Your SlideShare is downloading. ×
การวิเคราะห์ความยั่งยืนในธุรกิจ
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

การวิเคราะห์ความยั่งยืนในธุรกิจ

4,034
views

Published on


0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
4,034
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
18
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. หลักการวิเคราะห์ความยั่งยืนของธุรกิจเครือข่าย เนื่องจากปัจจุบันมีธุรกิจเครือข่ายใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างมากมาย ซึ่งทุกบริษัทก็ล้วนแล้วแต่ประชาสัมพันธ์ว่าธุรกิจของตนคือ แหล่งโอกาสที่จะสร้างรายได้มหาศาลในระยะเวลาอันสั้น หากแต่ สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากกว่านั้นที่หลายคนที่กำลังสนใจในโอกาสธุรกิจนี้มองข้ามไป คือ “ ความยั่งยืนของธุรกิจ” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่จะตอบโจทย์ในเรื่อง อิสรภาพทางการเงินและเวลาในอนาคตของเราได้อย่างแท้จริง เราจึงต้องมาพิจารณากันว่า การพิจารณาความยั่งยืนของธุรกิจมีหลักวิเคราะห์อย่างไร 1. การวิเคราะห์ความยั่งยืนของธุรกิจ จากปัจจัยพื้นฐานและศักยภาพของธุรกิจ 1.1 ความน่าเชื่อถือของบริษัท ยิ่งบริษัทมีความน่าเชื่อถือมากเท่าไร ผู้ประกอบธุรกิจ และผู้บริโภคยิ่งมีความเชื่อมั่นในการเข้ามาร่วมธุรกิจ และบริโภคผลิตภัณฑ์และการบริการของบริษัทมากขึ้นเท่านั้น 1.2 ความมั่นคงทางการเงิน ยิ่งบริษัทมีความมั่นคงทางการเงินมากเท่าไร ยิ่งส่งผลต่อความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจ , การใช้กลยุทธ์ทางการตลาดใหม่ , การวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ , การนำเทคโนโลยีชั้นสูงมาใช้ใน กระบวนการผลิต , การขยายกิจการสู่นานาประเทศ , ความสามารถในการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ และ นโยบายต่างๆที่ต้องอาศัยเงินทุนสูง ให้สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและไม่มีอุปสรรค 1.3 ความสามารถในการสร้างยอดขายและผลกำไรที่ดีของบริษัท ยิ่งบริษัทมีความสามารถในการสร้างยอดขายและผลกำไรที่ดีมากเท่าไร ยิ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์ความสำเร็จ และความน่าเชื่อถือของบริษัท และส่งผลให้บริษัทมีความมั่นคงการเงิน และมีความสามารถในการลงทุน ในระยะยาวได้มากขึ้น และส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ร่วมธุรกิจ ในการร่วมทำธุรกิจกับบริษัทมากยิ่งขึ้น 1.4 ความสามารถในการลงทุนในระยะยาว ยิ่งบริษัทมีความสามารถในการลงทุนในระยะยาวมากเท่าไร ยิ่งส่งผลต่อความสามารถในการสร้างสรรค์ นวัตกรรมใหม่ๆออกสู่ตลาด และการนำเทคโนโลยีชั้นสูงในการผลิต และส่งผลต่อภาพลักษณ์ความเป็น มืออาชีพและความเชี่ยวชาญในธุรกิจของบริษัท 1.5 ภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพขององค์กร