การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิต
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิต

on

  • 26,745 views

 

Statistics

Views

Total Views
26,745
Views on SlideShare
26,743
Embed Views
2

Actions

Likes
16
Downloads
493
Comments
1

2 Embeds 2

http://wildfire.gigya.com 1
http://twitter.com 1

Accessibility

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel

การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิต การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิต Document Transcript

  • การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิต การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิต การเคลื่อนไหว เปนการเคลื่อนยายเพียงบางสวนของ รางกาย การเคลื่อนที่ เปนการเคลื่อนยายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง * การเคลื่อนที่จะตองมีการเคลื่อนไหวดวยเสมอ แตการเคลื่อนไหว ไมจําเปนตองมีการเคลื่อนที่ดวย การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิตเซลลเดียว โครงรางสัตว(animal skeleton) แบงออกเปน 2 ประเภท คือ การเคลื่อนไหวโดยอาศัยการไหลของไซโทพลาสซึม 1. Hydroskeleton or hydrostatic skeleton อมีบา(amoeba) 2. Hard skeleton 2.1 Exoskeleton 2.2 Endoskeleton การเคลื่อนไหวของอมีบา ในเซลลอมีบา การยื่น pseudopodium ออกไปเกิดจากการ ยืดและหดตัวของ actin filaments การเคลื่อนไหวอาศัยการไหลของไซโทพลาสซึม โดยแบงเปน 2 สวน คือ ectoplasm(แข็ง) และ endoplasm(เหลว) Actin และ Miosin ประกอบกันเปน microfilament( เปนเสนใยโปรตีนเล็กๆ) หดตัวและคลายตัวได ทําใหเกิดการไหล ของไซโทพลาสซึม ทําใหเกิดเทาเทียม(pseudopodium) การเคลื่อนที่แบบอะมีบา (amoebiod movement) ไดแก อมีบา เม็ดเลือดขาว ราเมือก 1
  • การเคลื่อนไหวโดยการใชแฟลกเจลลัม หรือซิเลีย Euglena แฟลกเจลลัม(flagellum) ซิเลีย(cilia) A comparison of the beating of flagella and cilia Microtubules เปนแกนของ flagellum และ cilia 2
  • Centrosome containing a pair of centrioles การเคลื่อนที่ของไฮดรา (Hydra) ตีลังกา เคลือบคลานเหมือนหนอน ลอยไปตามน้ํา planaria การเคลื่อนที่ของพลานาเรีย(planaria) Phylum platyhelminthes มีกลามเนื้อ 3 ชนิด คือ circular muscle ,longitudinal muscle,oblique muscle เคลื่อนที่ไปโดยการลอยไปตามผิวน้ําหรือคลืบคลาน ทางดานลางมีซิเลียชวยในการโบกพัดชวยใหเคลื่อนตัวไดดียิ่งขึ้น 3
  • การเคลื่อนที่ของหนอนตัวกลม(round worm) การเคลื่อนทีของไสเดือน(earth worm) ่ Phylum nematoda ไดแก พยาธิไสเดือน พยาธิปากขอ พยาธิเสนดาย หนอนน้ําสมสายชู มีเฉพาะกลามเนื้อตามยาวของลําตัว(longitudinal muscle) การเคลื่อนที่ทําใหเกิดลักษณะสายไปสายมา การเคลื่อนที่ของไสเดือน(earth worm) - Phylum annelida - กลามเนื้อ 2 ชุดคือ กลามเนื้อวงกลม (circular muscle) อยูทางดาน นอก และกลามเนื้อตามยาว (longitudinal muscle) ตลอด ลําตัวอยูทางดานใน - เดือย(setae) การเคลื่อนที่ของแมงกะพรุน(jelly fish) Phylum coelenterata เคลื่อนที่โดยการหดตัวของ เนื้อเยื่อที่อยูบริเวณของรมและ ผนังลําตัวทําใหน้ําพนออกมา ทางดานลาง 4
