การเขียนโครงร่าง
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

การเขียนโครงร่าง

on

  • 34,976 views

การสรุปสาระสำคัญในการเขียนหัวข้อโครงร่าง

การสรุปสาระสำคัญในการเขียนหัวข้อโครงร่าง
การวิจัย

Statistics

Views

Total Views
34,976
Views on SlideShare
34,976
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
115
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

การเขียนโครงร่าง การเขียนโครงร่าง Presentation Transcript

  • การเขียนโครงร่างงานวิจัย
  • การเขียนโครงร่างงานวิจัย
    • วิจัยคือ ?
    • การหาความจริงตามธรรมชาติ
    • ใช้กระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ ระเบียบ และมีแบบแผน
    • อาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
  • กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
    • กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คือ ?
    • กำหนดปัญหา
    • ตั้งสมมติฐาน
    • ศึกษาค้นคว้าทดลองเพื่อพิสูจน์สมมติฐาน
    • สรุปและวิเคราะห์ผล
  • การศึกษาใดเป็นงานวิจัยบ้าง ?
    • เกณฑ์การพิจารณา
    • มีการดำเนินตามวิธีการวิจัยอย่างสมบูรณ์
    • มีการศึกษาค้นคว้าอย่างเป็นระเบียบ ลึกซึ้ง และเป็นระบบ
    • สร้างองค์ความรู้ขึ้นมาใหม่ ๆ
    • มีความน่าเชื่อถือ
  • ความน่าเชื่อถือของงานวิจัยพิจารณาจาก
    • ความน่าเชื่อถือของวิธีการหรือขบวนการในการดำเนินงานวิจัย
    • ความคลาดเคลื่อนของการทำวิจัยนั้น ๆ ต้องน้อยที่สุด
  • ความคลาดเคลื่อนหรือความเท็จจากการวิจัย
    • แบ่งได้เป็น 2 ประเภท
    • Systemic error (Bias)
    • Random error (Noise) จากการบังเอิญ
  • วิธีการป้องกันความคลาดเคลื่อน ที่เกิดจากงานวิจัย
    • มาตรการในการป้องกันความคลาดเคลื่อน
    • มีการกำหนดรูปแบบงานวิจัยที่เหมาะสม
    • มีระเบียบวิธีการวิจัยที่เหมาะสม
    • เลือกใช้สถิติที่เหมาะสม
  • ขั้นตอนการทำวิจัย
    • การกำหนดประเด็นปัญหาที่สนใจ
    • ทบทวนองค์ความรู้จากเอกสารและรายงานการวิจัย ที่เกี่ยวข้อง
    • 2.1. สภาพปัญหาอุปสรรคของประเด็นปัญหาที่สนใจ
    • 2.2. เนื้อหา ทฤษฏีและแนวความคิดของประเด็นปัญหานั้น
    • 2.3. ผลการวิจัยที่เกี่ยวข้อง
    • 2.4. รูปแบบการวิจัย เทคนิคและเครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้ในการวิจัย
    • การกำหนดหัวข้อเรื่องให้อยู่ในกรอบแนวคิด (Conceptual framework)
  • ขั้นตอนการทำวิจัย ( ต่อ )
    • การกำหนดกรอบแนวติด
    • 4.1 ประเด็นหลัก ( Key word, main idea)
    • 4.2 ปัญหาของงานวิจัยที่ต้องการทราบ
    • 4.3 ตัวแปรการวิจัย ความสัมพันธ์ ระหว่างตัวแปร
    • 4.4 ขอบเขตเกี่ยวกับประชากรในการวิจัย
    • 4.5 รูปแบบการวิจัย
    • 4.6 ข้อตกลงเบื้องต้นและเงื่อนไขในการทำการวิจัย
    • ปรับหัวข้ออีกครั้งให้สอดคล้องกับกรอบแนวคิด
