Original cai

3,502 views
3,340 views

Published on

Published in: Education
0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
3,502
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Original cai

  1. 1. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนComputer-Assisted Instruction<br />HemmaratThanapat 0866414318<br />Phd. Candidate in Educational Technology and Communications<br />http://www.hemmarat.com<br />Facebook : hemmarat<br />http://thana33.hi5.com<br />http://hemmarat.multiply.com<br />http://thana8325.blogspot.com<br />hem_thana@hotmail.com<br />hemmarat@gmail.com<br />Hemmarat Thanapat<br />
  2. 2. นิสิตรู้จักคำเหล่านี้หรือไม่?<br />CAI ?<br />CBI ?<br />CAL ?<br />CAL ?<br />
  3. 3. นิสิตรู้จักคำเหล่านี้หรือไม่?<br />CAI = Computer Assisted Instruction <br />CBI = Computer Based Instruction<br />CAL = Computer Aided Learning <br />CAL = Computer Assisted Learning <br />
  4. 4. นิสิตรู้จักคำนี้หรือไม่?<br />Courseware ??<br />
  5. 5. ราชบัณฑิตยสถาน บัญญัติ<br />โปรแกรมบทเรียน<br />ระบบการเรียนการสอน ที่มีการนำเนื้อหาวิชา และวิธีสอนมาบันทึกเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สำหรับให้ผู้เรียนใช้เพื่อการเรียนรู้ โดยให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์หรือโต้ตอบกับบทเรียนในเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่ต้องอาศัยครูหรือผู้สอนเข้าร่วมกิจกรรมโดยตรง<br />
  6. 6. คอมพิวเตอร์ช่วยสอน<br />คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction : CAI) เป็นกระบวนการเรียนการสอนโดยใช้สื่อคอมพิวเตอร์ในการนำเสนอเนื้อหาเรื่องราวต่างๆมีลักษณะเป็นการเรียนโดยตรงและเป็นการเรียนแบบมีปฏิสัมพันธ์ (Interactive) คือสามารถโต้ตอบระหว่างผู้เรียนกับคอมพิวเตอร์ได้<br />
  7. 7. คอมพิวเตอร์ช่วยสอนคืออะไร<br />รศ.ยืนภู่วรวรรณ: โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ได้นำเนื้อหาวิชาและลำดับวิธีการสอนมาบันทึกเก็บไว้คอมพิวเตอร์จะช่วยนำบทเรียนที่เตรียมไว้อย่างเป็นระบบมาเสนอในรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับนักเรียนแต่ละคน<br />ดร.สุกรีรอดโพธิ์ทอง: โปรแกรมคอมพิวเตอร์หลายๆรูปแบบที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสอนและการรับรู้ของผู้เรียน<br />สารานุกรมศัพท์การศึกษาและจิตวิทยาสาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษาม.สุโขทัยธรรมาธิราช: การนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในระบบการเรียนการสอนวิชาต่างๆเช่นวิชาสังคมศิลปวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ภาษาไทยภาษาต่างประเทศรวมทั้งวิชาคอมพิวเตอร์โดยถือว่าคอมพิวเตอร์เป็นสื่อในระบบการเรียนการสอนที่สามารถให้ผู้เรียนรู้ผลการตอบสนองได้รวดเร็วกว่าสื่อประเภทอื่นยกเว้นสื่อบุคคล<br />
