Ppt Charuaypon 124
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Ppt Charuaypon 124

on

  • 6,516 views

 

Statistics

Views

Total Views
6,516
Views on SlideShare
6,375
Embed Views
141

Actions

Likes
2
Downloads
63
Comments
1

4 Embeds 141

http://www.kroobannok.com 122
http://chobboon.wordpress.com 9
http://www.slideshare.net 9
http://kroobannok.com 1

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
  • good
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

Ppt Charuaypon 124 Ppt Charuaypon 124 Presentation Transcript

  • ผู้บริหาร สถาน ศึกษา ผู้นำการเปลี่ยนแปลง โดย ดร . จรวยพร ธรณินทร์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มิถุนายน 2550 ที่ จังหวัดภูเก็ต
  • ผู้บริหารการศึกษา ที่ต้องการเป็น ผู้นำ การเปลี่ยนแปลง
    • 1. ต้องเข้าใจพื้นฐานของการเปลี่ยนแปลง
    • 2. ต้องเป็นนักจัดการชั้นเยี่ยมที่นำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้
    • 3. ต้องทำงานสนองนโยบายระดับสูงให้เกิดผลงานเชิงประจักษ์ได้
    • 4. ต้องเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ จากการแสวงหาต้นแบบเก่งๆ
  • การเปลี่ยนแปลงมี 4 ขั้นตอน เหมือนบ้าน มี 4 ห้อง ผู้นำจึงต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงไปถึงห้องที่ทุกคนอยู่อย่างมีความสุข Prof. Neal Thornberry ผู้นำในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง 1. ไม่เห็นด้วยไม่ตอบโต้ 4. ทุกคนเข้าใจยอม เปลี่ยนแปลง 2. ไม่เห็นด้วยและต่อต้าน 3. อยากเปลี่ยนแต่ยัง ไม่รู้จะทำอะไร
  • 22 กลุ่มตั้งใจทำตามและทำตามได้สำเร็จ กลุ่มตั้งใจทำตามแต่ทำไม่สำเร็จ กลุ่มตั้งใจไม่ทำตามและทำสำเร็จได้บ้าง กลุ่มตั้งใจไม่ทำตามแต่ทำไม่สำเร็จ ผู้ปฏิบัติงาน จะมี 4 ประเภท
  • 23 เข้าใจนโยบาย เห็นด้วยกับนโยบายอย่างเปิดเผย กลุ่มที่ 1 ตั้งใจทำตาม และทำได้ สำเร็จ ( แชมเปี้ยน ) มีการปรับตัว มีทรัพยากรในการทำงาน
  • 24 ที่ไม่สมควรได้รับ ทำแล้วผลประโยชน์ไปตกกับกลุ่ม กลุ่มที่ 2 ตั้งใจทำตาม แต่ทำตามไม่สำเร็จ ( ขอพี่เลี้ยง ) ไม่เข้าใจนโยบาย ทำแล้วมีผู้รับผลประโยชน์น้อย วิธีแก้ไข ไม่คุ้มค่า ทำเป้าหมายให้ชัดเจน มีคู่มือการปฏิบัติงาน การฝึกอบรม การให้คำปรึกษา มีการติดตามผลงาน การให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรู้สิทธิจากนโยบาย
  • 25 - ทำเพื่อผลประโยชน์ของตน กลุ่มที่ 3 ตั้งใจไม่ ทำตามและ ทำสำเร็จน้อย ( เบี้ยว ) ตั้งใจไม่ทำตาม พลิกแพลงกฎระเบียบ - ตั้งใจเปลี่ยนวิธีทำงาน - ทำอย่างอื่นแทน เตะถ่วง ผักชีโรยหน้า แสดงตนเป็นปฏิปักษ์อย่างเปิดเผย ผลักดันภาระไปให้ผู้อื่น / ขอย้าย ไปทำหน้าที่อื่น
  • 26 กลุ่มที่ 3 ตั้งใจไม่ ทำตามและสำเร็จน้อย ( เบี้ยว ) วิธีแก้ไข มาตรการลงโทษ ให้ข้อมูลทุกฝ่าย สรรหาคนดี ซื่อสัตย์มาทำ ให้กลุ่มหลากหลายเข้ามาร่วม จัดทำคู่มือ อบรมชี้แจง จัดทำประโยชน์ การอ้างอิงจากข้อมูลแหล่งต่าง ๆ สร้างการ มีส่วนร่วม
  • 27 มีระบบตรวจสอบการทำงาน การแก้ไข กลุ่มที่ 4 ตั้งใจไม่ทำตาม แถมทำไม่สำเร็จ ( บูด ) ไม่ในใจนิ่งเฉย ใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย ทำแบบขอไปที
  • ปรัชญา HRM ใหม่ : ผู้บริหารเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง 1. ตัวผู้บริหารเป็นผู้นำที่ 2. ต้องเปลี่ยนวิธีการจัดการ - มีภาวะผู้นำ - ต้องลดขนาดหน่วยงาน - เข้าใจธุรกิจ - ปรับโครงสร้างหน่วยงาน - เข้าใจโลกาภิวัตน์ - ให้ความสำคัญงานบริหารบุคคล - เข้าใจการเปลี่ยนแปลง - ต้องใช้เทคโนโลยีร่วมสมัย - เข้าใจทรัพยากรมูลค่าเพิ่ม - ต้องใช้เทคนิค HRM แบบใหม่ 8
  • การพัฒนานักบริหารระดับสูงของออสเตรเลีย คือการสร้างพฤติกรรม 5 กลุ่ม 1. คิดอย่างใช้ยุทธศาสตร์ 2. มีวิธีทำงานโดยมุ่งผลสำเร็จ 3. การพัฒนาทีมร่วมสร้างผลสำเร็จ 4. ติดต่อสื่อสารได้เร็วทั่วถึง 5. มีตัวอย่างต้นแบบให้ศึกษา 9
  • หลักสูตร ผู้นำการเปลี่ยนแปลง ของสคบศ . ปี 2550 แบ่งเป็น 2 กลุ่มเป้าหมาย
    • ( 1) หลักสูตรพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับการกระจายอำนาจสำหรับผู้บริหารการศึกษา ( ผอ . สพท ). และ ผู้บริหารสถานศึกษา ( รวมโรงเรียนรัฐ เอกชน และกทม ) 3 หน่วยการเรียนรู้ ได้แก่
    • 1. หน่วยการบริหารการเปลี่ยนแปลง
    • 2. หน่วยการจัดการที่โรงเรียนเป็นฐาน และ
    • 3. หน่วยปฎิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ
  • หลักสูตรของสคบศ . ปี 2550 สำหรับครูและศึกษานิเทศก์
    • ( 2) หลักสูตรพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับการกระจายอำนาจสำหรับ ครูและศึกษานิเทศก์ 7 หน่วยการเรียนรู้ คือ
    • 1. หน่วยครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง
    • 2. หน่วยคุณธรรมนำความรู้
    • 3. หน่วย การพัฒนาสมรรถนะครู
    • 4. หน่วยการประกันคุณภาพ
    • 5. หน่วยการบริหารหลักสูตรสถานศึกษา
    • 6. หน่วยการปฏิรูปการเรียนรู้ และ
    • 7. หน่วยวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน
  • ตัวอย่าง หลักสูตร พัฒนาผู้บริหารสายวิชาการ
    • สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
