Construction industry analysis

3,590 views
3,391 views

Published on

Present to Class XM603 on date 2022011

Published in: Education
1 Comment
3 Likes
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total views
3,590
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
1
Comments
1
Likes
3
Embeds 0
No embeds

No notes for slide
  • อุตสากรรมก่อสร้างจำเป็นต้องมีการปรับเปรี่ยนการดำเนินงานและความสัมพันธ์ของธุรกิจเพื่อรองรับ Globalizationm ที่ก่อให้เกิดทั้งผลดีคือโอกาสในการเพิ่มขีดควาสามารถของตนเองด้วยเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ส่วนผลเสียก็คือการแข่งขันอย่างรุนแรง
  • Construction industry analysis

    1. 1. วิเคราะห์เปรียบเทียบความได้เปรียบของอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยกับอาเซียน + 4 วิชา บร .603 การวิเคราะห์อุตสาหกรรมและการแข่งขัน ขวัญตา จันทร์ส่องแสง เลขทะเบียน 5302010110 จารุณัฐ จิรรัตน์สถิต เลขทะเบียน 5302010128 กรกช วิเศษสินธุ เลขทะเบียน 5302010169 Team Member
    2. 2. อุตสาหกรรมก่อสร้างในประเทศไทย <ul><li>การลงทุนภาคก่อสร้างของไทยเคยมีมูลค่าสูงถึงปีละ 8 แสนล้านบาท </li></ul><ul><li>การลงทุนในโครงการภาครัฐและเอกชนมีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน </li></ul><ul><li>ช่วง 5 ปีก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ( พ . ศ .2540) อุตสาหรรมก่อสร้างมีสัดส่วนร้อยละ 6-6.4 ต่อ GDP ของประเทศและลดเหลือ ร้อยละ 4.8 ในปี พ . ศ . 2540 และลดลงอย่างต่อเนื่องจนอยู่ในระดับประมาณร้อยละ 2.72 ของ GDP ในช่วงปี พ . ศ .2552 </li></ul><ul><li>การขยายตัวและการหดตัวของภาคก่อสร้างมีความผันผวนมากเนื่องจากขาดทิศทางและเสถียรภาพจากนโยบายของรัฐบาลและความไม่แน่นอนทางการเมือง </li></ul>
    3. 3. อุตสาหกรรมก่อสร้างในประเทศไทย ( ต่อ )
    4. 4. อุตสาหกรรมก่อสร้างในประเทศไทย ( ต่อ ) <ul><li>ข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ( ณ วันที่ 21 กันยายน พ . ศ .2553) </li></ul><ul><li>- ธุรกิจก่อสร้างที่จดทะเบียนในประเทศไทย 74 ,965 ราย </li></ul><ul><li>- อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจก่อสร้าง 436 ราย </li></ul><ul><li>- ออกหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 238 ราย </li></ul><ul><li>ข้อมูลจากสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย </li></ul><ul><li>- ก่อนวิกฤตเศรษฐกิจ พ . ศ .2540 มีแรงงานประมาณ 4 ล้านคน </li></ul><ul><li>- ปี พ . ศ .2553 ลดลงเหลือประมาณ 2.5 ล้านคน </li></ul><ul><li>- มีวิศวกรที่จดทะเบียนกับสภาวิศวกรประมาณ 108 , 000 คน </li></ul>
    5. 5. ปัญหาของอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย <ul><li>ปัจจัยภายใน </li></ul><ul><li>ขาดหน่วยงานเจ้าภาพ </li></ul><ul><li>ระบบราชการไม่ทันสมัย </li></ul><ul><li>ขาดการพัฒนาฝีมือและแรงงาน </li></ul><ul><li>ขาดการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง </li></ul><ul><li>ปัจจัยภายนอก </li></ul><ul><li>ระบบการเงิน / ภาษี </li></ul><ul><li>มีข้อผูกมัดด้านการช่วยเหลือและเงินกู้ </li></ul><ul><li>เงื่อนไขทางกฏหมายว่าด้วยการประกอบอาชีพวิศวกรรม </li></ul><ul><li>ขาดประสบการณ์ต่างประเทศ </li></ul>
