บทที่ 1 ความหมายของการบริหารราชการ

98,810 views

Published on

Published in: Education
2 Comments
7 Likes
Statistics
Notes
  • ขอบคุณครับ
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
  • การบริหาร กับ ราชการ มีองค์ประกอยอะไรบ้าง ช่วยตอบทีดิ
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
No Downloads
Views
Total views
98,810
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1,268
Actions
Shares
0
Downloads
415
Comments
2
Likes
7
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

บทที่ 1 ความหมายของการบริหารราชการ

  1. 1. บทที่ 1 หลักการทั่วไปเกี่ยวกับ การบริหารราชการ ภาพจาก http :// 203.157.7.36 / news_print . php?artID = 102
  2. 2. เรียนอะไร รู้อะไร <ul><li>1 .  ความหมายของการบริหารราชการ </li></ul><ul><li>2 .  ความเป็นมาของระบบบริหารราชการ </li></ul><ul><li>3 .  ความสำคัญของการบริหารราชการ </li></ul><ul><li>4 .  การบริหารราชการและการบริหารธุรกิจ </li></ul><ul><li>5 .  ภารกิจของการบริหารราชการ </li></ul><ul><li>6 . แนวคิดเกี่ยวกับระบบราชการ </li></ul><ul><li>7 .  ความรับผิดชอบและการควบคุมการบริหารราชการ </li></ul>
  3. 3. ความหมายของ “ การบริหารราชการ” (Public Administration) <ul><li>“ การบริหารราชการ” อาจมีความหมายได้ทั้งมุมกว้างและมุมแคบ ในมุมกว้าง“การบริหารราชการ” หมายถึง กิจกรรมทุกประเภทของรัฐ ไม่ ว่าจะเป็นกิจกรรมในด้านนิติบัญญัติ บริหาร หรือตุลาการ นักวิชาการกลุ่มนี้ ได้แก่ ฟิลิกซ์ เอ นิโกร ( Felix A . Nigro ) และมาร์แชล ดิมอด ( Marshall Dimock ) </li></ul><ul><li>ในการมองแบบมุมแคบ จะหมายถึงเฉพาะกิจกรรมของฝ่ายบริหารในการดำเนินความพยายามให้หน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐประกอบกิจกรรมให้บรรลุเป้าหมายอย่างได้ผลที่สุด นักวิชาการกลุ่มนี้ ได้แก่ ลูเซอร์ กูลิค ( Luther Gulick ) เจมส์ ดับปลิวเฟสเลอร์ ( James W . Fesler ) และ เฮอร์เบิร์ต ไซมอน ( Herbert Simon ) </li></ul>
  4. 4. ความหมายของ “ การบริหารราชการ” (Public Administration) <ul><li>ฟิลิกซ์ เอ นิโกร (Felix A. Nigro) กล่าวถึงการบริหารราชการว่า </li></ul><ul><li>1 .) เป็นความพยายามของกลุ่มที่จะร่วมมือกันปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ </li></ul><ul><li>2 .) มีขอบเขตครอบคลุมถึงการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายทั้งสามนี้ </li></ul><ul><li>3 .) มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายสาธารณะ การบริหารราชการจึงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางการเมือง </li></ul><ul><li>4 .) มีความแตกต่างจากการบริหารธุรกิจของเอกชน </li></ul><ul><li>5 .) เกี่ยวข้องกับกลุ่มเอกชนหลายกลุ่ม และปัจเจกชนหลายคนในอันที่จะจัดบริการให้แก่ชุมชน </li></ul>
  5. 5. <ul><li>มาร์แชล ดิมอค (Marshall E. Dimock) </li></ul><ul><li>กล่าวถึงการบริหารราชการว่า เป็นเรื่องที่รัฐจะทำ “ อะไร” </li></ul><ul><li>หมายถึงขอบเขตเนื้อหาของงานของรัฐ และทำ “ อย่างไร” หมายถึง วิธีการดำเนินการอย่างมีหลักการที่รัฐจะนำมาใช้เพื่อให้กิจกรรมบรรลุผลสำเร็จ </li></ul>ความหมายของ “ การบริหารราชการ” (Public Administration) ภาพจาก : http :// www . uvm . edu / ~mpa / ?Page = awards / medaward . html&SM = awards / awardssubmenu . html
