผลได้ถูกต้องเป็นบางส่วน </li></ul>เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การให้คะแนนอาจกำหนดในลักษณะมาตราส่วนประมาณค่า 4 ระดับ รายการประเมิน ระดับคุณภาพ <ul><li>อธิบายผลที่เกิดขึ้นต่อสิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำ และสิ่งแวดล้อมได้บางส่วนเท่านั้นและไม่สามารถบอกเหตุผล </li></ul>ต้องปรับปรุง หรือ 1 ดี หรือ 3 พอใช้ หรือ 2 ดีมาก หรือ 4 <ul><li>อธิบายผลที่เกิดขึ้นต่อสิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำ และสิ่งแวดล้อมได้ถูกต้อง แต่ยังไม่สามราถบอกเหตุผล </li></ul><ul><li>อธิบายผลที่เกิดขึ้นต่อสิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำ และสิ่งแวดล้อมได้ถูกต้อง สามารถบอกเหตุผลได้ถูกต้องครบถ้วนและสมบูรณ์ </li></ul>
  69. 69. 3. ข้อสอบแบบเขียนตอบโดยการสร้างผังมโนทัศน์ มีลักษณะที่สำคัญ คือ <ul><li>ให้โอกาสผู้เรียนได้ใช้กระบวนการคิด การสร้างความรู้ การสรุปและการ </li></ul><ul><li>นำเสนอแนวคิดหลักได้ด้วยตนเอง </li></ul><ul><li>โครงสร้างผังมโนทัศน์เป็นการรวมความรู้ต่าง ๆ มาจัดการอย่างมีระบบ </li></ul><ul><li>ผู้เรียนที่สามารถจัดมโนทัศน์ต่าง ๆ ให้เป็นหมวดหมู่และสร้างความ </li></ul><ul><li>สัมพันธ์ระหว่างกันได้ จะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และมีความคิดระดับสูง </li></ul><ul><li>ด้านการวิเคราะห์ สังเคราะห์ แก้ปัญหาและตัดสินใจ รวมทั้งต้องสามารถ </li></ul><ul><li>สืบค้นความรู้เพิ่มเติมและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง </li></ul>
  70. 70. การสร้างผังมโนทัศน์มีขั้นตอนที่สำคัญ ดังนี้ <ul><li>กำหนดปัญหาหรือหัวข้อเรื่องที่ต้องการเรียนรู้ เพื่อสร้างเป็น </li></ul><ul><li>มโนทัศน์หลัก </li></ul><ul><li>จัดลำดับมโนทัศน์ต่าง ๆ ให้สัมพันธ์กันอย่างเป็นขั้นตอน โดยเริ่มจาก </li></ul><ul><li>มโนทัศน์หลักไปสู่มโนทัศน์รอง </li></ul><ul><li>แสดงความเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างมโนทัศน์ด้วยเส้นหรือ </li></ul><ul><li>สัญลักษณ์ที่เหมาะสม พร้อมทั้งอาจมีคำที่บอกความสัมพันธ์กำกับไว้ด้วย </li></ul>
  71. 71. แนวทางการให้คะแนนผังมโนทัศน์ 1. มโนทัศน์ที่เชื่อมโยงกันในผังมโนทัศน์ซึ่งสร้างได้ถูกต้อง ควรกำหนดให้ คะแนน 1 มโนทัศน์ ต่อ 1 คะแนน ถ้ามีการยกตัวอย่างหรือเหตุการณ์ประกอบก็ควรให้คะแนนเพิ่มขึ้นด้วย 2. การจัดลำดับขั้นตอนของการเชื่อมโยงระหว่างมโนทัศน์ได้ถูกต้อง ควรกำหนด คะแนนแต่ละขั้นอยู่ในช่วง 3 - 5 คะแนน 3. การเชื่อมโยงมโนทัศน์ระหว่างกลุ่มหรือใช้คำที่กำกับการเชื่อมโยงได้ถูกต้อง แสดงว่าผู้เรียนสามารถคิดได้อย่างซับซ้อน จึงควรกำหนด คะแนนการเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มมโนทัศน์เป็น 5 - 10 คะแนน
  72. 72. ตัวอย่าง จงเติมคำที่เหมาะสมลงในช่องว่างที่กำหนดหมายเลขในผังมโนทัศน์เรื่อง วัฏจักรของน้ำ พลังงานความร้อน แหล่งน้ำตามธรรมชาติ 5 1 2 3 4 ฝนตกลงมา รวมตัวเป็น ระเหย ทำให้น้ำเป็น เมฆ
  73. 73. แนวการตอบ คำที่เติมในผังมโนทัศน์ตามหมายเลขต่าง ๆ มีดังนี้ (1) มหาสมุทร (2) แม่น้ำ (3) ทะเลสาบ (4) คลอง (5) ไอน้ำ เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนมโนทัศน์ 5 คะแนน กำหนดการให้คะแนน ดังนี้ มโนทัศน์ละ 1 คะแนน โดยมโนทัศน์ที่ 1, 2, 3 และ 4 สลับที่กันได้ ส่วนมโนทัศน์ที่ 5 ต้องจำเพาะกับหมายเลข