    6. 6. SWOT Analysis อุตสาหกรรมก่อสร้างไทย จุดแข็ง ( Strength ) จุดอ่อน ( Weaknesses ) <ul><li>มีประสบการณ์ยาวนาน </li></ul><ul><li>สถาปนิก วิศวกร ช่างเทคนิค และช่างฝีมือแรงงานมีศักยภาพ </li></ul><ul><li>มีผู้ประกอบการจำนวนมาก </li></ul><ul><li>มีอุตสาหกรรมสนับสนุนมาก </li></ul><ul><li>มีความสามารถในการปรับตัวสูง </li></ul><ul><li>ขาดนโยบายการส่งเสริมและสนับสนุนที่ชัดเจน และเป็นการพัฒนาอย่างไร้ทิศทาง </li></ul><ul><li>ขาดการสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐในการแข่งขันระดับสากล </li></ul><ul><li>ยังคงต้องพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศอย่างมาก </li></ul><ul><li>ขาดความเป็นชาตินิยม </li></ul><ul><li>การถ่ายโอนเทคโนโลยียังมีไม่มาก / ไม่มี R&D </li></ul><ul><li>ขาดแหล่งข้อมูลที่ใช้อ้างอิง </li></ul><ul><li>ขาดความคล่องตัวในการทำงานเนื่องจากมีหน่วยงานภาครัฐเกี่ยวข้องมากและไม่มีเอกภาพ </li></ul><ul><li>ระบบการจ่ายเงินที่ล่าช้าของทางราชการ </li></ul><ul><li>ระบบจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่สะท้อนความเป็นจริง </li></ul><ul><li>ขาดการพัฒนาฝีมือแรงงานและเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง </li></ul><ul><li>ขาดเกณฑ์มาตรฐานในการวัดการทำงาน </li></ul><ul><li>คนงานมีคุณภาพชีวิตต่ำ </li></ul><ul><li>การไหลออกจากระบบของแรงงานฝีมือ </li></ul><ul><li>ผลิตผลแรงงานอยู่ในเกณฑ์ต่ำ </li></ul><ul><li>บุคลากรขาดทักษะด้านภาษาการใช้เทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ </li></ul>
    7. 7. SWOT Analysis อุตสาหกรรมก่อสร้างไทย โอกาส ( Opportunity ) ภัยคุกคาม ( Threats ) <ul><li>โครงการที่มีขนาดใหญ่และใช้เทคโนโลยีสูงมีจำนวนมาก ไทยยังมีส่วนแบ่งน้อยมาก </li></ul><ul><li>ประเทศเพื่อนบ้านกำลังพัฒนาโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานขนาดใหญ่ </li></ul><ul><li>โอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมก่อสร้าง </li></ul><ul><li>การเปิดการค้าเสรีทำให้ไทยมีโอกาสมากขึ้น </li></ul><ul><li>เศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัว </li></ul><ul><li>การบังคับให้เปิดเสรีทางการค้าและบริการของ WTO, APEC และ AFTA </li></ul><ul><li>การบังคับใช้มาตรฐานที่สูงขึ้นจากประเทศที่เจริญแล้ว ( เช่น ISO 9002, ISO 14000, ISO 18000, UIA ) </li></ul><ul><li>การแข่งขันกับบริษัทต่างชาติที่ต้นทุนต่ำกว่า เพราะได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจากรัฐบาล </li></ul><ul><li>การแข่งขันที่ใช้เทคโนโลยีสูงกว่า </li></ul><ul><li>มีการไหลเข้าของแรงงานต่างชาติราคาถูก </li></ul>
    8. 8. การเจรจาการค้าบริการระหว่างประเทศ <ul><li>WTO ได้ จำแนกบริการออกเป็น 12 ประเภท โดยประเภทที่ 3 คือ การก่อสร้างและการบริการทางวิศวกรรมที่เกี่ยวเนื่อง </li></ul><ul><li>ในการเจราจาการค้าระหว่างประเทศ มีประเทศที่ผลักดันการเปิดตลาดการค้าบริการการก่อสร้างระหว่างประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา ไต้หวัน สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ สิงคโปร์ ตุรกีและสหรัฐอเมริกา โดยจัดทำข้อเรียกร้องโดยเฉพาะการยกเลิกการจำกัดสัดส่วนหุ้นต่างชาติ และขอยกเลิกการจำกัดประเภท </li></ul><ul><li>ไทยมี พรบ . การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ . ศ .2542 ถือเป็นธุรกิจที่ยังไม่พร้อมแข่งขัน </li></ul>
    9. 9. ลักษณะธุรกิจและบริการ <ul><li>ภายในประเทศมีผู้ประกอบการอยู่มาก มีรายใหญ่ไม่กี่ราย ทำให้เป็นธุรกิจที่ไม่สามารถผูกขาดได้โดยง่าย </li></ul><ul><li>เป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง โดยเน้นการแข่งขันในเชิงราคาเป็นหลัก </li></ul><ul><li>เป็นการแข่งขันราคาด้วยกันเองระหว่างผู้ประกอบการภายในประเทศและบริษัทข้ามชาติ ( Multinational Contractors) </li></ul><ul><li>สหรัฐอเมริกา มีความชำนาญด้านการปิโตรเลียม อุตสาหกรรมเคมี </li></ul><ul><li>ญี่ปุ่นและเกาหลี มีความชำนาญด้านการก่อสร้างโรงงานการผลิต </li></ul><ul><li>ยุโรป มีความชำนาญด้านการก่อสร้างอาคาร สาธารณูปโภค </li></ul><ul><li>จีน เริ่มมีบทบาทอย่างยิ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดนมีรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุน </li></ul>
