Your SlideShare is downloading. ×
1แผนการการสอนบูรณาการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วยกระบวนการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเรื่องโครงงานสารวจและปฏิบัติการ ป...
2แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สาระการเรียนรู้ที่ 8 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์...
32.มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นสาระที่ 5 พลังงานมาตรฐาน ว 5. 1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับการดารงชีวิต การเปลี่ยนรูป...
42.สามารถกาหนดวัตถุประสงค์ในการทาโครงงานได้3.สามารถตั้งสมมติฐานในการทาโครงงานได้4.สามารถบอกหลักการและเหตุผลของการทาโครงงาน...
55.สาระการเรียนรู้ศูนย์การเรียนรู้ที่ 11. มารู้จักกับโครงงานวิทยาศาสตร์ศูนย์การเรียนรู้ที่ 22. การคานวณค่าไฟฟ้า6.การจัดกิจ...
63.ใช้การสืบค้นแนวทาง ตัวอย่างจากอินเตอร์เน็ต (Google.com) ทาการบันทึก สาเหตุของการสิ้นเปลืองพลังงานด้วยกล้องหรือโทรศัพท์ม...
72.1 นาเสนอด้วยคลิปวีดีโอ หรือหนังสั้น สามารถใช้โปแกรมตัดต่อ Movie Maker หรือ Uleadหรือโปรแกรมที่นักเรียนถนัดในการสร้างผลง...
8ขั้นประเมิน (evoluation)1.แนวทางการประเมินโครงงานโครงงานสารวจและปฏิบัติการ ประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคม ด้วยวิธีก...
93.แบบประเมินตนเองของผู้เรียนโดยการจัดการเรียนการสอนด้วย โครงงานสารวจและปฏิบัติการประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคม ด้ว...
108.การวัดและประเมินผลจุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดและประเมินผล เครื่องมือที่ใช้วัด เกณฑ์การวัด1.ด้านความรู้ (K) 1.ตรวจ...
11ชื่อผู้ทาโครงงาน 1…………………………………………………ชั้น …………เลขที่…………….2…………………………………………………ชั้น …………เลขที่…………….แบบประเมินโครงงานโครง...
12ชื่อผู้ทาโครงงาน 1…………………………………………………ชั้น …………เลขที่…………….แบบประเมินตนเองของผู้เรียนโดยการจัดการเรียนการสอนด้วย โครงงานส...
13แบบบันทึกพฤติกรรมของผู้เรียนเรื่อง โครงงานสารวจและปฏิบัติการ ประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคม ด้วยวิธีการสืบเสาะชื่อ...
14เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมของผู้เรียนพฤติกรรมการเรียนระดับคะแนน4 3 2 1ความสนใจใฝ่รู้ มีความกระตือรือร้น สนใจซักถามข้อสงสัย ...
15ศูนย์การเรียนรู้ที่ 1สาระการเรียนรู้ที่ 8 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่องมารู้จักกับโครงงานวิทยาศาสตร์เอกสารปร...
16ลักษณะหรือความสัมพันธ์ในเรื่องที่ต้องการศึกษาได้ชัดเจนยิ่งขึ้นการสารวจและรวบรวมข้อมูลนี้อาจทาได้ในหลายรูปแบบ เช่น การออก...
17ใหม่ๆ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของสูตร สมการ หรือคาอธิบายโดยผู้เสนอได้ตั้งกติกาหรือข้อตกลงเอง แล้วเสนอทฤษฎี หลักการแนวความคิด หรื...
18ขั้นตอนการวางแผนการทาโครงงานวิทยาศาสตร์1.ปัญหา2.จุดประสงค์3.สมมุติฐานการศึกษาและทดลอง4.การกาหนดและควบคุมตัวแปร5.วัสดุอุป...
19ศูนย์การเรียนรู้ที่ 2สาระการเรียนรู้ที่ 8 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่อง การคานวณค่าไฟฟ้าเอกสารประกอบ โครงงาน...
20วัตต์จานวน 1 เครื่อง และหลอดไฟขนาด 40 วัตต์จานวน 5 ดวง โดยครูปอนด์จะเปิดทีวีและพัดลมพร้อมกันตั้งแต่เวลา 18.00 - 22.00 น....
21กราฟการนาเสนอ เปรียบเทียบค่าไฟฟ้าของหลอดไฟขนาด 36 วัตต์ กับขนาด 6 วัตต์
22โครงงานสารวจและปฏิบัติการ การประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคมกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนซับบอนวิทยาคมสั...
23………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
24. ……………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
25………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………9.1.4 Method (ความสิ้นเปลืองพลังงานท...
2611.วิเคราะห์และสรุปผลของโครงงาน. ……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………………...
27การบริหารจัดการแบบ Demming Model (PDCA)
28
29
30
31บันทึกการสอน...............................................................................................................
