นักคณิตศาสตร์ของโลก

5,938 views

Published on

Published in: Technology, Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
5,938
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
351
Actions
Shares
0
Downloads
45
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

นักคณิตศาสตร์ของโลก

  1. 1. นักคณิตศาสตร์ของโลก นายนุกูล แจ้งสว่าง ชั้นปี 2 โปรแกรมวิชาคณิตศาสตร์ คณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
  2. 2. ยูคลิด ( Euclid )
  3. 3. ยูคลิด ( Euclid )  ยูคลิดเป็นนักคณิตศาสตร์ที่สำคัญ และเป็นที่รู้จักกันดี ยูคลิดเกิดที่เมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอิยิปต์ เมื่อราว 365 ปี ก่อนคริสตกาล เมื่อมีชีวิตอยู่จนกระทั่งประมาณปี 300 ก่อนคริสตกาล สิ่งที่มีชื่อเสียงคือผลงานเรื่อง The Elements หลักฐานและเรื่องราวเกี่ยวกับตัวยูคลิดยังคงสับสน เพราะมีผู้เขียนไว้หลายรูปแบบ อย่างไรก็ตามผลงานเรื่อง The Elements ยังคงหลงเหลืออยู่จนถึงทุกวันนี้ จากหลักฐานที่สับสนทำให้สันนิษฐานที่เกี่ยวกับยูคลิดมีหลายแนวทาง เช่น ยูคลิดเป็นบุคคลที่เขียนเรื่อง The Element หรือยูคลิดเป็นหัวหน้าทีมนักคณิตศาสตร์ที่อาศัยอยู่ที่อเล็กซานเดรีย และได้ช่วยกันเขียนเรื่อง The Elements อย่างไรก็ดีส่วนใหญ่ก็มั่นใจว่ายูคลิดมีตัวตนจริง และเป็นปราชญ์อัจฉริยะทางด้านคณิตศาสตร์ที่มีชีวิตในยุคกว่า 2,000 ปี
  4. 4. ผลงาน  ผลงานชิ้นสำคัญของยุคลิดคือการเขียนตำราทางคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์ ผลงานที่ยังคงอยู่ในปัจจุบัน 5 ชิ้น คือ Division of Figures , Data , Phaenomena , Optic และ Elements   Elements ประกอบด้วยหนังสือ 13 เล่ม และทฤษฎีบท 465 ทฤษฎีบท เป็นต้น แบบของตำราคณิตศาสตร์ โดยใช้วิธีนิรนัย ( Deduction ) เนื้อหาส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับเรขาคณิต แบบยุคลิด แต่ก็มีเนื้อหาคณิตศาสตร์อื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทฤษฎีจำนวน
  5. 5. ปีทาโกรัส ( Pythagoras )
  6. 6. ประวัติ  ปีทาโกรัสเป็นชาวกรีก เกิดที่เกาะซามอสใกล้กับเอเซียไมเนอร์ เนื่องจากทรราช Polycrates ท่านจำต้องออกจากเกาะซามอส กล่าวกันว่าท่านเคยศึกษาที่อียิปต์และ เป็นศิษย์ของทาลิส ปีทาโกรัสได้ก่อตั้งสำนักปิทาโกเรียน ที่เมือง Crotona ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของ ประเทศอิตาลี ปีทาโกรัสคิดว่าปริมาณต่าง ๆ ในธรรมชาติสามารถเขียนในรูปเศษส่วนของ จำนวนนับ จนมีคำขวัญของสำนักว่า " ทุกสิ่งคือจำนวนนับ " เมื่อมีการค้นพบจำนวนอตรรกยะขึ้น ทำให้ปีทาโกรัสและศิษย์ทั้งหลายเสียขวัญและกำลังใจ เมื่อทางราชการขับไล่เพราะกล่าวหาว่า สำนักปีทาโกเรียนเป็นสถาบันศักดินา สำนักปีทาโกเรียนก็สูญสลายไป 