  • การเคลื่อนที่ของหมึก(squid) การเคลื่อนที่ของหมึก(squid) การเคลื่อนที่ของดาวทะเล(sea star) Exoskeleton -พบในพวก mollusk และแมลง -เปนโครงรางเปลือกแข็งหุมอยูภายนอกรางกาย โดย สวนประกอบของเปลือกเปนพวก crystallized mineral salt และไมมเซลล (acellular) เชน แคลเซียมคารบอเนต ี ใน mollusk, chitin ในแมลง -exoskeleton นอกจากจะทําหนาทีค้ําจุนรางกายแลว ยัง ่ ชวยปองกันการสูญเสียน้ํา -การเคลื่อนไหวเกิดขึ้นโดยการหด-คลายตัวของกลามเนื้อ ที่ยึดติดกับ exoskeleton 5
  • -กลามเนื้อที่ทําใหเกิดการเคลื่อนไหวมี 2 ชุด คือ การเคลื่อนทีของแมลง ่ 1. Flexors ทําใหเกิดการโคงงอของขอตอเมื่อหดตัว 2. Extensors ทําใหเกิดการยืดตัวของขอตอเมื่อ หดตัว -กลามเนื้อทั้งสองชุดนี้จะทํางานตรงขามกัน เมื่อ กลามเนื้อชนิดหนึ่งหดตัว อีกชนิดหนึ่งจะคลายตัว (antagonism) Moving the exoskeleton: Joints and muscle attachments insect Exoskeleton เปนสารพวกไคติน ขอตอขอแรกของขากับลําตัว แบบ ball and socket สวนขอตออื่นๆเปนแบบบานพับ การเคลื่อนไหวเกิดจาการทํางานสลับกันของกลามเนื้อ flexer กับ extensor เปนแบบ antagonism Flexor = งอ Extensor = คลาย 6
  • การเคลื่อนที่ของปลา มีรูปรางแบนเพรียวบาง และเมือก มีเกล็ด ชวยลดแรงเสียดทาน เมื่อกลามเนื้อที่ยึดติดกับกระดูกสันหลังดานใดดานหนึ่งหดตัว(เริ่ม จากสวนหัวมาทางหาง)ทําใหเกิดการโบกพัดของครีบหาง (cadal fin) ดันใหตัวพุงไปขางหนาโดยมีครีบหลัง(drosal fin) ชวยในการทรงตัวไมใหเสียทิศทาง เมื่อกลามเนื้อที่ยึดติดกระดูกสันหลังดานหนึ่งหดตัว(เริ่มจากสวน หัวมาทางสวนหาง) ครีบอก(pectoral fin) และครีบตะโพก (pelvicfin) ซึ่ง เทียบไดกับขาหนาและขาหลังของสัตวบก จะทําหนาที่ชวยพยุง ลําตัวปลา และชวยใหเกิดการเคลื่อนที่ในแนวดิ่ง การเคลื่อนที่ของเตาทะเล แมวน้ํา และสิงโตทะเล มีขาคูหนาที่เปลี่ยนแปลงไปมีลักษณะเปนพาย ที่เรียกวา ฟลิบเปอร (flipper) 7
  • การเคลื่อนที่ของสัตวปก การเคลื่อนที่ของนก มีกระดูกที่กลวง ทําใหเบา มีกลามเนื้อที่ใชในการขยับปกที่แข็งแรง - กลามเนื้อ pectoralis major - กลามเนื้อ pectoralis minor มีถุงลม (air sac) มีขน (feather) Endoskeleton ถุงลม (air sac) -พบในสัตวมกระดูกสันหลังทุกชนิด ี -เปนโครงรางแข็งที่แทรกตัวอยูในเนือเยือ (soft tissues) หรือภายในรางกาย ้ ่ -endoskeleton ประกอบดวย living and metabolizing cells (ตางจาก exoskeleton) แบงเปน 1. cartilage เปนสวนประกอบของ protein collagen และ complex polysaccharide 2. bone ประกอบดวย collagen ปนอยูกับ apatite (calcium and phosphate salt) -นักกายวิภาคศาสตรแบงกระดูกออกเปน 2 สวน 1. Axial skeleton: กระดูกกะโหลก (skull), กระดูกสันหลัง (vertebral column), กระดูกซี่โครง (rib) 2. Appendicular skeleton: เปนกระดูกที่ตอออกมาจาก