Your SlideShare is downloading. ×
Microscope
Microscope
Microscope
Microscope
Microscope
Microscope
Microscope
Microscope
Microscope
Microscope
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

Microscope

4,855

Published on

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
4,855
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
58
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. Kosumwittayasan | MICROSCOPE 1 กล้องจุลทรรศน์เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มีความสาคัญต่อการศึกษาสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ไ ม่ ว่ า จ ะ เ ป็ น ส า ห ร่ า ย โ ป ร โ ต ซั ว แ บ ค ที เ รี ย เ ห็ ด ร า ซึ่งทาให้การศึกษาทางด้านชีววิทยามีความก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว โ ด ย ทั่ ว ไ ป แ ล้ ว คนที่มีสายตาปกติจะสามารถมองเห็นวัตถุที่มีขนาดเล็กที่สุดได้เพียงขนาดเส้นผ่านศูนย์ก ล า ง ไ ม่ น้ อ ย ก ว่ า 0 .1 มิ ล ลิ เ ม ต ร ส่ ว น วั ต ถุ ที่ มี ข น า ด เ ล็ ก ก ว่ า นี้ นั้ น ส า ย ต า ค น เ ร า จ ะ ไ ม่ ส า ม า ร ถ ม อ ง เ ห็ น ไ ด้ ดั ง นั้ น นักวิทยาศาสตร์จึงได้คิดประดิษฐ์เครื่องมือที่ช่วยให้เราสามารถมองเห็นวัตถุที่สายตาคนเ ร า ไ ม่ ส า ม า ร ถ ม อ ง เ ห็ น ไ ด้ และบุคคลแรกที่สามารถประดิษฐ์เครื่องมือที่ช่วยให้เราสามารถมองเห็นวัตถุเหล่านั้นได้ มี ชื่ อ ว่ า Antony Van Leeuwenhoek เ ป็ น ช า ว เ น เ ธ อ ร์ แ ล น ด์ ซึ่งได้บรรยายถึงพืชและสัตว์ขนาดจิ๋วที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่าเป็นครั้งแรก และเครื่องมือที่ Leeuwenhoek ประดิษฐ์ขึ้นมานั้น ใช้เพียงเลนส์นูนเพียงอันเดียว ทาให้ขยายวัต ถุที่ ดูให้ใหญ่ ขึ้ น แต่ ประสิ ทธิภ าพของกาลังขยายภาพยังต่ า เครื่องมือที่ประดิษฐ์ขึ้นมานั้นถูกเรียกว่า “กล้องจุลทรรศน์เลนส์เดี่ยวหรือแว่นขยาย” ซึ่งสามารถขยายได้ถึง 270 เท่า หลังจากนั้ นเขาใช้กล้องจุล ทรรศน์ ในการศึกษ าหยดน้า จากบึ ง และแม่น้า และจากน้าฝน ที่รองเก็บไว้ในหม้ อ เห็นสิ่งมีชีวิต ชนิดเล็กๆ มากมาย คือ พบแบคทีเรียสาหร่าย โปรโตซัว สัตว์น้าขนาดเล็ก แล้วยังส่องดูสิ่งต่างๆ เช่น เม็ดโลหิตแดง เซลล์สืบพันธุ์ ของสัตว์เพศผู้ กล้ามเนื้อ เป็นต้น จึงได้ส่งข้อมูลเผยแพร่ ทาให้ได้ชื่อว่าเป็นคนพบ จุลินทรีย์เป็นคนแรก ต่ อ ม า Robert Hooke ไ ด้ ป รั บ ป รุ ง แ ก้ ไ ข ใ ห้ ดี ขึ้ น โดยเพิ่มในส่วนของแหล่งกาเนิดแสง (Flame) และเลนส์รวมแสง (Condenser) กล้องจุลทรรศน์ (Microscope)