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

แผนการสอนบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง โครงงานสำรวจและปฎิบัติการ การประหยัดพลังงาน โรงเรียนซั

13,256

Published on

แผนการสอนบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง โครงงานสำรวจและปฎิบัติการ การประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคม

Published in: Education, Technology, Business
4 Comments
18 Likes
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total Views
13,256
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
12
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
4
Likes
18
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Transcript of "แผนการสอนบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง โครงงานสำรวจและปฎิบัติการ การประหยัดพลังงาน โรงเรียนซั"

  1. 1. 1แผนการการสอนบูรณาการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วยกระบวนการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเรื่องโครงงานสารวจและปฏิบัติการ ประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคม ด้วยวิธีการสืบเสาะจัดทาโดยนายวีรชาติ มาตรหลุบเลาตาแหน่งครูผู้ช่วยกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โรงเรียนซับบอนวิทยาคม
  2. 2. 2แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สาระการเรียนรู้ที่ 8 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาระการเรียนรู้ที่ 5 งานและพลังงานเรื่อง โครงงานสารวจและปฏิบัติการ ประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคม ด้วยวิธีการสืบเสาะระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 เวลา 6 ชั่วโมง1.สาระสาคัญโครงงานวิทยาศาสตร์ หมายถึง งานวิจัยในระดับนักเรียน เป็นการศึกษาเรื่องราวทางวิ ทยาศาสตร์ที่ใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการศึกษาและแก้ปัญหารวมทั้งการพัฒนาจิตวิทยาศาสตร์ โดยนักเรียนเป็นผู้ริเริ่ม เลือกเรื่อง วางแผนในการศึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ประเภทการทดลอง ประเภทการสารวจร วบรวมข้อมูล ประเภทสิ่งประดิษฐ์และประเภททฤษฎีการทาโครงงาน สารวจและปฏิบัติการ ประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคม ด้วยวิธีการสืบเสาะ นี้เป็นโครงงานสารวจรวบรวมข้อมูล ซึ่งมุ่งเน้นให้นักเรียนจัดทาโครงงานเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาความสิ้นเปลืองพลังงาน และวางแผนเพื่อลงมือปฏิบัติ โดยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้(แบบ 5 E)กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (แบบ 5 E) มีขั้นตอนดังนี้ 1.สร้างความสนใจ (Engagement) 2.ขั้นสารวจและค้นหา(exploration) 3.ขั้นอภิปรายและลงข้อสรุป (explanation) 4.ขั้นขยายความรู้(elaboration) 5.ขั้นประเมิน (evoluation)การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนนี้ เน้นกระบวนการเรียนการสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (InquiryMethod) โดยเน้นบทบาทของผู้เรียนด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อร่วมกันหาสาเหตุของการสิ้นเปลืองพลังงาน และสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ให้กับผู้เรียน
  3. 3. 32.มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นสาระที่ 5 พลังงานมาตรฐาน ว 5. 1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับการดารงชีวิต การเปลี่ยนรูปพลังงานปฏิสัมพันธ์ระหว่างสารและพลังงาน ผลของการใช้พลังงานต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม มีกระบวน การสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนาความรู้ ไปใช้ประโยชน์ตัวชี้วัดที่ 3สาระที่ 8 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาตรฐาน ว 8. 1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้นๆ เข้าใจว่าวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมและสิ่งแวดล้อมมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันตัวชี้วัดที่ 1-123.ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง1.กาหนดหัวข้อที่สอดคล้องกับปัญหาได้อย่างเหมาะสม2.สืบค้น รวบรวม วิเคราะห์ ข้อมูลจากการสารวจ สังเคราะห์วิธีการแก้ไขปัญหา สามารถวางแผนงานการปฏิบัติการประหยัดพลังงานได้3.นาเสนอและเผยแพร่โครงงานสารวจและปฏิบัติการ ประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคมโดยใช้สื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสม4.จุดประสงค์การเรียนรู้นักเรียนสามารถทาสิ่งต่อไปนี้ได้ด้านความรู้ (K)1.สารวจและเลือกเรื่องที่จะทาโครงงานได้สอดคล้องกับภารกิจ