  7. 7. ผลงาน  เราไม่ทราบแน่ชัดว่าผลงานชิ้นใดเป็นของปีทาโกรัส ชิ้นใดเป็นของลูกศิษย์ จึงกล่าวรวม ๆ ว่าเป็นของสำนักปีทาโกเรียน ซึ่งมีดังนี้ 1 . จำนวนคู่และจำนวนคี่  2 . ค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างเศษส่วนกับทฤษฎีของดนตรี  3 . จำนวนเชิงรูปเหลี่ยม เช่น จำนวนเชิงสามเหลี่ยม , จำนวนเชิงจตุรัส  4 . จำนวนอตรรกยะ  5 . พีชคณิตเชิงเรขาคณิต  6 . พิสูจน์ทฤษฎีบทปีทาโกรัส
  8. 8. ปิแยร์ เดอ แฟร์มาต์ ( Pierre de Fermat ) 
  9. 9. ประวัติ  แฟร์มาต์เกิดใกล้เมือง Toulouse ประเทศฝรั่งเศส ในปี 1601 และถึง แก่กรรมที่เมือง Castres ในปี 1665 บิดาเป็นพ่อค้าเครื่องหนัง ในวัยเด็กศึกษาอยู่ กับบ้าน แฟร์มาต์มีอาชีพเป็นนักกฎหมาย เมื่ออายุ 30 ปี ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ ปรึกษากฎหมายอขงองค์การบริหารส่อนท้องถิ่นของเมือง Toulouse ท่านได้ใช้ เวลาว่างศึกษาค้นคว้าคณิตศาสตร์ เป็นสื่อกลางในการติดต่อกับนักคณิตศาสตร์ ที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น มีส่วนในการพัฒนาคณิตศาสตร์ในหลายสาขา นับได้ว่าเป็น นักคณิตศาสตร์สมัครเล่นที่มีชื่อเสียงที่สุด
  10. 10. ผลงาน  1 . ริเริ่มพัฒนาเรขาคณิตวิเคราะห์ ในระยะเวลาใกล้กันกับเดส์การ์ตส์  2 . ริเริ่มวิธีหาเส้นสัมผัสเส้นโค้ง หาค่าสูงสุดและต่ำสุดของฟังก์ชัน  3 . ริเริ่มพัฒนาทฤษฎีความน่าจะเป็น ร่วมกับปาสกาล  4 . พัฒนาทฤษฎีบทต่าง ในทฤษฎีจำนวน เช่น  Fermat's two square theorem : ทุกจำนวนเฉพาะในรูป 4n + 1 สามารถเขียน ในรูปผลบวกของจำนวนเต็มยกกำลังสองได้คู่หนึ่งและคู่เดียวเท่านั้น  Fermat's theorem : ถ้า p เป็นจำนวนเฉพาะและ n เป็นจำนวนเต็มบวก จำได้ว่า p หาร n p - n ลงตัว
  11. 11. แบลส ปาสกาล ( Blaise Pascal )
  12. 12. ประวัติ  ปาสกาลเกิดที่เมือง Chermont มณฑล Auvergne ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ค . ศ . 1623 บิดาเป็นนักคณิตศาสตร์และผู้พิพากษา ปาสกาล มีความเป็นอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์ตั้งแต่เด็ก  อายุ 12 ปี ท่านได้พัฒนาเรขาคณิต เบื้องต้นด้วยตนเอง  อายุ 14 ปี ท่านได้เข้าร่วมประชุมกับนักคณิตศาสตร์ฝรั่งเศส  อายุ 16 ปี ท่านได้พัฒนาทฤษฎีบทที่สำคัญในวิชาเราขาคณิตโพรเจคตีฟ  และเมื่ออายุ 19 ปี ท่านได้พัฒนาเครื่องคิดเลข  ภายหลังจากที่ท่านประสบอุบัติเหตุที่ Neuilly ท่านหันความสนใจไปทางศาสนา และปรัชญา ไม่เช่นนั้นท่านคงเป็นนักคณิตศาสตร์ ที่รุ่งโรจน์ที่สุดคนหนึ่ง