  • ขั้นตอนการทำวิจัย ( ต่อ )
    • 6. คุณค่าของงานวิจัย
    • 6.1 เป็นประเด็นปัญหาใหม่ที่ไม่ซ้ำซ้อนกับคนอื่น
    • 6.2 มีความสำคัญ ทั้งการเสริมสร้างความรู้ใหม่ และ การนำเอาผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้
    • 6.3 ประเด็นปัญหาน่าสนใจของทั้งตัวผู้วิจัยและ ผู้ที่เกี่ยวข้อง
    • 6.4 ไม่กว้างหรือแคบเกินไป มีเนื้อหาสาระมากพอ
  • ขั้นตอนการทำวิจัย ( ต่อ )
    • 6. คุณค่าของงานวิจัย ( ต่อ )
    • 6.5 สามารถรวบรวมข้อมูลมาทดสอบได้ ในงบประมาณและเวลาที่พอเหมาะ
    • 6.6 มีงบประมาณเพียงพอ
    • 6.7 ไม่เสี่ยงอันตราย ทั้งต่อตนเองและส่วนรวม
    • 6.8 สามารถหา หรือสร้างทักษาะพิเศษได้ ( ถ้ามี )
    • 6.9 มีที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ในการทำงานวิจัย
  • ขั้นตอนการทำวิจัย ( ต่อ )
    • 7. เลือกรูปแบบในการทำการวิจัย
    • 8. กำหนดขนาดประชากรและกลุ่มตัวอย่างในการทดลอง
    • 9. สร้างเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล
    • 10. การเก็บข้อมูล
    • 11. จัดการและวิเคราะห์ข้อมูล
    • 12. แปลผลและเขียนรายงาน
    • 13. จัดทำเอกสารอ้างอิงและภาคผนวก
  • โครงร่างงานวิจัยคืออะไร
    • แบบแปลนหรือแผนในการการแสวงหาความรู้โดยแสดงให้เห็นความสำคัญและความเป็นไปได้ในการดำเนินการให้ บรรลุตามจุดมุ่งหมายได้ เพื่อนำเสนอขอรับการสนับสนุนหรือความเห็นชอบในการอนุมัติให้ดำเนินการ
  • ทำไมต้องเขียนโครงร่างการวิจัย
    • เพื่อเป็นหลักประกันในการปฏิบัติตามขั้นตอนต่าง ๆ ในโครงร่างการวิจัยนั้น
    • ให้ผู้วิจัยได้มีโอกาสชี้แจงรายละเอียดการศึกษาวิจัย และกรอบแนวคิดของงานวิจัย
    • เป็นสื่อระหว่างผู้ร่วมทำโครงการวิจัย ให้เข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน
  • การเขียนโครงร่างงานวิจัย
    • 1. หัวข้อการวิจัยหรือชื่อเรื่อง (The Tiltle)
    • 2. ความสำคัญและที่มาของปัญหางานวิจัย (Background & Rationale)
    • 3. ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง (Review of Related Literatures)
    • 4. คำถามของการวิจัย (Research Questions)
    • 5. วัตถุประสงค์ของการวิจัย (Objectives)
  • การเขียนโครงร่างงานวิจัย ( ต่อ )
    • 6. สมมติฐาน (Hypothesis) ( ถ้ามี )
    • 7. กรอบแนวคิดในการวิจัย (Conceptual framework) ( ถ้ามี )
    • 8. ข้อตกลงเบื้องต้น (Assumption) ( ถ้ามี )
    • 9. คำสำคัญ (Key words)
    • 10. การให้คำนิยามเชิงปฏิบัติที่จะใช้ในการวิจัย (Operational Definition) ( ถ้ามี )
  • การเขียนโครงร่างงานวิจัย ( ต่อ )
    • 11. รูปแบบการวิจัย (Research Design)
    • 12. ระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodology)
    • 13. การรวบรวมข้อมูล (Data Collection)
    • 14. การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis)
