Child Development
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Like this? Share it with your network

Share

Child Development

on

  • 7,541 views

 

Statistics

Views

Total Views
7,541
Views on SlideShare
7,483
Embed Views
58

Actions

Likes
4
Downloads
60
Comments
0

3 Embeds 58

http://www.susheewa.com 30
http://www.slideshare.net 27
https://learningedge.edgehill.ac.uk 1

Accessibility

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

Child Development Presentation Transcript

  • 1. การเจริญเติบโต พัฒนาการ และบทบาทพยาบาลในการสร้างเสริมสุขภาพเด็กวัยก่อนเรียน ผศ . ดร . อัจฉราพร ศรีภูษณาพรรณ ภาควิชาการพยาบาลกุมารเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 17 สิงหาคม 2550
  • 2. วัตถุประสงค์
    • อธิบายความหมายของเด็กวัยก่อนเรียนได้
    • อธิบายการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กวัยก่อนเรียนได้
    • อธิบายปัญหาสุขภาพและพัฒนาการที่เป็นปัญหาของเด็กวัยก่อนเรียนและแนวทางการดูแลได้
    • อธิบายบทบาทของพยาบาลในการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในเด็กวัยก่อนเรียนได้
  • 3. ความหมายและลักษณะของเด็กวัยก่อนเรียน
    • เด็กที่มีอายุระหว่าง 3-6 ปี
    • รูปร่างเริ่มผอมสูง ไหล่กว้าง แขนขายาว มือเท้าใหญ่ขึ้น
    • ไขมันบริเวณหน้าท้อง แก้ม แขนและขาลดน้อยลง
    • กระตือรือร้น พลังงานเหลือเฟือ ชอบเคลื่อนไหว
    • เป็นตัวของตัวเอง อยากรู้อยากเห็น แสดงความรู้สึกตรงไปตรงมา
    • พัฒนาการทางภาษาเร็ว ช่างซักถาม
  • 4. การเจริญเติบโต (Growth)
    • อัตราการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัวและความสูงช้ากว่าวัยก่อนหน้า
    • น้ำหนักเพิ่มปีละ 2-3 kg ส่วนสูงเพิ่มปีละ 6.75-7.50 cm โดยเฉลี่ย
    • อายุ 3 ปี OFC ~ 50 cm และเพิ่มขึ้น ~ 1 cm ทุก 3 ปี
    • อายุ 3-4 ปี VA ~ 20/40 อายุ 5 ปี VA ~ 20/30
    • nasopharynx ยังสั้นและตื้น
    • อายุ 3 ปี ฟันน้ำนมขึ้นครบ เริ่มหลุดเมื่อ 6 ปี ฟันแท้เริ่มขึ้น 1-2 ซี่
  • 5. การเจริญเติบโต (Growth) ( ต่อ )
    • คอยาวขึ้น ทอนซิลโตขึ้น
    • ทางเดินหายใจกว้างขึ้น cilia ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    • RR ~ 20-24 tpm
    • heart size ใกล้เคียงกับผู้ใหญ่ PR ~ 100 bpm
    • Digestion & absorption สมบูรณ์ ควบคุมการขับถ่ายได้
    • อายุ 5 ปี UT สมบูรณ์เกือบเท่าผู้ใหญ่ ควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะได้
    • กล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งแรง ท้องไม่ยื่น
  • 6. พัฒนาการ (Development)
    • พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว
      • ด้านกล้ามเนื้อมัดใหญ่ :
        • 3 ปี เดิน วิ่ง ปีน กระโดดได้ดีขึ้น ขึ้นลงบันไดได้
        • 4 ปี ขึ้นลงบันไดได้ก้าวละ 1 ขั้น กระโดดขาเดียวได้
        • 5 ปี ก้าวขึ้นบันได้ทีละ 2 ขั้น กระโดดสลับขาได้ ยืนขาเดียวได้นานขึ้น
  • 7. พัฒนาการ (Development)
    • พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว
      • ด้านกล้ามเนื้อมัดเล็ก :
        • วาดรูปทรงเรขาคณิตได้
        • 3 ปี ขีดเขียน ลากเส้นตรง สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยมตามแบบได้ วาดรูปคนที่มีอวัยวะมากกว่า 1 ส่วน
        • 5 ปี วาดรูปคนที่มีอวัยวะสำคัญของร่างกายได้ ใส่และถอดเสื้อผ้าเอง
  • 8.  
  • 9. พัฒนาการ (Development)
    • พัฒนาการด้านสติปัญญา ตาม Piaget’s theory of cognitive development
      • ระยะก่อนมีมโนทัศน์ (Preconceptional stage) : อายุ 2-4 ปี คิดว่าตนเองเป็นศูนย์รวมของทุกสิ่ง (egocentric) self-centered ยังไม่เข้าใจความคิดผู้อื่น การจำเกิดจากการเลียนแบบซ้ำๆ
      • ระยะนึกรู้ (Intuitive stage) : อายุ 4-7 ปี ใช้สัญลักษณ์แทนวัตถุ ยังคงยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง สิ่งแวดล้อมมีชีวิต การให้เหตุผลไม่เป็นไปตามเกณฑ์ทั่วไป
  • 10. พัฒนาการ (Development)
    • พัฒนาการด้านภาษา
      • ขึ้นกับความสามารถทางสติปัญญา การมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม การเลียนแบบคำพูดผู้อื่น
      • ใช้คำศัพท์ได้มากขึ้น มีโครงสร้างของประโยค
      • อายุ 3-4 ปี พูดประโยคสั้นๆ ชอบพูดแม้ว่าจะไม่มีใครสนใจฟัง บางครั้งพูดกับเพื่อนในจินตนาการ เลียนแบบคำพูดผู้ใหญ่
      • อายุ 4-5 ปี ประโยคยาวขึ้น ช่างซักถาม
      • อายุ 6 ปี สื่อความหมายในเชิงซับซ้อนมากขึ้น
  • 11. พัฒนาการ (Development)
    • พัฒนาการด้านจิตสังคม ตาม Erikson’s theory of psychosocial development
      • ขั้นพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และความรู้สึกผิด (Initiative vs guilt)
      • ชอบทำกิจกรรม เรียนรู้ ทดลองสิ่งใหม่ๆ ด้วยตนเอง
      • มีจินตนาการสูง ชอบเล่นกับเพื่อนวัยเดียวกัน แต่ทะเลาะแย่งของกันบ้าง
      • อายุ 3 ปี เริ่มแยกจากแม่ได้บ้าง อายุ 5 แยกจากแม่ได้โดยไม่ร้องไห้ แต่งตัวเองได้
  • 12. พัฒนาการ (Development)
    • พัฒนาการด้านอารมณ์
      • แสดงอารมณ์ทางร่างกาย ท่าทางและวาจา
      • อารมณ์ไม่รุนแรง จะไวต่อกฎเกณฑ์ของผู้เลี้ยงดูและสังคม
      • อายุ 3 ปี อาจยังไม่สามารถควบคุมอารมณ์ ดื้อรั้น หวงของ อิจฉา วิตกต่อการพลัดพราก การเผชิญกับคนแปลกหน้า กลัวจากคิดฝันเอาเอง