  • 2. Kosumwittayasan | MICROSCOPE 2 ช่วยในการรวมแสงให้เข้มขึ้น ซึ่งในปัจจุบันนี้ กล้องจุลทรรศน์มีหลายชนิดด้วยกัน และแบ่งตามแหล่งกาเนิดแสงได้เป็น 2 ชนิดคือ 1. กล้องจุลทรรศน์ที่ใช้แสง (Light Microscope : LM) 2. กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน (Electron Microscope) กล้องจุลทรรศน์ที่ใช้แสง (LM) แบ่งออกเป็น 3 ชนิดด้วยกันคือ 1. กล้องจุลทรรศน์อย่างง่ายหรือแว่นขยาย (Compound Microscope or Magnifying glass) ซึ่งใช้เพียงเลนส์นูนเพียงอันเดียวเป็นตัวช่วยในการขยายวัตถุให้ ดูใหญ่ขึ้น และภาพที่ได้จะเป็นภาพเสมือน ภาพที่ 1 แว่นขยาย 2. กล้องจุลทรรศน์ใช้แสงเชิงประกอบ (Compound Light Microscope) เป็นกล้องจุลทรรศน์ที่มีระบบเลนส์ที่ทาหน้าที่ขยายภาพ 2 ชุดด้วยกัน คือ 2.1 เลนส์ใกล้วัตถุ (objective lens) เป็นเลนส์นูน มีกาลังขยายขนาดต่างๆ กั น คื อ 4X, 10X, 40X แ ล ะ 100X (ต้ อ ง ใ ช้ น้ ามั นเป็ น ตั ว ก ล าง ร ะ หว่ างส ไ ล ด์ ที่ ว างวั ต ถุ กั บ เล นส์ ใก ล้ วั ต ถุ ) เลนส์เหล่านี้ติดอยู่กับแป้นซึ่งหมุนได้โดยรอบ เพื่อปรับกาลังขยายที่ต้องการใช้ 2.2 เลนส์ใกล้ตา(eyepiece) เป็นเลนส์นูน กาลังขยายเป็น 10X, 15X และ 25X เ ล น ส์ ใ ก ล้ ต า เ ห ล่ า นี้ ส า ม า ร ถ เ ลื อ ก ใ ช้ ไ ด้ ต า ม ต้ อ ง ก า ร โดยการถอดขนาดที่ไม่ต้องการออกแล้วนาขนาดที่ต้องการมาสวมแทนที่ส่วนบนของลาก ล้อง ห ลั ก ก า ร ท า ง า น ข อ ง ก ล้ อ ง จุ ล ท ร ร ศ น์ คื อ เมื่อแสงไฟจากหลอดไฟเป็นแหล่งกาเนิดแสงจะถูกรวบรวมแสงโดย condenser lens ไปตกที่วัตถุที่วางบนแท่นวางวัตถุ (Specimen stage) จากนั้นเลนส์ใกล้วัตถุ (objective lens) จะเป็นตัวขยายวัตถุให้ได้ภาพที่ใหญ่ขึ้น แล้วจะส่งต่อไปยัง เลนส์ใกล้ตา (eyepiece) เพื่อขยายภาพสุดท้าย
  • 3. Kosumwittayasan | MICROSCOPE 3 ภาพที่ 2 ส่วนประกอบของกล้องจุลทรรศน์ชนิด Compound Light Microscope ส่วนประกอบต่างๆของกล้องจุลทรรศน์ชนิด Bright field Microscope 1. ลากล้อง (Body) เป็นส่วนที่เชื่อมอยู่ระหว่างเลนส์ใกล้ตากับเลนส์ใกล้วัตถุ ทาหน้าที่ป้องกันการรบกวนจากแสงภายนอก 2. จ า น ห มุ น (Revolving nosepiece) ใช้หมุนเมื่อต้องการเปลี่ยนกาลังขยายของเลนส์ใกล้วัตถุ 3-5. เลนส์ ใกล้วัตถุ (Objective lens) เป็นเลนส์ ขยายภ าพที่อ ยู่ใกล้วัต ถุ มีกาลังขยายต่างกัน กล้องแต่ละอันจะมี 3 เลนส์ คือ - เลนส์ใกล้วัตถุกาลังขยายต่า (Lower power) กาลังขยาย 4X, 10X - เลนส์ใกล้วัตถุกาลังขยายสูง (High power) 40X - เลนส์ใกล้วัตถุแบบ Oil Immersion ขนาด 100X 6. ที่ ห นี บ ส ไ ล ด์ (Stage clip) อ ยู่ บ น แ ท่ น ว า ง วั ต ถุ มี 1 คู่ ใช้สาหรับหนีบสไลด์ให้ติดกับแท่นวางวัตถุ 7. เล น ส์ ร ว ม แ ส ง (Condenser) จ ะ อ ยู่ ด้ า น ใ ต้ ข อ ง แ ท่ น ว า ง วั ต ถุ ทาหน้าที่รวมแสงให้เข้มขึ้นเพื่อส่งไปยังวัตถุที่ต้องการศึกษา 8. หลอดไฟ เป็นแหล่งกาเนิดแสง
  • 4. Kosumwittayasan | MICROSCOPE 4 9. เ ล น ส์ ใ ก ล้ ต า (Ocular lens ห รื อ Eyepiece lens) ท า ห น้ า ที่ ข ย า ย ภ า พ ที่ ไ ด้ จ า ก เ ล น ส์ ใ ก ล้ วั ต ถุ ใ ห้ มี ข น า ด ใ ห ญ่ ขึ้ น ภาพที่ได้จะเป็นภาพเสมือนหัวกลับ 10. แ ข น (Arm) เ ป็ น ส่ ว น ยึ ด ล า ก ล้ อ ง แ ล ะ ฐ า น ไ ว้ ด้ ว ย กั น เป็นตาแหน่งที่ใช้จับเวลาเคลื่อนย้ายกล้องจุลทรรศน์ 11. แ ท่ น ว า ง ส ไ ล ด์ ห รื อ แ ท่ น ว า ง วั ต ถุ (Specimen stage) เ ป็ น แ ท่ น ส า ห รั บ ว า ง ส ไ ล ด์ ตั ว อ ย่ า ง ที่ ต้ อ ง ก า ร ศึ ก ษ า มีลักษณะเป็นแท่นสี่เหลี่ยมตรงกลางมีรูให้ลาแสงจากหลอดไฟส่องผ่านไปยังวัตถุที่ต้องการศึ กษา แท่นวางวัตถุนี้สามารถเลื่อนขึ้นเลื่อนลงได้ 12. ปุ่ ม ป รั บ ภ า พ ห ย า บ (Coarse adjustment) เป็ น ปุ่ ม ข น า ด ใ ห ญ่ ใช้ในการปรับหาระยะภาพ 13. ปุ่ ม ป รั บ ภ า พ ล ะ เ อี ย ด (Fine adjustment) เ ป็ น ปุ่ ม ข น า ด เ ล็ ก ทาหน้าที่ในการปรับภาพให้ชัดเจนมากขึ้น ภาพที่เกิดจากเลนส์ใกล้วัตถุจะเป็นจริงหัวกลับ 14. ฐ า น (Base) เ ป็ น ส่ ว น ที่ ใ ช้ ใ น ก า ร ตั้ ง ก ล้ อ ง ทาหน้าที่รับน้าหนักทั้งหมดของกล้องจุลทรรศน์ 15. ไ อ ริ ส ไ ด อ ะ แ ฟ ร ม (Iris diaphragm) อยู่ใต้เลนส์รวมแสงทาหน้าที่ปรับปริมาณแสงให้เข้าสู่เลนส์ในปริมาณที่ต้องการ ภาพที่ 3 ภาพที่เกิดจากกล้องจุลทรรศน์ชนิด Compound Light Microscope 3. กล้องจุลทรรศน์ใช้แสงแบบสเตอริโอ (Stereoscopic microscope) เป็นกล้องชนิดเลนส์ประกอบที่ทาให้เกิดภาพ 3 มิติ ใช้ศึกษาวัตถุที่มีขนาดใหญ่ซึ่งไม่สามารถแยกรายละเอียดด้วยตาเปล่า กล้องชนิดนี้แตกต่างจากกล้องจุลทรรศน์ใช้แสงที่มีกาลังขยายทั่วไป ดังนี้ 3.1 ภาพที่เห็นเป็นภาพ 3 มิติ มีความชัดลึกและเป็นภาพเสมือนหัวตั้ง ไม่กลับซ้าย-ขวา 3.2 เลนส์ใกล้วัตถุมีกาลังขยายน้อยกว่า 10X
