บทความแนะนำ IMC Institute จากวารสารของสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

บทความแนะนำ IMC Institute จากวารสารของสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)

on

  • 385 views

บทความแนะนำ IMC Institute จากวารสารของสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)

บทความแนะนำ IMC Institute จากวารสารของสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)

Statistics

Views

Total Views
385
Views on SlideShare
384
Embed Views
1

Actions

Likes
1
Downloads
4
Comments
0

1 Embed 1

http://www.slideee.com 1

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    บทความแนะนำ IMC Institute จากวารสารของสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) บทความแนะนำ IMC Institute จากวารสารของสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) Document Transcript

    • April-May 2013, Vol.40 No.228 21Research กองบรรณาธิการ จากแนวคิดดังกล่าวข้างต้น น�ำมา สู่การก่อตั้ง สถาบันไอเอ็มซี ภายใต้การสนับสนุนของสมาคมอุตสาห- กรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI) ขึ้น เพื่อรองรับบทบาทและภารกิจที่ส�ำคัญใน การเป็นผู้น�ำในการท�ำวิจัยและส�ำรวจข้อมูล ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศต่าง ๆ ใน ประเทศไทย ตลอดจนการพัฒนาบุคลากร ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งในส่วนที่เป็น ผู้บริหารและด้านเทคนิคและการจับคู่ธุรกิจ ให้กับกลุ่มผู้ประกอบซอฟต์แวร์โดยเฉพาะ เพื่อเตรียมความพร้อมไอทีไทย เข้าสู่ AEC 2015 ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อ�ำนวยการ สถาบันไอเอ็มซี เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจ เกี่ยวกับที่มาที่ไปของการก่อตั้งสถาบันฯ รวมทั้งทิศทางที่สถาบันแห่งนี้จะก้าวไปให้ถึง วิสัยทัศน์วางไว้ คือ The Brain Shaper for Digital Revolution Era ว่าจะท�ำได้อย่างไร “แนวคิดส่วนหนึ่งของการก่อตั้ง สถาบันฯเกิดจากคนในแวดวงอุตสาหกรรม นักวิชาการ และคุยกับสมาคมอุตสาหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศไทย(ATCI)ว่าในช่วง ระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีไอซีที ก้าวกระโดดไปสู่เรื่องใหม่ๆเยอะมากท�ำให้ ไอทีมีรูปแบบไม่เหมือนเดิม สิ่งที่ผมมองใน เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ส�ำหรับสถาบันไอเอ็มซี (IMC Institute) สถาบันวิจัย ส�ำรวจ ข้อมูล และฝึกอบรมเฉพาะทางด้านไอที โดยการสนับสนุนของสมาคมอุตสาหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI) ซึ่งเป็นแหล่งรวมของคนไอทีชั้นหัวกระทิของประเทศ ที่มีความเห็นร่วมกัน ว่า การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน จะส่งผลต่อแนวโน้มการใช้ไอทีเพิ่ม มากขึ้น ขณะที่อุตสาหกรรมไอทีโดยเฉพาะด้านซอฟต์แวร์จะมีการปรับตัวอย่างมาก ท�ำให้เกิดค�ำถามว่า คน ไทย อุตสาหกรรมไทย พร้อมหรือยังที่จะรับมือกับกระแสการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว? for Digital Revolution Era The Brain Shaper วันนี้ คือ เป็นยุคหลังพีซี (post-PC) เป็น ยุคของสมาร์ทโฟน และแทบเล็ต เราจะเห็น แอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ขึ้นไปอยู่บนคลาวด์ บน เว็บ และเป็นยุคของ Information หรือ Big Dataเป็นยุคของข้อมูลท่วมท้นมหาศาลรวม ทั้งเป็นยุคโซเชียลเทคโนโลยีและการเข้ามา ถึงของ 4 เทคโนโลยีที่ผมมักกล่าวถึงเสมอ คือCloud Computing, Mobile Technology, SocialNetworkและInformation(BigData) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนอุตสาหกรรม ไอทีออกไปจากเดิมค�ำถามก็คือว่าประเทศ- ไทยพร้อมไหมที่จะก้าวไปท�ำในจุดๆนั้นผม เชื่อว่าในสถาบันการศึกษาก็มีสอนในเรื่อง เหล่านี้อยู่แล้ว แต่เนื่องจากเรื่องของ เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ท�ำให้ เราอาจปรับตัวตามไม่ทัน นอกจากนี้ปัญหาส�ำคัญประการ หนึ่งของประเทศไทย คือ การขาดข้อมูลที่ ถูกต้องในการวางแผนการน�ำเทคโนโลยี
    • Research 2222 สารสนเทศเข้าไปใช้งาน โดยเราขาดทั้ง ข้อมูลของการใช้งาน ข้อมูลด้านบุคลากร และข้อมูลการส�ำรวจแนวโน้มต่าง ๆ โดย ข้อมูล ที่น�ำมาใช้ทั่วไปมักจะเป็นข้อมูลจาก สถาบันวิจัยในต่างประเทศที่เน้นข้อมูลใน ภูมิภาคมากกว่าเจาะลึกข้อมูลในประเทศ- ไทย นอกจากนี้เรายังขาดการสร้างความ ตระหนักและการน�ำเทคโนโลยีสารสนเทศมา ใช้งานอย่างถูกต้อง และขาดการพัฒนา บุคลากรที่มีทักษะที่สอดคล้องกับการเปลี่ยน- แปลงของเทคโนโลยีอีกด้วย” ผอ.ไอเอ็มซี กล่าวเปิดประเด็นถึงแนวโน้มที่เกิดขึ้น จน เป็นที่มาของแนวคิดในการก่อตั้งสถาบันฯ ขึ้นมา ส�ำหรับบทบาทและพันธกิจส�ำคัญ ของสถาบันแห่งนี้ คือ การเป็นผู้น�ำท�ำวิจัย และส�ำรวจข้อมูลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ต่างๆในประเทศไทยทั้งข้อมูลด้านบุคลากร การส�ำรวจการใช้งาน ตลอดจนส�ำรวจแนว โน้ม การใช้งาน เทคโนโลยีสารสนเทศใน ประเทศ นอกจากนี้ยังเน้นในเรื่องของการ พัฒนาบุคลากร และสร้างความตระหนัก “สิ่งส�ำคัญของเราในวันนี้คือ ก่อนที่ เราจะท�ำอะไรก็ตาม เรามีข้อมูลที่เพียงพอ หรือไม่ เช่น เรื่องคลาวด์ คอมพิวติ้งที่ก�ำลัง เป็นกระแสอยู่นี้ เรามีความพร้อมแค่ไหน โดยเฉพาะเรื่องของบุคลากร ดังนั้นภารกิจ ของสถาบัน คือ การวิจัยตลาดไอซีทีเฉพาะ ในประเทศไทยในขณะที่การฝึกอบรมจะเน้น ที่เรื่องใหม่ ๆ ที่ไม่มีใครท�ำ อย่างเทรนด์ เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ก�ำลังจะเข้ามา สถาบัน ฝึกอบรมต่าง ๆ ก็อาจจะยังไม่อยากท�ำ เพราะเป็นแค่เพียงแนวโน้มที่ยังมาไม่ถึงเช่น การอบรมเขียนแอปพลิเคชั่นขึ้นคลาวด์ เป็นต้น ซึ่งการอบรมลักษณะนี้จะเป็นการ กระตุ้นคนให้หันมาสนใจและเตรียมพร้อม คนส�ำหรับรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆก�ำลังเกิด ขึ้นรวมถึงเราอยากท�ำเป็นกรณีศึกษาให้เป็น ตัวอย่างเพื่อกระตุ้นให้เกิดความสนใจเพราะ การที่ไม่มีใครท�ำเลย ก็ไม่เห็นผล เทคโนโลยี ก็ไม่สามารถเกิดได้” ทั้งนี้ ดร.