  13. 13. ผลงาน  1. งานเขียน Essay pour les coniques (1640 ) ซึ่งสรุปทฤษฎีบท เกี่ยวกับเรขาคณิตโพรเจกตีฟ ที่ท่านได้พัฒนามาแล้วเมื่ออายุได้ 16 ปี  2. งานเขียน Traite du traingle arithmetique (1665) ซึ่งเกี่ยวกับ " Chinese triangle " หรือในอดีตนิยมเรียกว่า " Pascal triangle " เพราะคิดว่า Pascal เป็นผู้คิดเป็นคนแรก แต่ที่แท้จริงได้มีชาวจีนพัฒนามาก่อนแล้ว  3 . ริเริ่มพัฒนาทฤษฎีความน่าจะเป็นในปี ค . ศ . 1654 ร่วมกับ Fermat โดยใช้วิธีที่แตกต่างกัน  4 . ศึกษาเส้นโค้ง Cycloid
  14. 14. เลออนฮาร์ด ออยเลอร์  ( Leonhard Euler )
  15. 15. เลออนฮาร์ด ออยเลอร์  ( Leonhard Euler ) [ oi'l?r ] ( 15 เมษายน พ . ศ . 2250 -18 กันยายน พ . ศ . 2326 ) เป็น นักคณิตศาสตร์ และ นักฟิสิกส์ ชาวสวิส เขาได้ชื่อว่าเป็นนักคณิตศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งเท่าที่เคยมี เลออนฮาร์ด ออยเลอร์ เป็นคนแรกที่ใช้คำว่า " ฟังก์ชัน " ( ตามคำนิยามของ ไลบ์นิซ ใน ค . ศ . 1694) ในการบรรยายถึงความสัมพันธ์ ที่เกี่ยวข้องกับตัวแปร เช่น  y = f (x) เขายังได้ชื่อว่าเป็นคนแรกที่ประยุกต์ แคลคูลัส เข้าไปยังวิชา ฟิสิกส์
  16. 16. ออยเลอร์เกิดและโตในเมือง บาเซิล เขาเป็นเด็กที่มีความเป็นอัจริยะทางคณิตศาสตร์ เขาเป็นศาสตราจารย์สอนวิชาคณิตศาสตร์ที่ เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และต่อมาก็สอนที่ เบอร์ลิน และได้ย้อนกลับไปยังเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กอีกครั้ง เขาเป็นนักคณิตศาสตร์มีผลงานมากมายที่สุดคนหนึ่ง ผลงานทั้งหมดของเขารวบรวมได้ถึง 75 เล่ม ผลงานของเขามีอิทธิพลอย่างมากต่อผลงานทางคณิตศาสตร์ในศตวรรษที่ 18 เขาต้องสูญเสียการมองเห็น และตาบอดสนิทตลอด 17 ปีสุดท้ายในชีวิตของเขา ซึ่งในช่วงนี้เองที่เขาสามารถผลิตผลงานได้ถึงเกือบครึ่งหนึ่งของผลงานทั้งหมดของเขา ดาวเคราะห์น้อย 2002 ออยเลอร์ ได้ถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา
  17. 17. กอทท์ฟรีด วิลเฮล์ม ฟอน ไลบ์นิซ
  18. 18. กอทท์ฟรีด วิลเฮล์ม ฟอน ไลบ์นิซ   ( อังกฤษ   Gottfried Wilhelm von Leibniz ) (1 กรกฎาคม ค . ศ . 1646 ( พ . ศ . 2189) ในเมืองไลป์ซิก ประเทศเยอรมนี  1 กรกฎาคม ค . ศ . 1646 - 4 พฤศจิกายน ค . ศ . 1716 ( พ . ศ . 2259)) เป็นนักปรัชญา ,   นักวิทยาศาสตร์ ,   นักคณิตศาสตร์ ,   นักการทูต ,   บรรณารักษ์ และ นักกฎหมาย ชาวเยอรมันเชื้อสายเซิบ เขาเป็นคนที่เริ่มใช้คำว่า " ฟังก์ชัน " สำหรับอธิบายปริมาณที่เกี่ยวกับเส้นโค้ง เช่น ความชันของเส้นโค้ง หรือจุดบางจุดของเส้นโค้งดังกล่าว ไลบ์นิซและนิวตันได้รับการยกย่องร่วมกันว่าเป็นผู้เริ่มพัฒนาแคลคูลัส โดยเฉพาะส่วนของไลบ์นิซในการพัฒนาปริพันธ์และกฎผลคูณ
  19. 19. เซอร์ไอแซก นิวตัน  ( Sir Isaac Newton )