axial skeleton แบงเปน 2.1 Fore-limb bone (กระดูกแขน) ยึดติดกับ axial skeleton โดยกระดูก pectoral girdle (clavicle, scapula) 2.2 Hind-limb bone (กระดูกขา) ยึดติดกับ axial skeleton โดยกระดูก pelvic girdle (ilium, sacrum, pubis, ischium) โครงสรางของกระดูก (pectoral girdle) การจําแนกชนิดกระดูก 1. กระดูกแทงยาว (long bone) ไดแก ตนแขน,ปลาย สีน้ําเงิน คือ กระดูกแกน 80 ชิ้น ilium แขน,ตนขา,หนาแขง,กระดูกนอง,ไหปลารา sacrum pubis สีเหลือง คือ กระดูกรยางค 126 ชิ้น ischium 2. กระดูกแทงสั้น (short bone) ไดแก ขอมือ,ขอเทา 3. กระดูกแบน (flat bone) ไดแก กะโหลก,เชิงกราน, สะบัก,อก,ซี่โครง 4. กระดูกรูปรางไมแนนอน (irregular bone) ไดแก สันหลัง,แกม,ขากรรไกร 8
  • ขอตอ (articulation หรือ Joint) ชนิดขอตอ -ขอตอ: เปนบริเวณที่กระดูกมาตอกับ 1. ขอตอไฟบรัส (fibrous joint) เปนขอตอที่เคลื่อนไหว กระดูก มี synovial memebranes ไมไดและมีเนื้อเยื่อเกี่ยวพันบางๆ ยึดกระดูกสองชิ้นไว หรืออาจ มาหุมบริเวณขอตอ เพือปองกันการ ่ หุมภายนอกไว เชน กระดูกกะโหลกศรีษะ เสียดสีระหวางกระดูก จะมีกระดูก ออนมาทําหนาที่เปนหมอนรอง และ 2. ขอตอกระดูกออน (cartilagenous joint) เปนขอตอที่ มี synovial fluid ทําหนาที่เปนสาร เคลื่อนไหวไดเล็กนอย เชนขอตอระหวางกระดูกซี่โครงกับ หลอลื่น กระดูกอก ขอตอระหวางทอนกระดูกสันหลัง ขอตอระหวาง -Ligament: เปนเอ็นที่ยึดระหวาง กระดูกเชิงกรานซีกซายกับซีกขวาทางดานหัวหนาว กระดูกกับกระดูก -Tendon: เปนเอ็นทียึดระหวาง ่ 3. ขอตอซิลโนเวียล (sylnovial joint) เปนขอตอที่ กลามเนื้อกับกระดูก เคลื่อนไหวไดมาก ประกอบดวยกระดูกอยางนอย 2 ชิ้น ขอตอซิลโนเวียล (sylnovial joint) The skeleton-muscle connection แบบตางๆ -การเคลื่อนไหวสวนตาง ๆ ของ รางกายเกิดจากการทํางานรวมกัน 1 แบบที่ 1 พบที่ใดของรางกาย.......... ของ nerves, bones, muscles แบบที่ 2 พบที่ใดของรางกาย.......... -การหด-คลายตัวของกลามเนื้อ แบบที่ 3 พบที่ใดของรางกาย.......... เปนการทํางานรวมกันของ กลามเนื้อ 2 ชุด ที่ทํางานตรงขาม กัน เชน การงอแขน :กลามเนื้อ biceps (flexor) หดตัว 2 (เปน agonist) :กลามเนื้อ triceps(extensor) คลาย ตัว (เปน antagonist) 3 9
  • The power arm-load arm concept Origin and insertion -ในการเคลื่อนของกระดูก จะมีกระดูกทอนหนึ่ง -ที่ปลายทั้งสองขางของกลามเนื้อ ทําหนาที่เปนจุดหมุน (falcum) แตละมัดจะยึดติดกับกระดูก โดย -ความเร็วในการเคลื่อนที่ หรือความสามารถใน ดานที่ยึดติดกับกระดูกเฉย ๆ การรองรับน้ําหนักของกระดูกขึ้นอยูกับ (ติดกับกระดูกที่ไมเคลื่อนที่) อัตราสวนของ power arm ตอ load arm เรียก origin สวนปลายทียึดกับ ่ -power arm: ระยะทางระหวางจุดที่กลามเนื้อยึด กระดูกที่มีการเคลือนไหว เรียก ่ กับกระดูกถึงจุดหมุน insertion -load arm: ระยะทางระหวางจุดหมุนถึงบริเวณที่ -Tendon ที่ origin มักจะกวาง ที่ ใชในการเคลือนไหว เชน เทา หรือมือ ่ insertion มักจะแคบ เพือจํากัด ่ -ถาอัตราสวน power