  74. 74. 3. ข้อสอบเขียนตอบโดยการสร้างผังแนวคิดรูปตัววี มีลักษณะที่สำคัญ คือ <ul><li>ให้โอกาสผู้เรียนได้เขียนสรุป เพื่อนำเสนอความรู้ กระบวนการเรียนรู้ </li></ul><ul><li>และ ผลการเรียนรู้ </li></ul><ul><li>ผังแนวคิดรูปตัววี มีองค์ประกอบ 4 ส่วน คือ </li></ul><ul><ul><li>หัวข้อปัญหาหรือคำถามนำ </li></ul></ul><ul><ul><li>ความรู้ความคิด </li></ul></ul><ul><ul><li>กระบวนการเรียนรู้ </li></ul></ul><ul><ul><li>ผลการเรียนรู้ </li></ul></ul>
  75. 75. แนวทางการประเมินการสร้างผังแนวคิดรูปตัววี รายการประเมิน ระดับคุณภาพ ต้องปรับปรุง หรือ 1 <ul><li>หัวข้อปัญหา เขียนหัวข้อปัญหาไม่น่าสนใจ และไม่สอดคล้องกับเนื้อหาตามสาระการเรียนรู้ของหลักสูตร </li></ul><ul><li>ความรู้ความคิด เขียนสาระสำคัญ หลักการ และมโนทัศน์ </li></ul><ul><li>ไม่ชัดเจน </li></ul><ul><li>กระบวนการเรียนรู้ กำหนดกิจกรรมฝึกปฏิบัติไม่สอดคล้องกับหัวข้อปัญหาหรือเรื่องที่ศึกษา </li></ul><ul><li>ผลการเรียนรู้ สรุปไม่ตรงกับหัวข้อปัญหา หรือไม่มีการ สรุปผลไว้ในผังแนวคิดรูปตัววี </li></ul>
  76. 76. รายการประเมิน ระดับคุณภาพ พอใช้ หรือ 2 <ul><li>หัวข้อปัญหา เขียนหัวข้อปัญหาได้สอดคล้องกับเนื้อหาตามสาระการเรียนรู้ของหลักสูตร แต่หัวข้อปัญหายังไม่น่าสนใจ </li></ul><ul><li>ความรู้ความคิด เขียนสาระสำคัญ หลักการ หรือทฤษฎี ที่บางส่วนไม่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันและแสดงมโนทัศน์ที่เป็นส่วนประกอบของสาระสำคัญได้ไม่ครบถ้วน </li></ul><ul><li>กระบวนการเรียนรู้ จัดกิจกรรมฝึกปฏิบัติได้สอดคล้องกับสาระสำคัญเป็นบางส่วน บันทึกผลการทำกิจกรรมถูกต้อง แต่ไม่ครบถ้วน และสรุปผลไม่ตรงตามข้อมูลที่ได้จากการทำกิจกรรม </li></ul><ul><li>ผลการเรียนรู้ สรุปผลการเรียนรู้ได้ตรงตามหัวข้อปัญหาหรือคำถามนำเป็นบางส่วน </li></ul>
  77. 77. รายการประเมิน ระดับคุณภาพ ดี หรือ 3 <ul><li>หัวข้อปัญหา เขียนหัวข้อปัญหาน่าสนใจ สอดคล้องกับเนื้อหาตามสาระการเรียนรู้ของหลักสูตร แต่ยังไม่ชัดเจน </li></ul><ul><li>ความรู้ความคิด เขียนสาระสำคัญ หลักการ ทฤษฎีหรือข้อเท็จจริงได้ถูกต้อง เสนอมโนทัศน์ที่มีอยู่ในสาระสำคัญได้ถูกต้อง แต่ยัง ไม่ครบถ้วน </li></ul><ul><li>กระบวนการเรียนรู้ จัดกิจกรรมฝึกปฏิบัติที่สอดคล้องกับ สาระสำคัญ บันทึกผลการทำกิจกรรมถูกต้องครบถ้วน แต่สรุปผลบางส่วนยังไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ได้จากการทำกิจกรรม </li></ul><ul><li>ผลการเรียนรู้ สรุปได้ตรงตามหัวข้อปัญหาหรือคำถามนำได้ครบทุกประเด็น แต่ยังมีบางประเด็นที่ยังไม่สมบูรณ์ </li></ul>
  78. 78. รายการประเมิน ระดับคุณภาพ ดีมาก หรือ 4 <ul><li>หัวข้อปัญหา เขียนหัวข้อปัญหาน่าสนใจ สอดคล้องกับเนื้อหาตามสาระการเรียนรู้ของหลักสูตร และมีความชัดเจน </li></ul><ul><li>ความรู้ความคิด เขียนสาระสำคัญ หลักการ หรือทฤษฎีหรือ ข้อเท็จจริงได้ถูกต้องสมบูรณ์ บอกมโนทัศน์ที่มีอยู่ในสาระสำคัญได้ถูกต้องและครบถ้วน </li></ul><ul><li>กระบวนการเรียนรู้ จัดกิจกรรมฝึกปฏิบัติที่สอดคล้องกับสาระสำคัญ บันทึกผลการทำกิจกรรมถูกต้องครบถ้วน สรุปผลตรงตามข้อมูลที่ได้จากการทำกิจรรม </li></ul><ul><li>ผลการเรียนรู้ สรุปได้ตรงตามหัวข้อปัญหาหรือคำถามนำได้ครบถ้วนแ ละมีความชัดเจน </li></ul>
  79. 79. ตัวอย่าง หัวข้อปัญหา ความรู้ ความคิด กระบวนการเรียนรู้ สาระสำคัญ ส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์พืช และเซลล์สัตว์ ได้แก่ นิวเคลียส ไซโทพลาสซึม เยื่อหุ้มเซลล์ ผนังเซลล์ และคลอโรพลาสต์ หลักการ 1. สิ่งมีชีวิตทุกชนิดประกอบด้วยหลายเซลล์ 2. เซลล์ประกอบกันเป็นโครงสร้างที่สามารถทำ กิจกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิต 3. กล้องจุลทรรศน์เป็นเครื่องมือสำหรับใช้ขยายวัตถุที่มีขนาดเล็ก 4. เทคนิคการย้อมสีช่วยให้มองเห็นส่วนประกอบของเซลล์ได้ง่าย มโนทัศน์ เซลล์ ผนังเซลล์ เยื่อหุ้มเซลล์ ไซโทพลาสซึม นิวเคลียส คลอโรพลาสต์ แวคิวโอล กล้องจุลทรรศน์ การย้อมด้วยไอโอดีน ใช้กล้องจุลทรรศน์ดูส่วนประกอบและโครงสร้างของเซลล์ที่ย้อมสี และวาดรูปเซลล์และชี้ส่วนประกอบของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ ผลการเรียนรู้ บอกวิธีสังเกตความแตกต่างของ รูปร่างและส่วนประกอบระหว่าง เซลล์สาหร่ายยหางกระรอกและ เซลล์เยื่อบุข้างแก้มโดยใช้ กล้องจุลทรรศน์ กิจกรรมฝึกปฏิบัติ การสำรวจและสังเกตส่วนประกอบของเซลล์ด้วยกล้องจุลทรรศน์ การเก็บรวบรวมข้อมูล 1. เซลล์สาหร่ายหางกระรอกและเซลล์เยื่อบุข้างแก้มมีรูปร่างต่างกัน 2. ส่วนประกอบภายในเซลล์ทั้ง 2 ชนิดแตกต่างกัน 3. เซลล์สาหร่ายหางกระรอกมีส่วนประกอบด้านโครงสร้างของเซลล์ต่างจากเซลล์เยื่อบุข้างแก้ม การบันทึกผล วาดรูปประกอบการอธิบายความแตกต่างของเซลล์สาหร่ายหางกระรอกและเซลล์เยื่อบุข้างแก้มที่เห็นจากกล้องจุลทรรศน์
  80. 80. <ul><li>การทำโครงงานวิทยาศาสตร์ </li></ul><ul><li>การทำแฟ้มสะสมงาน </li></ul><ul><li>การทำภาระงาน </li></ul><ul><li>การนำเสนอผลงาน </li></ul>การประเมินผลจากการปฏิบัติงานและผลงาน <ul><li>การสำรวจตรวจสอบและการปฏิบัติการทดลอง </li></ul>
  81. 81. การประเมินผลการสำรวจตรวจสอบและการปฏิบัติการทดลอง การสำรวจตรวจสอบ เป็นการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ด้วยการสังเกตเพื่อให้ได้ข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยใช้ทักษะต่าง ๆ การวัด การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ การจำแนกประเภท การสร้างความสัมพันธ์ การเรียงลำดับ การคำนวณ การนำเสนอผลงาน การสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้
  82. 82. การปฏิบัติการทดลอง เป็นกระบวนการเรียนรู้เพื่อหาคำตอบหรือตรวจสอบสมมติฐานที่ตั้งไว้ ด้วยการใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การออกแบบวิธีการทดลอง การกำหนดตัวแปร การตั้งสมมติฐาน การเลือกและใช้เครื่องมือการทดลอง การปฏิบัติการทดลอง การบันทึกผลการทดลอง การสรุปผลการทดลอง
  83. 83. เกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติการทดลอง แบบภาพรวม ระดับคุณภาพ รายการประเมิน <ul><li>ไม่สามารถ วางแผน วิธีการทดลองและ ปฏิบัติการ ทดลองได้เอง </li></ul><ul><li>วางแผน วิธีการทดลองและ ปฏิบัติการ ทดลองได้บ้าง แต่ไม่คล่องแคล่ว ต้องการความช่วยเหลือแนะนำใน การใช้อุปกรณ์ ให้ถูกต้องและปลอดภัย </li></ul>ต้องปรับปรุง หรือ 1 พอใช้ หรือ 2
  84. 84. เกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติการทดลอง แบบภาพรวม ระดับคุณภาพ รายการประเมิน <ul><li>วางแผน วิธีการทดลองและ ปฏิบัติการ ทดลองได้คล่องแคล่ว ใช้อุปกรณ์ ได้เหมาะสมและถูกต้อง ผลการทดลองที่ได้ถูกต้องแต่ยังไม่ครบถ้วน </li></ul><ul><li>วางแผน วิธีการทดลองและ ปฏิบัติการ ทดลองได้คล่องแคล่ว ใช้อุปกรณ์ ได้เหมาะสมและปลอดภัย ผลการทดลองที่ได้ถูกต้องสมบูรณ์ </li></ul>ดี หรือ 3 ดีมาก หรือ 4
  85. 85. เกณฑ์การประเมินผลแบบแยกตามองค์ประกอบย่อย ( ด้านที่ 1 การวางแผนวิธีการดำเนินการทดลอง ) ระดับคุณภาพ รายการประเมิน ไม่สามารถวางแผนและออกแบบการทดลอง ได้เอง ต้องให้ความช่วยเหลืออย่างมากใน การวางแผนและการออกแบบการทดลอง การเลือกใช้เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ วางแผนและออกแบบการทดลองได้ไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสมกับเวลา ต้องให้ความช่วยเหลือในการเลือกใช้เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ 1 2