  • 5. Kosumwittayasan | MICROSCOPE 5 3.3 ใช้ศึกษาวัตถุทึกแสงและโปร่งแสง ก. ข. ภาพที่ 4 ก. กล้องจุลทรรศน์ใช้แสงแบบสเตอริโอ (Stereoscopic microscope) ข. ภาพที่เกิดจากกล้องจุลทรรศน์ใช้แสงแบบสเตอริโอ (Stereoscopic microscope) การใช้กล้องจุลทรรศน์ 1. ก า ร จั บ ก ล้ อ ง แ ล ะ เ ค ลื่ อ น ย้ า ย ก ล้ อ ง ต้องใช้มือหนึ่งจับที่แขนและอีกมือหนึ่งรองที่ฐานของกล้อง ตั้งลากล้องให้ตรง 2. เปิดไฟเพื่อให้แสงเข้าลากล้องได้เต็มที่ 3. ห มุ น เ ล น ส์ ใ ก ล้ วั ต ถุ ให้เลนส์ที่มีกาลังขยายต่าสุดอยู่ในตาแหน่งแนวของลากล้อง 4. น า ส ไ ล ด์ ที่ จ ะ ศึ ก ษ า ม า ว า ง บ น แ ท่ น ว า ง วั ต ถุ โดยปรับให้อยู่กลางบริเวณที่แสงผ่าน 5. ค่ อ ย ๆ ห มุ น ปุ่ ม ป รั บ ภ า พ ห ย า บ ใ ห้ ก ล้ อ ง เ ลื่ อ น ขึ้ น ช้ า ๆ เพื่อหาระยะภาพหรือจุดโฟกัส แต่ต้องระวังไม่ให้เลนส์ใกล้วัตถุกระทบกับสไลด์ตัวอย่าง เพราะจะทาให้เลนส์แตกได้ 6. ป รั บ ภ า พ ใ ห้ ชั ด เ จ น ขึ้ น ด้ ว ย ปุ่ ม ป รั บ ภ า พ ล ะ เ อี ย ด ถ้าวัตถุที่ศึกษาไม่อยู่ตรงกลางให้เลื่อนสไลด์ให้มาอยู่ตรงกลาง 7. ถ้าต้องการให้ภาพขยายใหญ่ขึ้นให้หมุนเลนส์ใกล้วัตถุที่มีกาลังขยายสูงกว่าเดิมมาอยู่ใน ตาแหน่งแนวของลากล้อง จากนั้นปรับภาพให้ชัดเจนด้วยปุ่มปรับภาพละเอียดเท่านั้น ห้ าม ป รั บ ภ าพ ด้ ว ย ปุ่ ม ป รั บ ภ า พ ห ย าบ เพ ร าะ จ ะ ท าใ ห้ ร ะ ย ะ ข อ ง ภ า พ หรือจุดโฟกัสของภาพเปลี่ยนไป
  • 6. Kosumwittayasan | MICROSCOPE 6 8. บันทึกกาลังขยายโดยหาได้จากผลคูณของกาลังขยายของเลนส์ใกล้วัตถุกับกาลังขยา ยของเลนส์ใกล้ตา ข้อควรระวังในการใช้กล้องจุลทรรศน์ เนื่องจากกล้องจุลทรรศน์เป็นอุปกรณ์ที่มีราคาค่อนข้างสูงและมีส่วนประกอบที่อาจเ สียหายง่ายโดยเฉพาะเลนส์ จึงต้องใช้และเก็บรักษาด้วยความระมัดระวังให้ถูกวิธี ซึ่งมีวิธีปฏิบัติดังนี้ 1. ใ น ก า ร ย ก ก ล้ อ ง แ ล ะ เ ค ลื่ อ น ย้ า ย ก ล้ อ ง ต้องใช้มือหนึ่งจับที่แขนและอีกมือหนึ่งรองที่ฐานของกล้อง 2. ส ไ ล ด์ แ ล ะ ก ร ะ จ ก ปิ ด ส ไ ล ด์ ที่ ใ ช้ ต้ อ ง ไ ม่ เ ปี ย ก เพราะอาจจะทาให้แท่นวางวัตถุเกิดสนิม และเลนส์ใกล้วัตถุอาจขึ้นราได้ 3. เมื่อต้องการหมุนปุ่มปรับภาพหยาบต้องมองด้านข้างตามแนวระดับแท่นวางวัตถุ เพื่อป้องกันการกระทบของเลนส์ใกล้วัตถุกับกระจกสไลด์ ซึ่งอาจทาให้เลนส์แตกได้ 4. การหาภาพต้องเริ่มด้วยเลนส์ใกล้วัตถุที่มีกาลังขยายต่าสุดก่อนเสมอ 5. เมื่อต้องการปรับภาพให้ชัดขึ้นให้หมุนเฉพาะปุ่มปรับภาพละเอียดเท่านั้น เพราะถ้าหมุนปุ่มปรับภาพหยาบจะทาให้ระยะภาพหรือจุดโฟกัสของภาพเปลี่ยนไปจากเดิ ม 6. ห้ามใช้มือแตะเลนส์ ควรใช้กระดาษเช็ดเลนส์ในการทาความสะอาดเลนส์ 7. เ มื่ อ ใ ช้ เ ส ร็ จ แ ล้ ว ต้ อ ง เ อ า วั ต ถุ ที่ ศึ ก ษ า อ อ ก เ ช็ ด แ ท่ น ว า ง วั ต ถุ แ ล ะ เ ช็ ด เ ล น ส์ ใ ห้ ส ะ อ า ด หมุนเลนส์ใกล้วัตถุกาลังขยายต่าสุดให้อยู่ตรงกลางลากล้อง และเลื่อนลากล้องลงต่าสุด ปรับกระจ กให้อ ยู่ในแนวตั้งฉากกับแท่ นวางวัตถุ เพื่อ ป้อง กันไม่ให้ฝุ่ นเกาะ แล้วเก็บใส่กล่องหรือตู้ให้เรียบร้อย กาลังขยายของกล้องจุลทรรศน์ กล้อง EM กล้องใช้แสง กำลังขยำยกล้อง = เลนส์ใกล้ตำxเลนส์ใกล้วัตถุ ขนำดวัตถุจริง = ขนำดภำพ กำลังขยำยกล้อง กำรหำเส้นผ่ำนศูนย์กลำงของจอภำพ = กำลังขยำยของเลนส์ต่ำสุดxเส้นผ่ำนศูนย์กลำงของจอภำพที่กำลังขยำยต่ำสุด กำลังขยำยของเลนส์ (ขณะที่ศึกษำ)
  • 7. Kosumwittayasan | MICROSCOPE 7 กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน (Electron Microscope: EM) กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนในปัจจุบันมี 2 ชนิดด้วยกัน 1. กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนชนิดส่องผ่าน (Transmission Electron Microscope: TEM) เอิร์นสต์ รุสกา สร้างสาเร็จเป็นคนแรก ในปี ค.ศ.1932 ใช้ในการศึกษาโครงสร้างภายในของเซลล์โดยลาแสงอิเล็กตรอนจะส่องผ่านเซลล์ ห รื อ วั ต ถุ ตั ว อ ย่ า ง ที่ ศึ ก ษ า ซึ่ ง ต้ อ ง มี ลั ก ษ ณ ะ บ า ง เ ป็ น พิ เ ศ ษ ขั้นตอนในการเตรียมตัวอย่างที่ศึกษายุ่งยาก หลักการทางานของกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนชนิดส่องผ่าน ลาแสงอิเล็กตรอนเกิดจากการผ่านกระแสไฟฟ้าแรงสูง เข้าไปในขดลวดทังสเตน (Tungsten filament) ทาใ ห้มี อิ เล็ กต รอ นวิ่งอ อ กม าจ ากส่ วนป ล ายขอ ง filament จากนั้นจะวิ่งตรงไปยังวัตถุ ซึ่งลาแสงอิเล็กตรอนที่วิ่งผ่านวัตถุจะวิ่งไปยังเลนส์ใกล้วัตถุ (Objective lens) แ ล ะ จ ะ ถู ก ข ย าย สั ญ ญ าณ ใ ห้ ใ ห ญ่ ขึ้ น โ ด ย Objective lens สุดท้ายอิเล็กตรอนจะไปกระตุ้นโมเลกุลของ ซิงค์ซัลไฟด์ (Zinc sulfide) ที่ ฉ าบ อ ยู่ บ น ฉ ากรั บ ภ าพ (Fluorescence screen) ท าใ ห้ เกิ ดเป็ น ภ าพ 2 มิ ติ โดยที่ วัตถุที่มีค่ าเล ขอะตอม (Atomic number) มากนั้น ภ าพที่ได้จะเห็นเป็นสีดา ส่วนวัตถุที่มีค่าเลขอะตอมน้อย ภาพที่เห็นจะเป็นสีขาว ภาพที่ 5 ก. กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนชนิดส่องผ่าน (Transmission Electron Microscope:TEM) ข. ภาพที่เกิดจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนชนิดส่องผ่าน (Transmission Electron Microscope:TEM) 2. กล้องจุลทรรศน์ชนิดส่องกราด (Scanning Electron Microscope: SEM) เอ็ม วอน เอนเดนนี (M Von Andenne) สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1938 โ ด ย ใ ช้ ศึ ก ษ า ผิ ว ข อ ง เซ ล ล์ ห รื อ ผิ ว ข อ ง ตั ว อ ย่ า ง วั ต ถุ ที่ น าม า ศึ ก ษ า
