Chapter21 ecosystem

36,763 views

Published on

0 Comments
16 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
36,763
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
11
Actions
Shares
0
Downloads
370
Comments
0
Likes
16
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Chapter21 ecosystem

  1. 1. บทที่ 21 ระบบนิเวศเนือหาและเวลาทีใช้สอน ้ ่ 21.1 ไบโอม 2 ชัวโมง ่ 21.2 ความหลากหลายของระบบนิเวศ 21.2.1 การศึกษาระบบนิเวศ 4 ชัวโมง ่ 21.2.2 ระบบนิเวศแบบต่าง ๆ 2 ชัวโมง ่ 21.3 ความสัมพันธ์ในระบบนิเวศ 21.3.1 ความสัมพันธ์ระหว่างสิงมีชวตกับปัจจัยทางกายภาพ ่ ีิ 2 ชัวโมง ่ 21.3.2 ความสัมพันธ์ระหว่างสิงมีชวตกับปัจจัยทางชีวภาพ ่ ีิ 2 ชัวโมง ่ 21.4 การถ่ายทอดพลังงานและการหมุนเวียนสารในระบบนิเวศ 21.4.1 การถ่ายทอดพลังงานในสิงมีชวต ่ ีิ 2 ชัวโมง ่ 21.4.2 วัฏจักรสารในระบบนิเวศ 2 ชัวโมง่ 21.5 การเปลียนแปลงแทนทีของระบบนิเวศ ่ ่ 4 ชัวโมง ่ รวม 20 ชัวโมง ่จุดประสงค์การเรียนรู้ เพือให้นกเรียนสามารถ ่ ั 1. สืบค้นข้อมูล อภิปราย และสรุปความหมายและประเภทของระบบนิเวศ 2. สำรวจและวิเคราะห์ขอมูลเกียวกับระบบนิเวศในท้องถิน ้ ่ ่ 3. สืบค้นข้อมูล อภิปราย และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสิงมีชวตกับปัจจัยทางกายภาพ ่ ีิ และทางชีวภาพ 4. สืบค้นข้อมูล อภิปราย และสรุปความสำคัญของการถ่ายทอดพลังงาน การหมุนเวียน สาร และการเปลียนแปลงแทนทีในระบบนิเวศ ่ ่สาระสำคัญ ในโลกของสิ่งมีชีวิตมีความหลากหลายของระบบนิเวศที่กระจายอยู่ในเขตภูมิศาสตร์ต่าง ๆระบบนิเวศทีมองค์ประกอบของปัจจัยทางกายภาพ และปัจจัยทางชีวภาพทีคล้ายคลึงกันก็จะกระจาย ่ ี ่อยูในเขตภูมศาสตร์เดียวกัน นอกจากนีในระบบนิเวศแต่ละแห่งก็มความสัมพันธ์เกิดขึนภายในระบบ ่ ิ ้ ี ้ความสัมพันธ์นนอาจเกิดระหว่าง สิงมีชวตกับสิงมีชวต หรืออาจเกิดระหว่างสิงมีชวตกับสิงไม่มชวตก็ได้ ้ั ่ ีิ ่ ีิ ่ ีิ ่ ีีิ ระบบนิเวศจะมีความสมดุลได้ก็ต่อเมื่อมีองค์ประกอบทางกายภาพและชีวภาพที่ได้สัดส่วนอย่างสมดุล และในระบบนิเวศนันต้องมีการถ่ายทอดพลังงานและการหมุนเวียนสารเกิดขึนในระบบด้วย ้ ้เมือระบบนิเวศเสียสมดุลก็อาจมีผลกระทบเกิดขึนในระบบ ถ้าหากผลกระทบนันไม่รนแรงมากนัก ่ ้ ้ ุระบบนิเวศก็สามารถกลับคืนสูสมดุลใหม่ได้ แต่ถาผลกระทบเกิดขึนจนส่งผลทำให้เกิดการเปลียนแปลง ่ ้ ้ ่ในระบบทั้งทางกายภาพ และทางชีวภาพก็อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแทนที่ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศได้ในทีสด ่ ุ20สสวท. ระบบนิเวศ
  2. 2. ผังมโนทัศน์ บทที่ 21 ระบบนิเวศ โลกของสิงมีชวต ่ ีิ เป็นทีรวมของ ่ ประกอบเป็น ระบบนิเวศ ไบโอม ประกอบด้วย ยังมี ต้องมี ความสัมพันธ์ การถ่ายทอดพลังงาน การหมุนเวียนสาร ระบบนิเวศบนบก ระบบนิเวศในน้ำระบบนิเวศ ในระบบนิเวศ ในสิงมีชวต ่ ีิ ในระบบนิเวศ แบ่งเป็น เกิดขึนระหว่าง ้ ระบบนิเวศ ระบบนิเวศ ก่อให้เกิด สิงมีชวตกับ ่ ีิ แหล่งน้ำจืด แหล่งน้ำเค็ม สิงมีชวต ่ ีิ สมดุลของระบบนิเวศ มาบรรจบกันก่อให้เกิด และ ถูกทำลาย ก่อให้เกิด ระบบนิเวศ สิงมีชวตกับ ่ ีิ แหล่งน้ำกร่อย ผลกระทบต่อ การเปลียนแปลงแทนที่ ่ สิงไม่มชวต ่ ีีิ ระบบนิเวศ ในระบบนิเวศ 21สสวท.