  20. 20. เซอร์ไอแซก นิวตัน  ( Sir Isaac Newton ) (4 มกราคม พ . ศ . 2186 - 31 มีนาคม พ . ศ . 2270 ( ตามปฏิทินเกรกอเรียน ) หรือ  25 ธันวาคม พ . ศ . 2185- 20 มีนาคม พ . ศ . 2270 ตามปฏิทินจูเลียน )   นักฟิสิกส์ นักคณิตศาสตร์และนักดาราศาสตร์ชาวอังกฤษผู้มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์ของอังกฤษ นิวตันเกิดที่เมืองวูลสธอร์ป ลิงคอนไชร์ ประเทศอังกฤษ
  21. 21. แบร์นฮาร์ด รีมันน์ ( Bernhard Riemann )
  22. 22.   รีมันน์เกิดที่ Breselenz ใน Hanover ประเทศเยอรมนี บิดาเป็นนักบวชนิกายลูเธอร์แลนด์ รัมันน์เป็นคนสงบเสงี่ยมและขี้โรค ถึงแม้ว่าฐานนะทางบ้านของรีมันน์จะไม่ดีนัก แต่ก็ได้รับการศึกษาอย่างดีเยี่ยม ท่านเริ่มศึกษาเทวศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย Gottingen แล้วเปลี่ยนเป็นนักคณิตศาสตร์ ศึกษาอยู่ที่นี่เพียง 1 ปี ก็ย้ายไปเป็นลูกศิษย์ของ Dirichlet ที่มหาวิทยาลัย Berlin 2 ปีต่อมาท่านกลับไปศึกษาที่มหาวิทยาลัย Gottingen และได้รับปริญญาเอกเมื่อปี ค . ศ .1851            ในปี ค . ศ .1854 ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บรรยายที่มหาวิทยาลัย Gottingen โดยไม่ได้เงินเดือน ต่อมาเมื่อ Gauss ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ที่ Gottingen ถึงแก่กรรม Dirichlet ได้เป็นศาสตราจารย์ที่ Gottingen และสนับสนุนรีมันน์ให้ได้รับตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ และเมื่อ Dirichlet ถึงแก่กรรมในปี 1859 รัมมันน์ ก็ได้รับตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์ รีมันน์ถึงแก่กรรมในปี 1866 เนื่องจากเป็นวัณโรคที่ภาคเหนือของอิตาลี  
  23. 23. ผลงาน                  1. พัฒนาทฤษฎีบทฟังก์ชันเชิงซ้อน                  2. เสนอมโนมติเกี่ยวกับ Riemann surface ซึ่งนำทอพอโลยีมาใช้ในการวิเคราะห์                  3. พัฒนามโนมติของอินทิกรัลอย่างแจ่มชัด ซึ่งมีชื่อเรียกในปัจจุบันว่า Riemann integral                  4. เสนอสัจพจน์ที่เป็นรากฐานของเรขาคณิตและแสดงข้อแตกต่างระหว่างการต่อไปเรื่อยๆ และความยาวไม่จำกัดของเส้นและระนาบ ก่อให้เกิดเรขาคณิตแนวใหม่ชื่อ Riemann geometry หรือ Elliptic Geometry                  5. คิดทฤษฎีบทเกี่ยวกับจำนวนเฉพาะ
  24. 24. โยฮันน์ คาร์ล ฟรีดริช เกาส์
  25. 25. โยฮันน์ คาร์ล ฟรีดริช เกาส์   ( Johann Carl Friedrich Gauß )  นักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมัน เกิดเมื่อวันที่  30 เมษายน พ . ศ . 2302 ( ค . ศ . 1777) เสียชีวิต  23 กุมภาพันธ์ พ . ศ . 2398 ( ค . ศ . 1855) เป็นหนึ่งในตำนานนักคณิตศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ( นักคณิตศาสตร์บางท่านกล่าวว่าสี่ผู้ยิ่งใหญ่ของวงการคณิตศาสตร์มี อาร์คิมิดีส นิวตัน เกาส์ และออยเลอร์ ) ได้รับฉายาว่า " เจ้าชายแห่งคณิตศาสตร์ " ( Prince of Mathematics ) เนื่องจากอุทิศผลงานในทุก ๆ ด้านของคณิตศาสตร์ในยุคสมัยของเขา นอกจากนี้เกาส์ยังมีผลงานสำคัญทางด้านฟิสิกส์ โดยเฉพาะด้านดาราศาสตร์อีกด้วย