    • ร่วมกับสำนักฝึกอบรมสถาบันบัณฑิต พัฒ นบริหารศาสตร์
    • วิธีการฝึกอบรม บรรยาย อภิปราย กรณีศึกษา กิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ และการศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ
    • ประเมินผลการฝึกอบรมใน 2 ส่วน คือ ประเมินการเรียนรู้ และประเมินปฏิกิริยาของผู้เข้ารับการอบรม โดยใช้แบบสอบถามและสังเกตพฤติกรรม
    • ระยะเวลาการอบรม จำนวน 2 1 วัน
    • อัตราค่าลงทะเบียน รายละ 45,000 บาท
  • Module 1 การพัฒนาภาวะผู้นำ วันที่ 1 การพัฒนาทักษะหัวหน้างาน วันที่ 2 การพัฒนาวิธีคิดอย่างสร้างสรรค์ วันที่ 3 การคิดวิเคราะห์และวางแผน เชิงกลยุทธ์ วันที่ 4 จริยธรรมกับหัวหน้างาน วันที่ 5 การเจรจาต่อรอง
  • Module 2 การบริหารจัดการทรัพยากรในสถาบันอุดมศึกษา
    • วันที่ 6 ศึกษาดูงาน การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย
    • วันที่ 7 การบริหารจัดการการเงิน / การคลัง / ง บประมาณ
    • วันที่ 8 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหาร
    • วันที่ 9 เทคนิคการวางแผนและนโยบายด้านอุดมศึกษา
    • วันที่ 10 การบริหารเชิงคุณภาพทั้งองค์กร (TQM) การบริหารความรู้ของทีมงาน
  • Module 3 การบริหารจัดการบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษา
    • วันที่ 11 การวางแผน / การพัฒนา / การประเมินบุคลากร / การสร้างแรงจูงใจ
    • วันที่ 1 2 การพัฒนาทักษะการสื่อสาร / การให้คำแนะนำและการเป็นพี่เลี้ยง
    • วันที่ 1 3 การติดตามและการประเมินผลการ / ปฏิบัติงาน เทคนิคการแก้ปัญหาและตัดสินใจอย่างเป็นระบบ
    • วันที่ 14 การบริหารความเสี่ยง / การบริหารการเปลี่ยนแปลง
    • วันที่ 1 5 การสร้างและบริหารทีมงาน
    • วันที่ 1 6 Summary and Presentation
  • Module 5 ศึกษา ดูงานต่างประเทศเพื่อพัฒนางานบริหารอุดมศึกษา
    • วันที่ 17 –21
    • ศึกษา ดูงานต่างประเทศเพื่อพัฒนางานบริหารอุดมศึกษาประเทศเกาหลี
  • ปัจจัยความสำเร็จที่ส่งผลต่อการจัดกิจกรรม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในองค์การ 1. การสนับสนุนของผู้บริหารระดับสูง 2. ความตั้งใจและความมุ่งมั่นของทีมงานผู้รับผิดชอบ 3. ความก้าวหน้าและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทางด้านเทคโนโลยี 4. ขนาดและความซับซ้อนขององค์การ 5. ความรู้ใหม่ทางด้านพฤติกรรมศาสตร์ 6. ความเข้าใจทฤษฏีการเรียนรู้ 7. ผลการปฏิบัติงานของภารกิจหลักอื่นๆ ที่ต้องใช้หลักการ บริหาร ทรัพยากรมนุษย์ 25
  • 12 1. การบริหารคือการขับเคลื่อนโดยใช้กลไกตลาด ลูกค้าคือใคร / ใครคือคู่แข่ง / เราจะร่วมมือกับใคร / เราเก่งอะไร / เราจะขายอะไร 2. ต้องสร้างภาพลักษณ์และกำหนดจุดยืนในตลาด เช่น มีลักษณะเฉพาะ และเทียบกับมาตรฐานสากล Prof. Dipak C. Jain ( คณบดีวิทยาลัย การจัดการ Kellogg )
  • 13 3. บุคลิกนักบริหาร คิดใหญ่ฝันใหญ่ + ขับเคลื่อนความฝัน + สร้างทีมร่วมผลักดัน ใช้สัญชาติญาณ ใช้ข้อมูล ใช้องค์ความรู้ มีเป้าหมาย มีกลยุทธ มีมิติวัด ทำเป็นแบบอย่าง จูงใจ มอบอำนาจ Prof. Dipak C. Jain ( คณบดีวิทยาลัย การจัดการ Kellogg )
  • 14 4. การนำการเปลี่ยนแปลงของนักบริหาร - คิดเชิงธุรกิจ ( โอกาส + กำไร ) - ทัศนคติเชิงบวก - สามารถนำทีม - ทำงานเชิงรุก - สร้างวัฒนธรรมองค์กร Prof. Dipak C. Jain ( คณบดีวิทยาลัย การจัดการ Kellogg )
  • เป้าหมายและวิธีปฏิรูปการศึกษาเพื่อการเปลี่ยนแปลงของ 6 ประเทศเพื่อนบ้านไทย ( ข้อมูลสกศ . ปี 2549)
    • 1. เน้นเพื่อก้าวสู่ สังคมฐานความรู้
    • 2. เน้นปรับ ระบบการศึกษาให้หลากหลาย ทางเลือก เพิ่ม คณิต ศาสตร์ ภาษา อังกฤษ การ อ่าน การ แก้ปัญห าและการใช้ ICT
    • 3. พัฒนาคนสร้าง วิสัยทัศน์สู่อนาคต มีอาวุธทางปัญญา
    • 4. เน้น ความรู้และคุณธรรม สร้างตั้งแต่เยาว์วัย
    • ญี่ปุ่นเน้นความรับผิดชอบ ระเบียบวินัย จิตสำนึกส่วนรวม รักชาติ คุณค่าเพื่อนมนุษย์ และ ส่วนร่วมสังคมนานาชาติ
    • เกาหลี เน้นเป็นเลิศทางการศึกษา ประเพณี วิทยาศาสตร์และพลโลก
    • สิงคโปร์ เน้น การเป็น นักคิด และสมานฉันท์
  • ข้อเสนอแนวปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทย
    • 1. สร้างความเข้มแข็งของ การศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย
    • สำหรับคนทุกกลุ่มอายุ
    • 2. สร้างวิสัยทัศน์การศึกษาไทย และแต่ละคน สร้างความพร้อมรองรับอนาคต
    • 3. เน้นการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพ เพิ่มความเข้มแข็งด้าน คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ทักษะการอ่าน การแก้ปัญหา ใช้ไอซีที
    • 4. เน้น คุณธรรมนำความรู้ สร้างนักคิด และนักธรรม
    • 5. ปฏิรูประบบจัดการโรงเรียนที่เน้นพัฒนานักคิด สนับสนุนโรงเรียนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของไทยได้แก่โรงเรียนตามแนวเศรษฐกิจพอพียง
  • มาเริ่มเปลี่ยนแปลง ณ บัดนี้ 1. วิเคราะห์และยอมพัฒนาตนเอง
    • เริ่มจากการตรวจสอบตัวท่านเองก่อน
    • อย่าน้อยใจในวาสนา / อย่าเพิ่งอิจฉาเพื่อนที่ได้ดี / อย่ารีบด่วนตำหนิผู้บังคับบัญชา / หากวิเคราะห์โดยสำรวจตนเองท่านอาจได้คำตอบว่าเราต้องปรับปรุงตนเองอย่างไร
    • คำพูด “ขุดดินทั้งวันได้พันห้า เดินไปเดินมาได้ห้าพัน”