  8. 8. อะไรคือคอมพิวเตอร์ช่วยสอน<br />เป็นบทเรียนคอมพิวเตอร์สำหรับใช้ในการเรียนการสอน<br />เป็นโปรแกรมสำหรับให้เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง<br />เป็นบทเรียนที่มีการออกแบบอย่างเป็นระบบ<br />เป็นโปรแกรมที่มีกระบวนการเรียนการสอนครบถ้วน<br />เป็นบทเรียนที่ใช้สอนแทนครูได้/หรือใช้สอนเสริม<br />เป็นโปรแกรมที่มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับโปรแกรม<br />
  9. 9. แนวคิดการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน<br />บทเรียนโปรแกรม (Programmed Instruction)<br />พฤติกรรมนิยม (Behaviorism)<br />เสนอสิ่งเร้าให้กับผู้เรียนได้แก่เนื้อหาภาพนิ่งคำถามภาพเคลื่อนไหว<br />ประเมินการตอบสนองของผู้เรียนได้แก่การตัดสินคำตอบ<br />ให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อการเสริมแรงได้แก่การให้รางวัลหรือคะแนน<br />ให้ผู้เรียนเลือกสิ่งเร้าในลำดับต่อไปและเลือกเนื้อหาที่เรียนได้<br />
  10. 10. CAI/CBI/CBT<br />CAI : Computer-Assisted Instruction<br />CBI : Computer-Based Instruction<br />CBL : Computer-Based Learning<br />CBT : Computer-Based Training<br />CMI : Computer Management Instruction<br />CBE : Computer-Based Education<br />IMCAI : Interactive Multimedia CAI<br />
  11. 11. ประเภทของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน<br />Tutorial<br />Drill and Practice<br />Simulation<br />Instructional Game<br />Problem-Solving <br /><ul><li>Instruction
  12. 12. Test
  13. 13. Discovery </li></li></ul><li>รูปแบบโปรแกรมบทเรียนแบบ TutorialInstruction<br />บทนำโปรแกรม<br />เสนอเนื้อหาบทเรียน<br />คำถามและคำตอบ<br />จบบทเรียน<br />ให้ข้อมูลย้อนกลับ<br />ตรวจคำตอบ<br />
  14. 14. ประเภทการฝึกหัด(Drill and Practice)<br /> ประเภทนี้วัตถุประสงค์คือ ฝึกความแม่นยำ หลังจากที่เรียนเนื้อหาจาก<br />ในห้องเรียนมาแล้ว<br /> โปรแกรมจะไม่เสนอเนื้อหาแต่ใช้วิธีสุ่มคำถามที่นำมาจากคลังข้อสอบ<br />มีการเสนอคำถามซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อวัดความ<br />รู้จริง มิใช่การเดา จากนั้นก็จะประเมินผล<br />
  15. 15. รูปแบบโปรแกรมบทเรียนแบบ Drill and Practice<br />บทนำโปรแกรม<br />เสนอปัญหา คำถาม<br />คำถามและคำตอบ<br />จบบทเรียน<br />ให้ข้อมูลย้อนกลับ<br />ตรวจคำตอบ<br />
  16. 16. ประเภทสถานการณ์จำลอง(Simulation)<br />วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เรียนได้ทดลองปฏิบัติกับสถานการณ์จำลองที่มีความใกล้เคียงกับเหตุการณ์จริง เพื่อฝึกทักษะและเรียนรู้โดยไม่ต้องเสี่ยงหรือเสียค่าใช้จ่ายมาก<br />โปรแกรมประเภทนี้มักเป็นโปรแกรมสาธิต(Demostration) เพื่อให้ผู้เรียนทราบถึงทักษะที่จำเป็น<br />
  17. 17. ประเภทเกมการสอน (Instruction Games)<br />กระตุ้นความสนใจของผู้เรียน มีการแข่งขัน เราสามารถใช้เกมในการสอนและเป็นสื่อที่ให้ความรู้แก่ผู้เรียนได้ในแง่ของกระบวนการ ทัศนคติ ตลอดจนทักษะต่างๆ ทั้งยังช่วยเพิ่มบรรยากาศในการเรียนรู้ให้มากขึ้นด้วย<br />
  18. 18. รูปแบบโปรแกรมแบบ Instruction Games<br />บทนำโปรแกรม<br />เสนอสถานการณ์<br />การกระทำที่ต้องการ<br />การกระทำของผู้เรียน<br />จบบทเรียน<br />การปรับระบบ<br />การกระทำของคู่แข่งขัน<br />