  3. 3. 21.1 ไบโอมจุดประสงค์การเรียนรู้ เพือให้นกเรียนสามารถ ่ ั 1. อธิบายปัจจัยทางกายภาพทีเ่ ป็นตัวกำหนดชนิดของไบโอม 2. เปรียบเทียบและอธิบายลักษณะของไบโอมชนิดต่าง ๆ 3. เปรียบเทียบสภาพทางกายภาพ และสิงมีชวตในไบโอมชนิดต่าง ๆ ่ ีิแนวการจัดการเรียนรู้ ครูนำเข้าสูบทเรียนโดยการนำภาพแผนทีโลก ลูกโลกจำลอง หรือภาพทีแสดงเอกลักษณ์ของ ่ ่ ่เขตภูมศาสตร์แต่ละแห่งในโลก อาทิเช่น ภาพทะเลทราย ภาพเขตขัวโลกเหนือ ภาพแนวปะการัง ิ ้เป็นต้น หรือภาพที่ 21-1 ก และ ข ในหนังสือเรียน มาแสดงให้นกเรียนดู และให้นกเรียนร่วมกัน ั ัอภิปรายโดยครูใช้คำถามนำในการอภิปราย ดังนี้ ภาพทีนกเรียนเห็น อยูในเขตภูมศาสตร์ใดของโลก พบได้ทใดบ้าง มีลกษณะใด ทีบงบอก ่ ั ่ ิ ่ี ั ่ ่ เอกลักษณ์เฉพาะของเขตภูมศาสตร์นน ิ ้ั จากนันให้นกเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปเกียวกับไบโอมว่า มีทงไบโอมบนบกและไบโอม ้ ั ่ ้ัในน้ำ และให้นกเรียนอภิปรายเปรียบเทียบสภาพทางกายภาพและชีวภาพของไบโอมชนิดต่าง ๆ แล้วตอบ ัคำถามในหนังสือเรียน ซึงมีแนวคำตอบดังนี้ ่ พืชเด่นทีพบในไบโอมบนบกแต่ละชนิดได้แก่อะไรบ้าง ่ ชนิดของไบโอม พืชเด่นทีพบ ่ ป่าดิบชืน ้ ไม้เถาจำพวกหวาย เฟิน กล้วยไม้ ฯลฯ ป่าผลัดใบเขตอบอุน ยูคาลิปตัส เมเปิล โอ๊ค ฯลฯ ่ ป่าสน ไม้ยนต้นจำพวกสน เช่น สนสองใบ สนสามใบ สพรูซ ื ไพน์ เฟอ เฮมลอค เป็นต้น นอกจากนียงมีพชล้มลุก จำพวก ้ั ื บลูเบอรี ด้วย ทุงหญ้าเขตอบอุน พืชจำพวกไม้ลมลุกพวก ทานตะวัน หรือพืชทีมลำต้น ่ ่ ้ ่ี อ่อน เช่น ไอริช หรือพวกดอกไม้ปาจำพวก รานันคูลส ่ ั รวมทังพืชจำพวกหญ้า เป็นต้น ้ สะวันนา หญ้าต่าง ๆ ทะเลทราย กระบองเพชร อินทผาลัม ทุนดรา ไม้ลมลุกจำพวกไม้ดอก หญ้าต่าง ๆ แห้วทรงกระเทียม ้ รวมทังพืชชันต่ำพวกมอสและไลเคน ้ ้22สสวท. ระบบนิเวศ
  4. 4. ถ้าพิจารณาจากลักษณะของไบโอมบนบกทีได้กล่าวมาแล้ว ประเทศไทยพบไบโอมบนบก ่ ชนิดใดบ้างและอยูในภาคใดของประเทศ ่ ชนิดของไบโอมบนบก อยูในภาค ่ ในประเทศไทย ป่าดิบชืน ้ พบในภาคตะวันออกเฉพาะทีจงหวัดตราดและจันทบุรเี ท่านัน ่ั ้ และภาคใต้ตงแต่คอคอดกระ จังหวัดระนองจนสุดชายแดน ้ั ไทย-มาเลเซีย ป่าดิบเขา พบในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ระดับ ความสูงเฉลียเกิน 1,200 เมตร ่ ป่าดิบแล้ง พบกระจายตังแต่ตอนบนของเทือกเขาถนนธงชัยจากจังหวัด ้ ชุมพรขึ้นไปจนกระทั่งถึงภาคเหนือ รวมทั้งบางส่วนของ เทือกเขาตะนาวศรี ส่วนทางตะวันออกพบปกคลุมตามแนว เทือกเขาดงพญาเย็น เทือกเขาบรรทัดต่อไปจนถึงจังหวัดระยอง ป่าสน พบในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทุงหญ้า ่ พบทุกภาค ไบโอมแหล่งน้ำจืดและไบโอมแหล่งน้ำเค็มแตกต่างกันอย่างไร ไบโอมแหล่งน้ำจืดและแหล่งน้ำเค็มแตกต่างกันทีคาความเค็ม โดยไบโอมแหล่งน้ำจืดมี ่่ ค่าความเค็มน้อยกว่า 0.01 ppt ส่วนไบโอมแหล่งน้ำเค็มมีคาความเค็มมากกว่า 0.34 ppt ่ นอกจากนีไบโอมแหล่งน้ำเค็มจะมีกระแสน้ำขึนและกระแสน้ำลงเป็นตัวแปรทีสำคัญ ้ ้ ่21.2 ความหลากหลายของระบบนิเวศจุดประสงค์การเรียนรู้ เพือให้นกเรียนสามารถ ่ ั 1. สำรวจ ตรวจสอบ สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ขอมูลและสรุปเกียวกับระบบนิเวศในท้องถิน ้ ่ ่ 2. อธิบายความหมายและประเภทของระบบนิเวศแนวการจัดการเรียนรู้ การนำเข้าสูบทเรียนในหัวข้อนีครูอาจทำได้ดงนี้ ่ ้ ั 1. ทบทวนความรูเ้ รืองไบโอมโดยนำรูปภาพสถานทีตาง ๆ เช่น ป่าไม้ บึงบอระเพ็ด ทะเลน้อย ่ ่่ป่าชายเลน ทะเลทราย ฯลฯ มาให้นกเรียนแต่ละกลุมได้ศกษา ต่อจากนันครูตงคำถามเพือให้นกเรียน ั ่ ึ ้ ้ั ่ ัร่วมกันอภิปราย ดังนี้ รูปภาพที่นักเรียนได้ศึกษานั้นจัดอยู่ในไบโอมประเภทใด มีองค์ประกอบทางกายภาพ และชีวภาพอะไรบ้าง 2. ครูฉายวีดทศน์เรืองระบบนิเวศ ให้นกเรียนดูและร่วมกันอภิปรายถึงสิงทีได้ดวาในแต่ละสถานที่ ิ ั ่ ั ่ ่ ู่นันมีองค์ประกอบทางกายภาพและชีวภาพอะไรบ้างและจัดอยูในไบโอมประเภทใด ้ ่ 23 ระบบนิเวศ สสวท.
