Your SlideShare is downloading. ×
Thai(ตัวอย่าง)
Thai(ตัวอย่าง)
Thai(ตัวอย่าง)
Thai(ตัวอย่าง)
Thai(ตัวอย่าง)
Thai(ตัวอย่าง)
Thai(ตัวอย่าง)
Thai(ตัวอย่าง)
Thai(ตัวอย่าง)
Thai(ตัวอย่าง)
Thai(ตัวอย่าง)
Thai(ตัวอย่าง)
Thai(ตัวอย่าง)
Thai(ตัวอย่าง)
Thai(ตัวอย่าง)
Thai(ตัวอย่าง)
Thai(ตัวอย่าง)
Thai(ตัวอย่าง)
Thai(ตัวอย่าง)
Thai(ตัวอย่าง)
Thai(ตัวอย่าง)
Thai(ตัวอย่าง)
Thai(ตัวอย่าง)
Thai(ตัวอย่าง)
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

Thai(ตัวอย่าง)

6,772

Published on

Published in: Sports, Business
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
6,772
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. การใช้ภาษาไทยในการเขียนงานวิจัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สมเกียรติ รักษ์มณี ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • 2. ข้อควรคำนึงในการใช้ภาษาไทยในการเขียนงานวิจัย
    • เขียนประโยคให้กระชับ สั้น กะทัดรัด
    • ประโยคสื่อความหมายตรงประเด็น และชัดเจน
    • เนื้อความสมบูรณ์ ครอบคลุมทุกประเด็นที่ต้องการสื่อ
    • วางตำแหน่งประธาน กริยา กรรม และส่วนขยายถูกต้อง เหมาะสม
  • 3. ข้อควรคำนึงในการใช้ภาษาไทยในการเขียนงานวิจัย ( ต่อ )
    • ลดการซ้ำซ้อน
    • คำซ้ำๆ
    • ความซ้ำเดิม วกวน
    • มีการอ้างอิงประกอบให้เห็นจริง
  • 4. ข้อควรคำนึงในการใช้ภาษาไทยในการเขียนงานวิจัย ( ต่อ )
    • รู้จักใช้ถ้อยคำเชื่อมโยงเนื้อหาให้ต่อเนื่องกัน ไม่ขาดเป็นท่อนๆ เหมือนตัดแปะ
    • หลีกเลี่ยงการใช้คำหรือวลีฟุ่มเฟือย
    • ในแต่ละย่อหน้ามีประโยคใจความสำคัญ (Main Clause) ให้ชัดเจน นำเสนอความคิดเดียว และเนื้อความในแต่ละย่อหน้าต้องเป็นเอกภาพ
  • 5. การใช้ภาษาไทยในการเขียนส่วนต่างๆ ของงานวิจัย
  • 6. การเขียนบทนำ
  • 7. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
    • ในส่วนนี้จะ มุ่งแสดงพื้นฐานความเป็นมาของงานวิจัย โดยแสดงให้เห็นว่าเรื่องที่ทำวิจัยนี้เดิมมีความเป็นมาอย่างไร น่าสนใจ หรือเป็นปัญหาที่ต้องการจะแก้ไข จากนั้น นำเสนอให้เห็นว่าปัญหานั้นสำคัญอย่างไร มีความจำเป็นที่จะต้องหาทางแก้ไข เร่งด่วนหรือไม่ อย่างไร แล้ว แสดงความคาดหวังว่างานวิจัยนี้จะช่วยหาทางออกในการแก้ปัญหานั้นได้
  • 8. จัดลำดับเนื้อความให้เหมาะสม
    • ลำดับเนื้อความภายในย่อหน้า
    • ลำดับเนื้อความแต่ละย่อหน้า
    • ลำดับหัวข้อเรื่อง
  • 9. วิธีจัดลำดับเนื้อความ
    • ลำดับตามความสำคัญ
    • ลำดับตามเหตุการณ์หรือเวลา
    • ลำดับตามขั้นตอน
    • ลำดับตามทิศทาง หรือสถานที่
    • ลำดับตามความสัมพันธ์
  • 10. ความเป็นมาของปัญหา
    • ปัญหาคืออะไร