  86. 86. เกณฑ์การประเมินผลแบบแยกตามองค์ประกอบย่อย ( ด้านที่ 1 การวางแผนวิธีการดำเนินการทดลอง ) ระดับคุณภาพ รายการประเมิน วางแผนและออกแบบการทดลองได้ถูกต้องและเหมาะสมกับเวลา แต่การเลือกใช้เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ยังไม่เหมาะสมหรือไม่ครบถ้วน วางแผนและออกแบบการทดลองได้ถูกต้อง เหมาะสมกับเวลา สามารถเลือกใช้เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ในการทดลองได้ถูกต้อง เหมาะสม ครบถ้วน 3 4
  87. 87. เกณฑ์การประเมินผลแบบแยกตามองค์ประกอบย่อย ( ด้านที่ 2 การปฏิบัติการทดลอง ) ระดับคุณภาพ รายการประเมิน ต้องให้ความช่วยเหลือตลอดเวลาในการดำเนินการทดลองและการใช้อุปกรณ์ ต้องให้ความช่วยเหลือเป็นบางครั้งในการดำเนินการทดลองและการใช้อุปกรณ์ ดำเนินการทดลองได้เอง แต่ต้องการคำแนะนำ การใช้อุปกรณ์เป็นบางครั้ง 1 2 3
  88. 88. เกณฑ์การประเมินผลแบบแยกตามองค์ประกอบย่อย ( ด้านที่ 2 การปฏิบัติการทดลอง ) ระดับคุณภาพ รายการประเมิน ดำเนินการทดลองเป็นขั้นตอน และใช้อุปกรณ์ ต่าง ๆ ได้เองอย่างถูกต้อง 4
  89. 89. เกณฑ์การประเมินผลแบบแยกตามองค์ประกอบย่อย ( ด้านที่ 3 ความคล่องแคล่วในการทำการทดลอง ) ระดับคุณภาพ รายการประเมิน ทำการทดลองไม่ทันเวลาที่กำหนด และทำอุปกรณ์เครื่องใช้บางชิ้นชำรุดเสียหาย ทำการทดลองไม่ทันเวลาที่กำหนด แต่ใช้อุปกรณ์ได้ถูกต้องและไม่มีการเสียหาย ทำการทดลองและใช้อุปกรณ์ได้ทันเวลาที่กำหนด แต่ยังต้องการคำแนะนำการใช้อุปกรณ์บ้างเป็นครั้งคราว 1 2 3
  90. 90. เกณฑ์การประเมินผลแบบแยกตามองค์ประกอบย่อย ( ด้านที่ 3 ความคล่องแคล่วในการทำการทดลอง ) ระดับคุณภาพ รายการประเมิน ดำเนินการทดลอง และใช้อุปกรณ์ทำการทดลองได้เหมาะสมและทำได้เสร็จทันเวลา 4
  91. 91. เกณฑ์การประเมินผลแบบแยกตามองค์ประกอบย่อย ( ด้านที่ 4 การนำเสนอ ) ระดับคุณภาพ รายการประเมิน ต้องให้ความช่วยเหลืออย่างมากในการบันทึกผลการทดลอง การสรุปผลการทดลอง รวมทั้งเขียนรายงานการทดลอง ต้องให้คำแนะนำเป็นบางครั้งในการบันทึกผล การทดลอง การสรุปผลการทดลอง รวมทั้งเขียนรายงานการทดลอง 1 2
  92. 92. เกณฑ์การประเมินผลแบบแยกตามองค์ประกอบย่อย ( ด้านที่ 4 การนำเสนอ ) ระดับคุณภาพ รายการประเมิน บันทึกผลการทดลองและสรุปผลการทดลอง ได้เอง เขียนรายงานการทดลองยังไม่เป็นขั้นตอนที่สมบูรณ์ บันทึกผลการทดลองและสรุปผลการทดลอง ถูกต้อง รัดกุม เขียนรายงานการทดลองได้อย่างสมบูรณ์เป็นขั้นตอนที่ชัดเจน 3 4
  93. 93. ตัวอย่าง การประเมินผลการออกแบบวิธีการทดลอง กำหนดวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ทดลองมาให้ ดังนี้ (1) ต้นไม้ปลูกในกระถาง 2 กระถาง (3) ปุ๋ย (2) น้ำ (4) ช้อนตักสาร จะ ออกแบบวิธีการทดลองอย่างไร เพื่อแสดงให้เห็นว่า น้ำ แสง และธาตุอาหารมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช กระถางที่ 1 กระถางที่ 2
  94. 94. แนวการตอบ 1) ออกแบบวิธีทดลองที่แสดงว่า น้ำ มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช ทำได้ดังนี้ <ul><li>ต้นไม้กระถางที่ 1 ไม่ต้องรดน้ำ </li></ul><ul><li>ต้นไม้กระถางที่ 2 รดน้ำทุกวัน วันละ 2 ครั้ง คือเวลาเช้าและเย็น </li></ul><ul><li>สังเกตและบันทึกการเจริญเติบโตของต้นไม้ทั้ง 2 กระถางเป็นเวลา 1 สัปดาห์ </li></ul>2) ออกแบบวิธีทดลองที่แสดงว่า แสง มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช ทำได้ดังนี้ <ul><li>ต้นไม้กระถางที่ 1 วางไว้ในที่มืด และรดน้ำทุกวัน วันละ 2 ครั้ง </li></ul><ul><li>ต้นไม้กระถางที่ 2 วางไว้ในที่มีแสง และรดน้ำทุกวัน วันละ 2 ครั้ง เหมือนกัน </li></ul><ul><li>สังเกตและบันทึกการเจริญเติบโตของต้นไม้ทั้ง 2 กระถางเป็นเวลา 1 สัปดาห์ </li></ul>3) ออกแบบวิธีทดลองที่แสดงว่า ธาตุอาหาร มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช ทำได้ดังนี้ <ul><li>ต้นไม้กระถางที่ 1 วางไว้ในที่มีแสง และรดน้ำทุกวัน วันละ 2 ครั้ง คือเวลาเช้าและเย็น </li></ul><ul><li>ต้นไม้กระถางที่ 2 วางไว้ในที่มีแสง ใส่ปุ๋ย และรดน้ำทุกวัน วันละ 2 ครั้ง คือเวลา </li></ul><ul><li>สังเกตและบันทึกการเจริญเติบโตของต้นไม้ทั้ง 2 กระถางเป็นเวลา 1 สัปดาห์ </li></ul>เช้าและเย็นเหมือนกัน