  5. 5. 3. ให้นกเรียนร่วมกันวิเคราะห์ระบบนิเวศในท้องถินของนักเรียน โดยครูตงคำถามนำเพือไปสู่ ั ่ ้ั ่ประเด็นอภิปรายว่า ในท้องถินของนักเรียนมีสถานทีทางธรรมชาติประเภทใดบ้าง และจัดเป็นไบโอม ่ ่ชนิดใด ก่อนที่ครูจะนำเข้าสู่เรื่องการศึกษาระบบนิเวศ ครูควรเชื่อมโยงเนื้อหาระหว่างไบโอมกับระบบนิเวศก่อน โดยระบบนิเวศนันจัดเป็นระบบหนึง ๆ ทีอยูในไบโอมซึงมีทงระบบนิเวศบนบกและ ้ ่ ่ ่ ่ ้ัระบบนิเวศในน้ำ ระบบนิเวศประกอบด้วยองค์ประกอบทางกายภาพและชีวภาพ และมีความสัมพันธ์ระหว่างสิงมีชวตกับสิงแวดล้อมในระบบนัน ๆ ด้วย จากนันให้นกเรียนตอบคำถามในหนังสือเรียน ่ ีิ ่ ้ ้ ัแนวในการตอบคำถามมีดงนี้ ั การถ่ายทอดพลังงานในสิ่งมีชีวิต และการหมุนเวียนสารในระบบนิเวศก่อให้เกิด สภาวะสมดุลทางธรรมชาติได้อย่างไร การถ่ายทอดพลังงานในสิ่งมีชีวิตเป็นการถ่ายทอดพลังงานเคมีจากสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง ไปยังสิงมีชวตอีกชนิดหนึง โดยพลังงานไม่ได้สญหายไปไหน เพียงแต่มการเปลียนรูป ่ ีิ ่ ู ี ่ ซึงเป็นไปตามกฎการอนุรกษ์พลังงาน ดังแผนภาพ ่ ั พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานความร้อน พลังงานเคมีในพืช พลังงานเคมีในสัตว์ ส่วนการหมุนเวียนสารในระบบนิเวศ เป็นกระบวนการทีเ่ ปลียนรูปสารอินทรียใน ่ ์ สิงมีชวตกลับคืนสูระบบนิเวศในรูปของสารอนินทรีย์ เช่น แร่ธาตุตาง ๆ ทีได้จากการ ่ ีิ ่ ่ ่ ย่อยสลายซากพืชและซากสัตว์ หรือของเสียที่ได้จากการขับถ่ายของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ เป็นต้น 21.2.1 การศึกษาระบบนิเวศ ครูนำเข้าสูหวข้อการศึกษาระบบนิเวศโดยใช้คำถามนำในการอภิปรายเกียวกับระบบนิเวศ ่ ั ่ที่พบในท้องถิ่นว่ามีแบบใดบ้าง จากนั้นให้นักเรียนบอกถึงความเหมือนและความแตกต่างของระบบนิเวศบนบกและในน้ำ แล้วให้นกเรียนทำกิจกรรมที่ 21.1 ักิจกรรมที่ 21.1 ระบบนิเวศในท้องถิน ่จุดประสงค์ของกิจกรรม เพือให้นกเรียนสามารถ ่ ั 1. อธิบายสภาพแวดล้อมทัวไปรอบ ๆ บริเวณทีสำรวจ พร้อมทังระบุสภาพของระบบนิเวศนัน ๆ ่ ่ ้ ้ 2. สังเกต และบันทึกลักษณะทางกายภาพของดินและน้ำ 3. สังเกต บันทึก ชนิด จำนวน ลักษณะ และการกระจายของสิงมีชวตในบริเวณทีสำรวจ ่ ีิ ่ ในการทำกิจกรรมที่ 21.1 นี้ ระบบนิเวศทีนกเรียนเลือกทีจะสำรวจนัน ครูควรพิจารณาถึง ่ ั ่ ้ระยะทาง ระยะเวลาและความปลอดภัย คือ ไม่ไกลเกินไป ใช้เวลาเหมาะสม และมีความปลอดภัยและทีสำคัญคือควรเลือกสถานทีทสามารถศึกษาได้ทงระบบนิเวศบนบกและในน้ำ ครูควรแนะนำวิธใช้ ่ ่ ่ี ้ั ี24สสวท. ระบบนิเวศ
  6. 6. อุปกรณ์ตาง ๆ ให้ชดเจน สำหรับการศึกษาระบบนิเวศในน้ำ ครูอาจให้นกเรียนออกแบบศึกษาทีระดับ ่ ั ั ่ความลึกมากกว่า 20 เซนติเมตรได้ ซึ่งควรคำนึงถึงความปลอดภัยของสถานที่ที่ไปศึกษาด้วย ในการใช้ถุงลากแพลงก์ตอนนั้นให้นักเรียนลากที่ระดับผิวน้ำ และที่ระดับความลึกที่ 20 เซนติเมตรหรือระดับที่ลึกกว่า 20 เซนติเมตร ตามที่ออกแบบไว้ด้วย และในการศึกษาระบบนิเวศบนบกการใช้ชุดสำรวจสิ่งมีชีวิตในดิน นักเรียนอาจทำขึ้นมาเองก็ได้ โดยใช้ตะแกรงที่ทำจากตาข่ายซึงมีขนาดช่องตาถีอย่างน้อย 0.5 x 0.5 เซนติเมตร โดยศึกษาทังระดับผิวดินและทีระดับความลึก ่ ่ ้ ่ของดินอย่างน้อย 20 เซนติเมตร นอกจากนี้ครูอธิบายเพิ่มเติมแก่นักเรียนว่ายังมีสัตว์ที่มีขนาดเล็กที่ไม่สามารถมองด้วยตาเปล่านั้นอีกจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในดินซึ่งต้องศึกษาด้วยกล้องจุลทรรศน์แต่ในทีนจะดูสงมีชวตทีมองเห็นด้วยตาเปล่าเท่านัน ่ ้ี ่ิ ี ิ ่ ้ สำหรับแบบบันทึกข้อมูลทีได้จากการสำรวจ ครูและนักเรียนอาจออกแบบร่วมกัน ตามความ ่เหมาะสมและแบบบันทึกทีให้ไว้นเ้ี ป็นเพียงตัวอย่างแบบหนึงเท่านัน ่ ่ ้ 1. แผนผังแสดงทิศทางและตำแหน่งของแหล่งสำรวจ N 2. ตารางบันทึกผลการสำรวจสภาพทางกายภาพของแหล่งน้ำ กลุมที.