  19. 19. ประเภทการค้นพบ (Discovery<br /> ประเภทนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เรียน ได้มีโอกาสทดลองกระทำสิ่งต่างๆ ก่อน จนกระทั่งสามารถหาข้อสรุปได้ด้วยตนเอง โปรแกรมจะเสนอปัญหาให้ ผู้เรียนได้ลองผิดลองถูกและให้ข้อมูลแก่ผู้เรียนเพื่อช่วยผู้เรียนในการค้น พบนั้น จนกว่าจะได้ข้อสรุปที่ดีที่สุด<br />
  20. 20. ประเภทการแก้ปัญหา (Problem-Solving)<br /> เพื่อฝึกให้นักเรียนรู้จักการคิด การตัดสินใจ โดยจะมีเกณฑ์ ที่กำหนดให้แล้วผู้เรียนพิจารณาตามเกณฑ์นั้นๆ<br />- ผู้เรียนกำหนดปัญหาเอง<br />- ผู้เขียนกำหนดปัญหาให้<br />
  21. 21. ประเภทเพื่อการทดสอบ (Test)<br />ประเภทนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการสอน แต่เพื่อใช้ประเมินการสอนแต่เพื่อใช้ประเมินการสอนของครูหรือการเรียนของนักเรียน คอมพิวเตอร์จะประเมินผลในทันทีว่านักเรียนสอบได้หรือสอบตก และจะอยู่ในลำดับที่เท่าไรได้ผลการสอบกี่เปอร์เซ็นต์<br />
  22. 22. ลักษณะบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน<br />แบบเชิงเส้น (CAI Linear Programming) <br /><ul><li>แบบแยกสาขา (CAI Branch Programming)</li></ul>บทนำ<br />บทนำ<br />บทที่ 1<br />บทที่ 1<br />บทที่ 2<br />บทที่ 3<br />บทที่ 2<br />บทที่ 3<br />
  23. 23. คุณลักษณะความเป็น CAI<br />Information : ข้อมูลเนื้อหามีสาระสำคัญ<br />Individual : สนองความแตกต่างระหว่างบุคคล<br />Interactive: การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้<br />Immediate : ตอบสนองและป้อนกลับได้ทันที<br />
  24. 24. ความเป็นสื่อการสอนของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน<br />สื่อหลัก<br />CAI สร้างขึ้นมาสอนแทนอาจารย์ได้อย่างสมบูรณ์ทั้งระบบมีขั้นตอนและกระบวนการที่ครอบคลุมทั้งหลักสูตร<br />สื่อเสริม<br />CAI ประกอบการสอนของอาจารย์ สร้างขึ้นเพื่อช่วยในการสอน เช่น การนำเสนอ การทบทวน การสอนเสริม <br />
  25. 25. ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน<br />ดึงดูดความสนใจในการเรียน/เร้าความสนใจในการสอน<br />ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว<br />ผู้เรียนมีโอกาสโต้ตอบกับบทเรียน กำหนดระยะเวลาและความเร็วในการเรียนรู้ด้วยตนเอง<br />ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความสะดวกทุกเวลาและเรียนซ้ำได้<br />ประหยัดเวลา งบประมาณ นักเรียนทุกคนได้เรียนในเนื้อหาเดียวกัน<br />ผู้เรียนจำเนื้อหาได้ง่าย จำได้นาน<br />ผู้สอนมีเวลามากขึ้นในการพัฒนาการสอน ฯลฯ<br />
  26. 26. ปัญหาของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน<br />ค่าใช้จ่ายในการผลิตสูงและต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ประกอบในการเรียน<br />การผลิตใช้เวลานานและมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก<br />ต้องมีบุคคลหลายฝ่ายช่วยในการผลิต<br />การขาดประสิทธิภาพในการเรียนรู้<br />การละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญา<br />ผู้ผลิตถูกคัดลอกผลงานทำให้ไม่มีแรงจูงใจในการผลิต<br />เนื้อหาคัดลอกจากตำราโดยไม่ได้รับอนุญาต<br />