    • “ หลับ ๆ ตื่น ๆ ได้หมื่นห้า พูดไปพูดมาได้ห้าหมื่น” คำพูดเหล่านี้ถูกต้องแล้ว
    • ความจริงข้อนี้ก็เหมือนคำพูดที่ว่า “คนจนเล่นหวย
    • คน รวยเล่นหุ้น ”
    27
  • 2. นักบริหารทำอะไร ภารกิจของนักบริหาร หากคิด จะ ก้าวให้เป็นนักบริหารระดับสูงขึ้น
    • คิด คิดอย่างมียุทธศาสตร์ให้กว้าง - ไกล - ลึก / คิดตัดสินใจ / คิดแก้ปัญหา / คิดริเริ่มสร้างสรรค์ / ประสานความคิด
    • 2. นำ นำให้คนยอมรับ / นำให้คนมีความสุข / นำให้คนสร้างผลงานสูงสุด / นำให้คนอื่นพัฒนาเติบโตมาแทนตนเองได้ / นำสู่เป้าหมายขององค์กร
    • 3. คุม คุมเงิน / คุมแผน / คุมคนคุมทรัพยากร / คุมสถานการณ์
    • 4. แสดง แสดงความสามารถในงาน / แสดงวัฒนธรรมขององค์การ / แสดงความมั่นคงในยามวิกฤติ / แสดงการเป็นตัวแทนต่อโลกภายนอก
    28
  • 3. การจัดการผู้บริหาร กรณีระดับสูง กว่าหรือเท่ากัน
    • - เรียนรู้ประสบการณ์ / คุณวุฒิ / ประวัติความเป็นมา / ให้มีข้อมูลรอบด้านอย่างละเอียดเพื่อเข้าใจวิธีคิด / วิธีพูด / วิธีทำงานของเขา
    • - ให้ความ เคารพให้เกียรติ / ไม่นินทาทั้งต่อหน้าหรือลับหลัง
    • / ต้องยกย่องลับหลัง
    • - สร้างเครือข่าย กับญาติ / เพื่อน / เลขานุการหน้าห้องเพื่อทำการข่าว
    • - แสดงความ จงรักภักดี / ไม่เลื่อยขา / ไม่ Offside เพื่อมิให้นายระแวง
    • - รู้จัก รายงานผลงาน ความสำเร็จและยกความสำเร็จให้นาย
    • - ขอคำปรึกษา เมื่อเกิดปัญหา
    • - ต้องแก้ไขปัญหาสำคัญ อาสาช่วยงาน ทำงานยาก / งานใหญ่ / งานใหม่
    29
  • การจัดการกับผู้บริหารระดับกลาง ( รอง ผอ . / หัวหน้ากลุ่ม )
    • - สอนงานให้โดยให้คำแนะนำ ที่เป็นประโยชน์ มีเหตุผล เป็นไปได้
    • - ฝึกให้เก่งขึ้นมาแทน ได้ ต้องสร้างตัวตายตัวแทน เพื่อท่านจะได้ก้าวสูงขึ้น
    • - ปกป้องช่วยเหลือ เมื่อเกิดปัญหาหรือข้อขัดแย้ง
    • - รู้จัก สร้างเครือข่าย เรียกมาทำงานหลายคน ระวังความสนิทสนมส่วนตนความลำเอียง
    • - ไม่ตำหนิต่อหน้าที่ผู้อื่น โดยเฉพาะห้องประชุม เรียกมาคุยเพื่อให้คำแนะนำอย่างนุ่มนวล
    30
  • การจัดการกับผู้ปฏิบัติงาน
    • - เรียกชื่อจำหน้า ให้ได้ทุกคน / เกือบทุกคน
    • สนใจประวัติพื้นเพ และประสบการณ์ความรู้ความสามารถ
    • ให้ความ ยุติธรรม ให้โอกาสแก่ทุกคน
    • - มอง ค้นหาผู้มีแวว ดี ให้ฝึกรับผิดชอบงานสำคัญ
    • - พูดจาให้เกียรติ สุภาพ แสดงถึงความห่วงใย เอื้ออาทร
    • - ชี้แนะ ให้คำปรึกษา ถึงวิธีปฏิบัติงานฯ และให้กำลังใจ
    31
  • 4. ข้อเสนอแนะสำหรับการพัฒนาตนเองเพื่อ เตรียมเข้าสู่ตำแหน่งนักบริหารระดับสูง
    • ก . การจัดวางตำแหน่งของตนเอง
    • 1. หากอยู่ในตำแหน่งรองผู้บริหารระดับสูง / มิใช่สูงสุด การตัดสินใจควรเป็นหน้าที่ผู้บริหารสูงสุด ต้องหารือ ขอคำปรึกษา
    • 2. ต้องเคารพรองอธิบดี / รองเลขาธิการคนที่มีอยู่เดิม ให้เกียรติผู้อาวุโส ฝากเนื้อฝากตัว
    • 3. อย่าเกี่ยงงาน ให้ดูแลรับผิดชอบด้านใด ให้รับมาทำ ทำให้เต็มที่ คิดว่าได้เรียนรู้งานใหม่ ๆ เปิดโลกทัศน์ สร้างความประทับใจที่ดี
    32
  • ข . ทักษะที่ต้องพัฒนาตนเองให้เก่งและดีที่สุด 4 ทักษะ
    • ทักษะที่ 1 สร้างบุคลิกของผู้บริหารชั้นเยี่ยม
    • - แต่งกายมีรสนิยม ดีเหมาะสมฐานะ
    • - ดูแล สุขภาพ ให้มีรูปลักษณ์ทรวดทรงที่เหมาะสม
    • - ควบคุมอารมณ์ ให้เป็นผู้ใหญ่มีเหตุมีผล
    • - มีทักษะและ มารยาท ที่ห้องประชุม + โต๊ะอาหาร
    • - ติดตาม ข่าวสาร อ่านหนังสือประเทืองปัญญา
    • - ไปเข้าร่วม สัมมนา + เป็น วิทยากร
    • - รู้จัก ทักษะการแสดงออก ต่อหน้าผู้อื่น เหมาะสมกับบทผู้ช่วยพระเอก อย่าเล่นบทนางอิจฉา ผู้ร้าย
    33
  • ข . ทักษะที่ต้องพัฒนาตนเองให้เก่งและดีที่สุด 4 ทักษะ
    • ทักษะที่ 2 การสื่อสารของผู้บริหารชั้นเยี่ยม
    • เรียกประชุมชี้แจงให้เกิดกำลังใจ ปลุกเร้า
    • มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังขายความคิด
    • จัดระเบียบเวลาให้เหมาะสมวิเคราะห์ผู้ฟังก่อนพบ
    • เตรียมคำพูดที่เหมาะกลุ่มเป้าหมาย / พยายามพูดให้ผู้ฟังตอบว่า ใช่เสมอ หรือถ้าขัดแย้งต้องบอกว่า “ ครับ / คะ… . แต่ว่า ”
    • สื่อความหมายด้วยภาษากาย เพิ่มจากการพูด
    • เยือกเย็น สุขุม เคลื่อนไหวอย่างราบรื่น
    • อยู่ในระยะห่างที่เหมาะสม คือเกินมือเอื้อม / ไม่คุกคาม เป็นผู้ฟังที่ดี แสดงความสนใจ
    • รู้จักจังหวะรุก - ถอยวางตัวเป็นมืออาชีพ
    34
  • ข . สี่ทักษะที่ต้องพัฒนาตนเองให้เก่งและดีที่สุด
    • ทักษะที่ 3 การพูดของผู้มีอำนาจเมื่อมีเรื่องสำคัญต้องสั่ง - ประโยคบอกเล่า ที่ชัดเจน ไม่ซับซ้อน ใช้คำน้อย ไม่มีคำขยายมาก เป็นภาษาที่ทรงอำนาจ
    • - พูดให้ช้า ลง เสียงระดับต่ำ หนักแน่น เยือกเย็น เข้มงวดและชัดเจน
    • - ยืนแบบทหารมั่นคง ไหล่ผึ่ง นัยน์ตามองตรงนิ่ง หน้าเรียบศีรษะนิ่งใส่หน้ากากหิน ควบคุม อากัปกริยาราบเรียบ
    • - การปรากฏตัว ให้สำคัญ นั่งในที่เด่น
    35
  • ข . ทักษะที่ต้องพัฒนาตนเองให้เก่งและดีที่สุด 4 ทักษะ
    • ทักษะที่ 4 การสร้างภาวะผู้นำขององค์กร
    • ค้นหาผู้บริหารระดับสูงสุด ผู้อาวุโสเพื่อขอคำแนะนำ
    • สร้างเครือข่ายทีมงาน เพื่อนในสำนักงาน ผู้บริหารต่างหน่วยงาน
    • เพื่อใช้ประโยชน์ในการประสานงาน