่ .......................วัน/เดือน/ปีทสำรวจ.................................................... ่ ่ี บริเวณทีสำรวจ.................................................................................................. ่ รายการทีสำรวจ ่ ผลการสำรวจ 1. สีของน้ำ 2. กลิน่ 3. สิงปนเปือน ่ ้ 4. ความขุนใส ่ 5. ค่าการส่องผ่านของแสง 6. อุณหภูมระดับผิวน้ำ (oC) ิ 7. อุณหภูมระดับความลึก 20 cm (oC) ิ 8. ความเป็นกรด-เบสระดับผิวน้ำ 9. ความเป็นกรด-เบสระดับความลึก 20 cm 25 ระบบนิเวศ สสวท.
  7. 7. 3. ตารางบันทึกผลการสำรวจสิงมีชวตในแหล่งน้ำ ่ ีิ ผลการสำรวจ รายการทีสำรวจ ่ ชือสิงมีชวต ่ ่ ีิ จำนวน ลักษณะและการกระจาย1. สิงมีชวตระดับผิวน้ำ ่ ีิ และทีอาศัยกับพืชลอยน้ำ ่2. สิงมีชวต ่ ีิ ระดับความลึก 20 cm3. แพลงก์ตอนทีศกษาจาก ่ึ กล้องจุลทรรศน์ทระดับผิวน้ำ ่ี4. แพลงก์ตอนทีศกษาจาก ่ึ กล้องจุลทรรศน์ทระดับ ่ี ความลึก 20 cm 4. ตารางบันทึกผลการสำรวจสภาพทางกายภาพของระบบนิเวศบนบก รายการทีสำรวจ ่ ผลการสำรวจ 1. สีของดิน 2. กลิน่ 3. ความชืน ้ 4. ลักษณะเนือดิน ้ 5. สิงปนเปือน ่ ้ 6. อุณหภูมระดับผิวดิน (oC) ิ 7. อุณหภูมระดับความลึก 20 cm (oC) ิ 8. ความเป็นกรด-เบสระดับผิวดิน 9. ความเป็นกรด-เบสระดับความลึก 20 cm26สสวท. ระบบนิเวศ
  8. 8. 5. ตารางบันทึกผลการสำรวจสิงมีชวตของระบบนิเวศบนบก ่ ีิ ผลการสำรวจ รายการทีสำรวจ ่ ชือสิงมีชวต ่ ่ ีิ จำนวน ลักษณะและการกระจาย 1. สิงมีชวตบนดิน ่ ีิ 2. สิงมีชวตใต้ดน ่ ีิ ิ 3. สิงมีชวตใต้ขอนไม้ ่ ีิ 4. สิงมีชวตบริเวณก้อนหิน ่ ีิ 5. ความหนาแน่นของ สิงมีชวตบนบก ่ ีิหมายเหตุ : จำนวนสิงมีชวตถ้านับได้ให้ใส่จำนวนทีนบ ถ้านับไม่ได้ให้ใส่มาก ปานกลาง หรือน้อย ่ ีิ ่ ั เมือนักเรียนสำรวจระบบนิเวศตามกิจกรรมที่ 21.1 เสร็จแล้ว ให้แต่ละกลุมร่วมกันสรุปผลทีได้จาก ่ ่ ่การสำรวจ จากนันครูอาจเลือกสุมเฉพาะบางกลุม เช่น ระบบนิเวศบนบก 2 กลุม และระบบนิเวศในน้ำ ้ ่ ่ ่2 กลุม มาเขียนสรุปบนกระดาน โดยครูให้นกเรียนกลุมอืน ๆ ช่วยเพิมเติมข้อมูลทีบางกลุมอาจจะ ่ ั ่ ่ ่ ่ ่สำรวจไม่พบ แล้วให้นกเรียนบันทึกลงในแบบบันทึกข้อมูลใบกิจกรรม จากนันอภิปรายผลการสำรวจ ั ้โดยใช้คำถามท้ายกิจกรรม ซึงมีแนวคำตอบดังนี้ ่ องค์ประกอบทางกายภาพของระบบนิเวศบนบก และระบบนิเวศในน้ำมีความเหมือน หรือแตกต่างกันอย่างไร องค์ ป ระกอบทางกายภาพของระบบนิ เ วศบนบก และระบบนิ เ วศในน้ ำ มี ค วาม แตกต่างกันดังนีคอ ้ื 1. ความชืน ในแหล่งน้ำจะมีมากกว่าบนบก สิงมีชวตทีอาศัยบนบกประสบกับปัญหา ้ ่ ีิ ่ เรืองความชืนมาก ่ ้ 2. อุณหภูมิ การเปลียนแปลงอุณหภูมบนบกเกิดขึนได้มากกว่าในน้ำ เพราะน้ำมี ่ ิ ้ สมบัตทเ่ี ก็บความร้อนไว้ได้ดี จึงไม่ทำให้อณหภูมของน้ำเปลียนแปลงมาก ิ ุ ิ ่ 3. แก๊สที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต บนบกมีแก๊สออกซิเจน และคาร์บอนไดออกไซด์ มากกว่าแหล่งน้ำ เนืองจากแก๊สออกซิเจนทีละลายในน้ำยังมีความแปรผันกับอุณหภูมดวย ่ ่ ิ้ ถ้าหากในแหล่งน้ำมีอณหภูมสงปริมาณแก๊สออกซิเจนทีละลายในน้ำก็จะลดลง ุ ิ ู ่ 4. แร่ธาตุ บนบกในแต่ละพืนทีมแร่ธาตุชนิดต่าง ๆ ทีแตกต่างกันขึนอยูกบวัตถุ ้ ่ ี ่ ้ ่ั ที่เป็นต้นกำเนิดดินบริเวณนั้น สำหรับในแหล่งน้ำแร่ธาตุที่ละลายในน้ำได้มาจาก 27 ระบบนิเวศ สสวท.