      • ทำลายข้าวของเพราะอยากรู้อยากทดลอง
  • 13. พัฒนาการ (Development)
    • พัฒนาการด้านอารมณ์
      • อายุ 4 ปี มีความไม่มั่นใจ ชอบกัดเล็บ ตาขยิบ ดูดนิ้ว แคะรูจมูก
      • ชอบพูดเกินจริงเพราะคิดฝันเอาเอง แสดงให้ผู้อื่นรู้ว่าทำได้
      • ชอบเล่นกับเพื่อน และทะเลาะกัน
      • กลัวในสิ่งที่ผู้ใหญ่เคยหลอก
      • กลัวคนแปลกหน้าและการพลัดพราก
  • 14. พัฒนาการ (Development)
    • พัฒนาการด้านอารมณ์
      • อายุ 5 ปี อารมณ์คงที่ขึ้น รอคอยได้ เข้าใจเหตุผลง่ายๆ
      • พอใจหากได้รับคำชม
      • แยกจากมารดาได้โดยไม่ร้องไห้
  • 15. พัฒนาการ (Development)
    • พัฒนาการทางเพศ ตาม Freud’s theory of psychosexual development
      • ขั้นพึงพอใจในอวัยวะสืบพันธุ์ (Phallic stage) : สนใจ กลัวสูญเสีย แยกเพศได้ ชอบลูบคลำอวัยวะเพศตนเอง
      • รักและยึดติดบิดามารดาต่างเพศ เลียนแบบบทบาทเพศเดียวกัน
      • Oedipus & Electra complex ( หวงแม่ หวงพ่อ )
      • เล่นบทบาทสมมติ
  • 16. พัฒนาการ (Development)
    • พัฒนาการด้านจริยธรรม ตาม Kohlberg’s theory of moral development
      • Preconventional level ขั้นเชื่อฟังคำสั่งและหลบหนีการลงโทษ (Obedience & punishment orientation)
      • ตนเป็นศูนย์กลาง คำนึงถึงประโยชน์ที่ตนได้รับ ไม่คำนึงถึงผลที่เกิดต่อผู้อื่น พิจารณาอำนาจผู้ใหญ่
      • ทำดี คือ ทำแล้วไม่ถูกลงโทษ ทำถูกต้อง คือ ทำแล้วตนพอใจ
  • 17. ปัญหาสุขภาพและแนวทางการดูแล
    • ฟันผุ จากการไม่ได้รับการเอาใจใส่อย่างถูกต้อง เลี้ยงอาหารและนมผิดวิธี พฤติกรรมการบริโภค
      • ควรสอนวิธีการดูแลช่องปากที่ถูกต้องและการสร้างนิสัยที่ดี
    • ท้องผูก อุจจาระแข็ง เด็กวัยฝึกหัดขับถ่ายอาจพบปัญหาถ่ายออกไม่หมด กลั้นไม่กล้าเบ่ง
      • ควรให้เด็กดื่มน้ำ น้ำส้มคั้น รับประทานผักและผลไม้
    • ทุพโภชนาการ เช่น โลหิตจาง เหน็บชา คอพอก จากการห่วงเล่น ไม่สนใจทานอาหาร ผู้ดูแลไม่ใส่ใจ
      • ให้ความรู้เรื่องการจัดอาหารที่มีคุณค่า
  • 18. ปัญหาสุขภาพและแนวทางการดูแล ( ต่อ )
    • การติดเชื้อ
    • ไข้หวัด จากความต้านทานต่ำ และกิจกรรมมาก
      • อาหาร การพักผ่อนที่เพียงพอ จะหายได้ใน 2-3 วัน
    • คอและต่อมทอนซิลอักเสบ
    • อุจจาระร่วง
      • รักษาความสะอาดของเด็กและผู้เลี้ยงดู
      • การปรุงอาหารที่สะอาด ดื่มน้ำสะอาด
    • อื่นๆ โรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ หัด อีสุกอีใส และคางทูม
  • 19. ปัญหาสุขภาพและแนวทางการดูแล ( ต่อ )
    • อุบัติเหตุและสารพิษ
      • ที่พบบ่อย ได้แก่ ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก สัตว์กัด หกล้ม จมน้ำ รถชน และได้รับสารพิษ
