• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
Ch5
 

Ch5

on

  • 651 views

 

Statistics

Views

Total Views
651
Views on SlideShare
651
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
0
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    Ch5 Ch5 Presentation Transcript

    • รายได้และรายจ่ายรัฐบาล Public Revenue and Expenditure บทที่ 5
    • รายรับรัฐบาล
    • รายรับ รายรับที่เป็นรายได้ รายรับที่ไม่เป็นรายได้ หนี้สาธารณะ เงินคงคลัง การบังคับกู้ยืมจากประชาชน รายได้ที่เป็นภาษีอากร รายได้ที่ไม่เป็นภาษีอากร การประกอบกิจการของรัฐ หรือรัฐพาณิชย์ ( รัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ) จากการบริหาร / บริการ ( ค่าธรรมเนียม , ค่าใบอนุญาต , ค่าปรับ ,…) จากการบริจาค แบ่งตามการผลักภาระภาษี ( ภาษีทางตรง , ภาษีทางอ้อม ) แบ่งตามลักษณะของฐานภาษี ( เก็บจากเงินได้ , เก็บจากทรัพย์สิน , เก็บจากโภคภัณฑ์ ) แบ่งตามรัฐบาลผู้จัดเก็บ ( รัฐบาลกลาง , รัฐบาลท้องถิ่น ) แบ่งตามวิธีการประเมินภาษี ( ภาษีตามมูลค่า , ภาษีตามปริมาณหรือตามสภาพ ) แบ่งตามอัตราภาษี ( อัตราก้าวหน้า , อัตราคงที่ , อัตราถอยหลัง ) แบ่งตามลักษณะการใช้เงิน ( เพื่อกิจการทั่วไป , เพื่อกิจการเฉพาะอย่าง )
    • 1) รายรับที่เป็นรายได้ - รายได้ที่เป็นภาษีอากร ( tax revenue) - รายได้และรายรับที่มิใช่ภาษีอากร ( nontax revenue) 2 ) รายรับที่ไม่เป็นรายได้ - หนี้สาธารณะ - เงินคงคลัง - การบังคับกู้จากประชาชน องค์ประกอบของรายรับรัฐบาล
    • แหล่งที่มาของรายรับ 1) รายได้ 1.1 ภาษีอากร 1.2 การขายสิ่งของและบริการ 1.3 รัฐพาณิชย์ 1.4 รายได้อื่น ๆ เงินบริจาค 2) เงินกู้ 2.1 ธนาคารแห่งประเทศไทย 2.2 ธนาคารออมสิน 2.3 ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงิน 2.4 สมาคม มูลนิธิ และเอกชน 3) เงินคงคลัง
    •  
    •  
    •  
    •  
    •  
    • ฐานภาษีอากร (Tax Base)
      • ความหมาย คือ สิ่งที่ถูกใช้เป็นฐานในการประเมินเก็บภาษีแต่ละชนิดตามอัตราของภาษีที่กำหนดไว้
      • ประเภทของฐานภาษี แบ่งเป็น 3 ประเภท
      • ฐานที่เกี่ยวกับรายได้ เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา , ภาษีเงินได้นิติบุคคล
      • ฐานที่เกี่ยวกับความมั่งคั่งหรือฐานที่เกี่ยวกับทรัพย์สิน เช่น ภาษีทรัพย์สิน , ภาษีมรดก
      • ฐานที่เก็บจากการบริโภค เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Add Tax : VAT) , ภาษีสรรพสามิต
    • ภาษีอากร (Tax)
      • ความหมาย คือ สิ่งที่รัฐบังคับเก็บจากประชาชนเพื่อใช้จ่ายในกิจการของรัฐ โดยไม่จำเป็นต้องให้การตอบแทนอย่างใดอย่างหนึ่งโดยตรงแก่ผู้เสียภาษีอากร
      • วัตถุประสงค์การจัดเก็บภาษีอากร