    • 15. ปัญหาทางจริยธรรม (Ethical considerations)
    • 16. ข้อจำกัดในการวิจัย (Limitation)
  • การเขียนโครงร่างงานวิจัย ( ต่อ )
    • 17. ผลหรือประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย (Expected Benefits)
    • 18. อุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการวิจัยและมาตรฐานในการแก้ไข
    • 19. การบริหารงานวิจัยและตารางการปฏิบัติงาน (Administration&Time Schedule)
    • 20. งบประมาณ (Budget)
    • 21. เอกสารอ้างอิง (References)
    • 22. ภาคผนวก (Appendix) ( ถ้ามี )
  • การกำหนดประเด็นปัญหาที่สนใจ
    • ความแตกต่างของบุคคลเป็นตัวกำหนดประเด็นปัญหา
    • ประเด็นปัญหาบางอย่างเมื่อนำมาพิจารณาด้วยเหตุผลอาจไม่ใช่ประเด็นปัญหาก็ได้
    • ประเด็นปัญหาบางอย่างทำไม่ได้เพราะ เพ้อฝันเกินไป
  • ข้อพิจารณาในการเลือกหัวข้อ
    • เป็นหัวข้อที่ผู้วิจัยสนใจ ชอบ อยากศึกษา อาจเพราะมีความรู้อยู่ก่อน หรือมีประสบการณ์เดิม
    • มีความสำคัญ มีประโยชน์ และคุ้มค่า ต่อการทำการศึกษา
    • - ได้องค์ความรู้ใหม่ (Basic research)
    • - นำผลที่ได้ไปใช้ประโยชน์ได้ (Applied research)
  • ข้อพิจารณาในการเลือกหัวข้อ ( ต่อ )
    • หัวข้อไม่แคบ หรือง่ายเกินไป ซึ่งใช้สามัญสำนึกหรือเหตุผลทางวิชาการ หรือข้อมูลที่มีอยู่ช่วยในการอธิบายเพื่อหาคำตอบได้
    • ไม่ซ้ำซ้อนกับงานวิจัยที่มีอยู่แล้ว
    • สามารถทำการวิจัยนั้นๆ ได้
  • หัวข้อหรือชื่อเรื่อง (The Title)
    • เป็นส่วนดึงดูดความสนใจจุดแรก ของ โครงร่างงานวิจัยทั้งโครงการ
    • หยิบยกเอาคำสำคัญหรือ key words ของเรื่องที่จะทำวิจัยมาประกอบเป็นชื่อเรื่อง
  • หัวข้อหรือชื่อเรื่อง (The Title) ( ต่อ )
    • การเขียนชื่อเรื่องของงานวิจัย
    • ใช้ภาษาที่ง่าย กะทัดรัดและชัดเจน คลอบคลุมปัญหาที่จะศึกษาทั้งหมด
    • บอกว่าศึกษาอะไร กับใคร ของใคร ที่ไหน เมื่อไร
    • ไม่สั้นมากเกินไป
    • ไม่ควรใช้คำย่อมากเกินไป และควรใช้ภาษาเดียว
  • ความสำคัญและที่มาของปัญหา
    • แสดงความสามารถเบื้องต้นของผู้วิจัย ให้เห็นว่ามีความรู้พื้นฐานและเข้าใจปัญหา ที่เกิดขึ้นได้ สามารถ เชื่อมโยงเข้าสู่กรอบแนวคิด ของการวิจัยนี้ได้
    • เจาะลึกให้เป็นปัญหาที่แท้จริง ตีกรอบปัญหา ให้แคบ พยายามตั้งเป็นคำถามวิจัยและ ทำ line listing คิดอะไรให้เขียนไว้
  • ความสำคัญและที่มาของปัญหา ( ต่อ )
    • บอกเหตุผลที่ต้องทำการวิจัย โดยมีข้อมูลสนับสนุน เช่น สถิติต่าง ๆ ที่แสดงถึงปัญหาที่เกิด ผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมา งานวิจัยนี้สามารถแก้ปัญหานั้นได้อย่างไรบ้าง
    • ที่มาของปัญหาในการวิจัย เกี่ยวกับปัญหาที่ต้องตอบ และคำถามของปัญหานั้น ๆ โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับขอบเขตการวิจัย และแนวทางกว้าง ๆ ในการตอบคำถามวิจัย
  • การทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง (Literature Review)
    • ก่อนที่จะเริ่มงานวิจัยนั้น ๆ ต้องมีการทบทวนวรรณกรรม ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เราจะทำวิจัย อย่างละเอียดและรอบคอบ
  • การศึกษารายงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
    • ศึกษาเรื่องอะไร ? ปัญหาของการวิจัยคืออะไร ?
    • สภาพ ขอบเขตและปริมาณของปัญหา
    • ประเมินการวินิจฉัยโรค
    • ศึกษาธรรมชาติของโรค
    • ศึกษาต้นเหตุของปัญหา
    • หากลวิธีในการแก้ปัญหา
    • การวิจัยปฏิบัติการ
  • การทบทวนวรรณกรรมเอาข้อมูลมาจากที่ใด ?
    • วารสาร เอกสาร ตำรามาตรฐาน
    • Current Contents
    • Index Medicus
    • Science Citation Index
    • MEDLINE etc.
  • วิจารณญาณในการประเมินบทความ
    • ความน่าเชื่อถือ ของวรรณกรรมที่ใช้อ้างอิง
    • สามารถนำข้อมูลจากวรรณกรรมที่ทบทวนนั้นมาประยุกต์ให้เข้ากับเรื่องที่ทำการศึกษาได้หรือไม่
  • การเขียน Literature Review
    • การเขียนโครงร่างงาน ควรบรรยายในลักษณะ การสรุปวิเคราะห์ ดังกล่าวมาแล้ว ไม่ใช่นำรายงานเหล่านั้น มาย่อ หรือยกเอาบทคัดย่อ (Abstract) ของแต่ละบทความ มาปะติดปะต่อกัน เพราะจะทำให้เหตุผลต่าง ๆ อ่อนลงไปมาก
  • คำถามของการวิจัย (Research Questions)
    • การกำหนดคำถามของงานวิจัย ให้นิยามปัญหานั้น อย่างชัดเจน
    • ปัญหาที่ชัดเจน ช่วยให้ผู้วิจัย กำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ ตั้งสมมติฐาน
    • นิยามตัวแปรที่สำคัญ และระบุตัวแปรของงานวิจัยให้ชัดเจน
    • คำถามของการวิจัยต้องเหมาะสมหรือสัมพันธ์ กับเรื่อง ที่จะศึกษา
  • วัตถุประสงค์การวิจัย
    • บ่งชี้ถึงสิ่งที่จะทำ ขอบเขต และคำตอบที่คาดว่าจะได้รับ
    • การตั้งวัตถุประสงค์ ต้องให้สมเหตุสมผล
    • โดยทั่วไป วัตถุประสงค์อาจจำแนกได้เป็น 2 ชนิด คือ
    • วัตถุประสงค์ทั่วไป (General Objective) จะกล่าวถึงสิ่งที่คาดหวัง (implication)
    • วัตถุประสงค์เฉพาะ (Specific Objective) พรรณาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ในงานวิจัยนี้ ซึ่งจะอธิบายรายละเอียดว่า จะทำอะไร โดยใคร มากน้อยเพียงไร ที่ไหน เมื่อไร และเพื่ออะไร
  • สมมติฐานของการวิจัย (Hypothesis)
    • การตั้งสมมติฐาน เป็นการคาดคะเน (predict) หรือการทำนายคำตอบของปัญหา อย่างมีเหตุผล จึงมักเขียนในลักษณะ การแสดงความสัมพันธ์ ระหว่างตัวแปรอิสระ (Independent variables) และตัวแปรตาม (Dependent variable)
  • สมมติฐานของการวิจัย (Hypothesis)
    • ทำหน้าที่เป็นทิศทางและแนวทางในการวิจัย
    • สมมติฐานที่ตั้งขึ้น ไม่จำเป็นต้องถูกเสมอไป แต่ถ้าทดสอบแล้วผลสรุปเป็นความจริง ก็จะทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ ๆ ขึ้นได้
  • กรอบแนวคิดในการวิจัย (Conceptual Framework)
    • เป็นการกำหนดขอบเขตของแนวทางงานวิจัย นิยมทำเป็นแผนภูมิ