  9. 9. การย่อยสลายซากสิงมีชวต หรือได้จากการพัดพาตะกอนหรือการชะล้างพังทลายของดิน ่ ีิ ลงสูแหล่งน้ำ หรือมีการปล่อยน้ำทิงจากอาคารบ้านเรือนทีมองค์ประกอบของฟอสเฟต ่ ้ ่ ี ในผงซักฟอกลงในแหล่งน้ำ เป็นต้น ซึงมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช ่ 5. แสง บนบกจะได้รบปริมาณแสงมากกว่าในน้ำ และมีผลต่อพืชทำให้มชนิด ั ี ของพื ช ที ่ ห ลากหลาย เช่ น ชนิ ด ของพื ช ที ่ ช อบแสงมาก ชอบแสงปานกลาง และชอบแสงรำไร องค์ประกอบทางชีวภาพของระบบนิเวศบนบก และระบบนิเวศในน้ำแบ่งออกได้เป็น กีประเภทอะไรบ้าง ่ แบ่งได้ 3 ประเภท คือ 1. ผูผลิต หมายถึงสิงมีชวตทีสามารถสร้างอาหารได้เองโดยกระบวนการสังเคราะห์ ้ ่ ีิ ่ ด้วยแสง ซึงส่วนมากจะเป็นพืชทีมคลอโรฟิลล์ หรือสิงมีชวตทีสามารถสร้างอาหารได้ ่ ่ ี ่ ีิ ่ โดยการสังเคราะห์ทางเคมี (chemosynthesis) เช่น พืชบกทังชนิดทีเ่ ป็นไม้ยนต้น ไม้พม ้ ื ุ่ ไม้ลมลุก หรือพืชน้ำจำพวกสาหร่ายและแพลงก์ตอนพืช เป็นต้น ้ 2. ผูบริโภค หมายถึงสิงมีชวตทีไม่สามารถสร้างอาหารเองได้ ส่วนมากคือสัตว์ ้ ่ ีิ ่ ทีกนสิงมีชวตอืนเป็นอาหาร แบ่งได้เป็น 3 ประเภทคือ ่ิ ่ ีิ ่ สัตว์กนพืช (herbivore) เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย กระต่าย รวมทังสัตว์นำ ิ ้ ้ จำพวกปลาบางชนิด เช่น ปลาตะเพียน ปลานิล ฯลฯ สัตว์กนสัตว์ (carnivore) เช่น เสือ สิงโต สุนขจิงจอก รวมทังสัตว์นำ ิ ั ้ ้ ้ จำพวกกุง ปู ปลาบางชนิด ฯลฯ ้ สัตว์ทกนทังพืชและสัตว์ (omnivore) เช่น คน ไก่ เป็ด ฯลฯ ่ี ิ ้ 3. ผูสลายสารอินทรีย์ หมายถึงสิงมีชวตขนาดเล็กทีสร้างอาหารเองไม่ได้ ได้รบ ้ ่ ีิ ่ ั อาหารจากการปล่อยเอนไซม์ออกมาย่อยสลายซากสิงมีชวตต่าง ๆ แล้วดูดซึมเข้าสูรางกาย ่ ีิ ่่ เช่น แบคทีเรีย เห็ดรา จากการศึกษาสิงมีชวตในกิจกรรมที่ 21.1 นัน ผูผลิตได้แก่อะไรบ้าง ผูบริโภคทีพบสามารถ ่ ีิ ้ ้ ้ ่ จำแนกออกเป็นกีประเภท อะไรบ้าง ่ สำหรับแนวการตอบข้อนี้ สิงมีชวตทีพบ นักเรียนอาจตอบแตกต่างกันได้ตามท้องถิน ่ ีิ ่ ่ ของนักเรียน แต่มแนวทางการตอบดังนี้ ี ผูผลิตทีพบ ได้แก่ ้ ่ ในแหล่งน้ำ : จอก แหน ผักตบชวา บัว กก สาหร่าย ฯลฯ บนบก : ไม้ยนต้น เช่น จามจุรี หูกวาง มะม่วง มะพร้าว ฯลฯ ื ไม้พม เช่น เข็ม แก้ว ฯลฯ ุ่ ไม้ลมลุก เช่น กล้วย ผักชนิดต่าง ๆ ทานตะวัน หญ้าชนิดต่าง ๆ ฯลฯ ้ ผูบริโภคทีพบ ได้แก่ ้ ่ ในแหล่งน้ำ : ผูบริโภคพืช เช่น แพลงก์ตอนสัตว์ ไส้เดือนน้ำ (polycheate) และ ้ ตัวอ่อนแมลง เป็นต้น ผูบริโภคสัตว์ เช่น ปู กุง ปลา ได้แก่ ปลาชะโด ปลาช่อน ปลาดุก ฯลฯ ้ ้28สสวท. ระบบนิเวศ
  10. 10. บนบก : ผูบริโภคพืช เช่น วัว ควาย ช้าง ม้า ฯลฯ ้ ผูบริโภคสัตว์ เช่น งู อึงอ่าง กบ แมลงปอ เหยียว ฯลฯ ้ ่ ่ ผูสลายสารอินทรียในระบบนิเวศ ได้แก่ สิงมีชวตประเภทใดบ้าง ้ ์ ่ ีิ ผูสลายสารอินทรีย์ ได้แก่ แบคทีเรีย เห็ดรา และจุลนทรียชนิดต่าง ๆ เป็นต้น ้ ิ ์ 21.2.2 ระบบนิเวศแบบต่าง ๆ ระบบนิเวศในน้ำ ครูนำเข้าสูหวข้อนีโดยใช้คำถามนำในการอภิปราย เพือเชือมโยงกับกิจกรรมทีนกเรียนได้ ่ ั ้ ่ ่ ่ ัทำมาแล้ว ดังนี้ จากกิจกรรมที่นักเรียนได้ทำไปแล้วโดยการไปสำรวจระบบนิเวศแหล่งน้ำ นักเรียน บอกได้หรือไม่วา ระบบนิเวศแหล่งน้ำทีได้ไปสำรวจนันเป็นแหล่งน้ำจืดหรือน้ำเค็ม ่ ่ ้ หรือครูอาจจะพานักเรียนไปศึกษาระบบนิเวศแหล่งน้ำในท้องถินของนักเรียนทีไม่ไกล ่ ่เกินไป และไม่เป็นอันตรายต่อนักเรียน เพือศึกษาตามสภาพจริง จากนันครูให้นกเรียนร่วมกันอภิปราย ่ ้ ัเกียวกับระบบนิเวศแหล่งน้ำ ซึงมี 3 ประเภทคือ แหล่งน้ำจืด แหล่งน้ำเค็ม และแหล่งน้ำกร่อย ่ ่แล้วตอบคำถามใน หนังสือเรียนซึงมีแนวการตอบคำถามดังนี้ ่ ในแต่ละบริเวณของแหล่งน้ำจืดในภาพที่ 21-11 ข จะพบสิงมีชวตทีเ่ ป็นผูผลิตและผูบริโภค ่ ีิ ้ ้ ชนิดใดบ้าง จากแผนภาพตัดขวางแสดงบริเวณต่าง ๆ ของแหล่งน้ำนิง พบว่า ่ บริเวณชายฝัง จะพบสิงมีชวตทีเ่ ป็นผูผลิตได้แก่ หญ้า บัว กก ผักบุง ธูปฤาษี ผักแว่น ่ ่ ีิ ้ ้ ผูบริโภค ได้แก่ หอยขม หอยโข่ง แพลงก์ตอนสัตว์ หอยกาบ ไส้เดือนดิน เต่า งู กบ อึงอ่าง ้ ่ บริเวณผิวน้ำ ผูผลิต ได้แก่ ไข่นำ จอก แหน สาหร่าย แพลงก์ตอนพืช ผูบริโภค เช่น ้ ้ ้ มวน แมงป่องน้ำ จิงโจ้นำ ลูกปลา ลูกกบ แพลงก์ตอนสัตว์ ้ บริเวณน้ำชันล่าง อาจไม่พบผูผลิตเลย เนืองจากปริมาณแสงส่องลงไปไม่ถง ไม่มกระบวน ้ ้ ่ ึ ี การสังเคราะห์ดวยแสงเกิดขึน ส่วนผูบริโภคทีพบ เช่น หอยโข่ง ปู ปลา เช่น ปลาไหล ้ ้ ้ ่ ปลานิล ฯลฯ ระบบนิเวศแหล่งน้ำจืดในท้องถินของนักเรียนเป็นระบบนิเวศแบบใด และมีความสำคัญ ่ ต่อชุมชนในท้องถินนันอย่างไร ่ ้ แนวคำตอบในข้อนี้ตอบตามลักษณะของท้องถิ่นของนักเรียน เช่น เป็นระบบนิเวศ แหล่งน้ำนิ่งหรือแหล่งน้ำไหล และมีความสำคัญต่อชุมชนในแง่ของการใช้เป็นแหล่ง สำหรับการอุปโภคบริโภค ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม ใช้เพือผลิตกระแสไฟฟ้า ใช้ใน ่ การชลประทาน ใช้ในการคมนาคม ใช้ในการประมงเป็นแหล่งอาหารของมนุษย์ และ เพือการพักผ่อนหย่อนใจ ่ 29 ระบบนิเวศ สสวท.