      • - เพื่อเป็นรายได้ของรัฐบาล
      • - เพื่อเป็นการควบคุม
      • - เพื่อการจัดสรรและการกระจายรายได้
      • - เพื่อการชำระหนี้ของรัฐบาล
      • - เพื่อเป็นเครื่องมือนโยบายทางธุรกิจ
      • - เพื่อเป็นเครื่องมือในนโยบายการคลัง
      • - เพื่อสนองนโยบายของประเทศบางประการ
    • อัตราภาษี (Tax Rate)
      • ความหมาย คือ จำนวนเงินค่าภาษีที่จัดเก็บจากฐานภาษีหนึ่ง ๆ ซึ่งอาจกำหนดขึ้นเป็นอัตราตายตัว หรือกำหนดขึ้นเป็นอัตราส่วนเฉลี่ยตามต้องการ
      • ประเภทของอัตราภาษี แบ่งออกเป็น 3 แบบ
      • - อัตราภาษีก้าวหน้า (Progressive tax rate)
      • - อัตราภาษีคงที่ (Proportional tax rate)
      • - อัตราภาษีถดถอย (Regressive tax rate)
      รายได้ ( บาท ) อัตราก้าวหน้า อัตราคงที่ อัตราถอยหลัง 5,000 – 10,000 5% 10% 30% 10,001 – 15,000 10% 10% 20% 15,001 – 20,000 20% 10% 10% 20,001 – 25,000 30% 10% 5%
    • อัตราก้าวหน้า อัตราภาษี 0 ฐานภาษี อัตราสัดส่วน อัตราภาษี 0 ฐานภาษี อัตราถดถอย อัตราภาษี 0 ฐานภาษี
    • ภาษีอากร (Tax)
      • ความหมาย คือ สิ่งที่รัฐบังคับเก็บจากประชาชนเพื่อใช้จ่ายในกิจการของรัฐ โดยไม่จำเป็นต้องให้การตอบแทนอย่างใดอย่างหนึ่งโดยตรงแก่ผู้เสียภาษีอากร
      • วัตถุประสงค์การจัดเก็บภาษีอากร
      • - เพื่อเป็นรายได้ของรัฐบาล
      • - เพื่อเป็นการควบคุม
      • - เพื่อการจัดสรรและการกระจายรายได้
      • - เพื่อการชำระหนี้ของรัฐบาล
      • - เพื่อเป็นเครื่องมือนโยบายทางธุรกิจ
      • - เพื่อเป็นเครื่องมือในนโยบายการคลัง
      • - เพื่อสนองนโยบายของประเทศบางประการ
    • เกณฑ์การจัดเก็บภาษีอากร (The Principle of Taxes)
      • ตามแนวคิดของ อดัม สมิท (Adam Smith) มี 4 ประการ
      • หลักความยุติธรรม (Equity)
      • หลักความแน่นอน (Certainty)
      • หลักความสะดวก (Convenience)
      • หลักประหยัด (Economy)
    • ผลกระทบของภาษีอากร
      • ผลกระทบต่อการทำงาน
      • ผลด้านการจัดสรรทรัพยากร
      • ผลทางด้านการกระจายรายได้
      • ผลต่อราคาสินค้า
      • ผลต่อการออม
      • ผลต่อการลงทุน
      • ผลต่อเศรษฐกิจ
    • รายจ่ายรัฐบาล
    • รายจ่ายสาธารณะ (Public expenditure) หรือรายจ่ายรัฐบาล (Government
      • ความหมาย คือ การใช้จ่ายของรัฐบาลเพื่อรักษาระดับการดำเนินงานของรัฐ เพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมโดยส่วนรวม และเพื่อช่วยเหลือต่างประเทศ
      • ประเภทของรายจ่ายรัฐบาล
      • - จำแนกตามกระทรวงและหน่วยงานที่ใช้จ่าย แบ่งเป็น งบกลาง , สำนักนายกรัฐมนตรี , กระทรวงกลาโหม , กระทรวงการคลัง เป็นต้น
      • จำแนกตามลักษณะงาน แบ่งเป็น งานบริหารทั่วไป , งานบริการชุมชนและสังคม , งานการเศรษฐกิจ และ อื่น ๆ