  4. 4. 42.สามารถกาหนดวัตถุประสงค์ในการทาโครงงานได้3.สามารถตั้งสมมติฐานในการทาโครงงานได้4.สามารถบอกหลักการและเหตุผลของการทาโครงงานได้ (ที่มาของการทาโครงงาน)5.มีแนวความคิดในการประหยัดพลังงาน6.สามารถค้นคว้าทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการคานวณพลังงานและการประหยัดพลังงานได้อย่างถูกต้อง7.สามารถสารวจหาสาเหตุการสิ้นเปลืองพลังงาน ด้วยโมเดล 4Ms ได้8.สามารถรวบรวมข้อคิดเห็นโดยการใช้แบบสารวจความคิดเห็นเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วม9.สามารถวิเคราะห์และสรุปผลการค้นคว้าโครงงานได้10.สามารถนาข้อมูลที่ได้จากการศึกษามาวางแผนเพื่อสร้างแผนปฏิบัติการได้ด้านทักษะ/กระบวนการเรียนรู้ (P)1.สามารถปฏิบัติงานภายในกลุ่มเพื่อสืบเสาะหาความรู้มาแก้ไขปัญหาได้2.มีส่วนร่วมในการสืบค้นข้อมูล รวบรวมข้อมูล มีส่วนร่วมในการอภิปราย แลกเปลี่ยนความรู้3.สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสรุปผลการทาโครงงานได้4.สามารถพัฒนาปรับปรุงและพัฒนาโครงงานด้วยโมเดลเดมมิ่ง (PDCA)5.สามารถถ่ายทอดความรู้ที่ได้ศึกษาค้นคว้าให้เกิดประโยชน์ด้วยวิธีการที่ตนถนัดด้านพฤติกรรมการเรียน (A)1.ตระหนักถึงการใช้พลังงานอย่างประหยัดและคุ้มค่า2.นักเรียนเกิดระเบียบวินัยในการใช้พลังงาน3.รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า
  5. 5. 55.สาระการเรียนรู้ศูนย์การเรียนรู้ที่ 11. มารู้จักกับโครงงานวิทยาศาสตร์ศูนย์การเรียนรู้ที่ 22. การคานวณค่าไฟฟ้า6.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (แบบ 5 E)สร้างความสนใจ (Engagement)1.ลาดับที่มาและเหตุผลในการทา โครงงานสารวจและปฏิบัติการ ประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคม ด้วยวิธีการสืบเสาะ เพื่อให้นักเรียนเห็นถึงความสิ้นเปลืองพลังงานซึ่งทาให้โรงเรียนเสียงบประมาณเพิ่มขึ้นเกือบ 10,000 บาทต่อเดือน หรือ 120,000 บาทต่อปี ซึ่งเป็นเงินจานวนมากสาหรับโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งจะทาให้ไม่มีงบในการ ซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอนในโรงเรียน การแก้ปัญหานี้จึงจาเป็นต้องทาการศึกษาหาวิธีการแก้ไข โดยใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์จัดทาโครงงานแบบมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องในการใช้พลังงานและใช้ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าที่สุด2.ลาดับขั้นการทาโครงงาน ความหมาย คุณค่า ลักษณะ จุดมุ่งหมาย และประเภทของโครงงาน3.ใช้คลิปวีดีโอประกอบ เช่น จาก youtube.com ประกอบการบรรยายของครูผู้สอนขั้นสารวจและค้นหา (exploration)1.กาหนดหัวข้อในการสารวจเพื่อให้สอดคล้องกับภาระกิจการประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคม ด้วยแบบโครงงานสารวจและปฏิบัติการ ประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคม2.นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 2 คน ทาการสารวจจุดที่ทาให้เกิดการสิ้นเปลืองพลังงานหรือเกิดความเสียเปล่าของพลังงาน ด้วยแบบโครงงานสารวจและปฏิบัติการ ประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคม
  6. 6. 63.ใช้การสืบค้นแนวทาง ตัวอย่างจากอินเตอร์เน็ต (Google.com) ทาการบันทึก สาเหตุของการสิ้นเปลืองพลังงานด้วยกล้องหรือโทรศัพท์มือถือ ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว หรือไฟล์ word4.วิเคราะห์และจาแนกสภาพปัญหาการสิ้นเปลืองพลังงานโดยใช้โมเดล 4Ms ด้วยแบบโครงงานสารวจและปฏิบัติการ ประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคม5.บันทึกข้อมูลในแบบโครงงานสารวจและปฏิบัติการ ประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยา คมกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนซับบอนวิทยาคมขั้นอภิปรายและลงข้อสรุป (explanation)1.นักเรียนสามารถเชื่อมโยงสภาพปัญหาและทฤษฎี สามารถอธิบายสภาพปัญหาด้วยทฤษฎีที่นักเรียนได้ศึกษา เพื่อเป็นข้อมูลประกอบในการอภิปราย2.นาเทคโนโลยีเข้าช่วยในการวิเคราะห์เช่น Microsoft Excel ใช้ในการคานวณ ค่าไฟฟ้าเพื่อให้สามารถคานวณได้รวดเร็วขึ้น และหาจุดคุ้มทุน เพื่อเสนอปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ หรือ สร้างกราฟ เพื่อเปรียบเทียบความสิ้นเปลืองพลังงาน3.นักเรียนสามารถสรุปปัญหาที่ทาให้เกิดการสิ้นเปลืองพลังงานและเสนอวิธีการแก้ไข ด้วยแบบโครงงานสารวจและปฏิบัติการ ประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคม4.นาความรู้ที่ได้สรุปปัญหาที่ทาให้เกิดการสิ้นเปลืองพลังงานและเสนอวิธีการแก้ไขสร้างวิ ธีการแก้ไขปัญหาในรูปแบบแผนปฏิบัติการ 5W1H และวิเคราะห์ SWOT ของแผนงาน ด้วยแบบโครงงานสารวจและปฏิบัติการ ประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคมขั้นขยายความรู้(elaboration)1.สามารถนาความรู้ที่ได้จากการสารวจในรูปแบบโครงงานสร้างแผนปฏิบัติการที่สามารถนาไปปฏิบัติได้จริง และพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามโมเดลเดมมิ่ง (PDCA)2.เลือกรูปแบบการนาเสนอโครงงานที่ตนเองถนัดที่สุด
