Thai Research

1,206 views
1,136 views

Published on

Published in: Health & Medicine, Technology
0 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
1,206
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
8
Actions
Shares
0
Downloads
3
Comments
0
Likes
2
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Thai Research

  1. 1. นายรังสรรค์ กลิ่นแก้ว โรงเรียนพุทธจักรวิทยา 728/2 ถนนพระรามที่ 4 แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 โทร . 0868915381 เรื่อง การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยระหว่างวิธี การสอนแบบบทเรียนสำเร็จรูปภาษาไทยเพื่อการสื่อสารและการสืบค้น ท 43202 กับวิธีการสอนแบบปกติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ปีที่ทำวิจัย 2548 2 กันยายน 2550 ณ ม. จุฬาลงกรณ์ นำเสนอ
  2. 2. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา มาตรฐานการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยไม่สมบูรณ์ขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนการสอน หนังสือเรียน หนังสือแบบฝึกหัด หนังสือนอกเวลาไม่เพียงพอกับจำนวนนักเรียน ตำรา คู่มือครูไม่ทันสมัย นักเรียนเรียนรู้ช้า นักเรียนเรียนนอกเวลาเรียนไม่ได้ ความสามารถไม่สามารถทบทวนได้ สอนซ่อมเสริมไม่ถูกต้อง ครูเป็นผู้ควบคุมการเรียนของนักเรียน ครูเป็นผู้ดำเนินการเสียเอง เป็นผู้ป้อนความรู้ให้แก่นักเรียน เป็นผู้กำหนดว่านักเรียนควรรู้อะไร ควรเรียนอะไร จุดอ่อนคือครูบังคับให้ทุกคนต้องเรียนรู้ในอัตราความสามารถที่เท่ากันด้วยวิธีเดียวกัน ตัดสินใจให้นักเรียนเองทุกอย่างว่าจะต้องทำอะไร เมื่อไร และอย่างไร
  3. 3. วัตถุประสงค์การวิจัย 1. เพื่อสร้างบทเรียนสำเร็จรูปภาษาไทยเพื่อการสื่อสารและการสืบค้น ท 43202 ให้มีประสิทธิภาพ 80 / 80 2. เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยที่สอนด้วยวิธีการสอนแบบบทเรียนสำเร็จรูปภาษาไทยเพื่อการสื่อสารและการสืบค้น ท 43202 3. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยระหว่างวิธีการสอนแบบบทเรียนสำเร็จรูปภาษาไทยเพื่อการสื่อสารและการสืบค้น ท 43202 กับวิธีการสอนแบบปกติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
  4. 4. การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง ( experimental research ) มี วัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยระหว่างวิธีการสอนแบบบทเรียนสำเร็จรูปภาษาไทยเพื่อการสื่อสารและการสืบค้น ท 43202 กับวิธีการสอนแบบปกติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียน บางพลีราษฎร์บำรุง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีขั้นตอนวิธี การวิจัย ดังนี้ การออกแบบการวิจัย ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย การสร้างบทเรียนสำเร็จรูปภาษาไทย ท 43202 ให้มีประสิทธิ - ภาพ 80 / 80 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติ วิธีดำเนินการวิจัย / นวัตกรรม
  5. 5. จากผลการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่าค่าทีเรโซ ( t-ratio ) ที่คำนวณได้มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.0 5 แสดงว่าคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยของนักเรียนที่เรียนด้วยวิธีการสอนแบบบทเรียนสำเร็จรูปภาษาไทยเพื่อการสื่อสารและการสืบค้น ท 43202 กับวิธีการสอนแบบปกติมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.0 5 และพบว่ากลุ่มที่เรียนโดยวิธีการสอนแบบบทเรียนสำเร็จรูปมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียนสูงกว่ากลุ่มที่เรียนโดยวิธีการสอนแบบปกติ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
  6. 6. สรุปและอภิปรายผลการวิจัย ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยระหว่างวิธีกาสอนแบบบทเรียนสำเร็จรูปภาษาไทย เพื่อการสื่อสารและการสืบค้น ท 43202 กับวิธีการสอนแบบปกติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.0 5 ยอมรับสมมติฐานว่า ผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียนวิชาภาษาไทยของนักเรียนที่เรียนด้วยวิธีการสอนแบบบทเรียนสำเร็จรูปภาษาไทย เพื่อการสื่อสารและการสืบค้น ท 43202 สูงกว่าการเรียนด้วยวิธีการสอนแบบปกติ
  7. 7. การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย ท 43202 ระหว่างวิธีการสอนแบบบทเรียนสำเร็จรูปภาษาไทยเพิ่อการสื่อสารและการสืบค้น ท 43202 กับวิธีการสอนแบบปกติ ประชากรที่ศึกษาได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียน บางพลีราษฎร์บำรุง จำนวน 119 คน ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2548 โดยใช้วิธีสุ่มอย่างง่าย ( simple random sampling ) จำนวน 74 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 1 กลุ่ม จำนวน 37 คน เรียนวิธีการสอนแบบบทเรียนสำเร็จรูปภาษาไทยเพื่อการสื่อสารและการสืบค้น ท 43202 กลุ่มควบคุม 1 กลุ่ม จำนวน 37 คน เรียนวิธีการสอนแบบปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.25/83.00 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การทดสอบค่าที ( t-test ) บทคัดย่อ
  8. 8. ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียนที่เรียนวิธีการสอนแบบบทเรียนสำเร็จรูป ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารและ การสืบค้น ท 43202 สูงกว่ากลุ่มที่เรียนด้วย วิธีการสอนแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (ต่อ)
  9. 9. The purposes of this research were to comparative achievement between Thai communication and searching programmed lesson Th 43202 method and conservative method. ABSTRACT
  10. 10. (NEXT) A sample of 74 Mathayom suksa 6 Bangpleeratbamrung school Bangplee Samutprakarn was selected by simple random sampling from the population of 119 students. They were then equally divided into 1 experrimental groups achievement between Thai communication and searching programmed lesson Th 43202 method and conservative method. They were then given a test. The instruments of this were achievement test had the efficiency values of 81.25/83.00 respectively.The data was analyzed by t-test.
  11. 11. (NEXT) The results of the study were. The learning achievement between Thai communication and searching programmed lesson Th 43202 method higher than conservative method at the .05 statistical level.

×