  • 8. Kosumwittayasan | MICROSCOPE 8 โดยลาแสงอิเล็กตรอนจะส่องกราดไปบนผิวของวัตถุ ทาให้ได้ภาพซึ่งมีลักษณะเป็นภาพ 3 มิติ หลักการทางานของกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนชนิดส่องกราด เกิ ด จ า ก ก า ร ที่ Primary electron วิ่ ง ไ ป ก ร ะ ท บ พื้ น ผิ ว ข อ ง วั ต ถุ ทาให้มีการสะท้อนกลับของพลังงานในรูปแบบต่างๆ เช่น back-scatterelectron, รังสีเอ็กซ์ (X-ray) ห รื อ secondary electron เ ป็ น ต้ น แ ล ะ ใ น ล า ก ล้ อ ง จุ ล ท ร ร ศ น์ อิ เ ล็ ก ต ร อ น ช นิ ด ส่ อ ง ก ร า ด จ ะ มี ตั ว รั บ สั ญ ญ า ณ ที่ ท า ห น้ า ที่ รั บ แ ล ะ เ ป ลี่ ย น secondary electron ให้เป็นสัญญาณอิเล็กตรอน (electrical signal) แล้วส่งสัญญาณไปยังจอภาพ (Cathode ray tube) เพื่อทาให้เกิดภาพที่ตามองเห็นได้ โดยภาพที่ออกมานั้นจะมีลักษณะ 3 มิติ จากนั้นจะบันทึกภาพลง Photographic ภาพที่6 ก. กล้องจุลทรรศน์ชนิดส่องกราด (Scanning Electron Microscope: SEM) ข. ภาพที่เกิดจากกล้องจุลทรรศน์ชนิดส่องกราด (Scanning Electron Microscope: SEM)
  • 9. Kosumwittayasan | MICROSCOPE 9 ภาพที่ 7 ภาพแสดงเส้นทางเดินของลาแสงของกล้อง ก. ชนิดส่องผ่าน ข. ชนิดส่องกราด ตารางเปรียบเทียบประสิทธิภาพตามนุษย์กับกล้องจุลทรรศน์
  • 10. Kosumwittayasan | MICROSCOPE 10 ตารางเปรียบเทียบกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงกับกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ลักษณะที่เปรียบเทีย บ กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แ สง กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอ น 1. แหล่งกาเนิดแสง กระจกเงาหรือหลอดไฟ ปืนยิงอิเล็กตรอน 2. แสงที่ใช้ แสงสว่างในช่วงที่ตามอ งเห็น ไ ด้ (ม่วง - แด ง) ความยาวคลื่น 4,000 – 7,000 อังสตรอม ลาแสงอิเล็กตรอนความย าวคลื่น ป ระมาณ 0.0 5 อังสตรอม 3. ชนิดของเลนส์ เลนส์แก้ว เลนส์แม่เหล็กไฟฟ้า 4. กาลังขยาย 1,000 – 1,500 เท่า 2 0 0 ,0 0 0 - 5 0 0 ,0 0 0 เท่าหรือมากกว่า 5 . ขนาดของวัตถุที่เล็ก ที่สุดที่มองเห็น 0.2 ไมโครเมตร 0.0004 ไมโครเมตร 6. อากาศในตัวกล้อง มีอากาศ สุญญากาศ 7. ภาพที่ได้ ภาพเสมือนหัวกลับดูได้จ ากเลนส์ใกล้ตา ภาพปรากฏบนจอรับภาพ เรืองแสง 8. ระบบหล่อเย็น ไม่มี มี เนื่องจากเกิดความร้อนม าก 9. วัตถุที่ส่องดู มี หรือ ไม่มีชีวิต ไม่มีชีวิตเท่านั้น

×