ยิ่งบริษัทมีภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพมากเท่าไร ยิ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ร่วมธุรกิจ ในการตัดสิน ใจเข้ามาทำธุรกิจกับบริษัท และส่งผลต่อผู้บริโภคในการใช้สินค้าและบริการของบริษัท 1.6 ความเป็นผู้เชี่ยวชาญและเป็นผู้นำในธุรกิจ ยิ่งบริษัทมีความเป็นผู้เชี่ยวชาญและความเป็นผู้นำในธุรกิจมากเท่าไร ยิ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ร่วมธุรกิจ ในการตัดสินใจเข้ามาทำธุรกิจกับบริษัท และส่งผลต่อผู้บริโภคในการใช้สินค้าและบริการของบริษัท
  • 2. 1.7 ประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจ ยิ่งบริษัทมีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจมากเท่าไร ยิ่งส่งผลต่อความเชี่ยวชาญ และความสามารถในการ บริหารจัดการ , ความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า , ความสามารถในการวางแผนงานอย่างเป็นระบบ เพื่อความสำเร็จในธุรกิจของบริษัทมากยิ่งขึ้นเท่านั้น และยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ร่วมธุรกิจ และผู้บริโภค ในการเข้ามาร่วมธุรกิจ และใช้สินค้าและบริการของบริษัท 1.8 ความเป็นที่ยอมรับและความมีชื่อเสียงของบริษัท และ แบรนด์สินค้าในระดับสากล ยิ่งบริษัท และแบรนด์สินค้าของบริษัทเป็นที่ยอมรับในระดับสากลมากเท่าไร ยิ่งส่งผลต่อศักยภาพในการขยาย ธุรกิจไปสู่นานาประเทศ และส่งผลต่อความสำเร็จในการสร้างยอดขายและกำไรให้บริษัทอย่างมาก 1.9 ความสามารถทางการตลาดในการสร้างแบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จัก ยิ่งบริษัทมีความสามารถทางการตลาดมากเท่าไร ยิ่งส่งผลให้บริษัท และแบรนด์สินค้าของบริษัทติดตลาด และมีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้นเท่านั้น ซึ่งส่งผลต่อการเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคและทำให้ผู้ร่วมธุรกิจสามารถ ขยายธุรกิจง่ายขึ้น 1.10 ความสามารถของบุคลากร รวมถึงระบบการฝึกอบรมบุคลากรอย่างมีคุณภาพ ยิ่งบริษัทมีระบบการฝึกอบรมให้บุคลากรมีคุณภาพมากขึ้นเท่าไร ยิ่งส่งผลต่อความสามารถในการบริหารจัด การธุรกิจ และความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ คุณภาพในการบริการ ต่างๆ ซึ่งทำให้เกิดภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพขององค์กร มากยิ่งขึ้นเท่านั้น 1.11 ความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆออกสู่ตลาด และความสามารถในการสร้างสรรค์ สิทธิบัตรในเทคโนโลยีการผลิต , และลิขสิทธิ์เฉพาะของผลิตภัณฑ์ ยิ่งบริษัทมีความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ , สิทธิบัตรด้านเทคโนโลยี , ลิขสิทธิ์เฉพาะของ ผลิตภัณฑ์มากเท่าไร ยิ่งส่งผลต่อความเป็นผู้นำในธุรกิจ และความเป็นหนึ่งเดียวในธุรกิจมากยิ่งขึ้นเท่านั้น 1.12 คุณภาพของสินค้าและการบริการ ยิ่งบริษัทสามารถวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการให้มีคุณภาพสูงมากยิ่งขึ้นเท่าไร