    • รับฟังข้อมูลทำการข่าวความเคลื่อนไหว เพื่อรับทราบความเป็นไปของคนในองค์กร มีสารทุกข์สุกดิบ คับข้องใจเรื่องใด
    • ค้นหาดาวรุ่งพุ่งแรง ที่จะเป็นผู้บริหารระดับสูงสุด ทำงานให้เขาประทับใจต้องทำงานให้ผู้บริหารระดับสูงหลายคนไปพร้อมกัน
    • เสนอตนเองต่อที่ชุมชน ในที่ประชุม ในงานสังสรรค์
    • ไม่เล่นหรือแข่งขันในสิ่งที่ไม่ถนัด หลีกความพ่ายแพ้
    36
  • ค . ทักษะในการสร้างภาวะผู้นำขององค์กรภาครัฐ
    • ต้องฝึกฝนเพื่อความสำเร็จอยู่เสมอ / เริ่มจากค้นหาจุดอ่อนจุดแข็งของตนเอง / วางแผนแก้ไข / มีวินัยต่อตนเอง / ลงมือทำงานด้วยความเหนื่อยยาก / ศึกษาผลงานที่คนอื่นทำได้สำเร็จ / ความสำเร็จมิได้หมายความว่าท่านจะล้มเหลวไม่ได้ แต่หมายความว่าท่านจะต้องยอมรับความล้มเหลวไม่ได้ต่างหาก แต่เมื่อล้มไปแล้วต้องลุกสู้ขึ้นใหม่ ถอยหนึ่งก้าวเพื่อสู้ต่อไป ปรับกลยุทธ์ใหม่
    • ท่านจะต้องสร้างภาพของความสำเร็จและก้าวไปสู่ความสำเร็จ / ทำงานหนัก / ใช้สติปัญญา / ความสำเร็จอยู่ที่โอกาส ต้องสร้างโอกาสมิใช่รอโอกาส / รับผิดชอบต่อการกระทำและความผิดพลาดของตนเองเสมอ / ปรับตัวได้เร็ว ทันเหตุการณ์ / ต้องเติมพลังกายพลังใจมีชีวิตกระปรี้กระเปร่า
    37
  • อารมณ์ที่ทำลายนักบริหาร
    • นักบริหารหญิง
    • ร้องไห้ต่อวงประชุม
    • นินทาต่อหน้าวงประชุม
    • ปากตลาด
    • นักบริหารชาย
    • ลงไม้ลงมือ
    • เดินหนีจากห้องประชุม
    • ประกาศล้างแค้น
    55
  • สูตร ทำงานทีม (Twelve Cs for Team Building )
    • Clear Expectations บอกความคาดหวังให้ชัดเจน
    • Context กำหนดขอบข่ายงาน
    • Commitment : รับผิดชอบงานที่รับมอบหมาย
    • Competence : ศักยภาพขีดความสามารถในทักษะงาน
    • Charter : กฎกติกามารยาท
    • Control : การควบคุมสั่งการ
    • Collaboration : การให้ความร่วมมือ
    • Communication การติดต่อสื่อสารทำความเข้าใจ
    • Creative Innovation ใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีให้งานง่ายและเร็วขึ้น
    • Consequences : การทำอย่างต่อเนื่อง
    • Coordination การประสานกัน
    • Cultural Change ยอมเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงาน
    59
  • สูตร สร้างภาวะผู้นำ : 25 lessons from Jack Welch
    • นำมากกว่าจัดการ : 1. แนะนำมากขึ้น 2. จัดการลดลง 3. วิสัยทัศน์
    • ยาวไกล 4 . ทำให้เป็นเรื่องง่าย 5. ลดพิธีที่เป็นทางการ 6. ให้กำลังใจผู้อื่น
    • 7. ยอมรับความจริง 8. มองการเปลี่ยนแปลงเป็นโอกาส 9. เก็บเกี่ยวข้อเสนอดีๆจากทุกคน 10. ติดตามผล
    • สร้างองค์กรที่ทุกคนชนะ : 11. ลดศักดินา 12. ขจัดสิ่งที่ขวางหน้า 13. คุณค่าต้องมาก่อน 14. เป็นผู้นำที่พร้อมพัฒนาตนเอง 15. สร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้
    • ครองใจผู้คน : 16. ให้ทุกคนมีส่วนร่วม 17. ให้โอกาสทุกคนในทีมได้ทำ
    • 18. ยืดหยุ่น , 19. มีความมั่นใจตนเอง 20. มีอารมณ์ขัน
    • สร้างหน่วยงานให้เป็นผู้นำในวงการ : 21. องค์กรเป็นผู้นำหมาย
    • เลข 1 หรือ 2 ของวงการ 22. อยู่ด้วยคุณภาพ 23. เน้นสร้างนวัตกรรมใหม่ 24. ปรับตัวไปกับความรวดเร็ว 25. ทำตัวเรียบง่ายเหมือนอยู่องค์กรเล็กที่อ่อนน้อมรู้จักตน
    63
  • เข้าใจ แนว ทางการ บริหารการศึกษาไทยยุค 2550 รมว . ศ ธ . ศ . ดร . วิจิตร ศรีสอ้าน
    • 1 . ขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาโดย แก้ปัญหาอุปสรรค
    • ที่ค้างอยู่ เพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้ 2 . เสริมเติมเต็มใน เรื่องจำเป็น เช่น ผลักดันร่าง พ . ร . บ . การศึกษาตลอดชีวิต พ . ร . บ . อาชีวะ พ . ร . บ . โรงเรียนเอกชน
    • ให้การปฏิรูปได้ทั้งระบบ
    • 3. ทำงานใหม่ให้ได้งาน ที่ขานรับนโยบายรัฐบาล เช่นชูประเด็นคุณธรรมนำความรู้ น้อมนำสู่เศรษฐกิจพอเพียง
    56
  • เรียนรู้ ยุทธศาสตร์ ของ รมว . ศ . วิจิตร ศรีสอ้าน
    • 1 . เร่งรัดการปฏิรูปการศึกษาโดยยึดคุณธรรมนำความรู้
    • 2. ขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานของประชาชน
    • 3 . พัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ
    • 4 . กระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา
    • 5 . การมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคเอกชน และท้องถิ่น
    • 6. การศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้
    57
  • แก่นของ คุณธรรมนำความรู้ น้อมนำสู่เศรษฐกิจพอเพียง
    • ปี 2550 การบริหารตามนโยบายรัฐบาล + กระทรวงศึกษาธิการ โดยหลักชูคุณธรรมนำความรู้
    • – วิถีประชาธิปไตย ( สถานศึกษาเป็นศูนย์กลางประชาธิปไตย / สอดแทรกในการสอน / จัดกิจกรรมสภานักเรียน / เรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น / มีเครือข่ายถ่ายทอดความรู้ )
    • สมานฉันท์ ( จิตสำนึกเป็น พวกเดียวกัน / มี เอกภาพ ในความหลากหลาย / เป็น มิตรต่อกัน / พึ่งพาอาศัยกัน / ไว้วางใจกัน / สร้าง พลัง ร่วม ของหมู่คณะ )
    • - สันติวิธี ( คารวะธรรม / ปัญญาธรรม / สามัคคีธรรม )
    • - เศรษฐกิจพอเพียง ( พอประมาณ / มีเหตุผล / มีภูมิคุ้มกันในตัว )
  • การสอนที่ส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้