arm/load arm ต่ํา เชน ใน ความแรงในการหดตัวของ เสือชีตา กระดูกจะเคลือนที่ไดเร็ว ่ กลามเนื้อเกิดขึ้นเฉพาะจุด -ถาอัตราสวน power arm/load arm สูง เชน ในตัว badger กระดูกจะรับน้ําหนักไดมาก กลามเนื้อแบงออกไดเปน 3 ชนิด กลามเนื้อ (Muscular tissue) กลามเนื้อทําหนาที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของ รางกาย ประกอบดวยเซลลที่มีลักษณะยาว อาจ เรียกเซลลกลามเนื้อไดวา เสนใยกลามเนื้อ  (muscle fiber) ในไซโตพลาสซึมของเสนใย กลามเนื้อมีโปรตีนที่เปนองคประกอบที่สําคัญ 2 ชนิด คือ actin และ myosin สวนประกอบของเซลลกลามเนื้อจะมีชื่อเฉพาะแตกตางไปจาก กลามเนื้อแบงออกไดเปน 3 ชนิด ขึ้นอยูกบตําแหนงที่ ั เซลลชนิดอื่นๆ ไดแก พบ โครงสราง และหนาที่ ไดแก Cell membrane ของเซลลกลามเนื้อ 1. กลามเนื้อเรียบ (smooth muscle) = Sarcolemma 2. กลามเนื้อสเกเลทัล (skeletal muscle) Cytoplasm = Sarcoplasm 3. กลามเนื้อหัวใจ (cardiac muscle) Endoplasmic reticulum = Sarcoplasmic reticulum 10
  • Skeletal muscle กลามเนื้อสเกเลทัล (Skeletal muscle) Nucleus ของ กลามเนื้อในรางกายสวนใหญเปนกลามเนื้อสเกเลทัล muscle fiber กลามเนื้อนี้เกาะยึดติดกับกระดูก สามารถหดตัวไดเมื่อถูก กระตุน และอยูภายใตการควบคุมของระบบประสาท Muscle fiber สวนกลาง (voluntory muscle) ลักษณะของเซลลกลามเนื้อเปนรูปทรงกระบอก ซึ่งมีความยาวมาก เซลล มีขนาดใหญมีหลายนิวเคลียสเรียงชิดอยูกับเยื่อหุมเซลล มีลายตามขวาง คือ มีแถบสีจางสลับกับแถบสีเขม ดังนั้นอาจเรียกกลามเนื้อชนิดนี้ไดวา กลามเนื้อลาย (striated muscle) ภาพตัดตามขวางของ skeletal muscle การเรียงตัว ประกอบกันเปนมัด กลามเนื้อ skeleton มีเยื่อ เกี่ยวพันหุมเปน Sarcolemma ขั้นตอน และทั้งมัด (เยื่อหุมเซลล) กลามเนื้อจะติดตอ กับเอ็นซึ่งไปยึดติด กับกระดูก Nucleus เรียงชิดอยูกับ sarcolemma การที่มองเห็นเซลลกลามเนื้อมีลายตามขวางเนื่องจาก ภายใน sarcoplasm มีเสนใยฝอยซึ่งเปน สวนประกอบที่สําคัญทําใหกลามเนื้อหดตัวไดเรียกวา myofibril เปนจํานวนมาก ใน myofibril มี โปรตีน actin และ myosin เรียงอยางเปนระเบียบ มองเห็นมีแถบ (band) หรือเสน (line) ที่ชัดและทึบ สลับกันไปตลอด 11
  • ใน Sarcoplasm นอกจากมีโปรตีนสําคัญที่เกียวของกับกลไกการ ่ หดตัวของกลามเนื้อแลว ยังมี Organelles ที่สาคัญไดแก ํ Sarcoplamic reticulum ซึ่งคือ SER ที่เปลียนไปเปนทอที่ ่ ตอเนื่องกัน ลอมรอบกลุมเสนใยของกลามเนื้อ ทําหนาที่เปนแหลงเก็บ  สะสม Ca2+ Sarcolemma มีโครงสรางที่พับซอนกันเปนหลอดบางและยาวตาม แนวขวาง เรียกวา Transverse tubule เปนทางติดตอจากผิว ภายนอกของเซลลเขาไปติดตอกับ Sarcoplamic reticulum สานประกอบอื่นๆภายใน Sarcoplasm ไดแก RER , ribosome และ Golgi complex มีอยูเปนจํานวนนอย เพราะ เซลลกลามเนื้อไมมีหนาที่เกี่ยวกับการสรางโปรตีน เซลลกลามเนื้อหัวใจประกอบดวย หนึงหรือ สอง ่ กลามเนื้อหัวใจ (Cardiac muscle) นิวเคลียสอยูตรงกลางเซลล เซลลมีขนาดสั้นกวาเซลล กลามเนื้อ skeleton