    10. 10. ลักษณะธุรกิจและบริการ ( ต่อ ) <ul><li>ข้อมูลวารสาร “ Engineering News Record” รายงานว่าในปี พ . ศ .2550 ผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของโลก 225 อันดับแรก มีรายรับจากนอกประเทศรวมกันเป็นมูลค่า 310.25 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีสัดส่วนรายรับจากนอกประเทศต่อรายรับทั้งหมด ดังนี้ ยุโรปร้อยละ 31 ตะวันออกกลางร้อยละ 20 เอเซียแปซิฟิกร้อยละ 18 สหรัฐฯร้อยละ 12 แอฟริการ้อยละ 9 </li></ul><ul><li>ผู้รับเหมารายใหญ่ 3 อันดับแรก ได้แก่ Hochtief AG จากเยอรมัน Vinci จากฝรั่งเศส และ SKANSKA จากสวีเดน มีรายรับจากนอกประเทศต่อรายรับทั้งหมด เป็นสัดส่วนร้อยละ 89 , 35 และ 75 ตามลำดับ </li></ul>
    11. 12. แหล่งที่มา : http://enr.construction.com/toplists/GlobalContractors/101-200.asp The Top 20 Global Contractors (Based on Total Firm Contracting Revenue)
    12. 13. Porter’s Diamond
    13. 20. วิเคราะห์ความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยเมื่อเทียบ กับอาเซียน + 4 <ul><li>ผู้ประกอบการของไทยยังไม่มีความพร้อมในการออกไปแข่งขันโดยตรงกับผู้แข่งขันในอาเซียน + 4 ทั้งนี้เนื่องจาก </li></ul><ul><li>ด้านเงินทุน ได้แก่ แหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำกว่าแบงค์ต่างชาติ , ค่าธรรมเนียมในการจัดทำหลักทรัพย์ค้ำประกัน </li></ul><ul><li>ด้านศักยภาพของผู้ประกอบการ ได้แก่ ระบบการบริหารงาน ความเป็นมืออาชีพ ด้านภาษา ด้านกฏหมาย </li></ul><ul><li>ด้านการตลาด ได้แก่ ขาดข้อมูลวิเคราะห์การลงทุนที่มีความแม่นยำ </li></ul><ul><li>แต่สิ่งที่ไทยได้เปรียบคือ </li></ul><ul><li>ช่างฝีมือที่มีศักยภาพ โดยมีต้นทุนค่าแรงงานที่ต่ำ </li></ul>
    14. 21. ข้อเสนอแนวทางการลงทุนอุตสาหกรรมก่อสร้างข้ามชาติ ณ ขณะนี้ <ul><li>การเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Supply chain ในโครงการก่อสร้างต่างชาติ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ การเสริมสร้างทักษะ วัฒนธรรม เช่น การเข้าไปเป็นผู้รับเหมาเฉพาะค่าแรงงานในการก่อสร้าง </li></ul><ul><li>การใช้ฐานผลิตในไทยและส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น การประกอบโรงงานสำเร็จรูปแล้วขนย้ายลงเรือส่งไปยังประเทศญี่ปุ่น </li></ul><ul><li>การร่วมมือกันระหว่าง ผู้ประกอบการ ธนาคาร ผู้จำหน่ายสินค้า เพื่อออกไปแข่งขันยังต่างประเทศ </li></ul>
    15. 22. แนวทางในอนาคตเพื่อผลักดันอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในการแข่งขันกับต่างประเทศ <ul><li>อุตสากรรมก่อสร้างจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานและความสัมพันธ์ของธุรกิจเพื่อรองรับ Globalization โดยบทบาทของภาครัฐบาลเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการผลักดันอุตสาหกรรมก่อสร้างให้ก้าวหน้าอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน </li></ul><ul><li>การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน และระหว่างอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องโดยรัฐเป็นผู้นำ </li></ul><ul><li>การส่งเสริมการส่งออกอุตสาหกรรมก่อสร้างเหมือนเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมส่งออกที่สำคัญอื่นๆโดยรัฐ </li></ul><ul><li>การจูงใจให้สิทธิประโยชน์ในการส่งออกและการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการก่อสร้างโดยรัฐ </li></ul><ul><li>การยกระดับทักษะแรงงานก่อสร้างให้เป็น Knowledge Worker </li></ul><ul><li>การปรับปรุงมาตรฐานและเทคนิคการดำเนินงานของภาคเอกชนและรัฐ </li></ul><ul><li>การยกระดับความเป็นมืออาชีพ </li></ul><ul><li>การพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวทันต่อต่างชาติ </li></ul><ul><li>สร้างอาชีพช่างไม้ ช่างปูน กรรมกร ฯลฯ ให้เป็นอาชีพที่แท้จริงถาวร </li></ul><ul><li>ให้มีการจัดตั้งธนาคารรัฐเพื่อสนับสนุนทางการเงินให้กับผู้ประกอบการก่อสร้างที่ไปลงทุนต่างประเทศ ( Construction bank of Thailand) </li></ul>
    16. 23. จบการนำเสนอ

    ×