  7. 7. 72.1 นาเสนอด้วยคลิปวีดีโอ หรือหนังสั้น สามารถใช้โปแกรมตัดต่อ Movie Maker หรือ Uleadหรือโปรแกรมที่นักเรียนถนัดในการสร้างผลงานเพื่อนาเสนอ โครงงานสารวจและปฏิบัติการ ประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคม2.2 นาเสนอโครงงานสารวจและปฏิบัติการ ประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคม ด้วยเว็บบล็อก2.3 นาเสนอโครงงานสารวจและปฏิ บัติการ ประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคม ด้วยMicrosoft Powerpoint2.4 นาเสนอประชาสัมพันธ์ โครงงานสารวจและปฏิบัติการ ประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคม ผ่านเสียงตามสายของโรงเรียน2.5 นาเสนอและเผยแพร่ โครงงานสารวจและปฏิบัติการ ประหยัดพลังงาน โรงเรีย นซับบอนวิทยาคม ผ่าน Social Network เช่น Facebook.com , twitter.com, blog หรือ หน้าแฟนเพจของโรงเรียน(Facebook.com/subbonwittayakhom) และแชร์ให้เครือข่ายสังคมออนไลน์2.6 เผยแพร่เอกสารการค้นคว้าที่จัดทาในรูปแบบ word หรือ pdf ใน Slideshare.net2.7 นาเสนอ รณรงค์เรื่องพลังงาน โครงงานสารวจและปฏิบัติการ ประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคม หน้าเสาธง หลังเข้าแถวเคารพธงชาติ2.8 เผยแพร่แนวความคิดจากการศึกษา โครงงานสารวจและปฏิบัติการ ประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคม ผ่านทาง Social Media เช่น Youtube.com2.9 วิธีการอื่นๆที่นักเรียนต้องการ โดยให้ปรึกษาครูผู้สอนก่อน
  8. 8. 8ขั้นประเมิน (evoluation)1.แนวทางการประเมินโครงงานโครงงานสารวจและปฏิบัติการ ประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคม ด้วยวิธีการสืบเสาะแนวทางการประเมินโครงงานรายการประเมิน ระดับคะแนน10-9 8-7 6-5 4-3 2-01.ความคิดสร้างสรรค์2.กระบวนการทางวิทยาศาสตร์3.ความถูกต้องของทฤษฎี4.ความเป็นไปได้ใน การนา โครงงาน ไปใช้เพื่อแก้ปัญหาได้จริง5.การวางแผนเพื่อนาโครงงานสารวจสู่แผนปฏิบัติการ ประหยัดพลังงาน2.แนวทางการประเมินการนาเสนอ ขยายผล และเผยแพร่ โครงงานสารวจและปฏิบัติการ ประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคม ด้วยวิธีการสืบเสาะแนวทางการประเมินการนาเสนอ ขยายผล และเผยแพร่โครงงานรายการประเมิน ระดับคะแนน10-9 8-7 6-5 4-3 2-01.ความคิดสร้างสรรค์2.การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการนาเสนอ3.ความน่าสนใจของการนาเสนอ4.ความถูกต้องของการนาเสนอกับโครงงานสารวจและปฏิบัติการประหยัดพลังงาน5.การสื่อถึงการประหยัดพลังงานและใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า
  9. 9. 93.แบบประเมินตนเองของผู้เรียนโดยการจัดการเรียนการสอนด้วย โครงงานสารวจและปฏิบัติการประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคม ด้วยวิธีการสืบเสาะแนวทางการประเมินการนาเสนอ ขยายผล และเผยแพร่โครงงานรายการประเมิน ระดับคะแนน5 4 3 2 11.นักเรียนได้สารวจปัญหาจากสภาพเพื่อนามาใช้ในการทาโครงงาน2.นักเรียนมีความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ปัญหาเรื่องความสิ้นเปลืองพลังงานของโรงเรียน3.นักเรียนร่วมมือกันทางานเป็นกลุ่ม4.กิจกรรมโครงงานนี้สามารถแก้ไขปัญหาได้จริง5.นักเรียนได้ความรู้เพิ่มจากการทาโครงงาน6.การนาไปใช้ได้จริงในชีวิตประจาวัน7.เกิดการศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง8.นักเรียนได้ใช้ทักษะที่ตนถนัดในการนาเสนอ9.ความเหมาะสมของวิธีการจัดทาและนาเสนอโครงงาน10.นักเรียนอยากให้มีการจัดทาโครงงานในทุกๆภาคการศึกษา7.สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้7.1 สื่อการเรียนรู้ในศูนย์การเรียนศูนย์การเรียนรู้ที่ 1 มารู้จักกับโครงงานวิทยาศาสตร์ศูนย์การเรียนรู้ที่ 2 แบบโครงงานสารวจและปฏิบัติการ ประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคม ด้วยวิธีการสืบเสาะ7.2 แหล่งเรียนรู้1.ห้องสมุด2.ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์3.อินเตอร์เน็ต
  10. 10. 108.การวัดและประเมินผลจุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดและประเมินผล เครื่องมือที่ใช้วัด เกณฑ์การวัด1.ด้านความรู้ (K) 1.ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน2. ตรวจสอบผลงานจากแบบโครงงานแบบทดสอบหลังเรียน 1.ได้คะแนนรวมไม่ต่ากว่า ร้อยละ 50 ถือว่าผ่าน2.ด้านทักษะ/กระบวนการเรียนรู้ (P)1.ตรวจสอบผลงานจากแบบโครงงาน2.วิธีการนาเสนอ3.สื่อที่ใช้นาเสนอ1.แบบประเมินตนเอง2.แบบประเมินโครงงาน3.แบบประเมินการนาเสนอ1.ได้คะแนนรวมไม่ต่ากว่า ร้อยละ 50 ถือว่าผ่าน2.เก็บคะแนนตามแบบประเมิน3.ด้านพฤติกรรมการเรียน (A)1.สังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียน1.แบบบันทึกพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนเป็นกลุ่ม1.ผ่านเกณฑ์การประเมินตั้งแต่ระดับดีขึ้นไป
