Your SlideShare is downloading. ×
English
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

English

3,029
views

Published on

Published in: Technology, Business

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
3,029
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
21
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. ภาษาอังกฤษเพื่อ การสื่อสาร ระดับมัธยมศึกษา
  • 2. การบอกทิศทาง   ( Asking for Directions ) ในการบอกทิศทางนั้น ต้องคำนึงถึงความถูกต้องของเส้นทางและการเดินทางที่สะดวกเพื่อให้ผู้ที่ถามนั้นไม่สับสน หรือหลงเส้นทาง เลือกใช้ประโยคที่กระชับและเหมาะสม   สำนวนการถามทิศทางที่นิยมใช้มีดังนี้ Excuse me, can  you  tell  me  how  to  get  to museum, please? ขอโทษครับ กรุณาบอกทาง ไปที่พิพิธภัณฑ์ หน่อยครับ Could you tell me the way to supermarket, please? กรุณาช่วยบอกทางไปห้างสรรพสินค้าหน่อยครับ Excuse me, can / could you give me direction to university, please? ขอโทษครับ กรุณาช่วยบอกทิศทางไปมหาวิทยาลัยหน่อยครับ นอกจากนี้ยังมีสำนวนอื่นๆ อีก เช่น การบอกทิศทาง 
  • 3. Can / could   you tell me where ...   is? Can / could you direct me to ..... , please? Excuse me . I’m looking for ..... . Is this the way to ..... ? เป็นสำนวนในกรณีที่ผู้ถามต้องการถามเพื่อให้แน่ใจว่า กำลังเดินไปตามทิศทางที่ถูกต้อง   เช่น Is the way to company? นี่เป็นทางไปบริษัทใช่ไหมครับ ส่วนในการบอกทิศทางนั้น   ก็มีหลายกรณี ขึ้นอยู่กับผู้บอกเส้นทาง ว่ าต้องการข้อมูลการเดินทางวิธีใด หรือมีข้อมูลใดอยู่แล้ว   เช่น การบอกระยะทางว่า ..... อยู่ห่างแค่ไหน เช่น           It’s about a mile from here .   ประมาณหนึ่งไมล์จากตรงนี้  
  • 4. 2 .   บอกเส้นทางโดยใช้รถประจำทาง เช่น   Take a number 21 bus .   That will take you past museum . And then you get off at university .     ขึ้นรถประจำทางหมายเลข 21 คุณจะผ่านพิพิธภัณฑ์ หลังจากนั้น คุณลงรถที่มหาวิทยาลัย     สำนวนที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้รถประจำทาง   ขึ้นรถ    =  Take / catch / get on   ลงรถ    =  Get off   หมายเลขรถ   =  Bus number ..... / A number .....   Bus   ป้ายรถเมล์   =  Bus stop   รถแล่นผ่านอะไรบ้าง   =  It will take you past .....   ค่าโดยสาร   =  Fare
  • 5. 3 .   บอกเส้นทางโดยให้เดินไป Go  straight  ahead  until  you  come  to  the  traffic  lights,  then  turn  right .    เดินตรงไปข้างหน้า จนถึงสัญญาณไฟจราจร จากนั้นก็เลี้ยวขวา It’s about a ten - minute walk .    เดินไปประมาณ 10 นาที สำนวนที่น่าสนใจเกี่ยวกับการบอกทิศทาง   - บอกจุดเริ่มต้น   =  When you go out of ..... / Start from ..... -  เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา   =  Turn left / turn right at the next corner .   - ข้ามถนน   =  Cross over Orange Road .   - เดินตรงไป   =  Go straight .      -Go straight ahead .   -  Walk along the road .  4 .   บอกเส้นทางโดยใช้รถแท็กซี่   เช่น   You can catch a taxi . It’ll take you there in 10 minutes .   คุณสามารถเรียกแท็กซี่ จะใช้เวลาเดินทาง 10 นาที
  • 6. การไปซื้อของหรือ go shopping เป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่เป็น กิจวัตรประจำวันทั่วไป   ในบางครั้ง เมื่อเราไปซื้อของแล้วสินค้าที่ซื้อไปเกิดปัญหา เช่น ซื้อเสื้อไปแล้วแต่อาจตัวเล็กหรือใหญ่เกินไป   ก็สามารถนำไปเปลี่ยนได้   ดังนั้น จึงขอยกตัวอย่างบทสนทนาเกี่ยวกับการไปคืนสินค้าเพื่อขอเปลี่ยนเป็นชิ้นใหม่ Mrs . S :   Excuse me, can you help me? Shop Assistant :  Yes, of course . What can I do for you? Mrs . S :   I bought this T - shirt for my son this afternoon, but it doesn’t fit him, it’s too small . Shop Assistant :  Do you want to change it or get a refund. Mrs . S :   I’d like to change it for a larger size . Do you have this in large? ต่อ  การไปซี้อของ
  • 7. Shop Assistant :    I’ll just check . Let’s see . Yes, we have large or extra large, Which would you prefer? Mrs . S :   I think large will be fine . Shop Assistant :  That’s fine . Could you show me a receipt, please? Mrs . S :   Here you are . Shop Assistant :  Thank you .
  • 8. การทักทาย ( Greeting ) เป็นบทสนทนาบทแรกที่เรามักใช้อยู่เสมอ ในชีวิตประจำวันก่อนที่จะเริ่มพูดคุยเรื่องต่างๆ    ในบางครั้งนอกจากเราจะ สนทนากับเพื่อนหรือคนรู้จักแล้วยังอาจได้มีโอกาสสนทนากับบุคคลอื่นที่เป็นเพื่อน หรือคนรู้จักของคู่สนทนาของเราอีกด้วย จึงขอยกบทสนทนาต่อไปนี้เป็นตัวอย่าง   A :  Hello, Somsak. How are you?   B :  I am fine, thanks, and what about you, Manit?   A :  Very well, thanks. Glad to see you again. Well, I would like to introduce my friend. This is Thanaphon.   B :  How do you do?  C :  How do you do? It?s nice to meet you. Are you a friend of Manit? B :  Yes, we studied the same school, and we play badminton together.    Are you Manit?s friend at university? ต่อ  การทักทายกัน
  • 9. C :  No, he is my colleague at my old office, but we always contact. A :  Thanaphon and I will go swimming at the swimming pool on Sunday. Would you like to come with us ?  B :  I would like to go but I can?t. I have to meet my friends on Sunday. A :  It?s unfortunate. It?s been nice talking to you. See you later. Good-bye.  B :  Goodbye.
  • 10.   จากบทสนทนาดังกล่าว จะพบว่ามีผู้สนทนาจำนวน 3 คน คือ A, B และ C   โดย A และ B รู้จักกันมาก่อน จึงใช้คำทักทายที่ค่อนข้างเป็นกันเอง คือ Hello .   How are you? ในขณะที่ B และ C เพิ่งมาพบกันเป็นครั้งแรก จึงใช้คำทักทายที่เป็นทางการว่า How do you do? It’s nice to meet you . นอกจากคำทักทายดังกล่าวแล้ว ยังมีคำทักทายอื่นๆ ที่เราสามารถใช้ทักทายได้อีก เช่น How?s life? How?s it going? How are things (going)? How are you doing? What?s up? โดยอาจใช้คำตอบรับดังนี้ How nice to see you .   ขอให้ผู้เรียนจดจำสำนวนต่างๆและฝึกพูดเพื่อให้เกิดความชำนาญในการสนทนา
  • 11. Goodbye See you again