  • ข้อตกลงเบื้องต้นในการศึกษาวิจัย (Assumption) แจ้งรูปแบบและวิธีการวิจัยให้ผู้เข้าร่วมการวิจัยทราบก่อนเสมอ
  • รูปแบบการวิจัย
    • รูปแบบการวิจัยที่เหมาะสมจะช่วยลด อคติหรือ Systematic error
    • รูปแบบการวิจัยที่ดี เป็นโครงสร้างของบ้าน
    • ระเบียบวิธีวิจัยที่ดี เป็นการตกแต่งภายใน
    • แบ่งการวิจัยได้เป็น 2 รูปแบบใหญ่ ๆ
    • - การวิจัยโดยการสังเกต (Observational research)
    • - การวิจัยเชิงทดลอง (Experimental research)
  • Observational Research
    • การวิจัยเชิงพรรณา (Descriptive Study): ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ
    • การวิจัยเชิงวิเคราะห์ (Analytical Study): มีกลุ่มเปรียบเทียบ
    • - การศึกษา ณ . จุดใดจุดหนึ่ง (Cross-sectional Study)
    • - การศึกษาไปข้างหน้า (Cohort or Perspective)
    • - การศึกษาย้อนหลัง (Case-control of Retrospective)
  • การเลือกรูปแบบวิจัยตามคำถามของการวิจัย คำถามหรือวัตถุประสงค์ของการวิจัย รูปแบบการวิจัยที่ควรเลือก
    • ศึกษาขนาดของปัญหา
    • ศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติของโรค
    • ศึกษาเกี่ยวกับคุณสมบัติของเครื่องมือในการวินิจฉัยโรค
    • ศึกษาต้นเหตุของโรค
    • ประเมินผลการให้บริการ
    การวิจัยโดยการสังเกตเชิงพรรรณา การวิจัยโดยการสังเกตเชิงพรรรณา การวิจัยโดยการสังเกตเชิงพรรรณา การวิจัยโดยการสังเกตเชิงวิเคราะห์ การวิจัยโดยการทดลอง
  • ระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodology)
    • ประชากร (Population) และตัวอย่าง (Sample)
    • การสังเกตและการวัด (Observation&Measurement)
    • ถ้ารูปแบบการวิจัย เป็นการวิจัยเชิงทดลอง ก็ต้องมี การกำหนดสิ่งที่ต้องการทดสอบหรือ intervention
  • ประชากรและตัวอย่าง (Population&Sample)
    • หลักเกณฑ์ในการคัดเลือก (Diagnostic criteria)
    • - กฏเกณฑ์ในการคัดเลือกเข้ามาศึกษา (Inclusion criteria)
    • - กฏเกณฑ์ในการตัดออกจากการศึกษา (Exclusion criteria)
  • สรุปขั้นตอนการเขียนโครงร่างงานวิจัย
    • หัวข้อการวิจัย
    • ผู้วิจัยเป็นใคร
    • ความสำคัญและที่มาของปัญหา
    • วัตถุประสงค์การวิจัย
    • ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
    • 5.1. จากความรู้ที่เกิดขึ้น
    • 5.2 หน่วยงานหรือบุคคลที่จะได้รับประโยชน์
  • สรุปขั้นตอนการเขียนโครงร่างงานวิจัย
    • 6. ขอบเขตและข้อจำกัดในงานวิจัย รวมไปถึงข้อตกลงเบื้องต้น
    • 7. กรอบแนวคิดรวบยอดของการวิจัย
    • 8. คำจำกัดความที่ใช้ในงานวิจัย
    • 9. เอกสารและผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
    • 10. ระเบียบวิธีวิจัย
    • 11. ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัย
    • 12. แผนการดำเนินงาน
    • 13. งบประมาณที่ใช้ในงานวิจัย