ธนชาติ ยังบอกอีกด้วยว่า หลักสูตรฝึกอบรมที่ทางสถาบันจะจัดขึ้นนั้น ▲ การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้กับ ผู้บริหารและพนักงานขององค์กรต่างๆโดย แบ่งภารกิจออกเป็น 3 ด้านหลัก ๆ ดังนี้ 1. การวิจัยเชิงนโยบายและส�ำรวจ ตลาดด้านเทคโนโลยีสารสนเทศภายใน ประเทศไทย 2. การพัฒนาบุคลากรด้านเทค- โนโลยีสารสนเทศทั้งในส่วนที่เป็นผู้บริหาร และด้านเทคนิค เพื่อให้เข้าใจถึงแนวโน้ม การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี 3. การสนับสนุนทางด้านจับคู่ ธุรกิจ (Business Matching) ส�ำหรับกลุ่ม ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีเกิดใหม่และ ก�ำลังเติบโต(EmergingTechnology)เพื่อ เข้าสู่ตลาด AEC 2015 ทั้งนี้สถาบันไอเอ็มซีและATCI มีเป้าหมายร่วมกันที่จะบรรลุภารกิจ หลักของสถาบันฯ ภายใน 2 ปี และมี แนวคิดสอดคล้องกันที่จะพัฒนา 3 ภารกิจดังกล่าวให้เกิดประโยชน์ต่อ อุตสาหกรรมไอทีในภาพรวม ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำ�นวยการสถาบันไอเอ็มซี
    • 23Research April-May 2013, Vol.40 No.228 ไม่ได้จัดให้เฉพาะนักพัฒนาไอทีเพียงกลุ่ม เดียวแต่ยังมีหลักสูตรส�ำหรับนักบริหารด้วย “ส�ำหรับหลักสูตร เราไม่ได้มอง เฉพาะนักไอทีเท่านั้น แต่ยังมีหลักสูตร ส�ำหรับนักบริหารที่เป็นทั้งนักไอที (IT) และ ไม่ใช่นักไอที(non-IT)ด้วยเนื่องจากเขาต้อง เห็นภาพของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปด้วยโดย เฉพาะเรื่องของEmergingTechnologyทั้ง 4 ด้าน คือ Cloud Computing, Mobile Technology, Social Network และ Infor- mation(BigData)เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เป็น ประจ�ำ คือ ฝั่งไอทีพยายามที่จะพัฒนา เทคโนโลยีใหม่ ๆ ขึ้นมาให้ผู้ใช้ได้ใช้ ขณะที่ ผู้ใช้เองไม่รู้จะใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์ยก ตัวอย่างเมื่อไม่นานมานี้ ผมมีโอกาสได้ไป บรรยายให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีฟังเกี่ยว กับอีคอมเมิร์ช ซึ่งนี่ก็เป็นหน้าที่หนึ่งของเรา เช่นกันที่ต้องให้ข้อมูลกับผู้ประกอบการว่า เทรนด์อีคอมเมิร์ชเป็นอย่างไร และเขาจะใช้ ประโยชน์จากเทรนด์หรือเทคโนโลยีนี้ได้ อย่างไรและเมื่อรู้และเข้าใจแล้วเราก็เชื่อว่า ผู้ประกอบการไทยก็จะสามารถปรับตัวได้ ส่วนฝั่งผู้ผลิต เมื่อเทคโนโลยีเข้ามา แล้วแต่ก็ไม่รู้ว่าจะใช้อย่างไร เช่น เมื่อ คลาวด์ คอมพิวติ้งเข้ามา แต่เรากลับมีคนที่ พัฒนาคลาวด์แอปพลิเคชั่นน้อยมาก เมื่อ เทียบกับประเทศอื่น ๆ และหากเราไม่ท�ำ อะไร เราก็จะตกที่นั่งล�ำบาก เพราะต่างชาติ Technology, Social Network และ Infor- mation (Big Data) ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ของการเกิดขึ้นของอีกหลายๆเทคโนโลยีใน อนาคตดังนั้นการมีข้อมูลที่เป็นจริงจะน�ำไป สู่การพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการไทย ให้สามารถแข่งขันได้ ด้วยเทคโนโลยีที่ เปลี่ยนไป และท�ำอย่างไรที่เราจะสามารถ แข่งขันในเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงนี้ได้และ แม้วันนี้เราจะพัฒนาไปได้ช้ากว่าประเทศ อื่น ๆ แต่หากว่าเราได้เริ่มต้นพัฒนาแล้ว ก็ สามารถที่จะวิ่งตามทันคนอื่นได้ ผมยังมี ความเชื่อว่าเราจะสามารถแข่งขันได้ อีกทั้ง กระแสทุนและการพัฒนาจะเคลื่อนจากซีก โลกตะวันตกมายังซีกโลกตะวันออก โอกาส ย่อมมีส�ำหรับเรา ดังนั้นเราต้องใช้จังหวะ และโอกาสดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุด การเกิดขึ้นของสถาบันไอเอ็มซีใน ครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ส�ำคัญในการผลัก ดันและสนับสนุนอุตสาหกรรมไอทีไทย ให้ ก้าวทันโลกของการแข่งขันทั้งทางเทคโน- โลยีและทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังจะ เป็นการตอกย�้ำในวิสัยทัศน์ของการเปิด กรอบจัดรูปทางความคิดเพื่อโลกแห่งการ ปฏิรูปของไอทีให้เกิดขึ้นอย่างจริงจังเป็น ครั้งแรกในประเทศไทยอีกด้วย อยู่ที่ไหน ก็สามารถที่จะท�ำธุรกิจได้ ในขณะ ที่เราเองยังไม่สามารถปรับตัวตามเทคโนโลยี ได้ วันนี้แม้ AEC จะเปิดหรือไม่ก็ไม่มีความ หมายแล้ว เพราะ Globalization เปิดแล้ว ดังนั้นผู้ประกอบการไทยต้องระมัดระวังและ ต้องปรับตัวให้ทัน” ทั้งนี้ดร.ธนชาติกล่าวต่อไปอีกด้วย ว่านับตั้งแต่สถาบันฯเปิดตัวก็ได้รับการตอบ รับค่อนข้างดีพอสมควรทั้งในเรื่องของ หลักสูตรฝึกอบรม โดยสถาบันฯ จะมุ่งเน้น การท�ำงานร่วมกับเครือข่าย และแสวงหา พันธมิตรใหม่ ๆ เข้ามาท�ำงานร่วมกัน ส่วน ภารกิจด้านงานวิจัยก็เริ่มเดินหน้าแล้ว เป้า หมายแรกคือการวิจัยเรื่องคนซึ่งเป็นปัจจัย ที่ส�ำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม “เป้าหมายแรกของการท�ำวิจัย คือ เราอยากได้WhitePaperออกมาโดยเฉพาะ เรื่องคนไอทีที่เกี่ยวข้องกับEmergingTech- nology เพื่อที่สุดแล้ว เราจะได้มีข้อมูลที่จะ น�ำไปพัฒนาคนเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรม ไอทีได้อย่างถูกทิศทางซึ่งข้อมูลตรงนี้เชื่อว่า จะไม่ได้เป็นประโยชน์กับสถาบันแต่เพียง แห่งเดียว แต่ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษา หรืออุตสาหกรรมทั่วไปก็จะได้ประโยชน์จาก การวิจัยที่เราก�ำลังจัดท�ำนี้ด้วย” ท้ายที่สุดนี้ดร.ธนชาติกล่าวด้วยว่า สิ่งที่สถาบันฯ มองในเรื่องของเทคโนโลยี ไม่ ว่าจะเป็นเรื่อง Cloud Computing, Mobile