  95. 95. <ul><li>ออกแบบการทดลองได้ถูกต้อง 2 ปัจจัย ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช และเขียนอธิบายได้ </li></ul>เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การให้คะแนนอาจกำหนดในลักษณะมาตราส่วนประมาณค่า 4 ระดับ รายการประเมิน ระดับคุณภาพ <ul><li>ออกแบบการทดลองไม่ถูกต้อง ทั้ง 3 ปัจจัย คือ น้ำ แสง และธาตุอาหารที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช </li></ul>ต้องปรับปรุง หรือ 1 ดี หรือ 3 พอใช้ หรือ 2 ดีมาก หรือ 4 <ul><li>ออกแบบการทดลองได้ถูกต้องเพียง 1 ปัจจัย ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช และเขียนอธิบายได้ </li></ul><ul><li>ออกแบบการทดลองได้ถูกต้องทั้ง 3 ปัจจัย คือ น้ำ แสง และธาตุอาหาร ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช และเขียนอธิบายได้อย่างชัดเจน </li></ul>
  96. 96. การประเมินผลการตั้งสมมติฐาน (1) ตั้งสมมติฐานการทดลองได้อย่างไรบ้าง (2) ตัวแปรของการทดลองนี้คืออะไร มีภาชนะลักษณะเดียวกัน ก ข ค และ ง ซึ่งบรรจุน้ำปริมาตรเท่ากัน หย่อนวัตถุตันที่มีมวลเท่ากันลงในภาชนะทั้ง 4 ใบ ดังรูป ก ค ง ข
  97. 97. แนวการตอบ 1) สมมติฐานในการทดลอง การตั้งสมมติฐานที่เป็นไปได้อาจเขียนเป็นข้อความที่มี 2 ลักษณะ คือ (1) เขียนข้อความ “เหตุ” และตามด้วย “ผล” ดังนี้ “รูปร่างของวัตถุมีผลต่อการจมของวัตถุในของเหลว” หรือ (2) เขียนข้อความ “ผล” ก่อน แล้วตามด้วย “เหตุ” ที่ทำให้เกิดผลนั้น ดังนี้ “การจมของวัตถุในของเหลวขึ้นอยู่กับรูปร่างของวัตถุ” 2) ตัวแปร ตัวแปรต้น ( เหตุ ) คือ รูปร่างของวัตถุ ตัวแปรตาม ( ผล ) คือ การจมของวัตถุ ( ระยะเวลาในการจม , ลักษณะการจม ) ตัวแปรควบคุม คือ ชนิดของของเหลว ปริมาตรของของเหลวในภาชนะ ภาชนะที่บรรจุของเหลว ชนิดและมวลของวัตถุ และวิธีการปล่อยวัตถุ
  98. 98. <ul><li>ตั้งสมมติฐานสอดคล้องกับปัญหา ระบุตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัวแปรควบคุมได้ แต่ยังไม่สมบูรณ์ </li></ul>เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การให้คะแนนอาจกำหนดในลักษณะมาตราส่วนประมาณค่า 4 ระดับ รายการประเมิน ระดับคุณภาพ <ul><li>ตั้งสมมติฐานไม่สอดคล้องกับปัญหา ไม่สามารถระบุตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัวแปรควบคุมได้ </li></ul>ต้องปรับปรุง หรือ 1 ดี หรือ 3 พอใช้ หรือ 2 ดีมาก หรือ 4 <ul><li>ตั้งสมมติฐานไม่สอดคล้องกับปัญหา ระบุตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัวแปรควบคุมได้ไม่ครบถ้วน </li></ul><ul><li>ตั้งสมมติฐานสอดคล้องกับปัญหา ระบุตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัวแปรควบคุมได้สมบูรณ์ รวมทั้งดำเนินงานด้วยขั้นตอนที่ถูกต้องทั้งหมด </li></ul>
  99. 99. การประเมินผลการออกแบบการทดลอง จากผลการสังเกตข้างต้น ถ้าตั้งสมมติฐานว่า “ การ ให้อาหารแก่ไฮดราเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ไฮดราจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ในเวลา 5 วัน” จะออกแบบการทดลองได้เป็นอย่างไร จงศึกษาการเจริญเติบโตของไฮดรา โดยสังเกตไฮดราทุกวันเป็นเวลา 10 วัน ในแต่ละวันมีการบันทึกจำนวนไฮดราทั้งหมดไว้ ผลที่สังเกตได้เป็นดังนี้ 20 ตัว 20 ตัว 20 ตัว 40 ตัว