  6. 6. <ul><li>เฮอร์เบิร์ต เอ ไซมอน (Herbert A Simon) หมายถึง กิจกรรมของฝ่ายบริหารไม่ว่าจะเป็นการปกครองส่วนกลาง การปกครองมลรัฐ หรือการปกครองท้องถิ่น ที่สำคัญก็คือ ไม่รวม เอางานของฝ่ายนิติบัญญัติและตุลาการเข้าไว้ด้วย </li></ul>ความหมายของ “ การบริหารราชการ” (Public Administration) http :// www . nvc . vt . edu / alhrd / Theorists / Simmon . htm
  7. 7. <ul><li>ติน ปรัชญพฤทธิ์ และอิสระ สุวรรณมล กล่าวถึงคำว่า “ administration” ไว้ในปทานุกรมการบริหาร ( 2514 ) ว่ามาจากภาษาลาตินว่า “ administrare” ซึ่งแปลว่ารับใช้ การจัดการการปฏิบัติภารกิจ การอำนวยการ ( To serve, to manage, to conduct, to direct ) ในทางการบริหาร </li></ul><ul><li>เรามักจะเน้นความหมายของคำว่า “ administration” ไปในแง่ของการรับใช้ เพราะถือว่าข้าราชการต้องเป็นผู้รับใช้ประชาชน มิใช่เป็นเจ้านายของประชาชน </li></ul>ความหมายของ “ การบริหารราชการ” (Public Administration)
  8. 8. ความเป็นมาของคำว่า “ ระบบราชการ” ( Bureaucracy ) <ul><li>ระบบราชการที่จริงไม่ได้มีความหมายใหม่ มีความหมายเพียงว่า ไม่ใช่เป็นการปกครองแบบกษัตริย์ (mo narchy ) ไม่ใช่อภิชนาธิปไตย (aristocracy) หรือประชาธิปไตย (democracy) </li></ul><ul><li>แต่เป็นการปกครองโดยเจ้าหน้าที่ (rule of officials) </li></ul>
  9. 9. <ul><li>ในบางครั้งคำว่า “ Bureaucracy” จะหมายถึง “องค์การแบบราชการ” อันหมายถึง ระบบของความสัมพันธ์ในการบังคับบัญชา ซึ่งกำหนดโดยกฎระเบียบที่พัฒนาขึ้นอย่างสมเหตุสมผล </li></ul>http :// www . rd1677 . com / backoffice / PicUpdate / 61506 . jpg
  10. 10. ความสำคัญของ “ การบริหารราชการ” <ul><li>1 ) เป็นการนำนโยบายของรัฐไปปฏิบัติ ได้แก่ ขยายโอกาสหรือเพิ่มบริการในรูปบริการสาธารณะต่าง ๆ </li></ul><ul><li>- เพิ่มการป้องกันสวัสดิภาพของประชาชนในด้านต่าง ๆ </li></ul><ul><li>- การจัดระเบียบของสังคม </li></ul><ul><li>- กำหนดขอบเขตเสรีภาพการใช้จ่ายด้วยการจัดเก็บภาษี </li></ul><ul><li>- การค้นหาหรือลงโทษผู้กระทำผิดหรือขัดต่อกฎหมาย </li></ul><ul><li>- การยินยอมหรือปฏิเสธที่จะให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมบางอย่าง </li></ul><ul><li>- การบริหารกิจการกึ่งธุรกิจ เช่น การสาธารณูปโภค </li></ul><ul><li>- การดูแลและป้องกันประเทศและการต่างประเทศฯลฯ </li></ul>
  11. 11. ความสำคัญของ “ การบริหารราชการ” <ul><li>2 ) มีส่วนในการกำหนดนโยบายทั้งในขั้นตอนก่อนที่ฝ่ายนิติบัญญัติ และหัวหน้าฝ่ายบริหารจะตัดสินใจกำหนดนโยบาย และหลังการกำหนดนโยบายแล้ว </li></ul><ul><li>3 ) เป็นกลไกสำคัญในการดำรงไว้และพัฒนาวัฒนธรรมของสังคม เป็นผู้กำหนดกิจกรรมของสังคม และเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจและสังคม </li></ul>
  12. 12. 1.1 ) เป็นการบริหารในลักษณะที่เป็นกระบวนการปฏิบัติงาน (process) เหมือนกันทั้งภาคราชการ และธุรกิจ 1.2 ) แม้วัตถุประสงค์จุดมุ่งหมาย (goal) จะแตกต่าง แต่ก็มีลักษณะเป็นพลังความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติของกลุ่ม (cooperative group effort) 1.3) ล้วนต้องมีลักษณะในการปฏิบัติงานตามสภาพแวดล้อมของแต่ละองค์การไป 1.4 ) ประเภทกิจกรรมไม่สามารถขีดเส้นแบ่งได้ชัดเจน ราชการอาจมีส่วนด้วย เช่น ธุรกิจโทรคมนาคม เป็นต้น 1.5 ) ประเภทของทักษะ เทคนิค และกระบวนการทำงาน รวมทั้งความชำนาญของบุคลากรที่คล้ายกัน ความเหมือน