  11. 11. 11ชื่อผู้ทาโครงงาน 1…………………………………………………ชั้น …………เลขที่…………….2…………………………………………………ชั้น …………เลขที่…………….แบบประเมินโครงงานโครงงานสารวจและปฏิบัติการ ประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคมด้วยวิธีการสืบเสาะแนวทางการประเมินโครงงานรายการประเมิน ระดับคะแนน10-9 8-7 6-5 4-3 2-01.ความคิดสร้างสรรค์2.กระบวนการทางวิทยาศาสตร์3.ความถูกต้องของทฤษฎี4.ความเป็นไปได้ในการนาโครงงานไปใช้เพื่อแก้ปัญหาได้จริง5.การวางแผนเพื่อนาโครงงานสารวจสู่แผนปฏิบัติการ ประหยัดพลังงานแบบประเมินการนาเสนอ ขยายผล และเผยแพร่โครงงานสารวจและปฏิบัติการ ประหยัดพลังงานโรงเรียนซับบอนวิทยาคม ด้วยวิธีการสืบเสาะแนวทางการประเมินการนาเสนอ ขยายผล และเผยแพร่โครงงานรายการประเมิน ระดับคะแนน10-9 8-7 6-5 4-3 2-01.ความคิดสร้างสรรค์2.การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการนาเสนอ3.ความน่าสนใจของการนาเสนอ4.ความถูกต้องของการนาเสนอกับโครงงานสารวจและปฏิบัติการประหยัดพลังงาน5.การสื่อถึงการประหยัดพลังงานและใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า
  12. 12. 12ชื่อผู้ทาโครงงาน 1…………………………………………………ชั้น …………เลขที่…………….แบบประเมินตนเองของผู้เรียนโดยการจัดการเรียนการสอนด้วย โครงงานสารวจและปฏิบัติการประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคม ด้วยวิธีการสืบเสาะแนวทางการประเมินการนาเสนอ ขยายผล และเผยแพร่โครงงานรายการประเมิน ระดับคะแนน5 4 3 2 11.นักเรียนได้สารวจปัญหาจากสภาพจริงเพื่อนามาใช้ในการทาโครงงาน2.นักเรียนมีความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ปัญหาเรื่องความสิ้นเปลืองพลังงานของโรงเรียน3.นักเรียนร่วมมือกันทางานเป็นกลุ่ม4.กิจกรรมโครงงานนี้สามารถแก้ไขปัญหาได้จริง5.นักเรียนได้ความรู้เพิ่มจากการทาโครงงาน6.การนาไปใช้ได้จริงในชีวิตประจาวัน7.เกิดการศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง8.นักเรียนได้ใช้ทักษะที่ตนถนัดในการนาเสนอ9.ความเหมาะสมของวิธีการจัดทาและนาเสนอโครงงาน10.นักเรียนสามารถเชื่อมโยงทฤษฎีและวางแผนปฏิบัติได้
  13. 13. 13แบบบันทึกพฤติกรรมของผู้เรียนเรื่อง โครงงานสารวจและปฏิบัติการ ประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคม ด้วยวิธีการสืบเสาะชื่อ-สกุลพฤติกรรมการเรียน ระดับคุณภาพความสนใจใฝ่รู้ปฏิบัติกิจกรรมด้วยความรับผิดชอบการวางแผนการทางานทางานร่วมกับผู้อื่นได้รวมเกณฑ์การให้คะแนนคะแนน 4 3 2 1ระดับคุณภาพ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุงลงชื่อ...........................................................ผู้ประเมิน(นายวีรชาติ มาตรหลุบเลา)
  14. 14. 14เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมของผู้เรียนพฤติกรรมการเรียนระดับคะแนน4 3 2 1ความสนใจใฝ่รู้ มีความกระตือรือร้น สนใจซักถามข้อสงสัย ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม เข้าร่วมกิจกรรมทุกครั้งมีความกระตือรือร้นสนใจซักถามข้อสงสัยศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมมีความกระตือรือร้นสนใจซักถามข้อสงสัยมีความกระตือรือร้นปฏิบัติกิจกรรมด้วยความรับผิดชอบตั้งใจปฏิบัติกิจกรรมผลงานเรียบร้อย ถูกต้องสมบูรณ์เสร็จทันเวลาที่กาหนดตั้งใจปฏิบัติกิจกรรมผลงานเรียบร้อยถูกต้องสมบูรณ์ตั้งใจปฏิบัติกิจกรรมผลงานเรียบร้อยตั้งใจปฏิบัติกิจกรรมการวางแผนการทางานวางแผนการทางานเป็นทีมนาทฤษฎีมาอ้างอิง กาหนดบทบาทหน้าที่ผู้รับผิดชอบวิเคราะห์ความเป็นไปได้ปัญหาอุปสรรค มีการวางแผนเพื่อปรับปรุงพัฒนาและมีการประยุกต์ให้เหมาะสมกับการใช้งานจริงวางแผนการทางานเป็นทีม นาทฤษฎีมาอ้างอิง กาหนดบทบาทหน้าที่ผู้รับผิดชอบวิเคราะห์ความเป็นไปได้ปัญหาอุปสรรค มีการวางแผนเพื่อปรับปรุงพัฒนาวางแผนการทางานเป็นทีมนาทฤษฎีมาอ้างอิง กาหนดบทบาทหน้าที่ผู้รับผิดชอบวิเคราะห์ความเป็นไปได้ปัญหาอุปสรรควางแผนการทางานเป็นทีม นาทฤษฎีมาอ้างอิงทางานร่วมกับผู้อื่นได้ร่วมมือ มีน้าใจ เสียสละกล้าแสดงและยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นร่วมมือ มีน้าใจเสียสละ กล้าแสดงร่วมมือ มีน้าใจ ร่วมมือเกณฑ์การสรุประดับคุณภาพพฤติกรรมการเรียนคะแนน 15-16 12-14 9-11 0-8ระดับคุณภาพ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง
  15. 15. 15ศูนย์การเรียนรู้ที่ 1สาระการเรียนรู้ที่ 8 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่องมารู้จักกับโครงงานวิทยาศาสตร์เอกสารประกอบ โครงงานสารวจและปฏิบัติการ ประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคมนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เวลา 1 ชั่วโมง===========================================================================โครงงานวิทยาศาสตร์ คือ การที่นักเรียนมีปัญหา หรือข้อสงสัย แล้วนาปัญหานั้นไปทดลองศึกษาแก้ปัญหาโดยใช้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แล้วนาผลงานมาเสนอวิเคราะห์ เป็นการศึกษาค้นคว้าหาความรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งด้วยตนเองโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แล้วรวบรวมสรุป วิเคราะห์ รายงานผลที่ได้จากการศึกษาความสาคัญของโครงงานวิทยาศาสตร์การศึกษาค้นคว้าด้วยโครงงานวิทยาศาสตร์ ช่วยให้นักเรียนเกิด การเรียนรู้ มีประสบการณ์จากการปฏิบัติจริง ฝึกแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะติดตัวผู้เรียนไปตลอด เมื่อมีข้อสงสัย หรือปัญหาเกิดขึ้น จะแก้ปัญหา โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า เป็นสิ่งที่สาคัญกว่าความรู้ที่ขาดการปฏิบัติ ทั้งนี้กระบวนการดังกล่าว จะทาให้ผู้เรียนเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง และกล้าแสดงออกประเภทของโครงงานวิทยาศาสตร์โครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแบ่งออกเป็น 4 ประเภท1. โครงงานประเภทการทดลอง คือ เป็นโครงงานที่มีการออกแบบการทดลองเพื่อศึกษาของตัวแปรหนึ่งที่มีต่อแปรอีกตัวหนึ่งที่ต้องการศึกษา โดยควบคุมตัวแปรอื่นๆ ที่อาจมีผลต่อตัวแปรที่จะต้องการศึกษาเอาไว้หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง โครงงานที่จะจัดเป็นโครงงานประเภทการทดลองได้จะต้องเป็นโครงงานที่มีการจัดกระทากับตัวแปรต้น หรือเรียกอกอย่างหนึ่งว่า ตัวแปรอิสระ มีการวัดตัวแปรตาม (ผลที่ต้องการ) และควบคุมตัวแปรอื่นๆ ที่ไม้ต้องการศึกษา โดยทั่วไป ขั้นตอนการดาเนินงานของโครงงานประเภทนี้จะประกอบด้วย การกาหนดปัญหา การตั้งจุดมุ่งหมาย สมมติฐาน การกาหนดตัวแปรต่าง การออกแบบการทดลอง การรวบรวมข้อมูล การดาเนินการทดลอง การแปรผลและการสรุปผล2. โครงงานประเภทสารวจรวบรวม ลักษณะเด่นของโครงงานประเภทนี้ ไม่มีการจัดหรือกาหนดตัวแปรต่างๆ ที่ต้องการศึกษา โครงงานประเภทสารวจรวบรวมข้อมูลนี้ ผู้ทาโครงงานเพียงต้องการสารวจและรวบรวมข้อมูล แล้วนาข้อมูลนั้นมาจาแนกเป็นหมวดหมู่ และนาเสนอในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เห็น
  16. 16. 16ลักษณะหรือความสัมพันธ์ในเรื่องที่ต้องการศึกษาได้ชัดเจนยิ่งขึ้นการสารวจและรวบรวมข้อมูลนี้อาจทาได้ในหลายรูปแบบ เช่น การออกไปเก็บข้อมูลในภาคสนาม ซึ่งในบางครั้ง บางเรื่องก็สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่ต้องการในท้องถิ่น หรือในสถานที่ต่างๆ ที่ต้องการศึกษาค้นคว้า ในขณะที่ออกไปปฏิบัติการนั้นโดยไม่ต้องนาวัตถุตัวอย่างกลับมาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการอีก ตัวอย่างโครงงานประเภทนี้ได้แก่- การสารวจประชากรและชนิดของสิ่งต่างๆ เช่น สัตว์พืช หิน แร่ ฯลฯในท้องถิ่น หรือในบริเวณที่ต้องการศึกษา- การสารวจพฤติกรรมด้านต่าง ๆ ของสัตว์ในธรรมชาติ- การสารวจทิศทางและอัตราเร็วลมในท้องถิ่น- การสารวจการผุกร่อนของสิ่งก่อสร้างที่ทาด้วยหินอ่อนในแหล่งต่างๆฯลฯในบางครั้งการออกภาคสนามก็เพื่อไปเก็บวัสดุตัวอย่างมาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ เพราะไม่สามารถที่จะวิเคราะห์และรวบรวมข้อมูลได้ทันที ในขณะออกไปปฏิบัติการภาคสนาม ตัวย่างโครงงานประเภทนี้ ได้แก่- การสารวจคุณภาพน้า เช่น ความขุ่น ความเป็นกรด – เบส ค่า BOD ฯลฯ แหล่งน้าต่างๆ ที่ต้องการศึกษาเช่น บริเวณใกล้ๆ โรงงานน้าอัดลม โรงงานผลิตสุรา ฯลฯ- การศึกษาสมบัติ เช่น จุดเดือด จุดหลอมเหลว ความหนาแน่น ของสารต่างๆที่สกัดได้จากวัสดุหรือพืชชนิดใดชนิดหนึ่งที่ต้องการศึกษา- การสารวจคุณภาพของดิน เช่น ความชื้น ปริมาณสารอินทรีย์ความเป็นกรด เบส จากแหล่งต่างๆ ที่ต้องการศึกษา- การศึกษาสารวจมลพิษของอากาศในแหล่งต่างๆฯลฯในการสารวจรวบรวมข้อมูลบางอย่างแทนที่จะต้องอออกไปสารวจตามธรรมชาติบางครั้งก็อาจจาลองธรรมชาติขึ้นในห้องปฏิบัติการแล้วสังเกต และศึกษารวบรวมข้อมูลต่างๆ ในธรรมชาติจาลองนั้นๆเช่น- การศึกษาวงจรชีวิตไหมที่เลี้ยงในห้องปฏิบัติการ- การศึกษาพฤติกรรมของมดที่เลี้ยงในห้องปฏิบัติการฯลฯ3. โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์ ลักษณะเด่นของโครงงานประเภทนี้ เป็นโครงงานที่เกี่ยวกับการประยุกต์ทฤษฎีหรือหลักการทางวิทยาศาสตร์มาประดิษฐ์ เครื่องมือ เครื่องใช้หรืออุปกรณ์ เพื่อประโยชน์ใช้สอยต่างๆ ซึ่งอาจเป็นการคิดประดิษฐ์สิ่งของใหม่ หรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นก็ได้โครงงานประเภทนี้รวมไปถึง การสร้างแบบจาลองเพื่ออธิบายแนวความคิดต่างๆโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ไปแก้ปัญหาต่างๆ4. โครงงานประเภททฤษฎี เป็นโครงงานเกี่ยวกับการนาเสนอ ทฤษฎี หลักการ หรือแนวความคิด