ยิ่งส่งผลต่อความ เชื่อมั่นของผู้บริโภคในการใช้สินค้าและบริการของบริษัท และส่งผลต่อการตัดสินใจในการเข้าร่วมธุรกิจ 1.13 ความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจ ยิ่งบริษัทมีความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจด้วยความเป็นมืออาชีพมากเท่าใด ยิ่งส่งผลต่อความสำเร็จ ในการดำเนินนโยบายต่างๆ ได้อย่างชัดเจนตามระยะเวลาที่วางแผนไว้ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นศรัทธาใน องค์กรของผู้ร่วมธุรกิจ ในการมุ่งมั่นทุ่มเทในการทำงานให้กับบริษัท 1.14 ความสามารถในการในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ในการผลิต ยิ่งบริษัทมีความสามารถในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ในการผลิตมากเท่าไร ยิ่งส่งผลในการเพิ่มศักยภาพ ในการแข่งขันในตลาดสูงมากขึ้น และส่งผลต่อความเป็นผู้นำ ความเป็นมืออาชีพ และความเชี่ยวชาญในธุรกิจ 1.15 ความรับผิดชอบต่อสังคม และการแสดงเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักจริยธรรมอันดีงาม ยิ่งบริษัทดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม และมุ่งมั่นในการแสดงเจตนารมณ์ด้านจริยธรรมมากเท่าไร ยิ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นศรัทธา ของสังคม ได้แก่ หน่วยงานภาคเอกชน หน่วยงานภาครัฐ และสถาบันองค์กร ต่างๆ ที่มีต่อบริษัท ทำให้ภาพลักษณ์องค์กรของบริษัทเป็นที่ยอมรับและน่าเชื่อถืออย่างมากในระดับสากล
  • 3. ตัวอย่าง ปัญหาของผู้ร่วมธุรกิจที่ตัดสินใจเข้าร่วมธุรกิจโดยขาดการพิจารณาด้าน “ความยั่งยืนของธุรกิจ” Ex.1 นายสำเร็จดอทคอม ตัดสินใจเข้าร่วมธุรกิจ โดยไปยืมเงินเพื่อนมา 20,000 บาทเพื่อลงทุน ตามที่ ผู้แนะนำบอก เพราะพิจารณาเพียงว่ามีอื่นที่เข้ามาทำก่อนและมีราย 6 หลัก / เดือน จึงอยากมีรายได้ อย่างเขาบ้างเพราะนายสำเร็จมีหนี้สินมากมาย มีภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องรีบนำเงินไปใช้จ่าย หลักจากนั้น 6 เดือน บริษัทอ้างว่า ผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามานั้นหมดสัญญาทางลิขสิทธิ์ และบริษัทแม่ เลิกผลิตแล้วจึงต้องปิดกิจการ ภายหลังพบความจริงว่าบริษัทนั้นมีคดีหนี้สินต่างๆมากมาย จากการทำธุรกิจอื่นๆ และเปิดธุรกิจขายตรงขึ้นมาเพื่อระดมทุนไปใช้หนี้สินเดิมของบริษัท Ex.2 นายสำเร็จดอทคอม ตัดสินใจเข้าร่วมธุรกิจกับบริษัท MyWay เพราะเห็นว่าเจ้าของบริษัทเป็น บุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจ และมีดารานักแสดงมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้บริษัทด้วย จึงตัดสินใจ ลงทุน 20,000 บาท และไปชวนเพื่อนมาอีก 10 คนมาลงทุนด้วย หลังจากนั้น 1 ปี บริษัทถูกฟ้อง ร้องดำเนินคดีในข้อหามีการดำเนินการเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ และ DSI ดำเนินการปิดกิจการ ภายหลังพบว่า บริษัท Myway