    • ปัญหานั้นสะสมสืบเนื่องมานานเพียงใด อย่างไร
    • มูลเหตุของปัญหาคืออะไร
    • เคยได้รับการแก้ไขหรือไม่อย่างไร
    • ผลการแก้ไขล้มเหลวอย่างไร
  • 11. ความสำคัญของปัญหา
    • ปัญหานั้นส่งผลกระทบต่อใคร อย่างไร รุนแรงเพียงใด
    • หากไม่รีบแก้ไขอาจจะเกิดผลอย่างไร
    • การค้นหาสาเหตุหรือแนวทางแก้ไขจำเป็นอย่างไรที่จะต้องใช้งานวิจัย(นี้)
  • 12. การเขียนวัตถุประสงค์ของการวิจัย
    • ใช้คำระบุเจตนาให้ชัดเจน : ขึ้นต้นด้วย “เพื่อ” ในวัตถุประสงค์ทุกข้อ หรือใช้ความนำว่า “งานวิจัยนี้มีวัตถุระสงค์เพื่อ” แล้วต่อด้วยตัววัตถุประสงค์ในแต่ละข้อโดยขึ้นต้นด้วยคำกริยาที่ระบุกิจกรรมหรือพฤติกรรมที่ต้องการศึกษา
    • หากมีวัตถุประสงค์หลายประการควรแยกเป็นข้อๆ ให้ชัดเจน ข้อละ 1 ประการสำคัญ
  • 13. การเขียนวัตถุประสงค์ของการวิจัย ( ต่อ )
    • วัตถุประสงค์จะต้องครอบคลุมประเด็นที่ศึกษา
    • จำนวนข้อของวัตถุประสงค์จะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่ที่เจตนาที่จะศึกษา การวิจัยบางเรื่องอาจมีวัตถุประสงค์เพียงข้อเดียว บางเรื่องอาจมีหลายข้อ
  • 14. การเขียนประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
    • ระบุถึงความคาดหวังที่จะได้รับเมื่อการวิจัยเสร็จสิ้น
    • ความคาดหวังที่ตั้งไว้นั้นควรเขียนล้อกับวัตถุประสงค์ เพื่อให้เห็นชัดเจนว่าตั้งวัตถุประสงค์ไว้อย่างไรก็จะได้ผลตอบสนองตามนั้น
    • อาจขึ้นต้นข้อความที่คาดหวังด้วยคำ “ได้รับ” หรือแสดงพฤติกรรมที่เกิดขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงไปตามที่ผู้วิจัยคาดหวัง
    • ทั้งนี้จะต้องไม่ขึ้นด้วยคำว่า “เพื่อ”
  • 15. การระบุขอบเขตของการวิจัย
    • เขียนให้เห็นชัดเจนว่าการวิจัยครั้งนี้กำหนดพื้นที่ในการศึกษา ประชากรหรือกลุ่มตัวอย่าง หรือวิธีการศึกษาอย่างไร
  • 16. การเขียนข้อตกลงเบื้องต้น
    • เขียนขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่าการทำการศึกษาวิจัยนี้จำกัดอยู่บนเงื่อนไขใดเท่านั้น
    • ตัวอย่าง
    • การวิจัยทางศึกษาศาสตร์ทดลองสอนนักเรียน เมื่อกำหนดขอบเขตว่าจะทดลองสอบเรื่องใด กับใคร ที่ไหน อย่างไรแล้ว ก็อาจมีข้อตกลงว่า “เครื่องมือที่สร้างโดยผ่านกระบวนการตามทฤษฎีใดๆ นั้น เป็นเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน” หรือกำหนดข้อตกลงเบื้องต้นว่า “จะไม่ศึกษาไปถึงตัวแปรแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น เพศ อายุ สถานภาพครอบครัว ฯลฯ”
  • 17. การเขียนนิยามศัพท์
    • เลือก คำที่สำคัญ ในการวิจัยมาเขียนนิยามศัพท์ให้ชัดเจน
    • คำสำคัญเหล่านั้นเป็นคำที่ผู้วิจัย กำหนดขึ้นใช้โดยเฉพาะในงานวิจัย ไม่ใช่คำที่ใช้ในความหมายทั่วไป