  27. 27. ผู้เกี่ยวข้องในการสร้าง CAI<br />ผู้เชี่ยวชาญ<br />ผู้เชี่ยวชาญเนื้อหา >> ครูผู้สอน นักวิชาการ<br />ผู้เชี่ยวชาญการสอน >> ครูผู้สอน<br />ผู้เชี่ยวชาญสื่อ >> นักเทคโนโลยีการศึกษา<br />ผู้เชี่ยวชาญโปรแกรม >> โปรแกรมเมอร์<br />ผู้ออกแบบและพัฒนา<br />ผู้วิเคราะห์และออกแบบระบบ วัดผลประเมินผล ทดสอบการทำงาน<br />ผู้บริหารโครงการ<br />ผู้บริหารจัดการด้านการเงิน การจัดหาอุปกรณ์ การประสานงานผลิต<br />
  28. 28. เครื่องมือในการสร้าง CAI<br />ภาษาโปรแกรมระดับสูง (high-level languages) เช่น BASIC, Pascal, Logo และ C <br />ภาษานิพนธ์บทเรียน (authoring languages) เช่น Coursewriter, Pilot และ Tutor <br />ระบบนิพนธ์บทเรียน (authoring systems) เช่น PHOENIX, DECAL, Icon-Author, InfoWindow, LS1, SOCRATIC และAuthorware<br />เครื่องช่วยนิพนธ์บทเรียน (authoring utilities) ซึ่งแบ่งออกได้อีกหลายชนิดเช่น lesson shell (ตัวอย่างโปรแกรม: Apple Shell Games), code generator (ตัวอย่างโปรแกรม: Screen Sculptor) และ library routines <br />5.เครื่องมือการสร้าง (authoring tools) เช่น Authorware, ToolBook,EZ tools Chula CAI ฯลฯ<br />
  29. 29. การสอนด้วยคอมพิวเตอร์ช่วยสอนของกาเย่<br />การเร้าความสนใจ<br />การบอกวัตถุประสงค์<br />การทบทวนความรู้เดิม<br />การนำเสนอเนื้อหาใหม่<br />การชี้แนวทางการเรียนรู้<br /><ul><li>การกระตุ้นให้เกิดการตอบสนอง
  30. 30. การให้ข้อมูลป้อนกลับ
  31. 31. การทดสอบความรู้
  32. 32. การจำและการถ่ายโยงความรู้</li></li></ul><li>ส่วนประกอบบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน<br />บทนำเรื่อง<br />คำอธิบายการใช้งาน<br />จุดประสงค์บทเรียน<br />รายการหลัก<br />แบบทดสอบก่อนเรียน<br />เนื้อหาวิชา<br />บทสรุปและการนำไปใช้<br />แบบทดสอบหลังเรียน<br />
  33. 33. การออกแบบหน้าจอภาพ<br />การกำหนดขนาดจอภาพ 640*480 / 800*600 / 1024*728<br />การใช้สีตัวอักษร/สีพื้น/รูปภาพ/ภาพเคลื่อนไหว/กราฟิกส์<br />การจัดรูปแบบจอภาพ การวางภาพ/เนื้อหา/ปุ่มควบคุม<br />การนำเสนอเนื้อหา<br />การใช้เทคนิคประกอบ<br />การควบคุมการเรียน/การป้อนกลับ<br />
  34. 34. คอมพิวเตอร์ช่วยสอนกับงานเทคโนโลยีอุตสาหกรรม<br />เพื่อการฝึกอบรมผู้บริหาร<br />เพื่อการฝึกอบรมพนักงาน/ลดต้นทุนการฝึกอบรม<br />เพื่อนำเสนอรูปแบบการบริหารจัดการโรงงาน<br />เพื่อจำลองสถานการณ์การทำงานเครื่องจักรกล<br />เพื่อลดการใช้วัสดุของจริงในการฝึกหัดอุตสาหกรรม<br />
  35. 35. แนวโน้มในอนาคตของ CAI<br />CAI online<br />Learning Organization<br />Training on the workplace<br />Anytime Anywhere <br />ICAI<br />Virtual Reality <br />
  36. 36. การประเมินบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน<br />เนื้อหา (Content)<br />การออกแบบระบบการเรียนการสอน (Instructional System Design)<br />การออกแบบหน้าจอ (Screen Design)<br />เทคนิค (Technique)<br />
  37. 37. CAI แตกต่างอย่างไรกับ e-Learning<br /><ul><li>ON LINE</li></ul>OFF LINE<br /><ul><li>เรียนคนเดียว
  38. 38. หลายคนพร้อมกัน
  39. 39. ปฏิสัมพันธ์กับเครื่อง
  40. 40. ปฏิสัมพันธ์ทั้งเครื่องและคน
  41. 41. ติดต่อไม่ได้ในทันที
  42. 42. ติดต่อได้ทันที
  43. 43. ข้อมูลเฉพาะที่มีให้
  44. 44. ข้อมูลมีทั่วโลก</li>

×