  100. 100. แนวการตอบ ผู้เรียนสามารถออกแบบการทดลองได้หลายแนวทาง ดังนี้ 1) จัดให้มีการเลี้ยงไฮดรา 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ให้อาหารตามปกติ และกลุ่มที่ 2 ให้อาหารเพิ่มเป็น 2 เท่า เปรียบเทียบผลการทดลองเมื่อใช้เวลาทดลอง 5 วัน 2) จัดให้มีการเลี้ยงไฮดรา 2 กลุ่ม ให้อาหารแตกต่างกัน โดยให้กลุ่มที่ 1 มากกว่า กลุ่มที่ 2 เป็น 2 เท่า สังเกตผลภายในเวลา 5 วัน 3) จัดให้มีการเลี้ยงไฮดรา โดยให้อาหารมากกว่าเดิม และนำออกมาสังเกตผลหลังจาก 5 วัน 4) จัดให้มีการเลี้ยงไฮดราและให้อาหารน้อยกว่าเดิมในเวลา 5 วัน บันทึกปริมาณ อาหารที่ให้แก่ไฮดราขนาดเล็กและขนาดใหญ่
  101. 101. <ul><li>สามารถออกแบบการทดลองหรืออธิบายเกี่ยวกับการทดลองเป็น 2 กลุ่ม โดยทำการทดลองให้อาหารไม่เท่ากัน </li></ul>เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การให้คะแนนอาจกำหนดในลักษณะมาตราส่วนประมาณค่า 4 ระดับ รายการประเมิน ระดับคุณภาพ <ul><li>ไม่สามารถออกแบบการทดลอง หรืออธิบายเกี่ยวกับกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง จะใช้วิธีให้อาหารน้อยกว่าปกติและสังเกตผล หลังการให้อาหาร 5 วัน </li></ul>ต้องปรับปรุง หรือ 1 ดี หรือ 3 พอใช้ หรือ 2 ดีมาก หรือ 4 <ul><li>ไม่สามารถออกแบบการทดลอง หรืออธิบายกลุ่มควบคุมและการให้อาหารเป็น 2 เท่า แก่กลุ่มทดลอง </li></ul><ul><li>สามารถออกแบบการทดลองหรืออธิบายเกี่ยวกับกลุ่มควบคุม และกลุ่มทดลองที่ให้อาหารเป็น 2 เท่าได้ และเปรียบเทียบผลเมื่อเวลาผ่านไป 5 น โดยนับจำนวนประชากรของไฮดราได้ </li></ul>
  102. 102. การประเมินผลการทำโครงงาน ประเภทของโครงงาน 1) โครงงานประเภทสำรวจ 2) โครงงานประเภททดลอง 3) โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์ 4) โครงงานประเภททฤษฎี
  103. 103. ขั้นตอนสำคัญในการทำโครงงาน 1) การกำหนดปัญหาและการทำความเข้าใจกับปัญหา 2) การวางแผนการทำโครงงาน 3) การลงมือทำโครงงาน 4) การเขียนรายงาน 5) การแสดงผลงาน
  104. 104. ตัวอย่างการบันทึกการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ระดับประถมศึกษา 1. ประเภทและชื่อโครงงาน 1.1 ประเภทโครงงาน โครงงานประเภททดลอง 1.2 ชื่อโครงงาน การแยกสีจากดอกกระเจี๊ยบเพื่อใช้ทำเป็นเครื่องดื่ม 2. สาระความรู้ (1) ดอกกระเจี๊ยบที่มีสีแดงนำมาสกัดสีได้ (2) น้ำที่อุณหภูมิต่างกันสกัดสีจากดอกกระเจี๊ยบได้ต่างกัน 3. ปัญหา สกัดสีจากดอกกระเจี๊ยบเพื่อนำมาทำเครื่องดื่มได้อย่างไร 3.1 จุดประสงค์ สามารถทำเครื่องดื่มจากดอกกระเจี๊ยบได้ 3.2 สมมติฐาน น้ำร้อนสามารถสกัดสีแดงจากดอกกระเจี๊ยบได้ดีกว่าน้ำเย็น
  105. 105. 4. วิธีทดลอง 4.1 อุปกรณ์ที่ใช้ ดอกกระเจี๊ยบ บีกเกอร์ ที่จับภาชนะ ตะเกียงแอลกอฮอล์ ที่กั้นลม แท่งแก้วคน น้ำสะอาด เครื่องชั่ง ผ้าขาวบาง โกร่งบดหรือครกบด 4.2 ขั้นตอบการทดลอง (1) นำดอกกระเจี๊ยบมาตำในโกร่งบดหรือครกบดให้ละเอียด (2) ชั่งดอกกระเจี๊ยบที่บดละเอียด 20 กรัม ใส่ลงในบีกเกอร์ 3 ใบ ที่บรรจุน้ำ 50 มิลลิลิตร ซึ่งมีอุณหภูมิแตกต่างกัน ดังนี้ บีกเกอร์ใบที่ 1 วางไว้ในบรรยากาศปกติหรืออุณหภูมิห้อง บีกเกอร์ใบที่ 2 เติมน้ำแข็งลงไป 2 - 3 ก้อน บีกเกอร์ใบที่ 3 นำไปตั้งไฟให้เดือดประมาณ 5 นาที
  106. 106. (3) คนดอกกระเจี๊ยบในน้ำทั้ง 3 บีกเกอร์ ประมาณ 5 นาที แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง (4) นำสารละลายที่กรองได้มาเปรียบเทียบความแตกต่างของสี 5. บันทึกผลการทดลอง สารละลายของดอกกระเจี๊ยบในน้ำ การเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้ 1. น้ำที่มีอุณหภูมิปกติ ( อุณหภูมิห้อง ) น้ำในบีกเกอร์มีสีแดง 2. น้ำที่มีน้ำแข็งอยู่ด้วย น้ำในบีกเกอร์มีสีส้ม 3. น้ำที่ต้มเดือด น้ำในบีกเกอร์มีสีแดงเข้ม