  11. 11. นักเรียนคิดว่ามีปจจัยใดบ้าง ทีสงผลต่อการดำรงชีวตของสิงมีชวตในระบบนิเวศแหล่งน้ำจืด ั ่ ่ ิ ่ ีิ และส่งผลกระทบต่อคนทีใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศนันอย่างไร และมีวธการแก้ไขได้ ่ ้ ิี อย่างไร ปัจจัยทีมผลต่อการดำรงชีวตของสิงมีชวตในแหล่งน้ำจืด ได้แก่ ่ี ิ ่ ีิ 1. ปริมาณแก๊สออกซิเจนทีละลายในน้ำ (DO) น้ำทีมคา DO สูงจะมีคณภาพดีกว่าน้ำทีมคา ่ ่ี่ ุ ่ี่ DO ต่ำ น้ำทีอณหภูมิ 20 o C ความดันปกติมคา DO เท่ากับ 10 มิลลิกรัม/ลิตร ุ่ ี่ ถือว่าเป็นน้ำทีมคณภาพดี ถ้าค่า DO น้อยกว่า 4 มิลลิกรัม/ลิตร ถือว่าน้ำนันเน่าเสีย ่ ีุ ้ สัตว์นำและพืชน้ำไม่สามารถดำรงชีวตอยูได้ ้ ิ ่ 2. ปริมาณแก๊สออกซิเจนทีจลนทรียใช้ยอยสลายสารอินทรียในน้ำ (BOD) น้ำทีมคา BOD ุ่ิ ์ ่ ์ ่ี่ สูง แสดงว่ามีปริมาณสารอินทรียมากกว่าน้ำทีมคา BOD ต่ำ องค์การอนามัยโลกกำหนด ์ ่ี่ มาตรฐาน แหล่งน้ำธรรมชาติทมคณภาพดีควรมีคา BOD ไม่เกิน 4 มิลลิกรัม/ลิตร ่ี ี ุ ่ 3. ความเป็นกรด-เบสพบว่า โดยปกติแหล่งน้ำจืดควรมีค่า pH ประมาณ 5.0-9.0 ถ้าน้อยหรือมากกว่านีสงมีชวตในน้ำจะได้รบอันตราย ้ ่ิ ี ิ ั 4. อุณหภูมิ ในแหล่งน้ำจืดควรมีอณหภูมประมาณ 20-35 o C ถ้าต่ำกว่าหรือสูงกว่านี้ ุ ิ สิงมีชวตในน้ำจะได้รบอันตราย ่ ีิ ั 5. สิงปนเปือนทางเคมี เช่น กรด เบส เกลือ ยาฆ่าแมลง ผงซักฟอก โลหะหนัก ่ ้ คราบน้ำมัน ฯลฯ 6. สิงปนเปือนทางชีววิทยา เช่น แบคทีเรีย ไวรัส เชือโรคต่าง ๆ และพวกไดโนแฟลเจลเลต ่ ้ ้ 7. สิงปนเปือนทางกายภาพ เช่น สี กลิน สารแขวนลอย กรวด ทราย ่ ้ ่ 8. สีและกลิน มีสคล้ำ มีกลินเหม็นทีเ่ กิดจากแก๊สไฮโดรเจนซัลไฟด์ ่ ี ่ 9. การเพิมจำนวนอย่างรวดเร็วของสาหร่าย (algae bloom) และพืชน้ำ ่ ก่อให้เกิดผลกระทบคือ 1. ทำให้ชนิดและปริมาณสัตว์นำต่าง ๆ ลดจำนวนลง เนืองจากสัตว์นำบางชนิดก็เป็น ้ ่ ้ อาหารสำหรับมนุษย์ 2. เกิดโรคระบาดหลายชนิด เช่น อหิวาต์ ไข้ไทฟอยด์ บิด ซึงเชือโรคเหล่านีจะปนเปือน ่ ้ ้ ้ ในแหล่งน้ำ เมือมนุษย์บริโภคเข้าไปก็อาจทำให้เกิดโรคได้ ่ 3. ขาดแคลนน้ำสำหรับการอุปโภคและบริโภค 4. ทำให้การคมนาคมทางน้ำไม่สะดวก เนืองจากมีกลินเหม็น หรือมีขยะในแหล่งน้ำ ่ ่ กีดขวางการสัญจรทางน้ำ ตลอดจนการตืนเขินของแหล่งน้ำด้วย ้ 5. ผลเสียต่อทัศนาการ การแก้ไข 1. กำหนดมาตรฐานน้ำทิง ้ 2. จัดให้มระบบบำบัดน้ำเสียชุมชน ี 3. มีการประชาสัมพันธ์และรณรงค์ในการดูแลรักษาระบบนิเวศแหล่งน้ำ 4. ลดการใช้สารเคมีและสารพิษทางการเกษตร 5. ส่งเสริมให้มการใช้นำหมุนเวียนี ้ ฯลฯ30สสวท. ระบบนิเวศ
  12. 12. ระบบนิเวศแหล่งน้ำกร่อย ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงความสำคัญของระบบนิเวศน้ำกร่อย โดยใช้แนวคำถามในหนังสือเรียน ซึงมีแนวการตอบคำถามดังนี้ ่ เพราะเหตุใดในระบบนิเวศแหล่งน้ำกร่อย จึงมีความอุดมสมบูรณ์ของธาตุอาหารสูง และมี สิงมีชวตหลากหลายชนิด ่ ีิ แหล่งน้ำกร่อยเป็นบริเวณรอยต่อระหว่างทะเลและแม่น้ำ และมีความอุดมสมบูรณ์ ของธาตุอาหารสูง เนืองจากแม่นำพัดพาเอาธาตุเหล็ก ซิลกา ฟอสเฟต และสารอินทรีย์ ่ ้ ิ มายังปากแม่นำ และบริเวณทะเลจะมีกระแสคลืนทีรนแรงและมีอทธิพลของกระแสน้ำขึน ้ ่ ุ่ ิ ้ และลงเข้ามาเกียวข้อง เมือน้ำทัง 2 บริเวณมาบรรจบกันทำให้เกิดการพัดพาของธาตุอาหาร ่ ่ ้ ขึ้นมาสู่บริเวณผิวน้ำ และหมุนเวียนตลอดเวลา จึงทำให้พืชและสัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำ สามารถนำธาตุอาหารนีไปใช้เพือการเจริญเติบโตได้ ้ ่ ระบบนิเวศแหล่งน้ำเค็ม ครูให้นกเรียนร่วมกันอภิปรายแผนภาพในหนังสือเรียนภาพที่ 21-14 โดยใช้แนวคำถามใน ัหนังสือเรียน ซึงมีแนวการตอบคำถามดังนี้ ่ จากภาพที่ 21-14 ปัจจัยใดบ้างทีมผลต่อการกระจายของสิงมีชวตในระบบนิเวศแหล่งน้ำเค็ม ่ี ่ ีิ 1. แสง แสงทีสองลงไปในทะเลจะถูกดูดซับ และสะท้อนออกมาต่างกัน และเป็นสาเหตุ ่ ่ ให้สของน้ำทะเลต่างกันด้วย ความสำคัญของแสงต่อสิงมีชวตในทะเลคือให้พลังงาน ี ่ ีิ แก่ผผลิตในทะเล เพือใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ดวยแสง ซึงพบว่าเขตทีมแสงส่อง ู้ ่ ้ ่ ่ ี ถึงจะมีสงมีชวตแพร่กระจาย อยูคอนข้างมาก เนืองจากมีอาหารอุดมสมบูรณ์ ่ิ ี ิ ่่ ่ 2. การขึนลงของกระแสน้ำ ในบริเวณชายฝังช่วงน้ำลง สัตว์นำทีอาศัยอยูในบริเวณนี้ ้ ่ ้ ่ ่ ต้องมีการปรับตัวให้สามารถทนอยู่ได้ในสภาวะที่ขาดน้ำ และเมื่อน้ำลงมักจะพบ สัตว์น้ำบริเวณชายหาดเป็นจำนวนมาก รวมทั้งนกทะเลและนกชายฝั่งจำนวนมาก มาหากินในช่วงน้ำลงด้วย ระบบนิเวศแหล่งน้ำเค็มมีความสำคัญต่อมนุษย์อย่างไร ระบบนิเวศแหล่งน้ำเค็ม เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่าทางเศรษฐกิจของโลก เป็นแหล่งอาหารของมนุษย์ เป็นแหล่งพลังงาน เป็นแหล่งท่องเทียวทางธรรมชาติทสำคัญ ่ ่ี เป็นเส้นทางคมนาคมและขนส่งสินค้าทีสำคัญติดต่อระหว่างประเทศต่าง ๆ ในโลก เป็นต้น ่ จากภาพที่ 21-15 ผลผลิตประมงในรอบ 10 ปี (พ.ศ. 2535-2544) มีแนวโน้มเป็นอย่างไร เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนัน ้ จากกราฟแสดงปริมาณผลผลิตประมง ปี พ.ศ. 2535-2544 พบว่าสัตว์นำเค็มและสัตว์นำจืด ้ ้ จากธรรมชาติมีแนวโน้มที่จะลดลง เนื่องจากแหล่งน้ำเค็มและแหล่งน้ำจืดในปัจจุบัน มีแนวโน้มทีจะมีมลพิษมากขึน สัตว์นำถูกมนุษย์จบไปเป็นอาหารมากขึน นอกจากนี้ ่ ้ ้ ั ้ การจับสัตว์น้ำในฤดูวางไข่ก็มีผลทำให้สัตว์น้ำลดลงด้วย และพบว่าการเพาะเลี้ยง สัตว์ชายฝั่งและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากปริมาณอาหาร ไม่เพียงพอต่อการบริโภคของมนุษย์ 31 ระบบนิเวศ สสวท.