  17. 17. 17ใหม่ๆ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของสูตร สมการ หรือคาอธิบายโดยผู้เสนอได้ตั้งกติกาหรือข้อตกลงเอง แล้วเสนอทฤษฎี หลักการแนวความคิด หรือจินตนาการของตนเองตามกติกา หรือข้อตกลงนั้น หรืออาจใช้กติกา หรือข้อตกลงอันเดิมมาอธิบายสิ่งหรือปรากฏการณ์ต่างๆ ในแนวใหม่ ทฤษฎี หลักการ แนวความคิดหรือจินตนาการที่เสนอนี้อาจจะใหม่ไม่มีใครคิดมาก่อน หรืออาจขัดแย้งกับทฤษฎีเดิม หรือเป็นการขยายทฤษฎีหรือแนวความคิดเดิมก็ได้การทาโครงงานประเภทนี้ จุดสาคัญอยู่ที่ผู้ต้องมีพื้นฐานความรู้ในเรื่องนั้นๆ เป็นอย่างดี จึงจะสามารถเสนอโครงงานประเภทนี้ได้อย่างมีเหตุผล และน่าเชื่อถือ หรืออาจทาได้โดยสร้างเครื่องมือขึ้นประกอบการอธิบาย โดยทั่วไปโครงงานประเภทนี้จัดเป็นวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์หรือโครงงานทางคณิตศาสตร์วิธีการทางวิทยาศาสตร์1.กาหนดปัญหา2. ตั้งสมมติฐาน3. รวบรวมข้อมูล4. ทดลอง5. สรุปผลทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์1. ทักษะการกาหนด และควบคุมตัวแปร2. ทักษะการคานวณ3. ทักษะการจัดทา และสื่อความหมายข้อมูล4. ทักษะการจาแนกประเภท5. ทักษะการตั้งสมมติฐาน6. ทักษะการตีความหมาย7. ทักษะการทดลอง8. ทักษะการกาหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ9. ทักษะการพยากรณ์10. ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล11. ทักษะการวัด12. ทักษะการ สังเกต13. ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างมิติกับมิติและ มิติกับเวลา
  18. 18. 18ขั้นตอนการวางแผนการทาโครงงานวิทยาศาสตร์1.ปัญหา2.จุดประสงค์3.สมมุติฐานการศึกษาและทดลอง4.การกาหนดและควบคุมตัวแปร5.วัสดุอุปกรณ์6.ขั้นตอนการทดลอง7.การออกแบบ8.การดาเนินการและบันทึกผล9.สรุปรายงานผล
  19. 19. 19ศูนย์การเรียนรู้ที่ 2สาระการเรียนรู้ที่ 8 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่อง การคานวณค่าไฟฟ้าเอกสารประกอบ โครงงานสารวจและปฏิบัติการ ประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคมนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เวลา 1 ชั่วโมง===========================================================================การคานวณค่าไฟฟ้าเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดจะใช้พลังงานไฟฟ้าต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดและขนาดของเครื่องใช้ไฟฟ้าซึ่งทราบได้จากตัวเลขที่กากับไว้บนเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ระบุไว้ทั้งความต่างศักย์ (V) และกาลังไฟฟ้า (W)ตัวอย่างเช่น หลอดไฟฟ้า หม้อหุงข้าวไฟฟ้า เตารีดไฟฟ้า มีตัวเลขกากับไว้บนเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่นหลอดไฟฟ้ามีตัวเลขกากับว่า 220 V 80 W- ตัวเลข 220 V หมายถึงหลอดไฟฟ้านี้ใช้กับความต่างศักย์220 โวลต์ซึ่งเราต้องใช้ไฟให้ตรงกับค่าความต่างศักย์ที่กาหนด- ตัวเลข 80 W ที่กากับมาเป็นค่าของพลังงานไฟฟ้าที่หลอดไฟฟ้าใช้ไปในเวลา 1 วินาที ซึ่งเรียกว่า กาลังไฟฟ้าหมายเหตุ - ในการวัดพลังงานไฟฟ้า เราจะใช้หน่วยเป็นจูล ตัวเลข 80 W จึงหมายความว่า หลอดไฟฟ้านี้จะใช้พลังงานไฟฟ้า 80 จูล ในเวลา 1 วินาทีค่าไฟ เป็นสิ่งที่เราต้องจ่ายทุกเดือน เพราะไม่มีใครปฏิเสธว่าไม่ได้ใช้ไฟ (ถึงแม้พ่อแม่เราจะเป็นคนจ่ายก็ตาม) จะดีแค่ไหนหากเรารู้วิธีการคานวณค่าไฟฟ้าสาหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ เราจะสามารถประมาณค่าไฟ (โดยประมาณ) ของแต่ละเดือนได้ประโยชน์ก็จะตกอยู่กับเราเองในการวางแผนการใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น โดยการคานวณค่าไฟฟ้านั้น เราสามารถทาได้ด้วยตนเองง่ายๆ จากสูตรที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้*สาหรับการใช้ไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าใน 1 วัน เราสามารถใช้สูตรการคานวณดังนี้ตัวอย่าง บ้านครูปอนด์มีเครื่องใช้ไฟฟ้า 3 ชนิด คือทีวีขนาด 150 วัตต์จานวน 1 เครื่อง, พัดลมขนาด 100