และปลายแยกเปนสองแฉก กลามเนื้อหัวใจพบแหงเดียวคือกลามเนื้อที่หัวใจ และ (bifurcate) ซึ่งจะไปตอกับเซลลอื่นๆในลักษณะเปน ผนังของเสนเลือดใหญที่ตอกับหัวใจ เปนกลามเนื้อที่มี รางแห ที่รอยตอของเซลลดานขวางจะยึดติดกันแนน มี ลายเชนเดียวกับ skeletal muscle ตางกันที่ ลักษณะการเชื่อมโยงอยางซับซอน เรียกวา กลามเนื้อหัวใจอยูนอกการควบคุมของระบบประสาท intercalated disc มองเห็นไดชัดเจนดวยกลอง สวนกลาง (Involuntory muscle) และการทํางาน จุลทรรศนธรรมดา เกิดขึ้นติดตอกันตลอดเวลา Cardiac muscle กลามเนื้อเรียบ (Smooth muscle) ในเซลลกลามเนือเรียบไมเห็นลาย ถึงแมวาภายในเซลลจะมีแอกทิน และ ้ ไมโอซิน แตการเรียงตัวไมเปนระเบียบเหมือนอยางใน skeletal muscle และ Cardiac muscle ลักษณะเซลลของกลามเนือเรียบ ้ เปนรูปกระสวย หัวทายแหลม และมีหนึ่งนิวเคลียสอยูกลางเซลล Nucleus อยูกลางเซลล กลามเนื้อเรียบอยูนอกการ ควบคุมของระบบประสาท สวนกลาง(involuntory muscle) พบไดที่ผนังของ อวัยวะภายในระบบตางๆของ nucleus รางกาย และเสนเลือด Intercalated disc 12
  • Smooth muscle Smooth muscle ที่ผนังเสนเลือดแดง กลามเนื้อเรียบอยูนอก การควบคุมของระบบ ประสาทสวนกลาง (involuntory muscle) พบไดทผนัง ี่ ของอวัยวะภายในระบบ ตางๆของรางกาย และ เสนเลือด The structure of skeleton muscle การหดตัวของกลามเนื้อ skeleton -skeleton muscle เกิดจากมัดของ muscle fiber -การหดตัวของกลามเนื้อ skeleton (cell) มารวมกัน เกิดจากการเลื่อนเขามาซอนกันของ -muscle fiberแตละอันคือ 1 เซลลที่มีหลาย thin filament เรียก sliding-filament นิวเคลียส ที่เกิดจากหลาย ๆ เซลลในระยะแรก model มารวมกัน -การหดตัวของกลามเนื้อเกิดโดยความ -แตละ muscle fiber เกิดจากมัดของ myofibrils กวางของ sarcomere ลดลง, ระยะทาง มารวมกัน ระหวาง Z line สั้นลง, A band คงที่, -myofibrilsประกอบดวย myofilaments 2 ชนิด คือ I band แคบเขา, H zone หายไป 1.Thin filamentเกิดจากactin 2 สายและ regulatory protein (tropomyosin) 1 สาย มาพันกัน -พลังงานที่ใชในการหดตัวของ 2.Thick filament เกิดจากmyosinมารวมกันเปนมัด กลามเนื้อหลัก ๆ อยูในรูปของ  -การจัดเรียงตัวของ myofilaments ทําใหเกิด creatine phosphate light-dark band ซ้ําๆ กัน เรียกแตละหนวยที่ซ้ํา กันนี้วา sarcomere (ดังรูป) Sliding-filament model การควบคุมการหดตัวของกลามเนื้อ 1.สวนหัวของ myosin จับกับ ATP, อยูในรูป low-energy configuration -skeleton muscle หดตัวเมื่อไดรับการ 2.myosin head(ATPase) สลาย กระตุนจาก motor neuron ATP ได ADP+Pi, อยูในรูป -ในระยะพัก บริเวณที่เปนตําแหนงที่ high-energy configuration myosin มาเขาจับ บนสาย actin (myosin binding site) ถูกปดดวยสายของ tropomyosin โดยการเปด-ปดของ tropomyosin ถูกควบคุมดวย troponin 3.myosin head เกิด cross-bridge complex กับสาย actin -binding site จะเปดเมือ Ca2+ เขามาจับ ่ กับ troponin 4.ปลอย ADP+Pi, myosin กลับสู low-energy configuration ทําใหเกิดแรงดึง thin filament เขามา 5.ATPโมเลกุลใหมเขามาจับกับ myosin head ทําให myosinหลุดจาก actin, เริ่มวงจรใหม 13