  13. 13. 2.1 ) ภาพลักษณ์ (Image) - ภาคราชการล่าช้า ขั้นตอนมาก (Real Tape) ในขณะที่ภาคธุรกิจรวดเร็วและมีขั้นตอนการปฏิบัติที่ไม่ยุ่งยาก 2.2 ) วัตถุประสงค์ การบริหารธุรกิจเน้นมุ่งที่ผลกำไร (profit) ในขณะที่การบริหารราชการมุ่งในการจัดทำบริการสาธารณะ (public services) โดยมุ่งผลประโยชน์และความพอใจของประชาชนเป็นหลักใหญ่ 2.3 ) ความรับผิดชอบ การบริหารราชการรับผิดชอบต่อประชาชน แต่การบริหารธุรกิจรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นหรือเจ้าของกิจกรรม 2.4 ) ทุน การบริหารราชการได้มาจากภาษีอากรเก็บจากประชาชน ส่วนการบริหารธุรกิจได้ทุนการดำเนินงานจากเงินของเอกชนผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้น 2.5 ) การกำหนดราคาสินค้าและบริการ การบริหารราชการไม่ได้มุ่งกำไร แต่การบริหารธุรกิจต้องกำหนดราคาให้สูงพอสมควรที่จะให้มีกำไรเหลืออยู่ 2.6 ) คู่แข่งขัน การบริหารราชการปกติไม่มีผู้แข่งขัน แต่ทางด้านการบริหารธุรกิจมีคู่แข่งขันมาก แต่จะส่งผลดีที่ผู้บริโภคจะได้สินค้าและบริการที่ดี ราคาถูก 2.7 ) การคงอยู่ การบริหารราชการจะต้องมีอยู่ตราบเท่าที่การทำบริการสาธารณะในด้านนั้น ๆ แก่ประชาชน ไม่ว่าจะมีภาวะทางการเมืองเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร แต่การบริหารธุรกิจอาจมีการล้มเลิก เปลี่ยนแปลงได้ง่ายกว่ามาก
  14. 14. กิจกรรม ที่ 1 <ul><li>ให้นักศึกษาหา ข่าว ที่เสนอเกี่ยวกับ </li></ul><ul><li>1. ความเหมือน การบริหารราชการ และ การบริหารธุรกิจ </li></ul><ul><li>( 1 ข่าว ) ( 1 ข่าว ) </li></ul><ul><li>2. ความต่างของ การบริหารราชการ และ การบริหารธุรกิจ </li></ul><ul><li> ( 1 ข่าว ) ( 1 ข่าว ) </li></ul><ul><li>โปรดระบุแหล่งที่มาของข่าวนั้น ๆ ด้วย </li></ul>หมดเขตส่งรายงานทาง e-mail [email_address] วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม 2553
  15. 15. ภารกิจของการบริการราชการ <ul><li>1.5.1 ภารกิจในการจัดทำ “ บริการสาธารณะ” ( Public service )  หมายถึง ผลผลิตของหน่วยงานของรัฐที่มุ่งเน้นประโยชน์สุขแก่ประชาชนโดยทั่วถึง </li></ul><ul><li>1.5.2 ภารกิจในการจัดทำ “ สินค้าสังคมหรือสินค้าสาธารณะ” ( Public Goods ) ตามทฤษฎีสินค้าสังคม และสินค้าเอกชน (Theory of Public and Private Goods) “ สินค้าสาธารณะ” เป็นสินค้าที่กลไกตลาดไม่สามารถจะทำให้เกิดสินค้านี้ได้ หรือถ้าปล่อยให้กลไกตลาดทำหน้าที่ตัดสินใจในการจัดสรรสินค้าจะไม่มีประสิทธิภาพหรือปริมาณไม่เพียงพอ ตัวอย่างเช่น การป้องกันประเทศ การศึกษาภาคบังคับ เป็นต้น </li></ul>
  16. 16. ภารกิจของการบริการราชการ <ul><li>1.5.3 การแบ่งประเภทของภารกิจ </li></ul><ul><li>1 .) งานบริการ ได้แก่ งานที่มีวัตถุประสงค์หลักในการผลิตสินค้าที่เป็นบริการของสังคม เช่น สถานศึกษา กองกำลังทหาร ตำรวจ เป็นต้น </li></ul><ul><li>2 .) งานควบคุมและจัดระเบียบ ได้แก่ งานที่มีวัตถุประสงค์ในการแทรกแซงกิจกรรมในตลาดการค้าเพื่อความเป็นธรรม เช่น การออกใบอนุญาต การจดทะเบียน การควบคุมราคาสินค้า เป็นต้น </li></ul><ul><li>3 .) งานสงเคราะห์และช่วยเหลือ ได้แก่ งานที่จัดสรรทรัพยากรให้แก่ผู้ที่ขาดแคลนหรือด้อยโอกาส เช่น งานสวัสดิการสังคม งานแรงงาน เป็นต้น </li></ul><ul><li>4 .) งานสนับสนุน ได้แก่ งานให้บริการหน่วยงานอื่น ๆ ได้แก่ งานงบประมาณ การเงินการคลัง การจัดเก็บภาษีและรายได้ เป็นต้น </li></ul>