  13. 13. เพราะเหตุใดสัตว์นำทีจบจากธรรมชาติในแหล่งน้ำเค็มกับทีจบจากน้ำจืดจึงแตกต่างกัน ้ ่ั ่ั ปริมาณสัตว์นำทีจบจากธรรมชาติในแหล่งน้ำเค็มจะจับได้มากกว่าแหล่งน้ำจืด เนืองจาก ้ ่ั ่ 1. แหล่งน้ำเค็มมีพนทีมากกว่าแหล่งน้ำจืด เพราะพืนที่ 3 ใน 4 ส่วนของโลกเป็นทะเล ้ื ่ ้ และมหาสมุทร 2. แหล่งน้ำเค็ม เช่น บริเวณทะเลมีกระแสน้ำขึนและน้ำลง ตลอดจนมีคลืนแรงจึงสามารถ ้ ่ พัดพาเอาแร่ธาตุและธาตุอาหารกลับขึ้นมาสู่ผิวน้ำได้ตลอดเวลา พืชน้ำก็สามารถ สังเคราะห์ดวยแสงได้มาก สัตว์ทบริโภคพืชก็มากตามด้วย ้ ่ี 3. มนุษย์ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำจืดในชีวตประจำวันค่อนข้างมากกว่า เช่น ใช้ในการ ิ บริโภคและอุปโภค ดังนั้นแหล่งน้ำจืดจึงมีโอกาสปนเปื้อนสารมลพิษได้มากกว่า นอกจากนีลกษณะพฤติกรรมของมนุษย์ในการทิงสิงของสกปรกต่าง ๆ ลงในแหล่งน้ำ ้ั ้ ่ โดยเฉพาะแม่นำลำคลองก็ทำให้นำเกิดการเน่าเสียได้งาย ้ ้ ่ ฯลฯ จากภาพที่ 21-17 สิงมีชวตทีอาศัยอยูบริเวณหาดทรายมีการปรับตัวเพือการอยูรอดอย่างไร ่ ีิ ่ ่ ่ ่ สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บริเวณหาดทรายมีการปรับตัวดังนี้ มีผิวเรียบ ลำตัวแบน เพื่อ สะดวกในการแทรกตัวลงไปในทราย เช่น หอยเสียบ หอยทับทิม เหรียญทะเลหรือ อีแปะทะเล (sand dollar) บางชนิดลดขนาดของร่างกายเพื่อลดความเสียดทาน ที่ถูก คลื่นซัดเป็นประจำ เช่น จั๊กจั่นทะเล ปูลมจะมีเหงือกใหญ่อยู่ในกระดองที่ช่วย กักเก็บน้ำให้เหงือกชุมชืนอยูเ่ สมอ นอกจากนีปลมยังเคลือนทีได้รวดเร็วเพือหลบหลีก ่ ้ ้ ู ่ ่ ่ ศัตรู บางชนิดสร้างปลอกหุมลำตัว เช่น หนอนหลอด ไส้เดือนทะเล ้ สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บริเวณหาดหินสามารถทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ และ ความชืนโดยการปรับตัวอย่างไร ้ สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บริเวณหาดหินมีการปรับตัวดังนี้คือ มีสารพวกคิวทินเคลือบช่วย รักษาความชื้นและป้องกันการระเหยของน้ำ และบางชนิดมีการปรับตัวเพื่อเก็บน้ำ ไว้ภายในร่างกาย เมือน้ำลง เช่น พวกทีเ่ คลือนทีได้จะไปหลบในซอกหิน เช่น ปู ปลิงทะเล ่ ่ ่ ส่วนพวกที่เคลื่อนที่ไม่ได้จะมีเปลือกหุ้มสามารถเก็บน้ำไว้ภายใน เช่น เพรียงหิน หอยนางรม สาเหตุทปะการังถูกทำลายโดยการกระทำของมนุษย์ได้แก่อะไรบ้าง ่ี สาเหตุทปะการังถูกทำลายโดยการกระทำของมนุษย์ เช่น ่ี 1. การทำให้ทะเลเกิดมลพิษ โดยการทิงขยะมูลฝอย ปล่อยน้ำเสีย ลงสูทะเล หรือการ ้ ่ ใช้พาหนะสัญจรในทะเลทีมการรัวไหลของน้ำมันลงสูทะเล ซึงเป็นการปิดกันออกซิเจน ่ี ่ ่ ่ ้ จากอากาศทีละลายลงในน้ำ ทำให้ปะการังไม่สามารถดำรงชีวตอยูได้ ่ ิ ่ 2. การทำการประมงไม่ถกวิธี เช่น การใช้ระเบิดในการจับปลา หรือการใช้อวนลาก ู ทำให้เกิดการทำลายปะการังเป็นบริเวณกว้าง 3. การทำเหมืองแร่ใกล้ชายทะเล ทำให้เกิดตะกอนดินพัดพาลงสูทะเลทับถมแนวปะการัง ่ 4. การเก็บปะการังมาขายเป็นสินค้า หรือนำมาทำเป็นเครืองประดับต่าง ๆ ่ 5. การทอดสมอเรือในทะเล ทำให้แนวปะการังแตกหัก พังทลาย32สสวท. ระบบนิเวศ
  14. 14. 6. การดำน้ำชมปะการัง โดยขาดความรู้ หยิบจับเด็ด หรือหัก หรือเหยียบย่ำลงบนแนวปะการัง ฯลฯ นอกจากนีครูอาจให้ความรูแก่นกเรียนเพิมเติมเกียวกับปะการัง ดังนี้ ้ ้ ั ่ ่ ตัวปะการังมีลักษณะคล้ายดอกไม้ทะเลหรือซีแอนีโมนีดอกเล็ก ๆ ปะการังแต่ละตัวสร้างโครงร่างหินปูน มาห่อหุมร่างกาย เมือตัวเก่าตายไปตัวใหม่กสร้างขึนอีกบนซากของตัวเดิม แนวปะการังจึง ้ ่ ็ ้ขยายขนาดขึ้นเรื่อย ๆ ปะการังสืบพันธุ์โดยการแตกหน่อจากตัวเดิม หน่อเติบโตขึ้นเป็นปะการังตัวใหม่ และสร้างโครงร่างขึนมาห่อหุมร่างกาย ปะการังต่างสปีชสกนมีโครงร่างหินปูนต่างกัน ทำให้ ้ ้ ี ์ัแต่ละสปีชีส์มีรูปร่างเฉพาะแตกต่างกันออกไป นอกจากนี้ปะการังยังมีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศมีการสร้างตัวอ่อนเรียกว่า พลานูลา (planula) ระบบนิเวศบนบก ระบบนิเวศป่าไม้ ในการสอนเรื่องระบบนิเวศป่าไม้ ครูอาจฉายวิดิทัศน์ เรื่องระบบนิเวศป่าประเภทต่าง ๆซึงจัดทำโดย สสวท. ได้แก่ ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดิบเขา ป่าชายเลน ป่าพรุ เป็นต้น ให้นกเรียนดู ่ ัหรือครูอาจนำภาพป่าไม้ประเภทต่าง ๆ มาให้นกเรียนดู แล้วครูนำเข้าสูการอภิปรายเรืองระบบนิเวศป่าไม้ ั ่ ่จากนันครูใช้แนวคำถามในหนังสือเรียน ซึงแนวในการตอบคำถามมีดงนี้ ้ ่ ั จากวิดีทัศน์ป่าไม้ที่นักเรียนได้ดูไปแล้วนี้ ให้นักเรียนบอกลักษณะเด่นของป่าประเภทนี้ ในด้านขององค์ประกอบทางกายภาพและชีวภาพ ป่าพรุ : ลักษณะเด่นของป่าประเภทนี้ ได้แก่ เป็นป่าทีเ่ กิดขึนในบริเวณทีมนำท่วมขัง ้ ่ ี ้ และเกิดการทับถมของซากอินทรีย์โดยเฉพาะใบไม้ ทำให้ดินและน้ำมีสภาพเป็นกรด มีสนำตาลอ่อน ี ้ องค์ประกอบทางกายภาพ มีอุณหภูมิค่อนข้างสูง เนื่องจากมีการย่อยสลาย ของจุลนทรียในน้ำอยูตลอดเวลา ิ ์ ่ องค์ประกอบทางชีวภาพ พืชทีพบในป่าพรุมทงไม้ยนต้นขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ่ ี ้ั ื และพวกไม้ ห นามทั ้ ง หลาย เช่ น หมากแดง หลุ ม พี หวาย สั ต ว์ ท ี ่ พ บส่ ว นใหญ่ ได้แก่สตว์เลือยคลาน และสัตว์เลียงลูกด้วยน้ำนมขนาดเล็ก เป็นต้น ั ้ ้ ป่าชายเลน : ลักษณะเด่นของป่าประเภทนี้คือ เป็นป่าที่ขึ้นอยู่ตามปากแม่น้ำ ปากอ่าว เป็นแหล่งอนุบาลตัวอ่อนของสัตว์นำ ้ องค์ประกอบทางกายภาพ ดินเป็นดินเลน น้ำเป็นน้ำกร่อย และมีความแปรผัน ของค่าความเค็มตามกระแสน้ำขึนและลง ้ องค์ประกอบทางชีวภาพ พบสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด พืชที่พบ เช่น พวก โกงกาง แสม ลำพู ตะบูน เป็นต้น และสัตว์ที่พบได้แก่สัตว์น้ำที่มีค่าทางเศรษฐกิจ จำพวกกุง หอย ปู ปลา ฯลฯ เป็นต้น ้ 33 ระบบนิเวศ สสวท.