  107. 107. 6. สรุปผลการทดลอง น้ำที่มีอุณหภูมิสูงสามารถสกัดสีแดงจากดอกกระเจี๊ยบได้ดีกว่าน้ำที่มีอุณหภูมิต่ำ 7. ประโยชน์ที่ได้รับ ได้เรียนรู้ถึงวิธีการที่เหมาะสมในการสกัดสีแดงจากดอกกระเจี๊ยบ 8. ข้อเสนอแนะ ควรศึกษาเพิ่มเติมถึงวิธีการสกัดสีจากพืชชนิดอื่น โดยนำส่วนประกอบต่าง ๆ ของพืชมาใช้สกัดสี เช่น ใบ ดอก ราก ลำต้น ผล 9. เอกสารอ้างอิง ( แหล่งค้นคว้าความรู้ ) หนังสือเกี่ยวกับการสกัดสีจากส่วนประกอบต่าง ๆ ของพืช
  108. 108. แนวทางการให้คะแนน การให้คะแนนการทำโครงงานวิทยาศาสตร์มีเกณฑ์การประเมิน 2 แบบ 1. การให้คะแนนแบบภาพรวม เป็นการให้คะแนนในลักษณะของการสรุปผลการเรียนรู้ในส่วนที่เป็นประเด็นสำคัญ โดยไม่พิจารณาถึงองค์ประกอบย่อย 2. การให้คะแนนแบบแยกองค์ประกอบย่อย การให้คะแนนแบบนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินพัฒนาการเรียนรู้ของ ผู้เรียนในระหว่างการทำกิจกรรม จึงให้คะแนนแยกออกเป็นองค์ประกอบย่อยครอบคลุมทุกจุดประสงค์
  109. 109. <ul><li>มีหลักฐาน ร่องรอยที่แสดงถึงความ เข้าใจปัญหา การวางแผน วิธีการทำโครงงาน ได้ถูกต้อง ลงมือปฏิบัติ จนเสร็จและประสบความ สำเร็จ และเ ขียนรายงาน ได้ชัดเจน </li></ul>รายการประเมิน ระดับคุณภาพ <ul><li>ใช้เวลานานมากในการทำความ เข้าใจปัญหา ต้องอาศัยการแนะนำ เกี่ยวกับการวางแผน วิธีการทำโครงงาน มีความยากลำบากในการ ลงมือปฏิบัติ และ เขียนรายงาน ที่สับสนไม่ชัดเจน </li></ul>ต้องปรับปรุง หรือ 1 ดี หรือ 3 พอใช้ หรือ 2 ดีมาก หรือ 4 <ul><li>มีหลักฐาน ร่องรอยที่แสดงถึงความ เข้าใจปัญหา การวางแผน วิธีการทำโครงงาน ถูกต้องบางส่วน ลงมือปฏิบัติ ประสบความสำเร็จ บางส่วน และ เขียนรายงาน ยังไม่ชัดเจน </li></ul><ul><li>มีการแสดงออกถึงความ เข้าใจปัญหา การวางแผน วิธีการทำโครงงาน โดยออกแบบหรือคิดค้นขึ้นเอง ลงมือปฏิบัต ิจนทำโครงงานได้เสร็จและประสบความสำเร็จ เขียนรายงาน เป็นลำดับได้ชัดเจนและครบถ้วน </li></ul>ตัวอย่าง เกณฑ์รวม ที่ใช้ประเมินโครงงานวิทยาศาสตร์
  110. 110. รายการประเมิน ระดับคุณภาพ 1. การกำหนดปัญหาและการตั้งสมมติฐาน ตัวอย่าง เกณฑ์ย่อย ที่ใช้ประเมินโครงงานวิทยาศาสตร์ - สมมติฐานไม่สอดคล้องกับปัญหา 1 - สมมติฐานสอดคล้องกับปัญหา แต่ไม่แสดงความสัมพันธ์ระหว่าง เหตุและผล 2 - สมมติฐานสอดคล้องกับปัญหาและแสดงความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล แต่ยังไม่ชัดเจน 3 - สมมติฐานสอดคล้องกับปัญหาและแสดงความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล อย่างชัดเจน 4 2. ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงประกอบการทำโครงงาน 3. การออกแบบการทดลอง
  111. 111. 4. อุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง 5. การดำเนินการทดลอง 6. การบันทึกข้อมูล 7. การจัดกระทำข้อมูล 8. การแปลความหมายข้อมูลและการสรุปผลของข้อมูล 9. ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 10. การเขียนรายงานหรือการแสดงผลงาน
  112. 112. การประเมินผลการทำแฟ้มสะสมงาน วัตถุประสงค์ของการจัดทำแฟ้มสะสมงาน 1. เพื่อจัดเก็บข้อมูลและสะสมงานของผู้เรียน 2. เพื่อใช้เป็นเครื่องมือประเมินการเรียนรู้ของผู้เรียน 3. เพื่อให้ผู้เรียนและผู้สอนได้เรียนรู้ร่วมกัน 4. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ประเมินตนเองและรู้จักตนเอง 5. เพื่อส่งเสริมให้มีการบูรณาการหลักสูตร กระบวนการ เรียนรู้ และการวัดผลประเมินผล
  113. 113. ประเภทของแฟ้ม สะสมงาน 1. แฟ้มสะสมงานทั่วไป 2. แฟ้มสะสมงานเฉพาะ