  26. 26. อาร์คีมีดีส
  27. 27.   อาร์คิมีดีสเป็นนักปราชญ์ชาวกรีก เกิดที่ เมืองไซราคิวส์ ( Syracuse ) บนเกาะซิซิลี ( Sicily ) เมื่อประมาณ 287 ก่อนคริสต์ศักราชบิดาของเขาเป็นนักดาราศาสตร์ชื่อ ไฟดาส ( Pheidias ) อาร์คิมีดีสมีความสนใจในวิชาคณิตศาสตร์เป็นอย่างมาก เขาจึง เดินทางไปศึกษาวิชาคณิตศาสตร์กับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์นามว่า ซีนอนแห่งซามอส ซึ่งก็เป็นลูกศิษย์คนเก่งของนักปราชญ์เลื่องชื่อลือนามว่า ยูคลิด ( Euclid ) ที่เมืองอาเล็กซานเดรีย ( Alexandria ) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางแห่งวิชาการของกรีกในสมัยนั้น ผลงาน     - กฎของอาร์คิมีดีส ( Archimedes Principle ) ที่กล่าวว่า " ปริมาตรของวัตถุส่วนที่จมลงในน้ำย่อมเท่ากับปริมาตรของน้ำที่ถูกแทนที่ด้วยวัตถุ " ซึ่งกฎข้อนี้ได้นำไปใช้ประโยชน์ในการหาความถ่วงจำเพาะของวัตถุ               - ประดิษฐ์เครื่องทุ่นแรง ได้แก่ คานดีดคานงัด รอก ระหัดวิดน้ำ และล้อกับเพลา               - อาวุธสงคราม
  28. 28. อันเดรย์ นิโคลาเยวิช คอลโมโกรอฟ
  29. 29. อันเดรย์ นิโคลาเยวิช คอลโมโกรอฟ (1903 - 1987) ( อังกฤษ : Andrey Nikolaevich Kolmogorov), เกิดเมื่อวันที่ 25 เมษายน ค . ศ . 1903 เสียชีวิต 20 ตุลาคม ค . ศ . 1987 , เป็นนักคณิตศาสตร์ชาวรัสเซีย ยักษ์ใหญ่ในวงการคณิตศาสตร์ในคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยมีผลงานโดดเด่นมากในงาน ทฤษฎีความน่าจะเป็นและทอพอโลยี . อันที่จริงแล้ว คอลโมโกรอฟมีผลงานในแทบทุกแขนงของคณิตศาสตร์ เช่น ตรรกศาสตร์ , อนุกรมฟูเรียร์ , ความปั่นป่วน ( turbulence), กลศาสตร์คลาสสิก นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในผู้คิดค้น ความซับซ้อนแบบคอลโมโกรอฟ ร่วมกับ เกรโกรี ไชตัง และ เรย์ โซโลโมนอฟ ในช่วงช่วงปี ค . ศ . 1960 ถึง ค . ศ . 1970
  30. 30. บารอนชอง แบบทิสต์ โจเซฟ ฟูร์เยร์
  31. 31.          บารอนชอง แบบทิสต์ โจเซฟ ฟูร์เยร ์ ( Jean Baptiste Joseph Fourier พ . ศ . 2311 – 2373 ) นักคณิตศาสตร์ ได้หันมาสนใจคณิตศาสตร์ประยุกต์เป็นครั้งแรก ในขณะที่กำลังทดลองเกี่ยวกับการไหลของความร้อน ฟูร์เยร์ก็ได้ค้นพบสมการการไหลนี้ ซึ่งต่อมาได้ตั้งชื่อเป็น สมการฟูร์เยร์ เพื่อแก้ปัญหาและพิสูจน์สมการนี้ ฟูร์เยร์ได้แสดงให้เห็นว่าฟังค์ชันหลายฟังค์ชันของตัวแปรเดี่ยวสามารถขยายออก เป็นอนุกรมของ ไซน์ ( sines) เชิงซ้อนของตัวแปร                       ที่เรียกในภายหลังว่า " อนุกรมฟูร์เยร์ "

×