  15. 15. คำถามในหนังสือเรียน และแนวการตอบคำถามมีดงนี้ั ในท้องถินทีนกเรียนอาศัยอยูมปาไม้ประเภทใดบ้าง และยังคงความอุดมสมบูรณ์อยูหรือไม่ ่ ่ ั ่ี ่ ่ อย่างไร แนวในการตอบคำถามข้อนี้แล้วแต่ท้องถิ่นที่นักเรียนอาศัยอยู่ ครูควรให้นักเรียน แต่ละกลุ่มอภิปรายร่วมกัน ให้ตัวแทนนักเรียนนำเสนอผลการอภิปรายหน้าชั้นเรียน และเปิดโอกาสให้นกเรียนทังห้องเรียนร่วมกันอภิปราย เพือนำไปสูการสรุปข้อมูลทังหมด ั ้ ่ ่ ้ อีกครั้งหนึ่ง ครูอาจแนะนำให้ไปสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องของระบบนิเวศป่าไม้จาก ห้องสมุด วีดทศน์ เวบไซต์ตาง ๆ เป็นต้น ิ ั ่กิจกรรมเสนอแนะ ศึกษาความหลากหลายของระบบนิเวศในท้องถิน ่จุดประสงค์ของกิจกรรม เพือให้นกเรียนสามารถ ่ ั 1. สำรวจและบันทึกข้อมูลเกียวกับปัจจัยทางกายภาพและชีวภาพในระบบนิเวศบนบก และในน้ำ ่ 2. อธิบายความสัมพันธ์ของสิงมีชวตกับสภาพแวดล้อมในระบบนิเวศ ่ ีิ ในกิจกรรมนีครูอาจจัดกิจกรรมในลักษณะของการทัศนศึกษา ค่ายวิทยาศาสตร์ การท่องเทียว ้ ่เชิงนิเวศ โดยเลือกสถานทีในบริเวณท้องถินและไม่ไกลมากนัก และค่อนข้างปลอดภัยตามความเหมาะสม ่ ่และความพร้อมของโรงเรียน โดยกิจกรรมนี้อาจดำเนินการควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมที่ 21.1เรืองสำรวจระบบนิเวศในท้องถินก็ได้ ่ ่21.3 ความสัมพันธ์ในระบบนิเวศจุดประสงค์การเรียนรู้ เพือให้นกเรียนสามารถ ่ ั 1. อธิบายปัจจัยทางกายภาพต่าง ๆ ทีมอทธิพลต่อชนิด ปริมาณ การกระจาย และพฤติกรรม ่ ีิ ของสิงมีชวต พร้อมทังยกตัวอย่างได้ ่ ีิ ้ 2. สรุปได้วาปัจจัยทางกายภาพและปัจจัยทางชีวภาพในระบบนิเวศมีความสัมพันธ์กน ่ ั 3. สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์และอธิบายความสัมพันธ์ของสิงมีชวตทีอาศัยอยูรวมกันแบบต่างๆ ได้ ่ ีิ ่ ่่ 4. สรุปรูปแบบความสัมพันธ์ของสิงมีชวตและใช้สญลักษณ์ได้ถกต้อง ่ ีิ ั ูแนวการจัดการเรียนรู้ ครูอาจใช้คำถามนำในหนังสือเรียนนำเข้าสูบทเรียน ่ สิ่งมีชีวิตที่อาศัยในไบโอมต่าง ๆ มีรูปร่างลักษณะและการดำรงชีวิตแตกต่างกัน อะไร เป็นสาเหตุ ให้เป็นเช่นนัน้ แนวคำตอบเพือนำเข้าสูประเด็นการอภิปรายคือในไบโอมต่าง ๆ ลักษณะทางภูมประเทศ ่ ่ ิจะเป็นตัวกำหนดลักษณะของปัจจัยทางกายภาพ และปัจจัยทางชีวภาพของระบบนิเวศในไบโอมนัน ้จากนั้นครูอาจทบทวนข้อมูลที่ได้จากการทำกิจกรรมที่ 21-1 ซึ่งชี้ให้เห็นว่าปัจจัยทางกายภาพมีความสัมพันธ์ต่อสิ่งมีชีวิตในระบบบนิเวศ ให้นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์ว่าอุณหภูมิ แสง ความชื้น34สสวท. ระบบนิเวศ
  16. 16. ความเป็นกรด-เบส ฯลฯ มีผลต่อสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศที่นักเรียนศึกษามาแล้วอย่างไรบ้างในด้านการกระจาย ชนิดปริมาณ และพฤติกรรมของสิงมีชวต เพือเชือมโยงกับเรืองทีนกเรียนจะศึกษา ่ ีิ ่ ่ ่ ่ ัต่อไปในหนังสือเรียน 21.3.1 ความสัมพันธ์ระหว่างสิงมีชวตกับปัจจัยทางกายภาพ ่ ีิ ครูนำเข้าสู่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับปัจจัยทางกายภาพ โดยใช้คำถามในหนังสือเรียน เป็นประเด็นอภิปรายร่วมกันของนักเรียนดังนี้ อุณหภูมิ ในท้องถินทีนกเรียนอาศัยอยู่ นักเรียนเห็นการปรับตัวของสิงมีชวตประเภทใดบ้าง ่ ่ ั ่ ีิ แนวการตอบคำถามข้อนี้ นักเรียนอาจตอบตามสภาพของท้องถิ่นที่นักเรียนอาศัยอยู่ ตัวอย่างของแนวการตอบมีดงนี้ ั สุนขไทยมักจะมีขนเกรียนสัน เนืองจากภูมอากาศของประเทศไทย ร้อน มีอณภูมสง ั ้ ่ ิ ุ ิ ู สุนขต้องมีการระบายความร้อนออกจากร่างกาย ั ควายทีอยูตามทุงนามีวธการระบายความร้อนออกจากร่างกายโดยการลงไปแช่ในปลัก ่ ่ ่ ิี หรือในน้ำ ช้างมีการระบายความร้อนออกจากร่างกายโดยการกระพือหรือโบกพัดใบหูไปมา ฯลฯ ให้นกเรียนยกตัวอย่างอุณหภูมทมผลต่อสิงมีชวตในด้านอืน ๆ นอกจากทีกล่าวมาแล้ว 1-2 ั ิ ่ี ี ่ ีิ ่ ่ ตัวอย่าง อิทธิพลของอุณหภูมตอกระบวนการสรีรวิทยาต่าง ๆ ภายในร่างกาย เช่น ถ้าอุณหภูมิ ิ่ ลดลง จะมีการพักตัวหรือการจำศีล เช่น กบ กระรอกดิน หมีขวโลก ้ั อิทธิพลต่อโครงสร้าง ขนาด และรูปร่าง เช่น พืชเขตหนาวมีเปลือกของลำต้นหนาเพือ ่ ให้ทนทานต่ออุณหภูมิที่หนาวเย็น หรือมีการสลัดใบทิ้งเมื่อย่างเข้าสู่ฤดูหนาว และจะ ผลิใบใหม่เมือฤดูหนาวผ่านพ้นไปแล้ว หรือสัตว์ในแถบขัวโลกเหนือ เช่น แมวน้ำ หมีขวโลก ่ ้ à

×