    • 1. ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณธรรมขั้นพื้นฐาน :
    • ความรับผิดชอบ + ทำงานร่วมกับผู้อื่น
    • 2. จัดกิจกรรมครอบคลุมทั้ง
    • การ คิด + พฤติกรรมที่ ทำ + เกิดความ รู้สึก
    • 3. ใช้วิธีส่งเสริมแบบบูรณาการให้เกิด ความคิดในเชิงบวก
    • 4. สร้าง บรรยากาศ สิ่งแวดล้อมที่ อบอุ่น
    • 5. สร้าง โอกาสการเรียนรู้ เชิงคุณธรรมให้แก่นักเรียน
    43
  • การสอนที่ส่งเสริมคุณธรรมเชิงสร้างสรรค์
    • 6 . สอดแทรก คุณธรรม ทุกวิชา และ ให้ เกียรติ นักเรียน
    • 7. กระตุ้นให้นักเรียนเกิด แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์
    • 8. กระตุ้น ครูทุกคนเป็นแบบอย่าง ที่ดีของศิษย์
    • 9. สร้างกิจกรรมนักเรียนใน การเป็นผู้นำ ที่มีคุณธรรม
    • 10. ขอความ ร่วมมือผู้ปกครอง และชุมชน สนับสนุน
    • การทำดีของลูก
    • 11 . การประเมินความสำเร็จของโรงเรียนให้
    • ประเมินจากพฤติกรรมของเด็กนักเรียน
    44
  • วิเคราะห์ ปัญหาและพฤติกรรมเด็กไทย ดร . อมรวิชช์ นาครทรรพ ผอ . สถาบันรามจิตติ 2549 โครงการ Child Watch
    • วัยรุ่นดื่มเหล้า สูบบุหรี่ในอัตราสูง เด็กม . ต้นถึงอุดมศึกษา ดื่มเหล้าเป็นครั้งคราวถึงเป็นประจำร้อยละ 36 และสูบบุหรี่ร้อยละ 17 เด็กอาชีวศึกษาครองแชมป์เรื่องสูบบุหรี่ร้อยละ 23 ส่วนเด็ก มหาวิทยาลัยครองแชมป์เรื่องกินเหล้าร้อยละ 47
    • เด็กมัธยมถึง อุดมศึกษาเสพสื่อลามกประเภทวีซีดีโป๊ และเว็บโป๊ เป็นครั้งคราวถึงเป็นประจำ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 39 และ 27 เป็นร้อยละ 41 และ 30
    • การพนันพบว่า อัตราเด็กมัธยมถึง อุดมศึกษาเล่นการพนันและหวยบน ดิน ยังคงที่จากปีที่แล้ว ร้อยละ 17 และ 20
    16
  • อายุต่ำกว่า 19 ปี คลอดลูกปีละ 70,000 ราย
    • จังหวัดใดมีอัตรา ดื่มสุรา ของวัยรุ่น สูง จะมีอัตรา เสพสื่อลามก และมี เพศสัมพันธ์สูง ตามไปด้วย
    • ปัญหาเรื่องเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่นเป็นปัญหาน่าห่วง วัยรุ่นต่ำกว่า 19 ปี มา ทำคลอดเฉลี่ยเกือบวันละ 200 คน หรือกว่า 70,000 คน / ปี และเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี ถึงกว่า 2,000 คน
    • อุบัติเหตุจากการดื่มเหล้า ยังคงสูงอยู่ มีเยาวชนอายุต่ำกว่า 25 ปี เสียชีวิตเฉพาะจากอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์อย่างเดียวเกือบ วันละ 20 ราย หรือปีละกว่า 7,000 คน เกือบครึ่งหนึ่งดื่มสุรามึนเมาก่อนเกิดเหตุ
    • สรุป เด็กไทยยัง ขาดทักษะการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นหน้าที่ของทั้งครอบครัวและสถาบันการศึกษาต้องช่วยกันเสริมสร้างทักษะการใช้ชีวิตให้แก่เด็ก
    17
  • เด็กไทยสำลักเสรีภาพ
    • ปัจจุบัน ครอบครัวเหินห่างลูก มากขึ้น พบเด็กวัยเรียนระดับมัธยมขึ้นไปเกือบ ร้อยละ 30 ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ และยิ่งโตขึ้นอยู่ในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา ยิ่งใช้ชีวิตอิสระมากขึ้น กลายเป็นใช้เสรีภาพเกินความเหมาะสม
    • โรงเรียนแม้จะส่งเสริมเรื่องระบบการดูแลผู้เรียน แต่ยังขาดประสิทธิภาพดีพอในการดูแลเด็กที่มีพฤติกรรมเสี่ยง จึงจำเป็นที่ โรงเรียนต้องหันมาช่วยส่งเสริมเรื่องทักษะการใช้ชีวิต และการดูแล ผู้เรียน เป็นรายบุคคล ให้มากขึ้น โดยเฉพาะเด็กกลุ่มเสี่ยงที่มีแววเสีย ซึ่งจะเห็นได้จากผลการเรียนตกต่ำ โดดเรียนบ่อย มีปัญหากับครูประจำชั้น
    18
  • ยุทธศาสตร์ ศธ . คุณธรรมนำความรู้ น้อมนำสู่เศรษฐกิจพอเพียง
    • 1. สร้าง ความ มือ บ้าน - วัด - โรงเรียน
    • 2. สร้างวัฒนธรรมสถานศึกษา
    • 3. สร้างคุณธรรม 8 ประการของนักเรียน
    • มีวินัย ซื่อตรง สุภาพ สะอาด
    • ประหยัด สามัคคี มีน้ำใจ และ ขยัน
    • 4. สร้างเครือข่ายสังคม
  • ตัวอย่างการ สร้างวัฒนธรรมสถานศึกษา
    • สร้างวัฒนธรรมองค์กร – มีจิตวิญญาณ - ผูกพันต่อคุณภาพ
    • - มีสำนึกต่อลูกค้าและสังคม
    • 2) บำรุงปรุงแต่งองค์กรแบบสิ่งมีชีวิต – เน้นการมีส่วนร่วม
    • - ทำงานเป็นทีม – สนใจความต้องการของบุคลากร
    • 3) ผลักดันองค์กรให้เกิดวินัย - มีวินัยตนเอง กระตือรือร้น - รับฟังผู้อื่น - สร้างฝันร่วมกัน - เรียนรู้ร่วมกัน – คิดเป็นระบบภาพรวม
    • 4) ขับเคลื่อนองค์กรให้เรียนรู้ต่อเนื่อง - เรียนรู้โดยการปฏิบัติ - มีมาตรฐานเปรียบเทียบ - ยินดีให้ผู้อื่นฝึกสอน - ฝึกเป็นพี่เลี้ยงให้ผู้อื่น - มีแฟ้มงาน เพื่อ พัฒนา
  • หลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทางสายกลาง พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันในตัว เงื่อนไขความรู้ ( รอบคอบ รอบรู้ ระมัดระวัง ) เงื่อนไขคุณธรรม ( ซื่อสัตย์ สุจริต ขยัน อดทน แบ่งปัน ) ชีวิตเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม สมดุล มั่นคง และยั่งยืน
  • แนวทางการจัดกิจกรรมในสถานศึกษา
    • บันทึกบัญชีรายรับและ
    • รายจ่าย
    • วิเคราะห์บัญชีรายรับและ
    • รายจ่าย
    • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
    • บริโภคเพื่อลดรายจ่ายที่
    • ฟุ่มเฟือย
    • - ออมวันละหนึ่งบาท
    • - จัดตั้งธนาคารโรงเรียน
    • - ปลูกพืชผักผสมผสาน
    • - ปลูกพืชสมุนไพรไทย