      • จำแนกตามผลทางเศรษฐกิจ แบ่งเป็น รายจ่ายประจำ , รายจ่ายลงทุน และ รายจ่ายชำระคืนเงินกู้
      • จำแนกตามโครงสร้างแผนงาน แบ่งเป็น ด้าน , สาขา , แผนงาน , โครงการ
    • โครงสร้างทางด้านรายจ่ายรัฐบาล 1. จำแนกตามกระทรวงและหน่วยงาน - เพื่อแสดงให้เห็นว่าแต่ละหน่วยงานได้รับงบประมาณเท่าใดและมีความสอดคล้องกับงานหรือโครงการที่รับผิดชอบหรือไม่ - เพื่อความสะดวกในการใช้จ่ายและการควบคุมการเบิกจ่ายของผู้บริหาร - จำแนกเป็นงบประมาณของกระทรวงต่างๆ เช่น งบกลาง สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหม กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานอิสระตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ เป็นต้น
    •  
    •  
    • 2. จำแนกตามลักษณะงาน - จำแนกตามวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ - จำแนกเป็น 4 ประเภท คือ 1) การบริหารทั่วไป ได้แก่ การบริหารทั่วไปของรัฐ การป้องกันประเทศ และการรักษาความสงบภายในประเทศ 2) การบริการชุมชนและสังคม ได้แก่ การศึกษา การสาธารณสุข การสังคมสงเคราะห์ การเคหะและชุมชน การศาสนา วัฒนธรรมและนันทนาการ 3) การเศรษฐกิจ ได้แก่ การเชื้อเพลิงและพลังงาน การเกษตร การเหมืองแร่ ทรัพยากรธรณี การอุตสาหกรรมและการโยธา การขนส่งและสื่อสาร การบริการเศรษฐกิจอื่น 4) อื่นๆ ได้แก่ การดำเนินงานอื่นๆ
    •  
    • ลักษณะงาน สัดส่วน ( ร้อยละ ) การบริหารทั่วไป 18.9 การบริการชุมชนและสังคม 41.9 การเศรษฐกิจ 20.9 อื่น ๆ 18.3 รวมทั้งสิ้น 100
    • 3. จำแนกตามลักษณะเศรษฐกิจ - เพื่อให้เห็นผลทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการใช้จ่ายของรัฐบาล - โดยทั่วไปจำแนกออกเป็น 2 ประเภท 1) รายจ่ายเพื่อการลงทุน เพื่อสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เช่น รายจ่ายเพื่อซื้อครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ถือเป็นการสะสมทุนของส่วนราชการ 2) รายจ่ายประจำ เพื่อใช้ในการบริหารงานประจำ เช่น ราจ่ายในหมวดเงินเดือนและค่าจ้าง รายจ่ายในหมวดค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ เป็นการจัดซื้อสิ่งของไม่ใช่สินทรัพย์ประเภททุน - ในบางครั้งอาจจำแนกออกเพิ่มเป็น 3 ประเภท โดยเพิ่ม 3) รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้
    •  
    • ลักษณะกิจกรรม สัดส่วน ( ร้อยละ ) รายจ่ายประจำ 75.6 รายจ่ายลงทุน 22 รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 2.4 รวมทั้งสิ้น 100