      • เด็กจะเรียนรู้เมื่อได้รับประสบการณ์จริง แต่อาจถึงตาย
      • ผู้ปกครองต้องสอนเรื่องอุบัติเหตุ สารพิษ ดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ให้เล่นใกล้ถนน
  • 20. พฤติกรรมที่เป็นปัญหาและแนวทางการดูแล
    • ปัญหาการนอน
      • อายุ 3-4 ปี มักตื่นกลางดึก ร้องไห้ กลัวไม่อยากเข้านอน ปัสสาวะรดที่นอน เป็นผลจากการเล่นในตอนกลางวัน
      • ควรแก้ไขโดยไม่ให้เล่นผาดโผนมากไปในเวลากลางวัน ไม่เล่าเรื่องตื่นเต้นใกล้เวลานอน
      • อาบน้ำทำความสะอาดให้เรียบร้อยก่อนนอน
      • ดูแลไม่ให้หิวหรืออิ่มเกินไปก่อนนอน
      • ไม่บังคับให้เด็กนอนทันทีหากตกใจตื่นตอนกลางคืน
  • 21. พฤติกรรมที่เป็นปัญหาและแนวทางการดูแล
    • ปัญหาการดูดนิ้ว
      • การดูดนิ้วเป็นการกล่อมตัวเอง หรือ การคลายเครียดของเด็ก
      • การดูดนิ้วควรหายไปเมื่อเด็กมีพัฒนาการทางกายและอารมณ์ที่ดีขึ้น
      • หากอายุ 6 ปีแล้วยังดูดนิ้วจะมีผลต่อฟันแท้
      • ควรสังเกตสถานการณ์ที่เด็กจะดูดนิ้วและทำการแก้ไข
  • 22. พฤติกรรมที่เป็นปัญหาและแนวทางการดูแล
    • ปัญหาการปัสสาวะรดที่นอน
      • อายุ 4 ปีขึ้นไปจะควบคุมการขับถ่ายได้
      • หากพบหลังอายุ 4 ปีไปแล้ว อาจเกิดจากความกลัว วิตกกังวล คับข้องใจ อาจส่งผลให้ขาดความเชื่อมั่นในตนเองตามมา
      • ไม่ควรดุด่า ล้อเลียน ควรหาสาเหตุของการทำให้เด็กไม่สบายใจและหาทางแก้ไข
      • ไม่ให้ดื่มน้ำ นม ก่อนนอน หรือปลุกให้ปัสสาวะหากจำเป็น
  • 23. พฤติกรรมที่เป็นปัญหาและแนวทางการดูแล
    • ปัญหาการพูดติดอ่าง
      • พบได้ในเด็กอายุ 2-4 ปี
      • พัฒนาการทางภาษารวดเร็ว นึกคำพูดไม่ทัน
      • มักเครียดจากการเปลี่ยนสังคม พ่อแม่เข้มงวด เพื่อนล้อ
  • 24. พฤติกรรมที่เป็นปัญหาและแนวทางการดูแล
    • ปัญหาการพูดปด
      • พบได้บ่อย จากการพูดตามจินตนาการ กลัวถูกลงโทษ
      • ควรฟังเหตุผลเด็ก บอกผลเสียของการพูดไม่จริง
  • 25. พฤติกรรมที่เป็นปัญหาและแนวทางการดูแล
    • ปัญหาการพูดคำหยาบ
      • เด็กมักไม่ทราบว่าเป็นคำที่ไม่เหมาะสม
      • ไม่ควรให้ความสนใจกับคำพูดมากไป สอนคำพูดที่เหมาะสม
  • 26. พฤติกรรมที่เป็นปัญหาและแนวทางการดูแล
    • ปัญหาการกลัวโรงเรียน
      • เป็นการเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมใหม่ กลัวพลัดพรากจากมารดา
      • ควรพาไปดูโรงเรียนล่วงหน้าพบกับคุณครู
  • 27. พฤติกรรมที่เป็นปัญหาและแนวทางการดูแล
    • ปัญหาการเล่นอวัยวะเพศ
      • อายุ 3-4 ปีอาจยังมีการสำรวจร่างกายตนเอง
      • อาจเกิดจากความเครียด
      • ไม่ควรดุด่า หากิจกรรมอื่นให้ทำ ให้ความใกล้ชิดเพิ่มขึ้น
  • 28. บทบาทของพยาบาลในการสร้างเสริมสุขภาพเด็ก