  114. 114. 1. แฟ้มสะสมงานทั่วไป เป็นแฟ้มสะสมงานที่เก็บรวบรวมผลงานที่ได้ทุกภาระงาน มีขั้นตอนในการจัดทำที่สำคัญ ดังนี้ 1) การรวบรวมผลงาน ( collection ) 2) การคัดเลือกผลงานเพื่อจัดประเภท ( selection ) 3) การประเมินผลงานที่สะท้อนให้เห็นสมรรถภาพตามมาตรฐาน ( reflection ) 4) การวางแผนการทำงานต่อไป ( projection )
  115. 115. 2. แฟ้มสะสมงานเฉพาะ เป็นแฟ้มสะสมงานที่ประกอบด้วยผลงานที่มีลักษณะเฉพาะเรื่องใด เรื่องหนึ่งหรือเป็นพิเศษ มีขั้นตอนในการจัดทำที่สำคัญ ดังนี้ 1) การวางแผนดำเนินงาน ( investigation ) 2) การปฏิบัติการ ( research ) 3) การนำไปใช้ ( application ) 4) การขยายผลต่อเนื่อง ( open choice )
  116. 116. ตัวอย่างแบบบันทึกการปฏิบัติงานที่จัดเก็บในแฟ้มสะสมงาน ชื่อผู้เรียน วันที่ ชื่อผลงานจากแฟ้มสะสมงาน คำชี้แจง (1) ใส่เครื่องหมาย / ใน เพื่อระบุประเภทของแฟ้มสะสมงานและ ประเภทของผลงาน (2) ศึกษาทบทวนการปฏิบัติงานและผลงานที่จัดไว้ในแฟ้มสะสมงานแล้ว ตอบคำถาม ประเภทของแฟ้มสะสมงาน แฟ้มสะสมงานทั่วไป แฟ้มสะสมงานเฉพาะ
  117. 117. ประเภทของผลงาน ( กรณีเป็นแฟ้มสะสมงานเฉพาะ ) <ul><li>ผลงานจากการศึกษาโดยสำรวจตรวจสอบ </li></ul><ul><li>ผลงานจากการศึกษาและแก้ปัญหาหรือวิจัย </li></ul><ul><li>ผลงานจากการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ </li></ul><ul><li>ผลงานที่ปฏิบัติอย่างอิสระ </li></ul>1. ลักษณะของงาน : ให้อธิบายลักษณะของงาน อธิบาย 2. การมีส่วนร่วม : ผลงานสำเร็จได้โดยมีการร่วมมือจากบุคลากรหรือหน่วยงานใด และถ้าทำงานเป็นกลุ่มได้กำหนดบทบาทหน้าที่หรือความรับผิดชอบของสมาชิก อย่างไร อธิบาย
  118. 118. 3. แหล่งความรู้ : แหล่งข้อมูลความรู้ที่นำมาใช้เพื่อทำผลงานมีอะไรบ้างและนำมาใช้ อย่างไร อธิบาย 4. ผลการเรียนรู้ด้านความรู้ความเข้าใจ : ความรู้หรือประสบการณ์จากการทำงาน คืออะไร อธิบาย 5. ผลการเรียนรู้ด้านกระบวนการ : กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหาที่ได้ นำไปใช้มีอะไรบ้าง ให้อธิบายโดยการบอกปัญหาแต่ละปัญหาพร้อมขั้นตอนการ แก้ปัญหา อธิบาย
  119. 119. 6. ทักษะการสื่อสาร : ให้สรุปผลเพื่อบอกให้ผู้อื่นรู้ว่าได้เรียนรู้อะไร และเรียนรู้อย่างไร อธิบาย 7. ความสามารถทางการเชื่อมโยงกับสังคม : ผลงานนี้เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันหรือ สาขาวิชาอื่นด้วยหรือไม่ อย่างไร อธิบาย 8. ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม
  120. 120. แนวทางการให้คะแนน การประเมินแฟ้มสะสมงาน <ul><li>ประเมินพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน </li></ul><ul><li>ประเมินเพื่อตัดสินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน </li></ul>
  121. 121. การให้คะแนนการทำแฟ้มสะสมงานทำได้ 2 รูปแบบ <ul><li>การให้คะแนนแบบภาพรวม </li></ul><ul><li>การให้คะแนนแบบแยกองค์ประกอบย่อย </li></ul>เป็นการให้คะแนนในลักษณะสรุปผลของงานในแฟ้มสะสมงานที่มีลักษณะเดียวกัน และให้คะแนนในช่วงเวลาของการจัดเก็บเป็นระยะ ๆ อย่างสม่ำเสมอ เช่น สรุปผลงานในเวลา 1 เดือน หรือ 1 ภาคเรียน หรือ 1 ปีการศึกษา การประเมินลักษณะนี้จะประเมินผลงานทีละชิ้นหรือทีละส่วนอย่างละเอียด เพื่อให้สามารถกระทำได้อย่างครอบคลุมสมรรถภาพของผู้ทำผลงาน จึงต้องมีการสร้างเกณฑ์การประเมินให้ครอบคลุมด้านต่าง ๆ ที่ต้องการประเมินและกำหนด คุณภาพของงานแตกต่างกัน
  122. 122. <ul><li>ผลงานมีรายละเอียดอย่างเพียงพอและไม่มีข้อผิดพลาดหรือแสดงว่า ไม่เข้าใจ แต่ข้อมูลเหล่านั้นเป็นลักษณะของการเสนอที่ไม่ได้แสดงถึงการบูรณาการระหว
  1. A particular slide catching your eye?

    Clipping is a handy way to collect important slides you want to go back to later.

×