    • 1. รู้จักใช้จ่ายของตนเอง
      • - ใช้จ่ายอย่างมีเหตุผล
      • - ใช้จ่ายอย่างพอประมาณ
    • 2. รู้จักออมเงิน
      • - เรียนรู้ระบบการฝากเงิน
      • - เรียนรู้ระบบเงินฝาก
    • 3. รู้จักสร้างรายได้หรืออาชีพ
      • - สอดคล้องกับความต้องการ
      • - สอดคล้องกับภูมิสังคม
      • ฯลฯ
    ด้านเศรษฐกิจ ตัวอย่างกิจกรรม ประเด็นหลัก ปัจจัย
  • แนวทางการจัดกิจกรรมในสถานศึกษา
    • จัดกิจกรรมลด ละ
    • เลิก อบายมุข
    • จัดกิจกรรมช่วย
    • เหลือผู้ด้อยโอกาส
    • จัดค่ายพัฒนา
    • เยาวชน
    • - จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ภายในโรงเรียน
    4. รู้จักช่วยเหลือสังคมหรือ ชุมชน - ปลูกจิตสำนึกสาธารณะ - ปลูกฝังความสามัคคี - ปลูกฝังความเสียสละ - เผยแพร่องค์ความรู้ เศรษฐกิจพอเพียง ฯลฯ ด้านสังคม ตัวอย่างกิจกรรม ประเด็นหลัก ปัจจัย
  • แนวทางการจัดกิจกรรมในสถานศึกษา
    • เรียนรู้ ฟื้นฟูแม่น้ำ
    • ในท้องถิ่น
    • จัดค่ายอนุรักษ์
    • อุทยานการศึกษา
    • จัดค่ายอบรมยุว
    • มัคคุเทศก์
    • - โครงการชีววิถี
    • พัฒนาสวนพฤกษ
    • ศาสตร์
    5. สร้างสมดุลของ ทรัพยากรธรรมชาติ - ปลูกจิตสำนึกรักษ์ สิ่งแวดล้อม - ฟื้นฟูแหล่งเสื่อม โทรมในท้องถิ่น - ฟื้นฟูดูแลสถานที่ ท่องเที่ยวในท้องถิ่น ฯลฯ ด้าน สิ่งแวดล้อม ตัวอย่างกิจกรรม ประเด็นหลัก ปัจจัย
  • แนวทางการจัดกิจกรรมในสถานศึกษา - ปลูกฝังมารยาทไทย - อนุรักษ์ประเพณีพื้นบ้าน - อนุรักษ์อาหารประจำท้องถิ่น - อนุรักษ์การใช้ภาษาประจำท้องถิ่น - อนุรักษ์ถิ่นกำเนิด
    • 6. สืบสานวัฒนธรรมไทย
      • - สร้างจิตสำนึกรักษ์ไทยรัก
      • บ้านเกิด
      • - ฟื้นฟูและอนุรักษ์อาหาร
      • ประจำท้องถิ่น
      • - ฟื้นฟูและอนุรักษ์ดนตรีไทย
    • และเพลงไทย
      • - ฟื้นฟูและอนุรักษ์โบราณสถานและ โบราณวัตถุ ฯลฯ
    ด้านวัฒนธรรม ตัวอย่างกิจกรรม ประเด็นหลัก ปัจจัย
  • แนวทางการจัดกิจกรรมในสถานศึกษา - ฝึกสมาธิก่อนเข้า เรียน - ถือศีลหรืออ่านบท สวดมนต์เป็นประจำ - จัดมุมธรรมะใน โรงเรียน
    • * ส่งเสริมศาสนา
      • - ปลูกฝังจิตสำนึก
      • ความรักชาติ
    • ศาสนา
    • พระมหากษัตริย์
    ด้านศาสนา ตัวอย่างกิจกรรม ประเด็นหลัก ปัจจัย
  • สนองนโยบายข้อ 2. ขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานของประชาชน
    • 1. การรับนักเรียนโดยเปิดรับอย่างเป็นธรรม ไม่มีอภิสิทธ์จากผู้มีอิทธิพล
    • 2. เก็บตกเด็กที่ตกหล่นจากระบบ ช่วยจัดหาแหล่งทุนการศึกษาช่วยเหลือเด็กยากจน
  • 15 งานตามนโยบายข้อ 3. พัฒนาคุณภาพมาตรฐาน การศึกษาทุกระดับ การเรียน การสอน ยุคเก่า หลักสูตร + วิธีสอน + ตำรา / อุปกรณ์ + วัดผล ได้รับปริญญา มีงานทำ การเรียน การสอน ยุคใหม่ สร้างศักยภาพเรียนรู้ด้วยตนเอง + เครือข่ายการเรียนรู้ ทำงาน และ เรียนรู้ ตลอดชีวิต ระบบช่วยเหลือนักศึกษา + กิจกรรมรวมพลังทางสังคม
  • จุดอ่อนการสอนของคณาจารย์แบบดั้งเดิม สอนตามแบบที่ตนเองเรียนมา เน้นท่องจำเนื้อหา เน้นจดบันทึกคำบรรยาย สอนแบบตายตัว ทฤษฎี กฎ ตัวอย่างโจทย์ แบบฝึกหัด ให้ทำรายงาน ยัดเยียดให้ครบ / เกินหลักสูตร
  • สิ่งที่ผู้เรียนได้จากการสอนแบบดั้งเดิม นกแก้วท่องจำเนื้อหา แก้โจทย์ปัญหาได้ แต่แก้ปัญหา ชีวิตจริงไม่ได้ เป็นนักทฤษฎี แต่ปฏิบัติไม่ได้ ฝึกข้อสอบจากแบบทดสอบรุ่นพี่ / แบบฝึกหัดสำเร็จรูป ลอกรายงาน / ไม่เข้าห้องสมุด
  • ผู้สอน ประสิทธิประสาทวิชา แม่พิมพ์แบบอย่าง ของการพัฒนา แม่พระให้ความอบอุ่น ความรักความเมตตา ครูยุคใหม่
  • หลักการฝึกพัฒนาครูยุคใหม่ 1. จากครู : ผู้สอน ครู : ผู้สอน + ผู้เรียนรู้ด้วยตนเอง 2. จากครู : ผู้บรรยาย ครู ผู้คิดริเริ่ม + ครูที่มีเหตุผล หลักการสอนผู้เรียนของครูยุคใหม่ ครูเป็น ต้นแบบ ครู เรียนรู้ด้วยตนเอง + คิดริเริ่ม + มีเหตุผล ผู้เรียน เรียนรู้ด้วยตนเอง + คิดริเริ่ม + มีเหตุผล
  • ฝึกกระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบซ้ำ ๆ ให้เป็นนิสัย ช่างสังเกตเพื่อหาข้อมูล ฉีกแนวคิดเดิมให้มีทางเลือกใหม่ รู้จักฟังให้ได้ข้อมูลที่ดี คุณลักษณะผู้เรียนรู้ด้วยตนเองที่ดี
  • ปรัชญาของธรรมะ ผู้ปฏิบัติธรรมเท่านั้นที่จะเห็นธรรม ปรัชญาของการศึกษา การศึกษาคือการให้ผู้เรียนสร้าง ความรู้เอง ผู้เรียนรู้ด้วยตนเอง ที่เก่งที่สุด รู้ว่าจะไปหาความรู้ได้จากที่ไหน ครูที่เก่งที่สุด ครูที่สามารถรายงานได้ครบว่า 1. ผู้เรียนของท่านมีปัญหาอะไร ทั้งด้านการเรียน และการพัฒนา 2. ครูใช้วิธีอะไรแก้ปัญหา 3. วิธีที่ใช้ได้ผลอย่างไร 4. ปีหน้าจะทำอย่างไร
  • เดิม การปฏิบัติตนต่อผู้เรียน การสอนของครู - ผู้เรียนต้องเคารพเชื่อฟัง - ผู้เรียนคือกลุ่มที่คุ้นเคย - เรียนรู้จากครูฝ่ายเดียว - ครูบรรยาย - ครูสอนทุกคน เหมือนกัน ใหม่ การปฏิบัติตนต่อผู้เรียน การสอนของครู - ผู้เรียนเป็นผู้แปลกหน้า - ผู้เรียนยังอ่อนหัด - ผู้เรียนแต่ละคนแตก ต่างกัน - ครูศึกษาเรียนรู้ให้ รู้จักแขกแปลกหน้า - ครูจำแนกจุดเด่นจุด ด้อยของผู้เรียนแต่ละคน - ครูแลกเปลี่ยนความ คิดเห็น กับผู้เรียน