    • 4. จำแนกตามลักษณะโครงสร้างแผนงาน - เป็นการรวมเอารายจ่ายสำหรับกิจกรรมที่ดำเนินการตามวัตถุประสงค์เดียวกันหรือเกี่ยวเนื่องกันและกระจายอยู่ในหน่วยงานต่างๆเข้าเป็นหมวดหมู่ภายใต้แผนงานเดียวกัน - จำแนกออกเป็น 5 ระดับ ลดหลั่นกันดังนี้ 1) จำแนกตามด้านและสาขา เช่น ด้านการเกษตร ด้านอุตสาหกรรมและเหมืองแร่ ด้านคมนาคม ขนส่ง และสื่อสารด้านการพาณิชย์และท่องเที่ยว ด้านการศึกษา เป็นต้น 2) จำแนกตามสาขา เช่น สาขาการกสิกรรม สาขาปศุสัตว์ สาขาประมง เป็นต้น 3) จำแนกตามแผนงาน เช่น แผนงานเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร แผนงานเพิ่มราคาสินค้าเกษตร เป็นต้น
    • 4) จำแนกตามแผนงานรอง เช่น แผนงานเพิ่มผลผลิตข้าว แผนงานเพิ่มผลผลิตยาง เป็นต้น 5) จำแนกตามงานหรือโครงการ เช่น โครงการส่งเสริมการปลูกข้าวโดยเกษตรอินทรีย์ โครงการชลประทานขนาดกลาง โครงการจัดหาเมล็ดพันธุ์แก่เกษตรกร เป็นต้น
    •  
    • ผลทางเศรษฐกิจของการใช้จ่ายของรัฐบาล
      • ผลต่อการผลิตและการจ้างงาน
      • - กรณีที่มีการจ้างงานเต็มที่
      • - กรณีที่มีการจ้างงานเต็มที่
      • ผลกระทบต่อการกระจายรายได้
      • ผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ
    • หนี้สาธารณะ
    • หนี้สาธารณะ (Public Debt) หรือหนี้รัฐบาล ( Government Debt )
      • ความหมาย หมายถึง หนี้สินของรัฐบาลซึ่งอยู่ในรูปของสัญญาที่รัฐบาลให้ไว้แก่ผู้ที่รัฐบาลกู้ยืม ว่ารัฐบาลจะจ่ายคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยจำนวนหนึ่งให้แก่ผู้ที่รัฐบาลขอกู้ยืมเมื่อครบกำหนดเวลา
      • ตัวแทนในการกู้ กระทรวงการคลัง
      • แหล่งให้กู้ ธนาคารพาณิชย์ , ธนาคารออมสิน , สถาบันการเงินอื่น , ธนาคารโลก
      • หลักทรัพย์รัฐบาล ตั๋วเงินคลัง , พันธบัตรรัฐบาล
    • วัตถุประสงค์ของการก่อหนี้สาธารณะ 1) เพื่อการลงทุนพัฒนาเศรษฐกิจ เป็นรายจ่ายลงทุนในโครงการพัฒนา โครงการก่อสร้างสาธารณูปโภค , การศึกษา , การสาธารณสุข 2) เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ทั้งด้านรายได้ ( เศรษฐกิจขยายตัว - เศรษฐกิจหดตัว ) และระดับราคา ( เงินเฟ้อ - เงินฝืด ) 3) เพื่อชดเชยงบประมาณที่ขาดดุล ( รายรับ < รายจ่าย ) 4) เพื่อใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน เช่น ประสบภัยทางธรรมชาติ สงคราม 5) เพื่อรักษาและเพิ่มทุนสำรองระหว่างประเทศ 6) เพื่อนำมาหมุนเวียนใช้หนี้เก่า 7) เพื่อปรับโครงสร้างภาระหนี้ให้มีการกระจายตัวดีขึ้น (Refinancing)
    • ประเภทของหนี้สาธารณะ 1) แบ่งตามระยะเวลาการกู้ หนี้ระยะสั้น หนี้ระยะปานกลาง หนี้ระยะยาว 2) แบ่งตามแหล่งที่มาของเงินกู้ หนี้ภายในประเทศ หนี้ต่างประเทศ สถานะหนี้และภาระหนี้ของรัฐบาล