มีนโยบายบังคับซื้อสินค้าที่มีมูลค่าเกินจริงในปริมาณมากๆ โดยอ้างว่าในอนาคตผู้ร่วมธุรกิจจะได้รับเงินปันผลมากกว่าอัตราดอกเบี้ยที่กฎหมายกำหนดไว้ และ บริษัท Myway มิได้รับการรับรองจากสมาคมขายตรงใดๆ Ex.3 นายสำเร็จดอทคอม ตัดสินใจเข้าร่วมธุรกิจกับบริษัท SuccessWorld เพราะเห็นว่า มีผลิตภัณฑ์ อาหารเสริมที่ยังไม่มีคู่แข่ง และเป็นสินค้าสิทธิบัตร และมีสรรพคุณรักษาโรคมะเร็งได้ น่าจะขายได้ดีอย่างมาก โดยบริษัทฯ อ้างว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวผ่านการรับรองจาก อย . แล้ว หลักจากนั้น 6 เดือน สคบ . สั่งให้บริษัท SuccessWorld ระงับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เนื่องจากมีการโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ตามที่เคยได้แจ้งไว้กับ อย . Ex.4 นายสำเร็จดอทคอม ตัดสินใจเข้าร่วมธุรกิจกับบริษัท FuturePerfect เพราะเห็นว่ามีทุน จดทะเบียนถึง 100 ล้าน และมีแผนธุรกิจที่จ่ายเงินทุกวัน มีคนเข้ามาทำไม่นานได้เงินแสนหลายคน จึงตัดสินใจลงทุน 20,000 บาท ทำธุรกิจไปช่วง 6 เดือนแรกมีรายได้ดีมาก มีการขยายองค์กรออกไป ถึง 1,000 คน นายสำเร็จดอทคอมตื่นเต้นมาก หลังจากนั้นในเดือนที่ 7 รายได้ของนายสำเร็จลดลงไป กว่า 30 % จากที่เคยได้รับ และไม่ได้รับรายงานคอมมิชชั่นจากบริษัทในเดือนนั้น เมื่อสอบถามไปยัง บริษัทฯ บริษัทอ้างว่าระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทติดไวรัส กำลังดำเนินการแก้ไข ให้นายสำเร็จดอทคอม เก็บหลักฐานใบเสร็จ และใบสมัครของผู้ร่วมธุรกิจไว้ แล้วเมื่อบริษัทแก้ปัญหาระบบคอมพิวเตอร์เรียบ ร้อยแล้ว จะจ่ายคอมมิชชั่นในส่วนที่ขาดให้ 3 เดือนผ่านไปนายสำเร็จยังไม่ได้รับคอมมิชชั่นใดๆ จากบริษัท และพบว่ามีเพื่อนผู้ร่วมธุรกิจอีกหลายคนที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน Ex.5 นายสำเร็จดอทคอม ติดสนใจเข้าร่วมธุรกิจกับบริษัท MyGoal Marketing เพราะได้ตรวจสอบ แล้วว่าบริษัท MyGoal มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่อเมริกาจริง และได้รับการรับรองจาก DSA สมาคม ขายตรงของอเมริกา และมีสินค้าที่ไม่มีคู่แข่ง และเป็นสินค้าสิทธิบัตร 6 เดือนแรกนายสำเร็จมียอดธุรกิจดี มากมีรายได้เดือนละหลายหมื่นหลังจากนั้นบริษัทเติบโตอย่างมาก มีผู้ร่วมธุรกิจและ ลูกค้าสั่งซื้อสินค้ามาก ขึ้นกว่าเดิม จนสินค้าขาดสต๊อก และบริษัทอ้างว่าผลิตไม่ทัน โดยบริษัทบอกว่าสินค้าล็อตใหม่จะมาในเดือน ที่ 8 ให้บอกลูกค้าให้รอหน่อย เมื่อถึงเดือนที่ 8 สินค้ามาเพียงบางส่วนและยังคงไม่เพียงพอ ทำให้นายสำเร็จ ได้รับการต่อว่าจากลูกค้าอย่างมาก อีกทั้งทีมงานหลายคนตัดสินใจเลิกทำธุรกิจกับนายสำเร็จ ภายหลักพบว่าบริษัท MyGoal Marketing จริงๆแล้วไม่ใช่สาขาของบริษัท MyGoal ที่อยู่ อเมริกา แต่เป็นเพียงผู้นำเข้าสินค้ามาจำหน่ายในเมืองไทย และบริหารงานโดยคนไทยทั้งหมด