  • เปรียบเทียบครู 2 คน ครูในฐานะผู้เรียนรู้ด้วยตนเอง + แม่แบบที่ดี กระบวนการสอนแบบใหม่ ผู้เรียนได้ ครูในฐานะผู้สอน เนื้อหา การสอนดั้งเดิม ผู้เรียนได้ เทคนิค / วิธีเรียนรู้ กระบวนการ ข้อเท็จจริง ทฤษฎี เรียนรู้ด้วยตัวเอง - ผู้เรียนมีโอกาสแสดง ความคิดเห็น - พบความจริง - ริเริ่ม - มีความคิดของตัวเอง - มีความกระตือรือร้น ความภูมิใจในความสำเร็จ ของตนเอง ความรู้ท่วมหัวเอาตัว รอดหรือไม่ยังไม่แน่ - ไปตายเอาดาบหน้า - ผู้เรียนได้แต่เนื้อหา - เบื่อหน่าย - นำไปใช้ในชีวิตจริงไม่ได้ - เป็นผู้ตามที่ดี
  • สรุปปัญหาใหญ่ของการศึกษาไทยอยู่ที่ผลผลิต : การคิด
    • 1. คิดผิด : คิดแบบเอาเปรียบ , คิดเรียนลัด , คิดเก็งกำไร
    • 2. คิดไม่เป็น : ตามผู้อื่น , เลียนแบบ , เชื่อเพราะผู้พูด
    • เป็นผู้ใหญ่หรือผู้อาวุโส
    • 3. ไม่คิด : ติดนิสัยพึ่งพาผู้อื่น , เชื่อตัวบุคคล , เชื่อนัก
    • วิชาการ , เชื่อหนังสือพิมพ์โดยไม่ไตร่ตรอง
    • 4. คิดแล้วไม่ทำ : ประชุมเสร็จก็เลิกรา , ปล่อยให้คน
    • ที่รับผิดชอบไปทำคนเดียว , ไม่ช่วยระดมในรูปกลุ่ม
    35
  • แก้ให้จุด ต้องสอนเด็กไทยให้คิดได้ 10 มิติ
    • 1. คิดเชิงวิพากษ์ ค้นหาจุดดีจุดอ่อน
    • 2. คิดเชิงวิเคราะห์ จำแนกแจกแจง หาเหตุผล
    • 3. คิดเชิงสังเคราะห์ นำข้อมูลไปรวมกันเป็นสถานการณ์ใหม่
    • 4. คิดเชิงเปรียบเทียบ ชั่งน้ำหนัก เชื่อมโยงกับสิ่งอื่น
    • 5. คิดเชิงมโนทัศน์ คิดถึงแก่น หลักการ ปรัชญา
    36
  • การปฏิรูปการเรียนใหม่ ต้องสอนให้คิดได้ 10 มิติ ( ต่อ )
    • 6. คิดเชิงประยุกต์ นำไปทดลองใช้ในรูปแบบอื่น
    • 7. คิดเชิงกลยุทธ ค้นหากลอุบายทางเลือก
    • หลายทางไปสู่ความสำเร็จ
    • 8. คิดเชิงบูรณาการ คิดแบบผสมผสาน ใช้ความรู้รอบด้านมาตอบ
    • 9. คิดเชิงสร้างสรรค์ คิดสร้าง ค้นหาสิ่งแปลกใหม่ที่
    • ไม่เคยมีมาก่อน
    • 10. คิดเชิงอนาคต วาดไปในอนาคต คาดการณ์จะเกิดอะไรขึ้น
    37
  • การสอนแบบบรรยายไม่ใช่เลวร้ายไปหมด แต่ควรใช้เพียง 20 % สอนด้วยวิธีที่หลากหลาย 80 %
    • ควรใช้ การบรรยายใน 3 สถานการณ์
    • 1) เหมาะกับการพูดกับคนจำนวนคราวละมากๆ
    • ได้พร้อมกัน
    • 2) ใช้เกริ่นนำและสรุปเนื้อหาเพื่อบอกให้ชัดเจน ตรงไปตรงมา
    • 3) เป็นการถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้รู้ไปยัง
    • ผู้ไม่เคยรู้มาก่อน
    38
  • การสอนแบบบรรยาย มี เ งื่อนไข
    • 1) ผู้พูดต้องเก่ง มีน้ำเสียงลีลาน่าฟัง เสียงสูงเสียงต่ำ
    • 2) เนื้อหาต้องน่าสนใจ
    • 3) ความยาวไม่มาก
    • 4) เชื่อมโยงกับชีวิตจริง
    • 5) มีการชักแม่น้ำทั้งห้า อุปมาอุปมัย พรรณนา
    • 6) บรรยากาศไม่พูดแข่งกัน ไม่ร้อนเกินไป
    39
  • การส่งเสริมการอ่าน
    • อ่านดีคือ อ่านแล้ว จับใจความ ตีความ และ ประเมิน ได้
    • วิธีส่งเสริมรักการอ่าน ( อ่านเร็ว อ่านมาก อ่านยาก อ่านทน )
    • - ครูต้องปรับการสอนให้เน้นเพื่อการ สื่อสาร มากกว่าเน้นไวยากรณ์
    • - ต้องเร่ง งานวิจัยพัฒนา สร้างหลักสูตรวิธีสอนใหม่ๆให้ได้ผล
    • - ครูต้องเปิดโอกาสให้ เด็กเรียนรู้ด้วยตนเอง
    • - ต้องมี อุปกรณ์ช่วยสอน
    • - ภูมิ ปัญญาของพ่อแม่ช่วย สนับสนุนการเรียนรู้ของลูก
    45
  • วิธีการถ่ายทอดให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง
    • 1. ผสม ผสาน สรรพวิชา เข้าด้วยกัน
    • 2. ให้รู้จัก เรื่องใกล้ตัว ก่อน แล้วจึงขยายวงออกไป
    • 3. รู้จักตนเอง ก่อน จึงรู้จักผู้อื่น กลุ่มอื่น
    • 4. นำ เรื่องที่เหมาะสมกับตนเอง มาก่อน ง่ายก่อน
    • 5. ให้ รู้เท่าทัน การเปลี่ยนแปลงของสังคม
    • 6. ไม่ติดยึด ตำรา แหล่งเรียนรู้แหล่งเดียว
    • 7. เปิดใจให้ผู้เรียนได้ เรียนรู้ด้วยตนเอง ไปค้นหาเพิ่มเติม
    • 8. ทำให้ผู้เรียนรู้ว่ามีสิ่งที่รู้แล้วแต่ ยังไม่รู้ อีกมากต้องใฝ่รู้ อีก
    • 9. สอนให้ฟังไป คิดตาม ไป ด้วย
    40
  • แต่ละวิชาใช้ทักษะเรียนรู้ที่ไม่เหมือนกัน
    • วิชา เน้นทักษะ
    • ภาษา ฟัง พูด อ่าน เขียน สื่อสารผู้อื่น
    • สังคม สร้างเจตคติ ฝึกทักษะกลุ่ม
    • ศิลปะ ดนตรี ลงมือทำ อารมณ์สุนทรียะ คิดสร้างสรรค์
    • กีฬา ลงมือฝึกให้ร่างกายเคลื่อนไหวในสถานการณ์แข่งขัน
    • วิทยาศาสตร์ คิดเป็นกระบวนการ ทดลองค้นหาความจริง
    • ฝึกอาชีพ ลงมือฝึก รับผิดชอบ สร้างเอกลักษณ์วิชาชีพ
    • ปรัชญาศาสนา รู้เข้มวิเคราะห์สร้างศรัทธาเข้าใจชีวิตและตนเอง
    • เทคโนโลยี ซื้อมาใช้ เลียนแบบ ดัดแปลง สร้างเอง
    • คณิตศาสตร์ ทำแบบฝึกหัด ตีโจทย์ให้แตก หาเหตุผล ต้องเข้าใจ
    41
  • สนองนโยบายข้อ 4 . กระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา
    • 1. ผู้บริหารสถานศึกษาไปเข้ารับการฝึกอบรมการเป็นผู้นำการกระจายอำนาจการจัดการศึกษาสู่สถานศึกษา
    • 2. ประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกับทีมงาน สร้างทีมทำงาน
    • 3. จัดทำแผนและยุทธศาสตร์การทำงาน
    • 4. กำกับติดตาม ประเมินผลและรายงานความก้าวหน้า
  • สนองนโยบายข้อ 5 การมีส่วนร่วมของประชาชนและท้องถิ่น ทำอย่างไรดึงชุมชนสร้างโรงเรียนเข้มแข็ง ( ผลวิจัยมศว 2549 )
    • สอบถามผู้บริหารและครูในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมจำนวน 549 โรงเรียนพบว่า
    • ปัจจัย / อุปสรรคการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดกระบวนการเรียนรู้
    • 1. ปัจจัยเกี่ยวกับโรงเรียน ได้แก่