    • การเขียนนิยามศัพท์เป็นการ อธิบายความหมาย เพื่อให้ผู้อ่านงานวิจัยเข้าใจตรงกัน ไม่ใช่การบอกองค์ประกอบ ของสิ่งนั้น แต่หากจำเป็นต้องบอกองค์ประกอบก็จะต้องให้ความหมายก่อน
    • เขียนนิยามศัพท์ด้วยภาษาที่กระชับ ชัดเจน เข้าใจง่าย และต้องไม่นิยามศัพท์ด้วยการทับศัพท์ที่กำลังนิยามเพราะไม่ทำให้เกิดความเข้าใจเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
  • 18. การเรียบเรียงเนื้อหาในการตรวจเอกสาร
    • จัดหมวดหมู่ของแนวคิด - ทฤษฎีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้เป็นหมวดๆ เพื่อให้เห็นแนวทางในการ review literature อย่างชัดเจน
    • จัดลำดับ ของหมวดหมู่ให้เหมาะสม
    • เขียนเรียบเรียงความรู้ด้วยภาษาวิชาการ ให้เป็นความต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน
  • 19. การเรียบเรียงเนื้อหาในการตรวจเอกสาร ( ต่อ )
    • ถ้ามีผู้ให้ความเห็นในเรื่องเดียวกันเหมือนกันแล้วนำมาอ้างอิง ไม่จำเป็นต้องอ้างทีละคน อาจอ้างพร้อมกันครั้งเดียวได้เลย แต่ถ้าแนวคิดต่างกันจึงค่อยแยกกันอ้างคนละครั้ง
    • เขียนเชื่อมโยงเนื้อความให้ต่อเนื่องกัน อย่าให้รู้สึกว่าเป็นชิ้นๆ แบบตัดแปะ
  • 20. การเขียนอัญพจน์
    • มีอัญพจน์แบบไม่เกิน 3 บรรทัด และแบบเกิน 3 บรรทัด
    • แบบไม่เกิน 3 บรรทัด คัดลอกมาโดยใส่เครื่องหมายอัญประกาศ เขียนต่อกับข้อความเดิมได้เลย
    • แบบเกิน 3 บรรทัด ให้ขึ้นย่อหน้าใหม่ และบรรทัดต่อไปให้ตรงแนวเดียวกันกับย่อหน้า
  • 21. การเขียนวิธีดำเนินการวิจัย ระบุให้ชัดเจนถึงกลุ่มประชากรหรือกลุ่มตัวอย่าง วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือ วิธีการวิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูล
  • 22. การเขียนผลการวิจัยและข้อวิจารณ์
    • ผลการวิจัย ให้ระบุว่าเมื่อศึกษาแล้วผลที่ได้จากการศึกษาข้อมูลและทดสอบสมมุติฐานเป็นอย่างไร
    • ข้อวิจารณ์ ให้วิจารณ์ผลการวิจัยว่าในการทำวิจัยนี้มีจุดเด่น จุดด้อยอย่างไร มีข้อคิดเห็นหรือข้อสังเกตอื่นๆ อันนอกเหนือจากที่ตั้งวัตถุประสงค์ไว้หรือไม่ อย่างไร
  • 23. การเขียนบทสรุป ให้ระบุวัตถุประสงค์การวิจัย ประชากรหรือกลุ่มตัวอย่าง วิธีการศึกษาค้นคว้า และผลสรุปจากการวิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงข้อเสนอแนะในด้านต่างๆ
  • 24. การเขียนบทคัดย่อ
    • ให้ระบุข้อมูลตามแบบ ได้แก่ ชื่อผู้วิจัย หัวข้อวิจัย ประธานกรรมการที่ปรึกษา จำนวนหน้าของรายงานการวิจัย
    • ระบุวัตถุประสงค์ของการวิจัย กลุ่มประชากรหรือกลุ่มตัวอย่าง วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
    • ระบุผลการวิจัย
    • ระบุข้อเสนอแนะ
    • การเขียนบทคัดย่อให้เขียนสรุปให้จบในหน้าเดียว

×