  17. 17. ความรับผิดชอบและการควบคุมการบริหารราชการ <ul><li>- ความรับผิดชอบในการบริหารราชการ หมายถึง การปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรม โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมหรือผลประโยชน์ที่จะเกิดแก่สาธารณชน </li></ul><ul><li>- การควบคุมภายในวงราชการ แยกเป็น การควบคุมความรับผิดชอบในการ </li></ul><ul><li>ปฏิบัติงาน โดยการควบคุมด้านงบประมาณ โครงการและแผน การตรวจสอบและรายงาน ดับ </li></ul><ul><li>ชั้นการบังคับบัญชา ผ่านกระบวนการบริหารงานบุคคล และการควบคุมความรับผิดชอบภายในตัวบุคคลเอง </li></ul><ul><li>- การควบคุมภายนอก แยกเป็น การควบคุมโดยฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ และจากประชาชนทั้งโดยตรง ผ่านสื่อมวลชน กลุ่มผลประโยชน์ พรรคการเมือง และกระบวนการร้องทุกข์ รวมทั้ง ผู้ตรวจการรัฐสภาหรือ Ombudsman </li></ul>
  18. 18. <ul><li>เม็กซ์ เวเบอร์ (Max Weber) </li></ul>ภาพจาก : http :// www . eportfolio . lagcc . cuny . edu / ePortfolios / Basic / dzhantam . warrenREV / resources / 39184 . jpg
  19. 19. ทฤษฎีระบบราชการ (Bureaucratic Theory ) <ul><li>ได้เสนอความคิด การจัดองค์การแบบระบบราชการว่าเป็นวิธีที่มี </li></ul><ul><li>ประสิทธิภาพที่สุด เหนือกว่าวิธีใดๆ </li></ul><ul><li>การศึกษาแนวความคิดของเวเบอร์ควรพิจารณาประเด็นต่างๆดังนี้ </li></ul><ul><li>รูปแบบการใช้อำนาจ ( Authority ) </li></ul><ul><li>องค์ประกอบของระบบราชการ </li></ul><ul><li>ความวิเศษของระบบราชการ </li></ul>
  20. 20. <ul><li>รูปแบบการใช้อำนาจ ( Authority ) มี 3 รูปแบบ </li></ul><ul><li>1. อำนาจเฉพาะตัว ( Charismatic domination ) </li></ul><ul><li>2. อำนาจแบบประเพณี ( Traditional domination ) </li></ul><ul><li>3. อำนาจตามกฎหมาย ( Legal Domination ) </li></ul>
  21. 21. <ul><li>องค์ประกอบระบบราชการของเวเบอร์คือ </li></ul><ul><li>1. เน้นสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจน Hierarchy </li></ul><ul><li>2. มีระเบียบ ขอบเขต การแบ่งอำนาจหน้าที่การทำงานอย่างเป็น </li></ul><ul><li>ลายลักษณ์อักษร </li></ul><ul><li>3. ทำงานโดยยึดตัวบทกฎหมาย มีกฎระเบียบเคร่งครัด </li></ul><ul><li>System of Rules </li></ul><ul><li>4. ข้าราชการวางตัวเป็นกลาง Impartiality </li></ul><ul><li>5. การรับราชการถือเป็นอาชีพที่มั่นคง Security </li></ul>
  22. 22. <ul><li>6. ระบบราชการมีลักษณะมั่นคงถาวร </li></ul><ul><li>7. ระบบราชการมีแนวโน้มของระบบการทำงานที่ปิดความรู้สำหรับคนภายนอก เพื่อความเสริมสร้างอำนาจของตัวระบบราชการ </li></ul>
  23. 23. <ul><li>ความวิเศษของระบบราชการ </li></ul><ul><li>การจัดองค์กรในรูปของระบบราชการนี้ถือว่าวิธีการจัดการเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในสังคมที่ดีที่สุด เป็นการบริหารที่มีเหตุผล แม่นยำถูกต้อง </li></ul>
  24. 24. <ul><li>สรุปลักษณะทางพฤติกรรมของระบบราชการของเวเบอร์มี 3 ลักษณะ : </li></ul><ul><li>Impersonality ในการทำงานราชการนั้นไม่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัว </li></ul><ul><li>Rationality ยึดหลักความมีเหตุมีผล </li></ul><ul><li>Rule Orientation ยึดกฎระเบียบเป็นแนวทางในการทำงาน </li></ul>
  25. 25. ให้ท่านวิเคราะห์ระบบราชการของ Max Weber เพื่อนำไปปรับใช้กับองค์การหรือหน่วยงานของท่าน http :// saiiew . spaces . live . com /

×