    • 1.1 ภาวะผู้นำของผู้บริหารโรงเรียน ต้องมีคุณลักษณะ " เป็นผู้บริหารที่มีกำหนดเป้าหมายการทำงาน และมีแนวคิดชัดเจนด้านการมีส่วนร่วมของชุมชน ตั้งใจแน่วแน่ในการทำงาน สร้างเครือข่ายสนับสนุนการจัดการศึกษา แม้ว่าตามสภาพการณ์ในขณะนี้ยังเป็นเพียงการบริจาคทรัพย์ อุปกรณ์การเรียนการสอน แต่ผู้บริหารก็ต้องเป็นผู้ริเริ่มในการสร้างความสัมพันธ์และรู้จักเจรจาต่อรองและแลกเปลี่ยน รวมทั้งต้องเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์กับทุกคนที่เกี่ยวข้อง "
  • ทำอย่างไรดึงชุมชนสร้างโรงเรียนเข้มแข็ง
    • ปัจจัยที่ 1. ตัว โรงเรียน ได้แก่
    • 1.2 ความเอาใจใส่ของครู เป็นสิ่งที่ผู้ปกครองต้องการมาก
    • 1.3 ความศรัทธาในตัวผู้บริหาร และครูที่เกิดจากการที่โรงเรียนยึดหลักความร่วมมือกันทำงาน มีการพัฒนาโรงเรียนอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม
    • 1.4 การดำเนินงาน ที่ดี ของโรงเรียน เช่น การเผยแพร่ข่าวสาร การจัดประชุมผู้ปกครอง การเปิดโรงเรียนเพื่อชุมชนเข้ามาใช้พื้นที่ ฯลฯ
  • ทำอย่างไรดึงชุมชนสร้างโรงเรียนเข้มแข็ง
    • ปัจจัยที่ 2) สภาพทางเศรษฐกิจโดยรวมของชุมชน
    • ถ้าชุมชนมีความพร้อมหรือมีระดับเศรษฐกิจดีจะเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมกับโรงเรียนมากกว่าชุมชนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจยากจน
    • ปัจจัยที่ 3) ความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน การก่อตั้งโรงเรียน โรงเรียนที่เกิดจากความต้องการของชุมชน หรือชุมชนมีส่วนร่วมในการก่อตั้ง และโรงเรียนที่ก่อตั้งมานาน จะได้รับการสนับสนุนหรือมีส่วนร่วมกับชุมชนสูง
    • ปัจจัยที่ 4) ด้านนโยบายรัฐ ผลจากการประกาศใช้ พ . ร . บ . การศึกษาแห่งชาติ พ . ศ . 2542 เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้โรงเรียนให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชนมากขึ้น
  • ทำอย่างไรดึงชุมชนสร้างโรงเรียนเข้มแข็ง
    • ระดับการมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้องหรือผู้มีส่วนได้เสีย พบว่า
    • ผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ระดับกรรมการสถานศึกษาหรือคนในชุมชน
    • ยังมีส่วน ร่วมเพียงบางส่วน หรือระดับชายขอบ เนื่องจากมองว่าการจัดการศึกษาเป็นหน้าที่ของโรงเรียน
    • ผู้เกี่ยวข้องสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้เพียงบางส่วน คิดว่าไม่มีความรู้ เพียงพอ หรือจะเข้ามามีส่วนร่วมกิจกรรม เมื่อโรงเรียนขอร้อง มาเท่านั้น
    • กิจกรรมส่วนใหญ่จึงเป็นกิจกรรมการ เข้ามาร่วมประชุม การร่วมพัฒนาโรงเรียน และ การบริจาคทรัพย์สิน ให้กับโรงเรียน เป็นต้น
  • ทำอย่างไรดึงชุมชนสร้างโรงเรียนเข้มแข็ง
    • ข้อเสนอแนะระดับนโยบาย พบว่า ปัจจัยสำคัญที่สุด คือ
    • ตัวผู้บริหารโรงเรียนและครู
    • 1. เนื่องจากระบบการบริหารมีการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายผู้บริหาร ผู้บริหารใหม่ต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการต่อ ดังนั้น ควรสนับสนุน ให้สถานศึกษาจัดทำระบบสารสนเทศของชุมชน ด้านทรัพยากรชุมชน ทั้งบุคคล แหล่งเรียนรู้ และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเป็นคู่มือสถานศึกษาด้านการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน
    • 2. ส่งเสริมให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน โดย ให้มีการประเมินและ ให้รางวัลโรงเรียน ที่มีความสามารถในการทำให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม และ
    • 3. โรงเรียนขนาดเล็กในชนบทยากจน ควร ให้การสนับสนุนงบประมาณ มากเป็นพิเศษ
  • ทำอย่างไรดึงชุมชนสร้างโรงเรียนเข้มแข็ง
    • ข้อเสนอแนะระดับปฏิบัติ ประกอบด้วย
    • 1. สถานศึกษามี กิจกรรมทำความเข้าใจในบทบาทของชุมชน ให้ชัดเจน เพื่อให้ชุมชนได้ใช้ศักยภาพในฐานะภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือแหล่งเรียนรู้ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน
    • 2. เปิดโอกาสให้ ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมเสนอแนะกิจกรรมและดูแลนักเรียน มากขึ้น ก็จะเป็นการจูงใจให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมกับโรงเรียนมากขึ้น
    • 3. คณะกรรมการสถานศึกษา ควรมี ส่วนร่วม ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ของโรงเรียนในระดับที่มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ทั้งกระบวนการคิด วางแผน ปฏิบัติ และประเมินผล
  • สนองนโยบายข้อ 6. การศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต้
    • กรณีสถานศึกษาตั้งในเขตพื้นที่ พัฒนาพิเศษ ฯ
    • 1 . ส่งเสริม การจัดการสอน อิสลามศึกษาในสถานศึกษาของรัฐ
    • 2 . พัฒนาผู้บริหาร ครู และผู้สอน ให้เข้าใจ อิสลามศึกษา
    • 3. การสร้าง ขวัญกำลังใจ รักษา ความปลอดภัย ครู จัดระบบสื่อสาร รั้วโรงเรียน และติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิดในสถานศึกษา
    • กรณีสถานศึกษาตั้งนอกเขตพื้นที่ พัฒนาพิเศษ ฯ
    • - ติดตามข่าวความเคลื่อนไหว
    • - ให้ความร่วมมือและประสานช่วยเหลือ
    62
  • ไม่ว่าท่านจะเลือกเป็นผู้บริหารแบบไหน ขอให้โชคดีปีหมูไฟ