    • ลำดับที่ รายการ 2540 2541 2542 2543 2544 2545 ( ต . ค .)2546 1 หนี้ภาครัฐภายในประเทศ 1/ 31,755 426,928 642,371 740,935 845,689 1,293,881 1,292,357 2 - ธนาคารแห่งประเทศไทย 3,569 139,849 88,945 80,677 112,903 94,408 76,102 3 - ธนาคารพาณิชย์ 7,551 154,193 254,949 304,579 318,715 398,465 378,756 4 - ธนาคารออมสิน 18,000 43,381 136,700 130,720 101,869 126,205 134,496 5 - สถาบันการเงินอื่น ๆ 2/ 2,040 67,802 83,466 94,751 115,568 161,137 190,992 6 - อื่น ๆ 3/ 594 21,704 78,310 130,207 196,633 513,666 512,011 7 หนี้ภาครัฐในต่างประเทศ 293,782 267,279 348,733 415,649 427,167 397,277 352,261 8 รวมทั้งสิ้น 325,537 694,206 991,104 1,156,584 1,272,856 1,691,158 1,644,618
    •  
    •  
    • งบประมาณ
    • งบประมาณ ( Budgeting )
      • ความหมาย หมายถึง คือ แผนทางการเงินของรับบาลที่จัดทำขึ้น เพื่อแสดงรายรับและรายจ่ายที่รัฐบาลกำหนดจะจัดทำตามโครงการต่าง ๆ ในปีต่อไป โดยแสดงวงเงินค่าใช้จ่ายแต่ละโครงการ และวิถีทางการเงิน ( การจัดเก็บรายได้ ) มาใช้จ่ายตามโครงการนั้น ๆ
      • ปีงบประมาณ โดยทั่วไปกำหนด 1 ปี หรือ 12 เดือน สำหรับประเทศไทยเริ่ม 1 ต . ค . ของปีก่อนหน้า ถึง 30 ก . ย . ของปีนั้น และให้ใช้ พ . ศ . ของปีถัดไปเป็นชื่อของปีงบประมาณ เช่น งบประมาณรายจ่ายปี พ . ศ . 2549 เริ่ม 1 ต . ค . 2548 ถึง 30 ก . ย . 2549
      • ความสำคัญของงบประมาณแผ่นดิน
      • เป็นเครื่องมือนโยบายการคลังเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อเร่งรัดการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ เพื่อจัดสรรและกระจายทรัพยากรและรายได้ ให้เกิดความเท่าเทียมกันและเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและสังคมมากขึ้น เป็นเครื่องมือการบริหารที่มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมและพัฒนาประสิทธิภาพระบบเศรษฐกิจและการบริหารราชการ ก่อให้เกิดความเข้าใจและการสนับสนุนที่ดีระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ สะท้อนการดำเนินงานตามระบอบประชาธิปไตย
      • ลักษณะงบประมาณที่ดี ตามแนวคิดของ ดร . ป๋วย อึ้งภากรณ์
      • - หลักการคาดการณ์ไกล
      • - หลักประชาธิปไตย
      • - หลักสมดุลย์
      • - หลักยุติธรรม
      • - หลักสารัตถประโยชน์
      • การจัดทำงบประมาณประจำปี โดยทั่วไปประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก
      • ขั้นตอนที่ 1 การจัดเตรียมงบประมาณ (Budget Preparation) สำนักงบประมาณจะให้ หน่วยงานของ รัฐบาลประมาณการรายได้และรายจ่าย แล้ว จัดทำเป็นร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี เสนอต่อ คณะรัฐมนตรี เมื่อผ่านการพิจารณาแล้วจะเสนอต่อรัฐสภาเพื่ออนุมัติ
      • ขั้นตอนที่ 2 การอนุมัติงบประมาณ (Budget Resolation) รัฐสภาจะพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีที่รัฐบาลเสนอมา โดยพิจารณาเป็น 3 วาระ ดังนี้
      • วาระที่ 1 รับหลักการ