  20. 20. 20วัตต์จานวน 1 เครื่อง และหลอดไฟขนาด 40 วัตต์จานวน 5 ดวง โดยครูปอนด์จะเปิดทีวีและพัดลมพร้อมกันตั้งแต่เวลา 18.00 - 22.00 น. ทุกวัน ส่วนหลอดไฟจะเปิดพร้อมกันทั้ง 4 ดวงตั้งแต่เวลา 18.00 - 06.00 น.ทุกวัน อยากทราบว่าครูปอนด์ใช้ไฟฟ้าไปกี่ยูนิตในหนึ่งเดือนวิธีคิด จากตัวอย่างเราได้ข้อมูลว่า1. ทีวีขนาด 150 วัตต์ใช้งานวันละ 3 ชั่วโมง2. พัดลมขนาด 100 วัตต์ใช้งานวันละ 3 ชั่วโมง3. หลอดไฟขนาด 40 วัตต์ใช้งานวันละ 12 ชั่วโมงจากสมการดังนั้นใน 1 วัน เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดจะใช้ไฟฟ้าดังนี้จานวนยูนิตของทีวี = [(150 x 1) x 3] / 1000 = 0.45จานวนยูนิตของพัดลม = [(100 x 1) x 3] / 1000 = 0.30จานวนยูนิตของหลอดไฟ = [(40 x 4) x 3] / 1000 = 0.48รวมใน 1 วัน ครูปอนด์ใช้ไฟฟ้าทั้งสิ้น = 0.45 + 0.30 + 0.48 = 1.23ดังนั้น ในเดือนธันวาคม (มี 31 วัน) ครูปอนด์ใช้ไฟฟ้าทั้งสิ้น = 1.23 x 31 = 38.13 ยูนิต (ตอบ)โรงเรียนซับบอนวิทยาคมใช้ไฟฟ้าเกิน 400 หน่วยต่อเดือน การทาโครงงานสารวจและปฏิบัติการการประหยัดพลังงานโรงเรียนซับบอนวิทยาคมนั้น มุ่งเน้นให้เกิดการสารวจจากสภาพจริงและสร้างแผนปฏิบัติเพื่อให้เกิดการใช้พลังงานอย่างประหยัดและคุ้มค่า พร้อมทั้งลดความสิ้นเปลืองของพลังงานดังนั้นสาหรับการคานวณเพื่อการประหยัดพลังงานนั้น จึงใช้อัตราค่าไฟฟ้า 400 หน่วยขึ้นไป ราคาต่อหน่วย2.978 บาทต่อหน่วยตัวอย่างการคานวณจากการสารวจการใช้พลังงานในโรงเรียนซับบอนวิทยาคม พบว่า ใช้หลอดไฟฟ้า ขนาด 36 วัตต์จานวน 450 หลอด โดยเฉลี่ยใช้วันละ 6 ชั่โมงต่อวัน จากการค้นคว้าพบว่า สามารถเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟฟ้าขนาด 6 วัตต์ได้ซึ่งจะทาให้โรงเรียนของเราประหยัดค่าไฟฟ้า ได้ดังนี้ค่าไฟฟ้าที่จ่ายโดยใช้หลอดขนาด 36 วัตต์จานวน 450 หลอด โดยเฉลี่ยใช้วันละ 6 ชั่โมงต่อวัน= ((36x450x6)/1000) x 2.978 = 289.46 บาทต่อวัน หรือ 78,154.6 บาทต่อปี(270 วัน)ค่าไฟฟ้าที่จ่ายโดยใช้หลอดขนาด 6 วัตต์จานวน 450 หลอด โดยเฉลี่ยใช้วันละ 6 ชั่โมงต่อวัน= ((6x450x6)/1000) x 2.978 = 48.24 บาทต่อวัน หรือ 13025.7 บาทต่อปี(270 วัน)
  21. 21. 21กราฟการนาเสนอ เปรียบเทียบค่าไฟฟ้าของหลอดไฟขนาด 36 วัตต์ กับขนาด 6 วัตต์
  22. 22. 22โครงงานสารวจและปฏิบัติการ การประหยัดพลังงาน โรงเรียนซับบอนวิทยาคมกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนซับบอนวิทยาคมสังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 401.ชื่อโครงงาน ………………………………………………………………………………………………2.ชื่อผู้จัดทา1……………………………………………………………………………………………………2……………………………………………………………………………………………………3.ครูที่ปรึกษา1……………………………………………………………………………………………………2……………………………………………………………………………………………………4.วัตถุประสงค์การจัดทาโครงงาน1. ……………………………………………………………………………………………………2. ……………………………………………………………………………………………………3. ……………………………………………………………………………………………………4. ……………………………………………………………………………………………………5.สมมุติฐาน ของการทาโครงงาน1. ………………………………………………………………………………………………….2. ………………………………………………………………………………………………….6.หลักการและเหตุผล. ……………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………
  23. 23. 23………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………7.แนวความคิดในการประหยัดพลังงาน. ……………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………8.ความรู้แลทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการประหยัดพลังงาน (บทเอกสาร). ……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
  24. 24. 24. ……………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………9. ขั้นตอนและวิธีการสารวจ สาเหตุของการสิ้นเปลืองพลังงาน9.1 สารวจ สาเหตุของการสิ้นเปลืองพลังงาน โดยใช้โมเดลการบริหารจัดการพลังงาน 4Ms9.1.1 Man (ความสิ้นเปลืองพลังงานที่มีสาเหตุจากคน). ……………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………9.1.2 Machine (ความสิ้นเปลืองพลังงานที่มีสาเหตุจากเครื่องจักร). ……………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………9.1.3 Material (ความสิ้นเปลืองพลังงานที่มีสาเหตุจาก วัสดุ อุปกรณ์). ……………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
  25. 25. 25………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………9.1.4 Method (ความสิ้นเปลืองพลังงานที่เกิดจาก วิธีการใช้งาน หรือ ขั้นตอนการใช้งาน). ……………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………10. แบบสอบถามข้อเสนอแนะเพื่อการประหยัดพลังงานโดยเน้นการมีส่วนร่วม10.1 ท่านมีข้อเสนอแนะในเรื่องการประหยัดพลังงานในโรงเรียนซับบอนวิทยาคม อย่างไรบ้างลาดับ เรื่อง สถานที่ ข้อเสนอแนะลงชื่อ…………………………………………ผู้ให้ข้อเสนอแนะ
  26. 26. 2611.วิเคราะห์และสรุปผลของโครงงาน. ……………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
  27. 27. 27การบริหารจัดการแบบ Demming Model (PDCA)
  28. 28. 28
  29. 29. 29
  30. 30. 30
  31. 31. 31บันทึกการสอน............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................นายวีรชาติ มาตรหลุบเลาตาแหน่งครูผู้ช่วย

×