  • 4. 2. การวิเคราะห์ความยั่งยืนของธุรกิจ จากวิสัยทัศน์ , ค่านิยม และพฤติกรรม ของผู้นำ ส่วนใหญ่ในการดำเนินธุรกิจร่วมกับบริษัทนั้น ผู้นำในธุรกิจเครือข่ายสามารถแบ่งแยกเป็น 2 กลุ่มหลักๆดังนี้ 2.1 ผู้นำที่รักผลประโยชน์ของตนเองมากกว่ารักองค์กร ค่านิยมส่วนใหญ่ของผู้นำกลุ่มนี้ มีดังนี้ “ มาก่อนรวยก่อน” , “ ขออยู่ต้นสาย” , “ โกยไว้ก่อนพ่อสอนไว้” , “ อย่างอื่นไว้ก่อนแต่รู้ว่ารวยแน่” “ พร้อมไปทุกที่ที่จ่ายเยอะกว่าเร็วกว่า” ฯลฯ ความสามารถพิเศษที่โดดเด่นของผู้นำกลุ่มนี้ คือ ความสามารถในการจูงใจ และพูดหน้าเวที เพื่อมุ่งเน้น ให้คนกลุ่มใหญ่สมัครทันทีในวันนั้น โดยไม่ได้ใส่ใจในเรื่อง การดูแลลูกค้า หรือการสร้างสายสัมพันธ์ ให้เกิดขึ้นในทีมงานเพื่อให้เกิดยอด บริโภคอย่างต่อเนื่องในระยะยาว หรือให้รักในตัวบริษัท แต่จะมี มุ่งเน้นการทำยอดที่เกิดจากการปิดสมัครธุรกิจเป็นหลัก และ มุ่งเน้นให้คนอื่นเลียนแบบ พฤติกรรมของผู้นำกลุ่มนี้ * จะมีประวัติการย้ายบริษัทอยู่เป็นประจำ และบริษัทที่ย้ายไปนั้นต้องเป็นบริษัท น้องใหม่ที่มีผลิตภัณฑ์ ที่สามารถสร้างกระแสความสนใจได้ดี และเข้าจะต้องอยู่ต้นสายเสมอ * มักจะมีบุคลิก หยิ่งทะนง ในความสามารถของตัวเอง และพูดคุยกับคนที่อยู่ในระดับเดียวกับตนเท่านั้น * มักจะไม่ใส่ใจดูแล หรือโทรศัพท์ไปเยี่ยมเยียนทีมงานหรือลูกค้า เพราะคิดว่าเสียเวลาทำเงิน จะเป็นคนที่ปลุกระดมอยู่บนเวที เพื่อให้เกิดการสมัครยกห้องประชุม ลักษณะธุรกิจหรือบริษัทที่ผู้นำกลุ่มนี้ชอบไปอยู่ จะต้องเป็นบริษัทใหม่ๆที่มี ผลิตภัณฑ์โดดเด่น ที่สร้างกระแสได้ แผนการตลาดที่ผู้นำกลุ่มนี้ชอบ มักจะเป็นแผนที่จูงใจเรื่องรายได้เป็นหลัก ส่วนใหญ่จะเป็นแผนบังคับสายงานลงลึก เพราะแผนลักษณะ นี้จะสามารถจูงใจให้คนใหม่ ตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจได้ง่ายมากเพราะ จะทำให้มีสายงานมาต่อคนใหม่ทันที จากการส่งมาตามระบบของ Upline ทำให้คนใหม่รู้สึกว่าง่าย ไม่ต้องทำงานก็มีสายงาน ได้แก่ แผนไบนารี่ , แผนไตรนารี่ , แผนแมชชิ่ง ฯลฯ ผลของการติดตามผู้นำกลุ่มนี้ - คุณจะต้องย้ายบริษัทตามเขาไปตลอดชีวิต เพราะเมื่อเขาย้ายเขาจะดึงองค์กรของคุณไปด้วย - ยอดขายของคุณจะตกลงทันที หากบริษัทมีปัญหาหรือผู้นำส่วนใหญ่พากันย้ายไปบริษัทอื่น - ยอดขายที่เกิดขึ้นในองค์กรของคุณ จะไม่ใช่ยอดที่ยั่งยืน เพราะเป็นยอดที่ตัดสินใจเพราะแรงจูงใจ ทางธุรกิจเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจเพราะอยากจะบริโภค ด้วยความเชื่อมั่นในตัวบริษัท ความศรัทธาในตัวแบรนด์สินค้าที่แท้จริง ซึ่งในประเด็นนี้จะส่งผลต่อความยั่งยืนของธุรกิจในอนาคตโดยตรง