      • วาระที่ 2 แปรญัตติ
      • วาระที่ 3 ขอความเห็นชอบให้ตราเป็นพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปี
      • ขั้นตอนที่ 3 การบริหารและตรวจสอบงบประมาณ (Budget Execution and Audit)
      • นโยบายงบประมาณแผ่นดิน แบ่งออกเป็น 3 ประเภท
      • งบประมาณสมดุล (Balance Budget Policy)
      • รายรับ = รายจ่าย
      • แก้ไขปัญหาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ใช้ในช่วงที่เศรษฐกิจขยายตัวในอัตราสูง
      • นโยบายงบประมาณเกินดุล (Surplus Budget Policy)
      • รายรับ > รายจ่าย
      • เพื่อแก้ไขปัญหาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ช่วงที่เศรษฐกิจเกิดปัญหาเงินเฟ้อ
      • มาตรการจัดเก็บภาษีอากรเพิ่มสูงขึ้น และ / หรือการลดงบประมาณรายจ่าย จะเป็นการ ดึงเงินออกจากระบบเศรษฐกิจ อุปสงค์มวลรวมของระบบเศรษฐกิจลดลง ระดับราคา สินค้าลดลง ส่งผลให้ปัญหาเงินเฟ้อลดลง
      • นโยบายงบประมาณขาดดุล (Deficit Budget Policy)
      • รายได้ < รายจ่าย
      • แก้ไขปัญหาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำให้ขยายตัว แก้ไขปัญหาการว่างงาน
      • โดยการเพิ่มรายจ่ายให้สูงขึ้น และ / หรือลดรายได้ลง ส่งผลให้การบริโภคและการ ลงทุนเพิ่มขึ้น กระตุ้นให้เกิดการผลิต การจ้างงาน GDP เพิ่มสูงขึ้น เศรษฐกิจของ ประเทศฟื้นตัวได้ในที่สุด
    • ฐานะการคลังรัฐบาลไทย
    • ลำดับที่ รายการ 2540 2541 2542 2543 2544 2545 พ . ย .2546p 1 รายได้ 1/ 847,696 717,779 713,079 745,138 775,802 876,901 906,554 2 รายจ่าย 2/ 931,705 842,861 833,064 853,193 908,613 955,504 865,584 3 ดุลเงินในงบประมาณ (1)-(2) -84,009 -125,082 -119,985 -108,055 -132,811 -78,603 40,969 4 ดุลเงินนอกงบประมาณ 12,958 -4,210 -34,378 -1,814 9,818 1,788 928 5 ดุลเงินสด (3)+(4) -71,051 -129,292 -154,363 -109,869 -122,993 -76,815 41,897 6 การชดเชยดุลเงินสด 7 กู้ยืมในประเทศสุทธิ (7)=((8)+(9)+(10)+(11) -16,357 -3,018 84,755 50,645 112,596 145,487 4,410 8 ธนาคารแห่งประเทศไทย 3/ -5,277 2,548 15,565 -22,923 27,934 -13,072 10,770 9 ธนาคารพาณิชย์ -996 -1,635 16,629 31,781 15,551 108,424 -35,534 10 ธนาคารออมสิน -8,200 -3,000 14,997 -5,951 7,657 9,818 15,890 11 อื่น ๆ -1,884 -931 37,564 47,738 61,454 40,317 13,284 12 กู้ยืมต่างประเทศสุทธิ 4/ -3,761 -4,403 50,635 16,134 925 -32,048 -37,828 13 พันธบัตรรัฐบาลสำหรับ FIDF และสถาบันการเงิน 5/ 0 400,000 214,343 44,808 0 305,000 0 14 ให้กู้แก่ FIDF และสถาบันการเงิน 6/ 0 -400,000 -214,343 -44,808 0 -305,000 0 15 การใช้เงินคงคลัง 91,169 136,713 18,973 43,090 9,472 -36,624 -8,479