  • สรุปการหดตัวของกลามเนื้อ -sarcoplasmic reticulum (SR) เปนแหลงเก็บ Motor end-plate 1.Ach หลั่ง 2.Action potential เคลื่อนไป T tubule Ca2+ ในเซลลกลามเนือ ้ จาก neuron -เมื่อ action potential จาก motor neuron จับ receptor มาถึงบริเวณ synaptic terminal ทําใหมีการ หลั่ง Ach ที่ neuromuscular junction, เกิด depolarization ที่เซลลกลามเนื้อ 3.SR หลั่ง Ca2+ -action potential แพรไปยังเยื่อเซลลของ กลามเนื้อที่เรียกวา T (transverse) tubules 7.tropomyosinปด binding -ตําแหนงที่ T tubules สัมผัสกับ SR ทําใหมี 4.Ca2+จับtroponin, site, หยุดการหดตัวของ binding silt เปด การหลั่ง Ca2+ กลามเนื้อ -การหดตัวของกลามเนื้อจะหยุดเมื่อ SR ปม Ca2+ จาก cytoplasm กลับเขามาเก็บใน SR 6.ปมCa2+ กลับสู SR 5.กลามเนื้อหดตัว การหดตัวของมัดกลามเนื้อ Motor unit -ในมัดกลามเนือแตละมัดประกอบดวย muscle fiber หลายเซลลมารวมกัน ้ -ในสัตวมีกระดูกสันหลัง muscle cell 1 -การตอบสนองตอแรงกระตุนของ muscle fiberเปนแบบ all-or-none (เหมือน เซลลจะถูกควบคุมโดย motor neuron 1 neuron) และแตละ muscle fiber มี threshold ในการหดตัวไมเทากัน เซลลเทานั้น -การหดตัวของมัดกลามเนื้อแตละครั้ง (single twitch) ขึ้นอยูกับความแรงที่มากระตุน -แต 1 motor neuron อาจควบคุมการ -ถากลามเนื้อไดรับการกระตุน 2 ครั้งตอเนื่องกัน&มีระยะหางพอเหมาะ จะทําให ทํางาน >1 muscle cell ความแรงในการหดตัวครั้งที่ 2 เพิ่มขึ้น (summation) -Motor unit ประกอบดวย 1 motor -Tetanus เปนการหด(เกร็ง)โดย neuron และmuscle fiber ทั้งหมดที่ ไมมีการคลายตัวของกลามเนื้อ neuron ควบคุม จากการกระตุนถี่ๆ และตอเนื่อง -กลามเนื้อที่ตองการการเคลื่อนไหวที่ -Fatigue (การลา) เปนสภาพที ละเอียดออน จะมีอัตราสวนระหวาง กลามเนื้อหมดความสามารถใน motor neuron/muscle cell ต่ํา เชน การหดตัว กลามเนื้อลูกตา (1/3-4) การหดตัวของ smooth muscle การหดตัวของ cardiac muscle -smooth muscle cell พบที่อวัยวะที่ มีลักษณะเปนทอกลวง เชน -มี 1 nucleus/1 cell เซลลมีการแตก ทางเดินอาหาร, หลอดเลือด, แขนง(bifurcate)และเชื่อมกับเซลลขาง อวัยวะสืบพันธุ, iris ของลูกตา เคียงดวย gap junction เรียก intercalated และทอของตอม disk -มีรูปรางคลายกระสวย มี 1 -มีการจัดเรียงตัวของ actin-myosin ทํา nucleus/1 cell การหดตัวเปน ใหเห็นเปนลาย, มี SR involuntary -cardiac muscle สามารถหดตัวไดเองอยางเปนจังหวะ -ไมมีการจัดเรียงตัวของactin-myosin ทําใหไมเห็นเปนลาย, ปลาย actin มักยึดติดกับ -หัวใจสัตวมีกระดูกสันหลังหดตัวไดเองเรียก myogenic heart (muscle-generated) เยื่อเซลล, ไมมี SR ดังนั้น Ca2+ แพรผานเขามาทางเยื่อเซลล -หัวใจของกุง, ปู, แมงมุม ตองไดรับการกระตุนจาก nerve เรียก neurogenic heart -การหดตัวจะชากวา striated muscle แตการหดตัวนั้นจะอยูไดนานกวา (nerve-driven) 14
  • จบ เนื้อหา 15