  • 5. 2.2 ผู้นำที่มุ่งเน้นให้เกิดความรักในองค์กรและ ความรักในตัวผลิตภัณฑ์เป็นหลัก ค่านิยมส่วนใหญ่ของผู้นำกลุ่มนี้ มีดังนี้ “ ความสำเร็จที่แท้จริงมาจากการทำงานอย่างหนัก” “ ต้นสายไม่สำคัญเท่ากับการทำอย่างต่อเนื่องและถูกวิธี” “ ความสำเร็จเกิดจากความรักความสามัคคีในองค์กร” , “ ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความรัก และเป็นผู้ให้ก่อนเสมอ” “ พร้อมที่จะทุ่มเทอย่างเต็มที่ให้กับองค์กรที่ให้ความสำเร็จที่ยั่งยืนแก่เขาได้” “ อิสรภาพทางการเงินและเวลา เกิดจาก การสร้างฐานธุรกิจที่ยั่งยืน” “ รายได้ที่ค่อยๆสะสมไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน ย่อมดีกว่า การมีรายได้มากๆ แบบชั่วครั้งชั่วคราว” ความสามารถพิเศษที่โดดเด่นของผู้นำกลุ่มนี้ คือ ความสามารถในการเป็นผู้นำ ให้ผู้คนเกิดความรัก ใคร่กลมเกลียวกันในองค์กร และมีความรักในภาพลักษณ์และชื่อเสียงของบริษัท และผลิตภัณฑ์เป็นสำคัญ และเป็นผู้ที่มีความใส่ใจในรายละเอียดทุกๆเรื่อง ในทุกงานที่ทำ เป็นผู้นำที่รู้จริงและให้คำปรึกษาทีมงาน ได้ในทุกๆเรื่อง และพร้อมที่เข้าไปคลุกคลีและร่วมกันทำงานร่วมกับทีมงานระดับล่างได้เสมอ พฤติกรรมของผู้นำกลุ่มนี้ * มักจะเป็นผู้ที่มีความละเอียด และรอบคอบในการตัดสินใจในการทำธุรกิจ และจะไม่ชอบย้ายบริษัท บ่อยๆ เพราะ เขาต้องการความสำเร็จแบบยั่งยืน และต้องการรักษาเครดิตของตัวเองให้ดีที่สุด * มักจะมีบุคลิก ที่ให้เกียรติผู้อื่น อ่อนน้อมถ่อมตน เข้าหาคนง่าย และสามารถพูดคุยกับคน ได้ทุกระดับ ไม่ถือตัว * มักจะใส่ใจดูแล หรือโทรศัพท์ไปเยี่ยมเยียนทีมงานหรือลูกค้า และจะมุ่งเน้นการทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิด ความรักความสามัคคีในองค์กรเป็นสำคัญ เพราะเขาเชื่อว่าสิ่งนี้จะหัวใจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจมีความยั่ง ยืนในระยะยาว ลักษณะธุรกิจหรือบริษัทที่ผู้นำกลุ่มนี้ชอบไปอยู่ เขามักจะเลือกบริษัทที่มีความมั่นคงสูง มีประสบการณ์ มีชื่อเสียง และมีศักยภาพในการแข่งขันได้ในระดับ สากล และมุ่งเน้นในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในระยะยาวเป็นหลัก และเป็นบริษัทที่มีนโยบายชัดเจน ด้านจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจและส่งเสริมให้ผู้ร่วมธุรกิจมีความรักความศรัทธาในองค์กร และ มีความรักในตัวผลิตภัณฑ์ของบริษัทเป็นหลัก แผนการตลาดที่ผู้นำกลุ่มนี้ชอบ มักจะเป็นแผนที่มุ่งเน้นรายได้ที่เกิดจากการทำงานเป็นหลัก ส่วนใหญ่จะเป็นแผนที่มีการจัดสรรผลประโยชน์ ตามกำลังความสามารถจริงของแต่ละบุคคล เพราะแผนลักษณะนี้จะสามารถสร้างคนที่มีคุณภาพที่นำคนอื่น ได้ในระยะยาว ได้แก่ แผนขั้นบันได้ , แผน Break Away, Uni-Level ฯลฯ ผลของการติดตามผู้นำกลุ่มนี้ - ถ้าคุณมุ่งมั่นทำจนประสบความสำเร็จคุณจะไม่ต้องย้ายไปบริษัทอื่น เพราะโครงสร้างธุรกิจลักษณะนี้ จะสามารถสร้างยอดธุรกิจที่ยั่งยืนในอนาคต - ยอดขายของคุณจะไม่ตกมากนัก หากมีผู้นำในองค์กรของคุณย้ายไปอยู่ที่อื่น เนื่องจากเป็นยอดบริโภค ที่เกิดจาก ความเชื่อถือ และศรัทธาในตัวบริษัท และภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพขององค์กรเป็นหลัก ลูกค้าจึงยินดีที่จะซื้อสินค้าต่อ แม้ว่าจะมีการย้ายของผู้นำ เกิดความยั่งยืนในธุรกิจในอนาคตโดยตรง
  • 6.  

×