    • การสร้างเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการ
    • การตรวจสุขภาพและการคัดกรอง
    • การส่งต่อ
    • การป้องกันโรคและปัญหาสุขภาพ
    • การติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
    • การให้ความรู้และคำแนะนำแก่เด็ก ผู้ปกครอง คุณครู และผู้ดูแล
  • 29. บทบาทของพยาบาลในการสร้างเสริมสุขภาพเด็ก
    • เฝ้าระวังการเจริญเติบโต พัฒนาการ และการเกิดโรค
      • ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูงทุก 6 เดือน เทียบกับเกณฑ์
      • ประเมินพัฒนาการตามวัย ทุก 6 เดือน
      • สังเกตพฤติกรรมการเจ็บป่วย
  • 30. บทบาทของพยาบาลในการสร้างเสริมสุขภาพเด็ก
    • ดูแลด้านอาหาร
      • ให้ครบทั้งคุณค่า ปริมาณและชนิด เน้นการเสริมอาหารว่าง เช่น นม ผลไม้
      • ปลูกฝังเรื่องสุขลักษณะนิสัย เช่น การล้างมือ การไม่กินจุบจิบ การทานเป็นเวลา และร่วมโต๊ะอาหารกับครอบครัว
  • 31. บทบาทของพยาบาลในการสร้างเสริมสุขภาพเด็ก
    • ดูแลด้านการพักผ่อน
      • เด็กควรนอนวันละ 10-12 ชั่วโมง
      • อายุ 3-4 ปี จะนอนกลางวัน ~ 1-2 ชั่วโมง และลดลง
      • แก้ปัญหาการนอนไม่หลับ สะดุ้งตื่นกลางคืน
      • การเล่านิทานก่อนนอน
  • 32. บทบาทของพยาบาลในการสร้างเสริมสุขภาพเด็ก
    • ดูแลด้านกิจวัตรประจำวัน
      • การแปรงฟัน
      • การทำความสะอาดร่างกาย
      • การขับถ่าย
      • การดูแลสุขภาพและการรับวัคซีนตามกำหนด
      • การเล่น
  • 33. บทบาทของพยาบาลในการสร้างเสริมสุขภาพเด็ก
    • การฝึกระเบียบวินัย
      • พร้อมที่จะทำตามกฎระเบียบ เข้าใจคำสอนและฟังผู้ที่เหนือกว่า
      • ส่งเสริมการตัดสินใจกระทำด้วยตนเอง ไม่เข้มงวดหรือตามใจเกินไป
      • ชมเชยและลงโทษตามความเหมาะสม
      • ควรฝึกการรับประทานอาหาร การนอน การขับถ่าย สุขนิสัย การเก็บของ การไหว้พระ เคารพธงชาติ การเข้าคิว เป็นต้น
  • 34. บทบาทของพยาบาลในการสร้างเสริมสุขภาพเด็ก
    • การสอนเกี่ยวกับเรื่องเพศ
      • การเป็นตัวอย่างในบทบาททางเพศ
        • แนะนำบิดามารดาเกี่ยวกับการเป็นตัวอย่างการแสดงบทบาททางเพศ การจัดของเล่น การสอนคำพูดที่เหมาะสม
      • การสอนและตอบคำถามเกี่ยวกับเพศ
        • สอนและตอบแบบง่ายๆ สั้นๆ และเป็นความจริง
        • ไม่ดุด่าเมื่อเด็กถาม
  • 35. บทบาทของพยาบาลในการสร้างเสริมสุขภาพเด็ก
    • การเตรียมเด็กเข้าโรงเรียน
    • การส่งเสริมการดูแลตนเองตามวัย
      • การดูแลตนเองโดยทั่วไป : อากาศ อาหารและน้ำ อนามัยส่วนบุคคล การขับถ่าย การพักผ่อน การอยู่ในสังคม และการป้องกันอันตราย
      • การดูแลตนเองเมื่อเจ็บป่วย ไม่สบาย : ให้บอกผู้ใหญ่เมื่อรู้สึกร้อน หนาว เจ็บ ค่อยๆ หัดการดูแลตนเอง ให้คำชมเชยเมื่อทำได้